เพลิงรักวิหคอัคคี (บุปผาอำพรางภาคสอง)

ตอนที่ 30 : มุ่งสู่วังปิศาจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3288
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    27 ก.พ. 60



     กระท่อมไม้ไผ่ของอดีตองค์ราชันจื่อเหลียงดูทรุดโทรมไปตามกาลเวลา  ทว่าป่าไผ่ซึ่งปลูกอยู่ทางด้านหลังกลับดูแน่นขนัดมากขึ้น  ความเขียวขจีช่วยให้บรรยากาศโดยรอบสดชื่น   เสียงไผ่เสียดล้ออ้อเอียดให้ความรู้สึกสงบใจ  สายลมพัดละอองไอของสายน้ำมากระทบผิว  

ระเบียงหน้ากระท่อมแขวนไว้ด้วยโคมกระดาษขนาดใหญ่  โต๊ะไม้ตัวเก่ายังคงวางตั้งอยู่ตำแหน่งเดิม  จากมุมนี้สามารถมองเห็นความคดเคี้ยวอันงดงามของฝั่งริมแม่น้ำได้อย่างถนัดตา  

เฟิ่งลี่ยังไม่ทันได้ส่งเสียงเพื่อแสดงตัว   เจ้าของกระท่อมก็เปิดประตูออกมาเสียก่อน  จื่อเหลียงส่งรอยยิ้มบางๆให้เขาเป็นการต้อนรับ

ด้วยรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปมากพอสมควร   อดีตองค์ราชันย์จะจดจำเทพวิหคอัคคีผู้นี้ได้อยู่หรือไม่

 " ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว  " 

บุรุษในชุดขาวบริสุทธิ์ยังคงรูปโฉมอันงดงามไม่เปลี่ยนแปลง   บุคลิกหนักแน่นมั่นคงดุจขุนเขา  

เฟิ่งลี่รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก  " ท่านทราบหรือว่าข้าเป็นใคร ? "

จื่อเหลียงหัวเราะเบาๆ  " ปิศาจรูปงามที่มีเรือนผมและนัยน์ตาสีแดงมีอยู่ไม่มากก็จริง  แต่ผู้ใดเล่าจะมีท่วงท่าอันสง่างามและดูองอาจเช่นท่าน  "

เจ้าของกระท่อมผายมือเชิญแขกผู้มาเยือน  โต๊ะไม้สี่เหลี่ยมตัวเดิมยังคงมีรอยสลักอักษรเมื่อห้าร้อยปีก่อน

จื่อเหลียงหยิบไหสุราขึ้นมา  " ช่วงหลังๆมานี้ข้าหลงใหลในการหมักสุรายิ่งนัก  ขอให้ท่านเทพเฟิ่งลี่ได้ลองลิ้มและช่วยติชมสักนิด  " 

เฟิ่งลี่ประสานมือรับจอกสุราจากผู้ที่อาวุโสกว่า  จิบสุราที่มีกลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาลงไปคำหนึ่ง  รสชาตินุ่มลิ้นแฝงความรู้สึกร้อนแรง  เลือดลมในกายถูกกระตุ้นให้คึกคักแจ่มใส  แต่หากดื่มต่อไปอีกสักสามสี่จอก  ไม่แน่ว่าอาจจะเมามายจนฟุบหลับไปเลยก็เป็นได้

เฟิ่งลี่วางจอกสุรา  แล้วกล่าวติชมไปตามความรู้สึกที่แท้จริง  

จื่อเหลียงยิ้มละไม  " สหายข้ามีอยู่น้อยนักแทบจะนับนิ้วได้  วันนี้จึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านกลับมาเยี่ยมเยือน  เดิมทีข้าคิดว่าท่านเทพเฟิ่งลี่คงจะย้อนกลับไปที่ภพสวรรค์แล้วเสียอีก "  

" สำหรับข้า  วังปักษีและดินแดนสวรรค์คงกลายเป็นแค่อดีต  "  เฟิ่งลี่ยิ้มอย่างผ่อนคลาย   " ท่านอาจื่อเหลียง  ข้ามิใช่เทพวิหคอัคคีเฟิ่งลี่อีกต่อไป   ขอให้ท่านจดจำข้าในฐานะของเฟิ่งหงก็พอ " 

" เฟิ่งหง "   จื่อเหลียงทวนชื่อนั้นอีกครั้ง   " เฟิ่ง  คือต้นตระกูลเดิมของท่าน ส่วนหง  ข้าเดาว่าท่านไม่อาจละทิ้งชื่อที่ลูกปลาน้อยเป็นคนตั้งให้กระมัง "

ถูกอีกฝ่ายสะกิดใจเข้าอย่างจัง  เฟิ่งลี่ไม่ตอบรับ  แต่ก็ไม่ปฏิเสธ  เขายกสุราขึ้นดื่มจนหมดจอก

บุรุษรูปงามทั้งสองคนร่ำสุราท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบของแม่น้ำสายใหญ่  

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า

ในที่สุด  เฟิ่งลี่ก็ตัดสินใจเอ่ยถาม  " ท่านอาจื่อเหลียงพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าเสี่ยวฮุ่ยตอนนี้นางอยู่ที่ใด " 

อดทนมานาน  สะกดกลั้นหัวใจไม่อยู่แล้วสินะ..จื่อเหลียงมีชีวิตมาเนิ่นนานถึงป่านนี้  เหตุใดจะเดาความพลุ่งพล่านในแววตาคู่นั้นไม่ออก

" ข้ามิอาจเปิดเผยที่อยู่ของเสี่ยวฮุ่ยให้ท่านทราบได้ตราบใดที่คนในครอบครัวของนางไม่อนุญาต "   สิ้นสุดประโยคนี้  สังเกตว่าสีหน้าของชายหนุ่มเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เฟิ่งลี่มิใช่เทพหนุ่มเลือดร้อนคนเดิม  ถึงจะรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง  แต่ก็ยังวางท่าทีเยือกเย็นได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย

" ข้าเข้าใจ "  เฟิ่งลี่เหม่อมองไปยังริมฝั่งน้ำที่ไหลเอื่อย   " ภพปิศาจแม้นจะกว้างใหญ่  แต่ในเมื่อข้าเป็นอดีตเทพผู้ว่างงานไปแล้ว  เช่นนั้นการออกตามหาคนผู้หนึ่งไหนเลยจะทำไม่ได้ " 

จื่อเหลียงยิ้มน้อยๆ    " เฟิ่งหง  ท่านพอจะบอกได้หรือไม่ว่าเหตุใดถึงต้องตามหาเสี่ยวฮุ่ยอย่างมุ่งมั่นถึงเพียงนั้น " 

" ข้ามีเหตุผลสำคัญ "  เฟิ่งลี่นิ่งคิด    "นางมีบุญคุณต่อข้า " 

จื่อเหลียงแย้งไปว่า   " แต่ท่านก็มีบุญคุณที่ได้ช่วยชีวิตของนางมิใช่หรือ  เช่นนั้นแล้วคงไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก " 

เฟิ่งลี่รู้ว่ากำลังถูกผู้อาวุโสต้อนให้จนมุม 

 นึกถึงนางปิศาจน้อยหน้าหวาน  ดวงตาของเขาก็อ่อนละมุนจนหวานเชื่อม    " ท่านอาจื่อเหลียงกล่าวได้ถูกต้อง  ไม่เกี่ยวกับบุญคุณความแค้นใดแล้ว "  ริมฝีปากบางหยักโค้ง  ปรากฏลักยิ้มที่ข้างแก้ม  เขาหันไปมองอดีตองค์ราชันย์ด้วยแววตาที่เปิดเผยความรู้สึก   " ตอนนี้ระหว่างข้ากับเสี่ยวฮุ่ย  ล้วนเป็นเรื่องของหัวใจทั้งสิ้น  "  

 ร่างสูงสง่าผุดลุกขึ้นยืน   ยกสุราจอกสุดท้ายขึ้นดื่ม   ค่อยประสานมือกล่าวคำอำลา

จื่อเหลียงไม่คิดรั้งเฟิ่งลี่ให้เสียเวลา    " ขอให้โชคดี " 

ทว่าตอนที่บุรุษรูปงามกำลังจะกลายร่างเป็นหงสาเพลิง   เจ้าของกระท่อมกลับเอ่ยขึ้นมาว่า   " เฟิ่งหง  ท่านควรมุ่งหน้าไปที่วังปิศาจ บางทีสิ่งที่ปรารถนาอาจจะกำลังรออยู่ที่นั่นก็เป็นได้ "   

รอยยิ้มของเฟิ่งลี่เจิดจ้ายิ่งกว่าแสงตะวัน   จากนั้นเงาร่างสีแดงก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า  มุ่งหน้าไปยังเขตแดนราชันย์ปิศาจซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองหลวง




     ทางด้านเขตราชันปิศาจ  เมืองหลวงอันรุ่งเรืองซึ่งเต็มไปด้วยพลเมืองปิศาจชั้นสูง

     เสี่ยวฮุ่ยแหงนหน้ามองประตูเมืองสีดำทะมึนที่สูงท่วมหัวด้วยความลำบากใจ  จากนั้นใบหน้าที่แสนเยือกเย็นของผู้เป็นบิดาก็ลอยเข้ามาในห้วงความคิด

  อยากใช้ชีวิตอยู่ในวัง  ก็ต้องดิ้นรนหาทางกันเอง..

เสี่ยวฮุ่ยไหนเลยจะเข้าใจความนัยอันลึกซึ้ง  ตอนนั้นนางชักสีหน้าบึ้งตึง  ตัดพ้ออย่างขุ่นเคืองว่า   " เหตุใดท่านพ่อไม่ยินดีที่จะให้ข้าเข้าไปอยู่ที่วัง " 

แววตาของผู้เป็นบิดาไหววูบเล็กน้อย  ก่อนจะกล่าวตอบอย่างเคร่งขรึม   " หากเสี่ยวเหมยและพวกเจ้าได้เข้าไปอยู่ในวังอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันในฐานะราชินีและทายาทแห่งองค์ราชัน    นั่นถึงเป็นเรื่องที่น่ายินดี  " 

เสี่ยวอ้ายเป็นผู้ที่มีความละเอียดอ่อน  ย่อมเข้าใจความปวดร้าวที่ซ่อนอยู่ในหัวอกของพระบิดา   ด้วยตนและน้องสาวฝาแฝดเป็นบุตรนอกสมรส  ต่อให้เขาและเสี่ยวฮุ่ยไม่เก็บเอาเรื่องนี้มาใส่ใจ  แต่ในฐานะขององค์ราชันย์   พระบิดาย่อมบังเกิดความรู้สึกขมขื่นเป็นอย่างมากที่ไม่อาจยกย่องเชิดูภรรยาและบุตรอย่างออกหน้าออกตาได้

  พวกเขาสามคนพี่น้องต้องดั้นด้นมาที่เมืองหลวงด้วยความสามารถของตนเอง   

หัวใจเสี่ยวฮุ่ยแทบจะติดปีกบินได้   แม้นว่าการเดินทางเข้าวังจะไม่ยากลำบากเหมือนตอนที่นางหนีออกมาจากบ้านเพียงลำพัง   แต่ครั้นมาถึงที่เมืองหลวง  กลับมิได้รับการต้อนรับอย่างเป็นมิตรจากบรรดานายทหารที่เฝ้ายามเท่าที่ควร 

  เสี่ยวฮุ่ยรับปากผู้เป็นบิดาไว้แล้วว่านางจะไม่เปิดเผยฐานะที่แท้จริงของตน  ดังนั้นนางจึงต้องข่มกลั้นโทสะเอาไว้อย่างยิ่งยวด

" พวกเจ้าแห่แหนกันมาด้วยเหตุใด ? "   ทหารที่ถือทวนชี้เรียงตัวแล้วจ้องหน้าพี่ใหญ่และพี่รองอย่างไม่เป็นมิตร

" ข้ามาสมัครเป็นองครักษ์ขององค์ราชัน "   เสี่ยวฮุ่ยเชิดหน้าตอบแทนพี่ชายทั้งสองคน

คำตอบของนางสร้างความขบขันให้แก่นายทหารหน้าประตูเมืองเป็นอย่างมาก   " ฮ่าๆๆ   อย่าฝันไกลไปถึงตำแหน่งองครักษ์ขององค์ราชันย์ปิศาจเลย  ขนาดตำแหน่งนายทหารเฝ้าประตูเมืองอย่างข้ายังมิได้เป็นกันง่ายๆ  "   แล้วก็ตบท้ายด้วยคำพูดเย้ยหยัน    "  น้ำหน้าอย่างพวกเจ้า  แค่ถือทวนเหล็กของข้าก็เกรงว่าจะยกไม่ขึ้นกระมัง  " 

เสี่ยวอ้ายใช้ตัวเข้าขวางคู่แฝดที่กำลังจะพุ่งเข้าไปสั่งสอนนายทหารปากร้าย  แต่กลับช้ากว่าพี่ใหญ่  ชั่วพริบตาเดียว ทวนเหล็กของนายทหารคนนั้นกลับตกอยู่ในมือของเฮยจื่อ  เขาตวัดอาวุธที่ทั้งยาวและหนักได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวพลิ้วไหวดุจสายลม  นายทหารเฝ้าประตูเมืองผู้นั้นรู้สึกแค่ว่าเกิดเงาสีเงินยวงวูบวาบตวัดผ่านร่างไป  ครั้นทุกอย่างสงบนิ่ง  สิ่งที่เกิดขึ้นกลับสร้างความขบขันให้แก่ปิศาจทุกตัวที่ผ่านเข้าออกประตูเมืองเป็นอย่างยิ่ง     นั่นเป็นเพราะว่านายทหารที่เพิ่งลับฝีปากกับเสี่ยวฮุ่ยอย่างร้ายกาจบัดนี้เหลือเพียงร่างท่อนบนที่เปลือยล่อนจ้อน  เสื้อผ้าอาภรณ์รวมทั้งชุดเกราะถูกเฮยจื่อใช้ปลายทวนอันแหลมคมสะบัดทิ้งจนไม่เหลือชิ้นดี

เสี่ยวฮุ่ยหัวเราะฮาๆ   นึกสมน้ำหน้าเจ้าทหารปากเสียคนนั้นด้วยความสะใจยิ่งนัก 

เล่นกับใครไม่เล่น..

เสี่ยวฮุ่ยเข้าไปกอดแขนเฮยจื่ออย่างถือดีพลางแลบลิ้นให้นายทหารเป็นการล้อเลียน    ค้างคาวหนุ่มโยนทวนเหล็กในมือทิ้งก่อนที่จะจูงมือเสี่ยวฮุ่ยเดินผ่านเข้าประตูเมืองอย่างไม่ใส่ใจ  

เสี่ยวอ้ายเหลือบมองเสื้อผ้าของนายทหารผู้โชคร้ายที่ขาดกระจุยไม่มีชิ้นดีก็อดที่จะส่งสารไม่ได้  เขาจึงถอดเสื้อคลุมตัวนอกให้ก่อนที่จะเดินตามสองคนนั่นไปติดๆ

ลูกปลาน้อยภาคภูมิใจใตัวของพี่ใหญ่ยิ่งนัก    บัดนี้ฝีมือการต่อสู้ของเขาไม่ด้อยไปกว่าพระบิดาของนางเลยด้วยซ้ำ

" ออกมาเมืองหลวงทั้งที  ต้องหาของอร่อยๆทานเสียหน่อย "   เสี่ยวฮุ่ยผละออกห่างจากพี่ใหญ่  แล้ววิ่งไปยังถนนหลักของเมือง ชะเง้อไปทางซ้ายที  ชะโงกไปทางขวาที  จากนั้นนางก็กวักมือเรียกชายหนุ่มทั้งสองคนด้วยความตื่นเต้น 

" พี่ใหญ่  ข้าอยากกินบะหมี่ร้านนี้  " 

เฮยจื่อยังไม่ทันตอบรับ  โฉมงามเรือนร่างอรชรก็วิ่งหายเข้าไปในร้านแล้ว   ชายหนุ่มเห็นเพียงชายกระโปรงสีเขียวอ่อนสะบัดพลิ้วไหว

เสี่ยวอ้ายส่ายหน้ายิ้มๆ   " หากมิใช่ฝาแฝดที่คลานตามกันมา  ข้าคงเดาว่าร่างจริงของนางอาจจะเป็นวานรเจ้าเล่ห์  "
 
เฮยจื่อเลิกคิ้วเล็กน้อย   " เจ้ายังไม่ชินกับความซุกซนของนางอีกหรือ ? "   

ในช่วงห้าร้อยปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ที่เสี่ยวอ้ายกลับมาจากโลกมนุษย์  ค้างคาวหนุ่มก็ลดความหวาดระแวงในตัวของน้องรองลงไปมาก  เขาสามารถพูดคุยกับเสี่ยวอ้ายได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น  เหตุผลสำคัญก็เพราะเฮยจื่อเริ่มรู้สึกว่าลูกปลาหนุ่มอาจจะมิได้คิดเกินเลยกับเขาเหมือนอย่างที่เคยตั้งข้อสังเกต  

 ถึงแม้นว่าเสี่ยวอ้ายจะเป็นบุรุษ  แต่ก็มีมุมที่แสนอ่อนโยนดุจธารน้ำใสกระจ่าง  คงเพราะในตอนเด็กเสี่ยวอ้ายเอาแต่ขลุกอยู่ที่เรือนไผ่เขียวกับพี่เย่าจื้อมากไป  เขาถึงได้ซึมซับบุคลิกที่ค่อนข้างนุ่มนวลอ่อนหวานดุจดั่งสตรีในห้องหอ  แต่ช่วงเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมา  เสี่ยวอ้ายก็ฝึกฝนตนเองอย่างหนักเพื่อควบคุมการใช้พลังวิเศษของตนให้เก่งกาจมากยิ่งขึ้นเพื่อให้สมกับเป็นผู้สืบทอดสายเลือดขององค์ราชันปิศาจ   

ร้านบะหมี่เจ้านี้มีลูกค้าเข้าออกไม่ขาดสาย  คาดว่ารสชาติคงจะไม่เลวนัก  

เสี่ยวฮุ่ยสั่งบะหมี่มาทั้งหมดสี่ชาม   เมื่อเสี่ยวเอ้อร์ยกชามบะหมี่ร้อนๆมาตั้ง  นางก็ผลักไปให้เฮยจื่อหนึ่งชาม  ผลักไปทางคู่แฝดหนึ่งชาม  ส่วนที่เหลืออีกสองชามลูกปลาน้อยขอเหมาคนเดียว  

นางให้เหตุผลว่า   "ก็ข้าหิวมาก  ถ้ากินหมดแล้วกลัวเจ้าของร้านทำไม่ทัน "

เฮยจื่อและเสี่ยวอ้ายถึงกับระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมๆกัน

พวกเขาทั้งสามคนลงมือทานบะหมี่อย่างเอร็ดอร่อย  มิได้สนใจว่าเหล่าปิศาจตนอื่นที่นั่งอยู่รายรอบต่างจ้องมาที่โต๊ะของพวกเขาด้วยความสนอกสนใจเป็นอย่างยิ่ง

ค้างคาวดำเฮยจื่อ  ผู้ที่มีใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์  บุคลิกสุขุมเยือกเย็น   เขามีรูปร่างสูงใหญ่หากเทียบกับปิศาจตนอื่นจึงให้ความรู้สึกถึงความน่าเกรงขาม

ทางด้านคู่ฝาแฝดเสี่ยวอ้ายและเสี่ยวฮุ่ย   ด้วยใบหน้าที่งดงามล่มเมือง  ร้อยถ้อยหมื่นคำพรรณาก็ยังมิอาจบรรยายรูปโฉมของพวกเขาได้ดีเท่ากับสิ่งที่ปรากฏให้เห็นอยู่ตรงหน้า   ปิศาจทุกตนล้วนอยู่ในอาการตกตะลึง  เพียงไม่นานร้านบะหมี่แห่งนี้ก็แน่นขนัดไปด้วยเหล่าปิศาจที่หวังจะได้ยลโฉมคนงามให้เป็นบุญตาสักครั้ง

ก่อนนั้นในช่วงที่เพิ่งเข้าสู่วัยแรกแย้ม  ทั้งเสี่ยวอ้ายและเสี่ยวฮุ่ยต่างมีรูปโฉมและหน้าตาที่คล้ายคลึงกันทุกกระเบียดนิ้วแทบจะแยกไม่ออก   แต่มาบัดนี้ที่พวกเขาเข้าสู่วัยหนุ่มสาวเต็มตัว   รูปร่างของเสี่ยวอ้ายจึงดูสูงโปร่งและแข็งแกร่งกว่าเสี่ยวฮุ่ย  เขาสูงกว่านางครึ่งศอก   แต่ที่ชัดเจนที่สุดเห็นจะเป็นสีของดวงตา   เสี่ยวอ้ายจะมีนัยน์ตาสีน้ำเงินอมม่วง  ในขณะที่สีดวงตาของเสี่ยวฮุ่ยถอดแบบมาจากแม่ผีเสื้อ  คือมีดวงตาสีเขียวมรกตที่สว่างสดใส

ขณะที่เสี่ยวฮุ่ยกำลังยกบะหมี่ชามที่สองเพื่อที่จะกินต่อ  หางตากลับเหลือบไปเห็นคนผู้หนึ่งซึ่งเพิ่งจะเดินผ่านหน้าร้านไป  นางรีบสูดบะหมี่ลงคอ  ยกน้ำชากระดกอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งออกไปนอกร้านทันที 

" เสี่ยวฮุ่ย "   ทั้งเฮยจื่อและเสี่ยวอ้ายร้องเรียกชื่อนางออกมาพร้อมกัน    เสี่ยวฮุ่ยชะงักฝีเท้า  แล้วหันมาโบกมือห้าม  
" นั่งรอข้าอยู่ที่นี่  ประเดี๋ยวจะกลับมา " 

" เกิดอะไรขึ้น ? "  เสี่ยวอ้ายชะเง้อมองด้วยความสงสัย

เฮยจื่อเหลือบมองถ้วยบะหมี่ของเสี่ยวอ้ายที่ยังพร่องไม่ถึงครึ่งชามด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย    " น้องรอง.. เจ้ากินต่อเถิด  เดี๋ยวข้าจะออกไปตามเสี่ยวฮุ่ยเอง  "  

ว่าแล้วเงาร่างสีดำก็พุ่งทะยานออกจากร้านบะหมี่ราวกับพายุ  มุ่งไปยังทิศทางที่เสี่ยวฮุ่ยวิ่งออกไป

ทางด้านเสี่ยวฮุ่ย  หลังจากที่มองเห็นใบหน้าขาวผ่องที่เคยคุ้นตาแวบผ่านร้านบะหมี่ไปเมื่อสักครู่  นางก็บังเกิดความยินดียิ่งนัก

นั่นมิใช่พี่ชายนกกระเรียนหรอกหรือ !?

ร่างอรชรในชุดสีเขียวอ่อนเหาะขึ้นไปอยู่เหนือหลังคาโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง  ดวงตาคู่งามกวาดมองไปทั้งหัวมุมถนนทั้งสี่ ด้าน  และในที่สุด  นางก็มองเห็นเป้าหมายแล้ว

เสี่ยวฮุ่ยเหินร่างดุจนกแอ่นมาหยุดอยู่ตรงหน้าบุรุษรูปงามผู้หนึ่ง  ก่อนจะคลี่ยิ้มให้เขาด้วยความดีใจเป็นอย่างยิ่ง  
 " พี่ชาย  ไม่พบกันเสียนาน  ท่านสบายดีหรือไม่ ? " 

เพียงส่งสายตาชม้ายมอง   ยากที่บุรุษใดจะต้านทางเสน่ห์และความงดงามของนางได้  แต่นี่..สตรีผู้เลอโฉมกลับเป็นฝ่ายมอบรอยยิ้มให้เขาก่อน เผยคุนถึงกับลืมหายใจไปเลยทีเดียว


เสี่ยวฮุ่ย !  เป็นนางจริงๆหรือนี่ 






@@ เฮียเฟิ่ง  ช้าไปหนึ่งก้าวนะคะ  ลูกปลาน้อยนางจ๊ะเอ๋กับพี่นกกระเรียนก่อนซะงั้น@@

เมนท์น้อย  แรงใจถดถอย  คอยเติมเชื้อไฟให้ไรต์ด้วยนะคะ อิอิ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

1,773 ความคิดเห็น

  1. #1270 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 21:09
    เสี่ยวฮุ่ยเจอกับพี่ชายนกกระเรียนแล้ว เสี่ยวหงรีบมาด่วน
    #1270
    0
  2. #1159 ลักซ์ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 01:54
    เฮ้ออออออ สงสารพวกหนุ่ม ๆ
    #1159
    0
  3. #1076 AKASHI. (@thanyameen) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 18:24
    เอ้อออ ลืมไปเลยว่าฮีเป็นมนุษย์ 555555
    #1076
    0
  4. #1068 25230914 (@25230914) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 17:14
    คู่แข่งเฮียเยอะนะ อย่าช้า..ขอบคุณค่ะ
    #1068
    0
  5. #1059 pimkeybord (@pimkeybord) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 22:35
    งื้อออ ไรท์อย่าท้อนะคะ สู้ๆนะคะ

    เฟิ่งหงรีบตามมาเร็ววว
    เสี่ยวฮุ่ยงามมาก เดี๋ยวเผยคุนก็แย่งไปหรอก
    #1059
    0
  6. #1058 Sassy JJ (@nonny_d) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 18:59
    เฮียเฟิ่งมาด่วนๆ เลย
    #1058
    0
  7. #1057 pinkysery (@pidichanan) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 13:17
    ทีมหง!!!! นางอาภัพรักได้น่าเอ็นดู(?)ไปรอบหนึ่งแล้ว ครั้งนี้สมหวัง!!!!! เย้!!!! (เดี๋ยวนะ นี้ยังต้องเป็นทีมเชียร์อีกรึ!!)
    #1057
    0
  8. #1056 Wanna (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 08:01
    สนุกค่ะน่าติดตาม
    #1056
    0
  9. #1055 do-pinpcy (@do-pinpcy) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 23:53
    อยากให้เจอกัน!!!
    #1055
    0
  10. #1054 PPompaMM (@PPompaMM) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 20:51
    ไรท์มาต่อไวๆนะคะ อยากให้เฮียกับหนูเสี่ยวฮุ่ยเจอกันไวๆแล้ว
    #1054
    0
  11. #1053 Sutharatta (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 17:49
    ไรท์เขียนสนุกมากเลยค่ะ น่าติดตามๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ ^^
    #1053
    0
  12. #1052 Toffy (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 14:01
    เฮียเฟิ่ง ช้ากว่าเผยคุนไปก้าวแระ
    #1052
    0
  13. #1051 phenban (@phenban) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 11:51
    โอ๊ย พี่นกไฟรีบมาด่วน พี่นกกระเรียนจะจับลูกปลาน้อยแล้วิพี่นกไฟรีบๆมาย่างค้างคาวกับนกกระเรียนซะ ด่วน ๆ #ชูป้ายไป #เฟิ่งหง
    #1051
    1
    • #1051-1 Janjira Nui Uea-aree (@janjira-nui) (จากตอนที่ 30)
      11 มกราคม 2560 / 12:30
      เฟิ่งหง มาด่วนเลย นกกระเรียนกับค้างคาวกำลังจะตีกัน เรามาชุบมือเปิบเร็วๆๆๆ
      #1051-1
  14. #1050 paew (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 09:52
    ลุ้นยิ่งกว่าวันหวยออกอีกค่ะ
    #1050
    0
  15. #1049 P42213042 (@P42213042) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 09:48
    ขอบคุณค่ะ
    #1049
    0
  16. #1048 Sodadream (@Sodadream) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 09:31
    ขอบคุณมากค่ะ. สู้ๆๆๆ เชียร์เฟิ่งหงค่ะ
    #1048
    0
  17. #1047 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 02:01
    พี่นกกระเรียนก็เจอแล้ว แล้วพี่นกเพลิงเราละคะไรท์
    #1047
    0
  18. #1046 มดดำตัวติ๊ด (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 01:10
    มารอทุกวันเลยค่าา คิดถึงลูกปลาน้อยย รักเหมือนเดิม สนุกเหมือนเดิมม รักเฟิ่งหงมากกว่าเดิม อิอิ
    #1046
    0
  19. #1045 unknow-me (@someone-is-me) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 00:26
    ลอยยยคอออ
    #1045
    0
  20. #1044 andoroido (@andoroido) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 00:21
    ชอบพี่กระเรียน ท่าทางจะต๊องๆ ตลกดี55
    #1044
    0
  21. #1043 yingying (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 23:35
    เฟิงลี่รีบมานะคะ ลูกปลาน้อยมีหนุ่มๆรุมล้อมแล้ว
    #1043
    0
  22. #1042 พัชรมณฑ์ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 23:16
    เฮียเฟิงรีบมาได้แล้วนะ
    #1042
    0
  23. #1041 กรรดึก (@angel-dimond) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 23:11
    เผาเลย
    #1041
    0
  24. #1040 AtCrazy (@pailinz) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 22:41
    เห็นด้วย 555
    #1040
    0
  25. #1039 sheetburger (@sheetburger) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 22:39
    มีคำถามค่ะ เฟิ่งลี่รู้ไหมคะว่าลุงสุนัขเกรียมเป็นพ่อ
    #1039
    1
    • #1039-1 nawalak (@iamanurse019) (จากตอนที่ 30)
      10 มกราคม 2560 / 22:41
      เฟิ่งลี่ไม่ทราบค่ะ ลุงสุนัขไม่ได้เปิดเผยตัว รู้กันแค่ก๊วนนางเอก
      #1039-1