เพลิงรักวิหคอัคคี (บุปผาอำพรางภาคสอง)

ตอนที่ 45 : หงสา VS.มังกร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3443
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    9 มี.ค. 60



     เกือบสองพันปีมาแล้วนับตั้งแต่อสูรโลหิตเกาซิงถูกสังหาร  ในที่สุดเทพวิหคอัคคีก็ได้หวนคืนสู่สวรรค์อีกครั้ง  

       หากมิใช่เพราะถูกองค์ราชันปิศาจบีบบังคับ  เฟิ่งลี่ก็ไม่เคยคิดที่จะเปิดเผยฐานะที่แท้จริงให้ผู้ใดทราบ

     ณ  ปากทางเข้าประตูสวรรค์   เหนือกำแพงแก้วแวววาวกระจ่างใส  เทพนักรบผู้กล้าได้ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างเงียบงัน  อาภรณ์ยาวสะบัดพลิ้วราวกับเปลวไฟ    เรือนกายสูงสง่าประดุจขุนเขาเหยียบอยู่บนเมฆก้อนใหญ่    ใบหน้าอันหล่อเหลายังคงปราศจากซึ่งรอยยิ้ม   

ทหารยามทั้งสิบนายต่างไม่คุ้นหน้าอาคันตุกะผู้มาเยือนจึงได้ปราดเข้าขวางเพื่อไต่สวนตามหน้าที่  " หยุดก่อน !"

เมฆมงคลก้อนใหญ่ซึ่งอัดแน่นไปด้วยไอเทพค่อยๆลอยต่ำลงมา  พวกเขาต่างจ้องมองเฟิ่งลี่ด้วยความสงสัย  เพราะผู้ที่เรียกเมฆสวรรค์เพื่อใช้เป็นพาหนะได้คงมีแต่ทวยเทพและเซียนชั้นสูง 

หากเป็นคนของแดนสวรรค์จริงพวกเขาย่อมเคยพบเห็นหรือรู้จัก   ถึงแม้จะเป็นเพียงการผ่านตาชั่วแวบเดียวก็ย่อมจดจำได้  เพราะทหารยามต้องหูไวตาไวมีประสาทการรับรู้ที่เฉียบคม

  เฟิ่งลี่ประเมินมองชั่วครู่   เห็นว่าพวกเขาเป็นทหารยามชุดเก่าซึ่งเคยรู้จักกันมา  จึงกล่าวทักทายไปว่า  " เจ้าคืออาเมิ่ง  ทหารในสังกัดหน่วยราชอารักษ์ใช่หรือไม่ "

 อาเมิ่งเบิกตามองบุรุษชุดแดงด้วยความสงสัย   " เจ้ารู้จักข้า ? "  

เฟิ่งลี่พยักหน้า " ไม่เพียงเจ้า  ข้ายังรู้จักเสี่ยวซุน  คนที่ยืนแถวหลังสุดนั่นคือเป่ยหลางและตงจวิน  "

ทหารยามทั้งสิบนายต่างหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก 

" ตกลงว่าเจ้าเป็นใครกันแน่ " 

เฟิ่งลี่กระโดดลงจากเมฆสีขาว  ก้าวย่างอย่างสง่าผ่าเผย  เอ่ยตอบด้วยเสียงกังวาน  " ข้าคือเทพวิหคอัคคีเฟิ่งลี่ที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่   พวกเจ้ารีบเปิดทางให้ข้าเพื่อเข้าเฝ้าองค์เง็กเซียนฮ่องเต้เดี๋ยวนี้  "

อาเมิ่งและเพื่อนพ้องต่างครุ่นคิดด้วยความสับสน    แม้นว่าลักษณะท่าทางของคนผู้นี้จะมีส่วนคล้ายคลึงกับท่านอ๋องเฟิ่งลี่ถึงแปดเก้าส่วน   แต่ใบหน้ากลับมิใช่เลยสักนิด

" เทพวิหคอัคคีได้สิ้นชีพไปแล้วพร้อมกับอสูรเกาซิง  หากเจ้าอยากเข้าเฝ้าเง็กเซียนฮ่องเต้จริงก็ควรจะหาเหตุผลที่น่าเชื่อถือมากกว่านี้  " 

" ข้าไม่อยากเสียเวลามาอธิบายกับพวกเจ้าแล้ว "  เฟิ่งลี่โบกมือด้วยความรำคาญ  


" พวกข้าก็ต้องทำตามหน้าที่เช่นกัน  หากเจ้ามิอาจยืนยันตัวตนที่แท้จริงได้  ก็เชิญกลับไปเสีย "

 หาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวเองแท้ๆ...  เทพหนุ่มส่ายหน้าด้วยความระอา   

อันที่จริงแล้วเฟิ่งลี่รู้ดีแก่ใจว่าใบหน้าของเขาได้เปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าเดิม  ดังนั้นการยืนยันตัวตนว่าเขาคือ ' เทพวิหคอัคคี ' ตัวจริงเสียงจริงคงมีเพียงการคืนร่างเดิมให้ทหารยามเหล่านั้นได้เห็นเป็นที่ประจักษ์  แต่การคืนร่างในแต่ละครั้งมักจะสร้างความเสียหายให้กับสิ่งที่อยู่รอบข้างไม่มากก็น้อย 

เมื่อเห็นว่าบุรุษชุดแดงไม่มีท่าทีล่าถอยกลับไป   บัดนี้ทหารยามหน้าประตูสวรรค์จึงได้พากันเตรียมอาวุธพร้อมเพื่อการเผชิญหน้า  มิคาดว่าท้องฟ้าสีครามซึ่งประดับด้วยมวลเมฆสีขาวอยู่ดีๆก็บังเกิดคลื่นลมปั่นป่วน  มวลอากาศร้อนลอยตลบค่อยๆแผ่ขยายครอบคลุมไปทั่วบริเวณ    เฟิ่งลี่สะกิดปลายเท้าเหินลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า  หมุนตัวหนึ่งคราเพื่อคืนร่างเดิม   กายทิพย์ของบุรุษรูปงามค่อยๆเลือนหายคล้ายวัตถุโปร่งแสง   เพียงชั่วพริบตาเดียวลูกไฟขนาดมหึมาก็ม้วนวนอย่างบ้าคลั่งก่อกำเนิดเป็นร่างของนกไฟในตำนาน  สองปีกกล้ากางผงาดด้วยความหยิ่งผยอง  หงสาสวรรค์เปล่งเสียงร้องกู่ก้องกัมปนาท  

นอกจากเง็กเซียนฮ่องเต้พระองค์ก่อนที่ดับสูญไปพร้อมกับฮองเฮาหลี่  เฟิ่งลี่ก็คือหงสาเพลิงเพียงหนึ่งเดียวที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้

"ปะ..เป็น.. ท่าน..ท่านเทพวิหคอัคคีจริงๆด้วย "   บัดนี้ททหารยามทุกคนล้วนแตกตื่นโกลาหล  ต่างพากันคุกเข่าลงด้วยความลนลาน   เฟิ่งลี่กระพือปีกอันทรงพลังด้วยความฮึกเหิมเป็นผลให้มวลเมฆที่รวมตัวกันอย่างหนาแน่นเมื่อสักครู่สลายสิ้น   แม้แต่ต้นไม้ใบหญ้าที่ปลูกประดับอย่างสวยงามก็ยังเหี่ยวเฉาและเแห้งกรอบลงในทันที 

หงสาอัคคีพุ่งทะยานผ่านประตูสวรรค์ด้วยความเร็วประดุจพายุ  ทุกสถานที่ที่เฟิ่งลี่บินผ่านล้วนถูกเพลิงพระกาฬลามเลียแทบมอดไหม้  

จากตำหนักชั้นนอกสู่ตำหนักชั้นในของวังสวรรค์อันวิจิตรงดงาม   เฟิ่งลี่คิดคำนวณแล้วว่าการประชุมราชการในช่วงเช้าคงเสร็จสิ้นไปแล้ว   ถ้าเดาไม่ผิด   เจ้ามังกรขี้โรคญาติผู้พี่ตอนนี้น่าจะอยู่ที่อุทยานสวรรค์

อุทยานสวรรค์คือสถานที่ที่องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ได้สร้างขึ้นมาใหม่ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากสวนหมื่นบุปผาของ ผีเสื้อน้อย  และเป็นที่ทราบกันดีว่านางคือสตรีที่ประมุขแดนสวรรค์ปักใจรักอย่างล้ำลึก  เรื่องนี้แม้แต่ฮองเฮาซู่ก็ทราบดีแก่ใจแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีหึงหวง  ยิ่งตอกย้ำความน่าเชื่อถือที่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างองค์เง็กเซียนและฮองเฮาจากเผ่าเทพพยัคฆ์ขาวเป็นได้แค่คนแปลกหน้าที่จำต้องมาร่วมเรียงเคียงหมอนอย่างไม่มีทางเลี่ยง

ขณะนั้นองค์เง็กเซียนฮ่องเต้กำลังนั่งชมฮองเฮาผู้แข็งแกร่งฝึกซ้อมยิงธนูด้วยความเบื่อหน่ายเหลือแสน  เจิ้งหย่วนอ้าปากหาวน้อยๆ  พยายามเก็บเสียงอย่างเต็มที่ด้วยเกรงว่าซู่ซินจะได้ยิน  เขาต้องระมัดระวังการแสดงออกอย่างเคร่งครัด เพราะหากถูกจับได้ว่าไม่เอาใจใส่นางอย่างที่ควร  มังกรขี้โรคอย่างเขามีหวังถูกพยัคฆ์สาวจับไปเป็นเป้าล่อธนูอย่างไม่ต้องสงสัย

ฉากหน้าอันสวยหรูเจิ้งหย่วนก็คือองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่   ประทับอยู่บนบัลลังก์ทองปกครองทวยเทพทั่วหล้า  แต่ใครจะรู้บ้างว่าชีวิตของเขากลับมีเบื้องหลังที่ซ่อนความขมขื่นเอาไว้   ต่อให้เจิ้งหย่วนลอยตัวอยู่เหนือเทพนับหมื่น  แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า  เหนือศีรษะมังกรเจ้าสมุทรยังมีอุ้งเท้าของพยัคฆ์จอมโหดตะปบเอาไว้    เกือบสองพันปีมาแล้วที่เจิ้งหย่วนต้องตกอยู่ในกำมือของใครบางคน  และคนผู้นั้นที่เขาให้ความเกรงอกเกรงใจนักหนาก็คือฮองเฮาจอมโหดผู้นี้นี่เอง

จนถึงบัดนี้  เจิ้งหย่วนก็ยังคงเฝ้าฝันถึงผีเสื้อน้อยอยู่ไม่เสื่อมคลาย  ถึงแม้นว่านางจะจากโลกนี้ไปนานแล้วก็ตาม

ขณะที่เจิ้งหย่วนกำลังเคลิ้มหลับอยู่นั้น  มังกรเทพสมุทรพลันสัมผัสได้ถึงรังสีความร้อนอันมหาศาลปานว่ามีผู้ใดดึงพระอาทิตน์ลงมาอยู่ใกล้แค่เอื้อม   ซู่ซินซึ่งคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตอยู่บนภูเขาหิมะเมื่อต้องปะทะเข้ากับมวลอากาศร้อนสายใหญ่ก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น

  เหนือท้องฟ้าสีครามที่ประดับด้วยปุยเมฆสีขาวบริสุทธิ์เริ่มเปลี่ยนเป็นแดงฉานราวกับย้อมด้วยโลหิต  เหล่าทหารองครักษ์ซึ่งยืนอารักขาอยู่บริเวณอุทยานสวรรค์ต่างก็พากันแตกตื่นกับเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้น  

" นะ..นั่น.นั่นคือ !! "  

มีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมา 

ร่างหงสาเพลิงของเฟิ่งลี่ซึ่งลุกโหมไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงกำลังบินวนเหนือท้องฟ้าของอุทยานสวรรค์    เจิ่งหย่วนซึ่งนั่งเท้าคางเอาแต่สัปหงกในตอนแรกถึงกับเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตระหนก

แวบแรกที่มังกรหนุ่มเห็นร่างจริงของเฟิ่งลี่  เขาก็ทราบได้ทันทีว่าเทพวิหคอัคคีฟื้นคืนชีพขึ้นมาแล้ว !

" เฟิ่งลี่! " 

แกว๊กก!! 

 เสียงร้องคำรามของวิหคอัคคีมาพร้อมกับเปลวเพลิงเที่พวยพุ่งออกมา  นางกำนัลและข้ารับใช้ต่างพากันหนีตายอลหม่าน

  เจิ้งหย่วนร้องตะโกน " ข้ารู้ว่าเป็นเจ้า  คืนร่างเดิมบัดเดี๋ยวนี้แล้วกลับลงมาสนทนากันดีๆ  หาไม่แล้วอุทยานสวรรค์ของข้าคงมอดไหม้จนหมดสิ้นด้วยฝีมือของเจ้า  " 

เฟิ่งลี่ยิ้มกริ่มด้วยความสาแก่ใจ   เขาสะบัดตัวหมุนรอบตัวเองหนึ่งครั้ง เพื่อคืนสู่กายทิพย์  ก่อนที่จะร่อนลงมาหยุดอยู่ตรงหน้าญาติผู้พี่อย่างสง่างาม

เมื่อเจิ้งหย่วนเห็นใบหน้าใหม่ของเฟิ่งลี่อย่างเต็มตา  จู่ๆเขาก็บังเกิดความไม่แน่ใจ  " เจ้า...ไม่ใช่  ญาติผู้น้องของข้า "

ซู่ซินเองก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน  แต่ถ้าหากลองลบใบหน้าหล่อเหลาที่เห็นอยู่ในตอนนี้ออกเสีย  ตลอดร่างตั้งแต่หัวจรดเท้าย่อมเป็นพี่ชายร่วมสาบานของนางอย่างไม่ต้องสงสัย  

" รีบบอกมาว่าเจ้าเป็นใคร หาไม่แล้วจะต้องถูกจับตัวไปลงโทษอย่างหนัก "  เจิ้งหย่วนวางมาดประมุขสวรรค์อันน่าเกรงขาม  แต่คนผู้นั้นกลับเหยียดยิ้มออกมาอย่างไม่ยี่หระ

เฟิ่งลี่เดินมานั่งที่เก้าอี้หยกเขียวอย่างใจเย็น  หยิบลูกองุ่นที่วางอยู่บนจานแก้วโยนเข้าปากอย่างสบายอารมณ์  เขาทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อย  ก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงเริงรื่น   "  อืม..ข้าเป็นใครงั้นหรือ   ถ้าอยากรู้ก็จงตั้งใจฟังให้ดี " 

ซู่ซินลูบกระบี่อ่อนที่พันซ่อนไว้รอบเอว   ลอบมองบุรุษชุดแดงโดยไม่ให้คลาดสายตา

 เฟิ่งลี่เหลือบมองน้องชาย..อ้อ..ไม่ใช่สิ  ตอนนี้นางคือฮองเฮาของเจิ้งหย่วน  " เก็บกระบี่ของเจ้าไว้เถิด  แล้วนั่งลงรอฟังเรื่องสนุกๆที่ข้ากำลังจะเล่าดีกว่า " 

ซู่ซินผงกศีรษะ   " ได้ น่าสนใจดี " 

เฟิ่งลี่หันไปยิ้มให้ญาติผู้พี่  ก่อนที่จะกล่าวต่อว่า   " ข้าคือญาติผู้น้องของมังกรเจ้าสมุทรเจิ้งหย่วน  จำได้ว่าเมื่อตอนที่อายุได้เพียงหกร้อยปี  เจิ้งหย่วนได้ทำพู่กันหางจิ้งจอกหิมะของซือฝูเสียหาย  เขาจึงต้องถูกลงโทษด้วยการออกไปท่องหนังสือกลางหิมะนานหนึ่งวันเต็มๆจนป่วยเป็นไข้หวัด  ตอนที่จามออกมาเสียงดังสนั่น  น้ำมูกเหนียวเหนอะกลับกระเด็นไปถูกเส้นผมของเทพเจ้าเตาไฟ  ทำให้เพื่อนร่วมชั้นต่างพากันขบขันและเอาไปเล่าปากต่อปากนานนับปี  
อีกเรื่อง..  ข้าจำได้ว่าตอนที่เจิ้งหย่วนอายุได้พันสองร้อยปี  เขาได้ท้าประลองแข่งลูกหนังกับข้า  แต่ปรากฏว่าเขาเล่นตุกติกใช้กลโกง  แอบเอายาถ่ายมาใส่ในกาน้ำชาของข้า  โชคดีที่ข้าไหวตัวนั้น  จึงสลับกาใบนั้นคืนให้เขาไป  และผลสุดท้ายญาติผู้พี่ตัวร้ายของข้าก็ถูกหามเข้าตำหนักหยางจู  เดือดร้อนท่านเทพโอสถต้องมารักษาอาการท้องร่วงให้เป็นการด่วน  "

เจิ้งหย่วนหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง  อ้าปากค้างมองบุรุษชุดแดงด้วยความตะลึงพรึงเพริด  ในขณะที่ฮองเฮาซู่ซึ่งอยู่ในชุดรัดกุมเพื่อเตรียมซ้อมรบพยายามกลั้นขำจนท้องแข็ง

" เมื่อประมาณสามพันปีที่แล้ว  เขายังปลอมลายมือข้าเขียนจดหมายรักให้กับเทพธิดานางหนึ่ง   พอข้าจับได้  เขาก็ถูกข้าต่อยเสียหน้ายับจนต้องพักรักษาตัวอยู่นานเป็นเดือน "

เจิ้งหยวนเคาะพัดลงโต๊ะเสียงดังสนั่น    " พอได้แล้ว !  เฟิ่งลี่  ข้าเชื่อแล้วว่าเป็นเจ้าจริงๆ" 

เง็กเซียนฮ่องเต้ทั้งโกรธทั้งอายที่ญาติผู้น้องขุดเอาเรื่องเก่าในอดีตที่ไม่น่าจดจำมาแฉจนสิ้นไส้  แต่ที่แย่ไปกว่านั้นก็เพราะว่าฮองเฮาจอมโหดคงได้ยินชัดเจนทุกเรื่องเล่าที่กล่าวมาข้างต้น

" พอแล้วหรือ  ..เหตุใดเจ้าถึงเชื่อคำพูดของข้าง่ายนัก  อยากฟังอีกสักเรื่องไหม..ที่ว่าตอนนั้น "

มังกรหนุ่มตวาดลั่น   " ไม่ต้องแล้ว ! "

ฮองเฮาซู่ หรือในอดีตก็คือองค์หญิงซู่ซินแห่งเผ่าเทพพยัคฆ์ขาวเดินตรงเข้ามาสวมกอดเฟิ่งลี่ด้วยความยินดียิ่ง  

" ในที่สุด  พี่ใหญ่ก็กลับมาได้จริงๆ "

เฟิ่งลี่หัวเราะหึๆ ตบหลังน้องชายร่วมสาบานด้วยความรักใคร่สนิทสนม  กาลก่อนนั้นนางคือองค์หญิงแสนซนที่ปลอมเป็นบุรุษเพื่อแอบมาดูคู่หมั้นซึ่งก็คือตัวเขาเอง   แต่ต่อมานางก็ได้กลายมาเป็นพี่สะใภ้ของเขาแทน  ช่างเป็นชะตาชีวิตที่ผกผันจริงแท้

 " น้องชายร่วมสาบานของข้า  ที่ผ่านมาเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง  ถูกสามีทำร้ายหรือรังแกอย่างไม่เป็นธรรมหรือไม่ " 

เจิ้งหย่วนร้องประท้วงขึ้นมาทันที    " ข้าหรือจะข่มเหงรังแกนางได้  เจ้าเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า " 

แม้แต่สนมนางในสักคนก็ยังไม่กล้าแต่งเข้าวังหลัง  คิดดูเอาเถิดว่าเขาให้ความยำเกรงแม่เสือสาวซู่ซินมากแค่ไหน

เฟิ่งลี่ปรบมือแปะๆ  " ถ้าอย่างนั้น  ก็นับได้ว่าเจ้าได้ทำหน้าที่สามีอันประเสริฐแล้ว " 

ใบหน้าขาวซีดของเจิ้งหย่วนเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำในทันที  เขาลอบคิดในใจด้วยความอดสู  ...เป็นถึงองค์เง็กเซียนฮ่องเต้  แต่กลับเกรงกลัวบารมีของฮองเฮา  รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น

" พี่ใหญ่  ยินดีต้อนรับกลับสู่สวรรค์อีกครั้ง "  ซู่ซินเผยรอยยิ้มยินดี  ทว่าในส่วนลึกกลับซ่อนความปวดร้าวเอาไว้  หากเขาไม่ดับสูญไปจากโลกนี้เมื่อหนึ่งพันแปดร้อยปีก่อน  บางที..นางกับเขา  อาจจะ..

ซู่ซินลอบถอนใจ  รีบสลัดทิ้งความคิดฟุ้งซ่านออกไปเพราะรู้ดีแก่ใจว่าต่อให้นางและเขายังมีพันธะหมั้นหมายกัน
  แต่ท้ายที่สุด  เทพวิหคอัคคีก็คงไม่ยินยอมสมรสกับนางอยู่ดี  เพราะหัวใจทั้งสี่ห้องของเขามีเพียงผีเสื้อน้อยเสี่ยวเตี๋ยเท่านั้น..

 เฟิ่งลี่กล่าวติดตลกว่า    " ข้าไม่เคยใช้เพลิงทัณฑ์อัคคีแผดเผาตัวเองมาก่อน  ไม่นึกเลยว่าการฟื้นคืนชีพใหม่จะสร้างความยุ่งยากให้ตนเองถึงเพียงนี้ " 

เจิ้งหย่วนพินิจมองญาติผู้น้องอย่างละเอียด   " รูปลักษณ์ของเจ้ามีเค้าเดิมบ้างก็จริง  แต่เหตุใดใบหน้าของเจ้าถึงได้.. "

" เป็นเพราะไอมารของอสูรโลหิตที่ทำให้การคืนร่างของข้าผิดเพี้ยนไป  ข้าต้องเร้นกายอยู่ที่ภพปิศาจนานถึงห้าร้อยปีเพื่อรักษาตัวเอง "

แม้นว่าในอดีตองค์เง็กเซียนฮ่องเต้และเทพวิหคอัคคีจะเป็นไม้เเบื่อไม้เมากันมานาน  และต่างสั่งสมความแค้นต่อกันไว้มากมาย  แต่หากมองย้อนกลับไปและพิจารณาด้วยเหตุผล  ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างลูกพี่ลูกน้องคู่นี้กลับเป็นสิ่งที่หาสาระไม่ได้ทั้งสิ้น  ที่แท้  เทพหนุ่มทั้งสองก็มิได้มีจิตคิดฟาดฟันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย  บางที  ก็คงคล้ายกับเด็กน้อยไร้เดียงสาที่มุ่งมั่นทะเลาะกันเพียงเพื่อต้องการเอาชนะและอยู่เหนือกว่าอีกฝ่าย   

แต่หลังจากที่ได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้งในวันนี้  ทั้งเฟิ่งลี่และเจิ้งหย่วนต่างสัมผัสได้ถึงความตื้นตันระคนยินดีจากใจจริง    

เฟิ่งลี่กล่าวตามตรงโดยไม่อ้อมค้อม  " ที่ข้ายอมหวนกลับมาภพสวรรค์อีกครั้งก็เพื่อต้องการคืนสู่ตำแหน่งเทพวิหคอัคคี  หลังจากที่เจ้าป่าวประกาศเรื่องการฟื้นคืนชีพของข้าไปทั่วทั้งสามภพแล้ว  ข้ายังมีสิ่งหนึ่งอยากจะขอร้องพี่ชายเป็นครั้งสุดท้าย "

พี่ชาย...ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า  คำคำนี้จะหลุดออกมาจากปากของญาติผู้น้องที่มีนิสัยเย่อหยิ่งจองหองเป็นที่หนึ่ง

เจิ้งหย่วนรู้สึกดีใจลึกๆที่วันนี้เฟิ่งลี่ทำตัวอ่อนน้อมและยอมเข้าหาโดยที่ไม่คิดใช้กำลังบังคับขู่เข็ญเช่นที่เคยทำในอดีต  แม้นว่าตอนนี้เขาจะเป็นถึงเง็กเซียนฮ่องเต้ก็จริง  แต่คงมิอาจใช้อำนาจที่มีอยู่ในมือควบคุมอันธพาลแดนสวรรค์ผู้นี้ได้ หากมิได้เกิดจากความยินยอมพร้อมใจ   มีหรือที่เจ้านกขี้โมโหจะก้มหัวให้อย่างศิโรราบ

" เจ้าประสงค์สิ่งใด  หากไม่เหนือบ่ากว่าแรง  ข้าย่อมรับปากโดยไม่มีเงื่อนไข  "

เฟิ่งลี่รู้สึกตื้นตันใจยิ่งนัก  เป็นครั้งแรกที่เขายอมคุกเข่าให้เจิ้งหย่วนในฐานะที่เป็นทั้งประมุขแดนสวรรค์และเป็นญาติเพียงคนเดียวที่ยังเหลืออยู่ 

  เทพนักรบประสานมือมั่น   กล่าวเป็นพิธีการด้วยน้ำเสียงกังวานแจ่มใส   " กราบทูลองค์เง็กเซียนฮ่องเต้  อันตัวข้าเทพวิหคอัคคีมีพันธะสัญญาใจและผูกสมัครรักใคร่กับองค์หญิงน้อยแห่งภพปิศาจอย่างล้ำลึก  ขอพระองค์ช่วยส่งเสริมวาสนารักในครั้งนี้และทรงประทานอนุญาตให้ข้าได้สมรสกับนางด้วยเถิด "
 

  
   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

1,773 ความคิดเห็น

  1. #1539 boonhai (@boonhai) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 11:49
    ค้างแล้วค่ะไรท์  หายไปหลายวันมาน้อยจังค่ะ  ขอบคุณค่ะ
    #1539
    0
  2. #1538 Nanthara (@Nanthara) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 08:42
    สงสารเจิ้งหยวนจังเลย55555555
    แอบชอบที่ยังรักเสี่ยวเตี๋ยของเราไม่เสื่อมคลายแต่ก็คงเป็นไปไม่ได้
    #1538
    0
  3. #1536 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 00:33
    เสียงร้องเท่ไปนะะะ
    ปล. ที่พวยพุ่ง
    #1536
    0
  4. #1535 ลำยอง น้องลำไย (@elamyong) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 00:32
    ชิงกลับมาขอแต่งก่อนหลานชาย 555
    #1535
    0
  5. #1533 sheetburger (@sheetburger) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 22:00
    ฮองเฮาผู้ถึกทน555
    #1533
    0
  6. #1532 ผีหนังสือ (@dobdabzaa) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 21:15
    ฮองเฮากับเจิ้งหยวน5555น่ารัก
    #1532
    0
  7. #1531 channay Na-lampoon (@cher-peataem) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 20:46
    อ้ากกกกกกกกค้างงงง
    #1531
    0
  8. #1530 Wanglianhua (@bowinging) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 20:16
    มาเหนือมากกก เฟิ่งลี่จ๋าาาา คิดถึงจังเลยยยย
    #1530
    0
  9. #1529 Takky (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 20:14
    ค้างงงอย่างแรงงง รีบมาอับน๊าาา
    #1529
    0
  10. #1528 Takky (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 20:14
    ค้างงงอย่างแรงงง รีบมาอับน๊าาา
    #1528
    0
  11. #1527 imai8imai8 (@imai8imai8) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 20:14
    กรี๊ดดดดดดดดดดด เลอเลิศมากค่ะ
    #1527
    0
  12. #1526 Menight * (@menight) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 19:43
    วร๊ายยยยย มาแรงงงแซงทางโค้ง!!!
    #1526
    0
  13. #1525 pengkanyas (@pengkanyas) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 18:51
    เฮียนกตัดหน้ามันทุกคนเลยคร่า เลิศศศ
    #1525
    0
  14. #1524 linn-nalin (@linn-nalin) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 18:48
    ว๊ายยยยยยย... พี่นก ไม่นกแล้ว
    #1524
    0
  15. #1523 Distress (@janjita) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 18:34
    ขอบคุณคั
    #1523
    0
  16. #1522 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 18:19
    องค์เง็กเซียนจะอนุญาตรึเปล่า จะมีปัญหาเพราะเหล่าเทพน่ารังเกียจรึเปล่า
    #1522
    0
  17. #1521 Noke Pol (@nokepol) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 18:02
    รอเธอมานานแสนนาน
    #1521
    0
  18. #1520 Aum's (@aum2244) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 17:50
    ง่อววว แล้วพี่นกจะไม่นกอีกต่อไปปป ในส่วนของพี่นกกระเรียนนั้นนน นกค่ะ5555
    #1520
    0
  19. #1519 P42213042 (@P42213042) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 17:41
    ขอบคุณค่ะ
    #1519
    0
  20. #1518 AlKePh (@AlKePh) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 17:31
    ค้างแรงอะ 5555555555
    #1518
    0
  21. #1517 mana_ai (@mana_ai) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 17:26
    ถึงเกิดใหม่ก็ยังคงเกรียนใส่เจิ้งหยวนไม่มีเปลี่ยนแปลง 5555
    #1517
    0
  22. #1516 mmmoji (@mmmoji) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 17:18
    กรี้ดดดดดอ่านแล้วอยากอ่านต่อป่านนี้นางเอกยังไม่รู้เลยว่าพระเอกหายไปไหน
    #1516
    0
  23. #1515 Annadeen (@annadeen) (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 16:59
    เง้อ ไม่ทันหายอยาก ตัดตอนสะละ มาต่อเน้อ รอทุกวัน
    #1515
    0
  24. #1514 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 8 มีนาคม 2560 / 16:57
    ตลกคู่ฮองเฮา 555
    #1514
    0