เพลิงรักวิหคอัคคี (บุปผาอำพรางภาคสอง)

ตอนที่ 47 : หวนคืนสู่ความทรงจำอันงดงาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3316
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    20 มี.ค. 60

เข้าสู่วันที่สามตามกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้

ณ   เรือนมรกต

ในยามเหม่า    ท้องฟ้ายังไม่สว่างดี   แต่อย่างไรก็ถึงเวลาที่ต้องเดินทางกลับวังปิศาจแล้ว  จินเสอค่อยๆยันตัวขึ้นจากที่นอนอย่างอ้อยอิ่ง  ทอดสายตามองภรรยาแสนรักด้วยความอาลัย  

ปลายนิ้วเกี่ยวเส้นผมเงางามดั่งแพรต่วนที่บดบังนวลแก้มเนียนออกก่อนที่จะก้มลงฝากจุมพิตแสนหวานเป็นการบอกลา  เขาไม่อยากปลุกนางจากนิทรา  เพราะตลอดสองวันที่ได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง  เสี่ยวเตี๋ยต้องรับมือกับความต้องการของเขาแทบจะไม่มีเวลาได้หยุดพักหายใจ 

ไม่ว่าจะเป็นรสรักที่ซาบซ่าน  ความหวานที่ติดอยู่ปลายลิ้น  กลิ่นกายหอมกรุ่นของนาง  หรือเรือนร่างที่แสนอบอุ่น  ต่างกระตุ้นไฟปรารถนาให้ลุกโชนมอดไหม้   ตัวเขาเองเปรียบเสมือนหลุมดำที่ไม่มีวันเติมเต็ม  ที่จินเสอลุ่มหลงรักใคร่ในตัวเสี่ยวเตี๋ยอย่างมากมายเช่นนี้มิใช่เพียงเพราะความงดงาม   แต่เกิดจากหัวใจที่เต็มไปด้วยความผูกพันลึกซึ้ง

เขาจนปัญญาที่จะเกลี้ยกล่อมให้นางกลับมาอยู่ในฐานะราชินีแห่งภพปิศาจ  แต่อย่างน้อย  เสี่ยวอ้ายและเสี่ยวฮุ่ยก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทายาทของเขาอย่างสมบูรณ์โดยไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้าน

" จะไปแล้วหรือ ? "   

เสี่ยวเตี๋ยมารู้สึกตัวตอนที่จินเสอจัดชายผ้าห่มคลุมร่างให้นาง  แม้นจะขยับอย่างระมัดระวังด้วยความทะนุถนอม  แต่เพราะสัญชาตญาณของความเป็นแม่ที่ต้องดูแลจิ้งจอกหางฟู  นางจึงมีประสาทสัมผัสที่ว่องไวขึ้นมาก  

" เจ้านอนต่อเถิด "   จินเสอใช้มือกดไหล่เล็กๆของภรรยาเอาไว้

" ไม่อยากให้ข้าปรนนิบัติหรือ  ดูสิ  ผมเผ้าของท่านพันกันยุ่งเหยิงจนดูไม่ได้  "

" อย่าทำอวดเก่งไปเลย  สองวันมานี้เจ้าต้องรับศึกรักจากข้านับครั้งไม่ถ้วน  คงลุกไม่ไหวแล้วกระมัง "  จินเสอส่งสายตาวิบวับพลางเอ่ยกระเซ้า  เป็นผลให้ใบหน้างดงามแดงซ่านขึ้นมาทันที

เสี่ยวเตี๋ยยื่นมือผลักร่างแกร่งอย่างแง่งอน   " ข้าคงกังวลเกินไป   งั้นก็ไปเถิด   เพราะต่อให้ท่านสวมใส่เสื้อผ้าขาดๆก็ไม่มีผลอันใด อย่างไรเสียก็ต้องสวมใส่หน้ากากปิดบังอยู่แล้ว  " 

" ต่อให้ไม่มีหน้ากากทองข้าก็หาได้ใส่ใจไม่  ภรรยาแสนรัก  เจ้ายังไม่รู้อีกหรือว่าหนังหน้าของข้าหนายิ่งกว่าหน้ากากอันนี้เสียอีก "   

เสี่ยวเตี๋ยอมยิ้มน้อยๆ   " รู้ตัวก็ดี "    แต่ก่อนที่จินเสอจะหมุนร่างออกจากห้องนอน  ผู้เป็นภรรยานึกขึ้นได้ว่าฝ่ายสามีได้สั่งกักบริเวณเสี่ยวฮุ่ยเอาไว้   นางจึงได้กำชับไปว่า  " จินเสอ  ท่านอย่าได้กลั่นแกล้งรังแกเสี่ยวฮุ่ยมากนัก  เพราะนิสัยของนางยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ  ยิ่งกักขังก็ยิ่งต่อต้าน " 

จินเสอเลิกคิ้วสูง  " ความผิดใหญ่หลวงทั้งหลายของเสี่ยวฮุ่ยข้าล้วนทำเป็นหลับตาข้างลืมตาข้าง  แค่สั่งกักบริเวณให้นางได้สำนึกแค่นี้มิใช่เรื่องใหญ่  แต่เอาเถิด  ไว้กลับไปข้าจะพิจารณาดูอีกที  " 

เสี่ยวเตี๋ยพยักหน้าก่อนที่จะหลับตาลงด้วยความอ่อนล้า   แต่ยังไม่วายฝากฝังผู้เป็นสามีอีกเรื่อง "  อย่าลืมให้พี่สุนัขพาไป๋หลางมาคืนข้าด้วย   ข้าเป็นห่วงจิ้งจอกน้อยเหลือเกิน " 

จินเสอยิ้มอย่างมีเลศนัย  ค่อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม   " เจ้ารักเด็กมากขนาดนี้  มิสู้มีลูกปลาน้อยให้ข้าอีกสักฝูง  "  

เสี่ยวเตี๋ยหน้าร้อนวูบ  รีบมุดหน้าลงผ้าห่มด้วยความตื่นตระหนกเพราะเกรงว่าสามีจอมหื่นจะจับนางมากระทำตามแผนการอันชั่วร้ายอีกรอบ



********************************************************************************* 






     กิเลนทองเร่งความเร็วสูงสุดนำพาจินเสอมาถึงวังปิศาจพอดีที่แสงสีแดงแตะขอบฟ้า  ทันทีที่เหยียบถึงตำหนักส่วนตัว  จินเสอก็คลายมนต์พรางตา  รีบชำระล้างร่างกายและแต่งองค์เต็มยศ   เรือนผมสีทองอร่ามถูกรวบตึงครอบด้วยกวานหยกสีขาว  สิ่งเหล่านี้องค์ราชันล้วนทำได้คล่องแคล่วไม่ติดขัดเนื่องเพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า  นอกจากองครักษ์ซ้าย-ขวา ที่คอยปรนนิบัติรับใช้อย่างใกล้ชิด  จินเสอไม่ยอมให้ใครแตะต้องหรือสัมผัสร่างกายของเขาได้อย่างเด็ดขาด  เสี่ยวเตี๋ยหารู้ไม่ว่า  ผู้เป็นสามีเกล้ามวยผมได้เรียบกว่าที่นางทำให้เขาเสียอีก

จินเสอเสกเก็บหุ่นตัวแทนคืนสู่สภาพเดิมซึ่งก็คือปลายเล็บนิ้วก้อย  นิ่งฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดผ่านความทรงจำของหุ่น  จากนั้นจึงสั่งให้เฉินฮ่าวยกอาหารเช้าเข้ามา

" เมื่อวานนี้นกมงคลจากทางภพสวรรค์ได้ส่งเทียบเชิญใบนี้มาถึงพระองค์ "  

เฉินฮ่าวผายมือไปบนโต๊ะหนังสือ  กล่องไม้ที่แกะสลักลวดลายมังกรถูกเปิดออก  จินเสอคลี่เทียบเชิญที่เคลือบด้วยสีทองแดงพับทบสามชั้นออกอย่างช้าๆ  กวาดตามองครู่หนึ่ง

แล้วรอยยิ้มเล็กๆก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก   " อีกสักพักทูตจากแดนสวรรค์ก็จะเดินทางมาถึงแล้ว   เจ้ารับคำสั่งจากข้าให้แมวดำจัดเตรียมห้องรับรองเทพเจ้ากรมพิธีการที่ตำหนักสามฤดูเอาไว้  "


หลังจากนั้นเพียงไม่นาน  ทางวังปิศาจก็ได้จัดการต้อนรับเทพชั้นสูงจากแดนสวรรค์ซึ่งทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อในการเจรจาสู่ขอองค์หญิงน้อยให้แก่เทพวิหคอัคคี

  เทพเจ้ากรมพิธีการซึ่งอุดมไปด้วยไขมันพอกพูนจนเข็มขัดหยกตึงแน่นเพิ่งได้ออกจากแดนสวรรค์มาเยือนภพปิศาจเป็นครั้งแรกจึงออกจะตื่นเต้นอยู่บ้าง

" กราบทูลองค์ราชัน  เทพเจ้ากรมพิธีการจี้ผิงเดินทางมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ"   เป็นเสียงกล่าวรายงานขององครักษ์ฝ่ายซ้าย

" เชิญเข้ามา "   เสียงแหบพร่าของจินเสอดังออกไปถึงหน้าประตูตำหนัก  หากผู้ที่ไม่คุ้นชินอาจจะฟังแล้วเกิดอาการขนลุกชันขึ้นมาได้

ที่ตำหนักสามฤดู  เมื่อแรกก้าวเท้าเข้ามาจะพบกับความเชียวชอุ่มของแมกไม้ราวกับเป็นช่วงต้นฤดูฝน   หลังจากล่วงพ้นเข้ามาในตัวตำหนักจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แสนอบอุ่นและปลอดโปร่งคล้ายฤดูใบไม้ผลิ   ในขณะที่ท้ายตำหนักค่อนข้างจะหนาวเย็นเหมือนถูกปกคลุมด้วยหิมะ  

เมื่อต้องอยู่ต่อหน้าองค์ราชันปิศาจผู้น่าเกรงขาม  เทพเจ้ากรมพิธีการก็รู้สึกว่ารูปร่างอ้วนกลมของเขาดูหดแคบเข้าไปถนัดตา  

จี้ผิงเคยพบหน้าองค์ราชันผู้นี้มาแล้วครั้งหนึ่งในงานพิธีส่งร่างและดวงวิญญาณของอดีตองค์เง็กเซียนและฮองเฮาหลี่กลับสู่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในแดนสุขาวดี

หากกล่าวว่าประมุขแดนสวรรค์เป็นพี่น้องท้องเดียวกันกับองค์ราชันภพปิศาจก็คงไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้าน

หลังจากที่องค์ราชันตอบรับการสมรสอย่างเป็นทางการ  ทั้งสองฝ่ายก็ได้หารือและกำหนดวันตามฤกษ์งามยามดีในปฏิทินทวิภพ  ซึ่งก็คือขึ้นแปดค่ำเดือนนี้

อันที่จริงแล้ว  แม้นจะไม่ใช่ฤกษ์ดีศรีมหามงคล  แต่ก็นับเป็นฤกษ์ด่วนที่เทพวิหคอัคคีกำหนดขึ้น  ก่อนที่เทพพิธีการจี้ผิงจะรับสนองคำสั่งมาอีกที

" เป็นอันว่าตกลงตามนั้น "    จินเสอกล่าวสรุปสั้นๆ    " ภพปิศาจไม่มีธรรมเนียมเคร่งครัด  เพียงโขกศีรษะกล่าวคำสาบานต่อหน้าฟ้าดินก็เป็นสามีภรรยากันได้  แต่ทราบมาว่าพวกท่านเหล่าเทพแห่งแดนสวรรค์ยึดมั่นในพิธีการอันศักดิ์สิทธิ์มากมาย  ดังนั้นแล้วเรื่องเหล่านี้คงต้องรบกวนให้ท่านเทพพิธีการดำเนินการต่อด้วยเถิด "

" ขอองค์ราชันโปรดวางพระทัย  งานสมรสขององค์หญิงน้อยกับเทพวิหคอัคคีจะต้องยิ่งใหญ่ไร้ข้อผิดพลาด  และต้องเป็นที่กล่าวขวัญทั่วทั้งดินแดนสามภพอย่างแน่นอน "

" ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น "   จินเสอเอ่ยยิ้มๆ  ก่อนที่จะขอตัวกลับไปที่ห้องหนังสือเพื่อตรวจฎีกาและสะสางงานราชกิจต่อ   พรุ่งนี้เขาเตรียมเรียกประชุมเหล่าขุนนางปิศาจเพื่อประกาศข่าวการสมรสของเสี่ยวฮุ่ยกับเฟิ่งลี่อย่างเป็นทางการ

จินเสอพลิกกองเอกสารไปได้สักพัก  ค่อยนึกได้ว่าเขาสั่งกักบริเวณเสี่ยวฮุ่ยเอาไว้  

" เฉินฮ่าว  ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาองค์หญิงน้อยเป็นอย่างไรบ้าง "

" กราบทูลองค์ราชัน   องค์หญิงน้อยนอกจากจะพายเรือเล่นและฝึกกระบี่แล้ว  นางกำนัลที่เรือนปทุมมายังเล่าให้ฟังด้วยความตื่นเต้นว่าองค์หญิงได้หัดทำขนมจากเม็ดบัวด้วยพ่ะย่ะค่ะ"

" ก็ดี "    จินเสอเลื่อนกองหนังสือรายงานแล้วเลือกหยิบมาตรวจทานฉบับหนึ่ง  ค่อยกล่าวต่อว่า   " แต่ถ้านางอยากออกไปนอกเขตเรือนปทุมมาก็ไม่ต้องขัดขวาง  แต่ให้คอยจับตามองอย่าให้นางหนีออกนอกวังได้ก็พอ"


 

เฉินฮ่าวเพิ่งจะได้รับคำสั่งใหม่จากองค์ราชันยังมิทันได้ถ่ายทอดให้เฮยจื่อรับทราบ   ทางด้านเรือนปทุมมาก็กำลังเดือดระอุเพราะองค์หญิงน้อยเริ่มออกอาละวาด

เสี่ยวฮุ่ยซึ่งถูกจินเสอสั่งกักบริเวณอย่างเคร่งครัดก็เริ่มจะหมดความอดทน   หลังจากที่ลองใช้วิธีนวดแป้งเพื่อระบายแรงโทสะออกมา   ในที่สุดลูกปลาน้อยก็ปาก้อนแป้งในมือทิ้งด้วยความเบื่อหน่ายก่อนที่จะวิ่งออกมาหน้าเรือนพัก  ร้องประท้วงโวยวายเสียงดังใหญ่โต

" พี่ใหญ่  ได้โปรด  ข้าทนไม่ไหวแล้ว  หากวันนี้ท่านไม่ปล่อยข้าไป  ข้าจะเชือดข้อมือให้ดูเสียเดี๋ยวนี้ "

เฮยจื่อซึ่งยืนอารักขาอยู่หน้าตำหนักทั้งวันทั้งคืนอย่างมั่นคงมาโดยตลอดเริ่มรู้สึกหวั่นไหวเมื่อได้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของลูกปลาน้อย

หากทราบมาก่อนว่าท่านอาจารย์ได้ผ่อนผันการกักบริเวณน้องเล็กไปแล้ว  ค้างคาวหนุ่มคงจะไม่รู้สึกผิดต่อหน้าที่แม้แต่น้อย  แต่ถึงจะไม่ทราบ  เฮยจื่อก็ตัดสินใจแล้วว่าหากมีสิ่งใดเกิดขึ้นเขาก็พร้อมที่จะรับผิดชอบ

" ได้  ข้าจะปล่อยเจ้าไปชั่วคราว  แต่จำไว้ว่าข้าให้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยาม  เจ้าสามารถไปเที่ยวเล่นที่ตำหนักใดก็ได้ยกเว้นออกไปนอกวังปิศาจ "

" ข้าจะไปหาพระบิดา " 

" ข้าทราบจากองครักษ์แมวดำว่าวันนี้ท่านอาจารย์จะต้องอยู่ต้อนรับทูตจากแดนสวรรค์  คงไม่ว่างที่จะให้เจ้าเข้าเฝ้าในตอนนี้ "

เสี่ยวฮุ่ยกระทืบเท้าด้วยความโมโห  สะบัดหน้าพรืดทำเสียงห้วน   " งั้นข้าไปหาพี่รองก็ได้ ส่วนพี่ใหญ่ไม่ต้องตามมานะ  ข้าเบื่อขี้หน้าท่านจะแย่อยู่แล้ว  "

นางไม่สนใจใยดีเขาอีกต่อไป   ในหัวใจของลูกปลาน้อยมีเพียงความโกรธและความเย็นชา   เฮยจื่อเจ็บแปลบที่อกยิ่งกว่าถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มตำ  

ทันทีที่ได้รับอิสระ  เสี่ยวฮุ่ยก็มุ่งตรงไปยังตำหนักขององค์รัชทายาทตั้งใจจะไปพบกับพี่ชายฝาแฝด   บังเอิญว่าขณะที่เดินผ่านเรือนรับรองในตำหนักสามฤดู  พลันเหลือบไปเห็นองครักษ์ฝ่ายซ้ายกำลังเดินนำอาคันตุกะผู้หนึ่งออกมายังหน้าประตูทางออก  เสี่ยวฮุ่ยพุ่งหลบอยู่ที่มุมเสาอย่างเงียบเชียบ  

" อาหารที่วังปิศาจรสชาติอร่อยยิ่งนัก " 

" หากมีโอกาสได้ต้อนรับท่านเทพพิธีการอีกครั้ง  ข้าจะสั่งให้ทางครัวเตรียมอาหารที่ท่านชอบเอาไว้ " 

เทพร่างตุ้ยนุ้ยยิ้มจนตาหยี   "  ฮ่าๆๆ   ขอบคุณในน้ำใจ   วันนี้รบกวนท่านองครักษ์ฝ่ายซ้ายมามากพอแล้ว  ขอบคุณที่อุตส่าห์มาส่ง  จี้ผิงขออำลา "

เสี่ยวฮุ่ยแน่ใจแล้วว่าคนผู้นี้น่าจะเป็นเทพมาจากแดนสวรรค์  เพราะหลังจากนั้นก็มีเมฆมงคลสีขาวบริสุทธิ์ผุดที่หน้าเรือนรับรอง   
 
แล้วตาเฒ่าเคราแพะหน้ากลมเหมือนซาลาเปามาทำอะไรที่นี่

เทพพิธีการจี้ผิงเหาะหายวับไปพร้อมกับแสงของดวงอาทิตย์ยามเที่ยง  เสี่ยวฮุ่ยคิดจะเหาะตามเทพองค์นั้นเพื่อสอบถามให้รู้ความ  แต่เพิ่งจะลอยตัวขึ้นเหนือหลังคาตำหนักสามฤดู  ก็ถูกองครักษ์แมวดำจับตัวได้เสียก่อน

" องค์หญิงน้อย  ท่านมิได้รับอนุญาตให้ออกมาเที่ยวเล่นนอกเขตเรือนปทุมมามิใช่หรือ "

เสี่ยวฮุ่ยไม่สนคำพูดประชดประชันมากไปกว่าเรื่องของเทพจี้ผิงผู้นั้น

" คนที่ท่านสนทนาด้วยเมื่อสักครู่คือใคร ? " 

" เทพจี้ผิง  เจ้ากรมพิธีการจากแดนสวรรค์  "

   มือเท้าเริ่มเย็นเฉียบ   รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล  เสี่ยวฮุ่ยถามด้วยความร้อนใจ   " เขามาด้วยเรื่องใด ? "

องครักษ์แมวดำยิ้มกริ่ม  " จะมีเรื่องใดได้อีกเล่าองค์หญิงน้อย   เทพจี้ผิงผู้นี้รับพระบัญชาจากองค์เง็กเซียนฮ่องเต้เพื่อมาเจรจาสู่ขอท่าน "

เสี่ยวฮุ่ยเบิกตาโตด้วยความตื่นตระหนก   ร่ำร้องในใจว่าแย่แล้ว  ... เจ้าคนบัดซบเจิ้งหนาน  ที่แท้ก็รีบแล่นกลับสวรรค์เพื่อไปกราบทูลเสด็จพ่อของเขาให้มาสู่ขอนางนี่เอง !   

" องค์หญิงน้อยเสด็จกลับเรือนปทุมมาเถิดพ่ะย่ะค่ะ "    

ถ้อยคำที่แสนสุภาพขององครักษ์แมวดำช่างขัดกับใบหน้ายียวนเสียจริง  ในหัวใจของลูกปลาน้อยอัดแน่นไปด้วยความสิ้นหวัง   

ต่อให้ต้องตาย  นางก็จะหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้ !  

ลูกปลาน้อยรู้ดีว่ามิใช่คู่ต่อสู้ของปิศาจแมวดำ  นางจึงแสร้งทำเป็นโอนอ่อนยอมกลับเรือนปทุมมาแต่โดยดี  

เฮยจื่อรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นเสี่ยวฮุ่ยเหาะตามหลังองครักษ์ฝ่ายซ้ายมาด้วยสีหน้าซังกะตาย   นางเพิ่งจะออกไปจากเรือนปทุมมายังไม่ถึงครึ่งเค่อเสียด้วยซ้ำ

องครักษ์แมวดำเหาะลงมาอย่างนุ่มนวล  แต่ดวงตาที่จ้องมองเฮยจื่อกลับดูแข็งกร้าวไปบ้าง  ร่างสูงสะโอดสะองเดินส่ายเขาไปหาค้างคาวหนุ่มก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา    " อีกไม่กี่วันองค์หญิงน้อยก็ต้องแต่งออกไปที่ภพสวรรค์แล้ว  แม้แต่เรื่องเล็กน้อยเท่าฝุ่นผงก็มิอาจละเลยได้  เจ้าสนิทสนมกับนางย่อมมีความเห็นอกเห็นใจกันข้าพอเข้าใจ  หลายวันมานี้ข้าเห็นเจ้าทำหน้าที่ได้ดีอย่างเคร่งครัดคงเหนื่อยล้ามามาก   คิดได้ว่าควรให้เจ้ากลับไปพักสักหน่อยดีกว่า  ส่วนทางนี้ข้าจะจัดการเอง  "

ที่องครักษ์แมวดำทำเช่นนี้เพราะเกรงว่าองค์หญิงน้อยจะหนีออกไปจากวัง  เขาทราบแค่เพียงว่าองค์ราชันได้ต้อนรับท่านเทพพิธีการและมีหนังสือลงนามตอบรับการสมรสเรียบร้อย  ส่วนท่านเทพจี้ผิงก็เหยียบเมฆกลับภพสวรรค์ด้วยใบหน้าที่ผ่องใส  ย่อมหมายความว่าการเจรจาสมรสเป็นไปด้วยความราบรื่น  แต่ดูจากท่าทีขององค์หญิงน้อยแล้ว  น่ากลัวว่านางคิดจะทำเรื่องพลิกฟ้าผ่าแผ่นดินอีกเป็นแน่

องครักษ์แมวดำเข้าใจหัวอกนายเหนือหัวดีว่าองค์ราชันจินเสอมีใจรักมั่นเพียงแม่นางเสี่ยวเตี๋ยจึงไม่ยินยอมรับเสี่ยวฮุ่ยเป็นนางสนม  แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใด  เรื่องราวกลับพลิกผันเมื่อมีราชโองการแต่งตั้งนางและพี่ชายฝาแฝดให้เป็นบุตรบุญธรรมแทน

ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสนไปกันใหญ่..

เสี่ยวฮุ่ยแอบมองอยู่ตรงปากประตูพลางคิดในใจว่า  แย่แล้ว !  เจ้าแมวดำตัวร้ายคงไม่ปล่อยข้าไปแน่ๆ 

ลูกปลาน้อยรีบหาทางออกให้ตัวเองเป็นการด่วน  เพราะหากยอมให้องครักษ์แมวดำมาคอยอารักขาแทนพี่ใหญ่  นางคงไม่มีโอกาสหลบหนีได้อีก

องครักษ์แมวดำได้ชื่อว่าฉลาดมีไหวพริบเหนือใคร  นางเองก็อยากประลองปัญญากับเขาดูบ้างสักครั้ง

ดังนั้นก่อนที่เฮยจื่อจะจากไป  เสี่ยวฮุ่ยได้เดินเข้ามาขวาง   " ช้าก่อนพี่ใหญ่ "

เฮยจื่อชะงัก   " มีเรื่องอันใดอีกหรือไม่ " 


เสี่ยวฮุ่ยยิ้มประจบ   " ช่วงนี้ข้ามีเวลาว่างมากมายจนน่าเบื่อ  จึงฆ่าเวลาด้วยการหัดทำขนม  ท่านลองเอาไปทานดูก่อน  หากชอบใจก็มาขอเพิ่มกับข้าได้อีก  "

องครักษ์แมวดำหรี่ตามองด้วยความสงสัย  คิดในใจว่าองค์หญิงน้อยตัวแสบคงมีแผนการอะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่เป็นแน่    " องค์หญิงน้อยลงทุนทำขนมด้วยตนเอง  ดูหน้าตาแล้วรสชาติคงดีมิใช่น้อย  ไม่ทราบว่าข้าพอจะมีวาสนาได้ชิมด้วยหรือไม่ "

เสี่ยวฮุ่ยเชิญชวนองครักษ์จอมจุ้นด้วยความเต็มใจ  " ลองสักชิ้นดูสิ " 

แมวดำยิ้มกริ่ม  " ชิ้นนี้เล็กไปข้าไม่อิ่ม  ขอเลือกเองได้หรือไม่ " 

" ตามสบาย "  เสี่ยวฮุ่ยยื่นห่อขนมให้แมวดำโดยไม่อิดออด  ส่วนขนมชิ้นที่ถูกปฏิเสธได้ถูกยัดใส่มือเฮยจื่อเป็นที่เรียบร้อย

องครักษ์แมวดำกัดขนมสีขาวนวลซึ่งปั้นเป็นก้อนกลมๆใส่ปากด้วยความอยากรู้  แต่ทันทีที่ลิ้นแตะสัมผัสได้ถึงรสชาติ   ถุย  !    ให้ตายเถอะ !  สุนัขไม่รับประทานของแท้ 

  แย่ยิ่งกว่าเคี้ยวกรวดทรายเอาไว้ในปาก   อยากจะคายทิ้งเสียตอนนี้ก็ไม่กล้า  เพราะเกรงว่าหากองค์หญิงตัวแสบไม่พอใจขึ้นมาจนเก็บเอาไปฟ้ององค์ราชัน   ถึงตอนนั้นเขาคงถูกทำโทษ  ส่วนนางก็คงลอบหัวเราะเยาะลับหลังเป็นแน่

" ข้า  ขอตัวเข้าห้องน้ำแป๊บเดียว  เดี๋ยวกลับมา "

เสี่ยวฮุ่ยชักสีหน้าบึ้งตึง  " ข้ารู้ว่าท่านมิได้ไปทำธุระส่วนตัว  แค่คิดจะคายขนมของข้าทิ้งใช่หรือไม่ "

แมวดำฝืนยิ้มทั้งที่อยากจะสำรอกออกมาเต็มทน    "  ขะ..เข้าใจผิดแล้ว "

" งั้นก็กินให้หมดต่อหน้าข้า! "   นางสั่งเฉียบขาด

องครักษ์แมวดำอ้าปากค้าง  นึกเจ็บใจยายองค์หญิงตัวแสบเหลือเกิน  เขาอยากจะงัดกรงเล็บออกมาข่วนหน้านางซะให้รู้แล้วรู้รอด

สุดท้าย  ขนมหวานที่รสชาติร้ายกาจยิ่งกว่ายาพิษก็ถูกนางปิศาจหน้าสวยบังคับให้กลืนลงท้องจนหมดเกลี้ยง   ใครจะรู้บ้างว่าองครักษ์แมวดำลอบสะอื้นเพียงลำพังด้วยความเจ็บใจ

" เอาล่ะ  ข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะ "   เสี่ยวฮุ่ยยิ้มลอยหน้าด้วยความเบิกบานใจ  ทว่าเพิ่งจะเดินไปได้สองสามก้าว  นางกลับเข่าอ่อนจนทรุดฮวบลงไปกับพื้น   เฮยจื่อพุ่งเข้าไปประคองร่างบอบบางได้ทันควัน   จังหวะนั้นเสี่ยวฮุ่ยรีบกระซิบบอก  " ข้าปวดท้องเพราะกินขนมมากไป  ไม่ต้องบอกพระบิดาเพราะข้าไม่อยากให้ท่านเป็นห่วง  แค่ฝากให้พี่รองมาเยี่ยมข้าให้ได้ "

" องค์หญิงน้อย  ท่านเป็นอะไร "   แมวดำแสร้งถามด้วยความห่วงใย

เสี่ยวฮุ่ยทำหน้านิ่ว  " ข้า ปวดหนัก สงสัยขนมทำพิษ " 

คนที่เพิ่งทำหน้าเหมือนกลืนยาพิษเมื่อสักครู่เผลอหลุดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ    "  ฮ่าๆ  อุ๊บ !   เอ้อ..เช่นนั้นให้ข้าตามหมอมาดูอาการดีกว่านะ "  

เสี่ยวฮุ่ยร้องโวยวาย     " อย่านะ  ข้ามิได้ปวดแบบนั้น  ท่านแมวดำอย่าได้แพร่งพรายออกไปอย่างเด็ดขาด คือว่า..อันที่จริง   ข้ายังไม่ได้เบ่งอึมาสามสี่วันแล้ว  ถ้าได้ปลดปล่อยออกมาคงจะดีขึ้น  ว่าแต่   ท่านคิดจะตามไปเฝ้าข้าที่หน้าส้วมก็ได้นะ  ถ้าไม่รังเกียจกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ "

องครักษ์แมวดำหน้าเขียวคล้ำขึ้นมาทันที  " อย่าเสียเวลาพูดมากอยู่อีกเลย  ปวดหนักมิใช่รึ !  เชิญองค์หญิงน้อยตามสะดวก   "

เสี่ยวฮุ่ยยักคิ้วให้เฮยจื่อก่อนที่จะผละออกจากอ้อมกอดของเขาอย่างแนบเนียน

นางลุกขึ้นยืน  หันมาจ้องหน้าองครักษ์แมวดำด้วยสีหน้าฝืดฝืน  แสร้งทำท่าปวดเบ่งเต็มกำลัง  จากนั้นค่อยลุกขึ้นวิ่งปรู๊ดเข้าไปในเรือนปทุมมาอย่างไม่คิดชีวิต  



********************************************************************************




ตามธรรมเนียมของเทพแดนสวรรค์ เจ็ดวันก่อนที่จะถึงวันสมรส  ห้ามคู่บ่าวสาวพบหน้ากันโดยเด็ดขาด  นี่คือเหตุผลที่เฟิ่งลี่มิได้ติดตามท่านเทพพิธีการไปที่ภพปิศาจ  เขาได้แต่รอฟังข่าวด้วยความกระวนกระวายใจ

" เหยียนเล่อ  มีข่าวจากประตูสวรรค์ถึงการกลับมาของท่านเทพจี้ผิงบ้างหรือไม่ "  

" ท่านอ๋องได้โปรดทำใจให้สงบ  ท่านเดินวนสวนหมื่นพฤกษามาได้ห้าหกรอบจนข้าน้อยเวียนหัวไปหมดแล้ว " 

" ยังดีที่ข้าแค่เดินวน  มิได้พ่นไฟใส่หน้าเจ้า " 

นกพิราบเหยียนเล่อหดคอเข้าด้วยความหวาดหวั่น  "  แหะๆ   ถ้าเช่นนั้น   ประเดี๋ยวข้าน้อยจะออกไปสืบข่าวมาให้เดี๋ยวนี้เลย "

เซียนนกพิราบหายออกไปจากวังปักษีประมาณชั่วน้ำเดือด เขาก็บินกลับมารายงานผู้เป็นนายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น 
 " ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ  ฟังว่าท่านเทพจี้ผิงได้ถวายจดหมายตอบรับการสมรสจากองค์ราชันปิศาจถึงพระหัตถ์องค์เง็กเซียนเป็นที่เรียบร้อย "

เฟิ่งลี่ลุกขึ้นจบเข่าฉาด  " ในที่สุด  เจ้างูบ้าก็ยอมใจอ่อนรับข้าเป็นลูกเขยจนได้ "

" งูบ้า ? ท่านอ๋องหมายถึงผู้ใดหรือ  "   เหยียนเล่อเกาคางยิกๆด้วยความงุนงง  

" เขาคือพ่อตาจอมโหดของข้าเอง "     เฟิ่งลี่หัวเราะร่วนด้วยความเบิกบานใจ  ทิ้งให้เซียนนกพิราบทำตาปริบๆด้วยความสงสัยต่อไป

เฟิ่งลี่ร้อนใจนักถึงขนาดออกไปดักรอเทพเจ้ากรมพิธีการที่หน้าประตูวังสวรรค์    ซึ่งนับว่าคุ้มค่าเพราะได้รับคำตอบเป็นที่น่ายินดีตามที่เหยียนเล่อได้รายงานให้ทราบก่อนหน้านั้น  เขาได้กล่าวขอบคุณเทพจี้ผิงด้วยความซาบซึ้ง  

" เรื่องเกี้ยวเจ้าสาวพร้อมด้วยขบวนแห่ข้าน้อยได้สั่งการให้จัดเตรียมเป็นที่เรียบร้อย  ท่านเทพวิหคอัคคีเตรียมตัวรับพระชายาเข้าวังปักษีได้อย่างวางใจ" 

เฟิ่งลี่กล่าวขอบคุณในความทุ่มเทของเทพพิธีการ  จากนั้นจึงตัดสินใจไปเข้าเฝ้าองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ซึ่งตอนนี้ประทับอยู่กับฮองเฮาซู่ที่อุทยานสวรรค์

ญาติผู้พี่ของเขายังคงทำหน้าที่สามีที่ดี  ด้วยการบีบนวดที่แขนและทุบแผ่นหลังให้ภรรยาจอมโหดหลังจากที่นางฝึกประลองดาบกับองครักษ์ในวังเสร็จหมาดๆ

" น้องชาย   เอ้อ..มิใช่สิ  ซู่ซิน  เจ้ามีวาสนาได้สามีอันประเสริฐยิ่งแล้ว  มีอย่างที่ไหนที่เง็กเซียนฮ่องเต้จะลดตัวมาปรนนิบัติฮองเฮาด้วยความเอาใจใส่เช่นนี้"

เจิ้งหย่วนแยกเขี้ยวใส่ญาติผู้น้องด้วยความหมั่นไส้  " ข้าถูกนางบังคับ  หาได้กระทำด้วยความเต็มใจ "

ซู่ซินหันขวับทันที จ้องสามีตาเขม็ง  " ไม่ยักกะจำได้ว่าข้าขู่บังคับท่าน   เมื่อไหร่ ? " 

" ตั้งแต่วันแรกที่แต่งงานกัน  เจ้าก็เรียกใช้ข้าให้ทำมาโดยตลอด  บอกว่าผู้ใดก็ไม่อาจแตะต้องตัวเจ้าได้ยกเว้นข้าผู้เป็นสามี   เป็นความผิดของเจ้าแท้ๆที่ทำให้ข้าเกิดความเคยชินขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว "

ทีแรกก็ตั้งใจว่าแค่จะกลั่นแกล้ง  ใครจะไปคิดว่าเจ้ามังกรหน้าขาวจะยึดมั่นในคำสั่งของนางถึงเพียงนี้.. ซู่ซินคิดในใจแล้วก็รู้สึกผิด..นิดหน่อย


"  ได้.. นับจากบัดนี้   ท่านไม่ต้องบีบนวดให้ข้าอีกแล้ว  "   

" ข้าไม่รับปาก ! "   เจิ้งหย่วนทำเสียงเข้ม   " ข้าชอบ  ข้าชอบ  นี่เป็นวิธีเดียวที่ข้าจะลงไม้ลงมือกับเจ้าได้ " 

คำว่า ' ข้าชอบ ' ที่ออกจากปากของผู้เป็นสามีทำให้ผิวคมเข้มของซู่ซินเริ่มแดงระเรื่อดูงดงามไปอีกแบบ    ในขณะที่องค์เง็กเซียนที่นั่งซ้อนอยู่ทางด้านหลังก็ออกอาการร้อนวูบวาบแบบแปลกๆเช่นกัน

" เอาล่ะ  ข้าไม่อยากรบกวนเวลาอันหวานชื่นของพวกเจ้ามานัก  ที่มานี่ก็เพราะข้าจะบอกให้ทราบข้าจะลงไปที่ดินแดนสองภพเพื่อบอกข่าวการสมรสให้สหายคนสนิท  อีกสองวันข้าถึงจะกลับขึ้นมาที่สวรรค์อีกครั้ง "

" สหายคนสนิท ?  ผู้ใดหรือ "

" พูดไปเจ้าก็ไม่รู้จัก  แต่ข้านับถือคนผู้นั้นเสมือนเป็นญาติผู้ใหญ่   จึงสมควรบอกกล่าวข่าวดีให้ทราบ  "

"  หึๆๆ อย่าให้รู้นะว่าเจ้าจะแหกกฎแอบไปพบกับเจ้าสาวก่อน "     เจิ้งหย่วนกระเซ้า

เฟิ่งลี่ขำไม่ออกเมื่อนึกถึงใบหน้าที่แสนเย็นชาของจินเสอ     " ว่าที่พ่อตาของข้าหวงบุตรสาวยิ่งกว่าอะไรดี
ถึงข้าอยากไปหานางมากแค่ไหนก็คงทำได้แค่ยืนมองอยู่ในที่ไกลๆ   "

"งั้นก็ไปเถิด   เจ้ากำลังจะเป็นว่าที่เจ้าบ่าว  อย่างไรเสียก็ต้องดูแลตัวเองด้วย"

แค่เพียงถ้อยคำสั้นๆที่ส่งผ่านถึงกันด้วยความปรารถนาดี  ทำให้เฟิ่งลี่ตื้นตันใจยิ่งนัก  เขาเดินเข้ามาสวมกอดเจิ้งหย่วนเป็นครั้งแรก

" ข้าชักจะลืมไปแล้วสิว่าพวกเราเกลียดขี้หน้ากันมากแค่ไหน  "

เจิ้งหย่วนตบหลังญาติผู้น้องเบาๆ  " นั่นสิ  ข้ากับเจ้าเจอหน้ากันทีไร  แทบจะฆ่ากันตายเสียทุกครั้ง แต่ทว่า  หลังจากที่เจ้าดับสูญไปพร้อมกับอสูรเกาซิง  ข้าก็มาคิดได้ว่า  ที่แท้ความชิงชัง  ความริษยา ก็เป็นเพียงเศษธุลีที่พวกเรากำเอาไว้  แค่เพียงคลายมือออก  ปล่อยให้มันปลิวหายไปกับสายลม  ทุกอย่างก็ปลอดโปร่งไร้ซึ่งความรำคาญใจ "

เฟิ่งลี่ยิ้มด้วยความอุ่นใจ    " พี่ชาย   ข้าคิดว่าที่ท่านเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นนั่นเป็นเพราะว่ามีภรรยาที่ดีคอยชี้แนะและอยู่เคียงข้าง  ข้ารู้ว่าท่านกับนางไม่ได้เริ่มต้นกันด้วยดี  แต่ถึงอย่างไรน้องชายคนนี้ก็หวังให้ท่านใช้ชีวิตคู่กับซู่ซินอย่างมีความสุข  "

หลังจากที่กล่าวลาญาติผู้พี่เป็นที่เรียบร้อย  เฟิ่งลี่ก็เรียกเมฆพาหนะก้อนหนึ่ง  แล่นไปที่เขตภูเขาเดียวดายเพื่อไปพบกับพี่สุนัขเหอหลางโดยที่ไม่ลืมสุราชั้นดีที่หมักด้วยน้ำพุสวรรค์ติดไม้ติดมือไปด้วย  เพราะจำได้ว่าสหายรุ่นพี่คนนี้เคยติดอกติดใจในรสชาติหอมละมุนจนต้องร้องขอให้เขาเอามาฝาก  

เมื่อมาถึงถ้ำเกล็ดทองในเขตภูเขาเดียวดาย  เฟิ่งลี่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นพี่สุนัขกำลังป้อนอาหารให้เด็กน้อยหน้าตาน่ารักอย่างตั้งอกตั้งใจ  ส่วนเจ้าหนูแก้มยุ้ยที่เคี้ยวอาหารเต็มปากก็ดูท่าว่าจะมีความสุขมากมายเช่นกันเพราะเห็นพวงหางสีขาวฟูฟ่องส่ายไปมาไม่หยุด

" พี่สุนัข "   เฟิ่งลี่ร้องทักเบาๆเพราะกลัวว่ายายหนูแก้มยุ้ยจะกลัวคนแปลกหน้า  โดยหลงลืมไปว่าเขาเองก็มิใช่เทพวิหคอัคคีที่มีใบหน้างดงามราวกับอิสตรีคนเดิมอีกต่อไป

พี่สุนัขเงยหน้าขึ้น  " เจ้าเป็นใคร ? "      แววตาบ่งบอกถึงความแปลกใจ  " เจ้าลองเรียกข้าใหม่อีกทีซิ " 

" พี่สุนัข..ข้าเอง  เฟิ่งลี่  " 

ชามข้าวแทบจะร่วงหลุดจากมือ   เหอหลางข่มหัวใจมิให้ตื่นตระหนก  เจ้าหนูหางฟูถูกดันออกจากอกมานั่งที่โต๊ะหิน  

อดีตเทพจิ้งจอกอัคคีลูบศีรษะหนูน้อยเบาๆ  " ไป๋หลางเด็กดี  กินอาหารจานนี้ให้หมด  รอสักครู่เดี๋ยวลุงกลับมา  " 

เหอหลางลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเดินนำเฟิ่งลี่ออกมาหน้าถ้ำ  จนกระทั่งพ้นเขตสายตาของไป๋หลาง  เขาก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ   " ข้าจำเสียงเจ้าได้  ไหน..เข้ามาใกล้ๆให้ข้าดูหน่อยเถิด " 

ราวกับมีแรงดึงดูดอันมหาศาล  เฟิ่งลี่ขยับเข้าไปหาสหายอาวุโสแทบจะทันที  บอกไม่ถูกว่าเหตุใดยามที่ได้สัมผัสกับเนื้อหยาบที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นของคนผู้นี้  นอกจากจะไม่รังเกียจแล้ว  ในหัวใจของเขากลับรับรู้ได้ถึงความผูกพันที่แสนอบอุ่น

มือที่เต็มไปด้วยรอยแผลค่อยๆเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าของเฟิ่งลี่    หัวใจที่แหลกสลายมานานเกือบสองพันปีเหมือนได้ประสานรอยร้าวขึ้นมาใหม่   เหอหลางสุดจะข่มกลั้นความตื้นตันใจเอาไว้  ได้แต่ปล่อยให้น้ำตาไหลพรากราวกับทำนบพัง  ดวงตาสองข้างแดงก่ำฉ่ำคลอไปด้วยหยาดน้ำอุ่นๆ

" ข้ารู้  ว่าหงสาเพลิงสามารถแผดเผาตัวเองเพื่อคืนร่างเดิมได้  เพียงแต่ไม่คิดว่าเจ้าจะใช้เวลานานถึงป่านนี้  ข้าถูกความสิ้นหวังกัดกร่อนทีละน้อยจนถอดใจว่าเจ้าได้ตายไปแล้วจริงๆ  "  เหอหลางสะอื้นฮักๆเหมือนทารกน้อยจน
เฟิ่งลี่ต้องกอดปลอบ

" ข้าถูกเกาซิงลากลงไปในพิภพใต้บาดาลซึ่งเต็มไปด้วยพลังอันชั่วร้าย  หลังจากที่ข้าหลอมร่างขึ้นมาใหม่กลับได้ไอมารของมันติดตัวมาด้วย  ข้าถึงต้องใช้เวลาในการรักษาตัวมานานกว่าห้าร้อยปี  "

เหอหลางลอบสำรวจใบหน้าใหม่ของลูกชายด้วยความตื้นตัน    " ดีเหลือเกิน  ในที่สุดเจ้าก็กลับมาแล้ว  ต่อให้รูปลักษณ์ภายนอกจะเปลี่ยนไปอย่างไร  เจ้าก็ยังคงเป็นเทพวิหคอัคคีเฟิ่งลี่คนเดิม  "

" ลุงสุนัข  ข้ากินข้าวหมดจานแล้ว "  ไป๋หลางพาร่างป้อมๆวิ่งออกมาที่หน้าถ้ำ  เฟิ่งลี่มองหนูน้อยหางฟูด้วยความสนใจ

" เด็กคนนี้เป็นใครกัน  ลูกสาวของท่านหรือ ? "

เหอหลางยิ้มทั้งน้ำตา    เด็กโง่...บุตรของข้าก็มีเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้น !

แต่ทว่า...เขาไม่สามารถเอ่ยปากบอกความจริงให้อีกฝ่ายได้รับรู้

หากเฟิ่งลี่มาทราบทีหลังว่า  เขาคือคนที่ทำร้ายเฟิ่งชิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส   ทำให้นางต้องสังเวยดวงจิตสุดท้ายให้กับการคลอดบุตรเพื่อรักษาชีวิตสายเลือดของตนเอาไว้

    เฟิ่งลี่คงไม่มีวันให้อภัยบิดาที่เลวทรามต่ำช้าเช่นเขาอย่างแน่นอน !

" ว่าอย่างไร  เหตุใดถึงได้เงียบไป  ท่านไม่ต้องอายหรอกน่า "   


เหอหลางปาดน้ำตาทิ้ง  ก่อนที่จะฝืนยิ้มพร้อมทั้งอธิบายความจริง   " เจ้าอย่าได้เข้าใจผิด  มารดาของไป๋หลางตายตั้งแต่คลอดเด็กคนนี้ออกมา  ข้าบังเอิญผ่านไปพบเข้าจึงพานางกลับมาให้เสี่ยวเตี๋ยช่วยดูแล "

ได้ยินชื่อของสตรีที่เคยรักสุดหัวใจ  เฟิ่งลี่จำต้องระงับความตื่นเต้นยินดีเอาไว้   เพราะอีกไม่นานเขาก็จะได้ฝากตัวเป็นลูกเขยของแม่ผีเสื้อแล้ว

" เสี่ยวเตี๋ยสบายดีหรือไม่ "

เหอหลางอ้ำอึ้ง  เพราะเผลอหลุดปากพูดชื่อต้องห้ามออกไป  

เฟิ่งลี่หัวเราะเบาๆ    " พี่สุนัขอย่าได้กังวลใจ    ข้ารู้เรื่องหมดทุกอย่างหมดแล้ว " 

" รู้..ทุกอย่าง ? " 

" อืม..ข้ามิได้มาเพื่อชิงตัวผีเสื้อน้อย   แต่ที่แวะมาหาท่านในวันนี้ก็เพราะมีข่าวดีมาแจ้งให้ทราบ  "

" เรื่องอะไร ? "

เฟิ่งลี่ยิ้มแป้นจนลักยิ้มผุดที่แก้ม   ก่อนที่จะตอบด้วยน้ำเสียงแจ่มใส   " ข้าจะสมรสแล้ว "

สมรส ! 

เหอหลางเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก  " อย่างไรกัน  เจ้าเพิ่งฟื้นคืนชีพขึ้นมา  เง็กเซียนฮ่องเต้ก็บังคับให้เจ้าแต่งงานแล้วหรือ "

เฟิ่งลี่หัวเราะฮาๆ   " พี่สุนัขอย่าได้เข้าใจญาติผู้พี่ของข้าผิดไป  ท่านเชื่อหรือไม่ว่าหลังจากที่ข้ากลับไปที่สวรรค์อีกครั้ง  เจิ้งหย่วนก็ดีกับข้ามากราวกับว่าเราสองคนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน  อาจเพราะด้วยภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงที่ต้องแบกรับ  อีกทั้งความตายของข้าทำให้เขาคิดอะไรดีๆได้มากขึ้นกระมัง   ดังนั้นเรื่องการสมรสจึงเป็นการตัดสินใจของข้าเอง  "

" ว่าที่พระชายาของเจ้าคือใครกัน  "  เหอหลางตื่นเต้นจนมือไม้สั่น  

" ท่านต้องคาดไม่ถึงแน่ๆ  "    เฟิ่งลี่ยักคิ้ว

" รีบบอกมาเถิด  หัวใจของข้าแทบจะหยุดเต้นแล้ว " 


 เฟิ่งลี่หัวเราะร่วน  ก่อนจะบอกใบ้อีกฝ่ายทางอ้อม    " นางเป็นบุตรสาวคนเล็กของจินเสอกับเสี่ยวเตี๋ย  หรือก็คือองค์หญิงน้อยของวังปิศาจนั่นเอง  "

" เสี่ยวฮุ่ย ! "   เหอหลางอุทานเสียงหลง   " เจ้าจะแต่งงานกับลูกปลาน้อย ??"

" ดูเหมือนว่าท่านจะคุ้นเคยกับนางดีนี่ "   เฟิ่งลี่แสร้งถามทั้งที่พอจะคาดเดาเรื่องได้บางส่วน

เหอหลางกระแอมเบาๆ    "  แค่กๆ ..อืม  อันที่จริง  เรื่องของเสี่ยวเตี๋ยและลูกๆเดิมเป็นความลับสุดยอดที่จินเสอได้ขอร้องเอาไว้  แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้ข้าคงไม่จำเป็นต้องปิดบัง  ในเมื่อนางคือว่าที่เจ้าสาวของเจ้า  " 

" ในเมื่อเป็นเช่นนั้น  ท่านสามารถพาข้าไปกราบกรานว่าที่แม่ยายเพื่อฝากตัวเป็นลูกเขยจะได้หรือไม่  "

" เจ้าอยากไปพบเสี่ยวเตี๋ย ?"

ได้ยินชื่อเสี่ยวเตี๋ย  ไป๋หลางก็ร้องไห้โฮออกมา  " ฮือๆ  ท่านลุง  พาข้ากลับไปหาแม่ผีเสื้อที  ข้าคิดถึงบ้าน  " 

เหอหลางคุกเข่าลงพลางช้อนร่างอ้วนป้อมมากอดปลอบโยน  " ไป๋หลางติดเสี่ยวเตี๋ยแจ  ช่วงสองสามวันมานี้จินเสอฝากนางให้ข้าช่วยดูแล  เห็นทีว่าคงได้เวลาพาเจ้าหนูหางฟูไปคืนแม่ผีเสื้อเสียที  "



เฟิ่งลี่เหาะตามพี่สุนัขมุ่งคงตรงไปยังป่าเขียวขจีแห่งหนึ่ง 

" นี่คือป่าเขียวมรกต  เป็นพื้นที่ต้องห้ามซึ่งเสกสร้างโดยเทพพฤกษา  และครอบปราการคุ้มครองจากองค์ราชันจินเสอ  หากไม่ทราบวิธีปลดข่ายอาคมย่อมไม่ทีทางที่จะบุกฝ่าเข้าไปได้ "

เฟิ่งลี่อยากทดสอบว่าพลังวิเศษของจินเสอแข็งแกร่งเพียงใด  จึงลองใช้เพลิงทัณฑ์อัคคีเสกทำลายล้าง  ใช้เวลาอยู่ประมาณหนึ่งเค่อก็เจาะทำลายข่ายอาคมได้ประมาณหนึ่งฝ่ามือ

" นับว่าแข็งแกร่งมิใช่น้อย  แต่ถ้าหากมีผู้ที่ต้องการบุกทำลายผืนป่าแห่งนี้ขึ้นมาจริงๆก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้   เห็นทีต้องให้เจ้างูบ้านั่นสร้างปราการครอบทับอีกชั้น"

" ข้าแวะเวียนเข้าออกที่นี่มานานเกือบสองพันปี  ยังไม่เคยเห็นปิศาจตนไหนกล้าบุกฝ่าเข้ามา  แต่ถึงจะฝ่าเข้ามาได้ด้วยจุดประสงค์อะไรก็ตาม  อย่างน้อยเสี่ยวเตี๋ยก็ยังมีซู่เหย่และเย่าจื้อคอยดูแล "
 
เฟิ่งลี่ถึงกับร้องอ้อออกมา   " ที่แท้  ท่านอาทั้งสองก็เร้นกายมาอยู่ที่นี่เองหรอกหรือ "

ป่าเขียวมรกตที่เขียวชอุ่มชุ่มชื้นไปด้วยละอองน้ำเบาบาง  ตลอดรายทางระหว่างต้นไม้น้อยใหญ่ยังแทรกแซมด้วยดอกไม้นานาชนิดที่เบ่งบานตระการตา  หลังจากที่เหาะเข้ามาได้สักพัก  เสียงกระแสน้ำซ่านซ่าที่ตกระทบโขดหินบ่งบอกให้ทราบว่าเบื้องหน้าคือน้ำตกสายหนึ่ง

ถึงตอนนี้  หากไม่เหาะข้ามน้ำตกไป  ก็มีเส้นทางเล็กๆเลาะไปตามริมฝั่ง  ก่อนจะถึงที่พำนักของเสี่ยวเตี๋ย  เฟิ่งลี่มองเห็นสะพานเชือกพาดขวางระหว่างสองฟากน้ำตก  ด้านซ้ายมือมีเรือนพักขนาดกลางที่ปลูกสร้างด้วยไม้ไผ่  แต่เป็นเรือนไผ่ที่งดงามราวกับเสกสร้างจากหยกเขียวเนื้อดี   ส่วนอีกฟากฝั่งทางด้านขวา  มีบ้านหลังใหญ่ซึ่งรูปแบบคล้ายตำหนักในวังแต่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย   

ภายใต้ชายคาที่แสนร่มรื่นปรากฏเป็นเงาร่างอ่อนช้อยของสตรีผู้หนึ่ง  เรือนผมสีดำขลับราวกับเส้นไหมปล่อยยาวสยายตามธรรมชาติล้อมกรอบใบหน้างดงามล่มเมืองให้ยิ่งเฉิดฉันสะคราญตา   ดวงเนตรสีเขียวมรกตชม้ายมอง  แก้มเนียนใสผุดผ่องแต้มสีดอกท้อ  ริมฝีปากสีแดงกลีบกุหลาบเผยรอยยิ้มที่แสนอ่อนหวาน
 
...คล้ายได้ย้อนกลับในไปวันแรกที่ผีเสื้อน้อยสามารถกลายร่างได้

นางคือสหายรัก..ที่เขาเคยมอบหัวใจรัก...แต่ไม่อาจที่จะสมหวังในรัก!

ผ่านกาลเวลาที่แสนยาวนาน   ต่างคนต่างเผชิญความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส  แต่ในที่สุด...เรื่องราวในอดีตกลับเป็นเพียงความทรงจำเสี้ยวหนึ่งของชีวิต   

 

" ผีเสื้อน้อย   ในที่สุดเราก็ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง   "  






















 























  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

1,773 ความคิดเห็น

  1. #1608 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 14:40
    ตอนนี้สงสารพี่หมากับอดีตอันแสนเศร้า
    #1608
    0
  2. #1599 Nanthara (@Nanthara) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 09:07
    สงสารพี่สุนัขมากเลยที่ต้องปกปิดความเป็นพ่อเอาไว้อ่านไปน้ำตาคลอไปด้วย
    ในที่สุดเฟิ่งลี่เราก็ได้เจอเสี่ยวเตี๋ยเสียที่แต่มาในฐานะลูกเขย55555555
    #1599
    0
  3. #1592 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 18:33
    ไม่ใช่เสี่ยวฮุ่ยเข้าใจผิดและหนีไปน่ะ หาคู่ให้เฮยจื่อด่วน
    #1592
    0
  4. #1584 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 01:37
    คู่ผู้ยิ่งใหญ่บนสวรรค์ก็น่ารักดีแฮะ
    #1584
    0
  5. #1582 boonhai (@boonhai) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 13:39
    ขอบคุณค่ะ  เสี่ยวฮุ่ยจะสร้างเรื่องอะไรอีกเนี่ย  รอ  ๆ  ค่ะ
    #1582
    0
  6. #1581 P-nam (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 00:28
    หวังว่าเสี่ยวฮุยจะไม่มาเห็นแล้วเข้าใจผิดน่ะ
    #1581
    0
  7. #1580 Moji Jung (@molcana) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 23:49
    เริ่มเบื่อเสี่ยวฮุ่ยจริงๆละนะ ชอบคิดไปเอง ไรท์รักษาสุขภาพด้วยนะคะะ หายไวๆค่ะ
    #1580
    0
  8. #1579 น้ำใส ใจจริง (@jai_ruk) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 22:25
    ว่าแล้วลูกปลาน้อยต้องหนี..แล้วทีนี้ตามหากันยาว..มีรักสามเศร้าสี่เศร้าเข้ามาเกี่ยวพัน..ยาวล่ะทีนี้
    #1579
    0
  9. #1578 andoroido (@andoroido) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 21:24
    หายไวๆนะคะ
    #1578
    0
  10. #1577 emtida (@emtida) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 19:39
    ขอให้สุขภาพแข็งแรง หายป่วยเร็วๆนะคะไรท์
    #1577
    0
  11. #1576 ลำยอง น้องลำไย (@elamyong) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 19:09
    รักษาสุขภาพนะจ้ะ
    #1576
    0
  12. #1575 do-pinpcy (@do-pinpcy) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 18:34
    สู้ๆคร้าา หายเร็วๆเน้อ
    #1575
    0
  13. #1574 Wanglianhua (@bowinging) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 18:10
    คิดถึงเฮียเฟิ่ง
    #1574
    0
  14. #1573 ผีหนังสือ (@dobdabzaa) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 18:09
    ผีเสื้อน้อยอะไร เรียกแม่สิลูก 😆
    #1573
    0
  15. #1572 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 18:00
    รักษาสุขภาพค่ะ

    เดี๋ยวปลาน้อยก็เข้าใจผิดหนี้ไปอีก เพราะนึกว่าคนที่จะแต่งงานด้วยไม่ใช่พี่นกไฟ

    เมื่อไรจะได้สมรักกันสักทีคะ
    #1572
    0
  16. #1571 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 18:00
    รักษาสุขภาพค่ะ

    เดี๋ยวปลาน้อยก็เข้าใจผิดหนี้ไปอีก เพราะนึกว่าคนที่จะแต่งงานด้วยไม่ใช่พี่นกไฟ

    เมื่อไรจะได้สมรักกันสักทีคะ
    #1571
    0
  17. #1570 นุบล (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 17:35
    กลับบ้านเปิดคอมดู เจอเรื่องนี้ กรี๊ดไปสามบ้านแปดบ้าน .............. ในที่สุดไรท์ก็มาต่อ ขอบคุณมากค่า ดูแลสุขภาพด้วยน้า
    #1570
    0
  18. #1568 mefufu69 (@mefufu69) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 17:02
    คิดถุงจุง รักษาสุภาพหายไวๆ นร้า ไรท์

    #1568
    0
  19. #1567 nefertari (@nefertari) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 16:55
    ยังรอติดตามเช่นเดิม ขอให้ไรเตอร์หายไวๆ เคยเป็นแค่ต่อมทอมซิลอักเสบยังทรมาณ แล้วเราค่อยพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ สู้ๆค่ะ
    #1567
    0