เพลิงรักวิหคอัคคี (บุปผาอำพรางภาคสอง)

ตอนที่ 6 : แผดเผาจนตัวตายเพื่อถือกำเนิดใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5599
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    27 ก.พ. 60




       อันที่จริงแล้ว   เหตุผลที่เฟิ่งลี่แวะเวียนมาก่อกวนสหายรักที่วังปิศาจอยู่บ่อยครั้งเนื่องจากเทพหนุ่มเลือดร้อนผู้นี้ต้องการจะหลบลี้หนีหน้าองค์เง็กเซียนแห่งแดนสวรรค์ไปก่อนสักพัก

นับตั้งแต่เจิ้งหย่วนขึ้นครองราชย์แทนเสด็จลุงผู้ดับสูญ   เจ้าเง็กเซียนขี้โรคนั่นก็พยายามกดดันเขาอย่างหนักให้รีบตอบตกลงเข้าพิธีสมรสกับองค์หญิงซู่ซินแห่งเผ่าพยัคฆ์

     ถึงแม้นว่าเฟิ่งลี่จะถูกเจิ้งหย่วนซึ่งขึ้นครองบัลลังก์เป็นเง็กเซียนฮ่องเต้ผู้มากล้นด้วยบารมี  ใช้อำนาจในมือกลั่นแกล้งเขาโดยไร้เหตุผลอยู่บ่อยครั้ง   เทพวิหคอัคคีหาได้ใส่ใจเพราะรู้ดีว่าเจิ้งหย่วนมีปัญหาด้านสุขภาพเลยทำให้มีภาวะอารมณ์แปรปรวน     หากเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆเฟิ่งลี่ก็เพียงหลับตาข้างลืมตาข้างทำหูทวนลมไม่รับรู้   เนื่องจากตอนนี้เฟิ่งลี่มิอาจลงมือสั่งสอนองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ด้วยกำปั้นของตนอีกต่อไป    แต่ทว่ามีเพียงเรื่องเดียวที่เขาไม่อาจยอมรับได้ก็คือการที่เจิ้งหย่วนกดดันให้เขาสมรสกับสตรีที่ไม่ได้รัก   

ก่อนหน้านั้นภายในวังปักษียังอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข  สวนหมื่นบุปผาที่อยู่ท้ายวังเต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิดที่ชูช่อเบ่งบานส่งกลิ่นหอมยวนใจ    เซียนรับใช้ทุกคนมักจะได้ยินเสียงหัวเราะ อันสดใส  ได้พบเห็นรอยยิ้มเบิกบานของสตรีเลอโฉมซึ่งเป็นยอดดวงใจของท่านอ๋องเฟิ่งลี่     

แต่ทว่า  หลังจากที่เสี่ยวเตี๋ยได้ดับสูญไปจากโลกนี้ชั่วนิรันด์เพราะเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในตำหนักของเทพพฤกษา   นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา   เฟิ่งลี่ก็มอบวังปักษีให้อยู่ในความดูแลของเหยียนเล่อซึ่งเป็นข้ารับใช้คนสนิท   ส่วนตัวเจ้าของวังกลับไปขออาศัยหลับนอนชั่วคราวร่วมกับสหายอาวุโสผู้หนึ่งในถ้ำที่ไร้ซึ่งความหรูหราสะดวกสบาย   หากไม่มีงานราชการที่เกี่ยวข้องกับตน    เทพวิหคอัคคีเฟิ่งลี่ก็ไม่คิดที่จะย่างกรายเข้าไปในแดนสวรรค์อีกเลย


สถานที่ที่ทำให้เฟิ่งลี่รู้สึกอบอุ่นและไว้วางใจเสมือนเป็นบ้านหลังหนึ่งของตนก็คือถ้ำของพี่สุนัขหนังเกรียม

ต่อมา  อดีตเทพจิ้งจอกอัคคีได้ตั้งชื่อถ้ำแห่งนี้ว่า ' ถ้ำเกล็ดทอง' เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของเดิม  

และเจ้าของเดิมที่เคยยึดครองถ้ำมายาวนานก็คือองค์ราชันปิศาจจินเสอ  หรือก็คือเจ้าเกล็ดทองผู้เป็นสหายรักของเฟิ่งลี่นั่นเอง

อันที่จริง   นับตั้งแต่ที่เสี่ยวเตี๋ยตัดสินใจเลือกจินเสอ   เขาก็พยายามหักห้ามใจมาโดยตลอด  และเลือกที่จะอวยพรให้สหายรักทั้งสองคนได้ครองคู่กันอย่างมีความสุขตลอดไป

ความรักอันลึกซึ้งที่เขาเคยมีให้เสี่ยวเตี๋ย   เฟิ่งลี่ได้แต่เก็บไว้ในส่วนลึกของหัวใจ   มีเพียงความทรงจำงดงามอันแสนเศร้าที่ยังคงระลึกถึงเสมอทุกครั้งที่หลับตา 

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในสนามรัก  แต่มิตรภาพความผูกพันระหว่างพวกเขาทั้งสามคนก็จะยังคงอยู่ตลอดไป   

แต่ที่เขายังตามราวีจินเสอไม่เลิก  คล้ายกับว่ายังตัดใจจากเสี่ยวเตี๋ยไม่ได้   เพียงเพราะอยากก่อกวนองค์ราชันหน้าน้ำแข็งให้วุ่นวายใจเล่น   ถือเสียว่าได้ระบายความแค้นเล็กๆน้อยๆเพื่อความสบายใจของเขาเพียงเท่านั้น

วันนี้ที่เฟิ่งลี่เหยียบเมฆเหาะออกมาจากสวรรค์เพื่อท้าดวลฝีมือกับจินเสอ   เทพหนุ่มรูปงามก็หาได้เอาจริงเอาจังถึงขั้นเลือดตกยางออก   ในขณะที่องค์ราชันปิศาจกลับทุ่มเทพลังสุดความสามารถเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ   

  เฟิ่งลี่ลอบหัวร่อคนเดียวในใจ   สิ่งที่ทำให้เขายิ้มได้ในตอนนี้ก็เห็นจะมีแต่   การได้ยั่วเย้าเจ้าเกล็ดทองให้เลือดลมพลุ่งพล่านเพราะความหึงหวง   

จนกระทั่งตะวันลับขอบฟ้า  ผลการดวลกระบี่ก็จบลงด้วยการเสมอกัน

ในช่วงเวลาพลบค่ำ  จินเสอได้สั่งให้ข้ารับใช้จัดสำรับอาหารไว้ที่ศาลาหยกซึ่งกำลังกรุ่นกลิ่นกำจายด้วยดอกหอมหวนที่ออกดอกบานสะพรั่ง   

แม้จินเสอจะขึ้นเป็นประมุขแดนปิศาจแล้วก็ตาม    แต่เขายังคงเลือกที่จะพำนักต่อในตำหนักองค์รัชทายาทเช่นเดิม   

ครั้งแรกที่เฟิ่งลี่ได้มีโอกาสเหยียบย่างเข้ามายังสถานที่แห่งนี้  เทพวิหคอัคคียังรู้สึกประหลาดใจยิ่งนักที่องค์ราชันปิศาจผู้ยิ่งใหญ่ใช้ชีวิตอย่างสมถะในตำหนักเล็กๆที่มิได้มีการตกแต่งหรูหรา   กระทั่งข้ารับใช้ส่วนตัวก็ไม่มีสักคน  ยังดีที่มีองครักษ์ซ้ายขวาอยู่ข้างกาย  ไม่อย่างนั้นแล้วเขาคงคิดว่าจินเสออาจจะเป็นเพียงนักโทษประหารที่ถูกจับขังแยกอย่างโดดเดี่ยวในตำหนักร้างแห่งนี้  

การจิบน้ำชายามเย็น  หัวข้อสนทนาของเทพวิหคอัคคีและองค์ราชันปิศาจก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของเสี่ยวเตี๋ย   ผีเสื้อน้อยแสนซื่อบื้อที่พวกเขาปักใจรักอย่างล้ำลึกไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

  เฟิ่งลี่เป็นฝ่ายเปิดปากถามสหายรักขึ้นมาก่อน   " ตอนนี้เสี่ยวเตี๋ยเป็นอย่างไรบ้าง ? " 

จินเสอยิ่มนิดๆที่มุมปาก     กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยว่า    " เช่นเดิม "          หากแต่ในใจกำลังนึกภาพของภรรยาแสนรักกำลังวิ่งวุ่นจัดการเรื่องภายในบ้านและดูแลเจ้าตัวน้อยที่ลอยละล่องอยู่ในอ่างหยก  ยังดีที่ลูกปลาน้อยฝาแฝดมิใช่ทารกเด็กที่เอาแต่ใจแหกปากร้องกวนตลอดเวลา   มิเช่นนั้นแล้วจินเสอคงต้องงัดวิชาหุ่นชักใยมาใช้แล้วรีบแล่นออกจากวังปิศาจเพื่อปักหลักอยู่ที่ป่าเขียวมรกตอย่างแน่นอน

 " เสี่ยวเตี๋ยสบายดี ? "    เฟิ่งลี่ย้อนเสียงสูง

 " อืม....   " 

คำตอบแสนสั้นติดห้วนไปนิด  ทำให้เทพวิหคอัคคีขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย      " องค์ราชันผู้ยิ่งใหญ่  เจ้าเองก็มิได้เป็นใบ้หรือพูดติดอ่าง  จะตอบคำถามให้ละเอียดมากกว่านี้สักหน่อยมิได้หรือไร ? " 

จินเสอหรี่ตามองอีกฝ่ายด้วยแววตาเย็นเยียบ      " เทพวิหคอัคคี  ที่เจ้าเอ่ยถามล้วนแต่เป็นเรื่องภรรยาของข้าทั้งสิ้น  ข้ามีสิทธิ์ไม่ตอบคำถามได้ใช่หรือไม่ ? " 

เฟิ่งลี่เอามือเท้าคางอย่างไม่สบอารมณ์     " เจ้าซ่อนเสี่ยวเตี๋ยไว้อย่างดิบดี  เพราะกลัวว่าข้าจะตามไปก่อกวนนางอย่างนั้นหรือ ? " 

จินเสอส่ายหน้า  แล้วยกกาน้ำชารินให้สหายรัก     " ข้ามิเคยคิดปิดบังเรื่องของนาง  เป็นภรรยาของข้าเองต่างหากที่ไม่ต้องการเปิดเผยข่าวคราวของนางแก่ผู้ใด  "      

แม้แต่เรื่องที่นางตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอดบุตรออกมาเป็นลูกปลาตัวน้อย  เฟิ่งลี่ก็ยังไม่มีโอกาสได้รับรู้  

"   ถ้าเชื่อเจ้าข้ายอมไปใส่กระโปรงเสียดีกว่า  " 

จินเสอกระตุกยิ้ม   " ก็ตามใจ "     


เฟิ่งลี่คลึงถ้วยน้ำชาเล่น  ขบคิดในใจว่าพรุ่งนี้จะท้าประลองแข่งกับจินเสออีกสักครั้ง   คราวนี้เขาต้องชนะ  และจะได้รู้เสียทีว่าเสี่ยวเตี๋ยเร้นกายอยู่ที่ใดในภพปิศาจ    เขาอยากไปเยี่ยมนางในฐานะสหายรักบ้างก็เท่านั้น     แต่น่าโมโหยิ่งนักที่ถูกสามีขี้หึงของนางขวางเอาไว้ทุกกระบวนท่า   ในขณะที่มังกรหนุ่มซึ่งกำลังจิบน้ำชาด้วยความรื่นรมย์   พลางขบคิดวางแผนในใจ   ไว้เทพวิหคอัคคีชนะการประลองเมื่อไหร่  เขาจะพาสหายรักผู้นี้ไปเยี่ยมเสี่ยวเตี๋ยและลูกน้อยทั้งสองอย่างแน่นอน

ในขณะที่จินเสอกำลังจะส่งสัญญาณให้องครักษ์แมวดำส่งข้ารับใช้มาเก็บสำรับอาหารคืน  จู่ๆองครักษ์ฝ่ายขวาเฉินฮ่าวก็เดินทำหน้าเคร่งเครียดเข้ามารายงานเกี่ยวกับสถานการณ์อันไม่สู้ดีนัก

ในยามนี้  สุดขอบแดนระหว่างภพปิศาจและภพสวรรค์  กำลังมีอสูรร้ายตนหนึ่งออกอาละวาดสูบโลหิตเหล่าปิศาจและเทพจนล้มตายไปเป็นจำนวนมาก   ก่อนนั้นที่จินเสอได้ทราบข่าว  เขาก็รีบส่งสารไปยังท่านอาสามให้นำขุนพลปิศาจและทหารอีกจำนวนหนึ่งเข้าไปจัดการ     ผลปรากฎว่าท่านอาสามและเหล่าขุนพลผู้กล้ากลับไม่สามารถโค่นล้มอสูรตนนั้นได้ทั้งยังได้รับบาดเจ็บกลับมาเสียด้วยซ้ำ

เฟิ่งลี่นั่งฟังคำกล่าวรายงานด้วยความสนอกสนใจ   หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้น  เลือดของเทพนักรบก็สูบฉีดพล่านด้วยความฮึกเหิม   

" เห็นทีพรุ่งนี้ข้าคงต้องไปเยือนรังของอสูรร้ายด้วยตัวเองเสียแล้ว !     "   จินเสอแค่นเสียงลอดไรฟันด้วยความขุ่นเคืองใจ

" ช้าก่อนองค์ราชันผู้ยิ่งใหญ่  "    เฟิ่งลี่รีบขัดคอสหายรักพลางรีบยกมือโบกไปมาในอากาศ   

จินเสอหันขวับไปมอง    เห็นเฟิ่งลี่ทำตาลุกวาวก็เข้าใจความคิดของอีกฝ่ายได้ทันที

" หมายความว่า...  "  

เทพวิหคอัคคียักคิ้ว   " อืม.. ข้าจะไปปราบอสูรตนนั้นเอง   เจ้ารอฟังข่าวดีอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน " 





วันรุ่งขึ้น  เทพวิหคอัคคีก็เรียกเมฆมงคลคู่ใจมารับแล้วท่องทะยานขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็วประดุจพายุหมุน    เหาะมุ่งตรงไปทางทิศตะวันตก ณ  สุดเขตแดนสองภพที่อสูรร้ายออกอาละวาดอยู่ในขณะนี้

ยิ่งเข้าใกล้บริเวณสุดขอบแดนภพปิศาจ    ซากศพของเหล่าปิศาจผู้เคราะห์ร้ายก็นอนตายเกลื่อนกลาดในสภาพที่เหี่ยวแห้งไปทั้งตัว  ช่างเป็นภาพอันน่าสยดสยองและปนสังเวชต่อผู้ที่ได้พบเห็นยิ่งนัก


ที่แท้อสูรร้ายที่หลุดออกมาจากพิภพใต้บาดาลก็คืออสูรโลหิตเกาซิง    มันนับได้ว่าเป็นตำนานแห่งอสูรที่มีพลังฤทธิ์แข็งแกร่งและโหดเหี้ยมที่สุด

ย้อนกลับไปเมื่อห้าหมื่นปีที่แล้ว    ภพปีศาจและภพสวรรค์ต่างป่วนปั่นระส่ำระสายเมื่อมีอสูรตัวหนึ่งซึ่งถือกำเนิดขึ้นมาจากพลังอันชั่วร้าย     มันออกอาละวาดด้วยการดูดเลือดและกลืนกินดวงจิตเหล่าปีศาจและเทพเป็นจำนวนมาก    ในยามนั้นองค์เทพบรรพกาลที่ขึ้นชื่อว่ามีพลังวิเศษเหนือล้ำกว่าผู้ใดในดินแดนสองภพ    ได้ต่อสู้กับเจ้าเกาซิงอย่างดุเดือดยาวนานถึงสามวันสามคืน    สุดท้ายองค์เทพบรรพกาลได้เสียสละพลังวิเศษของตนร่ายข่ายอาคมขึ้นมากักขังอสูรร้ายเกาซิงเอาไว้   ทำให้คราครั้งนั้นภพสวรรค์ต้องสูญสิ้นเทพนักรบผู้เก่งกาจไปอย่างไม่มีวันหวนคืน  เพราะหลังจากที่องค์เทพบรรพกาลได้ผนึกร่างของอสูรร้ายเกาซิงเอาไว้   เขาก็ได้หวนคืนสู่ต้นกำเนิดกลายเป็นภูเขาลูกใหญ่แห่งหนึ่งในดินแดนสองภพ    

 ที่สุดแล้ว   อสูรเลือดเกาซิงแห่งพิภพใต้บาดาลที่องค์เทพบรรพกาลเคยร่ายอาคมกักขังเอาไว้ได้ก็สามารถทำลายผนึกอาคมได้สำเร็จ  มันสั่งสมความเคียดแค้นเอาไว้อย่างลึกล้ำและยาวนาน   ทันทีที่หลุดรอดออกมาจากพิภพใต้บาดาล   มันก็เริ่มออกอาละวาดเข่นฆ่าเทพและปิศาจไปนับไม่ถ้วน  สร้างความหวาดผวาและนำพาความเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมหญ้า    องค์ราชันย์ปิศาจเคยส่งขุนพลมือดีที่สุดเข้าไปกำราบหวังจะขจัดมารร้ายแห่งยุค   แต่ทว่าเหล่าขุนพลปีศาจคนแล้วคนเล่าล้วนแต่ได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมาแทบทั้งสิ้น   

เทพวิหคอัคคีเฟิ่งลี่ได้รับการยอมรับว่าเป็นเทพสงครามผู้เก่งกาจแห่งภพสวรรค์ในยุคนี้     เขามีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถโค่นล้มอสูรเกาซิงลงได้อย่างแน่นอน 

เฟิ่งลี่บังคับเมฆเคลื่อนต่ำ  จ้องมองอสูรร้ายอย่างไม่วางตา  หมายมั่นว่าวันนี้จะต้องเด็ดหัวเจ้าเกาซิงเพื่อนำไปเซ่นสังเวยวิญญาณเหล่าเทพและปิศาจที่ถูกมันสังหารให้จงได้  

 อสูรร้ายที่กำลังดูดดื่มโลหิตปิศาจตนหนึ่งอย่างเมามันหาได้สนใจเทพหนุ่มผู้มาเยือน  มันขบคิดอย่างลำพองว่ารอให้ดูดเลือดปิศาจปลายแถวตนนี้จนหมดสิ้นเสียก่อน  จากนั้นค่อยจัดการไอ้หนุ่มหน้าขาวผมแดงที่คาดว่าจะเป็นคนที่องค์ราชันย์ส่งมาสังเวยร่างให้มัน    

เกาซิงเหลือบมองเฟิ่งลี่อย่างดูแคลน   ...ท่าทางตุ้งติ้งราวกับอิสตรี    ฝีมือคงไม่เท่าไหร่   ยังอาจหาญจะมาท้าสู้กับข้า    ช่างไม่รู้จักเจียมตัวเอาเสียเลย ! 

อสูรเกาซิงผลักร่างปิศาจน้อยที่ถูกสูบโลหิตจนเหือดแห้งราวกับหุ่นฟางที่ไร้ค่า   มันหันมาแสยะยิ้มให้เฟิ่งลี่อย่างท้าทาย   "  ปิศาจน้อยหน้าอ่อน   เจ้ารนหาที่ตายแล้ว"     "  

" ข้ามิใช่ปิศาจ "    เฟิ่งลี่ยักคิ้วให้อีกฝ่าย     "  ข้าคือเทพวิหคอัคคีเฟิ่งลี่ "  

เมื่อรู้ว่าไอ้หนุ่มหน้าขาวผมสีแดงเพลิงเป็นเผ่าเทพที่มันชิงชังมากที่สุด  อสูรเกาซิงถึงกับคำรามลั่นด้วยความโกรธแค้น  เพราะที่มันต้องถูกผนึกอย่างแน่นหนาและทนทรมานอยู่ใต้พิภพบาดาลมานานถึงห้าหมื่นปี  ก็เป็นเพราะฝีมือขององค์เทพบรรพกาลจากแดนสวรรค์ผู้นั้น


"  ข้าถูกกักขังอย่างอัปยศ   อดอยากปากแห้งมานานถึงห้าหมื่นปี     ต่อให้สูบเลือดพวกเจ้าจนหมดทุกตัวก็มิอาจคลายความเคียดแค้นของข้าลงได้ " 

"  เจ้าเข่นฆ่าผู้อื่นไปตั้งมากมาย   ทำผิดมหันต์แล้วยังไม่รู้สำนึก !!  "       ขาดคำ   เฟิ่งลี่ก็ซัดฝ่ามือใส่อีกฝ่ายทันที  เป็นผลให้ลูกไฟอันร้อนแรงพุ่งทะลวงร่างของอสูรร้ายเกิดเป็นรอยไหม้จนผิวกายร้อนฉ่า


" เข้ามาเล้ย ! !  ! "       สิ้นคำตวาด    เฟิ่งลี่ที่เหยียบเมฆลอยตัวอยู่บนอากาศก็ถูกอสูรเกาซิงตวัดหางที่มีลักษณะคล้ายแส้ฉุดกระชากร่างลงมายังพื้นดิน

ร่างของอสูรโลหิตดูแล้วช่างน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก  ผิวกายที่ไร้ซึ่งผิวหนังชั้นนอกมองเห็นเป็นเนื้อแดงๆที่มีโลหิตอาบย้อมบางจุดมองเห็นเส้นโลหิตเต้นตุบๆราวกับไส้เดือนที่กำลังชอนไช   มันพยายามใช้หางเป็นอาวุธพุ่งฉกเฟิ่งลี่อย่างเอาเป็นเอาตาย

อสูรที่ร้ายกาจที่สุดแห่งยุค  กำลังเผชิญหน้ากับเทพสงครามผู้ไม่เคยหวั่นเกรงภยันตรายใดในโลกหล้า !

การต่อสู้ระหว่างอสูรโลหิตกับเทพนักรบจากแดนสวรรค์เต็มไปด้วยความดุเดือดและกินเวลานานถึงหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ   

    อสูรร้ายใต้พิภพไม่เคยพบเห็นหรือสัมผัสถึงเพลิงอัคคีอันร้อนแรงที่เปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้างสูงเช่นนี้มาก่อน    มันแสยะยิ้มด้วยท่าทีที่แสนโอหังและเหิมเกริมยิ่งด้วยหลงระเริงว่าตนเป็นอมตะไม่มีวันตาย    เพราะถือกำเนิดขึ้นมาจากปราณชั่วร้ายทั้งมวลที่ถูกหล่อหลอมมานานนับพันๆปี     นอกจากองค์เทพบรรพกาลซึ่งดับสูญในคราครั้งนั้นเพราะใช้พลังฤทธิ์ในกายทั้งหมดผนึกมันไว้ใต้พิภพเมื่อห้าหมื่นปีที่แล้ว    คาดว่าคงไม่มีเทพหรือปิศาจตนใดที่สามารถโค่นล้มมันได้อีกแล้ว   มันเฝ้ารอเวลานี้มาเนิ่นนานถึงค่อยทำลายผนึกขององค์เทพบรรพกาลได้   บัดนี้คงถึงคราวที่มันจะขึ้นไปถล่มภพปิศาจให้สิ้นซาก  กระชากแดนสวรรค์ลงมาเหยียบย่ำในนรกให้แหลกเป็นจุณ    

แต่ทว่าตอนนี้   ร่างของมันกำลังถูกเพลิงกาฬอันร้อนแรงแผดเผา    เนื้อหนังมังสากระทั่งเส้นขนของมันถูกลามเลียด้วยเปลวไฟสีแดงฉาน   มือเท้าส่วนปลายค่อยๆสูญสลายกลายเป็นเถ้าธุลี

เมื่อสำนึกตนได้ว่าเริ่มตกเป็นรองเทพวิหคอัคคี  มันจึงขบคิดวิธีพลิกเอาชนะศัตรูอย่างหนัก    และได้อาศัยจังหวะหนึ่งทุ่มโถมพลังฤทธิ์ของตนกระชากร่างเทพวิหคอัคคีเฟิ่งลี่ลงไปยังพิภพใต้บาดาลซึ่งเต็มไปด้วยปราณชั่วร้ายหวังจะลดทอนพลังวิเศษของเทพนักรบบ้าเลือดผู้นี้จากนั้นค่อยจัดการดูดเลือดและกลืนกินดวงจิตในท้ายที่สุด

เพลิงทัณฑ์อัคคียังคงซัดกระหน่ำออกมาอย่างต่อเนื่อง    อสูรร้ายคับแค้นใจและเดือดดาลแทบคลั่ง   แหงนหน้ากู่ร้องจนพสุธาสะเทือนเลื่อนลั่นดังครืนครืน   บังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงโยกคลอนเสียจนพื้นธรณีปริแยกราวกับขนมผิงที่ถูกบิออก   มวลน้ำและมหาสมุทรอันกว้างใหญ่บังเกิดความปั่นป่วน ก่อเกิดเป็นคลื่นยักษ์สูงใหญ่เท่าหอคอยสิบชั้นจนสามารถกลืนกินเกาะน้อยใหญ่ให้จมสู่ใต้ทะเลได้ในพริบตา   เฟิ่งลี่เห็นอสูรร้ายสะบัดดิ้นด้วยความทรมานยิ่งกระตุ้นให้เขาเกิดความฮึกเหิมยิ่งนัก

"  วาระสุดท้ายของเจ้ามาถึงแล้ว  "      เฟิ่งลี่ยิ้มเยาะอย่างสาแก่ใจ    หงสาเพลิงที่ทุ่มโถมออกไปเฮือกสุดท้ายกำลังหลอมละลายร่างของอสูรร้ายอย่างรวดเร็ว      

ใกล้ถึงคราวอวสานของอสูรร้ายในไม่ช้าแล้ว !

" หากข้าตาย  เจ้าเองก็ไม่รอด  "   อสูรร้ายใช้หางเกี่ยวกระหวัดร่างของวิหคอัคคีไม่ยอมปล่อย     "  ข้าไม่อยากลงนรกเพียงลำพัง  มอดไหม้ไปด้วยกันเช่นนี้เถิด "   

ร่างของอสูรร้ายที่ถูกหลอมละลายดูไม่ต่างจากหินภูเขาไฟที่ไหลหยดลงสู่ที่ต่ำ   มันดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดทรมาน   เฟิ่งลี่เองก็หอบหายใจหนัก  เขากัดฟันจนเลือดซึมซิบๆ
   
อสูรร้ายยังคงดึงดันไม่ยอมแพ้    "   ได้ลากเทพวิหคอัคคีไปลงนรกด้วยกันก็นับว่าไม่เลวเลย  "  

เฟิ่งลี่กระตุกยิ้ม   แล้วเชิดใบหน้ามองศัตรูด้วยความเหยียดหยาม     "  อสูรโง่  เจ้าไม่รู้หรือว่าวิหคอัคคีเช่นข้าสามารถแผดเผาตัวเองเพื่อถือกำเนิดใหม่ได้  " 

อสูรร้ายได้ยินเช่นนั้นถึงกับตาเหลือกค้างด้วยความตกตะลึง  !

เทพวิหคอัคคีเดิมพันด้วยชีวิต  เขายกมือขึ้นเหนือศีรษะ  เสกเพลิงทัณฑ์อัคคีซัดตูมไปยังจุดกึ่งกลางตรงผากซึ่งมีดวงจิตของอสูรร้ายฝังอยู่ในนั้นด้วยพลังวิเศษเฮือกสุดท้ายที่รีดเค้นออกมา


   " ไปลงนรกซะเถอะ!  "  


     อ๊ากกก !!!!!!!!!!


อสูรร้ายร้องโหยหวน   ดวงจิตแตกสลายกลายเป็นสะเก็ดไฟสีเงินยวงราวกับพลุไฟขนาดใหญ่ที่ถูกจุดขึ้นลูกแล้วลูกเล่า

  จบสิ้นกันเสียที !   


รัศมีสีแดงในมือพลันดับวูบ  ร่างของเฟิ่งลี่ทรุดฮวบลงราวกับเต้าหูเหลว  เรี่ยวแรงถูกรีดเค้นออกมาจนหมดสิ้น    ในดวงตาที่เริ่มขุ่นมัวเห็นเพียงฝุ่นควันโปรยฟุ้งและเศษหินร่วงกราวราวกับม่านน้ำตก

  พิภพใต้บาดาลกำลังจะถล่มลงแล้วสินะ ...   เฟิ่งลี่สะท้านเฮือก  ลมหายใจเริ่มสะดุด   ร่างกายเบาหวิวราวกับวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง
     
  เขากำลังจะสูญสลายกลายเป็นเถ้าธุลี....ทีละนิด..อย่างช้าๆ

  
   เฟิ่งลี่ฝืนยิ้มอย่างอ่อนแรง       เขาได้แต่รอ....รอวันที่จะได้ถือกำเนิดใหม่อีกครั้ง





**ว่าจะอัพตั้งแต่เช้า  ตรวจทานคำผิดได้สักแป๊บก็มีงานเข้าตรึม!!  18.00 น.เพิ่งได้อัพ  555    ใครเจอคำผิดช่วยบอกด้วยนะคะ  เบลอไปหมดแว้วว







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

1,773 ความคิดเห็น

  1. #219 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 00:07
    กำเนิดใหม่แล้วจะจำอดีตได้ป่าวนะ
    #219
    0
  2. #217 SKY_1234 (@kanlls) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 23:35
    รอไปก่อนน้ะเทพวิหกก
    #217
    0
  3. #216 n-u-i (@thanyah) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 19:32
    รอเจ้าสาวโตก่อนนะ
    #216
    0
  4. #215 ^ จู ^ (@inuko555) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 16:53
    พี่นก กลับมาเร็วๆน้า
    #215
    0
  5. #214 N.N (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 12:56
    รอค่ะ.. รอ

    ขอบคุณไรท์นะคะ สนุกมากคร่า
    #214
    0
  6. #213 andoroido (@andoroido) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 09:54
    เชียร์พี่นกเต็มที่
    #213
    0
  7. #212 Wanna (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 07:35
    ฟิ่งลี่ผู้เข้มแข็งจะได้เกิดใหม่แล้ว
    #212
    0
  8. #210 su su writer (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 01:56
    I can't wait for he will born again kha.
    #210
    0
  9. #209 papaa_ (@wheew-hewww) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 / 00:53
    เฟิ่งลี่น่าสงสารอีกแล้ว
    #209
    0
  10. #208 jemmy-jj (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 23:35
    ขอรอด้วยคน

    #ไรท์สู้ๆติดตามเหมือนเดิน คราวก่อนเชียร์พี่งูคราวนี้จะเชียร๋พี่นกมั้ง
    #208
    0
  11. #207 Arporn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 23:21
    รอๆๆๆ รอพี่เฟิ่งจร๊ะ ... มาให้กำลังใจไรท์ค่ะ ^_^
    #207
    0
  12. #206 phenban (@phenban) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 23:01
    พี่นก ตายอีกแล้ว สงสาร
    #206
    0
  13. #205 Aikaterina (@Aikaterina) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 22:13
    เห็น(อ่าน)เฟิ่งลี่ทีไร เศร้ายังไงไม่รู้ทุกที เฮ้ออ~สู้ๆนะจ๊ะลูกเฟิ่ง(?)
    #205
    0
  14. #204 0850856339 (@0850856339) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 21:53
    รอนะค่ะ
    #204
    0
  15. #202 พี่นก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 21:23
    ดีใจจัง เฟิ่งลี่ตายแล้ว เกิดใหม่หล่อวันหล่อคืนเลยคร้า
    #202
    0
  16. #201 Oil Sasipron (@autogun) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 21:20
    ขอบคุณค่ะ
    #201
    0
  17. #199 Chutinun8540 (@Chutinun8540) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 21:07
    เฟิ่งลี่กลับมาไวๆน้าา
    รอค่าา
    #199
    0
  18. #198 paple92164 (@paple92164) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 21:03
    อย่างมัน  ขออีกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #198
    0
  19. #197 call me bae ♡ (@babyll) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 21:01
    กำเนิดใหม่เมื่อไหร่นั่นคือการเริ่มเรื่องที่แท้จริง แต่ว่าที่ไรท์สปอล์ยไว้ทำเอาใจอิฉันไม่ดีเลยค่ะคุณ ลูกเฟิ่งลี่ของเราจะการหายเลือดเหมือนอิปีศาจนั่นหรอ ไม่นะ ฮืออ
    #197
    0
  20. #196 กรรดึก (@angel-dimond) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 20:52
    รอว่าทำไมถึงกระหายเลือด
    #196
    0
  21. #195 วัวพันปี (@witch-singsong) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 20:51
    อา...กำเนิดใหม่ขอให้ได้เมีย
    #195
    0
  22. วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 20:50
    อ้าว เฮ้ยยเฟิงลี่
    #194
    0
  23. #192 cheri-n (@cheri-n) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 19:46
    สงสารเฟิงลี่...
    ไรท์อย่าแกล้งเฟิงลี่สิคะ
    #192
    0