ไซบีเรียน ฮัสกี้
ตอนก่อนหน้า

ไซบีเรียน ฮัสกี้
เกริ่นเรื่อง: ผู้คิดจะเลี้ยงสุนัขพันธุ์ ไซบีเรียน ฮัสกี้ กรุณาอ่านก่อน
28 พ.ค. 55 , View: 4928 , Post : 2





๑.
                    


๒.                                          
๓.
 


๔.
 





   
1.หากรู้ว่า ตัวเองกำลังมีใจให้เจ้าหมาที่หน้าตาเหมือนหมาป่ายังกะแกะ แต่นิสัยติงต๊องสุดๆ กรุณาอย่าเข้าใกล้ ร้านขายสัตว์เลี้ยง อ่านนิตยสารหมา หรือเข้าเว็บไซต์สัตว์เลี้ยงบ่อยๆเพราะกิเลสความรักเจ้าตัวแสบพันธุ์นี้ จะทวีคูณยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ค่อยทราบสาเหตุ ศัพท์ชาวบ้านเรียกว่า หลงรักหัวปักหัวปำ

2. ห้ามอ่านการ์ตูนเรื่อง ยุ่งชะมัด เป็นสัตว์แพทย์หรือดูหนัง “Snow Dogs” เพราะคุณจะหลงรัก โจบิและบรรดาแก๊งหมาลากเลื่อนเต็มเปา และจะเกิดอาการตามข้อแรก

3. หากยังอยากเลี้ยง และตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะเลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้ โปรดเริ่มซ้อมวิ่งมาราธอน และวิ่งระยะสั้น อย่างน้อยวันละ 10 นาที ติดต่อกันอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะคุณจะได้คู่หูคู่ฮาที่วิ่งเร็วอิ๊บอ๋ายวายป่วง หากไม่แข็งแรงพอ อาจโดนลากฝุ่นกระจาย หอบแฮ่กๆ เอาได้ง่ายๆ
ใครเป็นโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์ และอ่านคำเตือนบนสุสาน ก่อนเลี้ยงทุกครั้ง!

4. ถ้ารู้ตัวว่าบ้านรก หรือมีข้าวของเยอะแยะภายในบ้าน คุณมี 2 ทางเลือก หนึ่งคือ จัดและยกของไว้สูงๆ เกินตำแหน่งที่สัตว์ประหลาด 4 ขา จะคาบได้ หรืออีกทางเลือกคือ ปล่อยตามยะถากรรม ซึ่งเจ้าตัวแสบจะช่วยจัดการพังข้าวของคุณจนวินาศสันตะโร ซึ่งช่วยให้ของในบ้านคุณดูโล่งไปโดยปริยาย (เพราะมานกัดพังเรียบ ฮือๆๆๆ)

5. กรณีที่คุณมีหมาพันธุ์เล็กๆ อยู่ในบ้าน อาทิ พูเดิ้ล หรือยอร์คเชียร์ ท่านกำลังจะได้รับชมเกมกีฬาใหม่งับหัวแล้วเผ่นนำแสดงโดยไซบีเรียนฮัสกี้ ซึ่งจะทำให้หมาๆ ตัวจิ๋วของคุณ เกิดอาการหวาดระแวง ออกแนวโรคจิตหลอน จนแทบผูกคอตาย เพราะโดนก่อกวนทั้งวี่ทั้งวัน ไม่หยุดหย่อน โดยที่ไซบีเรียน ฮัสกี้ มันจะคิดเองเออเองว่า คนอื่นกำลังเล่นอยู่ด้วย (ใช่ซะที่ไหนเล่า!)

 6. ถ้ารู้ตัวว่าแพ้ขนสัตว์ หอบ หืด หรือรูจมูกตัน กรุณาหลบเลี่ยงไซบีเรียนฮัสกี้ เพราะเจ้าหมาพันธุ์นี้ ขนมันเยอะและร่วงเหมือนปุยนุ่น ร่วงไม่เว้นวันหยุดราชการ ท่านจะได้สนุกกับการใช้เครื่องดูดฝุ่นอย่างคุ้มค่าแทบทุกวัน T-T
(หากท่านกำลังมีปัญหาดูดฝุ่น เราขอเสนอเครื่องดูดฝุ่นเทอร์โบ๋ไทเกอร์ ดูดทุกซอกทุกมุม หากคุณสนใจ โทรมาได้ที่ ทีวีหลอกแด๊ก ค่าจัดส่งทั่วประเทศ 02-555-5555)

7. สุภาษิต รักวัวให้ผูก รักลูก (หมา) ให้ตี ใช้กับหมาพันธุ์นี้ไม่ได้ผล อาจเพราะขนหนาตึ้บ มึนอีกต่างหาก แถมพอจะตีซักที (เล่นพังของทุกวัน) ก็จะออกอาการสำออยเหมือนจะตาย แล้วแอบฉวยโอกาสวิ่งหนีไปทำหน้าทะเล้น ฮึ่ม!
ใครที่ว่าหมาพันธุ์นี้ออเซาะไม่เป็น ขอเถียงขาดใจ เวลาทำผิดมักจะแกล้งทำหน้า
บ้องแบ๊ว เหมือนเด็กถูกจับได้ว่าแอบกินหน้าขนมเค้ก แล้วค่อยๆ ตีหน้าเศร้า คลานมาอ้อนเอาหัวหนุนตรงตัก แล้วใครหน้าใหนจะโกรธมันลงได้อีก เฮ้ออออ...

8. จงอย่าคิดว่าหมาพันธุ์นี้จะรักบ้านช่องตัวเอง เพราะทันทีคุณเผลอเปิดประตูไม่ดูตาม้าตาเรือ เจ้าหน้าขนอาจใส่เกียร์ 5 บวกเทอร์โบสปริ้นท์ วิ่งแน่บหายไปไม่เห็นฝุ่นเอาได้ ถ้าโชคดีแค่เบาะๆ ก็อาจหาเจออีกประมาณ 500 เมตรข้างหน้า แต่ถ้าโชคร้าย มันจะกลายเป็นหมาหลงทาง อย่าไปคิดว่ามันจะเหงานะจ๊ะ บางทีมันอาจเริงร่ายิ่งกว่าเดิมก็ได้ ว่าแต่ว่า สงสัยจริงๆ หมาพันธุ์นี้มันรักเราจริงรึเปล่า (ฟะ)

9. นกรณีที่ คุณอยู่บ้านในซอยเปลี่ยว แถวบ้านเป็นที่รกร้าง ใกล้สุสาน ป่าช้า ฮวงซุ้ย เมื่อท่านเลือกใช้บริการไซบีเรียน ฮัสกี้ แทนที่จะได้ความอบอุ่นใจ กลายเป็นว่าอาจจะได้ความเย็นยะเยือกสันหลังทุกคืนแทน ด้วยน้ำเสียงลีลาหอนบาดใจ บรู๊วววววว์ บรู๋ววววฺ โบร๋วววววว์ ..... ทุกค่ำคืนยามดึก จะช่วยให้เงามืดในบ้าน ต้นกล้วย หรือเงากระจกในห้องน้ำ ดูเคลื่อนไหวสมจริง เกินกว่าจินตนาการ บางที หน้าต่าง ใต้เตียงของคุณ อาจมีใคร (สักคน) กำลังมาลูบหัวเจ้าหมาป่าเล่นอยู่ก็ได้ บรื๊ออส์ ....

10. แม้ว่าพ่อเจ้าประคุณจะมาจากดินแดนหนาวเย็น ใกล้ขั้วโลก ชื่นชอบน้ำเป็นชีวิตจิตใจ ด้วยลีลาการกระโดดเหยียบอ่างน้ำแล้ววิ่งเข้าบ้าน ขี้โคลนทั้งน้านนน แต่ขอโทษที จะอาบน้ำซักครั้งเหมือนพาเข้าโรงเชือด ทั้งดื้นทั้งโวยวาย แถมอาบน้ำเปลืองแชมพูจิ๊บเป๋ง อาบตัวเดียว ใช้ปริมาณน้ำเกือบเท่ากับอาบเด็กๆ ลายจุด 5 ตัว แถมเวลาเอาออกจากห้องน้ำ ห้ามเผลอปล่อยวิ่ง เพราะคุณพี่จะแอบไถลดินให้เป็นที่ปลาบปลื้มคนเลี้ยงยิ่งนัก  ไม่รวมตอนหวีขนที่ต้องวิ่งไล่จับกันอีกรอบ ซึ่งจะช่วยให้คุณได้เผาผลาญส่วนเกินร่างกายอย่างสนุกสนาน


11. เอ้าแถมอีกข้อ ถ้าใครคิดว่าจะหาเจ้าหน้าดุตัวนี้มาเฝ้าบ้านกรุณาเลิกคิด แม้หน้าตาจะดุและหน้าตาเหมือนหมาป่า แต่หมาพรรค์นี้กลับไม่มีสัญชาตญาณระแวงภัยแม้แต่นิดเดียว มันจะต้อนรับขับสู้ทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมบ้านคุณโดยเท่าเทียมกัน ไม่เว้นแม้แต่ขโมยขโจร เจ้าตัวนี้จะกระดิกหางไปวนรอบๆ และอาจจะมีเลียแถมให้ด้วยอย่างสนิทสนมอีกตะหาก ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องคอยระวังเรื่องไซบีเรียน ฮัสกี้ของคุณจะไปทำร้ายใครเข้าอย่างที่เห็นเป็นข่าวของหมาพันธุ์อื่นๆ อยู่บ่อยๆ


 

ไซบีเรียนฮัสกี้ (รัสเซีย: Сибирский хаски, Sibirskiy Haski) เป็นสุนัขขนาดกลาง ขนฟูแน่น จัดอยู่ในกลุ่มสุนัขใช้งาน มีต้นกำเนิดทางตะวันออกของไซบีเรีย เพาะพันธุ์มาจากสุนัขในวงศ์สปิตซ์ มีลักษณะขน 2 ชั้นฟูแน่น, หางรูปเคียว, หูเป็นรูปสามเหลี่ยมตั้งชัน และลายที่เป็นลักษณะเฉพาะ

ไซบีเรียนฮัสกีเป็นสุนัขที่แข็งแรง คล่องแคล่ว เต็มไปด้วยพลัง และยืดหยุ่น เป็นคุณสมบัติที่สืบทอดจากบรรพบุรุษที่มาจากสิ่งแวดล้อมที่หนาวเย็นอย่าง รุนแรงของไซบีเรีย และจากการเพาะพันธุ์ของชาวชุกชี (Chukchi) ที่อาศัยอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเอเชีย สุนัขถูกนำเข้ามาในอะแลสกา ระหว่างช่วงตื่นทองที่เมืองนอมน์ (Nome) และแพร่เข้าสู่สหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดาในฐานะสุนัขลากเลื่อน ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นสุนัขเลี้ยงตามบ้านในภายหลังอย่างรวดเร็ว

ประวัติ

สุนัขทุกสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนาพันธุ์ขึ้นมีบรรพบุรุษเดียวกันนั่นคือสุนัขป่าโบราณ (วงศ์ Canidae)[1] ไซบีเรียนฮัสกี, ซามอย, และอลาสกันมาลามิวนั้นสืบสายพันธุ์โดยตรงจากสุนัขลากเลื่อน[2] จากการวิเคราะห์ดีเอ็นเอที่ผ่านมาเมื่อเร็วๆนี้ช่วยยืนยันว่ามันเป็นหนึ่งในสุนัขที่มีการเพาะเลี้ยงมาแต่โบราณ[3] คำว่า "ฮัสกี (husky)" ได้มาจากชื่อที่ใช้เรียกชาวอินนูอิต (Inuit) ว่า "ฮัสกีส์ (huskies)" โดยคณะสำรวจคนขาว (Caucasian) คณะแรกๆที่มาถึงแผ่นดินของพวกเขา ส่วนคำว่า "ไซบีเรียน (Siberian)" ได้มาจากไซบีเรียนั่นเองเนื่องจากความคิดที่ว่าสุนัขลากเลื่อนนี้ถูกใช้ในการข้ามสะพานแผ่นดินของช่องแคบเบอร์ริ่งที่เป็นทางเข้าสู่หรือออกจากมลรัฐอะแลสกา[2], ซึ่งทฤษฎีนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในหมู่ผู้ที่ทำการศึกษาค้นคว้า[4] สุนัขที่สืบเชื้อสายมาจากสุนัขเอซคิโมสามารถพบได้ตลอดซีกโลกด้านเหนือจากไซบีเรียถึงประเทศแคนาดา, มลรัฐอะแลสกา, กรีนแลนด์, ลาบราดอร์ (Labrador), และเกาะบัฟฟินค์ (Baffin Island)[2]

ด้วยความช่วยเหลือของไซบีเรียนฮัสกี ประชาชนของชนเผ่าต่างๆไม่เพียงแค่รอดตายเท่านั้นในการออกสำรวจดินแดนที่ไม่ มีรู้จัก พลเรือเองโรเบิร์ต เพียร์รี่ (Robert Peary) แห่งกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาก็ได้รับความช่วยเหลือจากสุนัขสายพันธุ์นี้ ระหว่างคณะสำรวจของเขาออกสำรวจขั้วโลกเหนือ บทบาทของไซบีเรียนฮัสกีในกระทำหน้าที่นี้ไม่สามารถเป็นที่หยั่งรู้ได้[2]

สุนัขจากแม่น้ำอานาเดียร์ (Anadyr River) และพื้นที่รอบๆถูกนำเข้ามาในมลรัฐอะแลสกาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1908 (และเป็นเวลา 2 ทศวรรษ)ในช่วงตื่นทองเพื่อใช้เป็นสุนัขลากเลื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน All-Alaska Sweepstakes (AAS) หรือการแข่งสุนัขลากเลื่อนทางไกลซึ่งเป็นระยะทาง 408 ไมล์ (657 กม.) จากเมืองนอมน์ (Nome) ถึงเมืองแคนเดิล (Candle) ไปและกลับ "เล็กกว่า, เร็วกว่า และอดทนมากกว่า ในการบรรทุกน้ำหนักราว 100 - 120 ปอนด์ (45 - 54 กิโลกรัม)" มันเป็นส่วนสำคัญใกล้ชิดของผู้เข้าแข่งขันยาวนอมน์ที่มีชื่อเสียง ลีออนฮาร์ด เซพพารา (Leonhard Seppala) ที่เคยเป็นผู้เพาะเลี้ยงไซบีเรียนฮัสกีมาก่อนที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1909 ถึงช่วง ค.ศ. 1920[2]

ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1925 กันเนอร์ คาเซ็น (Gunnar Kaasen) เป็นผู้นำเซรุ่มไปถึงเมืองนอมน์เป็นคนแรกในปี ค.ศ. 1925 เพื่อรักษาโรคคอตีบ กันเนอร์ได้ออกจากเมืองนีนนานา (Nenana) ไปสู่เมื่องนอมน์เป็นระยะทางมากกว่า 600 ไมล์ ด้วยความพยายามของผู้เดินทางและความช่วยเหลือของสุนัขลากเลื่อน การแข่งขัน Iditarod Trail Sled Dog Race (การแข่งสุนัขลากเลื่อนสู่เมื่องอิดิตทารอต) ที่จัดขึ้นก็เพื่อเป็นอนุสรณ์ของการขนส่งเซรุ่มนี้เอง และเหตุการณ์นี้ได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันในปี ค.ศ. 1995 ที่ชื่อ"บอลโต (Balto)" ตามชื่อของสุนัขนำทีมของกันเนอร์ และเพื่อเป็นเกียรติแก่สุนัขนำทีมบอลโต มีการสร้างรูปหล่อเหมือนที่ทำจากทองแดง ตั้งอยู่ในเซ็นทรอล ปาร์คในมลรัฐนิวยอร์ก มีคำจารึกดังนี้

อุทิศแก่จิตวิญญาณที่ทรหดของสุนัขลากเลื่อนที่นำเชื้อต้านพิษบนทางยาก ลำบากเต็มไปด้วยน้ำแข็ง 600 ไมล์, ข้ามลำน้ำที่แข็งตัว, ฝ่าพายุหิมะของขั้วโลกเหนือจากเมื่องนีนนานาสู่เมืองนอมน์ที่รอความช่วย เหลือให้พ้นจากโรคร้ายในฤดูหนาวปี ค.ศ. 1925 อดทน--ซื่อสัตย์--มีไหวพริบ[2]

ในปี ค.ศ. 1930 ไซบีเรียนฮัสกีตัวสุดท้ายถูกนำออกจากรัฐบาลโซเวียดใกล้กับพรมแดนของไซบีเรียเพื่อการแลกเปลี่ยนกับภายนอก ปีเดียวกันมีการจดทะเบียนรับรองสายพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกีโดยสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขแห่งสหรัฐอเมริกาเป็น 9 ปีหลังจากสายพันธุ์นี้ถูกจดทะเบียนในประเทศแคนนาดา ณ.วันนี้ไซบีเรียนฮัสกีที่จดทะเบียนในอเมริกาเหนือเป็นลูกหลานส่วนใหญ่ของไซ บีเรียนฮัสกีที่ถูกนำเข้ามาในปี ค.ศ. 1930 และสุนัขของลีออนฮาร์ด เซพพารา เซพพาราเจ้าของคอกสุนัขในนีนนานาก่อนที่จะย้ายไปอยู่นิวอิงแลนด์ อาเทอร์ วาวเด็น (Arthur Walden) เจ้าของคอกสุนัขชินุก (Chinook) แห่งวอนนาแวมเซิด (Wonalancet) มลรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ผู้มีไซบีเรียนฮัสกีในคอกที่โดดเด่น สุนัขตั้งแต่เริ่มก่อตั้งคอกของเขามาจากอะแลสกาโดยตรงและมาจากคอกของเซพพารา[2]

ก่อนที่จะมีชื่อเสียง, ในปี ค.ศ. 1933 ว่าที่พลเรือเอกริชาร์ด อี. เบอร์ด (Richard E. Byrd)แห่งกองทัพเรือได้ซื้อสุนัขไซบีเรียนฮัสกีราวๆ 50 ตัวด้วยตัวเขาเอง หลายๆตัวถูกรวบรวมและฝึกจากคอกชินุกในมลรัฐนิวแฮมป์เชียร์ เพื่อใช้ในคณะสำรวจของเบอร์ดที่เขาหวังจะเดินทางราวๆ 16,000 ไมล์ไปตามชายฝั่งของทวีปแอนตาร์กติกา ที่เรียกว่าปฏิบัติการกระโดดสูง (Operation Highjump) จากประวัติการเดินทางนี้เอง พิสูจน์ให้เห็นคุณค่าไซบีเรียนฮัสกีเพราะขนาดที่พอเหมาะ และความเร็วที่ดีเยี่ยม[2] กองทัพสหรัฐอเมริกาได้ใช้ไซบีเรียนฮัสกีในการค้นหาและช่วยเหลือในขั้วโลกเหนือของคำสั่งขนส่งทางอากาศระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง [5]
 

ลักษณะทั่วไป

ไซบีเรียนฮัสกีมีรูปร่างลักษณะภายนอกคล้ายกับอลาสกันมาลามิวท์เช่นเดียวกับสายพันธุ์อื่นๆที่พัฒนาสายพันธุ์มาจากสุนัขวงศ์สปิตซ์เช่นซามอย ไซบีเรียนมีขนหนาแน่นกว่าสุนัขสายพันธุ์อื่น มีสีและรูปแบบขนที่หลากหลาย โดยปกติมีสีขาวที่เท้า, ขา, ท้อง, รอบตาหรือเป็นหน้ากากที่หน้า และที่ปลายหาง ทั่วไปมีสีดำ-ขาว, เทา-ขาว, ทองแดง-ขาว, และขาวปลอด และยังมีแบบที่เป็นเอกลักษณะเฉพาะ เช่น สีอ่อน แต้มจุด แว่นตา ฯลฯ บางครั้งก็มีลักษณะคล้ายหมาป่าเกิดขึ้น แม้ว่าในการพัฒนาพันธุ์ไม่มีความใกล้ชิดกับหมาป่าหรือสายพันธุ์ที่ใกล้ชิดเลย คิดว่าเกิดจากการเพาะพันธุ์ที่ไซบีเรียแล้ว

ตา

สีตาของไซบีเรียนฮัสกีที่เป็นที่ยอมรับมีสีฟ้าหรือน้ำตาลเข้ม, เขียว, น้ำตาลอ่อน, เหลือง/อำพัน, "แก้วตาหลายสี" หรือตาเฮเซล (Hazel) เป็นจุดบกพร่องร้ายแรงที่แสดงวงสีต่างกันในแก้วตา รวมถึงตาข้างนึงสีน้ำตาลอีกข้างสีฟ้า (complete heterochromia) หรือตาข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้างมีสี "แบ่งส่วน" น้ำตาลครึ่งฟ้าครึ่ง (partial heterochromia) นี่คือสีตาทั้งหมดที่ถูกพิจารณายอมรับโดยสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขแห่งสหรัฐอเมริกา ตาต้องเป็นรูปอัลมอนด์ เว้นระยะห่างกันปานกลาง วางตัวเฉียงเล็กน้อย[6]

หูและหาง

หูเป็นรูปสามเหลี่ยม, มีขนสมบูรณ์, ขนาดกลาง, และตั้งชัน ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยๆในการพัฒนาพันธุ์โดยสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข เช่นสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (สหรัฐอเมริกา) ที่มีรูปหูที่เรียกว่าหูผึ่ง (prick ears) หางเป็นพู่เหมือนหางหมาจิ้งจอกรูปเคียวโค้งเหนือหลังและลากหางไปด้านหลังเมื่อเคลื่อนไหว ไซบีเรียนฮัสกีส่วนมากมีสีขาวตรงปลายหาง[6] หางต้องไม่โค้งจนแตะหลังเหมือนสปิตซ์ สีออกแกมขาว

ขน

ขนของไซบีเรียนฮัสกีมี 2 ชั้น ขนชั้นในที่หนาแน่นและขนชั้นนอกที่ยาวกว่า ขนชั้นนอกยาวตรงและบางส่วนเหยียดเรียบไม่ชี้ชันตั้งตรงจากลำตัว ที่สามารถปกป้องมันจากความรุนแรงของฤดูหนาวขั้วโลกเหนือได้ (50 °C to 60 °C[7]) แต่ขนที่หนานั้นทำให้ระบายความร้อนได้ยากในฤดูร้อน ส่วนขนยาวแบบที่เรียกว่า "ฮัสกีขนแกะ (wooly huskies)" นั้นไม่เป็นที่ยอมรับ และไม่มีสิทธิ์ลงแข่งในสนามประกวด ดูสีขนเพิ่มเติม

จมูก

จมูกของไซบีเรียนฮัสกีมีสีดำในสีเทาในสุนัขสีแทนและสีดำ สีเลือดหมูในสุนัขสีทองแดง และอาจจะมีสีเนื้อในสุนัขสีขาว ไซบีเรียนฮัสกีบางตัวมีจมูกที่เรียกว่า "จมูกหิมะ" เป็นสภาวะที่เรียกว่าผิวด่าง (hypopigmentation) ในสัตว์ และสุนัขที่มี "จมูกหิมะ" นั้นสามารถลงประกวดได้[8][6] ในสุนัขระดับประกวดไม่ค่อยจะมีจมูกทรงแหลมหรือสี่เหลี่ยมนัก

ขนาด

ในการเพาะพันธุ์ ไซบีเรียนฮัสกีมีมาตราฐานดังนี้ เพศผู้สูง 21 - 23.5 นิ้ว (53.5 - 60 ซ.ม.) หนัก 45 - 60 ปอนด์ (20.5 - 28 กิโลกรัม) เพศเมียมีขนาดเล็กกว่า สูง 20 - 22 นิ้ว (50.5 - 56 ซ.ม.) หนัก 35 - 50 ปอนด์ (15.5 - 23 กิโลกรัม)[6]

อารมณ์

 

ไซบีเรียนฮัสกีที่มีตาสีฟ้าน้ำแข็ง

ไซบีเรียนฮัสกีก็เหมือนสุนัขใช้งานทั่วๆไปที่มีพลังงานสูงต้องการการออก กำลังมาก มันควรได้รับการปฏิบัติแบบเพื่อนเดินทางและสุนัขลากเลื่อนไม่ใช่สุนัข อารักขา การรวมกันของปัจจัยนี้ส่งผลให้ไซบีเรียนฮัสกีมีจิตประสาทที่สุภาพอ่อนโยนและ ซื่อสัตย์[9]

ชาวอินูอิต (Inuit) พัฒนาสายพันธุ์นี้ขึ้นมาเพื่อใช้ลากเลื่อนหนักเป็นระยะทางไกลๆและสามารถเอา ตัวรอดได้การภูมิประเทศที่หนาวเย็นแบบทรุนดรา (tundra) และช่วยในการล่าสัตว์[2]

ฤติกรรม

พฤติกรรมของไซบีเรียนฮัสกีถูกมองว่าเป็นตัวแทนบรรพบุรุษของสุนัขบ้าน นั่นก็คือหมาป่า มันแสดงออกในรูปแบบพฤติกรรมของเทือกเถาเหล่ากอแบบกว้างๆ[10] บ่อยครั้งที่ชอบหอนมากกว่าเห่า[11] การแสดงออกที่มากเกินไปเกิดจากการถูกขับด้วยสัญชาตญาณในการล่า บุคลิกลักษณะของสุนัขที่เกิดจากการเพาะพันธุ์บ่อยครั้งที่เห็นได้ชัดใน พฤติกรรมการละเล่นไล่จับสิ่งต่างๆในสิ่งแวดล้อมที่สุนัขแสดงออกมาคล้ายกับ สุนัขล่าเนื้อมากกว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยง มันชอบวิ่งเป็นพิเศษ น่าจะเป็นเพราะจากประวัติการเพาะพันธุ์ในอเมริกาเหนือ ในการฝึกสุนัขให้เชื่อฟังคำสั่งควรใช้เวลา 15 นาที/วันดีที่สุด และทำทุกๆวัน[12]

สุขภาพ

ไซบีเรียนฮัสกีมีอายุเฉลี่ยราวๆ 12 - 16 ปี ข้อบกพร่องในตาแต่กำเนิดที่พบจากการเพาะพันธุ์ เช่น ต้อกระจกบาง, กระจกตาเจริญผิดเพี้ยน, และจอตาฝ่อรุกลาม การเจริญผิดปรกติของเอวก็พบได้บ่อยเช่นกันในการเพาะเลี้ยงเหมือนกับสุนัข ขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ทั่วไป[13]

ไซบีเรียนฮัสกีที่เป็นสุนัขลากเลื่อนอาจมีโรคอื่นๆอีก เช่น โรคกระเพาะ[14], หลอดลมอักเสบ[15], และแผลในกระเพาะ[

การแข่งขันสุนัขลากเลื่อน

บางครั้งไซบีเรียนฮัสกียังถูกใช้เป็นสุนัขลากเลื่อนใน การแข่งขันลากเลื่อนแต่บางครั้งการมีการใช้สายพันธุ์อลาสกันฮัสกี (Alaskan Husky) ที่เป็นที่นิยมมากกว่าแทนหรือสุนัขล่าสัตว์ที่เกิดจากการพัฒนาพันธุ์เป็น พิเศษโดยเลือกจากความเร็วและขนที่หนาน้อยกว่า ระวางบรรทุกของไซบีเรียนฮัสกีที่ถูกพัฒนาพันธุ์อย่างเลือกเฟ้นสามารถดึง น้ำหนักระดับกลางเป็นระยะทางไกลๆด้วยฝีเท้าระดับปานกลางและโดยทั่วไปไม่ สามารถทำความเร็วมากกว่านี้ติดต่อกันได้ ไซบีเรียนฮัสกีก็ยังเป็นที่นิยมใช้ในการแข่งขัน มันวิ่งได้เร็วกว่าสายพันธุ์สุนัขลากเลื่อนแท้ๆบางสายพันธุ์เช่นซามอย, ช้ากว่าแต่แข็งแรงกว่าอลาสกันมาลามิว ปัจจุบันทิศทางการพัฒนาพันธุ์แบ่งออกเป็นไซบีเรียนฮัสกีสำหรับ การแข่งขันและสำหรับ การประกวด

ในสหราชอาณาจักร การแข่งขันไซบีเรียนฮัสกีมีขึ้นบนเส้นทางในป่าต้องใช้สามล้อที่ออกแบบพิเศษแทนเลื่อน นิยมแข่งในฤดูหนาว

  

แหล่งข้อมูลอื่น

 

ตอนก่อนหน้า

  C O M M E N T   B o X

อยากบอกว่า :

ลงชื่อ
พิมพ์ตัวเลข

My Blog
10
Comments
9
Fanclub
0


    Blog ที่ผ่านมา


ดู Blog ทั้งหมด


    Favorite Blog
เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ


     อัพเดท 14 พ.ค. 55