คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์

ตอนที่ 19 : หุบผาหมอก (ตอนที่ ๑๘/๑๐๕ บทที่ ๕)


     อัพเดท 13 ต.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ผจญภัย
Tags: Hopeful with Hearthed, adventure, fantasy, science fiction, action, ฝ่าอุปสรรคตามหารักนิรันดร์, ชีวิตผจญภัย, แฟนตาซี, วิทยาศาสตร์, แอ็คชั่น, ฝ่าอุปสรรค, สังข์, เอื้อย, โสนน้อย, สินสมุทร, สุดสาคร, พลายงาม, สิงห์ดำ, นครรัฐเทพนารา, ตามหารัก, รจนา
ผู้แต่ง : ดิน หิน ฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดิน หิน ฟ้า Email : sudin.expert(แอท)yahoo.com
My.iD: https://my.dek-d.com/igoodmedia
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 787
2 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 8 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์ ตอนที่ 19 : หุบผาหมอก (ตอนที่ ๑๘/๑๐๕ บทที่ ๕) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 21 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


() หุบผาหมอก

คณะเดินทาง ผ่านมาถึงหุบเขาแห่งหนึ่ง ด้านซ้ายและขวาเป็นหินผาสูงเสียดฟ้า มองไม่เห็นตะวัน ส่วนทางเดินที่อยู่ด้านหลังและด้านหน้า มองเห็นได้ไม่ไกลนัก เพราะเต็มไปด้วยหมอกควัน พวกเขาเดินทางท่ามกลางบรรยากาศมืดๆ สลัวมานาน ไม่มีใครในคณะเดินทางจะตอบได้ว่า นี่เป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน แต่ความเหน็ดเหนื่อย มันเรียกร้องให้พวกเขาต้องหยุดพัก แม้ว่ามันจะยังไม่มืด

มาลา มองเห็นซอกเขาแห่งหนึ่งอยู่ข้างทาง ซึ่งเป็นโพลงลึกเข้าไป จึงหยุดและชี้ให้พวกเด็กๆ ดู จาอู เห็นว่า น่าจะพักที่นี่กันก่อน จึงสั่งให้ทุกคน จัดเตรียมที่พัก หาฟืน ก่อไฟ ทำอาหาร ทำเขตป้องกันสัตว์ร้าย

เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ ไม่มีวี่แววว่าจะมืดสนิท ดังนั้นกองไฟ จึงถูกก่อขึ้น เพื่อประทังความหนาวเย็นเป็นหลัก ส่วนความสว่างเป็นรอง ตลอดเวลาที่เดินทาง พวกเด็กๆ และพี่เลี้ยง รู้สึกอ่อนเพลียกว่าทุกวัน พอมาเจอสภาพอากาศขมุกขมัว แบบนี้ จึงทำให้พวกเขาอยากพักให้นานกว่าทุกครั้ง จาอู เห็นว่า ซอกโพลงเขาที่นี่เหมาะที่สุด เพราะเป็นโพลงตัน ทำให้ระวังภัยได้ง่าย อีกทั้งอาหารที่หาได้วันนี้ ก็มากพอ ที่จะอยู่พักได้นานเท่าที่พอใจ

มาลากับซู อาสาอยู่ยามช่วงแรก ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นยามแรกหรือไม่

เสียงสัตว์ป่า ฟ้าแลบ ปรากฏขึ้นเป็นระยะ แต่พวกเด็กๆ และพี่เลี้ยงที่เหลือยังคงหลับไหล ความเงียบของป่า มักมีความชั่วร้ายซ่อนอยู่ มันค่อยๆ แอบแฝงคืบคลานเข้ามา ทุกคนนอนหลับสนิท ฝากความปลอดภัยไว้แก่ผู้อยู่เวรยาม แต่ที่นี่มันไม่เหมือนกับที่อื่นๆ ที่พวกเขาเคยผ่านมา

ความเงียบ ความอ่อนเพลีย ทำให้ มาลาและซู เผลอหลับไป ปล่อยให้อสรพิษร้ายรูปร่างประหลาด คืบคลานเข้ามา ลำตัวกลมแบน ขนาดเท่าลำตัวคน ยาวราวสามช่วงตัวคนต่อกัน มีเกล็ดสีน้ำเงินเรืองแสง หัวและขาเหมือนตะขาบยักษ์ มันคือตะขาบยักษ์ดีๆ นั่นเอง แต่ทว่า ขาคู่หน้าและคู่หลังทั้งสี่ขานี่สิ มันยาวกว่าทุกขา ทำให้มันเลื้อยคลานข้ามเชือกกั้นระวังภัย ที่มาลาทำไว้เมื่อตอนก่อนนอน ไร้สัญญาณเตือนภัย ไร้การเฝ้าระวัง มันค่อยๆ เคลื่อน เข้ามาใกล้ๆ พร้อมที่จะมอบความตายให้แก่ใครบางคนในที่นี้ ด้วยพิษร้าย ซึ่งไม่อาจคาดเดาได้ว่า มันซ่อนพิษอะไรไว้ที่ตรงไหน

สังข์ลืมตาขึ้น รู้สึกมีสิ่งผิดปกติคืบคลานเข้ามาใกล้ตัว

ตัวอะไรเนี่ย!” สังข์ ตะโกน ทุกคนตกใจตื่น ต่างคนต่างคว้าอาวุธที่อยู่ใกล้ที่สุด

สังข์ เอื้อย บันตู อยู่ซีกซ้าย ซู อัง และโสนน้อย อยู่ซีกขวา หลังพิงผนังถ้ำ เตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับมัน มาลากับจาอู อยู่ด้านหลังของเจ้าสัตว์ร้าย มันตกอยู่ภายใต้วงล้อม แต่ดูเหมือนว่ามันเองก็มั่นใจในพิษของมันเช่นกัน หางของมันตะวัดใส่ศัตรู จาอู หลบทัน พลาดไปโดนเสาหลักสำหรับผูกเชือกระวังภัย จนหักสะบั้นลง ตอนนี้เขตระวังภัยไม่มีประโยชน์อีกต่อไปแล้ว

จาอู พุ่งหอกใส่ที่บริเวณหาง มันคงเจ็บไม่น้อย มันจึงเบนหัวเข้าใส่จาอู จังหวะนั้น สังข์ ยิงลูกดอกจากหน้าไม้ เสียบที่บริเวณลำตัว ขณะที่เอื้อย ขว้างมีดพกเข้าใส่ตรงซอกขา มันตวัดหางไปโดนสังข์ กระเด็นออกไปด้านหน้าหลืบถ้ำ กระแทกกับโคนต้นไม้ใหญ่ จาอูได้จังหวะ คว้ามีด กระโดดเข้าใส่แทงไปที่บริเวณแผลเก่าที่โดนหอก มันร้องด้วยความเจ็บปวด เอี้ยวตัวเข้าหาจาอู อีกครั้ง พร้อมกับตวัดหางไปโดนกองไฟ ถ่านไฟกระเด็นไปถูกสังข์ ซึ่งยังนอนเจ็บอยู่ โสนน้อย ถลาจะเข้าไปฉุดให้สังข์ลุกขึ้น แต่ช้าไป สัตว์ร้ายมันกระโดดคร่อม สังข์

ยามฉุกเฉินเช่นนี้ ทำให้สังข์นึกถึงคำสอนของเคน ตั้งสติให้มั่นคง พยายามคว้าท่อนฟืนที่ โสนน้อย โยนส่งไปให้ ยันสวนไปที่บริเวณใบหน้า ทำให้มันไม่สามารถฝังคมเขี้ยวไปที่เหยื่อได้ถนัด พลันสายตาของสังข์ ก็มองเห็น มีดพกของตน กับซองหนังที่ใส่วัตถุนำทาง หล่นอยู่ไม่ไกล ซูก็เห็นเช่นกัน แต่กลับเป็นฝ่ายตกตะลึง กับสิ่งของที่ตกอยู่มากกว่าสัตว์ประหลาดนั่น

ซูสังข์ ตะโกน

ซูได้สติ จึงกระโดดคว้ามีดพกของสังข์ที่หล่นตรงนั้น แต่ก็ยังลังเลเหมือนถูกสะกดจิต เมื่อสิ่งที่อยู่ในซองนั่น อยู่ใกล้แค่เอื้อม

แทงมันที่หัวใจสังข์ ตะโกนซ้ำ

สติของซูกลับคืนมาอีกครั้ง กำมีดไว้ในมือแน่น กระโดดเข้าใส่สัตว์ร้าย ปลายมีดทิ่มเข้าที่ซอกคอ แต่แรงมันมีมากกว่า จึงสะบัดซูหลุดกระเด็นไป มันเห็นว่าคงสู้คนหลายคนไม่ได้ จึงตะเกียกตะกายหนีไป แต่ไปได้ไม่ไกล มันก็สงบแน่นิ่ง ไม่ไหวติง สังข์เดินไปเอามีดที่ยังปักคาอยู่ที่ซอกคอของมัน ซูเดินไปหยิบกระเป๋าหนังสีดำ แล้วจับสิ่งที่อยู่ในนั้นออกมาดู พลัน! แววตาของเขาก็เริ่มเป็นสีเทา

มโนภาพศีรษะหินแกะสลักรูปใบหน้าคนป่า ผ่านวูบเข้ามาในสมอง ตอนที่จมลงไปในกระแสน้ำวน เจ้าจงเอาสิ่งนั้นมาให้ข้า พลังเสียงนั้นมันมีอำนาจ สะกดให้ ซู ทำตามที่มันประสงค์

ซูสังข์ ยื่นมือไปขอกระเป๋านั่น แต่ซูยังลังเล

ซู ส่งมันมา!” สังข์ ตะโกนซ้ำ

แววตาที่แข็งกระด้างของซู เริ่มอ่อนโยนขึ้น สีเทาที่ดวงตาเริ่มจางลง ๆ เขาถอนหายใจ พร้อมกับยื่นวัตถุนำทางส่งให้สังข์ สังข์รีบคว้ามันมา เก็บไว้ในซองหนังเหมือนเดิม ต่อไปนี้ สังข์เริ่มระแวง ไม่ไว้ใจ ซูมากขึ้น เอื้อย โสนน้อย สบตากันและเข้าใจสถานการณ์นี้ดี

การต่อสู้ผ่านไป สร้างความเหน็ดเหนื่อยให้ไม่น้อย ครั้นจะเดินทางต่อ เห็นว่าทุกคนยังตื่นตระหนกกันอยู่ จาอู จึงถามพวกเด็กๆ ว่าจะเอาอย่างไร

จะอยู่ หรือ ไปต่อจาอู ถามสังข์

รอให้ทุกคนหายเหนื่อยก่อนจะดีกว่า ถ้าไปต่อ เกิดไปเจอมันอีก จะเอาแรงที่ไหนไปสู้มัน อีกอย่างนะ ถ้าไปตอนนี้ ไปเจอฝนเราจะทำยังไง

กองไฟ ถูกก่อขึ้นใหม่ เพื่อให้พวกเด็กๆ ได้นอนต่อ แต่การพักผ่อนคราวนี้ ไม่เหมือนครั้งก่อน ทำให้พวกเด็กๆ นอนหลับไม่สนิทนัก จาอูกับบันตูอยู่เวรยาม ซูหลับก่อนเพื่อน

ขณะนั่งเวรยาม ด้านหลังของจาอู มองเห็นเงาของใครบางคน ที่ผนังถ้ำ ค่อยๆ คลานไปหยิบของบางอย่าง ของคนที่นอนอยู่ แต่แล้วเงานั่นก็สะดุด เมื่อเสียงหนึ่งดังแว่วๆ มาจากข้างนอก

จาอู จาอู

จาอู ที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่ ก็สะดุ้งตื่น หันไปมองทางเสียงเรียก ซึ่งอยู่ด้านนอกตรงข้ามกับทางเดินหน้าบริเวณที่พัก จาอูจึงค่อยๆ ลุกขึ้น ปล่อยให้บันตูนั่งหลับไปก่อน เขาเดินออกไป ค่อยๆ มองผ่านกิ่งไม้ เสียงคนเหยียบกิ่งไม้ ทำให้บันตูตื่นขึ้น และมองตามจาอูไป

ภาพที่อยู่เบื้องหน้าของจาอู สร้างความแปลกประหลาดใจให้กับเขาเป็นอันมาก แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง

ซาเจะ ซาเจะจาอู เรียกชื่อเมียรัก

ร่างผู้หญิงชาวป่า หน้าตาดี มายืนเรียกจาอูผู้เป็นสามี อยู่ใต้โคนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไป ด้วยความดีใจ จาอูจึงรีบเดินไปหา แต่แล้ว ร่างผู้หญิงนั้นก็หายลับไป เมื่อเธอเดินผ่านต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง จาอู เดินตามไป บันตูไม่ไว้ใจในสถานการณ์ เกรงว่าอาจเกิดอันตรายกับจาอู

จาอูบันตูเรียก แต่เขาไม่ได้ยิน จาอูเดินห่างออกไป บันตูสะกดรอยตามไปอีกทางหนึ่ง เขารู้สึกประหลาดใจ ที่เห็นจาอู เรียกชื่อเมียของเขา ทั้งๆ ที่ข้างหน้าเขาไม่เห็นมีใคร หรือมีอะไร

แต่แล้ว บันตูก็ตกใจตาค้าง ปากคอสั่นสะท้านด้วยความกลัว เมื่อเขาเห็นเสือดำตัวใหญ่ กำลังแอบซุ่มอยู่ มันกำลังหมอบจ้องไปที่จาอู หางเริ่มส่ายไปมา จาอูกำลังเดินเข้าไปหาเสือดำโดยไม่รู้ตัว

จาอู รู้สึกแปลกใจที่ ซาเจะ เมียของตน เดินถอยห่างออกไป

จะ จะ จา จาอูบันตู พูดเสียงต่ำๆ ในลำคอ พร้อมกับถอยหลัง ไปเหยียบกิ่งไม้แห้ง

แคร๊ก!”

จาอูหันไปมองตามเสียงนั้น และแล้ว เขาก็ตกใจสุดขีด เมื่อเห็นเมียรัก วิ่งผ่านต้นไม้ใหญ่ไปอีกด้าน พอโพล่จากต้นไม้ใหญ่ มันกลายเป็นเสือดำตัวใหญ่ กระโดดเข้าตะครุบเหยื่อ

โฮก! อ๊าก! ก ก กร้ำๆ ๆเสียงนั้น มันดังขึ้น สลับกับ สายฟ้าแลบแปลบๆ

จาอู เห็นดังนั้น จึงวิ่งถอยกลับไปยังที่พัก ทำให้ทุกคนตื่นขึ้น ฟังเสียงร่ำให้ของจาอูสลับกับเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้น เขาต้องสูญเสียเมียรักไป และต้องมาเสียเพื่อนร่วมทางไปอีกคน

ห๊า! บันตูถูกเสือกิน โสนน้อย ตกใจ

เสือพวกนี้ มันจะสวมวิญญาณของคนที่มันฆ่า แล้วแปลงร่างเป็นคนคนนั้นสังข์ พูด

เมียของจาอูตายแล้ว เขายังจะไปกับพวกเราอยู่รึเปล่า?” โสนน้อย เริ่มรู้สึกท้อแท้และเป็นกังวล

จาอู ยังนั่งเศร้าเสียใจไม่หาย ขณะที่ อัง ซู และ มาลา ยังตื่นตระหนกอยู่ ไม่แน่ใจว่าจะตัดสินใจอย่างไร กับสิ่งที่เกิดขึ้น สังข์มองหน้าพวกเขา กึ่งอ้อนวอน อัง มาลา ส่ายหัว ซูก็ยังไม่ตัดสินใจ เขามองหน้าจาอู เหมือนจะถามว่า จะเอายังไงต่อไปขึ้นอยู่กับจาอู เพราะเขาเป็นเพื่อนรักกัน เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาด้วยกัน

เมียของจาอูก็ตายไปแล้ว จาอู ยังจะไปกับพวกเราต่อไหม๊?” สังข์ ถาม

จาอู ก้มหน้านิ่ง ครุ่นคิด

จาอู สัญญากับเคนไว้แล้วว่า จะไปส่งพวกเราให้ถึงที่ เรายังต้องพึ่งจาอูอยู่นะ

เอื้อย โสนน้อย นั่งลงข้างๆ มองหน้าจาอู เชิงขอร้อง เขาถอนหายใจ เงยหน้าขึ้น รวบรวมสมาธิอีกครั้ง เมียรักก็ตายไปแล้ว ถ้าเขาจะกลับบ้านตอนนี้ ไปพบเคน ถ้าเคนถามถึงเด็ก เขาจะตอบเคนอย่างไร เคนเป็นผู้มีบุญคุณกับเขามาก เคยช่วยเหลือเขาทุกอย่าง ถ้าเขาไม่ทำตามที่เคนขอร้อง ก็เท่ากับเขาผิดสัญญากัน คนที่ผิดสัญญาก็คือคนไม่มีสัจจะ ผีป่าจะไม่ให้อภัย จาอูมองหน้าพวกเด็กๆ อีกครั้ง เขาถอนหายใจอีกครั้ง และพยักหน้า สังข์ เอื้อย และ โสนน้อย จึงยิ้มออกมาได้ ซูก็มีท่าทางมั่นใจขึ้นด้วยอีกคน

คณะเดินทางที่เหลือ เด็ก ๓ คน กับพี่เลี้ยง ๔ คน เดินทางต่อไปได้ไม่นาน ก็พ้นเขตหุบผาหมอก ท้องฟ้ามืดขึ้นมาทันที และแล้วพายุฝนฟ้าคะนองก็ตามมา นับว่าคราวนี้เป็นช่วงที่ลำบากที่สุด ที่พวกเด็กๆ เจอมา พายุฝน ฟ้าคะนอง ดูเหมือนว่ามันจะไม่หยุดลงง่ายๆ พวกเขาสู้ทนฝ่าลมหนาวต่อไปเรื่อยๆ แสงจากฟ้าแลบ ทำให้มองเห็นแนวต้นไม้ใหญ่ข้างทางเดิน การเดินทางเป็นไปด้วยความล่าช้า

จาอู พาพวกเด็กๆ เข้าพักที่ใต้ตอไม้ใหญ่ชั่วคราว เพื่อหลบฝนที่กำลังตกหนักมาได้พักใหญ่ เขาสงสารพวกเด็กๆ มาก ที่ต้องมาทนความหนาวเย็น โสนน้อยปากสั่นด้วยความหนาว เธอพูดเปรยกับเพื่อน อย่างหมดหวัง

เราจะตายไหม๊ เอื้อย? เราหนาวเหลือเกิน

สังข์ เขยิบเข้ามาใกล้ๆ โอบกอดเพื่อนๆ ไว้ เราจะต้องรอด พ่อกับแม่ของพวกเรารออยู่นะ เราจะต้องไปต่อ อดทนไว้โสนน้อย เราต้องไม่ตาย

สักครู่ ฝนก็เริ่มซาลง แต่ประกายไฟจากฟ้าแลบ ยังมีอยู่เป็นระยะ มาลาสะกิดแขนจาอู ให้มองไปข้างหน้า พวกเขามองเห็นบ้านร้างหลังหนึ่ง รูปร่างเหมือนปราสาท ยืนทะมึนอยู่บนเนินเตี้ยๆ จาอูจึงพาพวกเด็กๆ ฝ่าเม็ดฝนที่เริ่มซาลงทุกขณะ ตรงไปยังปราสาทลึกลับนั่น

มันเป็นอาคารตึกเก่าสามชั้นที่ดูเหมือนร้าง ทุกคนรีบหลบฝนเข้าไปยังระเบียบหน้าประตูทางเข้า จาอูเคาะประตู

มีใครอยู่ไหม๊?” สังข์ ตะโกน แต่ไม่มีเสียงตอบรับ

สงสัยจะเป็นบ้านร้างมั๊ง?” เอื้อย พูด

มาลาค่อยๆ เอามือผลักบานประตูเข้าไปข้างใน เอี๊ยดๆมันก็เปิดออกได้ไม่ยาก เหมือนเชื้อเชิญแขกอย่างสุภาพ ในยามคับขันเช่นนี้ จะเป็นบ้านใครก็ช่างเถอะ ถ้ามีเจ้าของก็จะขอพักสักหนึ่งคืน แต่ถ้าไม่มีก็ดีเหมือนกัน นับว่าเป็นคราวโชคดีสำหรับเด็กๆ ที่บังเอิญมีที่พักค้างแรม แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่า ที่แท้โชคร้ายอาจตามมาก็ได้



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์ ตอนที่ 19 : หุบผาหมอก (ตอนที่ ๑๘/๑๐๕ บทที่ ๕) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 21 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android