คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์

ตอนที่ 24 : หมู่บ้านไร้เวลา (ตอนที่ ๒๓/๑๐๕ บทที่ ๘)


     อัพเดท 14 ต.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ผจญภัย
Tags: Hopeful with Hearthed, adventure, fantasy, science fiction, action, ฝ่าอุปสรรคตามหารักนิรันดร์, ชีวิตผจญภัย, แฟนตาซี, วิทยาศาสตร์, แอ็คชั่น, ฝ่าอุปสรรค, สังข์, เอื้อย, โสนน้อย, สินสมุทร, สุดสาคร, พลายงาม, สิงห์ดำ, นครรัฐเทพนารา, ตามหารัก, รจนา
ผู้แต่ง : ดิน หิน ฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดิน หิน ฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/igoodmedia
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 791
2 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 8 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์ ตอนที่ 24 : หมู่บ้านไร้เวลา (ตอนที่ ๒๓/๑๐๕ บทที่ ๘) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 32 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


บทที่ ๘  หลุมดำดูดเวลา และการตามล่าของมนุษย์นอกจักรวาล

() หมู่บ้านไร้เวลา

หลังจากรอดชีวิตจากการถูกโจมตีของหนอนยักษ์ พวกเขาทั้งสี่คน ทำพิธีศพง่ายๆ ให้แก่มาลา จากนั้นก็เดินทางต่อไป การเดินทางบนพื้นดินทรายที่ร้อนระอุ และบาดแผลที่จาอูได้รับ ทำให้พวกเขาเดินทางอย่างล่าช้า ทั้งเหนื่อย ทั้งหิว น้ำเหลือน้อยลงไปทุกที จาอูเดินรั้งท้าย เขาพยายามจะเดินให้ทันพวกเด็กๆ แต่เพราะบาดแผล ทำให้เขารู้สึกว่าเขากลับเป็นตัวถ่วง

๒ วันผ่านไป

สังข์เดินนำหน้า ตามด้วย โสนน้อย และ เอื้อย เขาหันไปมองข้างหลัง เห็นจาอูล้มฟุบลงเพราะเดินต่อไปไม่ไหว สังข์จึงเดินย้อนกลับมาประคองจาอู ริมฝีปากของเขาแห้งผาก สังข์เอาน้ำให้ดื่ม มันมีแค่อึกเดียว บาดแผลทำให้เท้าของเขาบวม เดินต่อไปไม่ไหว

จาอู อดทนไว้นะสังข์ พูดพร้อมกับประคองให้เขาลุกขึ้น

เราไม่ไหวแล้วจาอู บอก

ไม่นะ จาอูต้องอดทน เราต้องไปต่อ เราจะอุ้มจาอูไปเอง

จาอูส่ายหัว โบกมือ ให้สังข์ไปต่อ และให้ทิ้งเขาไว้ที่นี่ ความร้อนไม่ปราณีพวกเด็กๆ มันจะทดสอบความอดทนของพวกเด็กๆ ไปถึงไหน ในเมื่อพวกเขาก็เป็นแค่เด็ก ขนาดผู้ใหญ่ที่เดินฝ่าทะเลทราย ยังทนไม่ได้ แต่นี่เขายังเป็นเด็ก ที่มีผู้ใหญ่เพียงคนเดียวเป็นผู้ดูแล และพี่เลี้ยงของพวกเขากลับต้องมาเป็นภาระให้เด็กอีก มันไม่ยุติธรรมเลยสำหรับสวรรค์ มันโหดเกินไปสำหรับบทเรียนบทนี้

เราจะขาดจาอูไม่ได้ เรามาด้วยกัน เราต้องไปด้วยกัน เราจะไม่ทิ้งให้จาอูตายที่นี่สังข์ พูดด้วยน้ำตาซึม

ดูโน่น!” เสียงโสนน้อย เราไม่ตายแล้ว

พ้นจากเนินทรายนี้ไป โสนน้อย มองเห็นลำธารน้ำสีเขียวอยู่ข้างหน้า ถัดไปเป็นป่าหินและหมู่บ้าน เอื้อยรีบเดินไปให้ทันโสนน้อย

จริงๆ ด้วย เรารอดแล้ว เอื้อย เผยอปากพูด ด้วยความดีใจ

สังข์ประคองจาอู เดินขึ้นมาที่เนินทราย มองไปข้างหน้า เอื้อย โสนน้อย พากันหัวเราะวิ่งไปยังลำธารน้ำสีเขียว สังข์และจาอู ยิ้มอย่างมีความหวัง เห็นไหม๊ จาอู เรามีน้ำกินแล้ว

พวกเขาเดินไปยังลำธาร สองฝั่งเป็นก้อนหินเต็มไปหมด มีน้ำใสๆ ไหลเป็นทาง ร่องน้ำกว้างราวๆ สองก้าวเดิน ทางน้ำไหลมุ่งสู่ทิศตะวันตก เมื่อมองทวนกระแสน้ำที่อยู่ทิศตรงกันข้าม จะเห็นหลังคาบ้านเรือน ปลูกติดกัน และห่างกันเป็นหย่อมๆ ล้อมรอบด้วยป่าหินที่ผุดแหลมขึ้นมาจากแผ่นดิน

หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง คณะเดินทาง ต่างพากันพักเอาแรง ที่ริมลำธารเล็กๆ พวกเขาทำเพิงพักชั่วคราว แบ่งอาหารแห้งกันกินพอประทังชีวิต แล้วค่อยไปเติมกันอีกเมื่อไปถึงหมู่บ้านข้างหน้า แต่ตอนนี้ ต้องจัดการบาดแผลของจาอูเสียก่อน มันบวมเป่งด้วยพิษอากาศร้อน เอื้อยเอายาสมุนไพรออกมาทา บำบัดความเจ็บปวดและลดอาการบวม

หลังจากที่พวกเขาพักครู่ใหญ่ อากาศก็เริ่มบรรเทาความร้อนลง เพราะเป็นเวลาบ่ายจัด ดวงตะวันสีแดง ต่ำลงมาใกล้ถึงขอบฟ้า

สัมภาระของพวกเด็กๆ ก็ลดน้อยลงไปมาก เหลือแต่ถุงเสื้อผ้า บรรจุของที่จำเป็น อาวุธติดตัว จาอู ได้ไม้ค้ำยันที่ถูกสร้างขึ้นอย่างง่ายๆ ทุกคนเดินทวนกระแสน้ำขึ้นไปได้สักพัก ก้อนหินสองข้างทางก็เริ่มหนาแน่นขึ้น ทำให้เดินทางลำบาก ด้วยเหตุนี้ ทางเดินจึงเปลี่ยนจากริมฝั่ง มาเป็นกลางลำธารน้ำ ทางเดินถูกสร้างขึ้นง่ายๆ จากก้อนหินซึ่งวางเว้นระยะห่าง พอที่จะเดินข้ามไปได้ สองฝั่งเต็มไปด้วยป่าหิน

พวกเขาเดินมาได้สักพัก ก็มาถึงประตูหินโค้งค่อนวงกลมวางตั้งอยู่บนพื้น คล่อมลำธารฝั่งซ้ายและฝั่งขวา โดยที่ ๑/๓ มันจมลงไปในพื้นดิน มันสูงใหญ่เทียมหลังคาบ้าน ไม่แน่ใจว่ามันถูกสร้างขึ้น หรือมีคนเอามันมาตั้งไว้ที่นี่ เพราะมันเป็นความโค้งที่สวยงาม ดูเป็นระเบียบ มีอักขระโบราณ สลักไว้บนความโค้งของหินนั่น ไม่รู้ว่ามันอ่านว่าอย่างไร รูปสามเหลี่ยมขดหอยบ้าง รูปปิรามิดบ้าง รูปนก รูปม้า รูปดวงอาทิตย์ รูปครึ่งวงกลม รูปหกเหลี่ยม ฯลฯ วางสลับตำแหน่งกัน อย่างเป็นระเบียบ และก็ยังมีอักขระบางตัว ถูกสลักไว้ที่ส่วนโค้งที่ฝั่งอยู่ข้างล่างในพื้นระหว่างร่องลำธาร

แสงอาทิตย์ยามอัสดง ส่องประกายผ่านเหลี่ยมหินเป็นลำแสงทรงกลม ส่องตรงมาที่ประตูหินโค้ง ทำให้เกิดเงาขึ้นที่บริเวณอักขระโบราณ ดูสวยงาม จาอูและพวกเด็กๆ ค่อยๆ เดินผ่านประตูหินโค้ง จาอู รู้สึกวิงเวียน เหมือนพื้นดินหมุนติ้ว พวกเด็กๆ ก็มีอาการไม่ต่างกัน เอื้อยกับโสนน้อย ถึงกับอาเจียน แต่ไม่มีอะไรออกมา

เมื่อพ้นแนวประตูหินโค้ง อาการเมาก็หายไป ได้ยินเสียงดนตรีเบาๆ แว่วมาตามสายลม

สงสัยพวกเราจะหิวข้าว จนตาลายสังข์ เอ่ยขึ้น

หิวข้าวอะไรกัน เธอมองไม่เห็นอะไรเหรอ ตอนพื้นดินหมุนติ้วๆ น่ะเอื้อย สงสัย

เออ จริงสิ เรามองเห็นทุกอย่างเป็นสีแดง สงสัยจะเมาหนักกว่าเธอ

ไม่นะ เราเห็นเป็นสีขาวโสนน้อย ก็เห็นเช่นนั้น แล้ว จาอู ล่ะ เห็นอะไร?”

ทุกคนมองหน้ากัน สงสัยในปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ณ เวลาเดียวกัน มันเป็นความรู้สึกประหลาด ที่ต่างคนต่างก็มีอาการเมาเหมือนกัน แต่มองเห็นสีสรรต่างกัน ในเมื่อยังหาคำตอบไม่ได้ ก็คงปล่อยให้มันเป็นปริศนาอย่างนั้นต่อไป เรื่องอัศจรรย์แปลกประหลาด พวกเขาก็ผ่านมามากแล้ว ส่งสัยไปก็ไม่เกิดประโยชน์ แต่เวลานี้ แค่ให้พวกทุกคนปลอดภัย เป็นดีที่สุดแล้ว

จาอู สังข์ เอื้อย โสนน้อย เดินทางต่อ เพื่อให้ถึงบ้านคนก่อนมืด โดยที่พวกเขาไม่ทันสังเกต มีสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นจริงๆ มันอาจจะเป็นกุญแจไขข้อข้องใจของพวกเขาก็ได้ ถ้าพวกเขาสักคนได้เห็นมัน น้ำในลำธาร หยุดไหลเอาดื้อๆ เหมือนถูกแช่ขังไว้ในแอ่ง ทั้งๆ ที่เมื่อสักครู่ มันก็ยังไหลเป็นปกติ แต่พวกเขาก็เดินผ่านไปแล้ว

มาถึงเนินดินเตี้ยๆ ก็เป็นเวลาพลบค่ำ มันเป็นหมู่บ้านโบราณ ที่ตั้งอยู่บนฝั่งลำธารน้ำ บ้านทุกหลังก่อด้วยอิฐหิน หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา มีผู้คนราว ๔ ๕ คน เดินเข้าออก จากบ้านหลังหนึ่ง ที่ปลูกอยู่ใจกลางหมู่บ้าน ขนานไปกับแนวลำธารน้ำที่อยู่ด้านหลัง เป็นอาคารหินชั้นเดียวประกอบด้วยห้องหลายๆ ห้อง ที่อยู่ติดกันราว ๓๐ ห้อง แต่ละห้องมีระเบียงเชื่อมติดกัน น่าจะเรียกว่าโรงแรม เกือบทุกห้องจะถูกจุดด้วยแสงไฟจากตะเกียงที่อยู่หน้าห้อง พอให้มีแสงสว่างส่องถึงทางเดินระหว่างห้องต่างๆเสียงดนตรีสนุกสนาน ดังมาจากที่ใดที่หนึ่งในอาคารหลังนี้

พวกเราจะพักกันที่นี่ จาอูว่าไง?” สังข์ถาม จาอูเห็นด้วย

สังข์กับอาจู พากันเดินนำหน้าเข้าไปที่ บริเวณหน้ามุข และผลักประตูหายเข้าไปในห้องโถง

ภายในก็เหมือนเรือนพักทั่วไป ใช้แสงสว่างจากตะเกียง ที่ติดตั้งอยู่ทั่วห้อง ที่นั่งรับรองแขก มีคนนั่งคุยกัน ๒ ๓ คน ด้วยภาษาพึมพำ ฟังไม่รู้เรื่อง ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเสียงดนตรีนั่น มันกลบเกลื่อนรบกวนเสียงพูดคุยกัน คนที่นี่แต่งตัวกันแปลกๆ ทุกคนดูเป็นผู้ชายแต่ไว้ผมยาวถึงบ่า ผิวดำแดงซีดๆ สวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบที่ถักทอแบบง่ายๆ สีเทา ผู้ชายคนที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ มีร่างสูง หน้าตาค่อนข้างดุ จ้องมองแขกที่มาเยือนในยามค่ำ เหมือนจะถามว่า ต้องการห้องพักใช่ไหม

พวกเขา พูดภาษาเดียวกับเราหรือเปล่า?” โสนน้อย หลบหน้ากระซิบถาม สังข์

ไม่รู้สิ

จาอู พูดด้วยภาษาของเขา พนักงานร่างสูง ยักไหล่แบะมือ เพราะฟังไม่รู้เรื่อง

เราต้องการห้องพักสังข์ บอกความประสงค์ พร้อมกับยกนิ้ว ๔ นิ้ว ห้องเดียวพักรวมกันสี่คน

ดูเหมือนชายร่างยักษ์คนนั้นจะเข้าใจ แต่เขาไม่ยอมพูดจาอะไรเลย ได้แต่พยักหน้า ยื่นมือขออะไรบางอย่าง โสนน้อย จึงยื่นวัตถุสีดำก้อนหนึ่ง วางลงบนโต๊ะเคาน์เตอร์ เขามองมัน แล้วทำหน้าไม่พอใจ เอื้อยจึงหยิบมาอีก ๒ ก้อน เขาหยิบมันขึ้นมาพิจารณามันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็วางมันลง ด้วยสีหน้าไม่พอใจ คราวนี้ เอื้อยเอามันออกมาทั้งหมด ๔ ก้อน วางลง แล้วส่ายหน้า แบะมือ สีหน้าของเขานิ่งแทนการตอบรับ

พวกเรายังไม่ได้กินอะไรมาเลยเอื้อย บอกสังข์

ยังไม่ทันที่สังข์จะถามต่อ ชายร่างสูง เดินนำหน้าพาพวกเด็กๆ และจาอู ไปยังห้องพักห้องหนึ่ง ที่อยู่เกือบท้ายสุดของอาคาร

ประตูห้อง ทำด้วยไม้แผ่นหนาห่อหุ้มด้วยเหล็ก ดูแน่นหนา มันถูกใช้งานมานานปี ชายร่างสูง เปิดมันด้วยกุญแจ ข้างในเป็นห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก มีเตียงขนาดใหญ่เพียงตัวเดียว อยู่กลางห้อง หน้าต่างกระจกบานปิด มีเตาผิงอยู่หนึ่งเตา แต่ว่าเวลานี้เป็นฤดูร้อน มันจึงยังไม่ถูกใช้งาน ชายร่างสูง จุดไฟที่ตะเกียง สองดวง ที่อยู่มุมห้องตรงข้ามกัน แล้วชี้ไปที่ประตูที่อยู่ด้านข้าง เขาคงหมายถึงห้องน้ำ เขายื่นลูกกุญแจให้โสนน้อย จากนั้นก็ออกจากห้องไป

ทันทีที่เข้าไปในห้อง เอื้อยรีบแกะผ้าพันแผลที่เท้าของจาอูออกดู และทำความสะอาด บาดแผลฉกรรจ์ไม่น้อย

สังข์ เธอว่า เขาดูแปลกๆ ไหม๊?” โสนน้อย พูด ขณะทำแผลให้จาอู รับหินเหล็กไหลนั่นไปแล้ว ไม่ถามเราเลยซักคำ ว่าเราจะพักกี่คืน เราเป็นใคร มาจากไหน แล้วจะไปไหน

เขาจะถามทำไมให้เสียเวลา เขาให้เราพักก็ดีนักหนาแล้ว เพระเราไม่มีเงินเลยสังข์ ตอบ ขณะจัดวางข้าวของ ให้เข้าที่ ที่จริงเหล็กไหลนั่น มันอาจจะมีค่าสำหรับพวกเขาก็ได้ เคนบอกว่าเป็นของหายาก

แต่ว่า มือของเขา–”

ทำไมเหรอ?”

เย็นเฉียบเหมือนแช่ในน้ำ

เธอรู้ได้ไง?”

ตอนรับกุญแจจากมือเขา

อย่าคิดมากน่า วันนี้เราโชคดีนะ ตั้งแต่เดินทางมา ไม่เคยมีที่นอนดีๆ เหมือนอย่างคืนนี้

เราหิวข้าวแล้วเอื้อย พูดหลังจากทำแผลให้จาอู

จาอูกับเด็กๆ พากันเดินออกจากห้อง ข้างนอกมืดสลัว ยังพอมีแสงจันทร์ส่องให้เห็นภายนอก ดูสงบเงียบดี ทำให้พวกเด็กๆ รู้สึกดีขึ้น พวกเขาเดินตรงไปหาชายร่างสูง ที่หน้าโต๊ะเคาน์เตอร์ เมื่อไปถึง สังข์ ทำท่าบอกใบ้ กับชายร่างสูง เรา  หิว  มี  อะไร  กิน  ไหม๊?”

ชายร่างสูง จึงเดินนำหน้าพาเด็กๆ และ จาอู ไปยังอีกห้องหนึ่ง ที่อยู่ไม่ไกล พอเปิดประตูเข้าไป อะไรกันนี่! ข้างในแออัดไปด้วยผู้คน ที่แต่งตัวเหมือนๆ กัน ดูเหมือนไม่มีผู้หญิงเลย แม้พวกเขาจะมีผมยาวก็ตาม พวกเขากำลังสนุกกับการเล่นพนัน และการกิน สูบ ดื่ม ลำพังภาษาพูดก็ฟังไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว เสียงหัวเราะ พูดเอะอะโวยวายเซ็งแซ่ ก็ยิ่งฟังไม่เป็นภาษามนุษย์ ที่ผนังด้านหนึ่ง มีนาฬิกาติดตั้งอยู่ แต่เข็มมันไม่เดิน

โสนน้อย เอื้อย รู้สึกตื่นกลัวเล็กน้อย แต่เพราะความหิว ทำให้ไม่อาจปฏิเสธสิ่งแวดล้อมเหล่านั้นได้ และไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ พวกเขาถูกพาให้ไปนั่งที่โต๊ะอีกมุมหนึ่ง ท่ามกลางสายตาจับจ้องมองมา สักครู่ อาหารก็มาถึง จาอูและเด็กๆ ต่างตั้งหน้าตั้งตากินด้วยความเอร็ดอร่อย ก็แน่ละ ไม่ได้กินอาหารดีๆ อย่างนี้มาหลายวันแล้ว ทำให้ความตื่นกลัวเมื่อสักครู่หายไปทันที ดูเหมือนว่า จาอูจะพอใจอาหารนั่นมากจนออกหน้าออกตา พวกเด็กๆ ก็เช่นกัน แต่ยังเก็บอาการไว้ได้อยู่

เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ จาอูรู้สึกพอใจมากและขอนั่งกินต่อ แต่สังข์เห็นว่า พวกเขาอยู่ที่นั่นนานเกินไปแล้ว และก็ง่วงด้วย จึงดึงมือให้จาอูลุกขึ้น ไม่รู้ว่าเขาเมาอาหารหรือเมาเหล้ากันแน่ สังข์จึงต้องพยุงเขาเดินออกมา

เมื่อมาถึงห้องพัก จาอูและพวกเด็กๆ ต่างล้มตัวลงนอน ด้วยความเหนื่อยและอ่อนเพลีย โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไปว่า ข้างนอกนั่น มีผู้คนในหมู่บ้านนี้ ต่างพากันทยอยเดินมาชุมนุมกัน อยู่รายรอบอาคาร แต่ไม่รู้ว่าพวกเขามาทำไม



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์ ตอนที่ 24 : หมู่บ้านไร้เวลา (ตอนที่ ๒๓/๑๐๕ บทที่ ๘) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 32 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android