คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์

ตอนที่ 39 : อากาศยานช่วยชีพ (ตอนที่ ๓๘/๑๐๕ บทที่ ๑๑)


     อัพเดท 14 ต.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ผจญภัย
Tags: Hopeful with Hearthed, adventure, fantasy, science fiction, action, ฝ่าอุปสรรคตามหารักนิรันดร์, ชีวิตผจญภัย, แฟนตาซี, วิทยาศาสตร์, แอ็คชั่น, ฝ่าอุปสรรค, สังข์, เอื้อย, โสนน้อย, สินสมุทร, สุดสาคร, พลายงาม, สิงห์ดำ, นครรัฐเทพนารา, ตามหารัก, รจนา
ผู้แต่ง : ดิน หิน ฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดิน หิน ฟ้า
My.iD: https://my.dek-d.com/igoodmedia
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 791
2 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 8 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์ ตอนที่ 39 : อากาศยานช่วยชีพ (ตอนที่ ๓๘/๑๐๕ บทที่ ๑๑) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 13 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


() อากาศยานช่วยชีพ

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ยานบินของพวกเอเลี่ยน ก็เผยโฉมให้พวกเด็กๆ เห็นอย่างถนัดตาเกือบเต็มลำ แม้ว่าอีกครึ่งหนึ่งของมันยังจมอยู่ในกองหิน และไม่รู้ว่าข้างล่างมันจะลึกหรือหนาเท่าใด หรือมีรูปร่างเป็นอะไร จะมีขาหรือมีล้อหรือไม่ แต่เท่าที่คะเนด้วยสายตา มันมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ยาวเป็นครึ่งหนึ่งของเรือสำเภาของพวกเขา สีดำด้านทั้งลำ ที่ผิวมีร่องรอยขีดข่วนเล็กน้อย อาจจะเป็นเพราะแรงกระแทกตอนที่ตกลงมา

ถ้าพวกมันไม่ตาย ก็คงหลบอยู่ที่ไหนสักแห่งในเกาะนี้ สินสมุทร สรุป

ไม่นะ ตอนที่มันตกลงมาที่นี่คงจะนานเป็นร้อยปีหรือไม่ก็พันปี พวกมันจะมีอายุนานขนาดนั้นเชียวเหรอ? เอื้อย เห็นแย้ง

ชั่งมันเถอะ เจ้าของคงทิ้งมันแล้ว เราจะอาศัยมันนี่แหละ ออกไปจากเกาะนี่สังข์ บอกเพื่อนๆ

หนักๆ อย่างงี้ แล้วมันจะลอยน้ำได้เหรอ?” เอื้อย สงสัย

มันต้องลอยได้ซิ เรือดำน้ำทำด้วยเหล็กยังลอยได้เลยสินสมุทร พูดจากประสบการณ์ เธอคิดดูสิ ถ้ามันหนักจนลอยน้ำไม่ได้ ตอนตกลงมามันก็น่าจะพังไม่เหลือ

เรามาดูกันว่า มันจะลอยน้ำได้หรือไม่ เอางี้ไหม๊ พวกเราช่วยกันยกไปที่ทะเล

จะบ้าเหรอ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ

สิ่งที่สุดสาครแนะนำเพื่อนๆ กลายเป็นเรื่องขำขันไป เพราะต่างก็เดากันไปคนละทฤษฎี ในเมื่อหาข้อยุติไม่ได้ ก็คงต้องคิดหาวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ สังข์เสนอว่า

ตอนนี้เรามาหาทางเข้ากันก่อนดีกว่า ว่ามันอยู่ตรงไหน

พวกเขา พยายามค้นหาทางเข้าอยู่นาน ก็ไม่เจอ สินสมุทรกระโดดขึ้นไปข้างบน และแล้ว เขาก็เจอสัญลักษณ์อย่างหนึ่งเข้าที่ด้านหนึ่งของยาน

เจอแล้ว นี่ไง

หวังว่าเขาคงจะเดาถูก พวกเด็กๆ ต่างพากันปีนขึ้นไปบนนั้น มองดูคล้ายประตูทางเข้า เพราะมันเป็นแผ่นสี่เหลี่ยม ที่เชื่อมติดกับตัวเครื่อง แต่มันต่างกันตรงที่ ด้านบนเล็กกว่าด้านล่าง อาจเป็นเพราะมันถูกออกแบบให้เข้ากับสัดส่วนของตัวเครื่องนั่นเอง ตรงกลางมีแผ่นวงกลมปะอยู่ มีคันโยกสำหรับบิดแผ่นวงกลมให้หมุนเปิดปิด และมีสัญลักษณ์อะไรก็ไม่รู้สี่ห้าตัวที่บริเวณมือจับ

จะเปิดยังไง ไม่มีกุญแจ

สินสมุทร พยายามบิดแผ่นวงกลมเพื่อเปิด แต่ออกแรงเท่าไรก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขารู้สึกงุนงงกับประตูลึกลับนี่ สงสัยต้องอาศัยโชคซะแล้ว

ตั้งแต่มาอยู่บนเกาะนี้ ไม่เห็นเราจะมีโชคดีที่ตรงไหนเลยสุดสาคร บ่น

สังข์นึกถึงคำพูดของเคน ให้เก็บรักษาวัตถุนำโชคไว้ไห้ดี เขาจึงเอามือคลำไปที่วัตถุนำโชค ที่อยู่ในกระเป๋า แล้วรู้สึกว่า เขาได้ยินเสียงตี๊ดๆ จึงรีบหยิบมันออกมาดู

พวกเด็กๆ แปลกใจ ที่เสียงตี๊ดๆ นั่น ที่แท้ก็มาจาก กุญแจแท่งทรงกลมปลายแยกสามทางนั่นเอง เสียงมันดังพร้อมกับไฟแอลอีดีกระพริบ และทั้งเสียงทั้งไฟกระพริบถี่ขึ้น เมื่อนำมันเข้าไปใกล้บริเวณที่พวกเด็กๆ เรียกว่าประตูทางเข้า

มันอาจเป็นกุญแจเปิดประตูนี่ก็ได้สินสมุทร สรุป

สังข์จึงนำมันไปวางใกล้แผ่นวงกลม สินสมุทรเอามือจับคันโยกแล้วบิด เสียงดัง คลึ่ก! แผ่นวงกลมหมุนไปตามแรงบิด พวกเด็กๆ มองหน้าและยิ้มให้กัน ที่พวกเขาเดาถูก แต่แล้ว! แผ่นวงกลมก็หมุนกลับไปที่เดิมอีก สังข์ก็ทำอย่างเดิมอีก แต่คราวนี้ไร้ผล ทำอีกก็ไร้ผลอีก

สินสมุทรกับสังข์ รู้สึกผิดหวัง สังข์หยิบกุญแจแท่งทรงกลมปลายแยกสามทาง ขึ้นมาเก็บไว้ แต่ สินสมุทร ยังไม่ยอมแพ้ ขอลองอีกครั้ง คราวนี้ได้ผล คือมันประหลาดมาก เพียงแค่เอามือแตะก้านคันโยกเบาๆ ประตูมันก็เปิดออกมาอย่างง่ายดาย

ดูซิ! มันเปิดเองได้ด้วยสินสมุทร อุทาน

เมื่อตะกี้ พวกเราใจร้อน กลไกมันยังทำงานไม่เสร็จ มันก็เปิดไม่ได้ซิ สังข์ ให้เหตุผล

บานประตูเหล็ก เลื่อนสไลด์จากข้างล่างหายเข้าไปที่ขอบประตูข้างบน ทันทีที่ประตูเปิด มีควันขาวๆ ลอยออกมาจากข้างใน และมีลำแสงไฟสีน้ำเงินขนาดเท่าเส้นลวด เต็มไปหมด ส่องพาดผ่านประตู คล้ายใยแมงมุม พวกเด็กๆ ยืนรีรอยังไม่มีใครกล้าผ่านประตูเข้าไป งานเสี่ยงแบบนี้ คงต้องเป็นสินสมุทร ที่จะเข้าไปก่อน เพราะอยู่หน้าสุด

อย่าเพิ่ง! มันอาจจะเป็นกับดักผู้บุกรุกก็ได้โสนน้อย เตือน

เถอะน่า ถ้ามันเป็นกับดัก ประตูนี่ก็เปิดไม่ได้อยู่ดี ถ้าเธอไม่กล้า งั้นเราไปเอง

เดี๋ยว!”

เอื้อยบอก แล้วหยิบก้อนหินก้อนเล็กๆ โยนไปให้โดนลำแสงสีน้ำเงิน แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น สินสมุทรแน่ใจว่าน่าจะปลอดภัย เขาค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านลำแสงสีน้ำเงินเข้าไปได้ โดยไม่มีเหตุร้ายอะไร เมื่อพ้นประตู เพื่อนๆ ก็แสดงความดีใจ แต่ทันใดนั้น! บานประตูก็เลื่อนลงมาปิดเหมือนเดิม พวกเด็กๆ ตกใจมาก สักครู่ก็มีเสียงดังกุกกั่กดังมาจากข้างใน ทุกคนลังเลไม่รู้จะแก้สถานการณ์อย่างไร

สังข์ จึงเอามือแตะที่ก้านคันโยก ประตูก็เปิดออกได้เอง

ประตูมันปิดเองอัตโนมัติ ถ้าใครเข้าไม่ทันก็ต้องเปิดใหม่อีกหน

หลังประตูเปิดออก เป็นบันไดลงไปราว ๕ ขั้น ข้างในค่อนข้างมืด เมื่อพวกเด็กๆ เดินผ่านทางเดินแคบๆ ไปไม่กี่ก้าว แสงสว่างจากข้างในก็ติดขึ้นเอง พื้นขรุขระไปด้วยลวดลายคล้ายใยแมงมุม ข้างหน้ามีเก้าอี้นั่ง ๒ ตัว อยู่หน้าแท่นคอนโซลบังคับเครื่อง มีปุ่มอะไรเยอะแยะไปหมด แต่ที่สังเกตเห็นได้ง่าย ก็คือ มีปุ่มหลอดไฟกลมขนาดใหญ่ อยู่ ๒ หลอด มันกระพริบช้าๆ ตลอดเวลา

สังข์รู้สึกได้ว่า เสียงตี๊ดและไฟจากกุญแจแท่งทรงกลมปลายแยกสามทาง ดังและติดตลอดเวลา แต่เสียงมันเบามาก ที่ไม่ได้ยินเพราะมันอยู่ในซองหนัง

บนแผงควบคุมหน้าเก้าอี้ตัวขวา มีคันโยกอิสระอยู่ ๓ อัน เก้าอี้ตัวซ้าย มีคันโยกคล้ายพวงมาลัยขับรถเล่นเกม หน้าปัดมันดูคล้ายกระจกใส โค้งไปตามรูปทรงของอากาศยานลำนี้

ด้านขวามือ และด้านซ้าย น่าจะเป็นห้องอะไรสักอย่าง เพราะมีประตู

โสนน้อย ยืนตะลึงกับความประหลาดของมัน สินสมุทรเดินเข้าไปที่เก้าอี้ตัวซ้ายมือ สังข์เดินไปเปิดประตูด้านขวา ไฟข้างในก็สว่างขึ้น เอื้อย สุดสาคร เข้าไปดูในห้องด้านซ้าย สินสมุทรนั่งบนเก้าอี้ อะไรกันนี่! เสียงคล้ายมอเตอร์ของหุ่นยนต์ทำงาน พอเอามือวางบนพนักแขน คงไปถูกปุ่มกลไกบางอย่างเข้า ฝาครอบใสๆ มันมาจากไหนไม่รู้ ครอบฉับเข้าที่หัวของสินสมุทร เขาสะดุ้งตกใจกับความประหลาดมหัศจรรย์

ข้างในนี่ เป็นที่นอนสุดสาคร พูด

งั้นเรายกห้องนี้ ให้เป็นของพวกผู้ชายก็แล้วกัน เอื้อย เสนอ

สังข์สังเกตเห็นว่า ห้องนี้ น่าจะเก็บอุปกรณ์ หรือเครื่องมือของพวกมนุษย์ต่างดาว เขาเดินเข้าไปเปิดดูตู้ต่างๆ ปรากฏว่ามีถุงหรืออาจเป็นชุดเสื้อผ้าสีเงิน มีหมวกใสๆ ขนาดใหญ่ติดมาด้วย พอหยิบขึ้นมาดู มนุษย์อะไรนี่ มีตั้ง ๕ ขา เชียวรึนี่ สงสัยจะเป็นมนุษย์ปลาดาวแน่ๆ เลย เขารำพึงกับตัวเอง เพราะ มันมีที่สวมอยู่ห้าทาง แต่ส่วนปลายปิดสนิท

โสนน้อย เดินเอามือลูบสัมผัส อุปกรณ์ต่างๆ ไปทั่ว เธอสังเกตเห็น สินสมุทร ทำตาโตและยิ้มออกมาเหมือนเห็นสิ่งมหัศจรรย์ โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าเขาเห็นอะไร ภายนอกเห็นแต่แก้วใสๆ ครอบอยู่บนหัวของเขาเท่านั้น แต่ทันใดนั้น!

ยานประหลาดที่เคยนอนหลับ ก็เริ่มสั่น ครึก! ๆ ๆ ๆ พร้อมกับเสียงดังประหลาด ราวกับเสียงปีศาจกรีดร้อง มันสั่นรุนแรงขึ้น เสียงก็ดังขึ้นด้วย พวกเด็กๆ ตกใจ พากันออกมาจากห้อง มาออรวมกันที่ตรงกลางหน้าแผงควบคุมเครื่อง หัวของสินสมุทรสั่นไหว ไปตามแรงกระเทือน เขากำลังควบคุมยานอยู่แน่ๆ สองมือกุมคันโยกพวงมาลัยส่ายไปมา ยานทั้งลำสั่นโยกโอนเอนไปมา พวกเด็กๆ ต้องยึดเกาะสิ่งของใกล้ตัว สักครู่อาการสั่นก็หายไป เหลือแต่อาการโอนเอนเล็กน้อย

พวกเขาไม่รู้เลยว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับยานแปลกประหลาดของพวกเขา

สังข์ สังเกตปุ่มไฟใหญ่อันซ้ายที่หน้าแผงควบคุม กระพริบถี่ๆ และถี่ขึ้นๆ พร้อมเสียงตี๊ดๆ ก็ดังถี่ตามไปด้วย เขารู้สึกว่า เขาและเพื่อนๆ กำลังปลุกให้มันตื่นขึ้นมา ซึ่งไม่อาจคาดเดาได้ว่ามันจะเห็นพวกเด็กๆ เป็นมิตรหรือศัตรู หรือว่ามันจะยอมรับเป็นทาสรับใช้พวกเด็กๆ หรือไม่ สังข์ก้มไปมองข้างล่างผ่านพื้นกระจกใส เสียงตี๊ดดังยาวติดต่อกัน

ตายล่ะ! พวกเราต้องตายแน่ๆ สังข์ คิด พร้อมตะโกน ยึดอะไรก็ได้ เกาะไว้แน่นๆ

พอสิ้นเสียงตี๊ด ไฟที่ปุ่มอันใหญ่ก็ดับลง ยานที่กำลังลอยอยู่เหนือพื้นซากก้อนหิน ก็ร่วงหล่นลงมา

โครม! ครึ่ก! ๆ ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว

และเมื่อมันสงบนิ่งอยู่ที่พื้นเหมือนเดิม พวกเด็กๆ ก็สำรวจความเสียหายว่ามีใครบาดเจ็บหรือไม่ ทุกคนไม่เป็นอะไร แต่หัวปูดหัวโน ไม่ถึงกับแตก สินสมุทร สำรวจความเสียหายของปุ่มบังคับ ยังมีปุ่มไฟใหญ่อันขวาเหลืออยู่ ซึ่งเขาคิดว่ามันน่าจะมีพลังงานเหลืออยู่ พอที่ยานนี่จะทำประโยชน์ให้พวกเขาได้จากนั้น พวกเด็กๆ ก็พากันออกมาจากยาน ที่เพิ่งตกลงมากองบนซากก้อนหิน มานั่งออรวมกันอยู่ข้างๆ มองดูสภาพภายนอกของมัน พวกเด็กๆ ยอมรับว่ามันเป็นยานอวกาศของพวกมนุษย์ต่างดาวจริงๆ

มันตกลงมา ไม่บุบสลายอะไรเลย มีแต่หัวของเราสุดสาคร บ่น

มันไม่เป็นอะไรหรอก เพราะที่มันหล่นมาครั้งแรก แรงกว่านี้เป็นร้อยเท่า มันยังไม่เป็นอะไรเลยสังข์บอกเพื่อนๆ แต่คนที่อยู่ข้างในนี่สิ อาจตายได้

เออ ... แล้วพวกมันหายไปไหนกันหมดล่ะ

มันจะอยู่ให้เราเห็นเหรอ นี่มันผ่านมาเป็นพันปี คงไม่รอด หรือไม่ก็ไปที่อื่นแล้ว

อยากรู้จังเลย รูปร่างมนุษย์ต่างดาวมันเป็นยังไงโสนน้อย สงสัย มันจะเป็นพวกเดียวกับที่เราเจอหรือเปล่า?”

คงไม่ใช่หรอก พวกนั้นน่ะเรามองไม่เห็น แต่พวกนี้น่าจะมองเห็น ดูยานของพวกเขาซิ ยังจับต้องได้เลย

แล้วมันจะบินได้อีกไหม๊เอื้อย ถาม

คงไม่ได้แล้วละสังข์ ตอบ

แต่มันก็ยังมีแบตเตอรี่สำรองอยู่ แต่สินสมุทร เห็นแย้ง ดวงไฟนั่นมันยังติดอยู่ แต่ไม่รู้ว่ามันจะทำงานยังไง

ถ้างั้น เราลองเดินดูรอบๆ อีกทีดีไหม๊?” เอื้อยชวน ทุกคนเห็นด้วย

รูปทรงของมัน ไม่ได้กลมมนเหมือนจานข้าว อย่างที่พวกเขาเข้าใจกัน ถ้ามองตรงๆ จากข้างบน มันดูเหมือนปลากระเบนยักษ์ ที่ไม่มีหาง และมีครีบหนา ด้านหน้าของยาน ตรงกับหน้าต่างบนแผงควบคุม พวกเด็กๆ เดินลอดไปดูใต้ท้องยาน ซึ่งขณะนี้มันมีขาเป็นปุ่มยื่นออกมา ๖ ขา ขาของมันมีล้อซ่อนอยู่ข้างใน ขาของมันจะทำให้ทรงตัวได้ระนาบเดียวกับพื้นผิวโลก แต่ตอนนี้มันยังเอียงหัวทิ่มอยู่บนกองหิน เพราะแรงกระแทกที่ตกลงมา และพลังงานก็หมดพอดี จึงไม่มีแรงปรับสภาพระดับระนาบกับผิวโลกได้

สินสมุทร สังเกตที่พื้นใต้ท้องเครื่องด้านหลัง มีท่อทรงกลมถูกปิดไว้อยู่สองท่อ วางในตำแหน่งซ้ายและขวา ไม่รู้ว่าข้างในคืออะไร ตรงกลาง มีช่องสี่เหลี่ยมถูกปิดตายไว้ เขาจึงเดินเข้าไป เอามือทดสอบกดปุ่ม ดึงนั่น ดันนี่ แต่ก็ไม่มีอะไร

น่าจะเป็นประตูขึ้นอีกทาง แต่ต้องเข้าไปเปิดข้างใน เขาคิด

สินสมุทร จึงปีนขึ้นไปข้างบน เข้าไปข้างในอีกครั้ง และหาทางลงไปชั้นล่าง สักครู่ สังข์ตามเข้ามา สองคนช่วยกันค้นหากุญแจเปิดประตู สังข์สังเกตสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง อยู่ที่บนปุ่มคอนโซล เขาจึงกดปุ่มนั่นลงไป ได้ผล พื้นที่อยู่ตรงกลางแยกออกจากกัน และมีบันไดงอกออกไป พวกเขาสองคน จึงรีบลงไปข้างล่าง

ที่พื้นทั้งสองข้างตรงสุดปลายทางเดิน มองเห็นใบพัดรูปร่างประหลาดเหมือนก้นหอยถูกเก็บไว้ในท่อทรงกลม มองตรงไปอีก เห็นทางออกแล้ว สองคนช่วยกันเอามือกดปุ่ม ดึงนั่น ดันนี่ดู บังเอิญมือของ สินสมุทร ไปถูกคันโยกที่มีสัญลักษณ์คล้ายหัวลูกศร ประตูชั้นล่างจึงเปิดออก

พวกเด็กๆ เชื่อในคำทำนาย ว่าเกาะนี้จะถูกล้างด้วยแผ่นดินไหวและน้ำท่วม อาจจะเร็วๆ นี้ ไม่มีเวลาที่จะให้พวกเขาได้เล่นอีกแล้ว พวกเขาจึงเตรียมแผนการรับกับสถานการณ์ เพื่อเอาตัวรอด อีกอย่างเพื่อจะได้ออกไปจากที่นี่ พวกเขามีภารกิจสำคัญรออยู่ และไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเจออุปสรรคอะไรอีก



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์ ตอนที่ 39 : อากาศยานช่วยชีพ (ตอนที่ ๓๘/๑๐๕ บทที่ ๑๑) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 13 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android