คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์

ตอนที่ 58 : ธัมมะกับชีวิต (ตอนที่ ๕๗/๑๐๕ บทที่ ๑๖)


     อัพเดท 16 ต.ค. 56
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ผจญภัย
Tags: Hopeful with Hearthed, adventure, fantasy, science fiction, action, ฝ่าอุปสรรคตามหารักนิรันดร์, ชีวิตผจญภัย, แฟนตาซี, วิทยาศาสตร์, แอ็คชั่น, ฝ่าอุปสรรค, สังข์, เอื้อย, โสนน้อย, สินสมุทร, สุดสาคร, พลายงาม, สิงห์ดำ, นครรัฐเทพนารา, ตามหารัก, รจนา
ผู้แต่ง : ดิน หิน ฟ้า ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ดิน หิน ฟ้า Email : sudin.expert(แอท)yahoo.com
My.iD: https://my.dek-d.com/igoodmedia
< Review/Vote > Rating : 0% [ 0 mem(s) ]
This month views : 2 Overall : 787
2 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 8 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์ ตอนที่ 58 : ธัมมะกับชีวิต (ตอนที่ ๕๗/๑๐๕ บทที่ ๑๖) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 20 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


()  ธัมมะกับชีวิต

เอื้อย ... โสนน้อย เป็นอะไรรึเปล่า?” เสียงพลายงาม ตะโกนเรียกมาจากใต้ถุนบ้าน ปลุกเธอทั้งสองสะดุ้งตื่น เมื่อมองลอดประตูห้องนอนออกไปข้างนอก

เราหลับเป็นตายเลยเหรอ นี่มันกี่โมงแล้วล่ะ?” เอื้อย ปลุกเพื่อน

เอื้อย โสนน้อย ตื่นขึ้นมา เห็นว่าสายแล้ว จึงรีบลงจากบ้าน ขณะที่ชาวบ้านต่างพากันเดินขวักไขว่ ไปทำงานกัน เมื่อลงไปที่ใต้ถุนบ้าน เห็นพลายงามกำลังเอาหญ้าให้ม้ากินที่ริมรั้ว ส่วนลุงสินไม่อยู่แล้ว คงไปทำงานเหมือนกับคนอื่นๆ

หลังจากพลายงามให้อาหารม้า และพวกผู้หญิงก็เสร็จกิจส่วนตัวกันแล้ว พวกเขาก็ออกไปร่วมกิจกรรมกับพวกชาวบ้าน

คนที่นี่ใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใส มักจะทำงานร่วมกัน ระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ มีพระมาคอยให้กำลังใจ บางรูปก็ร่วมทำงานออกแรงด้วย ทั้งงานกลางแจ้งและงานในร่ม ทำแปลงผัก ขุดรอกคูน้ำ ทำห้องส้วม แยกขยะ ทำน้ำหมักชีวภาพ ทำปุ๋ยน้ำ ปุ๋ยอินทรีย์ คนที่นี่เขาไม่ใช้สารเคมีที่ทำลายชีวิตและสิ่งแวดล้อม อย่างมากก็เป็นยาไล่แมลง ทำจากสมุนไพร

พลายงาม เอื้อย และ โสนน้อย ไปช่วยชาวบ้านมุงหลังคาเรือนพัก เพราะพรุ่งนี้ จะมีงานอบรมธัมมะให้แก่พวกเด็กๆ

พวกป้า มีงานเร่งอย่างนี้ทุกวันเลยหรือจ้ะ?”

พรุ่งนี้จะมีคนมากันเยอะ ต้องเร่งมือกันหน่อย ประเดี๋ยวจะไม่ทันป้าคนหนึ่งบอก

พวกเขามาจากไหนกันเหรอจ้ะ? แล้วที่ว่าเยอะน่ะ สักเท่าไรกันจ้ะโสนน้อย ถาม

ก็มากันหลายที่ คราวนี้เป็นเด็กนักเรียน เห็นท่านสมภารบอกว่า ให้เตรียมต้อนรับคนเกือบ ๒๐๐ คน

เด็กโตขนาดใหนเล่าจ้ะ?”

ก็ราวๆ รุ่นเดียวกับพวกคุณนี่แหละ

เขาเรียนอะไรกันมั่งจ้ะป้าเอื้อย ซักบ้าง

ป้าอธิบายเสียยืดยาวว่า เรียนหลายอย่าง มีสวดมนต์และฟังธัมมะตอนก่อนรุ่ง แล้วไปออกกำลังกาย เสร็จแล้วก็กินข้าวต้ม อิ่มแล้วก็แยกย้ายกันไปตักน้ำ รดน้ำผัก ล้างส้วม เก็บผัก แยกขยะ จนถึงเก้าโมง ก็ขึ้นศาลาใหญ่ ฟังพระเทศน์ จบแล้วก็กินข้าวพร้อมกัน จนถึงเที่ยงวัน

ระหว่างสนทนา มีเด็กหนุ่ม ๒ คน ยกแผ่นป้ายมาส่งให้ ป้ายนั้นมีข้อความว่า งาน ก็คือ เรียน เรียน ก็คือ งาน เสร็จแล้วก็เดินจากไป และเสียงระฆังบอกพักเที่ยงดังขึ้น แต่งานมุงหลังคายังไม่เสร็จดี เอื้อยจึงถามป้าต่อ

ทำงานกับกินก็หมดไปครึ่งวันแล้ว แล้วพวกเด็กๆ จะได้เรียนกันตอนไหนล่ะจ้ะ

กินข้าวเสร็จ ราวๆ บ่ายโมง ก็เข้าเรียนตามฐาน เลือกเอาว่าชอบฐานไหน เพาะเห็ด ทำปุ๋ย งานช่าง จักสาน ปลูกผัก ทำนา ทำอาหาร งานฝีมือก็มี เรียนไปจนถึงสี่โมงห้าโมง ก็เลิก ไปอาบน้ำกินข้าวเย็น ตอนค่ำก็ขึ้นศาลาใหญ่ นั่งวิปัสสนาจอแก้ว–”

คืออะไรครับ วิปัสสนาจอแก้ว?” พลายงาม ก็อยากรู้เหมือนกัน

วิปัสสนาของที่นี่ ไม่ใช่พานั่งหลับตาเหมือนวัดอื่น เป็นวิชาเรียนภาคค่ำ แต่เรียนจากดูวิดีโอที่พระเลือกไว้แล้ว พวกเด็กๆ ก็จะได้ผ่อนคลายกันไปด้วย ได้รู้ได้สนุกตามประสาเด็ก สองทุ่มก็สวดมนต์ เข้านอน

พวกเด็กนักเรียน จะมาอยู่ที่นี่กี่วันครับ?”

สี่คืนกับอีกห้าวันจ้ะ

เอื้อย โสนน้อย รู้สึกตื่นเต้น ที่พรุ่งนี้จะได้พบผู้คนเยอะๆ โดยเฉพาะเป็นเด็กเหมือนกับเธอ นานหลายปีแล้ว ที่พวกเธอไม่เคยพบเจอผู้คนและเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน และอยู่นานหลายวันอย่างนี้ ถ้าพลาดจากพรุ่งนี้ไป ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะได้เจอโอกาสดีๆ อย่างนี้อีกหรือไม่

พวกหนู จะเข้าเรียนด้วยได้ไหมจ้ะ?”

ได้ซี จะเรียนกี่รอบก็ได้ เรียนจนกว่าจะเบื่อนั่นแหละ

รุ่งขึ้น พวกเด็กๆ มีโอกาสต้อนรับนักเรียนต่างถิ่น ร่วมกับชาวบ้าน ซึ่งมีจำนวนเกือบ ๒๐๐ คน เมื่อจัดนักเรียนเข้ากลุ่ม และแนะนำตัวเป็นที่รู้จักกันดีแล้ว ก่อนจะแยกย้ายกันเอาของไปเก็บตามบ้านพัก ลุงสินจัดให้ เอื้อย โสนน้อย และ พลายงาม ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน เพราะเห็นเป็นแขกพิเศษ จากนั้นก็แนะนำกฎระเบียบพื้นฐาน การกินอยู่ที่นี่ระหว่างฝึกอบรม ๔ คืน ๕ วัน

พวกเรามาฝึกหัดเรียนรู้ กินอยู่หลับนอนกันที่นี่ ต้องรักษากฏ ถือศีลห้าให้ได้ กิจกรรมที่นี่จะไม่เหมือนที่โรงเรียน แต่จะมีกิจกรรมฝึกหัดเรียนรู้งานอาชีพต่างๆ ที่พวกเธอสนใจ โดยป้าๆ และลุงๆ จะทำหน้าที่เป็นครูสอนให้พวกเรา

ใครทำได้ก็จะได้บุญ ใครทำไม่ได้ก็จะไม่ได้บุญ ใครที่เคยอยู่สบายๆ ที่บ้านจนเคยตัว เมื่อมาอยู่ที่นี่ก็จะรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย แต่ขอให้อดทน จนถึงวันสุดท้าย แล้วพวกเธอก็จะได้เห็นตัวบุญที่แท้

เราจะเรียนกันเป็นฐาน และอยู่เป็นกลุ่ม รวมทั้งเวลากินข้าวที่ศาลาใหญ่นี้ด้วย ก็ทำกันเป็นกลุ่ม พิจารณาอาหารก่อนกินทุกมื้อ เสร็จแล้วเวลานอน เราจะแยกเรือนนอนกัน ผู้ชายกับผู้หญิง คนละหลัง ไม่ต้องกลัว จะมีพวกลุงป้าน้าอา มานอนเป็นเพื่อน รวมทั้งคุณครูของพวกเธอด้วย

นักเรียนคนหนึ่งยกมือถาม ที่นี่มีผีหรือเปล่าครับพวกเพื่อนๆ ต่างหันไปมองคนถาม ราวกับรู้ใจเพราะมีนักเรียนหลายคน ไม่กล้าถาม

รับรองที่นี่ไม่มีผีจริง มีแต่ผีหลอก

ลุงสิน ตอบและยิ้มเล็กน้อย นักเรียนหลายคน เริ่มขยับตัว เพราะไม่แน่ใจว่าผีจริงกับผีหลอก มันต่างกันอย่างไร อะไรน่ากลัวมากกว่ากัน

ไม่ต้องกลัว ผีจริงๆ ไม่มี จะมีก็แต่ผีหลอก ... ใครกลัวผีมั่ง?”

พวกเด็กเกือบทั้งหมดยกมือขึ้น ลุงสินอธิบายต่อว่า ก็พวกเธอนั่นแหละ เป็นคนพาผีมาในวัด นักเรียนที่มาใหม่ทุกคน มักจะพกผีจากที่บ้านติดมาด้วยเสมอ บางคนก็เอามาตัวหนึ่ง บางคนก็เอามาหลายตัว

นักเรียนคนเดิม รู้สึกงุนงงสงสัย ผีจริงผีหลอก มันเป็นอย่างไรกันแน่ ครับ?”

ลุงสินสาธยายต่อว่า ผีจริง ก็คือผีพนัน ผีเกม ผีเหล้า ผีบุหรี่ เอ่อพวกเราไม่มีใครสูบบุหรี่ใช่ไหม๊ ถ้าไม่มีใครสูบ มันก็ไม่มา เกมจากคอมพิวเตอร์ก็เหมือนกัน ตอนมันหลอก จะบังคับให้คิดถึงแต่มัน ทำให้พวกเธอไม่สนใจฟังธัมมะ ไม่สนใจเรียน พวกเธอจะดูทุรนทุราย เหมือนผีเข้า ใช่ไหม๊ สรุปว่าเข้าใจตรงกันแล้วนะ เรื่องผีๆ

แล้วผีหลอก ล่ะครับ?

ก็คือผีที่เป็นเพื่อนกับผีจริงนั่นแหละ มันมาด้วยกัน มันหลอกได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เราจึงเรียกวันว่าผีหลอกไงล่ะ

วันที่สี่ของการฝึกอบรม เป็นการเรียนฐานอาชีพปัจจัยสี่ ที่มีให้นักเรียนเลือกเรียนกันทั้งวัน จนกว่าจะชำนาญ มี ๔ ฐาน ลุงสินแจ้งให้นักเรียนทราบว่า ในฐานเรียนวิชาทำอาหาร จะมีคุณยายที่อยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง มาเป็นวิทยากร สอนวิชาทำอาหารไทย และการถนอมอาหาร ใครที่ชอบด้านอาหารก็เลือกเข้าฐานนี้ ส่วนใครที่ไม่ชอบ ก็จะไปเรียนฐานวิชาช่าง ฐานทำบ้านดิน เป็นฐานเรียนที่นักเรียนผู้ชายสนใจกันหลายคน ฐานนี้จะมีลุงสินเป็นคนสอนให้ พลายงามเลือกเรียนฐานนี้ แต่ก็มีนักเรียนหญิง ๒๓ คน ที่ชอบฐานนี้ ฐานสมุนไพร กับ ฐานถักทอ มีนักเรียนจำนวนหนึ่งไม่มากนัก ส่วนฐานสุดท้าย คือฐานทำอาหาร

คุณยาย เป็นวิทยากรพิเศษ ที่ทางวัดเชิญมา ท่านมีอายุราว 60 ปี ด้วยท่าทางเป็นคนใจดีของคุณยาย ทำให้พวกเด็กๆ สนใจ ที่จะเรียนฐานนี้กันมาก และนักเรียนส่วนใหญ่ที่ชอบด้านอาหาร มักเป็นนักเรียนหญิง ฐานเรียนรู้ฐานนี้ ใช้โรงครัวในหมู่บ้านเป็นห้องเรียน ที่นี่มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และวัตถุดิบ ครบครัน คุณยายเริ่มสอนการถนอมอาหารก่อน เพราะมีเด็กๆ สนใจกันมาก คุณยายเลือกเชื่อมฟักทอง เอื้อยกับโสนน้อย ก็ชอบเช่นกัน

พวกหนูสองคน เป็นนักเรียนมาจากที่ไหนกันรึ ไม่เห็นเหมือนคนอื่นๆ เลยยายถาม

พวกหนูมากันไกล แค่ผ่านมา ขอเรียนด้วยได้ไหม๊จ้ะยายเอื้อย ตอบ

ได้ซีจ้ะ ขอให้ตั้งใจ ยายสอนให้หมดแหละ ... มา มา มาช่วยยายแกะฟักทองคุณยาย ชวนนักเรียนคนอื่นๆ ในกลุ่ม เข้าบทเรียน เอื้อยกับโสนน้อย มีความกระตือรือร้นเป็นพิเศษ จนคุณยายแอบชื่นชมในใจ

ถัดจากการเรียนถนอมอาหาร คุณยายสอนทำแกงเขียวหวาน เพราะเห็นว่าเป็นอาหารที่ดัดแปลงหรือพลิกแพลงใส่เนื้อ ใส่ผักอย่างอื่นได้หลายชนิด และถือว่าเป็นอาหารพื้นฐานของคนไทยที่ปรุงง่าย และอร่อยไม่แพ้อาหารชนิดอื่นๆ

ระหว่างโสนน้อย กำลังคั้นกะทิ คุณยายก็พูดอธิบายไปด้วย เพื่อให้คนอื่นๆ ในกลุ่มฟังไปด้วย ดูไปด้วย

เสน่ห์ของแกงเขียวหวาน อยู่ที่น้ำพริกแกง มันสำคัญมาก ควรตำเองจะได้มีกลิ่นหอม พริกที่ใช้จะเป็นพริกชี้ฟ้าหรือพริกขี้หนูก็ได้ แต่ต้องเขียวสดนะจ้ะ กระเทียม หอมแดง ตะไคร้ซอยให้เรียบร้อย ก่อนใส่ลงครก ทั้งหมดใส่อย่างละเท่าๆ กัน แล้วก็อย่าลืมรากผักชี ข่า พริกไท แล้วนี่ก็ลูกผักชี อย่างละนิดหน่อย

ถ้าไม่จด สงสัยจะลืมนักเรียนหญิงคนหนึ่ง รำพึงกับตัวเอง

ต้องหัดทำบ่อยๆ มันจะจำได้เอง ไม่ต้องจดหรอก ยายน่ะไม่เคยจด ได้แต่จำ ตั้งแต่เป็นสาวๆ จนแก่ยายก็ไม่ได้จด ให้มันอยู่ในหัวยาย บอกนักเรียน ไหนล่ะกะทิ คั้นเสร็จรึยังหนู?” คุณยาย หันไปถาม โสนน้อย ซึ่งคั้นกะทิเสร็จพอดี

มีเท่านี้หรือจ้ะ ที่ทำให้แกงเขียวหวานอร่อย?” โสนน้อย ถาม

เคล็ดมันอยู่ที่กะทิ ต้องคั้นสดๆ ใหม่ๆ กะทิควรแบ่งออกเป็นหัวกะทิ กับหางกะทิ

คุณยาย ใส่หัวกะทิ ลงกะทะ เคี่ยวจนแตกมัน แล้วใส่น้ำพริกที่ตำเสร็จแล้ว ผัดจนสุกหอม

ที่นี้ใครที่ชอบเนื้อปลา ก็ใส่เนื้อปลาลงไป ใครที่ชอบเนื้อโปรตีนเกษตร ก็ใส่ลงไป แต่ต้องแช่ให้นิ่มก่อน ส่วนผักก็ใช้ผักพื้นบ้านจากสวนครัว อย่างคราวนี้ มีมะเขือพวงกับมะเขือม่วง

คราวนี้ พวกเธอทำต่อจากยายบ้าง

โสนน้อยกับเอื้อย เรียนทำอาหารกับคุณยายตลอดทั้งวัน ได้เรียนรู้วิธีทำอาหารคนละ ๒ อย่าง และทำขนมอีก ๑ อย่าง ตอนบ่ายมีเวลาเหลือ คุณยายจึงสอนมารยาทไทยให้ด้วย เรื่องนี้โสนน้อย เรียนได้ไม่ยาก ปฏิบัติได้สวยงาม แต่สำหรับเอื้อยแล้ว ค่อนข้างลำบาก เพราะนิสัยเดิมของเอื้อย เป็นเด็กที่ดูเก้งก้าง ห้าวคล้ายเด็กผู้ชาย

เอื้อย โสนน้อย และ พลายงาม รู้สึกสนุกกับการเรียนที่นี่ มันเป็นเรื่องใหม่สำหรับพวกเขา แม้ว่า เอื้อย โสนน้อย จะเผชิญกับชีวิตในป่า ทะเล และความโหดร้ายต่างๆ ซึ่งพวกเธอต้องพึ่งตัวเองในการเอาตัวรอด แต่การได้ร่วมกิจกรรมกับคนที่นี่ ทำให้ชีวิตของเธอรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณค่า และความหมายของคำว่าชีวิต ความสุขกับความรู้ที่ได้รับ กลายเป็นสิ่งเดียวกัน ทำให้พวกเขาแยกไม่ออก นี่แหละจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทั้ง เอื้อย และ โสนน้อย ลืมวันเวลาและเป้าหมายเดิมของพวกเธอ ที่จะออกตามหาแม่ ไปชั่วขณะ



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ฝ่าอุปสรรค ตามหารักนิรันดร์ ตอนที่ 58 : ธัมมะกับชีวิต (ตอนที่ ๕๗/๑๐๕ บทที่ ๑๖) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 20 , โพส : 0 , Rating : 0% / 0 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android