หลงกิเลนจันทร์ [หยิน]

ตอนที่ 11 : บทที่ ๘ เสียงดนตรีจากแดนสวรรค์ (๒) (ฉบับร่าง 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2666
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    8 มี.ค. 53

A/N 100% เสาร์-อาทิตย์นี้ยุ่งจังเลยจ้า >.< แต่รีไรท์ให้แล้วค่ะ ใครชอบฟังเพลงแนะนำให้ฟังเพลงประกอบด้านล่างไปอ่านไปค่ะ ได้อารมณ์ดี

 

บทที่ ๘

เสียงดนตรีจากแดนสวรรค์ (๒)

 

            เสียงผีผาดังกึกก้องสะท้อนผืนไพรและผิวทะเลสาบ ชายชราผู้ซึ่งยามปกติเป็นดั่งไม้ใกล้ฝั่งเวลานี้กลับองอาจห้าวหาญราวกับมีเทพเซียนดนตรีมาประทับ เมื่อชายชราเร่งจังหวะเพลง มือซ้ายวาดปลายนิ้วกดเส้นเอ็นกำหนดเสียง ข้อมือสะบัดขึ้นลงราวกับกิ่งหลิวไหวตามพายุ ส่วนมือขวากรีดนิ้วทั้งห้าสะกิดสายเอ็นราวกับมัจฉาแหวกว่ายพริ้วไหว ช่วงหนึ่งหนักแน่นรวดเร็วทว่าใสกระจ่างราวลูกแก้วนับพันตกกระทบกัน ช่วงถัดมากลับอ่อนโยนแผ่วช้าแฝงประกายเสียงหม่นเศร้าทั้งที่เป็นท่วงทำนองเดียวกัน

 

ผิวน้ำสีฟ้าใสกระจ่างเริ่มกระเพื่อมไหว ลมหนาวพัดหวีดหวิวเสียดสีกิ่งก้านของต้นเมเปิ้ลที่ขึ้นรายรอบทะเลสาบ สายลมเริ่มพัดแรงเท่าทวีราวกับจะตอบสนองต่อเสียงผีผาของชายชรา พัดพาใบเมเปิ้ลห้าแฉกสีแดงสดหลายร้อยใบปลิดปลิวร่วงหล่นลงสู่พรมน้ำใส ราวกับจิตรกรเอกบรรจงแต่งแต้มสีแดงสดลงบนสีฟ้าพิสุทธิ์

 

ใบเมเปิ้ลล่องลอยบนผืนน้ำราวกับกองทัพเรือสีแดงลำน้อย น้ำวนขนาดมหึมาสายหนึ่งค่อยๆปรากฏขึ้นริมทะเลสาบ สายน้ำสีฟ้าบิดเกลียวราวกับมีชีวิตพร้อมหมุนวนดึงดูดขบวนเรือเมเปิ้ลเข้าหา วงแหวนสีแดงวงแล้ววงเล่าถูกสายน้ำดูดกลืนต่อเนื่องไม่หยุด ละอองน้ำผะแผ่วฟุ้งกระจายจากผิวน้ำสู่อากาศอย่างผิดธรรมดาเป็นสัญญาณเตือนให้สองพี่น้องกิเลนจันทร์ทราบว่าเซียนดนตรีเซียวยวี่กำลังจะปรากฏตัวในไม่ช้า เย่วเทียนหมิงและเย่วเทียนอ๋าวพากันจับจ้องกลุ่มไอน้ำนั้นด้วยใจระทึก

 

ตาแก่เรียกข้าออกมาเพราะเจ้าคิดคำตอบได้แล้วรึ?”

เสียงเข้มงวดดังนำขึ้นอย่างเย็นชาตามมาด้วยร่างเล็กๆของหญิงชราคนหนึ่งปรากฏขึ้นกลางละอองน้ำ นางสตรีชราเหยียบเท้ายักแย่ยักยันอยู่บนใจกลางน้ำวน หลังของนางงองุ้ม เส้นผมขาวโพลน ใบหน้ามีแต่ริ้วรอยแห่งกาลเวลา สองมือสั่นระริกพยายามยึดกุมไม้เท้าในมือเพื่อเป็นหลักยืน แม้นางจะแต่งกายด้วยเครื่องประดับล้ำค่าแต่ก็ดูสมเป็นคู่ กิ่งทอง(แก่ๆ)ใบหยก(เหี่ยวๆ) กับชราชายอย่างที่สุด

 

โอ้เซียวยวี่พี่คิดถึงเจ้าเหลือเกิน

ชายชราหยุดเล่นผีผาถลาตัวเข้าไปพร่ำเพ้อริมชายฝั่งทันที

 

            โอรสกิเลนทั้งสองพากันตกตะลึงพรึงเพริด ร่างกายเย็นเฉียบแข็งทื่อราวกับก้อนหินในทันที โอ้ท่านเอย ใครจะนึกว่าภูติวารีที่สมควรจะสาวสะพรั่งงดงามกลับกลายเป็นยายแก่เหนียงยานเช่นนี้ อุปมาดั่ง ละครเวทีที่เบิกโรงอลังการ แต่ดันตกม้าตายตอนจบ

 

เย่วเทียนหมิงเผยรอยยิ้มเครียดๆเหงื่อเม็ดเล็กๆผุดขึ้นกลางหน้าผากมนอย่างไม่ตั้งใจ ทว่ากิเลนน้อยยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่งแสนสุขุมได้อย่างแนบเนียน ฝ่ายเย่วเทียนอ๋าวกลับอ้าปากค้าง ภาพของบรรดาพี่สาวภูติบุปผาแสนงามคนนั้นคนนี้ที่คอยประจ๋อประแจ๋ไม่ห่างผุดขึ้นมากลางอากาศแล้วพลันก็ถูกให้ทุบแหลกสลายด้วยใบหน้าของยายแก่หน้าตาขึงขัง ไม่นึกเลยว่าภูติจะมีวันแก่...

เย่วเทียนอ๋าวนึกภาพยายแก่กำลังเป่าขลุ่ยอยู่ท่ามกลางละอองน้ำตกไข่มุก มีแสงอาทิตย์สะท้อนร่างของนางเป็นประกายวิบวับอลังการก็อดหัวเราะพรืดอย่างร้ายกาจออกมาไม่ได้

 

เซียนดนตรีเซียวยวี่เขม้นนัยน์ตาฝ้าฟางจ้องมองอาคันตุกะแปลกหน้าทั้งสองที่อยู่กับชายชรา เด็กน้อยท่าทางสูงศักดิ์สองคน คนหนึ่งเปล่งประกายสว่างใสร้อนแรงอีกคนหนึ่งห่อหุ้มไปด้วยกลิ่นไอดำมืดเย็นเยียบคละคลุ้ง

โดยไม่ต้องคิดให้มากความ เซียวยวี่รีบยกมือคำนับองค์ชายกิเลนทั้งสอง

ผู้น้อยเซียวยวี่คารวะกิเลนจันทร์เพคะ

 

การมีหญิงชรารุ่น หลับตาก็เห็นโลง มาเรียกตัวเองว่าผู้น้อยเช่นนี้ยิ่งทำให้เย่วเทียนอ๋าวต้องรีบปิดปากกลั้นก้อนหัวเราะที่พยายามจะระเบิดออกมาอย่างสุดกำลัง กิเลนน้อยปรายตามองพี่ชาย หวาดเกรงใบหน้าน่ารักที่กำลังส่งยิ้มปรามเยือกเย็นมาให้

 

ไม่ต้องมีพิธีรีตอง เชิญแม่เฒ่าตั้งคำถามเถิดวันนี้ข้ามาในฐานะผู้ช่วยของท่านผู้เฒ่า

เย่วเทียนหมิงกล่าวพลางประสานมือคารวะตอบ

 

โฮ่ๆ ไม่นึกเลยว่าเจ้าเด็กพวกนี้คือคนดังแห่งแดนสวรรค์นั่นเอง ถือว่าข้ามีโชคแล้ววันนี้

ชายชรายามไม่ได้จับผีผาก็เปลี่ยนกลับมาหลุกหลิกเหลาะแหละเช่นเดิม

 

เช่นนั้นคงเตรียมใจแล้วสินะตาเฒ่า ดูจากสังขารของเราสองคนแล้วบางทีนี่อาจจะเป็นการถามครั้งสุดท้ายแล้วก็เป็นได้

เซียวยวี่พินิจมองชายชราด้วยนัยน์ตาคมกล้า นางอ้าปากเหี่ยวย่นไร้ฟันสักซี่เอ่ยหนักแน่น

 

ขอถาม สิ่งใดที่แม้อยู่ในมือของมนุษย์เดินดินแล้ว แม้แต่ทวยเทพก็ยังเคารพบูชา?”

 

ชายชราได้ฟังคำถามก็ทำหน้าเหยเกแอบเข้าไปกระซิบกระซาบกับกิเลนน้อยเทียนอ๋าวว่า

 ไอ้นี่น่ะข้าฟังมาเป็นพันครั้งแล้ว

 

เย่วเทียนอ๋าวเพียงแต่ปรายสายตามองชายชราตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเย็นชา เซียนดนตรีผีผารู้สึกเสียวสันหลับวาบจึงรีบหุบปากแล้วหันหน้าบุ้ยใบ้ไปทางกิเลนน้อยเทียนหมิง

เจ้าจัดการเถอะ

 

เย่วเทียนหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าอ่อนเยาว์จึงอมยิ้มแล้วถอนหายใจออกมา

สิ่งนั้นเป็นแรงบันดาลใจให้ข้ามาที่นี่ แม้แต่ทวยเทพก็ยังถูกล่อลวงให้ลุ่มหลง อย่างไม่ต้องกังขานามนั้นคือ ดนตรี

 

เซียวยวี่เพียงพยักหน้าริมฝีปากของนางเม้มสนิทเรียบเฉย

ขอถาม สีแดงอันใดที่วูบวาบอุ่นร้อนราวกับไฟ แต่มิเผาไหม้เช่นเปลวเพลิง?”

 

สีแดงอันเคลื่อนไหวและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชีวิตนามนั้นคือ โลหิต

กิเลนน้อยตอบได้โดยทันที อันว่าปัญหาเชาว์นั้นถึงแม้จะเป็นคำถามกำกวมซึ่งสามารถพลิกแพลงคำตอบได้ไม่สิ้นสุด ทว่าการจะตัดสินว่าคำตอบใดถูกต้องที่สุดนั้น สามารถเอ่ยได้ว่าขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ถามนั่นเอง

 

ดังเช่นเซียวยวี่ที่ได้ฟังคำตอบตอบอันแน่วแน่ไร้ความลังเลของเย่วเทียนหมิงก็ให้เกิดความประทับใจแรงกล้า

องค์ชายกิเลนแห่งแสงสว่างคือผู้มีเชาว์โดยแท้

นางเอ่ยชื่นชมด้วยความจริงใจทั้งยังไม่วายหันไปค่อนขอดชายชรา

ผิดกับเจ้าใช้เวลาทั้งชิวิตก็ไม่สามารถตอบได้

 

ทว่าชายชรากลับไม่สนใจเพียงแต่ร้องยินดีด้วยความลิงโลดราวกับลิงป่า

สองข้อ! เจ้าตอบถูกสองข้อ! ไม่ผิดหวังจริงๆ ยอดมากเจ้าหนู

 

เย่วเทียนหมิงยิ้มยินดีกับชายชรา เซียวยวี่มองชายชราแล้วส่ายหน้าก่อนพูดต่อ

องค์ชายน้อยท่านเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์อันฟ้าประทานมา สิ่งนั้นบางครั้งก็คือเส้นแบ่งระหว่างอัจฉริยะกับสามัญชน เอาล่ะคำถามข้อสุดท้ายข้าไม่อาจออมมือได้แล้ว

 

ชายชราได้ยินก็หูผึ่งรีบสงบนิ่งอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว

 

ขอถาม สิ่งใดที่ไม่อาจเยาว์วัยและไม่อาจแก่ชรา เพียงกำเนิดมาเท่านั้น?”

 

เย่วเทียนหมิงถึงกับเงียบไปครู่หนึ่ง กิเลนน้อยมองไปทางชายชราสลับกับเซียวยวี่ นิ้วเล็กๆขาวสะอาดเคาะริมฝีปากครุ่นคิดก่อนยิ้มร่า

สิ่งมีชีวิตทั้งหลายล้วนไม่อาจละสังขารได้ ทว่าสิ่งที่เกิดจากจินตนาการนั้นไม่ใช่ คำตอบที่แท้จริงคือ เซียวยวี่

 

สิ้นคำเซียวยวี่ถึงกับตกตะลึงจนปล่อยไม้เท้าหลุดจากมือ สีหน้าเลื่อมใสอย่างไม่ปิดบัง นางรีบประสานมือย่อตัวถวายบังคม

สมแล้วที่เป็นฝ่าบาทกิเลนจันทร์ เซียวยวี่ขอยอมรับความพ่ายแพ้

 

ชายชราได้ฟังคำตอบก็ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก พอยืนนานๆขาก็เริ่มไม่มีแรงจึงนั่งขัดสมาธิตรงริมน้ำ

เจ้าหนูอธิบายมาสิทำไมข้อสุดท้ายถึงตอบว่า เซียวยวี่?”

 

เย่วเทียนอ๋าวหันขวับไปมองชายชราอย่างเหยียดหยาม

ก็เพราะเจ้ามันโง่ไงล่ะ

 

เทียนอ๋าวพอเถอะเรื่องนี้พี่อธิบายเอง...ได้ใช่ไหมท่านเซียนดนตรีเซียวยวี่

เย่วเทียนหมิงเอ่ยพลางหันไปถามความเห็น ทว่าสตรีชราที่มองหามิได้อยู่ตรงนั้นแล้ว ท่ามกลางละอองน้ำกระจ่างตาสตรีสาวสวยโสภานางหนึ่งนั่งคุกเข่าร่ำไห้อยู่ น้ำตาของนางไหลออกมาไม่ขาดสายราวกับได้รับอนุญาตให้แสดงความอ่อนแอกระนั้น

 

ซะ..เซียวยวี่ทำไมกลายเป็นสาว เหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อนไม่มีผิด

ชายชราถึงกับตาค้างพูดตะกุกตะกัก ชี้นิ้วไปทางสตรีวัยเบญจเพสนางนั้นไม่หยุด

 

กิเลนน้อยเทียนหมิงจึงค่อยๆอธิบาย

ผู้เฒ่าเห็นกิริยาของท่านเช่นนี้แล้วข้าก็ยิ่งคาดเดาเรื่องราวได้หลายส่วน มนุษย์ธรรมดาอาจไม่รู้ทว่าผู้อาศัยอยู่ในแดนสวรรค์ล้วนรู้ดี เวลาแค่ไม่กี่สิบปีไม่อาจทำให้ภูติวารีแก่ชราได้หรอก เดาว่าทุกครั้งที่นางปรากฏตัวนางคงเจริญอายุขึ้นตามวัยของท่านด้วยการจำแลง

 

ทำไม...ทำไมต้องทำเช่นนี้เล่า? แล้วลูกสาวข้าล่ะป่านนี้จะเป็นยังไง

ชายชรายังถามไม่เข้าใจ เซียวยวี่จึงกล่าวอย่างเหลืออด

ก็เพราะเจ้านั้นแหละ แอบอ้างตัวว่าเป็นเทพเซียนดนตรีทั้งที่เป็นแค่มนุษย์ธรรมดา เพลงผีผาของเจ้าวิเศษจนข้าหลงรักก็จริงแต่ถ้ารู้ว่าเจ้าเป็นแค่มนุษย์ไร้อาคมข้าก็คงไม่แต่งกับเจ้าหรอก

 

ทำไมล่ะ ข้าเป็นมนุษย์เดินดินมันผิดตรงไหน?” ชายชราตัดพ้อ

 

เพราะช่วงชีวิตของเจ้าเปรียบได้เพียงแค่ชั่วกระพริบตาของพวกเราอย่างไรล่ะ วันที่ลูกของเรากำเนิดมาข้าจึงรู้ว่าเลือดในกายนางครึ่งหนึ่งคือเลือดมนุษย์ธรรมดา ถ้าจะให้ลูกพบหน้าเจ้าไม่กี่สิบปีไม่ทันจำเจ้าได้ดีเจ้าก็ตายจากไป ข้าสู้ไม่ให้พบเสียดีกว่า

เซียวยวี่กล่าวเสียงเครือสะบัดหน้าหนีจากชายชรา

 

ในระหว่างที่บรรยากาศกำลังอึมครึมนั้นเองเกลียวคลื่นในทะเลสาบก็ค่อยๆหมุนวนเป็นตาน้ำวงเล็กๆสิบเอ็ดวง เทพธิดาวารีสิบเอ็ดนางค่อยๆปรากฏกายขึ้นมาสู่ผิวน้ำ แต่ละนางล้วนแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีฟ้างดงาม คล้องแขนด้วยแถบผ้าสีฟ้าใสที่สะบัดพริ้วไหวราวกับสายน้ำกำลังร่ายรำกลางอากาศ ใบหน้าจิ้มลิ้มของพวกนางแต่งแต้มเพียงบางเบาดูเย็นตา ภูติวารีคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา

โธ่พี่สาวครั้งนี้พี่ชายก็ตอบคำถามท่านได้แล้ว นี่คงเป็นลิขิตสวรรค์ท่านยอมให้พ่อลูกพบหน้ากันเถิด

นางภูติวารีไม่พูดเปล่าแต่หันไปพยักหน้ากับพี่น้องที่เหลือ พวกนางจึงค่อยๆแหวกทางให้ภูติวารีที่ยืนรั้งอยู่ด้านหลังก้าวออกมา ในอ้อมแขนของภูตินางนั้นมีเด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ดูแล้วอายุไม่น่าเกินสองขวบกำลังยิ้มร่า นางภูติวารีสะกิดปลายเท้าเหินมายืนตรงหน้าชายชราพร้อมส่งเด็กน้อยให้กับมือ

 

ชายชรารับเด็กน้อยมากอดด้วยมือสั่นเทา เด็กหญิงตัวน้อยตาใสแจ๋วหัวเราะเอิ้กอ้ากอย่างไม่รู้เดียงสาทำให้หัวใจชายชราพองโตยิ่งนัก

นี่ลูกสาวข้าหรือ? ผ่านมานานขนาดนี้แล้วนางยังเป็นแค่เด็กตัวกระเปี้ยก?”

นางภูติวารีพยักหน้าน้อยๆแทนคำตอบ ควรทราบว่าช่วงชีวิตของชนชาวสวรรค์นั้นแตกต่างจากมนุษย์โดยสิ้นเชิง อาธิเช่น ภูติวารีมีช่วงเวลาในวัยทารกที่แสนจะยาวนาน ส่วนภูติบุปผาก็ใช้ช่วงเวลาในวัยเด็กที่ราวกับดอกตูมสั้นนัก หรือสำหรับชาวกิเลนแล้วการเติบโตทางร่างกายจะชะลอลงเมื่อมีอายุสิบห้าปีบริบูรณ์

 

            เย่วเทียนหมิงเห็นเซียวยวี่จ้องมองสองพ่อลูกหยอกล้อกันอย่างไม่อาจทำใจได้ก็ให้นึกสงสาร กิเลนน้อยปลดขลุ่ยหยกที่คาดเอวออก บรรจงแตะแต้มริมฝีปากอิ่มลงบนผิวขลุ่ยแผ่วเบา จากนั้นจึงสูดลมหายใจเข้าทีหนึ่งพร้อมหลับตารำลึกถึงบทเพลงของราชันย์กิเลน นึกไปถึงท่วงทำนองที่ทำให้ปลายนิ้วเรียวยาวของบิดาขยับพลิ้วไหวราวกับผีเสื้อเล่นลม

เพียงไม่นานเสียงเพลงขลุ่ยสดใสก็ดังขึ้นราวกับแสงอาทิตย์สาดส่องสู่หล้า จังหวะอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความสดใสรื่นเริงโผบินราววิหคถลาลม พลังสว่างร้อนแรงทว่าอบอุ่นแผ่กำจายจากร่างของเย่วเทียนหมิง แสงสว่างใสนั้นเจิดจ้าจับตา แม้แต่เย่วเทียนอ๋าวผู้ไม่พิศมัยในแสงสว่างก็ยังเหม่อมองพี่ชายด้วยความชื่นชม

 

เซียวยวี่ค่อยๆปาดน้ำตาออก จิตใจได้รับการชำระด้วยเสียงขลุ่ยแห่งกิเลนจันทร์ ภาพแห่งความสุขในอดีตปรากฏในจิตสำนึกเป็นระลอก นางเหม่อมองคู่ชีวิตแล้วจึงถลาเข้าไปในอ้อมกอด ให้ตาแก่ได้กอดนางแม่ลูกสมใจ เซียนดนตรีที่เหลืออีกสิบเอ็ดนางต่างซาบซึ้งพากันคุกเข่าถวายบังคม เสียงดนตรีที่สามารถสั่นคลอนจิตใจอันหนักแน่นยิ่งกว่าหินผาของเซียวยวี่นั้นควรค่าแก่การยกย่อง กิเลนจันทร์แห่งแสงสว่างนับเป็นอัจฉริยะทางดนตรีโดยแท้!

 

            หมดเรื่องเสียทีนะ...

เย่วเทียนหมิงเอ่ยกับเย่วเทียนอ๋าวหลังจากบรรเลงเพลงขลุ่ยจบลง ชายชราที่บัดนี้กลายเป็นตาแก่กินหญ้าอ่อนมีเมียสาวสะพรั่งอุ้มลูกน้อยคอยเอาอกเอาใจ แถมด้วยดุรณีสิบเอ็ดนางล้อมหน้าล้อมหลังไม่ห่าง

พี่คิดถึงจังเลยมามะ มาหอมทีทั้งแม่ทั้งลูกเลย

เป็นคำพูดน่าหมั่นไส้ที่แน่ใจได้ว่าจะไม่มีทางเอ่ยออกมาหากเซียวยวี่ยังคงอยู่ในร่างยายแก่เหนียงยาน

 

ข้าไม่เข้าใจตาแก่นี่เลยจริงๆ ทั้งที่ไม่มีความหวังแล้วกลับยังนั่งรออยู่ริมน้ำมาได้หลายสิบปี

เย่วเทียนอ๋าวมองชายชราอย่างหงุดหงิด

 

หึหึ การที่เรามีใจตั้งมั่นที่จะทำสิ่งใดให้แก่ผู้อื่นนั้น ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลหรอกนะ ผู้เฒ่าเพียงแสดงความจริงใจที่มีต่อเซียวยวี่และลูกอย่างไรล่ะ

เย่วเทียนหมิงว่าพลางกระโดดกอดคอน้องชาย แขนเรียวรั้งใบหน้าของเทียนอ๋าวเข้ามาใกล้

เกอเกอเห็นนะตอนผู้เฒ่าบรรเลงเพลงผีผาเทียนอ๋าวจ้องตาไม่กระพริบ ว่าอย่างไรล่ะสนใจล่ะสิ

 

เย่วเทียนอ๋าวถูกพี่ชายรู้ทันเช่นนี้จึงถึงกับหน้าแดงตอบอ้อมแอ้มก่อนสะบัดหน้า

ข้าก็ว่ามันเพราะดี แต่ข้าไม่สนใจดนตรีหรอกนะ ฮึ

 

เย่วเทียนหมิงปล่อยร่างน้องชาย แสร้งถอนหายใจอย่างเสียดายพลางยิ้มเจ้าเล่ห์

แต่เกอเกออยากเล่นดนตรีคู่กับเทียนอ๋าวจังเลยนะ ว้า~น่าเสียดายจริงๆ

 

เย่วเทียนอ๋าวได้ยินก็ยืนกำมือกับชายเสื้อเก้ๆกังๆ ใบหน้าผิดหวังของพี่ชายทำให้กิเลนน้อยอดประหม่าไม่ได้

ถ้าอย่างนั้นข้าจะเล่นผีผาคู่กับเกอเกอก็ได้... เฮ้! เจ้าพวกนั้นน่ะ พวกเจ้าต้องสอนดนตรีให้ข้ากับเกอเกอด้วยนะ

เย่วเทียนอ๋าวรีบหันหลังให้พี่ชายพร้อมตะโกนไปทางกลุ่มของชายชรา ทว่าแม้จะเป็นเพียงชั่วพริบตาแต่เย่วเทียนหมิงผู้มีสายตาเป็นเลิศก็ลอบสังเกตเห็นใบหูน่ารักของน้องชายแดงซ่านอย่างน่าเอ็นดู

 

เกอเกอว่ากลับไปจะขอประทานท้อวิเศษเสริมอายุจากเสด็จพ่อให้ผู้เฒ่าสักผลหนึ่งดีหรือไม่นะ ไหนๆผู้เฒ่าก็จะเป็นอาจารย์ของเทียนอ๋าวแล้ว

 

เกอเกอว่าเช่นนั้นก็ตามใจเถิด เย่วเทียนอ๋าวสะบัดหน้ากล่าวไว้ตัว

 

 

 

ในที่สุด...ค่ำคืนครบรอบแปดปีที่กิเลนจันทร์ถือกำเนิดก็มาถึง

 

จันทราเต็มดวงขนาดมหึมากำลังฉายแสงนวลผ่องทั่วท้องนภา ดาริกาพากันส่องแสงสว่างสดใสอย่างมีความสุข ประกายแสงสีทองตกกระทบเหนือธารน้ำตกเจินจูทัน สายน้ำตกกลับเงียบงันไร้ซึ่งเสียงราวกับว่าตัวมันได้ยอมไหลเอื่อยช้าลงกระนั้น

 

เหนือขึ้นไปบนธารน้ำตก กิเลนจันทร์แห่งแสงสว่างเย่วเทียนหมิงยืนถือขลุ่ยหยกอย่างสงบนิ่งอยู่บนผิวน้ำเคียงข้างด้วยกิเลนจันทร์แห่งความมืดเย่วเทียนอ๋าวที่โอบประคองผีผาตัวน้อย เบื้องล่างของทั้งสองคือเซียนดนตรีสิบสองนางซึ่งยืนเด่นอยู่บนผิวทะเลสาบ เซียวยวี่และภูติวารีผู้ชำนาญดนตรีแต่ละนางต่างจัดเตรียมเครื่องดนตรีของตนไว้พร้อมเพรียงกัน

ถัดออกมายังชายฝั่ง ราชันย์กิเลนเย่วหรงเต๋อและราชินีทั้งสองประทับนั่งอยู่บนลานหญ้านุ่ม โดยมีชายชรานั่งอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยอยู่บนโขดหินพร้อมผีผาคู่ใจ

 

เย่วเทียนหมิงเงยหน้าชมจันทร์พลางส่งยิ้มสดใส ขลุ่ยหยกถูกยกจรดริมฝีปาก เสียงใสกระจ่างแว่วดังพาดผ่านราตรีกาลสีทอง ครู่หนึ่งเย่วเทียนอ๋าวจึงบรรเลงผีผาไพเราะเสนาะหูเคล้าคลอกัน

กิเลนจันทร์ทั้งสองถูกอาบไล้ไปด้วยแสงแห่งจันทราสีทอง ใบหน้าเยาว์วัยที่กำลังยิ้มแย้มอย่างนุ่มนวลนั้นดูราวกับเทพเซียนจำแลง ล่อลวงให้ลุ่มหลง

สองพี่น้องผู้งดงามร่วมสร้างดนตรีแห่งแดนสวรรค์ปลุกทุกสรรพชีวิตให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล ให้หลงมัวเมาไปกับเสียงเพลงที่เป็นดั่งเสียงมายา

 

ราวกับมีมนต์สะกด เนิ่นนานกว่าเซียนดนตรีทั้งสิบสองจะรู้สึกตัว พวกนางบรรจงบรรเลงเพลงร่วมกับโอรสกิเลนสวรรค์ทั้งสองอย่างแช่มช้า เสียงดนตรีหวานสดใสแผ่วทุ้มทรงพลังดังก้องจับหัวใจของทุกผู้คน

 

ไม่เว้นแม้แต่อาคันตุกะแปลกหน้าผู้มาจากป่าเหมยแห่งสวรรค์ผู้ร่วมฟังโดยมิได้รับเชิญ ในเงามืดของจันทราบุรุษหนุ่มผู้งามสง่าหลับตาพริ้มดื่มด่ำ ริมฝีปากเผยรอยยิ้มพึงใจ

 

กิเลนจันทร์ สินะ...

 

 

 

----------------------------------------------------

 
A/N เพลงประกอบตอนนี้มาจาก 12GB เช่นเคยค่ะ วงอะไรเพราะจริงๆ >.< ชอบมากๆ 

 
ขอพูดเรื่องคำถาม3ข้อหน่อยนะคะ คิดมุขอยู่นานพอดูเหมือนกัน คำถามนี้ได้แรงบันดาลใจมากจากโอเปร่าเรื่อง Turandot ค่ะ เป็นเรื่องของเจ้าหญิงแห่งจีนผู้เลอโฉมเย็นชาราวกับน้ำแข็ง คอยตั้งคำถามสามข้อให้คนที่มาสู่ขอตอบ หากตอบได้จะยอมแต่งด้วย ถ้าตอบไม่ได้ก็โดนประหารค่ะ ฟาราชอบคำถามข้อสองมากๆเลยเอามาใส่ในเรื่องซะเลย XD

ช่วงสุดท้ายของตอนนี้ในที่สุดผู้ที่เรารอคอยก็ปรากฏตัวออกมาแล้วค่ะ (เป็นEแอบอยู่นานมากๆ หึหึ) ได้เขียนท่านผู้นี้ซะที *0* มีความสุข ^^ (ได้ข่าวว่าตอนต่อไปยังเป็นวุ้นอยู่)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1501 dlky (@plky) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มกราคม 2557 / 21:01
    ใครอ้ะ!!
    #1501
    0
  2. วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 21:39
    สนุกมาก
    #1491
    0
  3. #1435 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กันยายน 2554 / 02:25
    สนุกมากคับ
    #1435
    0
  4. #1288 •Zol2iäc• (@yuletied) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 มกราคม 2554 / 22:25
    เทพมากๆ
    #1288
    0
  5. #874 Hello!! (@thankss) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2553 / 22:02
    เทียนหมิงน่ารัก เทียนหมิงฉลาด เทียนหมิง...เทียนหมิง...อ้ากกกกก!! คลั่งเทียนหมิงอ่ะ ชอบมากๆ  ขอสมัครเป็นแม่ยกอีกคนได้ป่าวเนี่ย?
    #874
    0
  6. #859 ~`NamFar`~ (@namfar2007za) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2553 / 19:28

    เทียนหมิงตอนนี้เด๊นเด่น หนูน้อยฉลาดมากค่ะ ปรบมือให้ๆ

    เทียนอ๋าวหน้าแดงด้วย น่าร๊ากกก (กรี๊ดพี่น้องหยินหยางหน่อย)

    #859
    0
  7. #647 GoodDavil (@eieeei) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 21:57
     อาร๊ายยย กี้สส.ส ชอบ กิเลนน้อยทั้ง2อ๊าา 
    #647
    0
  8. #618 Rose (@rosme) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2553 / 16:31
    นู๋กิเลนทั้งสองน่ารักน่าชัดอารายอย่างงี้

    นู๋อ๋าวแบบว่า ตามใจท่านพี่สุัดฤทธิ์ น่าร๊ากกกก เกินไปแล้วน้าาาา

    แหมนู่หมิงก้อฉลาดสุดๆ อ่ะ เชื้อไม่ทิ้งแถวเลยจิงๆ

    เรื่องนี้ไม่ต้องวายก้อได้ค่ะ ขอแค่ไม่ต้องมีนางเอกก้อพอ -.-

    แบบว่าขอจิ้นต่อไปไ้ด้มั้ย อะไรแบบนี้อ่ะค่ะ หุหุหุ
    #618
    0
  9. #489 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2553 / 13:04
    บุรุษลึกลับจากไหนเอ่ย โชคดที่เฒ่าผีผานั่นมาเจอหมิงนะเนี่ย ใครว่าหมิงบทน้อย อ๋าวถูกกลบรัศมีไปหลายตอนแล้ว หุหุ
    #489
    0
  10. #261 !!ตัวเล็ก!! (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 เมษายน 2553 / 17:48
    เฮ้อ ... มันเป็นจิตใต้สำนึก ของสายจิ้นขั้นเทพไปแล้วละมั้ง

    เพราะเรา จิ้น จบเรื่องไปแล้ว 555 ได้พอร์ตเรื่องแบบวายๆ (เผื่อสนใจ~~ 555+)

    (อ่านะๆ ก็คนเขียนบอกว่าไม่วายนินา คงต้องพับเก็บไว้ก่อนล่ะกัน)

    จะติดตามต่อเรื่อยนะค่ะ~
    #261
    0
  11. #231 คาโลจัง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 เมษายน 2553 / 18:15
    แต่อยากให้เป็นวายนะ



    คิดว่าน่าจะหนุกกว่าอะ
    #231
    0
  12. #206 Miraio (@Miraio) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 เมษายน 2553 / 00:39
    โอ้....มีหลายตอนให้จิ้น!!

    ฮะแฮ่มๆ  ขออภัยแต่แอบจิ้นวายไปแล้ว!
    #206
    0
  13. #60 Panda~!!!!! (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มีนาคม 2553 / 14:45
    แล้วสุดท้าย...หนุอ๋าวก็ตามใจพี่ชาย~~



    แหม อยากฝึกเล่นมาแต่แรกก็บอกมาเถอะฮ่ะ ไม่ต้องมาซึนเดเระ!!!(ฮา)



    ว่าแต่บุรุษหนุ่มผู้นั้นคือใครกันคะ?



    คู่วายหนูหมิงกับหนูอ๋าว?(me/โดนถีบ ก็คนเขียนเขาบอกแล้วไงยะว่าเรื่องนี้มันไม่วายยย!!)



    ไม่แน่ว่าจะเป็นต้นกำเนิดความแค้นอะไรซักอย่างนะคะนี่ แต่ไม่รู้ล่ะดิฉันจิ้นกระจายไปเรียบร้อยแล้ว~!!!!



    (ไม่มีเรื่องใดที่สายจิ้นขั้นเทพจะจิ้นไม่ด้ายยต่อให้มันเป็นรามเกียรติ์ก็ตามที55)



    ไปล่ะค่ะไว้มาอ่านใหม่~
    #60
    0
  14. #53 The Spirit (@minnist) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มีนาคม 2553 / 15:06
    อุๆๆ สมกับเป็นน้องเทียนหมิง =v=

    เทียนอ๋าวยอมทุกอย่างจริงๆ
    #53
    0