หลงกิเลนจันทร์ [หยิน]

ตอนที่ 14 : บทที่ ๑๑ กิเลนไร้ธาตุ (ฉบับร่าง 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    19 มี.ค. 53

A/N 100% แล้วจ้า จากนี้เรื่องนี้จะเริ่มมีตัวละครสาวๆ ออกมามั่งและ แต่ให้ฟารานับยังไงหนุ่มๆก็เยอะกว่าเท่าตัวอยู่ดี -.-

 

บทที่ ๑๑

กิเลนไร้ธาตุ

 

            ฤดูกาลหมุนวนกาลเวลาผันผ่าน ย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิแห่งขวบปีที่สิบสองนับตั้งแต่อาณาจักรจันทราทองเย่วจินหรงได้มีโอกาสต้อนรับอาคันตุกะผู้เป็นดั่งสุดยอดสิ่งวิเศษมีชีวิต กิเลนจันทร์

 

ใบไม้อ่อนแรกแย้มแข่งกันผลิบานราวกับกองทัพพฤกษา พลทหารสีเขียวสดต่างพากันย่างเท้าไปเยี่ยมเยือนทุกดินแดนถ้วนทั่ว แสงอาทิตย์ส่องจ้าทว่ากลับไม่ร้อนแรง ไออากาศชื้นน้ำค้างจากหิมะฤดูหนาวชวนให้รู้สึกรื่นเริงยิ่งนัก

 

กระต่ายหิมะสีขาวตัวอ้วนพีกำลังเล็มหญ้าอ่อนอย่างมีความสุข ฉับพลันหูยาวๆอันอ่อนนุ่มของมันก็ได้ยินเสียงหัวเราะเริงร่า กระต่ายยักษ์ส่ายหัวพองฟูไปมา ดวงตาสีแดงดั่งทับทิมกวาดตามองหาต้นเสียงด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

ฮะ ฮะ เทียนอ๋าวเจ้าจริงจังเกินไปแล้ว

เงาร่างสีขาวในสายตาแดงสดของกระต่ายเอ่ยขึ้น

 

เกอเกอ ประลองยุทธ์กันทีไรท่านก็ออมมือให้ข้าทุกที เช่นนี้แล้วไม่ให้ข้าโมโหได้อย่างไร

 เงาร่างสีดำตอบพร้อมฟาดกระบี่ไม้เรียวยาวเข้าห้ำหั่นอีกฝ่ายไม่ลดละ เรียวริ้วกระบี่สีน้ำตาลสองสายปะทะกันดังกึกก้อง เสียงทึบหนักที่อยู่ห่างไกลทำให้กระต่ายขนฟูสะดุ้งน้อยๆเป็นระยะ

 

เชี้ยะ!”

กระบี่ไม้ในมือของเงาร่างสีขาวลอยกระเด็นมาปักอยู่ตรงข้างร่างตุ้ยนุ้ยของมันอย่างน่าหวาดเสียว ชนิดที่เรียกได้ว่าเฉียดปลายเส้นขนแบบพอดิบพอดี ขนสีขาวทั่วตัวลุกชูชัน แข้งขาอ่อนแรงไม่กล้าแม้แต่จะขยับไปไหน

 

เทียนอ๋าวเก่งจริงๆเกอเกอแพ้เจ้าแล้ว

เงาร่างสีขาวเอ่ยสดใส

 

ฮึ......

เงาร่างสีดำเพียงแค่นเสียงในลำคอก่อนวิ่งตามมาทางที่กระบี่ไม้วืดลอยไป

 

เฮ้~ เจ้ากระต่ายอ้วนมัวกินหญ้าเพลินอยู่นี่เอง ดูสิเกือบจะกลายเป็นกระต่ายเสียบไม้เสียแล้ว

เย่วเทียนอ๋าวผู้หยุดยืนอยู่ตรงหน้าว่าพลางปักกระบี่ไม้ของตนลงตรงข้ามกันกับกระบี่เล่มแรก กระบี่คู่จึงกลายเป็นกรงขังสองด้านที่ทำเอาขาทั้งสี่ของเจ้ากระต่ายสั่นพั่บๆราวกับจะขาดใจ น้ำใสๆเอ่อคลอหน่วยตาสีทับทิม

ฮ่า ฮ่า กลัวจนจะร้องไห้อยู่แล้วดูสิเกอเกอ

เย่วเทียนอ๋าวกล่าวอย่างชั่วร้าย ปลายนิ้วเรียวเล็กสีขาวเขี่ยพุงกลมๆสีชมพูนุ่มนิ่มของมันไม่หยุด รอยยิ้มเย้ยหยันนั้นราวกับจะกลั่นแกล้ง

ร้องอีกสิ ร้องอีกสิ~’

 

ตกใจได้ไม่นานมือเล็กๆทว่าแข็งแกร่งคู่หนึ่งก็ยื่นเข้ามาโอบอุ้มมันไว้ กระต่ายหิมะเงยหน้ามองผู้มีพระคุณด้วยความซาบซึ้งใจ ไม่ว่าเมื่อใดก็ตามที่มันถูกเจ้าปีศาจสีดำรังแก เงาอ่อนโยนสีขาวก็จะมาช่วยไว้ให้ทันเสมอ

เย่วเทียนหมิงกอดกระต่ายขนปุกปุยไว้แนบอกพลางลูบไล้ตั้งแต่หูจรดหางเบาๆ

โอ๋ โอ๋ ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร

 

เชอะ เกอเกอให้ท่ามันทุกที ดูสิเก็บมาเลี้ยงแค่ไม่กี่ปีท่านให้มันกินเอาๆจนอ้วนกลมยิ่งกว่าอะไรดี

เทียนอ๋าวค่อนขอดก่อนเก็บกระบี่ทั้งสองขึ้นมาพลางยื่นให้พี่ชายเล่มหนึ่ง

กลับกันสักทีดีไหมเกอเกอ ใกล้จะได้เวลาแล้ว

ว่าพลางกดปลายนิ้วลงบนริมฝีปากสีแดงใสก่อนจะผิวปากทีหนึ่ง อาชาสวรรค์ที่วิ่งเล่นอยู่ไม่ไกลก็รีบวิ่งทะยานออกมาทันที อาชาหนุ่มสีขาวและดำต่างพากันเข้ามาคลอเคลียนายไม่ห่าง จากนั้นจึงพากันย่อตัวให้โอรสกิเลนสวรรค์ทั้งสองประทับก่อนทะยานขึ้นไปบนฟากฟ้า มุ่งหน้าสู่พระราชวังของอาณาจักรจันทราทองอย่างรวดเร็ว

 

ไม่ได้พบเสด็จพ่อและเสด็จแม่มาตั้งสี่ปี คิดถึงเสียจริง...ใช่มั้ยเทียนอ๋าว

เย่วเทียนหมิงเอ่ยอารมณ์ดีก่อนชักแขนขึ้นพร้อมกระแทกเข่าลงบนสีข้างของเจ้าขาวเบาๆเพื่อเป็นการเร่งความเร็ว ให้สมกับที่จิตใจได้โลดแล่นไปหาบิดามารดาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

           

 

            เย่วจินหรง

อาณาจักรจันทราทองอันเลื่องชื่อ ดินแดนแห่งเหล่าชนเผ่ากิเลนผู้สุภาพอ่อนน้อม บ้านเกิดของปัญญาชนผู้เชี่ยวชาญในศิลปะความรู้และการดนตรี พิภพอันเป็นถิ่นกำเนิดของกิเลนจันทร์ กิเลนคู่ผู้เป็นตัวแทนแห่งสมดุลโลก หนึ่งหยิน หนึ่งหยาง กอปรเป็นความมืดและแสงสว่างที่ช่วยค้ำจุนวัฏจักรแห่งชีวิต

 

            ผู้นำแห่งอาณาจักรจันทราทองนั้นคือราชันย์กิเลนปฐพีเย่วหรงเต๋อ เอกบุรุษแห่งพิภพกิเลนผู้เป็นที่เลื่องลือว่างามพร้อมทั้งรูปโฉมและน้ำใจ ทว่าสี่ปีมาแล้วที่ชนชาวกิเลนแห่งเย่วจินหรงมิได้เข้าเฝ้าเพื่อถวายงานแด่ราชันย์ผู้ยิ่งยง ด้วยเหตุว่าราชันย์กิเลนปฐพีและสองราชินีเทพพิทักษ์ต่างพากันเข้าจำศีลในด่านกักตนเพื่อฝึกวิชาสะสมพลังแห่งธาตุกำเนิด ภาระหน้าที่แลราชกิจทั้งหลายจึงตกเป็นของราชโอรสกิเลนสวรรค์ทั้งสอง

 

กิเลนแห่งแสงสว่างเย่วเทียนหมิงและกิเลนแห่งความมืดเย่วเทียนอ๋าวขึ้นนั่งบัลลังก์แห่งราชันย์เคียงคู่กันนับตั้งแต่ต้นอายุแปดชันษา โอรสกิเลนผู้ไร้เดียงสาได้ย่างก้าวเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่อย่างรวดเร็วเกินกว่าที่จะมีผู้ใดคาดคิด

พิภพกิเลนภายใต้การปกครองของกิเลนจันทร์นั้นแสนร่มเย็น แม้ภายหลังจากที่ราชันย์และราชินีกิเลนได้เข้าสู่ด่านกักตน พิภพเทพได้แจ้งข่าวแก่ชนชาวพิภพอื่นและผู้อาศัยในแดนสวรรค์ว่า ราชันย์เร้นกาย จักรพรรดิเทพผู้ครั้งหนึ่งเคยสละบังลังก์บัดนี้ได้ตัดขาดจากวิถีปุถุชนและจักกลับมาเรืองอำนาจอีกครั้ง ทว่าเหตุการณ์สงครามรวบรวมดินแดนแห่งพิภพเทพนี้สำหรับชนชาวกิเลนผู้ยึดมั่นถือมั่นในความสงบสุขเรียบง่ายนั้นก็เปรียบเสมือนควันไฟลอยอ้อยอิ่งที่แลเห็นได้จากดินแดนไกลแสนไกล หาได้มีผลกระทบอันใดให้เดือดเนื้อร้อนใจไม่

 

สีปี่ นั้นคือสี่สิบแปดเดือน นับรวมได้หนึ่งพันสี่ร้อยหกสิบราตรี ทุกค่ำเช้าเย่วเทียนหมิงและเย่วเทียนอ๋าวต่างเฝ้ารอวันที่บิดามารดาจะออกมาจากด่านกักตนด้วยใจตั้งมั่น

 

ทางเดินอันกว้างขวางปูด้วยพื้นพรมสีแดงทอดยาว เสาไม้สีชาดขนาดใหญ่สลักลวดลายพฤกษาเลื้อยพันเรียงรายสองด้านอย่างเป็นระเบียบ จุดหมายของเส้นทางนั้นคือตำหนักเร้นลับในส่วนลึกที่สุดของพระราชวังหลวงแห่งอาณาจักรกิเลน

ภายในตำหนักยังมีทวารศักดิ์สิทธิ์แห่งแผ่นดินอยู่บานหนึ่ง ทวารหินแกะสลักเชื่อมต่อจากพื้นดินตั้งตระหง่านสูงจรดปลายฟ้า ว่ากันว่าทวารแห่งนี้ก็คือจุดรวมชีพจรแห่งพิภพกิเลนสวรรค์ เปรียบดั่งหัวใจที่ส่งปราณทิพย์หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตบนอาณาจักรเย่วจินหรง บนทวารแกะสลักลวดลายกิเลนคู่เกี่ยวกระหวัดกันในสัญลักษณ์หยินหยาง ขาวและดำสมดุลเป็นหนึ่ง

วงกลมสมบูรณ์แผ่รัศมีสีทองสว่างไสวราวกับดวงจันทร์บนพื้นพิภพ ด้วยเหตุนี้จึ่งได้รับการขนานนามว่า ทวารเสี้ยวจันทร์

 

ในเขตพื้นที่หวงห้ามที่ไม่อนุญาตให้ผู้ใดนอกจากราชวงค์กิเลนก้าวผ่าน เย่วเทียนหมิงและเย่วเทียนอ๋าวในชุดทรงเต็มยศยืนเคียงข้างกันอยู่หน้าทวารเสี้ยวจันทร์

กิเลนแห่งแสงสว่างในเสื้อคลุมสีขาวบริสุทธิ์ กิเลนแห่งความมืดในเสื้อคลุมสีดำนิลกาฬ รัศมีสีขาวและดำของทั้งสองนั้นดูกลมกลืนกันอย่างน่าประหลาด ใบหน้าของกิเลนแห่งแสงสว่างฉาบไปด้วยรอยยิ้มมุมปากที่นับวันจะเพิ่มพูนความสุขุมขึ้นไปตามวัย ในขณะที่ใบหน้าของกิเลนแห่งความมืดนั้นกลับประดับรอยยิ้มเย็นชาที่นับวันก็แลดูเจ้าเล่ห์ขึ้นทุกที

 

รอเพียงไม่นานบานทวารสีทองก็ค่อยๆแง้มออก โอรสกิเลนทั้งสองเผยรอยยิ้มจริงใจแสนยินดี เงาร่างสง่างามที่ค่อยๆก้าวผ่านทำให้หัวใจกิเลนน้อยเต้นตึกตัก มีเรื่องมากมายอยากจะกล่าวกับบิดามารดาเหลือเกิน...

 

ราชันย์กิเลนเย่วหรงเต๋อเดินนำออกมาก่อนตามด้วยราชินีกิเลนวารีชูเจินอวี้เหวินและราชินีกิเลนบุปผามู่ตานกุ้ยฮวา หนึ่งบุรุษสองสตรีผู้งามล้ำดูราวกับสมบัติแห่งสวรรค์อันสูงสุดโดยแท้จริง

 

เสด็จพ่อ เสด็จแม่ สองเสียงเริงร่าของโอรสกิเลนประสาน โดยไม่รอช้ากิเลนจันทร์ทั้งคู่วิ่งเข้าหาบุพการีโดยพร้อมเพรียง ทว่าก็ต้องหยุดฝีเท้าลงเมื่อสายตาไปสบกับร่างเล็กๆร่างหนึ่งในห่อผ้าไหมที่ราชันย์กิเลนโอบประคองไว้อย่างถนุถนอม ร่างน้อยๆนั้นคือลูกกิเลนตัวจ้อย เกล็ดอ่อนนิ่มทั่วตัวส่องประกายสีเทาสดใส นัยน์ตาสีเทาราวแก้วผลึกจับจ้องโอรสกิเลนไม่วางตา

 

น้องสาวของพวกเจ้าอย่างไรล่ะ เทียนหมิง เทียนอ๋าว

เย่วหรงเต๋อกล่าวด้วยความเมตตาพลางย่อตัวลงเพื่อให้พี่น้องสามคนได้พิจารณากันถนัดถนี่ เมื่อได้เห็นกิริยาประหลาดใจของเหล่าโอรส ราชินีกิเลนทั้งสองที่อยู่ด้านหลังจึงพากันปิดปากหัวเราะคิกคัก

 

น้อง...สาว งั้นเหรอ...

เย่วเทียนอ๋าวมองกิเลนตัวจ้อยด้วยสายตาไม่ค่อยไว้ใจ พลางยื่นนิ้วเข้าไปใกล้ กิเลนสีเทารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของมืออันอบอุ่นจึงเบียดหน้าเข้าหาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อเนื้อนุ่มสัมผัสปลายนิ้วเย่วเทียนอ๋าวก็บังเกิดความรู้สึกพองโตในหัวใจ ใบหน้าจึงอดประดับรอยยิ้มเอ็นดูไม่ได้

ก็...น่ารักดี…”

 

ส่วนเย่วเทียนหมิงผู้หลงรักน้องสาวตั้งแต่แรกเห็นนั้นเพียงอมยิ้มพลางประสานมือคารวะราชันย์กิเลน

ยินดีต้อนรับกลับพะย่ะค่ะ ขอบพระทัยที่ทรงประทานน้องสุดท้องผู้น่ารักมาให้ พวกเราสัญญาจะดูแลนางเป็นอย่างดี

 

ราชันย์เย่วหรงเต๋อพิศมองลูกชายทั้งสองด้วยแววตาสีมรกตอย่างรักใคร่

เห็นพวกเจ้า เติบโตขึ้นอย่างสง่างามเช่นนี้บิดาก็ภูมิใจ มากอดให้ชื่นใจทีสิเจ้าพวกจอมซน

ว่าพลางประทานกิเลนน้อยสีเทาให้เย่วเทียนหมิงจากนั้นจึงรวบสามพี่น้องเข้ามาอยู่เต็มอ้อมแขน

 

เสด็จพ่อพวกข้าไม่ใช่เด็กเล็กๆแล้วนะ

เย่วเทียนอ๋าวร้องขึ้นทว่าก็ต้องยืนหน้าขึ้นสีน้อยๆในอ้อมกอดแออัด

เย่วเทียนหมิงเพียงหัวเราะน้อยๆก่อนจุมพิตกิเลนน้อยสีเทาที่หน้าผากแผ่วเบา

ว่าแต่ เสด็จพ่อน้องน้อยคนนี้เกิดแต่เสด็จแม่องค์ไหนหรือพะย่ะค่ะ

เย่วเทียนหมิงถามหน้าตายทว่าแววตาเป็นประกายวิบวับ

 

อะ อืม...เรื่องนั้น

ราชันย์เย่วหรงเต๋อเป็นฝ่ายขัดเขินบ้าง ราชินีกิเลนทั้งสองจึงถือโอกาสแย่งลูกชายมากอด ชูเจินอวี้เหวินโอบเทียนหมิงแผ่วเบา ฝ่ามือบางหอมกรุ่นลูบศีรษะอย่างอ่อนโยน ฝ่ายมู่ตานกุ้ยฮวาก็รั้งเทียนอ๋าวมากอดแน่นพลางแนบริมฝีปากสีแดงสดหอมแก้มซ้ายขวาไม่หยุด

ราชินีทั้งสองสบตากันสนุกสนานก่อนที่จะประสานเสียงอย่างมีเลศนัย

เรื่องนั้น...เป็นความลับจ้ะ

 

 

 

งานฉลองต้อนรับองค์หญิงกิเลนน้อยถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ราชันย์กิเลนได้ส่งเทียบเชิญไปยังสามราชันย์สวรรค์ให้มาเยี่ยมเยือนแสดงความยินดี ราชันย์หงส์ทองหลวนจูเฉว และราชันย์เต่าดำหยวนจุยซวนหวู่ ตอบรับคำเชิญด้วยความยินดียิ่ง จะมีเพียงราชันย์มังกรเฒ่าหลงหวางไห่ที่เพียงส่งของกำนัลเลอค่ามากมายมาเท่านั้น

 

            งานฉลองครานี้ถูกจัดขึ้น ณ.ลานประลองยุทธ์แห่งพระราชวังจันทราทองด้วยเหตุที่ว่าราชันย์กิเลนประสงค์จะชมฝีมือการฝึกฝนของบุตรชายทั้งสอง

ลานหินธรรมชาติถูกตัดแต่งเป็นลานประลองรูปทรงหกเหลี่ยม ล้อมรอบด้วยบรรดาผู้ชมที่ล้วนแล้วแต่เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ด้านหน้าของลานประลองคือพลับพลาที่ประทับยกพื้นสูง

ประธานในงานพิธีนั้นย่อมไม่พ้นราชันย์เย่วหรงเต๋อผู้เคียงข้างซ้ายขวาด้วยราชินีกิเลน ชูเจินอวี้เหวินอยู่ในชุดสีฟ้าอ่อนแลดูบริสุทธิ์สดใส ส่วนมู่ตานกุ้ยฮวาอยู่ในชุดสีแดงชาดอันเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ถัดออกมาทางซ้ายและขวาคือราชันย์หงส์ทองและราชันย์เต่าดำตามลำดับ

 

องค์หญิงน้อยช่างน่ารักเสียจริงใช่หรือไม่ท่านซวนหวู่

หลวนจูเฉวถามพลางพินิจมองลูกกิเลนน้อยสีเทานี่นั่งอยู่บนตักราชันย์กิเลน

 

มิผิดหรอกท่านจูเฉว เสียดายหากสามารถตัดหรงเต๋อออกไปได้ตัวข้าก็จักล้อมรอบไปด้วยสาวงามถึงสี่นางในทันที

หยวนจุยซวนหวู่ตอบร่าเริงนัยน์ตาแพรวพราวอย่างคนอารมณ์ดีเป็นนิจ เย่วหรงเต๋อได้ยินก็เพียงหัวเราะชอบใจอย่างไม่ถือสา

 

ด้านล่างการประลองของโอรสกิเลนสวรรค์ทั้งสองกำลังเข้มข้น

เย่วเทียนหมิงเลือกใช้กระบี่ในการประลองยุทธ์ กระบี่เรียวรุกไล่พลิกพลิ้วราวกับอสรพิษสีเงิน ท่าร่างของกิเลนแห่งแสงสว่างว่องไวเฉียบขาด สองเท้าก้าวรุกไล่ไม่มีติดขัด

ในขณะที่เย่วเทียนอ๋าวเลือกใช้ง้าววงพระจันทร์ ง้าวเหล็กส่องประกายสะท้อนแสงแรงกล้า ท่าร่างของกิเลนแห่งความมืดนั้นเข้มแข็งทรงพลัง เย่วเทียนอ๋าวตั้งท่ารับการโจมตีสองมือยึดง้าวมั่น เท้าขวาสืบไปด้านหน้าเท้าซ้ายเป็นหลักอยู่ด้านหลัง

 

ในที่สุดเกอเกอก็ยอมเอาจริงเสียที

เย่วเทียนอ๋าวกล่าวสนุกสนาน ด้วยรู้ดีว่าการที่พี่ชายเปิดฉากรุกไล่นั้นเพราะระยะของง้าวยาวกว่ากระบี่ หากปล่อยให้ง้าวเป็นฝ่ายรุกในระดับฝีมือที่ใกล้เคียงกันกระบี่จะสืบทางเข้ามายากยิ่ง

คมกระบี่สีเงินของเย่วเทียนหมิงแทงไปด้านหน้าโดยไม่เปิดช่องว่างแต่ละก้าวผ่านการคิดคำนวนร่นระยะห่างเพื่อชิงพื้นที่ได้เปรียบ ทว่าเย่วเทียนอ๋าวก็ใช่ว่าจะอ่อนชั้น ระหว่างที่ตั้งรับจึงถอยเท้าวนเป็นวงกลมเพื่อจะได้ไม่โดนต้อนจนสุดขอบสนามประลอง

 

เจ้าเองก็เอาจริงได้แล้วเทียนอ๋าว

เทียนหมิงท้าทายใบหน้าประดับรอยยิ้มพลางพลิกกระบี่ในมือฟาดลงตรงช่องว่างกลางหน้าอก ทว่านั้นเป็นเพียงการล่อหลอก เทียนอ๋าวที่รอจังหวะยกลำง้าวรับคมกระบี่ก่อนตวัดปลายง้าวขึ้นหวังกระแทกคางพี่ชาย เทียนหมิงจึงต้องดีดตัวถอยหลบอย่างเฉียดฉิว เทียนอ๋าวไหนเลยจะยอมปล่อยโอกาส คิดพลางกระโดดเข้าหาเงื้อง้าวโจมตีเป็นจังหวะที่สาม

เทียนหมิงยกกระบี่ตั้งรับ กระบี่เส้นบางทว่ายืดหยุ่น ด้านแบนจึงใช้พลิกแพลงรับแรงปะทะ มือขวายึดกระบี่มั่น มือซ้ายแบออกรองรับข้างใต้พร้อมส่งพลังปราณช่วยนำทางแรงโจมตีให้แฉลบออกด้านซ้าย

 

เย่วเทียนอ๋าวเสียจังหวะพลังปราณที่อัดใส่คมง้าวทั้งหมดถูกปัดออก แรงโจมตีจึงฟาดใส่พื้นหินลานประลองเสียงดังสนั่น พลังของกิเลนแห่งความมืดมิใช่ชั่ว ฟาดเพียงสายเดียวพื้นหินก็แหลกละเอียดเป็นวงกว้าง เศษหินคมปลิวกระจาย

เย่วเทียนหมิงสบโอกาสก้าวเท้าแฝงตัวในฝุ่นควัน อาศัยเสียงเศษหินร่วงกราวกลบเสียงฝีเท้าตนเอง อ้อมไปด้านหลังก่อนย่อตัวตวัดแขนฟาดอาวุธในมือขวาใส่น้องชาย

เย่วเทียนอ๋าวพลิกตัวกลับมา สองมือใช้ง้าวรับทัน ทว่าระหว่างกำลังหยักยิ้มอยู่นั่นเองเทียนอ๋าวพึ่งสังเกตว่าสิ่งที่ตนรับไว้นั้นคือฝักกระบี่ที่อัดพลังปราณแข็งกล้าราวกับเหล็กไหล พริบตาต่อมาสิ่งที่เห็นคือเงากระบี่ในมือซ้ายของพี่ชายฟาดใส่จนกระเด็นไปสุดเขตลานประลอง

ถึงแม้จะเกร็งพลังต้านรับทว่าเทียนอ๋าวก็รับแรงโจมตีอันมหาศาลผิดกับรูปร่างของพี่ชายไปมิใช่น้อย กิเลนแห่งความมืดชาไปทั้งร่าง ได้แต่เพียงนั่งอยู่บนพื้นเงยหน้ามองพี่ชาย

 

ข้าแพ้แล้วเกอเกอ..”

เย่วเทียนอ๋าวกล่าวด้วยรอยยิ้มหมายมาดว่าความประมาทนี้จักต้องไม่มีครั้งถัดไป!

 

เย่วเทียนหมิงพิศมองน้องชายแล้วก็ถอนหายใจออกมาทีหนึ่ง ด้วยรู้ว่าแววตาไม่ยอมคนเช่นนี้จักทำให้เจ้าตัวร้ายมาท้าประลองอีกเป็นแน่ ใช่ว่ากิเลนแห่งแสงสว่างจะเกรงการต่อสู้ เย่วเทียนหมิงเพียงแค่ไม่อยากทำร้ายน้องชายเท่านั้น คิดพลางยื่นมือให้กิเลนจอมดื้อรั้นเบื้องหน้า

มาเถอะเทียนอ๋าว ตัวเจ้าเปรอะเปื้อนไปหมดแล้ว

เย่วเทียนอ๋าวจ้องมองแววตาจริงใจของพี่ชาย ยื่นมือไปรับน้ำใจแต่โดยดี

 

วิเศษมาก เป็นการต่อสู้ที่วิเศษจริงๆ

ราชันย์เย่วหรงเต๋อปรบมือชื่นชม ขุนนางกิเลนพากันยิ้มร่าภูมิใจในความสามารถขององค์ชายทั้งสอง

 

นั่นสิเพคะเทียนหมิงและเทียนอ๋าวแสดงฝีมือได้ยอดเยี่ยมจริงๆเห็นลูกๆแข็งแรงเช่นนี้พวกเราก็ภูมิใจ ชูเจินอวี้เหวินกล่าวพลางทอดตามองลูกสาวคนสุดท้อง

เสียดาย..... นางหยุดคำเพียงแค่นั้น

 

หยวนจุยซวนหวู่ผู้สังเกตกิริยาของชูเจินอวี้เหวินออกจึงถามด้วยความห่วงใย

ดูท่าเจ้ามีความในใจนะชูเจิน

 

นางกิเลนวารีเงียบคำไป มู่ตานกุ้ยฮวาจึงกล่าวแทน

ลูกสาวของพวกเรานั้นเกิดมาโดยไร้ธาตุกำเนิด ซึ่งนับเป็นกรณีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแก่ราชวงค์กิเลน นางกิเลนบุปผากล่าวเพียงเท่านั้นทุกคนก็เงียบเสียงกันไปถ้วนหน้า

 

ควรทราบว่าราชวงค์กิเลนจักกำเนิดมาพร้อมกับธาตุอันเป็นพื้นฐานแห่งชีวิต หากไร้ซึ่งธาตุกำเนิดแล้วก็เปรียบเสมือนขาดพลังในการหล่อเลี้ยงชีวิต ร่างกายจึงอ่อนแอ ไร้ความสามารถในการควบคุมปราณธรรมชาติ ไม่สามารถเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ได้

เรื่องนี้เป็นที่ทราบกันตั้งแต่วันแรกที่ราชันย์และราชินีกิเลนกลับออกมาจากด่านกักตน บิดามารดาทั้งสามจึงประคบประหงมลูกคนเล็กอย่างที่สุด แม้แต่พี่ชายทั้งสองก็คอยเอาอกเอาใจไม่ห่าง เย่วเทียนหมิงและเย่วเทียนอ๋าวเพียงแต่คุกเข่าลงเบื้องหน้าพลับพลา งานฉลองแม้รื่นเริงแต่ก็ไม่อาจหลีกหนีความเป็นจริงได้

 

เช่นนั้นเราจักขอให้คำแนะนำได้หรือไม่

ราชันย์หงส์ทองหลวนจูเฉวกล่าวพลางมองลูกกิเลนสีเทาด้วยความเมตตา

 

นั่นสิหากท่านจูเฉวผู้ครองความเป็นอมตะช่วยชี้แนะ บางทีเราอาจจะมีหนทางแก้วิกฤตนี้ก็เป็นได้ ราชันย์เต่าดำกล่าวส่งเสริม

 

“ไม่ทราบว่าเคยได้ยินถึงตำนานแห่งยาอายุวัฒนะหรือไม่ นานมาแล้วราชันย์ชาวมนุษย์ผู้ไร้วิชาอาคมได้แต่งเรือสำเภาออกเสาะหายาวิเศษต่อชีวิตเป็นเวลานับร้อยปี แม้จะล้มเหลวทว่าดูสิมนุษย์ธรรมดายังดิ้นรนไม่ยอมแพ้แก่โชคชะตา หากชนชาวสวรรค์จะลองลงแรงเสาะหาเองแล้ว ก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามิใช่หรือ

หลวนจูเฉวกล่าวเรียบเรื่อย ใบหน้าอ่อนเยาว์ประดับแววตาสุกใส ท่าทางแฝงไปด้วยภูมิปัญญา สมแล้วที่มีชีวิตมายาวนานที่สุดในบรรดาราชันย์สวรรค์

 

เช่นนั้นก็วิเศษ ข้ากับเทียนอ๋าวจะรีบไปหายาวิเศษนั้นมาให้น้องเล็กโดยทันที

เย่วเทียนหมิงกล่าวร่าเริงอย่างมีความหวัง

 

ทว่าเย่วเทียนอ๋าวกลับขัดขึ้นมา

ผิดแล้วเกอเกอเรื่องน่าสนุกเช่นนี้ไม่สมควรร่วมมือกันหรอก

 

เย่วเทียนหมิงเพียงแต่ทำสีหน้าสงสัย

 

เราต้องแข่งกันต่างหาก ข้าขอท้าประลองกับท่านแยกกันตามหาของขวัญมาให้น้องเล็ก หากผู้ใดสามารถค้นพบยาวิเศษต่ออายุได้ก่อนก็ถือเป็นผู้ชนะ เย่วเทียนอ๋าวท้าทายพี่ชาย

 

แล้วถ้าหามาได้ทั้งคู่ล่ะ จะตัดสินอย่างไร เทียนหมิงถามอย่างนึกสนุก

 

เช่นนั้นแล้วก็ต้องดูว่าน้องเล็กจะพอใจของขวัญของใครมากกว่ากัน

 

ตกลงเมื่อเป็นความต้องการของเทียนอ๋าว เกอเกอก็จะไม่ขัดใจและไม่มีการออมมือ

เย่วเทียนหมิงตบบ่าน้องชายพร้อมยกแขนขึ้นตั้งฉาก

สัญญาณเริ่มการประลอง

เย่วเทียนอ๋าวตอบรับด้วยการไขว้แขนของตนเข้ากับพี่ชาย โอรสกิเลนทั้งสองยิ้มกว้างให้แก่กัน จิตใจหมายมาดจะช่วยน้องคนสุดท้องให้จงได้

 

 

 

---------------------------------------------------

 

A/N ปมในการเข้าด่านกักตัวยังเฉลยไม่หมด จะขอยกยอดไปตอนหน้าค่ะ เทียนหมิงเทียนอ๋าวมีบทบู้บ้างล่ะ ตอนหน้าก็ต้องแยกทางกันผจญภัยแล้วค่ะ แต่ไม่นานหรอก :P

ตอนนี้ขอพูดถึงเรื่องยาอายุวัฒนะสักหน่อยจริงๆข้อมูลมีเยอะแต่เขียนกระจิ้ดเดียวเพราะหน้ากระดาษเกิน =.= (ตอนนี้ยาว 120%ได้  - -‘’) ตามตำนานจักรพรรดิจีนมีการแต่งเรือสำเภาออกไปหายาอายุวัฒนะที่ภูเขากลางทะเลค่ะ หาไปหามาก็ไปเจอเกาะญี่ปุ่นคณะเดินทางก็ปักหลักที่นั่นไป น่าเสียดายที่ตำนานว่าไว้ว่าหาไม่เจอ ชนะอะไรๆก็ชนะได้ยกเว้นชนะสังขารเราเอง -.-

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1,503 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 21:52
    สนุกมาก
    #1493
    0
  2. #1451 JoM_ZzZz (@thitapha2011) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2554 / 13:17
     เดียวนะ = =;
    ที่ เทียนหมิง หลงรักน้องสาวตั้งแต่แรกเห็น
    เนี่ยหมายความว่ายังไงอะ งง พี่น้องรักกันเองเนี่ยนะ
    (แต่ก็น่าจิ้นนะ หุหุ)

    ปล.เป็นกำลังใจให้นะค่า
    #1451
    0
  3. #1438 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กันยายน 2554 / 03:20
    นั่นสิมีชื่อว่า
    #1438
    0
  4. #1362 Princess of Dark (@polar-bear) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:41
    อ่านชื่อตอนแล้วตอนแรกแอบงง

    แต่ตอนนี้เข้าใจแจ่มแจ้ง

    แล้วน้องกิเลนคนนี้ชื่ออะไรละหว่า??
    #1362
    0
  5. #104 Ashnovel (@ashnovel) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 มีนาคม 2553 / 01:09
    เป็นพี่น้องที่ชอบแข่งกันจริงๆ
    ตัวละครชื่อแฝงความหมาย แต่อ่านไปแล้วมีแอบจำผิดคน -*-
    #104
    0
  6. #102 Artela^^" (@artela-ran) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มีนาคม 2553 / 17:59
    ถึง คห. 98 อันนี้ก้น่าคิดนะ

    แต่หวังว่าท่านพ่อคงไม่แบ่งเซลล์ออกมาเป็นลูกสาวน้อยนะ

    แต่ถ้าเกิดจากท่านแม่ทั้งสองอันนี้ก็น่าสนไม่ใช่เล่นน่ะเนี่ย

    เหอๆ ฟุ้งซ่านไปไกลแล้วเรา
    #102
    0
  7. #100 The Spirit (@minnist) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มีนาคม 2553 / 14:10
    อย่าบอกนะว่าปะป๊ามีชู้! =[]=

    เฮ้ย ล้อเล่นๆ

    ลูกใครหว่า? น่ารักดีค่ะ นานๆ ทีจะมีผู้หญิงโผล่มาสักคน อิๆ

    แต่ไม่เป็นไร ผู้ชายเยอะๆ แหละ ดีแล้ว (ไม่ค่อยเลยนะแก XD)
    #100
    0
  8. #99 Ashnovel (@ashnovel) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มีนาคม 2553 / 00:29
    น่ารัก หุหุ
    เดี๋ยวรออีก 40% นะครับ
    #99
    0
  9. #98 เหล้าแอปเปิ้ล (@apfelwein) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2553 / 22:22
    ไม่ได้เกิดจากท่านแม่คนไหน แต่เกิดจากท่านพ่อคนเดียวเหรอ
    #98
    0
  10. #97 _wlkin_ (@welkin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2553 / 19:01
    อ้าว~ ไม่ได้หนีเที่ยว

    แต่ป๊าม๊าหลบหน้าไปทำลูกสาวนี้เอง (ฮา~)

    ว่าแต่น้องกิเลนชื่อไรจ๊ะเนี่ย~~ >_<~
    #97
    0
  11. #95 _wlkin_ (@welkin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2553 / 01:13
    นี้มันเข้าข่ายหนีออกจากบ้านมาเที่ยวนะจ๊ะ หนุๆ ฮะๆๆ

    สี่ปี...อ่ะโห ทำไปได้ =_="

    กลับบ้านไปให้ป๊าม๊าเห็นหน้ากันหน่อยเร็ว หุหุหุ
    (บวก: อาจมีเรื่องตกใจให้หนุๆด้วย ฮิฮิฮิ)
    #95
    0
  12. #94 Artela^^" (@artela-ran) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มีนาคม 2553 / 19:01
    สี่ปี! หนูๆกิเลนเล่นอะไรเนี่ย
    ไม่ใช่กลับไปเขาเห่อน้องน้อย(ไร้ธาตุ?)จนลืมตัวแล้วเหรอ
    แต่ไม่เป็นไร แฟนจำได้ดี๊ดี 555+
    #94
    0
  13. #93 _wlkin_ (@welkin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มีนาคม 2553 / 02:15
    เอ๋ เห็นชื่อเรื่อง กิเลนไร้ธาตุ(เป็นไปได้ไงหวา~~)

    จะรออ่านตอนอัพเสร็จนะคะ
    #93
    0