หลงกิเลนจันทร์ [หยิน]

ตอนที่ 18 : บทที่ ๑๕ อัสนีสีม่วงแดงแห่งพิภพมาร (ฉบับร่าง 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3513
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    7 เม.ย. 53

A/N 100% ฉากต่อสู้เขียนยากค่ะ อยากได้คำแนะนำ >.< ไม่รู้จะมันส์กันรึเปล่า

 

บทที่ ๑๕

อัสนีสีม่วงแดงแห่งพิภพมาร

 

            ปีศาจอันเกิดจากดอกยวี่จินเซียงนั้นมีรูปลักษณ์พิกลพิการ ขนาดตัวเท่าทารกแรกเกิดทั้งยังผอมเกร็งมีเพียงหนังหุ้มกระดูก ผิวสีเทาซูบซีด กรงเล็บแหลมคม นัยน์ดำเป็นหลุมลึกกลวงลงไป เสียงร้องกรีดแหลมฟังไม่ได้ศัพท์ ปีกค้างคาวใหญ่กระพือไปมาอย่างบ้าคลั่ง

ปีศาจนับร้อยบินฉวัดเฉวียนอยู่รอบกายกิเลนแห่งความมืด มือแห้งกรังพยายามฉีกกระชากเส้นโซ่ที่พันธนาการนายของมันออก บางส่วนเข้าโจมตีองค์ชายแห่งพิภพมาร ขัดจังหวะการร่ายเวทกักขัง

 

            เคร้ง!”

เย่วเทียนอ๋าวออกแรงเพียงนิดก็สะบัดร่างจากตรวนเหล็กได้โดยง่าย จากนั้นจึงระเบิดปราณแห่งความมืดที่รวบรวมไว้ใส่จื่อหง เสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาท ผืนดินโดยรอบถูกคว้านออกเป็นแอ่งลึก ทุกสิ่งในรัศมีการทำลายราพณาสูรไม่เว้นแม้แต่ทุ่งดอกยวี่จินเซียง

           

เมื่อฝุ่นดินเจือจางลงจึงปรากฏเงาร่างของจื่อหง ใบหน้าเรียบเฉยทว่าประกายตาคมกล้า สองมือยกกระบี่ในแนวนอนตั้งรับราวกับโล่ สองเท้าแยกออกย่อตัวรับแรงปะทะ ด้วยระยะที่ไม่ไกลเทียนอ๋าวยังสังเกตเห็นรอยเลือดสายหนึ่งที่ขมับของศัตรู จึงอดไม่ได้ที่จะหยักยิ้ม

 

ทั้งสองอยู่ในท่าเตรียมพร้อม รอบด้านคือฝูงปีศาจที่รุมฉีกทึ้งดอกยวี่จินเซียงที่เหลืออย่างโกรธเกรี้ยว ไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ปะทะคารมอันใด ท้องฟ้าขมุกขมัวก็พลันแยกออก คล้ายอากาศร้อนกำลังบิดเบี้ยว ไอเมฆในอากาศมีสีซีดจางลงแล้วท้องฟ้าก็พลันปรากฏเงาร่างสตรีผู้น่าเกรงขาม

ครึ่งร่างของนางฉายชัดอยู่กลางนภา ใบหน้าอันชวนหลงใหลบึ้งตึง มงกุฎทองคำประดับด้วยสายโซ่ละเอียดที่พลิ้วไหวไปมา

 

            เจ้าแมลงตัวไหนบังอาจทำลายสวนบุปผาของข้า!?”

นางกล่าวด้วยโทสะใบหน้าปรากฏริ้วรอยอารมณ์ฉายชัด

 

พระมารดา!” เฟิ่งเหนียงเนี่ยง!”

จื่อหงและเซียนปีศาจนกเค้ากู่ร้องเรียกพร้อมกัน ผู้เป็นบุตรย่อตัวลงชันเข่าคำนับทันทีในขณะที่เซียนปีศาจรีบบินหลบฉากไปแอบบนกิ่งไม้ด้วยความหวาดกลัว

เฟิ่งหลันกุ้ยฟางทอดตามองบุตรชายสีหน้าอ่อนโยนลง แลไปโดยรอบก็พบกิเลนแห่งความมืดยืนท้าทายอยู่

 

จื่อหง มารดาฝากฝังอุทยานแห่งนี้ไว้กับเจ้าใช่หรือไม่ เหตุใดจึงไม่รีบกำจัดแมลงร้ายเสีย

นางกล่าวเรียบเรื่อยทว่าไม่อาจปิดบังความนัยดูแคลน

 

ตามพระประสงค์

จื่อหงเอ่ยหนักแน่น ไม่สนใจที่จะรักษาบาดแผลของตน พุ่งเข้าหาเทียนอ๋าวด้วยความเร็วเหนือพริบตา ทว่าฝ่ายถูกโจมตีกลับเพียงเหยียดยิ้ม เทียนอ๋าวรวบรวมพลังโดยไม่สนใจความเจ็บปวดเช่นกัน ไอมืดรวมตัวกันเป็นดาบสีดำสนิทเล่มหนึ่งยกขึ้นต้านรับได้ทันควันก่อนดีดตัวออกห่าง

 

ปีศาจที่บินอยู่โดยรอบพุ่งเข้าโจมตีจื่อหงเป็นจุดเดียว

ข้าไม่ทราบว่าเจ้าใช้วิธีไหนเรียกปีศาจรับใช้ออกมา แต่ถ้าคิดว่าแค่นี้จะได้เปรียบก็นับว่าอ่อนชั้น

จื่อหงวาดกระบี่ ทุกท่วงท่าแฝงพลังมารรุกไล่ เพียงตวัดครั้งเดียวฝูงปีศาจก็กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เทียนอ๋าวรู้สึกได้ถึงพลังมารกดดัน นับว่าฝีมือของศัตรูเป็นของจริง กิเลนแห่งความมืดเพียงลอบยิ้มยินดี หากเป็นการประมือกับพี่ชายแล้วคงไม่สามารถประหัตประหารได้ถึงที่สุดเช่นนี้

 

จื่อหงยังคงรุกไล่ฟันกำแพงเนื้อหนังเพื่อแหวกทางเข้าหาเทียนอ๋าว เศษซากปีศาจร่วงกราวหาได้ทำฝ่ายตั้งรับหวั่นใจไม่ เพราะปีศาจที่เกิดแต่ดอกยวี่จินเซียงนั้นมากมายจนปกคลุมผืนฟ้าราวกับหมอกควัน เทียนอ๋าวเพียงอาศัยช่องว่างขณะจื่อหงปัดป้องการโจมตีของฝูงปีศาจลอบกัดอย่างไร้น้ำใจ ในใจหมายมาดจะกรีดร่างในอาภรณ์สีม่วงเข้มให้อาบย้อมไปด้วยเลือดแดงฉาน

 

            สู้กันอยู่หลายกระบวน ด้วยจำนวนที่มากกว่าจึงทำให้กิเลนแห่งความมืดเป็นฝ่ายได้เปรียบ

หึหึ เจ้าในสภาพนี้ก็ดูน่าสมเพชอยู่ไม่น้อย ถ้าอย่างไรลองร้องขอความเมตตาสิ

เย่วเทียนอ๋าวกล่าวด้วยความสะใจ เบื้องหน้าคือจื่อหงที่คุกเข่าชันกายด้วยกระบี่ในมือ การโจมตีของเหล่าปีศาจทำให้จื่อหงไม่สามารถรวบรวมสมาธิเพื่อร่ายอาคมได้

 

โดยไม่รอคำตอบเทียนอ๋าวถีบตัวเข้าประชิดวาดดาบนิลกาฬกลางแสกหน้า มองเห็นแววตาสีม่วงแดงไหววูบถอยฉากหลบรวดเร็วจนเป็นภาพติดตา จื่อหงดีดตัวถอยหลัง เลือดสายหนึ่งแหวกผ่านจากรอยกรีดบนหน้าอก แสดงให้เห็นว่าวิชาดาบของกิเลนแห่งความมืดมิใช่ชั่ว

จื่อหงไม่เจรจาอีกตั้งกระบี่ขึ้นพร้อมประสานมือร่ายอาคม

 

เห คิดจะใช้อาคมอีกรึ ฝันไปเถอะ!”

สุ้มเสียงที่มีมนต์ขลังหาได้ดึงดูดใจเย่วเทียนอ๋าวไม่ เพียงยกมือให้สัญญาณ ฝูงปีศาจที่บินอยู่โดยรอบก็บินเข้าจู่โจมจื่อหงโดยพร้อมเพรียงกัน ปีศาจสีเทาเข้ารุมฉีกกระชากร่างอ่อนเยาว์ที่กำลังร่ายเวทย์อย่างขมักเขม้น จื่อหงเพียงกัดฟันมองข้ามความเจ็บปวด

 

            องค์ชาย...

เซียนปีศาจนกเค้ากู่เยี่ยมหน้าที่ซุกอยู่ใต้ปีกออกมาด้วยความพรั่นพรึง ในใจคิดห่วงนายน้อยหาใดเปรียบ บัดนี้ฝูงปีศาจล่าเนื้อเข้าเกาะร่างจื่อหงจนแทบไม่เห็นภายใน มีเพียงเสียงร่ายอาคมอันทรงพลังแว่วออกมาไม่ขาดตอน

 

“…แส้แสงแห่งฟากฟ้าจักฟาดผ่าสรวงสวรรค์...

 

องค์ชายคาถาบทนั้นมัน!”

เซียนปีศาจเบิกตานกเค้าแมวกว้างอย่างตกใจ

 

“…กงหยาง • อัญเชิญ • วิบัติ...

สิ้นเสียงสวดท้องฟ้าก็พลันมืดครึ้ม เมฆสีเทาอมม่วงขมุกขมัวม้วนรวมตัวกันเต็มท้องฟ้า ก่อนลำแสงสว่างจ้าสีม่วงครามบาดตาจะแลบแปลบปลาบ เสียงคำรามครื้นครั่นอันน่าหวาดผวาดังกึกก้องไปทั่ว

 

เปรี้ยง!!!”

ดั่งความโกรธาชำแรกผ่าผืนฟ้า พายุอัสนีบาตสีม่วงแดงฟาดตรงลงมายังร่างของจื่อหงและบริเวณโดยรอบ เทียนอ๋าวที่ตั้งท่าระวังตัวอยู่แล้วรีบกระโดดหลบฉากไปมา ทะยานตัวห่างจากสายฟ้าพิโรธ ทว่าฝูงปีศาจกลับอ่อนชั้นจนเป็นเหยื่อสังเวยไหม้เกรียมไปไม่น้อย

 

            เซียนปีศาจยกปีกอันมีแต่โครงกระดูกกุมหัวตัวเองด้วยความหวาดกลัว ถึงแม้จะรู้ว่าจื่อหงควบคุมสายฟ้าพวกนี้ได้แต่ก็อดหวั่นเกรง สายฟ้าไม่มีตา ไม่ได้ เมื่อเหลียวมอง นายน้อยของมันกำลังยืนอยู่ท่ามกลางซากควันกรุ่นของปีศาจรับใช้ กลิ่นเหม็นไหม้อันชวนคลื่นเหียนคละคลุ้ง ทว่าประกายสายฟ้าสีม่วงแดงที่โอบล้อมบุตรแห่งพิภพมารกลับงดงามจนไม่อาจละสายตาได้ ราวกับเลี่ยงกง[1]เทพอัสนีมาจุติกระนั้น

 

            เฟิ่งหลันกุ้ยฟางยกชายเสื้อขึ้นป้องปาก กิริยาราวตกใจ แต่นัยน์ตาหงส์ไหววูบด้วยปรีดา  ราวกับภาพของผู้ใช้อัสนีบาตแห่งตระกูล กงหยาง จักรพรรดิผู้ปกครองพิภพมารรุ่นก่อนได้ซ้อนทับกับบุตรชายกระนั้น

กงหยางจื่อหงบุตรข้า บิดาเจ้าจักต้องภูมิใจนัก

นางร้องชื่นชมราวกับอยู่ในงานฉลอง หาได้สนใจเสียงกรีดร้องของเหล่าปีศาจไม่

 

            จื่อหงลืมตาขึ้นช้าๆ ประกายไฟในแววตาไหวระริกตามจังหวะสายฟ้าที่แลบปลาบบนคมกระบี่ ริ้วกระบี่แยกเสี้ยวหน้าของจื่อหงเป็นสองส่วน ส่วนที่มิได้ถูกบดบังในเงามืดนั้นดูเย็นชาและเหยียดหยันนัก

 

พายุอัสนียังคงฟาดลงอย่างไม่ปรานี ปีศาจรับใช้ของเทียนอ๋าวตกตายไปเรื่อยๆ เมื่อชิงความได้เปรียบคืนจื่อหงจึงเข้าโจมตีอีกครั้ง กระบี่ผสานพลังสายฟ้าแทงเข้าหาไม่ยั้ง เพลงกระบี่รวดเร็วเฉียบคม เน้นทำลายจุดตายอย่างแม่นยำ

เทียนอ๋าวตั้งสมาธิต่อทิศทางของกระบี่เลือดในกายเย็นเฉียบ นัยน์ตา ชายโครง เข่า การโจมตีที่ไม่พลาดเป้าทำเอาเทียนอ๋าวตั้งรับแทบไม่ทัน

 

จื่อหงก้าวเท้าเข้าประชิดในระยะหนึ่งคืบ หมุนตัวเตะเทียนอ๋าวกระเด็นไปด้านหลัง จากนั้นจึงย่อตัวกระโดดตามพร้อมแทงกระบี่จากล่างขึ้นบนหวังเสยทะลุคาง

เทียนอ๋าวที่ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศจับสัมผัสมุ่งร้ายได้จึงรีบยกดาบขึ้นกัน สองมือรองดาบเพื่อรับแรงปะทะทว่าริ้วพลังสายฟ้าสีบาดตากลับแล่นผ่านคมกระบี่ฟาดสู่ทั่วร่างกิเลนแห่งความมืด

อ้ากก!”

เทียนอ๋าวรีบใช้จื่อหงเป็นแท่นถีบร่างออกห่าง เมื่อพลิกตัวพาสองขาปะทะพื้นก็พลันให้เซล้มลง

โดนกระแทกคางเลยเสียสมดุลรึ ชิ

 

เย่วเทียนอ๋าวเริ่มคิดคำนวนอีกครั้ง ดูเหมือนจื่อหงที่สู้ด้วยอาคมอัสนีบาตจะตึงมืออยู่สักหน่อย ข้อได้เปรียบเดียวก็ถูกลบหายเพราะฝูงปีศาจไม่อาจต้านทานพลังอัสนีได้

ระหว่างตรึกตรองก็มีเรื่องหนึ่งรบกวนใจ ดูเหมือนว่าสายฟ้าจะฟาดผ่าเฉพาะปีศาจที่โจมตีอยู่เท่านั้น หากตัวใดบินหนีจะไม่ถูกมฤตยูสีม่วงแดงไล่ตาม ลูกหลานของเซียนปีศาจนกเค้ากู่ที่อยู่โดยรอบก็ไม่โดนอัสนีเฉียดปลายขนเช่นกัน

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฎเหนือมุมปากโอรสกิเลน เทียนอ๋าวออกคำสั่งให้ปีศาจที่เหลือโผจับเหล่านกพร้อมเข้าโจมตี

 

เหลนข้าๆ

เซียนปีศาจร้องอย่างน่าเวทนาจนสามารถเรียกความสนใจของจื่อหง ปีศาจตัวหนึ่งพุ่งเข้ามา มือของมันกำรอบคอนกโชคร้ายไว้แน่น อย่างไม่คาดคิด สายฟ้าที่สมควรพุ่งผ่าเจ้าปีศาจกลับหักเลี้ยวออกจนเฉียดแก้มจื่อหงไป เทียนอ๋าวเห็นดังนั้นก็ยิ่งฉีกยิ้มชั่วร้าย

 

ฮะฮะ ไม่นึกว่าองค์ชายปีศาจจะมีเมตตาเช่นนี้

ร้องเยาะเย้ยพร้อมออกคำสั่งให้ปีศาจทุกตัวจับนกเป็นตัวประกัน

ปรานีศัตรูก็เท่ากับโหดร้ายกับตนเอง!”

เทียนอ๋าวเร่งปราณแห่งความมืดในร่างให้สูงขึ้น พลางสั่งปีศาจให้โจมตีไม่หยุด จื่อหงจำต้องสลายอาคมอัญเชิญอัสนีเมื่อเห็นว่าลูกหลานของเซียนปีศาจจะโดนลูกหลง พายุสายฟ้าหยุดลงกะทันหันยิ่งกว่าตอนมาเยือน

 

เฟิ่งหลันกุ้ยฟางเม้มริมฝีปากสีส้มอมทองอย่างโกรธเกรี้ยว

จื่อหง ไม่ต้องสนใจเดรัจฉานพวกนี้ ฆ่ามันให้หมด!”

นางตวาด มั่นใจว่าบุตรชายจะทำตามคำสั่ง ทว่าจื่อหงยังคงยืนเงียบ มีเพียงเสียงเปรี๊ยะประของอัสนีที่แล่นผ่านกระบี่เท่านั้น

 

ขออภัยเสด็จแม่...นกพวกนี้เป็นเพื่อนของข้า

 

เฟิ่งหลันกุ้ยฟางเบิกตาราวกับมองสิ่งประหลาดกระนั้น นางยิ้มเย็นพลางเอ่ย

เจ้าเด็กโง่

สิ้นคำเลือดก็พุ่งผ่านริมฝีปากของจื่อหง หน้าอกเจ็บแปลบ เมื่อก้มลงมองก็พบปิ่นทองคำอันหนึ่งปักลึกอยู่

นั่นเป็นการลงโทษเจ้าที่ไม่เชื่อฟังมารดา

นางเอ่ยเสียงนุ่มพลางปลดปิ่นประดับผมออกมาอย่างสำรวม เมื่อร่ายอาคมทีหนึ่งปิ่นในมือก็พลันสลายกลายเป็นปิ่นแหลมคมนับไม่ถ้วนลอยอยู่กลางอากาศ เข็มทองพันเล่มพุ่งเข้าหาจื่อหงหวังสั่งสอนถึงตาย จื่อหงมิได้ปัดป้องเพียงยอมรับโดยดุษฎี

เซียนปีศาจรีบบินเข้ามาดูอาการองค์ชายของมันอย่างลืมตาย

 

            ฮะฮะ ดูแม่เจ้าสิยังสมเป็นปีศาจยิ่งกว่า

เทียนอ๋าวเยาะเย้ยไม่ทันไรก็ถูกจู่โจมด้วยพายุเข็มทองเช่นกัน

หนอยยายแก่เล่นทีเผลอเรอะ

คำพูดของเทียนอ๋าวยิ่งจุดไฟโทสะแก่พระชายา

           

เจ้าเด็กไม่กลัวตาย ข้าจะยอมลดตัวอบรมเจ้าสักทีหนึ่ง

ว่าแล้วเข็มทองคำที่ลอยอยู่ก็สว่างวาบกลายเป็นรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ขนาดเท่าตัวคน รูปปั้นทั้งหมดพุ่งเข้าโจมตีเทียนอ๋าว ทว่าปีศาจที่โผบินอยู่บนฟากฟ้ากลับกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง พวกมันปล่อยนกโชคร้ายก่อนกระโจนเข้าฉีกทึ้งรูปปั้นที่อาบไล้ไปด้วยกลิ่นไอของเฟิ่งหลันกุ้ยฟาง แม้จะถูกฟันจนเหวอะหวะพวกมันก็ยังดาหน้าอย่างไม่หวาดเกรง เสียงเสียดแหลมของกรงเล็บกรีดโลหะดังกระแทกใจ

 

            ทำไมปีศาจพวกนี้ถึงไม่กลัวความตาย

จื่อหงรำพึงเบาๆแต่ไม่อาจพ้นหูเทียนอ๋าวไปได้

 

เพราะพวกมันเคียดแค้นแม่ของเจ้ายังไงล่ะ

ตอบพลางทอดตามองอย่างเป็นต่อเมื่อจื่อหงเผยสีหน้าสับสน

 

เจ้าเฝ้าดอกไม้นี่มาตั้งนานไม่เคยดูข้างในเลยรึว่ามีอะไร?”

จื่อหงเพียงจ้องตาเทียนอ๋าวไม่ตอบกระไร กิเลนแห่งความมืดจึงไหวร่างไปหยุดยืนหน้าเศษซากของดอกยวี่จินเซียงยักษ์ ส่วนล่างสุดของดอกไม้ที่พังพาบอยู่บนพื้นดินยังคงสภาพดีอยู่ เทียนอ๋าวล้วงมือเข้าไปภายในพลางล้วงร่างเหี่ยวย่นร่างหนึ่งออกมาก่อนขว้างใส่จื่อหง

 

นี่มัน......

ร่างเล็กๆสีเทาซูบซีดปรากฎแก่สายตา มันคือทารกมนุษย์ลักษณะครึ่งเป็นครึ่งตาย แววตาสีม่วงแดงสูญเสียความเยือกเย็นเป็นครั้งแรก

พระมารดา ท่านใช้ทารกที่ยังมีชีวิตเป็นวัตถุดิบในโอสถอมตะ?”

 

เช่นนั้นแล้วเป็นอย่างไรรึ

เฟิ่งหลันกุ้ยฟางตอบอย่างไม่ยี่หระ

ถึงอย่างไรมารดาก็ต้องใช้ทารกเหล่านี้เพราะมันเป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้

 

จื่อหงขนลุกไปทั้งกาย ควรทราบว่าอาคมอมตะที่ใช้ชีวิตบริสุทธิ์เช่นทารกมาสังเวยนั้นเป็นอาคมชั้นต่ำ แม้จะได้ผลลัพธ์อันประเสริฐแต่วิธีการนั้นช่างโหดเหี้ยมเหนือคำบรรยาย ทารกจะถูกชิงมาทั้งที่ยังอยู่ในครรภ์แก่ อาบไล้ไปด้วยเลือดของมารดา ถูกกักขังอยู่ในเตาหลอมยาในสภาพกึ่งตาย รอวันที่ความชิงชังเคี่ยวกรำถึงขีดสุดจึงจะถูกนำมาหลอมรวมเพื่อสร้างโอสถอมตะ

 

จื่อหงพึ่งเข้าใจว่าทำไมมารดาถึงกำชับหนักหนาว่าห้ามผู้ใดแตะต้องบุปผาแม้แต่ตัวเขาเอง

ราชนิกูลแห่งเผ่ามารมิสมควรใช้อาคมหยาบช้าเช่นนี้

จื่อหงกล่าวหนักแน่นจนเทียนอ๋าวประหลาดใจ

 

            เฟิ่งหลันกุ้ยฟางเพียงตอบอย่างอ่อนโยน

ลูกเอ๋ยใยต้องสนใจเล่า จะมีสิ่งใดสำคัญไปกว่าความปรารถนาของมารดา

 

เทียนอ๋าวได้ฟังถึงกับหัวเราะพรืด

นี่ยายแก่ เจ้าเงียบๆไว้ไม่ต้องพูด ให้ข้าสงสัยเอาเองว่าเจ้ามันโง่เง่าหรือไม่ ยังดีกว่าพูดออกมาแล้วช่วยลบข้อกังขาจนหมดสิ้น

 

เจ้าเด็กปากดีหมายความว่าอย่างไร

เฟิ่งหลันกุ้ยฟางหันขวับ ใบหน้างดงามดูบิดเบี้ยวทำลายขวัญ

 

ก็หมายความว่าเจ้าโง่ ยังไงล่ะ ฮ่าๆๆ

 

ยังไม่ทันที่เฟิ่งหลันกุ้ยฟางจะเถียงอันใดสายฟ้าสีม่วงแดงก็ฟาดลงมาอีกครั้ง แต่คราวนี้พายุร้ายกลับทำลายทุ่งดอกยวี่จินเซียง เฟิ่งหลันกุ้ยฟางตกใจจนต้องรีบตั้งสติ

จื่อหง เจ้าทำอะไร! ถ้ายังมีดอกไม้อยู่ก็ยังพอปลูกใหม่ได้

แน่นอนว่าเฟิ่งหลันกุ้ยฟางหมายถึง ยังพอรวบรวมเด็กทารกใหม่อีกรอบได้

 

จื่อหงเพียงแหงนหน้ามองมารดาด้วยแววตาไหวระริกก่อนจะทำท่าตัดใจ

พระมารดาจื่อหงไม่อาจปล่อยให้ท่านสร้างเวรกรรม ข้ายอมเข่นฆ่าผู้บุกรุกมากมาย แต่ไม่อาจช่วยส่งเสริมท่านก้าวสู่วิถีของมารเดรัจฉานได้

พร้อมประสานมือคารวะมารดา

 

เฟิ่งหลันกุ้ยฟางทำท่าจะโจมตี ทว่าเงาร่างของนางบนฟากฟ้ากลับแยกออกเป็นสองส่วน เย่วเทียนอ๋าวทิ้งตัวลงบนพื้น คมดาบตัดผ่านอากาศจนมองเห็นเป็นเส้นสาย ปราณแห่งความมืดถูกระเบิดออกมาจนหมด

 

เจ้าเด็กสารเลว!”

เฟิ่งหลันกุ้ยฟางกรีดร้อง มองเงาร่างน่ารังเกียจของกิเลนแห่งความมืดยิ้มเยาะเย้ย

 

ส่งเสด็จ

เทียนอ๋าว ประสานมือล้อเลียนพลางหัวเราะไม่หยุด

 

ได้ยินว่าเจ้าต้องการบุปผาอมตะทว่าเห็นทีคงไม่อาจให้เจ้านำความอัปยศของพระมารดาไปได้

จื่อหงเอ่ยเสียงเรียบ ตั้งท่าต่อสู้อีกครั้งแม้บาดแผลจากปิ่นทองจะเรียกเลือดชโลมกาย

 

เทียนอ๋าวเพียงยกสองมือไขว้หลังศีรษะปล่อยตัวตามสบาย แม้แต่ดาบนิลกาฬก็พลอยสลายไปด้วย

แหยะ ไม่เอาหรอกดอกไม้วิปริตพรรค์นี้ ไม่คู่ควรจะเป็นของกำนัลแก่น้องเล็กของข้า

 

เช่นนั้นรึ

จื่อหงลดกระบี่ลง ทว่าพริบตาที่เปิดช่องว่างเทียนอ๋าวกลับพุ่งเข้าชกหน้าเต็มกำลัง ใบหน้าอ่อนเยาว์ขององค์ชายแห่งพิภพมารจึงแดงช้ำไปหลายส่วน

 

นี่ถือเป็นค่าตอบแทนที่เจ้าทรมานข้า จงดีใจเถอะ ท่านเทียนอ๋าวผู้นี้มีเมตตาจะเอาเรื่องเจ้าแค่หนึ่งหมัดเท่านั้น

คำกล่าวเหมือน สุภาพชน แต่ในสายตาเซียนปีศาจกลับไม่อาจดูเป็นอื่นได้นอกจาก อันธพาล

 

จื่อหงไม่โต้ตอบอันใดเพียงคุกเข่าทอดอาลัยตายอยากอยู่ตรงนั้น

เลือดของเจ้าเป็นสื่อกระตุ้นความชิงชังของทารกเหล่านั้นสินะ

 

ก็ไม่เชิง ข้าเป็นจิตวิญญาณแห่งความมืด ทุกส่วนในร่างกายข้าก็คือสิ่งวิเศษสำหรับเผ่าปีศาจ

เทียนอ๋าวตอบอย่างไม่ใส่ใจ ก้มมองดูจื่อหงราวกับกำลังประเมินค่า

ยังไม่เลิกสมเพชตัวเองอีกรึ?”

 

............. จื่อหงไม่ตอบเพียงก้มหน้ามองพื้น

 

กิเลนแห่งความมืดรู้สึกขัดใจเป็นที่สุดจึงกระชากคอเสื้อองค์ชายแห่งพิภพมารขึ้นมา

โอ้ย!”

บาดแผลกระเทือนไปทั้งร่างทำให้จื่อหงอดร้องออกมาไม่ได้

 

เจ็บรึ? ถ้ายังรู้สึกเจ็บเจ้าก็ควรจะดีใจ เพราะนั่นเป็นหลักฐานว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่

กล่าวจริงจังในขณะที่นัยน์ตาสองสีประสาน เทียนอ๋าวปล่อยจื่อหงลงพร้อมยื่นมือให้อย่างใจกว้าง

 

จื่อหงรู้สึกราวกับมีประกายบางอย่างถูกจุดขึ้นในใจ จ้องมองเทียนอ๋าวเนิ่นนานก่อนรับมือนั้นไว้

 

ท่านเทียนอ๋าวผู้นี้จะรับเจ้าไว้เอง เจ้ามาเป็นทาสรับใช้ของข้าก็ได้ รับรองดีกว่าอยู่กับยายแก่นั่น

 

นั่นหมายถึงเป็น เพื่อน  รึเปล่า?”

จื่อหงถามด้วยใจบริสุทธิ์ แม้จะกำเนิดมาได้หลายร้อยปีทว่าจื่อหงเพียงแต่อาศัยอยู่ในสวนต้องห้าม มิค่อยได้สัมผัสโลกภายนอก

 

ฮ่าๆ เจ้าอยากจะเรียกแบบนั้นก็ได้

เทียนอ๋าวว่าพลางทรุดตัวลง ไม่อาจทรงกายได้อีก จึงพลอยลากให้จื่อหงล้มลงไปนอนเคียงข้างกัน

ชิ ข้าใช้พลังแห่งความมืดมากเกินไป

เทียนอ๋าวเอ่ยนัยน์ตาหรี่ลงอย่างเหนื่อยอ่อน

 

ข้าก็เช่นกัน อาคมสายฟ้าดูดกลืนพลังปราณจนหมดแค่ขยับนิ้วยังลำบาก

จื่อหงตอบพลางยิ้มสดใส

ตกลงเราเป็นเพื่อนกันสินะ

 

เย่วเทียนอ๋าวเพียงหลับตาพลางคิดคำนึง สองประการ เหตุผลสองประการที่เขาลดตัวมาคลุกคลีกับเจ้าเด็กนี่ หนึ่ง ฝีมือเช่นนี้หากคบหาไว้ ย่อมสามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้ในกาลภายหน้า’ ‘สอง นิสัยซื่อตรงและใจอ่อนจนเกินพอดีนั้นดูคล้ายเกอเกอในบางส่วน...

 

เซียนปีศาจที่อยู่ด้านข้างของทั้งสองกำลังชั่งใจ มันมองเทียนอ๋าวด้วยสายตาล่อกแล่กก่อนเงื้อปีกที่มีแต่โครงกระดูกขึ้นสูงอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

นี่ เจ้านกปีศาจถ้าข้าตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเจ้าแอบลอบทำร้ายข้าตอนหลับ ข้าจะทำให้เจ้าเสียใจจนอยากตายก็ไม่ได้ตาย

เทียนอ๋าวทิ้งคำขู่ไว้ก่อนจมดิ่งลงสู่นิทราอันเงียบสงบพร้อมกับจื่อหง

 

 

 

---------------------------------------------------------

 

A/N อยากจะบอกว่าอิมเมจเฟิ่งหลันกุ้ยฟางคือ กงลี่ จากเรื่อง ศึกโค่นบัลลังก์วังทอง ค่ะ คำสาปโกลเด้นฟาวเวอร์ น่ะแหละ หุหุ เจ้แกเท่มาก สวยมาก ชุดอลังการมากกกกก ส่วนชื่อ ฟาราก็ไม่ลงทุนค่ะ ก้อป+ดัดแปลงมาจากเรื่อง จักรวรรดิสเน่หา ของ ZZ (ขี้เกียจคิดเฟ้ย!) แต่จริงๆชอบชื่อนี้นะ แปลว่าดอกกล้วยไม้ที่เป็นเครื่องหอมอันสูงค่า ดูหยิ่งๆ เหมาะกับอิมเมจดี

 

ในเรื่องจะมีการพูดถึงเลี่ยงกง ซึ่งเป็นเทพสายฟ้าของจีน หน้าตาครึ่งคนครึ่งนก (คล้ายๆครุฑนะเนี่ย) จริงๆเทพสายฟ้านี่มีอยู่ทุกมุมโลกนะ อย่าง ซุสของกรีก หรือพระอินทร์ของไทย ฟาราเลือกสายฟ้าให้จื่อหง เพราะมันเท่มากนั่นเอง (รูปตอนพายุอัสนีพิโรธ)

 

ตอนนี้สามขั้วอำนาจแห่งสามพิภพ ก็คือ เฮ่อเหลียน จู่เก่อ และ กงหยาง ออกโรงครบแล้ว ต้องดูว่าเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อไป (เครดิตนามสกุลเท่ๆ จาก ZZ ค่ะ)

สุดท้าย นู๋อ๋าวก็ได้ทาสมา 1คน 5555 จื่อหง+เทียนอ๋าวจะมีบทคู่กันไปอีก 2-3ตอน โดยเฉพาะบทหน้า ปะทะ เทียนหมิง+เฟยเสวียน จ้า~




[1] เลี่ยงกง (Lei Gong) = เทพแห่งสายฟ้าตามคติจีน เพศชาย มีลักษณะครึ่งคนครึ่งนก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1442 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กันยายน 2554 / 16:33
    ฟ้าฝ่าน่ากัว
    #1442
    0
  2. #1150 Chocolate_pad~*><o!! (@chocolate_pad) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 19:07
    ฮ่าๆ เทียนอ๋าวโดนใจอย่างแรง!!!
    สะใจมากค่ะ ถึงจะปากจัดแต่ก็ใจดีเหมือนกันนี่นา ><
    #1150
    0
  3. #810 แอร์ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2553 / 20:43
    ขอจัดคู่น้องอ๋าว + จื่อ สักหนึ่งเหอะค่ะ อย่างแรง
    #810
    0
  4. #649 GoodDavil (@eieeei) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 22:58
    เทียนอ๋าววว ยังคงความร้ายเหมือนเดิมรุม ฮะๆๆ

    แต่ทาสกะเพื่อนเนี่ย ความหมายมองยังงัยก้อมั่ยเหมือนกันเรยนะจ๊ะ^^
    #649
    0
  5. #500 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 11:53
    เป็นเพื่อนกันดีกว่าเน้อ จะเอาเป็นทาสเชียวเรอะ
    #500
    0
  6. #217 _wlkin_ (@welkin) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 เมษายน 2553 / 23:13
    ดิ้นเร้าๆกับตอนนี้ ฮ่าๆๆ ใครคิดเหมือนกันบ้างเนี่ย หึหึหึ
    #217
    0
  7. #213 Miraio (@Miraio) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 เมษายน 2553 / 16:05
    แอร๊ยยย เค้าชอบหนังเรื่องนี้....the cuese of golden flowerชิมิ แต่หนังเรื่องนี้ดูจะเค้ากับธีมตอนนี้นะ สู้เพื่อแม่! 5555+ แค่เปลี่ยนจากเจย์โจวมาเป็นจื่อหง^___^

    ปล.มีให้จิ้นอีกแล้ว^^
    #213
    0
  8. #193 sella turcica (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2553 / 22:46
    ฉลองสามขั้วอำนาจออกครบ...เอ้า..เฮ้...

    แต่สงสัยจังค่ะ ว่าเรื่องนี้มีนางเอกไหม





    ป.ล. ไรท์เตอร์น่ารักจัง มีตอบเม้นให้ด้วย
    #193
    0
  9. #192 Ashnovel (@ashnovel) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2553 / 22:19
    มีเขียนชื่อ เทียวอ๋าว อยู่คำนึง

    ถูกใจจื่อหงในเรื่องเกียรติ
    ชอบเทียนอ้าวเรื่องความอิสระทางความคิด... ร้ายทุกอณู ^ ^
    #192
    0
  10. #189 mean (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2553 / 15:25
    โอยนุกโครตๆเลย



    มาเม้นหัยอีกแล้ว



    มันสุโค่ย(สุดยอด)



    ชอบเทียนหมิงมากมาย
    #189
    0
  11. #187 KAMI (@pKiS) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2553 / 12:52
    >___<ทาส กับ เพื่อนเนี่ย ความหมายมันไม่เหมือนกันนะเจ้าคะ โฮะๆๆๆ
    แหม น้องอ๋าวฉลาดม๊ากกๆ แหม แต่เห็นว่าเหมือนคุณพี่ในบางส่วนนี่สิ>3<

    แหม อิชั้นว่าต่อๆไปคงเจอหนุ่มรูปงามน่าเจี๊ยะอีกมากเลยใช่ไหมฮ้าา

    รอคุณพี่อยู่นะ>[]<Y
    #187
    0
  12. #184 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2553 / 11:25
    เหอะๆ เจ้าตัวร้ายได้ทาสมาซะแล้ว ไปโกหกเค้าอีกว่าเปนเพื่อน 555 แต่ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ กิเลนแห่งความมืดเนีี่ย
    #184
    0
  13. #183 ni-noina (@ni-noina) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2553 / 11:00

    น่ารักดี

    #183
    0
  14. #182 EnratiuS (@Enra-enratiuS) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2553 / 00:42
    ตีหนึ่ง...  ขอเป็นเมนท์แรกของ 100%

    พระมารดายังไม่ตาย?  โฮววววว  ปลื้ม~
    ปลื้มยิ่งกว่า... ไม่ทราบว่าท่านฟารา "เซอร์วิส" ให้เอนอยู่รึไม่คะเนี่ย >w<
    ทำไมเอนรู้สึกว่าตัวเองเมาัมัวเรื่องนี้เหลือเกิน~

    เอาเขาไปแล้วก็ดูแลดีๆ นะหนูอ๋าวววว
    ทำไม... ทำไมเอนจิ้นไปไกลถึง XS 10069 แบบนี้นะ // ตบตีตัวเอง
    จะแฟนอาร์ตขาวดำหรือดำม่วงแดงดีละเนี่ยยย  โดนแทรกแซงทางจิตใจซะแล้ว~

    ปล. ตัวละครตัวนั้นของเอน  "เอกมหาราชิกาเอนราเทียส"  ไว้เอนจะเอารุปให้ดูพร้อมแฟนอาร์ตน่อ ^ ^
    ปปล. เอนเรียกท่านฟาราว่า  พี่  ได้มั้ยยย~  อายุเอน.. 14  อ่ะ่น่อ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 เมษายน 2553 / 00:40
    #182
    0
  15. #177 EnratiuS (@Enra-enratiuS) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 เมษายน 2553 / 22:19
    ส่งเสด็จพระมารดาเช่นกัน...
    แม้จะชมชอบพระมารดาจากใจ.....  ในความชั่วร้ายและเฉียบขาดของพระนาง....
    เพียงแต่น่าเสียดายยังไม่ได้ครึ่งของกิเลนดำ...  (อย่างน้อยๆ ก็ในอนาคต)

    รักเรื่องนี้ตอนนี้จริงๆ...  ทุกอย่างเป็นตามที่อยากได้  รักนักเขียนจริงๆ เลยค่ะ >w<
    ลุคพระมารดาไปคล้ายๆ  กับตัวคาร์รักเตอร์ดีไซน์ของเอนตัวหนึ่ง เอนเลยชอบมากกกกก!!!

    พ่อหนูม่วงแดง....  เป็นอย่างที่เอนวิเคราะห์เมื่อตอนที่แล้ว แล้ว....  ในใจก็ยังคง...  ไม่ได้หยาบช้า

    อร๊ายยยย... จิ้นไปแล้วจริงๆ กับ ดำ - ม่วงแดง

    ปล. รอดูว่าน้องม่วงแดงจะทำไง...  พี่ดำเจี๋ยนพระมารดาไปแล่วววว
    #177
    0
  16. #176 sella turcica (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 เมษายน 2553 / 21:58
    กิเลนดำปากจัดใช่ย่อย

    มาอัพต่อไวๆนะคะ
    #176
    0
  17. #174 KAMI (@pKiS) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 เมษายน 2553 / 14:59

    =_=! ม่าม๊าของจื่อหงโผล่มาแล้วว น้องอ๋าวจะโดนอะไรอีกเนี่ย 
    (ชอบชื่อนตอน สีม่วง สีม่วงง(แดง) >[]<  <ไม่เกี่ยวเลย ฮ่าๆ) เป็นปลื้มที่สุดเลนค่า
    รอต่อไปปป สุโค่ยยยย

    #174
    0
  18. #170 EnratiuS (@Enra-enratiuS) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 เมษายน 2553 / 22:39
    เอนทายว่าคู่นี้มัน.... SM สินะเออ

    ลุคของพระมารดาเป็นตามที่เอนคาดการณ์เลยจริงๆ...  เสียดายซื้อหวยไม่ถูกบ้าง? 
    #170
    0
  19. #168 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 เมษายน 2553 / 21:34
    เที่ยนอ๋าวสู้่ๆ ว่าแต่เชียร์เจ้านี่ จะดีมั้ยเนี่ย เหอะๆ
    #168
    0
  20. #167 Ashnovel (@ashnovel) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 เมษายน 2553 / 21:22
    อัพไวๆนะครับ ^ ^
    (มาเร่งชาวบ้าน)

    ขอความช่วยเหลือเล็กน้อย
    ไม่ทราบว่าจะปรับแบ็คกราวน์หรือตกแต่งหน้าหลักยังไงหรือครับ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 เมษายน 2553 / 21:22
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 4 เมษายน 2553 / 21:30
    #167
    0