หลงกิเลนจันทร์ [หยิน]

ตอนที่ 20 : บทที่ ๑๖ การยุทธมิหน่ายเล่ห์กล (๑) (ฉบับร่าง 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    22 ก.ค. 53

A/N 100% มีตัวละครใหม่แต่เก่าออกโรงจ้า XD งงมั้ยหว่า

 

บทที่ ๑๖

การยุทธมิหน่ายเล่ห์กล (๑)

 

            ได้ยินคำร่ำลือว่าเมื่อไม่นานมานี้จักรพรรดิแห่งแดนมนุษย์ได้จัดงานประลองยุทธโดยมีรางวัลเป็นสิ่งวิเศษที่จะบันดาลความเป็นอมตะ อย่างไรหากบรรพบุรุษน้อยสนใจก็เชิญเสด็จไปยังพิภพมนุษย์เถิด

ไม่เสียแรงที่เซียนปีศาจนกเค้ากู่อยู่มานับหมื่นปี เพียงแค่เสียงเล่าลืออันไร้รายละเอียดก็สามารถนำมาโน้มน้าวให้เย่วเทียนอ๋าวออกเดินทางสู่พิภพมนุษย์เพื่อสานต่อภารกิจตามหาของกำนัลแด่น้องสุดท้องได้

แม้จะลิงโลดต่อการจากไปของเจ้าตัวร้าย เซียนปีศาจก็ยังไม่อาจหลีกพ้นความเสียใจ เพราะองค์ชายผู้เมตตาของมันกลับติดตามไปด้วยเสียนี่!

 

            เย่วเทียนอ๋าวและกงหยางจื่อหง บุตรผู้สูงศักดิ์แห่งสองพิภพนั่งอยู่บนอาชาสวรรค์ที่โผบินอย่างคึกคักกลางฟากฟ้า ขนสีดำสนิทเป็นประกายเรียบลื่นดูน่าสัมผัส

จื่อหงเหลียวมองทิวทัศน์รอบด้านอย่างตื่นตาตื่นใจ ราวกับเด็กที่ได้เผชิญโลกเป็นครั้งแรกกระนั้น

 

เจ้านี่ไม่เคยออกมาภายนอกเลยหรือไง...เพราะมีแม่แบบนั้นนี่นะ~’

เทียนอ๋าวหัวเราะเบาๆให้กับความคิดร้ายกาจของตนเอง

นี่ ที่ข้าพาเจ้ามาด้วยเพราะเห็นว่ามีประโยชน์หรอกนะ ถ้าพวกเราลงแข่งงานประลอง ด้วยฝีมือระดับเจ้าก็คงชนะได้ง่ายๆ เสร็จแล้วก็เอารางวัลมาให้ข้า สบายจะตายไป~”

แน่นอนว่าเรื่องสะดวกสบายที่กล่าวมานั้นย่อมหมายถึง การเคี่ยวกรำใช้งานจื่อหงในขณะที่ตนเองพักผ่อนอย่างสุขสำราญนั่นเอง

 

บุตรแห่งพิภพมารจ้องมองแผ่นหลังเบื้องหน้าด้วยแววตาสีใส ก่อนพยักหน้ารับคำอย่างไม่คิดอะไร

ฮื่อ เพื่อเพื่อนข้าทำได้อยู่แล้ว

 

เย่วเทียนอ๋าวในเวลานี้ไม่อาจกลั้นรอยยิ้มร้ายกาจที่กลั่นมาจากใจ ควรจดจำไว้ หากท่านติดค้างบุญคุณความแค้นแก่กิเลนแห่งความมืดแล้วไซร้ ย่อมจะได้รับการทดแทนเป็นเท่าตัว

 

 

 

            ฉางอันเทียนโกว อาณาจักรสวรรค์สงบสุขนิรันดร์แห่งแดนมนุษย์

 

เมืองหลวงแห่งความรุ่งโรจน์ที่เปรียบเสมือนหัวใจอันหล่อเลี้ยงแผ่นดิน ทุกหย่อมหญ้าล้วนอยู่ใต้ผืนฟ้าในอาณัติแห่งราชวงศ์ จูเก่อ ตระกูลแห่งจักรพรรดิจอมอาคมผู้ปกครองพิภพมนุษย์มาหลายชั่วอายุคน

 

ปราชญ์แลกวีทั้งหลายล้วนกล่าวขานด้วยความภาคภูมิระคนตื้นตันว่า

หากสรวงสวรรค์แต่งแต้มฟากฟ้า ฉางอันเทียนโกวก็ประดับประดาผืนดิน แม่น้ำแลถนนหนึ่งหมื่นสองพันสายตัดผ่าน ประตูสู่มหาสมุทร เมืองทองแห่งการค้าและสรรพวิชาของผู้เดินดิน

 

            เมื่อเย่วเทียนอ๋าวและจื่อหงเดินทางมาถึง ก็ให้นึกชื่นชมความรุ่งเรืองของเมืองหลวงแห่งนี้อยู่หลายส่วน

จักรพรรดิแห่งแดนมนุษย์นี่มีรสนิยมไม่เลวเลยจริงๆ

เทียนอ๋าวเอ่ยพร้อมทอดตามองพระราชวังแดงอันโอ่อ่าที่ตั้งอยู่บนยอดผา ด้านข้างคือทิวทัศน์ของมหาสมุทรสีเขียวคราม ลมทะเลพัดสดชื่น ประกายคลื่นระยับจับตายิ่งนัก

 

เทียนอ๋าวไม่เคยเห็นทะเลงั้นรึ?”

จื่อหงถามประหลาดใจเมื่อเห็นเทียนอ๋าวจับจ้องผืนน้ำเนิ่นนาน

 

ทว่าอีกฝ่ายเพียงขมวดคิ้ว

เจ้าเคยเห็น?”

 

จื่อหงพยักหน้าจึงเกิดความเงียบขึ้นครู่หนึ่ง

 

ป้อก!”

 

โอ้ย ทำอะไรน่ะ

จื่อหงลูบศีรษะตนเองด้วยความตกใจเมื่อเทียนอ๋าวใช้กำปั้นเขกอย่างสายฟ้าแลบ

 

โทษฐานรู้ดีนัก

เทียนอ๋าวพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉยพลางเดินแหวกฝูงชนสู่สถานที่จัดงานประลองอย่างรวดเร็ว

           

 

จูเก่อเฟยเสวียนนับเป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดังโดยแท้ งานประลองยุทธที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ได้รับการกล่าวขานไปทั่วสามพิภพสี่เขตแดนสวรรค์ ฝูงชนมากมายหลั่งไหลมาราวกับน้ำป่าทะลักหลากในช่วงวัสสานฤดู

ลานกลางเมืองแปรสภาพเป็นซุ้มงานประลองยุทธขนาดมโหฬาร ภายในประกอบด้วยเวทีสีขาวรูปทรงจัตุรัสหลายร้อยเวทีตั้งเรียงกันอย่างมีระเบียบ นายทะเบียนแลเจ้าหน้าที่พิธีการของงานจะประจำอยู่ทุกๆแปดช่วงเวที หากผู้ใดสนใจเข้าร่วมการประลองก็ให้ลงชื่อกับนายทะเบียนเพื่อขอรับป้ายชื่อแกะสลัก

 

เทียนอ๋าวเดินนำจื่อหงมาหยุดยืนอยู่หน้าทางเข้าสู่โต๊ะลงทะเบียน น่าแปลกที่แม้มีผู้มุงดูมากมายแต่กลับไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปประกาศชื่อตน กิเลนแห่งความมืดจับสัมผัสคุกคามได้ทันที พลังปราณมุ่งร้ายเสียดแทงออกมาจากด้านในราวกับเข็มน้ำแข็งเสียดกระดูก

 

โฮ่ นี่เองที่ทำให้เจ้าพวกนี้ไม่กล้าเดินเข้าไป

เย่วเทียนอ๋าวเปรยเรียบๆ น้ำเสียงดูแคลนพร้อมท่าทางจองหองเรียกความไม่พอใจได้ไม่น้อย พลังด้านลบจากฝูงชนกอปรกับพลังกดดันที่แผ่ออกมาล้วนแล้วแต่ฉุดรั้งบรรยากาศให้เลวร้าย ทว่าไหนเลยเย่วเทียนอ๋าวจะสนใจ สองเท้ายังคงก้าวต่อไปอย่างไม่ยี่หระ

 

            โฮะๆ มีหนูน้อยหน้าตาน่ารักสองคนมาร่วมประลองด้วยรึนี่

สตรีสาวผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างรื่นเริง นางอยู่ในชุดคลุมแนบเนื้ออันขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้ง ชายเสื้อปักลวดลายสกุณาเริงร่าบุปผาเป็นสีสันสดใส หมวกบัณฑิตของนางประทับด้วยรูปวิหคตัวน้อยอันเป็นตราประจำตำแหน่ง นายทะเบียน แห่งลานประลอง

นางนั่งไขว่ห้างผ่อนคลายอยู่บนโต๊ะไม้ขัดมัน ด้านข้างซ้ายขวาคือสตรีที่งดงามไม่แพ้กันอีกสองนางในตำแหน่งเจ้าหน้าที่พิธีการ

 

จงใจปล่อยปราณกดดันเพื่อลดจำนวนผู้เข้าประลองสินะ

จื่อหงเอ่ยพลางเดินมาหยุดอยู่ข้างเทียนอ๋าวด้วยท่าทางสบายๆ

 

ฉลาดนี่หนูน้อย พวกเจ้าดูคนที่อยากร่วมงานสิ ถ้าให้พวกเราต้อนรับทั้งหมด ไม่คิดว่าจะเป็นการเกินแรงไปหน่อยหรือ

นางตอบพร้อมกรีดนิ้วที่เคลือบด้วยสีแดงไปทางฝูงชน

แต่อย่าคิดว่า แค่ใจกล้าเดินเข้ามาแล้วจะได้ป้ายชื่อนะจ้ะ

นายทะเบียนสาวล้วงป้ายไม้ขนาดครึ่งฝ่ามือออกมาจากอกเสื้อ ก่อนหมุนมันไปมา

เจ้าต้องแย่งไปจากมือข้าให้ได้ด้วยจ้ะ ถึงจะได้รับการสลักชื่..”

 

ไม่ทันขาดคำจื่อหงก็เร้นกายดุจเงาเข้าประชิด อย่างไม่ทันตั้งตัวมือซ้ายของจื่อหงคว้ามือข้างที่ว่างของสตรีสาวไว้เพื่อยื้อยุดมิให้ถอยหนี ในขณะที่มือขวาคว้าจับป้ายชื่อ

เสียดายวิทยายุทธของผู้ควบคุมการประลองมิใช่ชั่ว จึงกลายเป็นว่าฝ่ายหนึ่งพยายามไขว่คว้าในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งกระชากมือหนี รวดเร็วจนสายตาคนธรรมดามองไม่ทัน มีเพียงเย่วเทียนอ๋าวและเจ้าหน้าที่สตรีที่เหลือเท่านั้นที่มองออก

 

ทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในห้วงสมาธิ นายทะเบียนดูเป็นฝ่ายได้เปรียบด้วยพลังปราณกดดันที่แผ่ออกมาไม่น้อย ทว่าจื่อหงกลับไม่มีทีท่าร้อนใจ ไม่จำเป็นต้องเผยไอมารด้วยซ้ำ

 

นี่สีเคลือบเล็บของเจ้าหลุดแล้วน่ะ

จื่อหงเอ่ยเรียบๆทะลุกลางปล้อง อาศัยจังหวะที่สตรีสาวชะงักไปเสี้ยวหนึ่งชิงป้ายชื่อมาได้อย่างงดงามและง่ายดาย

 

นายทะเบียนเพียงเบิกตาอย่างคาดไม่ถึงก่อนหัวเราะคิกคัก

อา เจ้าหนูน้อยฉลาดนัก ขอทราบชื่อได้หรือไม่

นางยกพู่กันพร้อมยื่นมือขอรับป้ายคืนเป็นทำนองว่าจะสลักชื่อให้

 

จื่อหง..กงหยางจื่อหง

 

สตรีทั้งสามนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วลอบกระซิบกันด้วยความตกใจก่อนนายทะเบียนจะเอ่ย

ที่แท้องค์ชายแห่งตระกูลกงหยางนี่เอง นัยน์ตาสีม่วงแดงเช่นนี้ไม่ผิดแน่แล้ว

ควรทราบว่าดวงเนตรสีม่วงแดงนั้นคือสัญลักษณ์ของผู้สูงศักดิ์แห่งพิภพมาร มีเพียงมารปีศาจชั้นสูงในตระกูลกงหยางเท่านั้นที่จักมีสิทธิ์ครอบครอง

 

นายทะเบียนนำป้ายสลักชื่อจื่อหงไปแขวนตรงฐานของกระดานไม้รูปทรงสามเหลี่ยมแปดชั้นที่ตั้งอยู่ด้านข้าง

กฎการประลองมีเพียงหนึ่งเดียว หากเจ้าต้องการผ่านเข้ารอบถัดไป ก็ต้องชนะให้ครบแปดครั้งทั้งแปดเวทีโดยไม่พ่ายแพ้ ขึ้นไปอยู่ด้านบนสุดของแปดลำดับขั้น

 

            จื่อหงเพียงพยักหน้ารับรู้ เหลียวมองรอบกายก็ยังไม่พบคู่ต่อสู้ที่ดูตึงมือ

 

แล้วหนูน้อยอีกคนจะลงแข่งด้วยหรือไม่จ้ะ นายทะเบียนสาวถามด้วยกิริยาหยอกเย้า

 

เย่วเทียนอ๋าวเพียงกวาดตามองลานประลองอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนหลับตาบิดขี้เกียจ

คู่ต่อสู้ระดับนี้ให้เจ้านี่สู้ก็พอแล้ว

 

            “อ้าว! เทียนอ๋าวไม่ลงประลองอย่างงั้นรึ

เสียงอ่อนเยาว์เต็มเปี่ยมไปด้วยความอาทรเอ่ยขึ้นด้านหลัง

 

ก็ใช่น่ะสิ ยังไงรางวัลก็เป็นของข้าอยู่แล้ว เอ้ะ!?”

เทียนอ๋าวใช้เวลาชั่วอึดใจก่อนรู้ตัวว่าคำถามนั้นมิได้มาจากจื่อหง เมื่อระลึกได้ถึงเสียงอ่อนโยนอันคุ้นเคยจึงรีบเหลียวมองหลัง

เกอเกอ!”

กิเลนแห่งความมืดผู้หยิ่งผยองกลับทำหน้าเหรอหราเมือพบว่าพี่ชายยืนอยู่ด้านหลัง

การที่เกอเกอเข้ามาใกล้โดยที่ข้าไม่ทันรู้สึกตัวเช่นนี้ นับว่าฝีมือรุดหน้าไปมาก

 

เย่วเทียนหมิงเพียงหรี่ตาสีเงินสุกใสด้วยความเอ็นดูก่อนใช้แขนกอดคอน้องชายจากด้านหลัง

ถ้าเทียนอ๋าวไม่ลง แปลว่าเจ้ายอมให้เกอเกอชนะการแข่งขันของเราสินะ

ว่าพลางอวดป้ายทองคำบริสุทธิ์สลักนาม เย่วเทียนหมิง ตรงหน้าน้องชาย

ถ้าชนะครบแปดครั้ง พอผ่านเข้ารอบต่อไปป้ายชื่อไม้จะกลายเป็นทองคำล่ะ

เทียนหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นกับอาคมแปรธาตุอันมหัศจรรย์ของเผ่ามนุษย์

 

จื่อหงจ้องมองผู้มาใหม่อย่างพินิจ ด้วยพรสวรรค์ของเนตรมารจึงมองทะลุถึงร่างจริงของบุคคลตรงหน้า

กิเลนขาว? พี่ชายของเทียนอ๋าว?”

 

สายตาของจื่อหงประสานกับเทียนหมิงครู่หนึ่ง ก่อนกิเลนแห่งแสงจะเผยรอยยิ้ม

ข้าเห็นพวกท่านตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว น่าตกใจจริงๆที่มีคนทนเจ้าตัวร้ายได้

 

เย่วเทียนอ๋าวใช้เวลาครู่หนึ่งจึงได้ตั้งสติ จากนั้นก็รีบสะบัดตัวจากการเกาะกุมของพี่ชาย พุ่งเข้าหานายทะเบียนทันที

ถ้าเกอเกอลงแข่ง ข้าก็จะแข่งด้วย ฮึ

 

สีหน้าจริงจังขึงขังขัดกับใบหน้าอ่อนเยาว์ของกิเลนแห่งความมืดถึงกับกระตุกหัวใจของนายทะเบียนให้เต้นผิดจังหวะ

เห็นแก่ที่เจ้ามีแววจะโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี(?) ข้าจะยกป้ายให้โดยไม่คิดมูลค่า

นางเอ่ยนัยน์ตาเพ้อฝัน มือข้างหนึ่งถือป้ายชื่ออีกข้างจรดพู่กัน รอฟังนามที่จะเอ่ย

 

เย่วเทียนอ๋าว

 

เมื่อนายทะเบียนสลักชื่อเสร็จเทียนอ๋าวก็ชิงคว้าแผ่นป้ายมาก่อนที่นางจะทันแขวนลงบนกระดาน

ข้าจะไปแข่งที่ลานอีกฟาก จื่อหงเจ้าห้ามแพ้ล่ะ!”

เทียนอ๋าวกำชับเสียงเข้ม ไฟแห่งการต่อสู้ลุกโชน

รอก่อนเถอะเกอเกอ กล่าวพลางทะยานร่างจากไปราวกับสายลม

 

เทียนอ๋าวเนี่ยน้า~ ถ้าแข่งที่ลานประลองนี้กลัวจะต้องสู้กับเพื่อนสินะ

เทียนหมิงมองตามร่างเล็กๆในชุดดำอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ไม่ทันที่จะเอ่ยอะไรต่อ เสียงกรีดร้องของบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ก็ดังขึ้นไล่หลัง

 

อ้ะๆ อยู่นี่เอง พวกเรา! คุณชายเทียนหมิงอยู่นี่ล่ะ~”

ดรุณีน้อยนางหนึ่งตะโกนอย่างลิงโลด ด้านหลังคือขบวนสาวงามที่ไล่ตามมาไม่ห่าง

 

อ่า ตามมาทันแล้วรึ...ข้าคงต้องขอตัวก่อนล่ะนะทุกท่าน

เย่วเทียนหมิงประสานมือคารวะก่อนเตรียมตัวเร้นกายหนีการติดตามของบรรดาพี่สาวน้องสาวที่เริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่ตัวเขามาเยือนฉางอันเทียนโกว

กิเลนแห่งแสงไม่ลืมที่จะหันมากล่าวกับจื่อหงอย่างสุภาพก่อนออกวิ่ง

ท่านกงหยาง ขอบคุณที่ช่วยดูแลน้องชายข้า โอกาสหน้าคงได้ร่วมสนทนาซักครั้ง

 

 

คุณชายเย่วเทียนอ๋าว เป็นฝ่ายชนะเจ้าค่ะ

เจ้าหน้าที่พิธีการผู้ควบคุมงานประลองร้องขึ้นอย่างเด็ดขาดหลังจากเย่วเทียนอ๋าวจัดการซัดศัตรูคนสุดท้ายของลานประลองที่แปดจนพ่ายแพ้หมดรูป จอมยุทธโชคร้ายได้แต่นอนหมดสภาพอยู่นอกเวที

 

เทียนอ๋าวคว้าป้ายทองคำสลักชื่อตนมาจากลำดับบนสุดของกระดานสามเหลี่ยม ก่อนทะยานตัวกลับไปยังลานประลองของจื่อหง

หวังว่าจะได้เรื่องนะ

 

เมื่อมาถึงก็พบเงาร่างสว่างไสวของพี่ชายกำลังยืนทอดตามองลานประลองที่อึกทึกที่สุดอยู่ไม่ห่าง

อ้าว เทียนอ๋าวมาแล้วเหรอ เพื่อนของเจ้ากำลังตึงมืออยู่เลยเชียว

เทียนหมิงหันมากล่าวยิ้มๆ

คู่ต่อสู้คือแม่นางเยี่ยนจี๋ เทพพิทักษ์สงครามแห่งแดนมนุษย์เชียวนะ

 

เทียนอ๋าวเหลียวมองไปตามคำพูดของพี่ชายก็พบว่าจื่อหงกำลังยืนคุมเชิงอยู่บนเวที ท่าร่างรัดกุมไร้ช่องโหว่ รังสีกดดันฉายชัด

ฝั่งตรงข้ามของลานประลองปรากฎสตรีสาวผู้ครอบครองเกาฑัณฑ์โลหะประดับทองคำขาว ผมสีทองยาวสยาย ชุดเกราะเบาสีเขียวอ่อนสลับขาวสลักลวดลายพฤกษาขลิบทอง เสื้อคลุมขนสัตว์พองฟูอ่อนนุ่ม เสื้อผ้าน้อยชิ้นนั้นดูคล่องแคล่วไม่เลวทีเดียว

 

ผิดกับจื่อหงที่เต็มไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เยี่ยนจี๋เพียงยิ้มแย้มพลางมองดูผู้เยาว์แห่งเผ่ามารด้วยความชื่นชม

คุณชายน้อยช่างน่ารักเสียจริง แม้รู้ตัวว่าสู้ไม่ได้แต่ก็ไม่ยอมถอยหนี

เยี่ยนจี๋เอ่ยทีเล่นทีจริง ควรทราบว่าเทพพิทักษ์สงครามมิใช่เพียงตำแหน่งเรียกขาน แต่เป็นยศศักดิ์ที่ได้มาจากการเข่นฆ่าศัตรู อาบเลือดยอดยุทธชโลมกาย

 

ในเวลานี้ผู้ชมแบ่งพรรคแบ่งพวกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือเหล่าชายหนุ่มผู้ติดตามด้วยใจภักดี

ท่านเยี่ยนจี๋ น่ารักที่สุดๆ โอ้วๆ

 

อีกฝ่ายหนึ่งคือเหล่าสตรีไร้เดียงสาที่มาเปิดหูเปิดตาในงานประลอง

คุณชายน้อยสู้ๆนะเจ้าคะ ตาสีสวยจังเลย อ้าย~”

 

ทั้งคู่ดูราวกับแมวหยอกหนู ธนูโลหะหลายร้อยดอกปักอยู่บนพื้นลานประลอง เยี่ยนจี๋ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ขยับแม้เพียงนิดในขณะที่จื่อหงพลิ้วกายหนีการโจมตีไม่หยุด

หลบเก่งนะคะ แต่จะหลบได้ตลอดไปรึเปล่านี่สิ

เอี้ยนเยี่ยนจี๋ใช้ลำแขนบอบบางง้างสายเกาฑัณฑ์หนักอึ้งออกง่ายดาย เห็นเพียงเงามือของนางไหววูบก่อนฝนธนูโลหะจะแหวกพุ่งมุ่งสู่จื่อหง

 

เก้าร้อยเก้าสิบเก้าครั้งในชั่วพริบตา ยอดยุทธโดยแท้

เย่วเทียนหมิงเอ่ยชื่นชม หากไม่ได้รับการฝึกสอนเคี่ยวกรำจากเย่ยิงและเยี่ยนจี๋ ฝีมือเขาก็คงไม่รุดหน้าแบบก้าวกระโดดเช่นนี้

 

เทียนอ๋าวมองตามแล้วขมวดคิ้ว

 

บนเวที จื่อหงรู้ตัวว่าไม่อาจวาดกระบี่ปัดป้องลูกธนูพันดอก ไวเท่าความคิด โอรสแห่งพิภพมารกรีดเฉือนพื้นหินลานประลองก่อนกระแทกเท้าดังปัง! แผ่นหินลอยเด่นอยู่กลางอากาศกลายเป็นเกราะกำบังชั้นเยี่ยม เยี่ยนจี๋มิได้ผนึกปราณลงในดอกเกาฑัณฑ์ แผ่นหินธรรมดาจึงกันการโจมตีของนางได้โดยง่าย

จื่อหงไม่ยอมเสียจังหวะใช้พลังผลักดันแผ่นหินไปด้านหน้าหวังพิชิตเยี่ยนจี๋ในดาบเดียว แผ่นหินถูกกรีดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แตกกระจายราวสะเก็ดระเบิด

ทว่าเบื้องหน้าจื่อหงมีเพียงความว่างเปล่า

 

ลูกไม้ตื้นๆ ใช้ไม่ได้หรอกนะคะ คุณชายน้อย

นางกล่าวทั้งที่ยังลอยตัวกลับหัวอยู่กลางอากาศ เกาฑัณฑ์ขยายขนาดขึ้นเท่าตัว ความยาวเกินช่วงแขนจะง้าง

อย่างไม่คาดคิด เยี่ยนจี๋เสกลูกเกาฑัณฑ์ออกมาจากฝ่ามือ สองมือรั้งสายเอ็นตึงแน่นในขณะที่เท้าข้างหนึ่งถีบง้างเกาฑัณฑ์จนสุด

เกาฑัณฑ์ประหารเทวะ!” นางร้องปิดฉากพร้อมปล่อยธนูสัตโลหะ

 

จื่อหงไม่หลบหนีให้มากความ เพียงปลดปล่อยไอมารเป็นอิสระ ประกายสายฟ้าสีม่วงแดงแล่นปลาบไปทั่วร่าง พริบตากระบี่ในมือก็ปกคลุมไปด้วยเปลวไฟสีน้ำเงิน

เกาฑัณฑ์โลหะปะทะกระบี่อัคคีดัง เปรี๊ยง! ก่อนถูกหลอมละลายไปในเปลวเพลิง ไอโลหะร้อนพวยพุ่งคละคลุ้งไปในอากาศ

 

เยี่ยนจี๋หยัดเท้าลงสู่พื้นมองอย่างตกตะลึง นางเผยรอยยิ้มก่อนหลับตาพร้อมตั้งฝ่ามือจรดหน้าอก อาคมพิชัยยุทธที่ห่อหุ้มร่างถูกคลายออก ชุดเกราะและลูกธนูสลายกลายเป็นฝุ่นผงสีทอง เหลือเพียงสตรีสาวอ่อนหวานในชุดกระโปรงขนสัตว์

ไหวพริบไม่เลวคุณชายน้อย! ใช้ธาตุไฟเข้าข่มโลหะ ข้าขอยอมแพ้" พลางถอนหายใจทีหนึ่ง
            "จริงๆข้าก็ไม่ได้อยากจะลงแข่งแต่แรกแล้ว องค์จักรพรรดิน่ะสิเจ้ากี้เจ้าการ

นางกล่าวหน้ามุ่ย ใบหน้ากระเง้ากระงอดเล็กน้อยราวกับลูกแมวแสนงอน นับเป็นท่าไม้ตายอันเลื่องชื่อที่แม้แต่นักพรตผู้ทรงศีลทั้งหลายก็มิอาจไม่เผลอใจหลงใหล

 

จื่อหงยังคงยืนนิ่ง พลังสายฟ้าและไอมารเข้มข้นได้สลายไปแล้ว อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างเล็กๆขององค์ชายแห่งพิภพมารก็ถูกอุ้มลอยขึ้นราวกับตุ๊กตา ในอ้อมกอดรัดแน่น เทพพิทักษ์สงครามแห่งแดนมนุษย์กระซิบเบาๆ

เกือบไปแล้วไหมล่ะ ถ้าท่านระเบิดพลังมารบริสุทธิ์ที่นี่ล่ะก็ งานประลองจะต้องล่มแน่ๆ

เยี่ยนจี๋กระพริบตาให้ทีหนึ่ง ทว่าจื่อหงกลับเพียงหัวหมุนอยู่ในอ้อมแขนพลางร้องประท้วงไร้เสียง

..นิ่มๆที่เบียดหน้าข้าอยู่นี่มันอะไร เอาออกไปนะ!’

 

ไม่ทันที่ทุกคนจะเอ่ยอะไร อนงค์น้อยในชุดองค์รักษ์นางหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบมาจากอีกฟากของงานประลอง

แฮ่กๆ ท่านเยี่ยนจี๋! ท่านเยี่ยนจี๋เจ้าคะ ท่านเย่ยิงกำลังแย่แล้วเจ้าค่ะ!”

 

            บรึ้ม!”

เสาเพลิงสูงเสียดฟ้าแผ่พุ่งจากพื้นขึ้นสู่อากาศ ด้านหลังองค์รักษ์สาวถูกย้อมไปด้วยแสงอัคคีเจิดจ้า เอี้ยนเยี่ยนจี๋พลิ้วกายไปทางต้นเพลิงอย่างรวดเร็วทั้งยังลากจื่อหงไปด้วย เทียนหมิงที่ได้ยินว่าเย่ยิงกำลังลำบากก็รีบทะยานตามไปโดยไม่ลืมดึงมือเทียนอ๋าวมาอีกคน

 

ห่างออกไปไม่ไกล ท่ามกลางลานประลองที่ตกอยู่ในเปลวเพลิงปรากฎเงาร่างของผู้เข้าประลองสองคน หนึ่งคือเทพพิทักษ์ปัญญานามเยี่ยเย่ยิง นางอยู่ในชุดเกราะรัดรูปสีดำสนิท ใบหน้าหวานคมจับจ้องคู่มือไม่วางตา

เบื้องหน้าคือขุนศึกน้อยในชุดเกราะมังกรเพลิงเต็มยศ คะเนด้วยสายตาน่าจะมากวัยกว่าบุตรกิเลนไม่เกินสองปี ท่าร่างเข้มแข็งราวกับนักรบเจนศึก ง้าวเหล็กกล้าประดับมังกรเลื้อยพันส่องประกายอันตรายไม่หยุด แม้เปลวไฟจะเผาไหม้แต่กลับไร้ไอร้อน

 

เปลวเพลิงของท่านคำรามทะลุฟากฟ้าแต่กลับเมตตาผู้เดินดิน มีเพียงหนึ่งเดียวที่ครอบครองอัคคีศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ได้ เผ่าเทพมังกรอมตะสินะ

เย่ยิงกล่าวพลางกระชับมีดสั้นในมือทั้งสองแน่น

 

ขุนศึกเยาว์วัยเพียงถอดหมวกเกราะออก เส้นผมสีแดงยาวสยายสะท้อนแสงเพลิง รูปหน้าคมเหมาะเจาะไร้ที่ติราวกับเทพเจ้าบรรจงปั้น สีหน้าคาบเกี่ยวระหว่างความสุขุมแลหยิ่งผยอง

นัยน์ตาซ้ายขวาแบ่งแยกเป็นสองสี

หนึ่งแดงเจิดจ้าราวเปลวไฟ หนึ่งเขียวสว่างใสราวห้วงสมุทร

ดวงเนตรคู่นั้นราวกับเทพมังกรที่เหาะเหินอยู่บนฟากฟ้าทอดตามองลงมายังผืนดิน

 

สมแล้วที่เป็นเทพพิทักษ์ผู้รอบรู้ ข้า หลงฟงหลาง รัชทายาทแห่งแห่งวังมังกรจักขอรับชัยชนะไป!”

 

 

 

---------------------------------------------------

A/N ศึกงานประลองจะมีสองตอนตามสูตรฟาราค่ะ ฮ่าๆ ฉากต่อสู้นี่เหมือนจะง่ายแต่บิ้วอารมณ์นานเหมือนกันนะ =.= หัวข้อ การยุทธมิหน่ายเล่ห์กล ขอได้รับอุปการะคุณจาก ZZ และขอบอกว่า ทำให้ฟาราแต่งยากขึ้นเยอะ ต้องแจกบทให้ตัวละครสู้ด้วยไหวพริบด้วย (แบบจื่อหงตอนชิงป้าย)

ชื่อเมืองหลวงแห่งพิภพมนุษย์ในตอน นี้ตั้งยากพอสมควรทีเดียว เพราะฟาราอยากได้ความหมายงามๆ แต่ความรู้ภาษาจีนมีจำกัด(มากๆ) เลยต้อง google เอา ได้ชื่อเมืองสำคัญๆของจีนจริงๆมาผสมกัน ฉางอัน = สงบสุขนิรันดร์ เทียนโกว = Heavenly Kingdom กลายเป็น ฉางอันเทียนโกว อาณาจักรสวรรค์สงบสุขนิรันดร์แห่งแดนมนุษย์ จ้า

 

พูดถึงตัวละครใหม่แต่เก่า รัชทายาทแห่งวังมังกรคนนี้มีการเอ่ยถึงในบทก่อนๆหลายรอบเลยทีเดียว ในที่สุดน้องหลงฟงหลางก็ได้ออกโรงซะที ^_^ (ยัง หารูปไม่ได้เลยยยยย แง้)

 

รูปประกอบบทนี้เป็นโบนัสค่ะ เทียนอ๋าวเวอร์ชั่นdoll!! เย้ๆ (จริงๆฟารากำหนดให้เทียนอ๋าวผมสั้นนะคะตอนนี้ แต่ใครจะจิ้นผมยาวก็ไม่ว่ากัน) 

 

 
~~

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1452 JoM_ZzZz (@thitapha2011) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2554 / 13:51
     ชอบทั้งคู่เลยยยยยยยยยยย
    ><!!!!!!!!
    #1452
    0
  2. #1443 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 กันยายน 2554 / 16:55

    โอ้วมันอ่านต่อ

    #1443
    0
  3. #650 GoodDavil (@eieeei) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2553 / 23:07
     ง่ะ เง้อ  แว๊กกก ว๊าาาาาาก

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 มิถุนายน 2553 / 23:12
    #650
    0
  4. #291 RasberryAngel (@RasberryAngel) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 เมษายน 2553 / 20:19
    โผล่มาแย้ว>W<
    #291
    0
  5. #249 sella turcica (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 เมษายน 2553 / 22:06
    กรี๊ดสลบไปสามตลบตอนเห็นรูปเทียนอ๋าว...

    ชอบเยี่ยนจี๋จังเลยค่ะ...น่ารักมากๆ
    #249
    0
  6. #247 boolean_cheeze (@boolean_cheeze) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 เมษายน 2553 / 13:26

    เย้ หลงฟงหลางชนะ อัพอีกๆ สู้ๆนะค่ะ ว่างๆมาเม้นมาอ่านนิยายเค้าบ้างเน้อ

    #247
    0
  7. #242 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 เมษายน 2553 / 15:30
    โอ้ว หลงฟงฟาง หนุ่มน้่อยสุดหล่อคนใหม่ิ อุๆ
    #242
    0
  8. #241 Miraio (@Miraio) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 เมษายน 2553 / 13:37
    เค้าชอบตุ๊กตาตัวนี้จัง ที่จริงแอบจิ้นเทียนอ๋าวผมยาวมานานแล้ว

    น่าร้ากกกกกกกกก
    #241
    0
  9. #240 artropine (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 เมษายน 2553 / 13:13
    ชอบเทียนอ๋าวมากเลย ยิ่งอ่านยิ่งหลงรักอยากได้น้องชายอย่างนี้ซักคนจัง



    ปล. ขอสมัครเป็นแม่ยกเทียนอ๋าวนะค่ะ เทใจให้เต็มร้อย ชอบนิสัย หยิ่งๆ เชิ่ดๆ เอาแต่ใจ แถมยังเจ้าเล่ห์นิดๆ (??)

    อ๊ากกกก น่ารักน่ากอดสุดๆๆ
    #240
    0
  10. #239 Ashnovel (@ashnovel) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 เมษายน 2553 / 12:31
    ช่วงย่อหน้าที่สาม ที่ว่า
    เซียนปีศาจที่กำลังลิงโลดต่อการจากไปของปีศาจตัวน้อยเสียใจ
    ส่วนคำว่า เสียใจ ถ้าใส่ตรงอื่นน่าจะเข้าใจง่ายกว่านี้นะครับ

    ตอนพี่ชายกอดน้องชาย ทำไมเราเห็นไอสีม่วงหว่า - -"
    แรงจินตนาการมันพาไป...
    #239
    0
  11. #236 mean (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 เมษายน 2553 / 20:46
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด



    ชอบทั้งเทียนหมิงและเทียนอ๋าวเลย



    รักฟารามากมาย



    ชอบเรื่องเนี่มากกกกกกกกกก



    ต้องเปิดดูทุกยี่สิบนาทีเลย





    รักมากมาย จุ๊บ จุ๊บ
    #236
    0
  12. #230 KAMI (@pKiS) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 เมษายน 2553 / 18:10
    >//< ฮิ้ววววว ท่านมังกรตัวใหม่โผลมาแล้ว

    อ๋าาา น่ารักทุกคนเล้ยเจ้าค่า แบบนี้อ้อมกอดของป้าคงไม่พอแล้วล่ะ โฮะๆๆๆ

    เกอเกอ มาน้องอ๋าวเนี่ยย กระตือรือร้นซะจริ๊งง สู้ๆๆๆ
    #230
    0
  13. #228 sella turcica (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 เมษายน 2553 / 14:12
    ไวไปนิดนึงเทียนอ๋าว...ไม่งั้นคงจะได้แฟนคลับมหาศาลพอกะพี่ชาย

    เอ๋...หรือสาวๆจะไม่กล้าจีบกิเลนดำเพราะคุณแม่มู่ตานจริงๆนะ



    ป.ล. เรื่องรูปนั้นรีดเดอร์ใช้ print screen จัดเก็บไปเรียบแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะไรท์เตอร์มากมายจริงๆที่เอื้อเฟื้อ ไรเตอร์น่ารักมากเลยค่ะ
    #228
    0
  14. #227 Miraio (@Miraio) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 เมษายน 2553 / 13:52
    โอ๊ะ  เห็นแววจะโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี.....แอร๊ยยยยยยยยยย  ป้า!อย่ามากินเด็กแล้วนี้นะ!!
    #227
    0
  15. #223 Artela^^" (@artela-ran) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 เมษายน 2553 / 09:45
    แววจะเป็็นผู้ใหญ่ที่ดี? แวะจะเป็นว่าที่น้องร่วมอุดมการณ์(แกล้งคนไปทั่ว)ท่านจักรพรรดิ์โลกมนุษย์สินะ

    จื่อหง หนูเป็นมารน้อยไร้เดียงสาจริงๆ เมื่อไรจะรู่ตัวเนี่ย

    อาหมิงไปแอบทำอะไรมาเอยสาวๆ ติดตรึม ถ้าเทียนอ๋าวมาเห็นเดี่ยวมีวีนหรอก
    #223
    0
  16. #219 sella turcica (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 เมษายน 2553 / 00:22
    อืม...คิดได้ยังไงเนี่ยจื่อหง ยังไม่เป็นหนุ่มยังรู้จุดอ่อนผู้หญิงขนาดนี้ ถ้าโตไปสาวๆคงตายแทบเท้าเป็นกองแหงๆ
    #219
    0
  17. #218 _wlkin_ (@welkin) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 เมษายน 2553 / 23:38
    จุดอ่อนของสตรีเพศคือความสวยงาม

    >_<~~ย๊าาา....
    #218
    0
  18. #216 toey1405 (@toey1405) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 เมษายน 2553 / 21:35

    "นี่ สีเคลือบเล็บของเจ้าหลุบแล้วน่ะ" จื่อหงรู้จักหาจุดอ่อนของผู้หญิง(ที่ไม่ใช่เตย)จริงๆเลยแฮะ

    แถมได้ป้ายมาแบบนิ่มๆอีกต่างหาก ถ้าเป็นเทียนอ๋าวจะเอามาแบบไหนกันน้า

    #216
    0
  19. #215 Miraio (@Miraio) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 เมษายน 2553 / 16:11
    ชอบเทียนอ๋าว!  นิสัยดูน่ารักน่าแกล้งมาก!!  เข้าใจแล้วว่าทำไมพี่ชายถึงได้รักและตามใจขนาดนี้!!  อยากได้พี่สาวเพิ่มอีกคนไหมจ๊ะเทียนอ๋าว>//<
    #215
    0
  20. #212 toey1405 (@toey1405) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 เมษายน 2553 / 12:07

    เทียนอ๋าวอิจฉาอ่ะดิ

    #212
    0
  21. #211 ni-noina (@ni-noina) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 เมษายน 2553 / 11:20

    อาวร้ายกาจ แต่ก็น่ารักดี
    จื่อหงก็น่ารัก
    สรุปน่ารักทั้งคู่

    #211
    0
  22. #203 sella turcica (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2553 / 21:45
    ทำไมจื่อหงเป็นปีศาจที่น่ารักน่ากอดขนาดนี้นะเนี่ย
    #203
    0
  23. #200 ni-noina (@ni-noina) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2553 / 18:36

    ว่าอาหมิงซื่อแล้วนะ
    แต่จื่อหงซื่อออออออออออออออ กว่าอีกง่ะ

    #200
    0
  24. #199 KAMI (@pKiS) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2553 / 17:54
    =[]=!น้องอ๋าว นิสัยเยี่ยงนี้เองเรอะ! ที่จริงก็รู้มาตั้งนานแล้ว แหม แต่สงสารจื่อหงจริงๆ เพื่อ เพื่อน โธๆๆๆ ไม่รู้อ่ะไรเลย ช่างไร้เดียงสาจริงๆ โอ๋ๆๆๆ
    #199
    0