หลงกิเลนจันทร์ [หยิน]

ตอนที่ 21 : บทที่ ๑๗ การยุทธมิหน่ายเล่ห์กล (๒) (ฉบับร่าง 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2395
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    22 เม.ย. 53

A/N ขอตั้งชื่อบทนี้ว่า งานประลอง 4P (ฮา)

 

บทที่ ๑๗

การยุทธมิหน่ายเล่ห์กล (๒)

 

            เผ่าเทพมังกรอมตะแห่งทะเลเมฆาคงถง

 

หนึ่งในสี่ราชันย์สวรรค์ที่ผู้คนล้วนกล่าวขาน มังกรผู้ประทับอยู่บนจุดสูงสุดของศรัทธา ไม่มีผู้ใดไม่ครั่นคร้าม ไม่มีผู้ใดไม่ยกย่อง เทพเจ้าผู้หยิ่งผยองอยู่บนฟากฟ้าคอยควบคุมชะตาของมนุษย์เดินดิน

ครั้งหนึ่งเทพมังกรผู้หลงใหลในการศึกได้ก่อสงครามประกาศศักดาไปทั่วแปดทิศ ฟ้าดินกรีดร้องด้วยความคลั่งแค้นสับสน วิบัติในครานั้นได้สำแดงวิถีแห่งมังกรซึ่งตรงข้ามกับกิเลนผู้รักสันติโดยสิ้นเชิง

บัดนี้รัชทายาทแห่งชนเผ่ามังกรห้าเล็บ เทพมังกรสูงสุดผู้ปกครองพิภพมังกรทั้งมวล ได้เหาะเหินลงจากทะเลเมฆาสวรรค์มายืนอยู่ตรงหน้ากิเลนจันทร์ในที่สุด!

 

เทพมังกรผู้สามารถเสด็จมาจากทะเลคงถงเองเช่นนี้ นับว่าเป็นเกียรติ

เยี่ยเย่ยิง เทพพิทักษ์ปัญญาแห่งแดนมนุษย์เอ่ยสีหน้าเคร่งเครียด นางจับจ้องวงหน้าโอรสมังกร แลเห็นประกายแสงสีแดงสลับเขียววาวโรจน์จากนัยน์ตา

เนตรสองสีอันน่าเศร้าสลดนี้...

คิดพลางเหลือบมองโอรสกิเลนด้วยหางตา

เทียนหมิงกับผู้เยาว์อีกคน...กิเลนแห่งความมืดก็อยู่ที่นี่ด้วยรึ

 

เย่ยิงรู้สึกได้ถึงหยดเหงื่อเย็นเยียบไหลผ่านขมับ การปรากฏตัวของรัชทายาทแห่งเผ่ามังกรมีผลกดดันจิตใจเป็นอย่างยิ่ง นางระลึกถึงคำกล่าวของสตรีที่นางยกย่องนับถือผู้หนึ่ง

การมองเห็นชะตาก็ไม่ทราบว่าจะเป็นพรสวรรค์ฤาคำสาป ข้าบอกเล่าให้พวกท่านรับรู้ก็เพื่อว่าเวลาอันยากลำบากมาถึง ท่านจักได้ใช้สติต้อนรับมัน

 

ผู้คนต่างกล่าวขานว่าเทพพิทักษ์ปัญญาแห่งแดนมนุษย์นั้นเป็นสตรีเย็นชาผู้หนึ่ง ทว่าภายใต้หน้ากากน้ำแข็งกลับซุกซ่อนความอ่อนโยน ช่วงเวลาสั้นๆที่ได้รู้จักกิเลนแห่งแสง ความรู้สึกเอ็นดูที่ไม่อาจละเลยได้นั้นกำลังบีบคั้นหัวใจของนางอย่างหนักหน่วง เยี่ยเย่ยิงสะบัดศีรษะรวบรวมความคิด

ท่านไม่ควรปรากฏตัวที่นี่เลยรัชทายาทมังกร ไม่ควร...

 

            “เปิดช่องว่างเช่นนี้นับว่าประมาท

หลงฟงหลางเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง ชั่วพริบตาที่เทพพิทักษ์ปัญญาใช้เวลาครุ่นคิด โอรสมังกรก็เร้นกายเข้าประชิด

 

ไอมังกรร้อนแรงราวเพลิงกรดเผาผลาญทำให้เย่ยิงรีบถอยหลบโดยสัญชาตญาณ ราวกับมือยักษ์ที่มองไม่เห็นกำลังคว้าจับนางกระนั้น

หากถูกจับได้จะต้องเสียทีเป็นแน่

อย่างไม่ทันตั้งตัว ทวนมังกรของหลงฟงหลางกระแทกหลังนางอย่างเฉียบขาด ท่าแทงดุดันแฝงพลังทำลายเต็มเปี่ยมถึงกับทำให้เย่ยิงชาไปครึ่งร่าง เคราะห์ดีที่ชุดเกราะอันเกิดจากอาคมพิชัยยุทธมีพลังป้องกันเหนือชั้น คมทวนจึงไม่อาจเรียกเลือด

เงาร้อนด้านหลังไหววูบอีกระลอกเป็นสัญญาณเริ่มการโจมตีครั้งที่สอง ครั้งนี้เย่ยิงไม่วิ่งหนี นางพลิกตัวเผชิญหน้า มีดสั้นคู่ในมือถูกยกประสานเป็นรูปกากบาท ต้านรับปลายทวนทันท่วงที

 

เชี้ยะ! เคร๊ง!”

เสียงโลหะปะทะกันดังบาดหู ประกายไฟร้อนระอุจากปราณมังกรลุกโชนไม่หยุด ท่ามกลางแสงสว่างจ้าคือเสี้ยวหน้าเคร่งเครียดของเทพพิทักษ์ปัญญาประสานตาอยู่กับโอรสมังกรผู้องอาจ

 

ข้อมือบอบบางต้านรับแรงทวนจนสั่นระริก เย่ยิงตัดสินใจลดแขนผ่อนแรงทันที เตะปลายเท้ากระโดดตีลังกากลับหลัง นางประสานมีดสั้นกลางหน้าอกก่อนร่ายอาคม หมอกควันทะมึนพลันปกคลุมไปทั่วลานประลอง เมื่อปลายเท้าของเย่ยิงแตะถึงพื้นร่างกายก็จมหายไปในเงาของตน

 

หลงฟงหลางตั้งท่ารับมือทันที

เคยได้ยินคำร่ำลือถึงวิชาลอบสังหารมานานแล้ว วันนี้นับว่าเป็นการเปิดหูเปิดตา

 

ไร้ซึ่งคำตอบ รอบด้านมีเพียงหมอกควันบางเบา อย่างไม่อาจคาดเดา คมมีดกรีดตวัดหลังคอหลงฟงหลางโดยไร้ซึ่งเสียง โอรสมังกรเบี่ยงกายหลบทันควัน เห็นเพียงริ้วเลือดสายหนึ่งวาดเป็นเส้นโค้งงดงาม

คมมีดนับไม่ถ้วนยังกรีดเข้ามาไม่หยุดราวกับคมเคียวแห่งสายลม รัชทายาทมังกรฟาดทวนตอบโต้ไปหลายกระบวน แต่กลับเป็นเพียงการโจมตีไปที่ความว่างเปล่า

 

เปล่าประโยชน์ การพรางตัวของข้าสมบูรณ์แบบ อย่างไรท่านก็ไล่ไม่ทัน

เสียงเยียบเย็นของเย่ยิงดังขึ้นจากทุกทิศ แผ่วเบาราวเสียงกระซิบของภูติแห่งความตาย ไม่อาจคะเนที่มา

แม้ไม่อยากล่วงเกินพญามังกร แต่ทว่าการปรากฏตัวของท่านไม่สมควรเกิดขึ้น ขอเชิญเสด็จกลับเถิด

คำพูดแสดงความเคารพแต่น้ำเสียงกลับแฝงความเด็ดขาดอยู่ในที

 

หลงฟงหลางเพียงยิ้มบางๆที่มุมปาก ร่างในชุดเกราะยืนสงบนิ่งตั้งสมาธิโดยไม่สนใจบาดแผล ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำลานประลอง

ราวกับกำลังทดสอบความอดทน ภายในภวังค์อันยาวนานปรากฏประกายแสงสีเงินสายหนึ่งพุ่งผ่านไอหมอกราวกับสายฟ้าผ่าราตรี เป้าหมายคือเส้นชีพจรบริเวณลำคอ

โอรสมังกรเพียงแค่นเสียง หึ ทีหนึ่งก่อนปลดปล่อยพลังปราณ มังกรสุริยะอัคนี แผดเผาจากปลายเท้าสู่อากาศ ขับไล่หมอกควันจนสิ้น

 

เปรี้ยง!”

คมมีดโลหะหยุดปะทะที่ลำคอของหลงฟงหลางแต่ไม่อาจตัดผ่านเข้าไปได้ เมื่อสังเกตให้ดีจึงเห็นเกล็ดละเอียดสีเพลิงก่อตัวขึ้นปกคลุมลำคอราวกับเกราะมีชีวิต

 

เกราะเทพมังกร!” เย่ยิงอุทาน นึกตำหนิในความประมาทของตน

 

โอรสมังกรไม่รอให้ฝ่ายตรงข้ามตั้งตัว มือซ้ายคว้าข้อมือเย่ยิงไม่ให้หนี มือขวาแทงทวนพิฆาตเข้ากลางลำตัว

จุดแข็งของท่านคือการโจมตีที่ว่องไว แฝงกายอยู่ในความมืด หากถูกจับไว้เช่นนี้ก็อยากรู้นักว่าจะดิ้นรนเช่นไร

 

ในขณะที่เย่ยิงคิดว่าตนหมดทางรอดแล้วนั้นเอง สวรรค์กลับเมตตา ทวนเทพมังกรแฝงพลังปราณอัคนีถูกวงเวทย์แปดเหลี่ยมสีฟ้าสว่างใสรัดตรึงอยู่กลางอากาศ ประกายอาคมชะงักร่างโอรสมังกรทั้งยังฟาดใส่ฝ่ามือจนต้องปล่อยมือสตรีสาว

 

พอแค่นี้ บุตรมังกรเป็นฝ่ายชนะ

เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล จักรพรรดิจูเก่อเฟยเสวียนปรากฏร่างขึ้นด้านหลังเย่ยิงพร้อมคว้าเอาตัวนางไปกอดไว้อย่างถือสิทธิ์ แม้ใบหน้าคมคายกำลังยิ้มแย้มแต่รังสีกดดันกลับอึดอัดหนักอึ้ง

ต้องขอขอบคุณที่ช่วยเอ็นดูเทพพิทักษ์ของข้า แต่หากไม่หยุดมือเท่านี้คงถือเป็นการรบกวน

 

หลงฟงหลางยกมือซ้ายที่โดนเผาไหม้ของตนขึ้นพินิจ

กระทั่งเกราะมังกรก็ไม่อาจต้านรึ สมแล้วที่เป็นหนึ่งในสามจักรพรรดิ

คิดได้ดังนี้จึงประสานมือคารวะก่อนเดินลงจากเวที

 

            “ถ้าเช่นนั้นก็ถือว่าเราได้ผู้ผ่านเข้ารอบคนสุดท้ายแล้วเจ้าค่ะ

เจ้าหน้าที่พิธีการเอ่ยประกาศอย่างรู้งาน นางย่อกายคำนับก่อนยื่นป้ายชื่อทองคำให้แก่หลงฟงหลางอย่างนอบน้อม

 

            ผู้ผ่านเข้ารอบทั้งสิบหกคนจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังลานประลองสุดท้าย ณ.บัดนี้ค่ะ

สตรีสาวโสภาคนเดิมร้องขึ้น ฉับพลันป้ายชื่อทองคำของผู้เข้ารอบก็ส่องประกายระยับ เส้นแสงสีทองแผ่พุ่งอย่างเจิดจ้าเรืองรองไปรอบทิศ กลืนกินผู้ครอบครองทุกคนก่อนจางหายไป

 

สองพี่น้องกิเลน เย่วเทียนหมิงและเย่วเทียนอ๋าวกระพริบตาทีหนึ่งก็พบว่าพวกตนถูกส่งมายังลานประลองขนาดมโหฬาร ลานดินทรงกลมปรากฏผู้เข้าประลองทั้งสิบหกคนยืนปะปนกันอยู่ หลายคนมีสีหน้าพิศวง ยกเว้นกงหยางจื่อหงและหลงฟงหลางที่มิได้แสดงอาการอันใด

 

ขอต้อนรับเหล่าผู้กล้าหาญ การประลองในรอบสุดท้ายนี้จักมีองค์จักรพรรดิและชาวเมืองฉางอันเทียนโกวร่วมเป็นพยานเจ้าค่ะ

เจ้าหน้าที่พิธีการคนใหม่ประกาศก้อง นางเผยรอยยิ้มพิมพ์ใจก่อนผายมือไปทางพลับพลาเหนือลานประลอง ลานไม้สักทองสลักเสลาอย่างวิจิตรเป็นลวดลายหงส์ร่อนมังกรรำ ด้านบนปรากฏเงาร่างของผู้สูงศักดิ์สามท่าน

 

บุรุษผู้โดดเด่นนั่งผ่อนคลายอารมณ์พลางยกกล้องยาสูบขึ้นสูดอย่างใจเย็น

 

จูเก่อเฟยเสวียนได้ลบเค้ารังสีกดดันจนหมดสิ้น เหลือเพียงจักรพรรดิมหาบัณฑิตผู้เยือกเย็นคนหนึ่ง ด้านหลังคือเทพพิทักษ์คู่บังลังก์ทั้งสองนาง เยี่ยเย่ยิงผู้มีกิริยาเย็นชาสงบนิ่ง นัยน์ตาสีแดงแฝงริ้วรอยกังวล เคียงข้างด้วยเอี้ยนเยี่ยนจี๋ผู้กำลังยิ้มแย้มอย่างอ่อนหวาน

ถัดจากพลับพลาลงมาคือที่นั่งของผู้ชมนับหมื่นคน ยกพื้นไม้ตีวงโค้งล้อมรอบลานประลอง ชาวเมืองหลากวัยชี้ชวนกันดูผู้เข้าแข่งขันอย่างครึกครื้นสนุกสนาน

 

การประลองครั้งสุดท้ายจะเป็นแบบพบกันหมด กติกามีเพียงข้อเดียว ขอเพียงทำลายป้ายชื่อของผู้เข้าแข่งขันท่านอื่นโดยไม่เกี่ยงวิธีการ ผู้ที่ยืนอยู่บนลานประลองเป็นคนสุดท้ายคือผู้ชนะเจ้าค่ะ!”

เสียงหวานใสเอ่ยเจื้อยแจ้ว ได้ยินเสียงผู้เข้าแข่งขันและผู้ชมฮือฮาด้วยความประหลาดใจ อย่างไม่ต้องสงสัย จอมบงการที่อยู่เบื้องหลังกฎการแข่งขันอันน่าตื่นตาตื่นใจนี้ คงไม่พ้นจักรพรรดิแห่งแดนมนุษย์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง(?)นั่นเอง

 

จูเก่อเฟยเสวียนเพียงหยักยิ้มขึ้นทีหนึ่ง จักรพรรดิแดนมนุษย์เอ่ยให้ได้ยินกันเพียงสามคน

ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ สุดท้ายแล้วคิดคำนวนอย่างไรพวกเราก็ไม่อาจขาดทุน

 

น้ำเสียงเปี่ยมเสน่ห์แต่กลับทำให้เยี่ยเย่ยิงตัวสั่นน้อยๆ ซึ่งไม่อาจรอดพ้นสายตานายเหนือหัวไปได้

ไม่สมกับเป็นเจ้าเลยนะเย่ยิง ความกังวลจนเกินพอดีนั้นรังแต่จะฉุดรั้ง ชะตากรรมของกิเลนแห่งแสงรบกวนจิตใจเจ้าหรืออย่างไร

 

เยี่ยเย่ยิงเพียงเม้มปาก ใบหน้ากลับมาเรียบเฉยดุจธารน้ำแข็งใสกระจ่าง งดงาม เยือกเย็น

ข่าวคราวจากพิภพกิเลนก็ดี การปรากฏตัวของกิเลนจันทร์ทั้งสองก็ดี ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามคำทำนายของเทพพยากรณ์ แต่ถึงอย่างไรข้าก็ยังเชื่อมั่นในตัวเย่วเทียนหมิงค่ะ

 

โฮ่ ถ้าเช่นนั้นก็เริ่มการประลองเถิด

จูเก่อเฟยเสวียนกล่าวอย่างสนุกสนาน ยกมือให้สัญญาณทีหนึ่ง เจ้าหน้าที่พิธีการก็ตีฆ้องประกาศเริ่มงาน

 

            เมื่อสัญญาณเริ่ม ผู้เข้าประลองบางคนยังคงสับสน บางคนกลับตั้งตัวได้ทัน หลายคนยืนคุมเชิง คนจำนวนไม่น้อยเล็งเป้าหมายไปยังผู้ที่มีท่าทางอ่อนแอกว่าตน นั่นคือเด็กน้อยสองคนในชุดคลุมสีขาวและดำ

 

สองพี่น้องยืนหันหลังชนกัน สนทนาอย่างไม่ทุกข์ร้อนใจ

เทียนอ๋าวคิดแบบที่เกอเกอคิดใช่ไหม?”

 

แน่นอน อย่างไรเราก็ต้องสู้กันแต่ก่อนหน้านั้นคงต้องจัดการตัวเกะกะก่อน

เย่วเทียนอ๋าวยิ้มอย่างชั่วร้ายพลางกระโดดแยกไปอีกทางหนึ่ง

ศึกนี้ไม่มีการออมมือ โปรดระวังหลังให้ดี

 

เย่วเทียนหมิงเพียงหัวเราะอย่างเอ็นดู หากไม่รู้จักน้องชายดั่งนิ้วบนฝ่ามือ คงไม่อาจแน่ใจได้ว่าเจ้าตัวร้ายจะยังไม่ลงมือจนกว่าคนนอกจะถูกกำจัดออกไปเสียก่อน

 

            เทียนหมิงหันกลับมาสนใจรอบด้าน ผู้เข้าประลองท่าทางเยี่ยมยุทธสองสามคนตีวงล้อมเข้ามา ในขณะที่อีกกลุ่มไล่ตามเทียนอ๋าวไป

 

กิเลนแห่งแสงเพียงตั้งท่าชักกระบี่ ปราณแห่งแสงเจิดจ้าทว่าในมือกลับไม่ปรากฏอาวุธ ดูน่าประหลาดใจอยู่หลายส่วน เทียนหมิงรวบรวมพลังปราณไปที่เนตรของตน พลันภาพรอบด้านก็แปรเปลี่ยน แสงหลากสีส่งประกายซ้อนทับกับเงาร่างคน ดุจดั่งผ้าแพรสวรรค์ใสบาง

กวาดตาเพียงชั่วครู่ก็พบเป้าหมาย ป้ายสี่เหลี่ยมขนาดเท่าฝ่ามือเปล่งรัศมีสีทองคำเจิดจ้าอย่างไม่ปิดบัง ตวัดริ้วกระบี่แห่งแสงที่สร้างจากปราณหยางพิสุทธิ์คราหนึ่ง ป้ายชื่อทองคำที่จอมยุทธรายรอบแอบซ่อนไว้ก็พลันขาดครึ่งในทันทีโดยที่เจ้าของไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน

 

ควรทราบว่าวิชาที่เย่วเทียนหมิงใช้ก็คือเนตรจิต เมื่อรวบรวมพลังปราณไปที่ดวงตาแล้วหน่วงไว้ตามจังหวะชีพจร จะสามารถมองเห็นธาตุกำเนิดของสิ่งต่างๆโดยรอบได้ แม้หลักการไม่ซับซ้อนแต่กลับเป็นเคล็ดวิชาที่น้อยคนจะบรรลุ ยอดยุทธบางท่านใช้เวลากว่าชั่วยามค่อยมองเห็นธาตุธรรมดา ซึ่งก็นับว่าวิเศษแล้ว ทว่ากิเลนแห่งแสงกลับมองแค่ปราดเดียว

 

ทางฝ่ายเย่วเทียนอ๋าวไม่เพียงวิ่งหลบหลีกผู้เข้าประลองสามสี่คนอย่างคล่องแคล่ว ยังใช้เนตรจิตจับพลังธาตุทองในร่างของศัตรูเช่นกัน

เมื่อเจอเหยื่อที่เหมาะสม กิเลนแห่งความมืดก้าวร่างซ้ายขวาพริบตาเดียวก็เข้าประชิด มือขวากำแน่นเป็นหมัดที่ห่อหุ้มด้วยพลังปราณมืดดำเข้มข้น แล้วจึงชกออกเข้ากลางหน้าอกของศัตรูอย่างรวดเร็ว อั้ก!” ประกายธาตุทองของป้ายสลักชื่อพลันสลายกลายเป็นฝุ่นผงในขณะที่ร่างของเจ้าของลอยละลิ่วไปไกล

 

เฮ้ เจ้าน่ะตั้งใจสู้ล่ะ ยังไงเราก็ต้องชนะเกอเกอให้ได้

เทียนอ๋าวกระโดดมาหาจื่อหงพร้อมแตะไหล่เป็นสัญญาณเปลี่ยนตัวแทนที่ตน

 

ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าแข่งขันอะไรกันอยู่ แต่ถ้าเจ้าขอมาข้าก็ยินดีช่วยเหลือ

จื่อหงเพียงกระชับกระบี่ในมือออกฟาดฟันกับผู้คนที่ดาหน้าเข้ามา ท่าร่างลื่นไหลแม่นยำ ประกายตาสีม่วงแดงวาววับน่าเกรงขามราวกับเทพแห่งสงครามมาจุติกระนั้น ต่อสู้อย่างเหนือชั้นจนไม่มีผู้ใดมีเวลาว่างไปสนใจกิเลนจำแลงในชุดดำ

 

เทียนอ๋าวในยามนี้ก็เหมือนเสือนอนกิน เพียงยืนอยู่เฉยๆคอยให้จื่อหงจัดการความวุ่นวาย

 

จอมยุทธท่าทางเหมือนบัณฑิตหนึ่ง นักพรตหนึ่ง ล้อมวงเข้าโจมตีพร้อมกัน จื่อหงเพียงสนใจคู่ต่อสู้ตรงหน้า ไม่ทันได้สังเกตศัตรูคนที่สามที่เร้นกายเข้ามาทางด้านหลัง

ในขณะที่บุตรแห่งพิภพมารจะถูกลอบโจมตีจากมุมอับนั้นเองเทียนอ๋าวผู้แสดงกิริยาไม่สนใจกลับยื่นมือเข้ามาช่วย หลังจากใช้หมัดลุ่นๆชกมือที่สามจนกระเด็นไปกิเลนแห่งความมืดก็หันมามองตาขวาง

ระวังหน่อยสิ เจ้านี่มันคลาดสายตาไม่ได้เลย

 

จื่อหงเพียงเผยรอยยิ้มจริงใจ ขอบคุณเทียนอ๋าว

 

เย่วเทียนหมิงที่ลอบสังเกตน้องชายไม่วางตาเห็นแล้วก็อดประหลาดใจไม่ได้ กิเลนแห่งแสงพยักหน้าเคร่งขรึมคิดในใจ

เจ้าตัวร้ายมีเพื่อนกับเขาแล้วจริงๆด้วย

 

ท่าทางน้องชายเจ้าจะมีแผนการไม่ซื่อ เล่นสองรุมหนึ่งเช่นนี้คงเสียเปรียบไม่ใช่น้อย

โอรสมังกรปรากฏตัวขึ้นอย่างไร้เสียงด้านข้างเทียนหมิง น้ำเสียงราบเรียบทว่าน่าเกรงขาม

 

กิเลนแห่งแสงเพียงหันหน้าไปเผชิญอย่างสุขุม ระมัดระวังท่าที

ไม่ทราบท่านหลงฟงหลางมีอันใดจะชี้แนะ?”

ชั่วขณะที่เย่วเทียนหมิงตั้งท่ารับมือนั้นเอง ฝ่ายตรงข้ามกลับเพียงยื่นมือมาข้างหน้า

มาร่วมมือกันสิ พนันได้เลยว่าหลังจากสองคนนั้นหมดธุระกับพวกที่เหลือแล้วไม่เจ้าก็ข้าจะต้องถูกกลุ้มรุมเป็นรายต่อไป

 

การร่วมมือกับผู้อื่นเพื่อโค่นล้มน้องชายไม่เคยอยู่ในความคิดของเย่วเทียนหมิงมาก่อน ทว่ามีบางสิ่งในดวงตาสองสีของหลงฟงหลางกำลังชักจูงให้ตัวเขาคล้อยตาม กอปรกับนี่คือการแข่งขันที่ได้สั่นวาจาว่าจะไม่มีการออมมือไปแล้ว ทั้งยังมิได้เป็นการประหัตประหารจนตกตาย

เย่วเทียนหมิงจึงตัดสินใจจับมือกับโอรสมังกร

ตกลง ท่านคือพันธมิตรชั่วคราว

 

จากนั้นพันธมิตรทั้งสองคู่ก็ไล่ทำลายป้ายชื่อของผู้เข้าประลองที่เหลืออย่างสนุกสนานย่ามใจ ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วยามทั้งสนามประลองก็เหลือเพียงผู้เยาว์ยอดยุทธสี่คนยืนประจันหน้ากัน

 

ผู้เข้าประลองที่ยังคงครอบครองป้ายสลักชื่อไว้ได้แบ่งออกเป็นสองฝ่ายเจ้าค่ะ ด้านหนึ่งคือกิเลนแห่งแสง เย่วเทียนหมิง ร่วมมือกับรัชทายาทแห่งวังมังกร หลงฟงหลาง อีกด้านคือกิเลนแห่งความมืด เย่วเทียนอ๋าว และองค์ชายแห่งพิภพมาร กงหยางจื่อหง

เจ้าหน้าที่พิธีการประกาศ ในขณะที่ผู้ชมสาวน้อยนับพันนางต่างกรีดร้องด้วยความชื่นชม

 

ในสนามตอนนี้การต่อสู้ของสี่คนสองคู่กำลังดุเดือดทีเดียว เทียนหมิงปะทะจื่อหง เทียนอ๋าวรับมือฟงหลาง กิเลนสองพี่น้องมีวิชาการต่อสู้ที่คล้ายคลึงกัน ต่างคนต่างอาศัยพลังธาตุกำเนิดเสกกระบี่วิเศษขึ้นมาฟาดฟัน

 

จื่อหงร่ายอาคมใส่กระบี่ เมื่อวาดมือไปตามแนวเหล็กสีเงินประกายสายฟ้าสีม่วงแดงก็แล่นปลาบ เทียนหมิงพยายามอัดปราณพลังสว่างในเพลงกระบี่แต่สายฟ้าของจื่อหงกลับม้วนตัวกลายเป็นเกราะเข้าป้องกัน

 

ในขณะที่เทียนอ๋าวผู้เปล่งพลังแห่งความมืดเข้มข้นก็ไม่อาจแทงกระบี่เจาะทะลุเกราะเทพมังกรไปได้

 

จูเก่อเฟยเสวียนเฝ้ามองเด็กน้อยทั้งสี่ต่อสู้กันสุดตัวอย่างพออกพอใจ

องค์ชายกิเลนทั้งสองนี่ท่าจะถนัดสายอาวุธพลังเวทย์ ดูจากการอัดปราณเป็นอาวุธแล้วถือว่ามีแววไม่เลวทีเดียว ถ้าขัดเกลาให้เฉียบคมสักหน่อย จะมีพลังโจมตีสะท้านฟ้าสะเทือนดินแน่นอน

 

แต่ทว่าการรุกที่รุนแรงก็ไม่อาจได้เปรียบหากฝ่ายรับมีเกราะที่แข็งแกร่งนะเจ้าคะ

เอี้ยนเยี่ยนจี๋มองประเมิน เลือดในกายของเทพพิทักษ์สงครามกำลังร้อนรุ่มด้วยความสนุกสนาน

ดูอย่างองค์ชายมารและโอรสมังกร คนแรกใช้สายฟ้าเสริมพลังทั้งยามตั้งรับและโจมตี หากใช้อัสนีมารจนเชี่ยวชาญหลอมรวมเปลี่ยนเส้นเอ็นแปลงกระดูกแล้วล่ะก็ ร่างนั้นจะกลายเป็นศาตราวุธมีชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนคนที่สองยิ่งไม่ต้องพูดถึง เกราะเทพมังกรนั้นคือพรสวรรค์ประทานโดยแท้ มังกรคือสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังที่สุดนับตั้งแต่มวลพิภพถือกำเนิด การโจมตีแฝงพลังปราณสุริยะอัคนีของรัชทายาทมังกรอัคคีคนนี้ประมาทไม่ได้เลยจริงๆ

ในระหว่างที่เยี่ยนจี๋ชื่นชม เย่ยิงกลับจับจ้องลานประลองด้วยสีหน้าเย็นเยียบ

 

เทียนอ๋าวระเบิดพลังแห่งความมืดกักขังฟงหลางไว้ภายใน มองจากรูปการณ์แล้วการต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่งคงยากจะตัดสินได้ เทียนอ๋าวตัดสินใจตัดตัวแปรออกแล้วจึงพุ่งเข้าโจมตีเทียนหมิงที่พันตูอยู่กับจื่อหงทันที

ขออภัยเกอเกอ นี่คือสงคราม ผู้ชนะมีเพียงหนึ่ง!”

เจ้าตัวร้ายยิ้มออกมาขณะตวัดกระบี่เข้าหาพี่ชาย

 

เทียนหมิงที่โดนโจมตีสองทิศรีบเหลียวมองไอมืดที่กักขังฟงหลางไว้ ไม่เสียเวลาชั่งใจ พลังสว่างเจิดจ้าระเบิดขึ้นใต้กลุ่มก้อนมืดดำ เทียนหมิงเตะตัวจากกระบี่ของเทียนอ๋าวกลางอากาศหลบการโจมตีของจื่อหงไปได้อย่างฉิวเฉียด

หลงฟงหลางทะยานตัวมาจากทิศใดไม่ทราบพุ่งเข้าโจมตีจื่อหงที่เพ่งสมาธิอยู่กับเทียนหมิงจนกลายเป็นเป้านิ่งไร้การป้อง อย่างไม่ทันตั้งตัวคมทวนกระแทกสีข้างองค์ชายแห่งพิภพมาร ป้ายทองคำพลันสลาย ร่างกายกระเด็นไปอีกทางหนึ่ง

 

สถานการณ์เปลี่ยน เทียนอ๋าวกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบจึงต้องรีบถอยมาตั้งหลักทันที

 

เทียนหมิงเสกหอกขึ้นมาซัดไปทางน้องชายไล่ต้อนให้เข้ามุมไม่หยุด ฟงหลางรับหน้าที่เป็นตัวรุก กระโดดเงื้อทวนขึ้นหวังพิมาตกลางแสกหน้า ทว่ากลับต้องชะงักกลางอากาศ เรียวริ้วอัสนีพิโรธของจื่อหงฟาดใส่ร่างกาย แม้ไม่อาจทำอันตรายแต่ก็รัดพันจนขยับไม่ได้

เทียนอ๋าวย่อมจะฉกฉวยโอกาส ใช้เนตรจิตมองปราดเดียวก็รู้ตำแหน่งป้ายชื่อ ซัดฝ่ามือส่งคลื่นพลังแห่งความมืดทำลายธาตุทองทันที

 

หลงฟงหลาง[1]ก็กลายเป็นหลงหลง[2] ฮ่าฮ่า

เทียนอ๋าวร้องเยาะเย้ย ทว่าดีใจได้ไม่นานคอเสื้อก็ถูกมือแกร่งหุ้มเกราะกระชากขึ้น นัยน์ตาสีดำจับจ้องกับนัยน์ตาสองสีอย่างจัง เทียนอ๋าวรู้สึกเหมือนร่างกายไร้เรี่ยวแรงกระทั่งถูกขว้างจนตัวปลิวไปทางเทียนหมิงจึงพึ่งได้สติ

 

เย่วเทียนหมิงตั้งท่ารออยู่แล้ว ตวัดกระบี่คราหนึ่งป้ายชื่อของเทียนอ๋าวก็พลันขาดครึ่งอย่างงดงาม เทียนหมิงโอบรับน้องชายอย่างอารีทว่าเทียนอ๋าวกลับเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในอ้อมกอด สองแขนกางออกรัดพี่ชายแน่นไม่ยอมปล่อย

จื่อหงตอนนี้ล่ะ!”

อัสนีสีม่วงแดงฟาดใส่สองพี่น้องอย่างไม่ปรานี จื่อหงเข้าใจความต้องการของสหายดี สายฟ้าเปลี่ยนเป็นเพลิงร้อนแรงเผาไหม้ป้ายทองคำสลักนามเย่วเทียนหมิงจนละลายกลายเป็นไอ

 

มะ..ไม่มีผู้ชนะเจ้าค่ะ! ป้ายชื่อทองคำของทุกท่านโดนทำลายหมด เป็นการต่อสู้ที่มหัศจรรย์จริงๆเจ้าค่ะ!”

เจ้าหน้าที่พิธีการร้องตัดสิน ผู้คนส่งเสียงอื้ออึง ทั้งทึ่งในการประลองอันวิเศษ ทั้งอึ้งกับวิชายุทธที่ไม่อาจหาดูชม

 

จูเก่อเฟยเสวียนเพียงลุกยืนแล้วยกมือขึ้นทีหนึ่ง มหาชนเหลียวมองจักรพรรดิของตนเป็นจุดเดียวพร้อมกับเสียงที่เริ่มเงียบลง

 

หึหึ เช่นนี้แล้ว รางวัลจะทำอย่างไรดี

จักรพรรดิแห่งแดนมนุษย์ยิ้มแย้มอย่างขำขัน ภายใต้หน้ากากแห่งบัณฑิตผู้สำรวมอารีไม่อาจมองข้ามเค้าเงื่อนแห่งความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจไปได้

 

 

 

--------------------------------------

 

A/N บทนี้เขียนยาวมากค่ะเพราะฟารามัวแต่เที่ยวสงกรานต์ เหอๆ ขอบคุณที่คนอ่านใจดีคอยติดตามโดยไม่บ่นกันเลยจ้ะ รักคนอ่าน จุ๊บๆ ฉากต่อสู้4P นี่มันลื่นจริงๆ ให้ตายเถอะ!!!

จริงๆตอนนี้ยาว 120% ได้เลยนะเนี่ย~

 

 

 



[1] หลง = มังกร, ฟงหลาง = พายุและคลื่น รวมเป็นมังกรแห่งพายุและคลื่น

[2] หลงหลง = เสียงที่ดังก้อง เสียงฟ้าร้อง, เป็นการเล่นคำของเย่วเทียนอ๋าวคล้ายจะเหน็บแนมที่หลงฟงหลางถูกสายฟ้ารัดพันจนพ่ายแพ้

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

1,503 ความคิดเห็น

  1. #1453 JoM_ZzZz (@thitapha2011) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2554 / 14:00
     รักทั้งคู่ได้ป่าวอะ *o*??
    (ไม่ได้!!!!:เทียนหมิง&เทียนอ๋าว)

    #1453
    0
  2. #1444 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 กันยายน 2554 / 17:16
    เทียนอ๋าวนี่ใช่ย่อ
    #1444
    0
  3. #450 mdd~ (@perfectharu) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 19:05
    เกอๆจะชนะแล้วเชียว
    #450
    0
  4. #298 Ashnovel (@ashnovel) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 เมษายน 2553 / 09:49
    มารับไปอีกตอน ช่างยาวดีแท้

    เย่ยิงห่วงมากไปมั้ง หรือจะหลงซะแล้ว =[]=
    #298
    0
  5. #294 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 เมษายน 2553 / 21:39
    เหอะๆ โธ่เทียนหมิงจะชนะอยู่แระเชีย เสร็จเจ้าตัวร้ายจนได้ ว่าแต่คนที่แพ้ไปแล้ว ไมยังเข้ามาสู้ได้อีกล่ะ กฏแปลกๆ น่าจะคนที่เหลือคนสุดท้ายชนะสิ แล้วใครแพ้แล้วก็ต้องห้ามสู้

    ว่าแต่ไม่ชอบอีตาเฟยเสวียนรายนี้เลย ดูเจ้าเล่ห์ หัวงู พิกล 555
    #294
    0
  6. #286 KAMI (@pKiS) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 เมษายน 2553 / 14:55
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    ฮ่าห์ เลิศเลิศเลิศเจ้าค่า!!!

    ตอนนี้ป้าเป็นปลื้มท่านชายมังกรม๊ากมากกกก เอาไปเลยทั้งใจ วะฮ่าๆๆๆ

    แต่มี่1และ2ไม่พื้นสองพี่น้องหมิง อ๋าว นะจ้ะ^[]^ 

    น่ารักที่สุดดเลิศจ้า!! สนุกมากกกกก
    #286
    0
  7. #283 nopp (@nopp) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2553 / 22:49
    เทียนอ๋าวตัวร้าย  แกล้ง หลงหลง จนได้

    ร้ายจริงๆ
    #283
    0
  8. #282 artropine (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2553 / 22:18
    ถึงร้าย....ก็รักเทียนอ๋าว นะจ๊ะ โฮะๆๆ

    สมัครเป็น แม่ยกเบอร์ 1 จ้า
    #282
    0
  9. #281 sella turcica (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2553 / 21:44
    แหงะ...ให้หนูแล้วกันค่ะท่าพี่เฟย 55555555555 (หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง)

    ใกล้สอบจะสติไม่เต็มเต็งนิดส์นึง อย่าว่ากันนะคะไรท์เตอร์
    #281
    0
  10. #280 Zozo - Lazy - FoX (@zozo-lazy-fox) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2553 / 20:03
    4P จริงๆ ด้วย!! XD

    ในที่สุดก็ถึงคำเรียกว่า "หลงหลง" สักที อิ้อิ้ (เก่งมากคุณฟ้า!)
    พัฒนาการของจื่อหง....โตขึ้นรับรองว่าเทียนอ๋าวคงลำบากขึ้นละนะ (หรือจะเป็นอาหงแทนหว่า ;D)

    รออ่านตอน "ตาอยู่" คว้าพุงปลามากินแทนอยู่นะ อิ้อิ้ กับรอดู 4 หนุ่มน้อยแผลงฤทธิ์อยู่จ้า^^

    (เอ๊ะ! คงไม่ได้สปอยตอนต่อไปนะ หุหุ)
    #280
    0
  11. #278 KAMI (@pKiS) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2553 / 09:30

    น้องอ๋าวเป็นเด็กไม่ดีเอาซะเลย ใช้จื่อหงเกินไปแล้วนะ!!T_T
    เดี๋ยวให้ท่านพี่หมิงจับตีตูดให้เข็ดเลย~~>{}<

    #278
    0
  12. #277 evolutionary (@evolutionary) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 เมษายน 2553 / 22:36
    เทียนอ๋าวเด็กไม่ดี เอาเปรียบจื่อหงนี่นา
    #277
    0
  13. #276 sella turcica (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 เมษายน 2553 / 22:27
    โอ้...เทียนอ๋าวร้ายกาจจริงๆ

    ส่วนท่านจื่อหง...เราชักไม่แน่ใจแล้วล่ะ...ว่าท่านมาจากพิภพมาร
    #276
    0
  14. #270 sella turcica (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 เมษายน 2553 / 08:37
    เหอๆ..อยากรู้จังว่าใครจะเก็บรักษาป้ายไว้ได้นานที่สุด ดูท่าทางคงต้องเก่งๆกันทั้งนั้นแน่เลย

    รู้สึกว่าตอนประมาณนี้เป็นอะไรที่น่าจะแต่งยากมาก เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ สู้ๆค่ะ

    ป.ล. สงกรานต์ก็ร้อน พอพ้นสงกรานต์ก็ฝนตก มันอะไรก้นนะอากาศเมืองไทย ไรท์เตอร์ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
    #270
    0
  15. #269 Zozo - Lazy - FoX (@zozo-lazy-fox) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 เมษายน 2553 / 11:35
    ท่านพี่เฟยสุดยอดอยู่แล้นจ้า หนุ่มรูปงามเจ้าสำราญท่ามกลางสาวๆ สุดโมเอ้~ !!
    #269
    0
  16. #267 sella turcica (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 เมษายน 2553 / 15:09
    กลับมาแล้วค่า...หายหน้าไปสองสามวัน...คิดถึงจังเลย

    ไม่อยากเชื่อว่าท่านพี่เฟยของพ่อหนูเทียนหมิงจะฝีมือร้ายกาจขนาดนี้

    สุขสันต์วันปีใหม่ไทยนะคะ ไรท์เตอร์ อย่าเล่นน้ำเพลินจนไม่สบายไปล่ะ ช่วงนี้ยิ่งอากาศร้อนๆอยู่ด้วย

    แล้วคุยกันค่ะ
    #267
    0
  17. #260 ladyji (@ladyji) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 เมษายน 2553 / 22:20

    รออ่านอีก30% ค่ะ ^^

    #260
    0
  18. #258 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 เมษายน 2553 / 19:00
    โอ้ เฟยเสวียนก็มีฝีมือนะเนี่้ย มิได้อ้่อร้อไปวันๆ 555 ไม่น่าเชื่อเลย
    #258
    0
  19. #253 _wlkin_ (@welkin) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 เมษายน 2553 / 23:16
    มังกรมาแล้ว~~*0*
    #253
    0
  20. #250 sella turcica (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 เมษายน 2553 / 22:15
    สงสัยจังค่ะ...มังกรก็มีรัชทายาท กิเลนก็มีตั้งสองหนุ่ม(น้อย) แล้วทามมาย...คุณลุงเต่ากะคุณป้าหงษ์ถึงไม่มีเบบี๋บ้างล่ะคะ...

    ป.ล. หงษ์ทองของคุณฟารานี่...ประมาณฟีนิกซ์หรือเปล่าอะคะ เห็นคำแปลชื่อก็เป็น "วิหกแดง"
    #250
    0
  21. #248 cream caramel (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 เมษายน 2553 / 18:54
    ตัวละครเยอะมากเลยค่ะ
    #248
    0