淑女 ซูหนี่ว์

ตอนที่ 15 : 淑女 ซูหนี่ว์ : CHAPTER SEVEN [ ทดสอบโอสถ ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 748
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    1 มิ.ย. 62




淑女 ซูหนี่ว์ 





THẤY RỒI THÌ BẤM VÀO ĐIIIII 😂 #ngẫunhiên Ngẫu nhiên #amreading #books #wattpad



CHAPTER SEVEN

 [ ทดสอบโอสถ ]





                การที่จะฝากตนเป็นศิษย์นั้น ทุกคนต้องแสดงฝีมือเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของเหล่าอาจารย์เสียก่อน ในปีนี้มีผู้ผ่านเข้ารอบทั้งหมด เจ็ดคน ซึ่งเป็นจำนวณที่น้อยกว่าปีที่แล้ว แต่เป็นจำนวณปกติของปีที่แล้วๆมา ด้วยเพราะผู้ที่จะเป็นผู้โอสถนั้นหาได้ยากอย่างยิ่ง ผู้ฝึกโอสถขั้นฝึกหัดไปจนถึงขั้นปรามจารย์นั้นต่างมีคู่พันธะด้วยกันทั้งสิ้น  แต่ผู้ปรุงโอสถที่ทำตัวแปลกแยกโดยไม่เลือกคู่ก็มีเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือ ปรมาจารย์   เหยียนหรง หากเป็นผู้อื่นก็คงเป็นเรื่องโง่เขลาเป็นอย่างมากที่เอาตนไปเสี่ยงโดยไม่มีเกาะคุ้มภัย หากแต่ในทวีปนี้ ปรมาจารย์เหยี่ยนหรง คือผู้ฝึกวรยุทธ์และเป็นผู้ปรุงโอสถ นับเป็นผู้อาวุโสใหญ่สูงสุดในสำนัก ทั่วแคว้นไม่มีผู้ใดมิทราบชื่อ


                ศิษย์จากต่างสำนักก็มารอชมเช่นกัน ณ ลานกว้าง บนนภาปรากฎเป็นที่นั่งขนาดใหญ่ ตั่งหยกสลักลายมังกรขาวซึ่งหยกหายากไม่เพียงแต่เย็นสบายในคิมหันต์ แลอบอุ่นในเหมันต์ กรอบด้วยเสาหยกสี่ต้นสีขาวดั่งงาช้าง ม่านผ้าไหมขาวขลิบทองปลิวไสวท้าแรงลม บุคคลที่นั่งจะเป็นผู้ใดไปไม่ได้นอกเสียจาก ปรมาจารย์เหยียนหรง


                เหนือนภามีปรมาจารย์เหยียนหรง บนที่นั่งสูงเหนือปฐพีก็เป็นที่รับรองของเหล่าอาจารย์ผู้ปรงโอสถผู้มีชื่อเสียงมากมาย


                ศิษย์น้องใหม่ทั้งเจ็ดคนยืนอยู่บนเวทีขนาดใหญ่ ที่ถูกแบ่งเป็นเจ็ดช่องแต่ละช่องมีโต๊ะไม้ยาวและหม้อปรุงโอสถตั้งอยู่ ซูหนี่ว์และศิษย์อีกหกคนยืนประจำคนละช่อง โดยหันหน้าไปทางปรมาจาย์เหยียนหรงและอาจารย์หลายท่าน ทั้งเจ็ดคนถูกจับตามองจากทุกสารทิศ เหล่าทายาทคุณหนูคุณชายตระกูลใหญ่ที่ต้องการครอบครองผู้ปรุงโอสถเพื่อเสริมฐานะบารมีหรือต้องการขึ้นเป็นผู้นำตระกูลต่างเฝ้ารอดูอย่างใจจดใจจ่อ


                ขณะที่เธอกำลังสำรวจวัตถุดิบแต่ละชนิดอยู่  ฉับพลันบรรยากาศเปลี่ยนเป็นกดดัน ผู้ปรุงโอสถทุกคนต่างหายใจติดขัด เห็นจะมีแต่ผู้ฝึกวรยุทธ์เท่านั้นที่เริ่มมีสีหน้าตื่นเต้น เธอมองขึ้นไปบนนภาปรากฎเป็นบุรุษสวมชุดขาวเหาะเหินกลางอากาศเพื่อไปยังที่นั่งเพียงหนึ่งเดียวที่ลอยเหนือเมฆา

" คารวะท่านอาจารย์ " เมื่อปรมาจารย์เหยียนหรงนั่งลง พวกหวังเหล่ยก็ทำความเคารพพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายเธอจึงต้องยกมือคารวะตาม แค่นี้ก็แปลกประหลาดพอแล้ว

 

" วันนี้เราจะทำการทดสอบพวกเจ้า ไม่ใช่การรับเข้าสำนักดั่งเช่นครั้งก่อน มาในครั้งนี้ เป็นการรับพวกเจ้าเป็นศิษย์ กติกาคือ ให้พวกเจ้าทั้งเจ็ดคนปรุงโอสถที่ดีที่สุดที่พวกเจ้าจะสามารถปรุงได้ แล้วจากนั้นพวกข้าจะเป็นผู้ตัดสินเอง วาสนาของพวกเจ้านั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถแล้ว" ชายคนหนึ่งลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อกล่าวบอกพวกเธอ จากการคาดเดาก็คงเป็นหนึ่งในอาจารย์สาขาแพทย์โอสถนั่นแล


                เมื่อเขากล่าวจบ สัญญาณที่เริ่มต้นของการทดสอบก็ดั่งขึ้น รอบของชุลมุนวุ่นวายคงมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงความสงบสุขอยู่ได้ ดั่งขุนเขาที่ไม่ว่าจะโดนอะไรก็ยังคงตั้งตรงเสมอ ตั้งแต่ต้นไม่มีใครได้เห็นใบหน้าและเสียงของปรมาจารย์เหยียนหรงข้างกายเขาไม่มีใคร คงเป็นเรื่องจริงที่เขาไม่มีคู่พันธะและมีวรยุทธ์


                เธอกวาดสายตามองทั้งหกคนผ่านๆ จากวัสดุที่พวกเขาเลือกใช้แน่นอนว่าเธอพอจะทราบว่าโอสถที่พวกเขาทำคือสิ่งใด และเธอต้องทำโอสถที่แตกต่างจากพวกเขาและต้องดีกว่า


                กำหนดการในการปรุงโอสถคือสี่เค่อ ด้วยระยะเวลาเพียงน้อยนิดและต้องกลั่นโอสถที่ดีที่สุดออกมา โจทย์นี่ย่อมเป็นเรื่องยากและท้าทาย ทุกคนต่างเคี่ยวโอสถของตนโดยมิสนใจผู้ใด แต่เธอแอบเห็นหญิงสาว หลี่น่าลอบมองวัตถุดิบของทุกคนไม่เว้นแม้แต่ของเธอเอง เมื่อเห็นวัตถุดิบของตนซ้ำกับของหวังฟางก็เริ่มที่จะเดาออก เวลาหมดลง ทุกคนได้นำโอสถทีตนเคี่ยวมาวางไว้ข้างหน้าโต๊ะยาว อาจารย์ทุกคนลงมาข้างล่างเพื่อตรวจสอบ


" หวังฟาง โอสถลมปราณขั้นสอง "


" หลี่น่า   โอสถลมปราณขั้นสอง " ทั้งสองคนมองหน้ากัน หวังฟงของหลี่น่าเขม็ง ในขณะที่หลี่น่าแย้มยิ้มบางเบาอย่างคนไม่รู้เรื่องใดๆ ด้วยหลี่น่าและหวังฟางปรุงโอสถขั้นเดียนกันและชนิดเดียวกัน ทำให้ถูกตรวจสอบลงไปอีก โอสถของหลี่น่านั้นมีประสิทธิภาพยิ่งกว่า แต่โอสถชนิดก็ยังเป็นโอสถที่ไม่ได้ยากเย็นอันใด


" หวังเหล่ย โอสถฟื้นฟูจิตขั้นแรก " โอสถฟื้นฟูจิต ถือเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกคนต่างจับจ้องถึงจะเป็นขั้นแรก แต่ก็เป็นสิ่งที่ผู้คนต้องการเป็นอย่างมาก ด้วยเพราะการต่อสู้เมื่อถูกจู่โจมไปจนถึงพลังจิตมันจะสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก พละกำลังก็จะลดลงด้วยส่วนหนึ่ง


" หลี่เฉียง  โอสถฟื้นฟูกำลังขั้นสอง " อืม ของดีมากยิ่งกว่าโอสถฟื้นฟูจิตเสียด้วย แถมยังเป็นขั้นสอง แต่เธอทราบเป็นอย่างดีว่าเขานั้นโกง วัตถุดิบที่เขาแอบเคี่ยวลงไปเป็นแต้มที่จะทำให้ได้โอสถฟื้นฟูกำลัง


" จางเหว่ย  โอสถสมานชีพจรขั้นแรก " ตอนนี้เหล่าอาจารย์ต่างจับจ้องมาที่ตัวจางเหว่ยยิ่งขึ้น โอสถสมานชีพจรขั้นแรก นั้นหมายถึงสามารถช่วยกระตุ้นคนที่กำลังจะตายให้ หัวใจเต้นขึ้นมาอีกครั้ง หากแต่ก็เต้นเร็วขึ้นอีกเพียงนิดเท่านั้น


" หวัง หย่ง  โอสถสมานลมปราณขั้นแรก " ความยากอยู่ในระดับเดียวกับโอสถลมปราณขั้นสอง และมาถึงเธฮ


" ซูหนี่ว์ โอสถสลายกระดูกขั้นแรก "  กล่าวจบทั้วทั้งลานพลันเงียบ ทุกคนพร้อมใจกันสูดลมหายใจเข้าพร้อมๆกัน หากจะกล่าวว่าเป็นของดี ก็คือดีเป็นอย่างมาก! แต่ก็อันตรายเช่นกัน สำหรับคนในสำนักที่ไม่ควรทะเลาะวิวาทกัน หรือต่อสู้กันเองจนได้รับบาดเจ็บ หากใครได้ครอบครองโอสถนี่ สามารถป่นกระดูกศัตรูซักส่วนหนึ่งในร่างกายได้ทีเดียว และจะไม่ทราบว่าสลายกระดูส่วนใด จนกว่าจะทดลองดื่มมัน มีเพียงผู้ปรุงเท่านั้นที่สามารถรับรู้ได้





 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

182 ความคิดเห็น

  1. #180 0024Aue (@0024Aue) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 22:23
    สนุกมากๆๆๆๆๆ รอนะคะ
    #180
    0
  2. #179 zhangyu2 (@zhangyu) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 19:01

    ไร้ท์มาแล้วๆ
    #179
    0
  3. #178 Mind-heart-psych (@Mind-heart-psych) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 08:55

    รอนะคะ สนุกมากกก นี่อ่านรวดเดียวเลย
    #178
    0