คัดลอกลิงก์เเล้ว

{OS} Baby I need you now... [TAOHUN] 100% [จบ]

โดย Me May MeMe

ไกลกัน... ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเลิกรักกันซะหน่อย ก็แค่เหงา แค่อดทนรอ รอวันที่เราได้พบกันอีก...

ยอดวิวรวม

480

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


480

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


19
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 พ.ย. 59 / 13:13 น.
นิยาย {OS} Baby I need you now... [TAOHUN] 100% [] {OS} Baby I need you now... [TAOHUN] 100% [จบ] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Baby I need you now...  

 [TAOHUN]

ชีวิตไอดอล

ชีวิตของผู้ชายในประเทศที่ต่อต้านเรื่องเพศที่สาม

ชีวิตที่ต้องแยกกันอยู่คนละแผ่นดิน

ยิ่งไกล..มันก็ยิ่งเหนื่อย




"ตอนนี้ฉันต้องการนาย  รีบกลับมาเร็วๆสิไอ่บ้าจื่อเทา"



ไกลกัน... 

ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเลิกรักกันซะหน่อย   

ก็แค่เหงา  แค่อดทนรอ  รอวันที่เราได้พบกัน

...อีกครั้ง 




[ปล. เราแต่งขึ้นจากมโนเพียว  เรื่องความเรียวค่อยว่ากันทีหลังเนอะ^^  เราแต่งไม่ค่อยเก่ง  แค่อยากระบาย  หวังว่าคนอ่านจะมีความสุข  หากมีคำผิดหรือว่าพลาดประการใดขออภัยล่วงกน้านะคะ]


ด้วยรักและเทาฮุน

ilovetao68

@ilovetaohun





เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 พ.ย. 59 / 13:13








นานเท่าไร่แล้วที่เราไม่ได้เจอกัน   นี่มันก็เกือบจะปีได้แล้วมั่ง  ไม่รู้สิ  ผมไม่เคยนับและไม่อยากจะนับด้วย  มันคงไม่มีประโยชน์หากจะมานั่งนับว่าเราห่างกันกี่วัน กี่เดือน

กรุณาฝากข้อความเสียง ...

ว่าไง  คงสบายดีนะ  นี่ก็หน้าหนาวแล้ว  ดูแลตัวเองด้วยนะ...  หากนายไม่สบายฉันคงจะไปดูแลไม่ได้  และคงจะบ้าตายอยู่ที่จีนนี่แหละนะ  นายคงไม่ได้อยากเห็นฉันเป็นบ้าใช่มั้ย  ฮ่าฮ่าฮ่า  เอาล่ะ  ต้องถ่ายงานต่อแล้ว  ....รักนะครับ  เซฮุน

ข้อความเสียงล่าสุดที่ถูกบันทึกลงไปของวันที่ 6 ธันวาคม  ก่อนจะส่งไปยัง  ชื่อๆ  ที่ซึ่งเมมเอาไว้เป็นบุคคลพิเศษสุดของใจ

เซฮุนนา...

 

ณ เกาหลีใต้เวลา 01.45 น.

ติ๊ด ๆ

เสียงข้อความเข้าดังขึ้นในขณะที่เจ้าของเครื่องกำลังจ้องมองมันอย่างใจจดใจจ่อ  มันเปรียบเสมือนเสียงแห่งความสุขของเขาไปเสียแล้ว  ถึงแม้จะอยากพุ่งตัวเองไปกดรับใจจะขาด  แต่ก็ทำได้เพียงจ้องมองมันอย่างอาลัยอาวอน

เอาล่ะครับ  นับสองแล้วเปลี่ยนท่าเลยนะ หนึ่ง...สอง...หนึ่ง...สอง  ดีครับ  ดีดี  ดีมากครับ  นั่นแหละ ๆ

เสียงกดชัตเตอร์ดังระงมไปทั่วทั้งห้อง  เสียงแฟรชที่สว่างวาบเป็นระยะ ๆ ทำให้ผู้ที่ยืนอยู่หน้ากล้องต้องเปลี่ยนอิริยาบถไปตามเสียงนับของตากล้องคนเก่งที่กำลังรัวชัตเตอร์อย่างบ้าคลั่ง

...อีกเดี๋ยวก็จบ

ผมท่องไว้แบบนั้นทุกครั้งที่ต้องทน และฝืนตัวเองให้ยืนโพสท่าอยู่หน้าผ้าใบสีขาวพื้น  ซึ่งกว่าจะผ่านได้มันก็ใช้เวลาพอสมควร จากสิบนาทีเป็นครึ่งชั่วโมงจากครึ่งชั่วโมงเป็น หนึ่งชั่วโมงกว่า...

ขอบคุณมากครับ  ขอบคุณมากนะครับ

และในที่สุดการทำงานของวันนี้ก็สิ้นสุดลงที่ ตีสามกว่า  ถึงมันจะข้ามไปอีกวันแล้วแต่นี้ก็เป็นเรื่องปกติของชีวิตไอดอลอย่างผม

หลังจากที่เลิกกอง ผมดีใจจนเกือบจะปิดมันไม่มิด   กระเป๋าส่วนตัวเป็นสิ่งแรกที่ผมจะเดินไปหาและหยิบเจ้าเครื่องมือสื่อสารที่บรรจุข้อความอันมีค่าออกมาเปิดดู

ข้อความเข้า...จาก  จื่อเทาคนบ้า

ที่จริงแล้วในทุก ๆ วันผมจะได้รับข้อความจากเขาคนนี้  แต่ไม่ว่าจะยังผมก็ไม่ชินกับมันซักที เพราะทุกครั้งที่ชื่อเขาโชว์อยู่บนหน้าจอ  หัวใจของผมจะเต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด  การทำงานที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันดูเหมือนจะหายเป็นปิดทิ้งเมื่อผมกดฟังเสียงของเขาที่ถูกส่งมา...

ตึกตักตึกตัก

เสียงของเขาทำผมอยากจะร้องไห้  ยิ่งเวลาที่ท่อแล้ว  มันจะเป็นเครื่องมือเรียกน้ำตาของผมได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ  และครั้งนี้ก็ด้วย...

ตลอดระยะทางที่อยู่บนรถ  ผมเอาแค่นั่งนึกถึงเสียงของเขา และใบหน้าซื่อ ๆ นั่น 

ป่านนี้จะหลับรึยังเนี่ย  คิดถึงชะมัดเซฮุนสบถอยู่คนเดียว

ติ๊ด ๆ

สายเรียกเข้าเจ้าตัวสะดุดตื่นจากอาการเหม่อลอย   รอยยิ้มปรากฏขึ้นมาทันทีที่หน้าจอโชว์รายชื่อของต้นต่อแห่งความคิดถึง  และเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะกดรับสาย

คิดถึง...คำแรกที่ถูกส่งมา  

 เสียงพูดหายไปพร้อมกับเสียงไอแทรกเข้ามา  ก่อนที่เสียงจะถูกกรอกลงยังโทรศัพท์อีกครั้ง ฉันนอนไม่หลับ  เอาไงดี  ไม่ชอบแบบนี้เลย’ 

เด็กน้อยไม่รู้จักโต  โธ่ ๆ

อะไรอย่าทำเหมือนฉันเป็นอยู่คนเดียวสิ  นายเป็นเหมือนกันบ้างรึเปล่าล่ะ ฮึ บอกมานะ  ตอบดี ๆ ด้วย’  จื่อเทาก็คือจื่อเทา  เขายังคงดื้อและทำตัวเหมือนเด็กอยู่วันยังค่ำ   จะเอ็นดูก็ไม่เชิง  แต่ผมอยากแกล้งเขาซะมากกว่า

ถ้าตอบว่าไม่ล่ะ

...”  เงียบ  พร้อมกับเสียงไอที่แทรกมาเป็นระยะ

นี่!! บอกแต่คนอื่น  ดูแลตัวเองดีแล้วรึไง  ทำไมยังไออยู่ ห๊ะ?”

ไม่เป็นไรมากหรอกน๊า อากาศที่นี่แห้งไปหน่อย  ก็เลย...

อย่าเป็นไรนะ”  อย่าทำให้เป็นห่วงสิ ไอ่บ้า

งั้นจะรีบหายเดี๋ยวนี้แหละถึงจะไม่เห็นหน้า  เป็นทั้งสองก็รู้ดีว่าปลายสายกำลังฉีกยิ้มกว้างอยู่ 

และเราก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่รถรับส่งของผมจะหยุดลงที่หอพัก  ซึ่งในขณะนั้น  ผมก็แอบได้ยินเสียงผู้หญิงดังลอดออกมา

เรามานอนกันเถอะนะ ที่รัก  เดี๋ยวนะ...นั่นเสียงผู้หญิงนี่

จื่อเทา  นายอยู่คนเดียวรึเปล่า?”  ผมไม่กล้าถามเขาออกไปตรง ๆ เพราะกลัวจะถูกหาว่าไม่ไว้ใจ

คนเดียวสิ  เหงาอยู่บนเตียงคนเดียวเนี่ย  อยากมีคนนอนกอดจัง

จื่อเทา!”  มันเป็นแค่การล้อเย้า  แต่จื่อเทาจะรู้รึเปล่าว่าคนทางนี้ใจตกไปอยู่ที่ตาตุ้มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

เพราะเราไกลกัน  เพราะเราไม่ได้เห็นหน้า เลยไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรที่ไหนอย่างไร  เขาจะมีใครอื่นรึเปล่า  สาว ๆ ที่นู้นจะทำให้เขาเปลี่ยนใจรึเปล่า  จื่อเทาเป็นผู้ชายนะ  ความต้องการแบบนั้นก็ต้องเป็นของคู่กันอยู่แล้ว ไม่ใช่รึไง...

เซฮุน...

ความคิดบ้า ๆ กำลังแล่นเข้ามามีบทบาทอยู่ในความคิดของผมอย่างนึกหงุดหงิดตัวเอง    เพราะเราเองก็เป็นผู้ชาย  จื่อเทาเป็นคนเนื้อหอมมีหรือที่จะไม่ตกเป็นที่หมายปอง

ทำไงดี ทำไงดี  เกลียดความคิดตัวเองชะมัด  แฟนเรามีความสุขมันไม่ดีรึไง  เราต้องใจกว้างสิ  เอาไงดี ๆ ...

เซฮุน!! ฟังฉันอยู่รึเปล่า  นายเป็นอะไร  เซฮุนนา...”  จื่อเทาเรียกสติของเซฮุนกลับมา  เพราะเจ้าตัวเล่นถือสายและเงียบไปทั้งอย่างนั้น  ซึ่งเขาเองก็พอจะเดาออกเป็นเนือง ๆ   

เขาปิดเสียงโทรทัศน์ และเสียงผู้หญิงที่แว่วหวานเมื่อครู่ก็หายไป เป็นเสียงโทรทัศน์น่ะ  นายอย่าคิดมากสิ

ขะ  ขอโทษ...”  เฮ้อ... โล่งอก  เห็นมั้ย  ว่าไม่มีอะไรเราแค่คิดมากไปเอง  แต่ถึงอย่างนั้น  ความคิดที่ว่าก็แทบทำผมเดินเข้าห้องตัวเองไม่ถูกเลยล่ะ

เซฮุน...เชื่อใจฉันรึเปล่า”  หลังจากที่ผมแสดงความกังวลออกไป  เขาก็เอ่ยถามผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง

...

ถ้าตอบว่าเชื่อใจก็คงจะเป็นการโกหก  แต่ถ้าหากว่าไม่ตอบ  เขาเองก็จะไม่สบายใจ เชื่อสิ  ฉันเชื่อนาย  แต่ว่านายเองก็ต้องหาความสุข  อยู่แล้วใช่มั้ย

นาย  เชื่อ  ใจ  ฉัน  รึ  เปล่า

ก็บอกว่าเชื่อไง”  เสียงผมมันสั่นจนน่าเกลียดรึเปล่านะ

ฉันไม่เคยมองใครนอกจากนายนะ  ยังคิดถึงเสมอ  คิดถึงมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ที่สุดของที่สุด  ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะวาบไปนอนกอดทุกคืนเลย  อยากจูบแล้วก็อยากสัมผัสนายเยอะ ๆ เข้าใจมั้ย

สิ่งที่เขาพูดมา  มันทำให้ผมรู้สึกผิด ...ที่ไม่ยอมเชื่อใจเขา  คนบ้าอย่างจื่อเทามีหรือที่จะนอกใจ  ผมเซฮุนนะ  ไอดอลที่ขึ้นชื่อว่ามีแฟนบอยท่วมท้น  และเบ้าหน้าสามารถฆ่าเกิร์ลกรุ๊ปได้ทั้งวงนะ

ขอบคุณ...แล้ว   เราจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่  ฉันเองก็คิดถึงจะบ้าตายอยู่แล้ว

เขาบอกว่าเขาต้องการผม  แต่เขาจะรู้มั้ยว่าผมเองก็ไม่ต่าง หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ   เขาเพิ่งจะย้ายไปอยู่ที่จีนเมื่อปีที่แล้วด้วยเหตุผลที่ว่า เดินตามความฝันของตัวเอง  และจบด้วยการที่เราต้องแยกจากกันอย่างเช่นทุกวันนี้

ใครจะรู้ว่าการคบเพศเดียวกันในประเทศที่ต่อต้านเพศที่สามและด้วยความเป็นไอดอลจะต้องแลกมาด้วยอะไร  ทั้งต้องคอยหลบ ๆ ซ้อน ๆ ทำเป็นพวกมิจฉาชีพในตอนกลางคืนไปซะงั้น  อึดอัดซะมัด

ครั้งหนึ่งผมเคยคิดจะหนีปัญหา  และความเหน็ดเหนื่อยของชีวิตไอดอลตามเขาไปอยู่ที่นู้น  แต่ผมทำไม่ได้  มันไม่แฟร์กับคนที่คอยซัพพอตผมอยู่ ณ ตอนนี้  ทั้งบริษัท  และคนที่บ้าน  เพราะนอกจากผมจะเสียหายแล้ว  เขาเอง...คงถูกรุมแอนตี้อย่างแน่นอน   ทำไมนะ  ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องมาเกิดขึ้นกับผมด้วย   การต้องอยู่ห่างจากคนรักมันทรมานนะครับ

ทั้งสองยังคงถือสายรอกันอยู่แบบนั้น  แม้ว่าเซฮุนจะอาบน้ำอยู่ก็ตาม นี่  เปิดเป็นวิดีโอคอลไม่ได้รึไง?’

จื่อเทามันพวกหื่น  ทุกคนควรรู้ไว้

ไอ่บ้า  ถ้าอยากดดูนักก็บินมาสิ  จะให้ดูทั้งคืนเลย”  สาบานว่าผมติดโรคหื่นมาจากเขานะ 

เพียงแค่นั้นผมก็ได้ยินเสียงฮึดฮัดมาจากปลายสายแล้วล่ะครับ  นี่คงไม่ได้ทำเรื่องอย่างว่าอยู่ใช่มั้ย   ไอ่ลามก!!

น้ำในอ่างลดลงทันทีที่เซฮุนย้ายร่างตัวเองออกจากอ่าง    เขาทั้งเขินและอายที่ตัวเองพูดประโยคเมื่อกี้ออกไป  แถมยังเผื่อคิดไปอีกว่าจื่อเทากำลังใช้ตัวเขา... (ผมขอไม่พูดล่ะกัน)

จะตีสี่แล้ว  แต่ยังไม่อยากหลับเลย  ไม่อยากวางสาย  ให้ตายสิเขาเริ่มงอแงเหมือนเด็กน้อยที่เอาแต่ใจ  ผมรู้ว่าเขาง่วงแล้ว  เพราะเมื่อเวลาเด็กเริ่มแสดงความงี่เง่าออกมานั่นแสดงว่าได้เวลาเข้านอนแล้ว

งั้นก็ถือสายจนกว่านายจะหลับสิผมเสนอทางออก  ซึ่งที่จริงแล้วมันก็เป็นแบบนี้ทุกคืน

เซฮุน…’

ในขณะที่ผมกำลังจะหลับตาพริ้มภายใต้ผ้าผม  เสียงเอ่ยเรียกชื่อผมที่ดังออกมาจากโทรศัพท์มันเริ่มจะอ่อนล้า  คล้ายกับเป็นอาการของคนง่วงนอนระยะสุดท้าย

ฮึ? เรียกทำไม

ถ้าวันหนึ่ง  ฉันเกิดหายไป แล้วนายก็หายไป...แบบว่าไม่ได้คุยกันเหมือนตอนนี้   นายคิดว่าจะมีวันนั้นมั้ย?’

วันที่ จู่ ๆ เราก็หายจากกันน่ะเหรอ...

ถ้าฉันอยู่ใกล้ ๆ ฉันจะต่อยปากนาย  ไอ่งี่เง่า  นอนเลยไป  ง่วงแล้วพูดจาเพ้อเจ้อ!!” ผมโกรธขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ   รู้มั้ย  ว่าเขาไม่ให้พูดเรื่องแบบนี้  ตีปากเดี๋ยวนี้นะ จื่อเทา

ง่า...เค้าขอโทษ  ก็แค่กลัว   ฉันกลัวว่านายจะเบื่อเสียงแหบ ๆ ของฉัน เบื่อที่จะฟังคนงี่เง่าพูดว่าเพ้อเจ้อใส่  กลัวว่านายจะไม่รับสาย.... เสียงของจื่อเทาแผ่วลงไปเรื่อย ๆ และในที่สุดก็กลายเป็นความเงียบ ...รักนายมากนะ รักมากที่สุด....เข้าสู่นิทราในที่สุด

ไอ่บ้า  จะหลับแล้วยังพูดเรื่องบ้า ๆ อีกผมก็คิดไม่ต่างกันหรอก รักเหมือนกัน  ฝันดีนะ

สายถูกตัดไปหลังจากที่รับรู้ว่าเขาหลับ  เฮ้อ...อีกนานแค่ไหนกว่าที่ความเหงานี้จะหมดไป



ณ ประเทศจีน 9.30 น.  

ผมหลับคาโทรศัพท์ในรอบที่ร้อยแล้วมั่งครับ  กลายเป็นคนติดนิสัยที่ต้องได้ยินเสียงเขาก่อนนอน   เช้ามาผมเลยค่อนข้างมีแรง  เพราะปลายสายสุดท้ายก่อนที่จะถูกตัดไป  ผมได้ยินเขาบอกรักผม

มันยากนะที่จะได้ยินคำนั้นจากคนดื้อ  ปากแข็งอย่างหมอนั่น

อีกสองชั่วโมงจะได้เวลาในการทำงาน  การเป็นโปดิวเซอร์ของผมมันกำลังจะเริ่ม  ผมเลือกที่จะตั้งหลักและสานฝันกับหนทางเพลงที่ผมรักในประเทศแห่งนี้  ...ประเทศบ้านเกิดของผม

อากาศที่นี่ตอนนี้ถือว่าหนาวมาก  ผมนี่แทบจะหอบผ้าห่มผืนใหญ่ไปด้วยทุกที่จริง ๆ นะ 

ตื่น ๆ ๆ ๆ คนขี้เซา

ข้อความแรกถูกส่งให้กับเจ้าของเบอร์เดิมที่ประจำตำแหน่งเบอร์แรกของเครื่อง   หวังว่าเขาเห็นแล้วจะยิ้มเมื่อตื่นมาเห็น

แค่ก ๆ

มาแล้วล่ะ  ดูเหมือนไข้หวัดจะเข้ามากินผมเร็วไปหน่อย  อากาศมันแห้งจึงทำให้ผมรู้สึกแสบคอ  แสบจมูก มีน้ำมูกและไอนิดหน่อย  แต่ผมเชื่อว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้เขาจะต้องโกรธผมแน่  ๆ ที่ไม่ยอมดูแลตัวเอง

เป็นไปได้ก็อยากให้มาดูแลนะ  แกล้งป่วยดีมั้ยหนอ...”  แต่ถ้าเขารู้คงโกรธกว่าเดิมแน่ ๆ ไม่ดีกว่า

ผมเริ่มจัดระเบียบความคิดและเตรียมตัวทำงานต่อไปเงียบ ๆ  คนเดียวในบริษัท 

 

ฮัดชิ้ว!!

ตอนนี้เริ่มจะมึน ๆ หัวแล้วล่ะ  สงสัยจะต้องพักงานและรักษาตัวอยู่แต่ในห้องอุ่น ๆ ซะแล้ว

ติ๊ด ๆ

ข้อความเขาจาก ไอ่ตัวแสบ

ดูข่าว...ที่นู่นมีพายุเข้า  ห้ามเป็นหวัดนะ

ครับ”  ขาโหดของผมส่งข้อความเตือนงั้นเหรอ  ผมจะนึกซะว่ามันคือความห่วงใยที่ไม่รู้จักใช้คำหวานก็แล้วกัน เนอะ

มันเป็นเพียงประโยคสั้น ๆ และดูไร้อารมณ์เป็นที่สุด  แต่ก็นะ... มันทำให้หัวใจของผมชุ่มฉ่ำอย่างบอกไม่ถูก  ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่าง  ก็เขานี่แหละที่ผมขาด

และเขาที่ว่าก็กำลังเต้นอยู่ในโทรทัศน์นี่...

ถึงจะพยายามไม่คิดถึง  พยายามทำตัวเองให้วุ่นอยู่แต่กับงาน  แต่มันก็ทำไม่ได้  ผมรู้ว่าตารางงานของเขาพอ ๆ กับผู้จัดการของเขานั่นแหละครับ และเวลานี้ก็เป็นเวลาของการถ่ายทอดสดรายการเพลง  ผมเปิดมันเอาไว้แบบนั้น  ให้สายตานั่นมองทะลุออกมา  ซึ่งผมเองก็ได้แต่มองมันผ่านโทรทัศน์เครื่องนี้ 

ดูนายสิ  อืดขึ้นรึเปล่าว่ะเนี่ย  กางเกงคับตูดเชียว  พ่ออยู่ใกล้จะตีให้ช้ำเลย”  แค่มองดูอยู่ตรงนี้ก็นึกหมั่นเขี้ยวซะจนอยากมุดเข้าไปในจอแก้ว

อย่าเพิ่งตกใจไปนะ  ผมเป็นแบบนี้ทุกทีที่อยู่คนเดียวในห้อง  และถ้ามีคนอื่นอยู่มีหรือที่ผมจะแสดงความหื่นนี้ออกมา  

ว่าแล้วก็นะ  นึกอยากแกล้งเจ้าตัวแล้วล่ะ  ผมสตอปภาพเอาไว้ในช่วงที่กล้องจับไปที่หน้าของเซฮุน ท่านี้น่าจะเวิร์คแฮะท่าที่ว่าก็สองนิ้วของผม  จิ้มไปที่รูจมูกของเขา  ประหนึ่งกำลังแหย่เข้าไปและจะขาดไปไม่ได้ก็คือใบหน้าสุดเพี้ยนกับการเฟลฟี่ขั้นเทพของผม

แช๊ะ! แช๊ะ!

ผมเลือกภาพที่คิดว่าไม่ว่ายังไง  ถ้าเจ้าตัวเห็นจะต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาผมแน่นอน

เออ...จื่อเทา  คืนนี้ว่างรึเปล่า”  พี่ชายที่ทำงาน  โผล่มาจากด้านหลังด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ  เล่นทำผมที่กำลังแช๊ะท่าประหลาดถึงกับเหวอ แต่ดีนะที่เก็บทัน

ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายอ่ะครับ  ว่าจะกลับบ้านไปพักผ่อน  พี่มีอะไรรึเปล่าครับ?” ผมต้องรีบดักทางไว้ก่อนเพราะทถ้าเกริ่นมาว่า คืนนี้ว่างไหม?’ ประโยคถัดไปของพี่แกก็จะ....

คืนนี้พี่มีนัดกับเอเจนซี่รายใหญ่ที่ร้านตึกข้าง ๆ ”  ตึกข้าง ๆ ก็ร้านเหล้าดีดีที่เอง 

ครับ?”

พอดีเขา  อยากเจอนาย  และนายก็น่าจะรู้ว่ามันเป็นการดีที่จะผูกมิตรไว้กับเอเจนรายใหญ่  พี่ว่านายไปจะโอเคมากเลยนะ

คือผม…”

น๊านะ  สิบห้านาทีพอเลย

สิบห้านาทีปุ๊บผมขอเดินออกเลยนะ

ขอบใจมาก  และเดี๋ยวสองทุ่มเจอกันที่หน้าล็อบบี้นะ”  เขานัดหมายกับผมเสร็จก็หันไปยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาคุยต่อ  ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเอเจนซี่ที่ว่านั่น ครับ ๆ จื่อเทาตอบตกลงแล้วครับ

ปัดโธ่..พี่ครับ  น่าจะบอกเขาไปว่าผมไม่ค่อยสบาย  เฮ้อ...เดี๋ยวก็จามใส่ซะเลยดีมั้ย

พี่ไม่ได้บอกว่าคนที่เข้าพบเป็นใคร  แต่ที่แน่ๆ ดูจะเป็นคนสำคัญและงานนี้  รู้สึกว่าจะต้องเป็นงานช้างแน่ๆ

แต่ทำไมสังหรณ์ใจแปลกๆ

 

ณ เกาหลีใต้  20.00 น.

ฝนตก!!

หนาวแล้ว  ยังจะตกมาซ้ำเติมความหนาวทำไมเนี่ย  เสื้อกันหนาว กับเสื้อกันฝนก็ไม่ได้พกมาซะด้วย  หนาวจะบ้าแล้ววู้ยยยย

ผมติดฝนอยู่ที่ตึกของบริษัทนานนับชั่วโมงแล้วครับ  ซึ่งมันน่าเบื่อมาก และหนาวมากด้วย 

เซฮุน!!  ฝนมันตกหนัก  ไปรอด้านในก่อนสิจะรีบกลับเลยเหรอซูโฮเห็นเซฮุนลุกลี้ลุกลนจะออกไปซะให้ได้  แต่ข้างนอกฝนตกจึงแนะนำให้น้องเล็กเข้าไปอยู่ด้านในจะสะดวกกว่า

ผมลืมโทรศัพท์ไว้ที่หอ

ของพี่ก็มี  อ๊ะ...พี่ให้ยืม

ไม่ครับไม่  พอดีผม...”  จะบอกยังไงดี  หลังจากที่ส่งข้อความเตือนไปให้จื่อเทาเมื่อบ่ายก็ดันลืมไว้ในห้องซะงั้น   อยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไรทำ  คิดออกอยู่อย่างเดียวคือจื่อเทา  อยากคุยและเล่าเรื่องวันนี้ให้ฟังจะแย่

เดี๋ยวนี้ดูนายติดโทรศัพท์เกินไปรึเปล่า  ระวังผู้ใหญ่เห็นเข้าจะถูกเพ่งเล็งนะ  แอบมีสาวรึเปล่าเนี่ย

สาวที่ไหนกันล่ะครับ  ก็มีอยู่คนเดียวเนี่ย! อุ๊บ...”  ที่จริงก็ไม่ควรพูดไปหรอกครับ  แต่มันหลุดไปแล้ว เออ ...

              ยังติดต่อกันอยู่เหรอ   จื่อเทาหนะ...”  ซูโฮ  ดูออกมาตั้งแต่ต้น  เพียงแต่เขาไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของน้องชายคนเล็กของบริษัทมากนัก  วันหลังให้เขาโทรฯ มาคุยกับพี่และแบคฮยอนบ้างสิ  หมอนั่นเองก็บ่นคิดถึงอยู่บ่อย ๆ

                นั่นสินะ  พี่แบคฮยอนออกจะสนิทกับจื่อเทานี่เนอะ  อยู่ ๆ เล่นหายไป  แต่คุยกับผมแค่คนเดียว  พี่ ๆ เขาอาจจะกำลังมองเขาไม่ดีอยู่ก็ได้

               งั้นเดี๋ยวผมจะบอกให้นะ   แต่ช่วงนี้เขาก็งานยุ่ง ๆ ผมเองก็แทบจะไม่ค่อยได้คุยเท่าไหร่ครับ”  นอกจากตอนนอน... ซึ่งก็คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องหรอก

                จะว่าไปก็คิดถึงเนอะ  สบายดีนะ?  ได้ยินว่าผันตัวเป็นโปรดิวซ์ให้กับบริษัทที่นู้น  แล้วเพลงที่แต่งให้ ถึงไหนแล้วล่ะ

                 ...

                “ฮ่าฮ่าฮ่า  พี่ล้อเล่น  พี่ว่ามันก็ดีออก

                “อย่าเอะดังไปสิครับ  ซาแซงของที่นี่ธรรมดาซะที่ไหน  เผื่อ พรุ่งนี้มีคลิปเสียงหลุดล่ะยุ่งเลยนะครับ

                “เออ...นั่นสิ  งั้นเราเข้าไปคุยกันด้านในเถอะ  อีกซักพักฝนคงซาแล้วนายค่อยกลับพร้อมพี่

 ผมว่ามันก็เป็นข้อเสนอที่ดี  กลับพร้อมพี่ซูโฮทีไร  มีขนมติดมือทุกที   เราจึงได้มานั่งกอดเข่ากอดใกล้ ๆ กับเครื่องทำความร้อนในห้องรับรองชั้นล่างของตึก

               ผมมองออกไปข้างนอกแล้วก็อดคิดถึงช่วงนั้นไม่ได้  ช่วงที่มีเอยู่ข้าง ๆ ตอนนั้นเหรอ  อยากได้อะไรก็ได้  เสื้อกันหนาวไม่มีก็ถอดให้ใส่  อยากกินซุปร้อน ๆ ก็พากันกางร่มออกไปกิน  เฮ้อ...อยู่นู้นจะมีคนอ้อนแบบนี้หรือเปล่าเนี่ย

                จะว่าไปแล้วก็อดนึกถึงประโยคเพ้อเจ้อของจื่อเทาเมื่อคืนขึ้นมาแล้วสิ  ความจริงแล้วผมเองก็คิดนะ  ที่ดุเขาไปก็เพราะไม่อยากให้เอาเรื่องแบบนี้มาพูดซ้ำๆ หรือตอกย้ำจนในที่สุดเราก็หายกันไปตามที่พูด

               มันน่าใจหาย  แค่คิดก็ปวดหนึบขึ้นที่อกแล้วล่ะ

                “มองผมแบบนี้  หมายความว่าไงเนี่ย  พี่ครับ

                “พี่แค่คิดว่าเราก็เข้มแข็งดีนะ  ปกติรักทางไกลจะไปไม่ค่อยรอดหรอก  นี่พี่ไม่ได้แช่งนะ...แต่จากประสบการณ์แล้ว  และบวกกับสถานะอย่างเรา ๆ   มันดูยากหน่อย

                “แล้วพี่ยังติดต่อกันอยู่มั้ย

                “ไม่ล่ะ  พอมันห่างแล้วมันก็ จะหายไปเรื่อย ๆ ยิ่งถ้าเราทั้งสองมีงานที่จะต้องทำแล้วนะ  มันก็จะยิ่งหายไปแบบไม่รู้เรื่องเลยนะ  ไม่ใช่เลิก  แต่ก็เหมือนเลิก  จู่ ๆ ก็หาย  พี่เองก็ยังแปลกใจว่าทำไม  เรามาถึงจุดที่อยู่ ๆ ก็ไม่ต้องได้ยินเสียงเขาก็ได้  ไม่ต้องเจอก็ได้  มันชินแล้วก็ชาไปเลย   พี่เห็นพวกนายแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ชั่งหนักแน่นกันจริง ๆ 

                มาถึงจุดนี้ก็เหลือเชื่ออยู่พอตัวล่ะครับ  เพิ่งรู้พี่เขามีคนรักกับคนอื่นเขาด้วย  ไปแอบคุยกันตอนไหนเนี่ย  แอบเก่งกว่าพวกผมเยอะเลยง่ะ 

                ซึ่งผมก็พยายามไม่เก็บมาใส่ใจ  เพราะยิ่งฟังมันก็ยิ่งตอกย้ำในสิ่งที่มันกำลังจะเกิดขึ้นรึเปล่า  ระยะทาง  ทำให้เกิดระยะห่าง  การจะมีคนอื่นเข้ามาแทรกนั้นมันง่ายมาก  คำถามที่มักจะเกิดกับผมคือ ...เขาจะต้องการแค่ผมจริง ๆ น่ะเหรอ

                แต่ที่รู้ ๆ คือผมไม่เคยคิดถึงคนอื่นเลยนอกจากเขา...

                ขอบคุณนะครับที่เล่าให้ผมฟัง  แต่ผมแปลกใจมาก  ว่าพี่ไปแอบคบสาวตอนไหน?”

                “ถ้านายรู้ก็ไม่สนุกดิ

                รู้ครับ....ทุกคนต่างก็มีความลับ

               เฮ้อ

                นี่!! เหม่อหนักแล้วนะ  พี่ไม่คิดว่าเราจะคิดมากขนาดนี้  เชื่อพี่เถอะอยู่กับจื่อเทาอะไรก็เกิดขึ้นได้  จริงมั้ยไปกันเถอะ  ฝนซาลงละ

                เชื่อใจสิ  อยู่กับเขาอะไรก็เกิดขึ้นได้จริงนี่เนอะ....


               กว่าจะระลึกได้ก็ปาไป  เกือบสี่ทุ่มแล้วสิ   ผมอยากจะโทรฯหาเขาจัง  อยากเล่าเรื่องนิตยสารที่ผมลงปกขายดีแค่ไหน  และก็ได้ถ่ายรูปกับรุ่นพี่ที่เขาเคยชื่นชอบด้วย  ผมล่ะอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเขายังอยู่ที่นี่จะรู้สึกดีแค่ไหนในเวลานี้  และเมื่อถึงห้องสิ่งแรกที่ผมจะพุ่งเข้าใส่คือ...โทรศัพท์

                แอบผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่มีสายเรียกเข้าจากเขาเลยซักสาย  ไม่มีการติดต่อจากทุกช่องทาง ความเคลื่อนไหวนิ่งสงบ  ผมว่า...บางทีเขาอาจกำลังติดงานอยู่  มั้งครับ

                ตื้ด....

 “ รับสิ ๆ ๆ ๆ  มันเป็นแบบนี้มาสิบกว่านาทีได้  ผมไม่โกรธเขา  เพราะเรามักจะเจอกันสถานการณ์แบบนี้อยู่บ่อยครั้ง  นาฬิกาของคนรอมักจะช้ากว่าคนที่ต้องการให้รับสายเสมอ  เอาเป็นว่าจะพยายามให้ชิน  ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน  เมื่อผ่านไปหลายนาทีแล้วเขายังไม่รับ  ผมจึงจำเป็นต้องฝากเสียงไว้กับแม่สาวเสียงสวยที่เป็นคอลโอเปอร์เรเตอร์ประจำเครือข่าย

...กรุณาฝากข้อความเสียงของท่านเมื่อ...

ติ๊ด  และแน่นอนว่าผมไม่เคยฟังเธอจบการพล่ามอะไรยาว ๆ

วันนี้นายไม่ติดต่อมาเลย งานยุ่งอยู่ใช่มั้ย? พักบ้างน๊า”  สิ่งแรกที่ผมจะเป็นห่วงคือเรื่องสุขภาพ ฉันมีเรื่องที่จะเล่าให้ฟังหลายอย่างแต่เก็บไว้วันหลังก็ได้  แล้วก็นะ...ติดต่อหาพวกพี่ ๆ เขาบ้างนะ  พี่ซูโฮถามถึงนายด้วยล่ะ ไว้คุยกันใหม่  ฝันดีนะ”  เซฮุนกรอกเสียงลงไปโดยที่ไม่บอกก็รู้ว่ากำลังน้อยใจ

อยากงอแงให้มากกว่านี้ แต่ก็ไม่กล้าเพราะไม่ใช่ผู้หญิงนี่เนอะ...

              สุดท้ายแล้วคืนนั้นผมก็ได้แต่จ้องไปที่โทรศัพท์ รอว่าจะมีข้อความตอบกลับมาหรือไม่...สุดท้ายก็รอจนหลับไป


                03.00 A.M 

                รู้สึกตัวตื่นอีกครั้งก็ราวๆ ตี 3 กว่า  ผมได้รับข้อความเสียงจากคนปลายสาย  ถึงแม้จะยังไม่ตื่นดีนัก  แต่พอรู้ว่าเป็นเขาก็เลือกที่จะเปิดฟัง

               นี่เซฮุน...ขอโทษนะที่ไม่ได้รับสาย  ขอโทษที่คืนนี้ไม่ได้บอกฝันดี  ต่อไปฉันคงจะไม่ได้โทรฯหา หรือส่งข้อความไปบ่อยๆ ถ้าฉันหายไป อย่าร้องไห้เลยนะ ...ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง  ทำงานก็สู้ๆ นะ บาย

                เสียงแหบๆ สำเนียงที่แค่ถอนหายใจก็รู้ว่าใคร

               เทา...นายพูดบ้าอะไรออกมา”

               นี่คงเป็นความฝัน...ดังนั้นผมจะไม่ลืมตาขึ้นมาเด็ดขาด

              บอกแล้วไงว่าไม่ให้พูดประโยคนั้น  ฟังแล้วใจไม่ดี

นี่ไม่ใช่สไตล์ของตาบ้านั่นเลย  

เทา...

                เสียงที่ใช้เรียกเขาจู่ ๆก็กลืนขาดไปเมื่อจู่ๆ ก็มีสัมผัสที่ข้างแก้ม

               เขาหอมแก้มผมเหรอ

                สัมผัสมันชัดเจนมาก จนต้องรีบลืมตาขึ้นมาดู  แต่สิ่งที่พบคือ...ว่างเปล่า  ไม่มีใครอยู่ในห้องนอกจากผม  เทา นายอยู่ที่นี่รึเปล่า

                “...

                ผมมันบ้า  ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจก็ยังจะถามออกไป

               ในใจผมมันสั่นรัว  นึกกลัวประโยคที่ได้ยินเมื่อครู่  ถึงมันจะเป็นแค่ความฝัน  แต่ทั้งเสียงและสัมผัสมันชัดเจนเกินไป  แค่ก็คิดก็น้ำตาคลอเบ้าแล้ว

               นี่ผมฝันไปหรอกเหรอ... แต่ข้อความที่ถูกส่งมา  มันเป็นความจริง


               

               วันรุ่งขึ้น

               เซฮุนมากับพี่หน่อยทันทีที่ผมไปถึงออฟฟิศ ผู้จัดการของผมก็ลากผมเข้าไปในมุมอับสายตาทันที

               สีหน้าดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่

                ตอนนี้นายถูกบริษัทเพ่งเล็งเรื่องการใช้โทรศัพท์

               โล่งไปที...ผมนึกว่าพี่เขาจะพูดอะไรที่เกี่ยวกับจื่อเทาซะอีก

               ขอโทษครับ คราวหน้าผมจะระวังให้มากกว่านี้

                “แต่คราวนี้มันจะส่งผลต่อทุกคน  พี่เองก็กลัวว่าพวกนายจะเดือดร้อน  เอาเป็นว่าพี่ขอเก็บโทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสารทุกอย่างไว้ได้ไหม

                มันยากนะครับ

                แต่...

                ก็ได้ครับ  แล้วนานแค่ไหน

                “ก็ให้หมดซีซั่นโปรโมทไปก่อน  ทางเราต้องรัดกุมให้มากขึ้น ไม่งั้นคงโดนกันหมด

                เข้าใจดีครับ...และผมจะไม่ขัด  แต่พี่ก็ต้องเข้าใจนะว่าเรื่องพวกนี้มันห้ามกันยาก นี่ไม่ใช่คุกนะ!!

                “ครับๆ

                “ดีมาก  เอาล่ะ ลุยงานต่อเถอะ  พี่จะคอยดูมันไว้ให้

                ‘มัน’ ที่ว่าก็คือโทรศัพท์ของผม  ผมยื่นให้เขาก่อนจะเดินเข้าห้องซ้อมไป

               และวันนี้ก็ผ่านไปได้โดยที่ผมไม่แตะมัน

               เชื่อเถอะว่าผมไม่ตายหรอกแค่ไม่ได้โทรฯหาเขา  ในระหว่างที่ทำงานอยู่ก็พยายามไม่คิดและไม่นึกจนกระทั่งการโปรโมทจนลง

               พี่ครับ  มีคนติดต่อมาบ้างไหม?”

                “มี...เพียบเลย  ทั้งสาวนอกวงการ ทั้งสาวที่เจอในรายการ เธอทักนายมาแน่นเลย จนแบตเกือบหมด ถามจริง...นายคุยยังไงไหวเนี่ย

                ใครบอกว่าผมคุยล่ะ  พวกเธอก็ทักมาแล้วนกเป็นธรรมดา

               แล้ว...

                “อ๊ะ  เอาไปดูเอง  ช่วงนี้พ้นอันตรายแล้ว  พี่คงไม่ต้องเก็บมันไว้แล้ว  แต่ว่า...

                “อะไรครับ?”

                “เอ่อ...เปล่าๆ กลับเถอะ ถึงหอแล้วค่อยว่ากัน

                และก็ตัดบทไปเฉยๆ เหมือนมีบางอย่างจะพูดแต่ก็ไม่พูด

                ผมทำงานอยู่ในสังกัดเล็กๆ แต่ก็สร้างชื่อเสียงให้กับไอดอลดังๆ มานักต่อนัก  เพราะบริษัทที่นี่มีกฎระเบียบที่ชัดเจน  แม้ว่าผมจะเป็นไอดอลเดี่ยว แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นมันก็จะส่งผลกระทบต่อคนอื่นๆ ผมจึงต้องเคารพกฎอย่างเคร่งครัดเพื่อที่จะอยู่ในสายงานนี้ได้อย่างราบรื่น

              และเสียงของจื่อเทาที่ส่งมาก็ดูเหนื่อย บางทีเราก็ต้องเว้นว่างเพื่อให้เขาพัก

 

               จากนั้น...

               เราสองคนก็ค่อยๆ ห่างกันมากขึ้น



               เซฮุน...โทษทีนะที่ไม่ได้รับสาย’

                “ฉันมีถ่ายงานที่จีน

                ‘อ่า...ดีจัง  วันไหนเอ่ย?’ น้ำเสียงเขาฟังดูร่างเริง  และเราเองก็แอบยิ้มตามไปด้วย

               เดือนหน้า

                ‘เดือนหน้าเหรอ? ขอโทษนะ เดือนหน้างานยุ่งมากจริงๆและเสียงก็กลับมาหงอยเหมือนเดิมถ้าเดือนถัดไปล่ะ?’

               ถัดไป  ฉัน...ไม่ว่างเลย  มีเดินสายที่ยุโรป

                ‘...

                “เอ่อ...อย่าคิดมากนะ เดี๋ยวต้องมีซักช่วง  จะพยายามหาเวลา...

                ‘ไม่เป็นไรหรอก  ฉันรู้ว่านายยังอยู่กับฉัน  แค่นายมีความสุขกับงานก็พอ  ต้องไปแล้วนะ บาย

                “บาย

                สายถูกตัดไปแล้ว

               รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก  ยังไม่พอ  คุยแค่นี้ยังไม่พอเลยซักนิด  อุส่าได้ฟังเสียงเขาแล้วแท้ๆ  ขอโทษนะ

               ก่อนจะตัดสายไปก็ได้ยินทางนั้นถูกเอ็ดที่แอบโทรศัพท์หาแฟน  ดูท่าว่ากำลังลำบากอยู่เลย...เราเองก็ต้องพยายามด้วยเหมือนกัน

               พวกเรารู้ดีว่าบางทีความรู้สึกหรือความพยายามไม่สามารถทำให้เดินไปข้างหน้าได้

               


               ไฟที่ถูกประดับตามทางเดินและต้นไม้ใหญ่   มันทำให้นึกถึงเทศกาลสิ้นปีที่กำลังจะมาถึง...ใช่สิ  นี่ก็เดือนสุดท้ายของปีแล้วนิ     อีกหน่อยถนนด้านล่างนี่ก็จะกลายเป็นสถานที่ร่วมพลภาพบาดตาแล้วสินะ  คงจะมีคู่รักมากมายมาเคาว์ดาวน์ให้ผมเจ็บใจเล่นแน่ ๆ

               'คริสมาสต์ปีนี่...คงไม่ได้ไปอยู่ด้วยนะ

                “ช่วยไม่ได้นี่เนอะ  ฉันเองก็เหมือนกัน

                หากสังเกตจะพบว่าเราคุยกันแทบนับคำได้  เมื่อจบหนึ่งประโยคก็จะเงียบกันไป

               ฮ่าฮ่าฮ่า  นี่ต้องได้พูดแบบนี้แล้วเหรอ’  จื่อเทาเริ่มรัวเสียงหัวเราะ ก่อนจะพูดด้วยเสียงเรียบอีกครั้ง สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้านะ

                “มันอีกตั้งสองสัปดาห์แหนะ  อย่าบอกนะว่า...

                ‘ขอโทษนะ

                “ไม่ต้องขอโทษหรอกเข้าใจ

                และเราทั้งคู่ก็เงียบ...ก่อนจะว่างสายกันไปทั้งที่ไม่ได้เอ่ยลา

              ไหนพี่ซูโฮบอกว่าห่างแล้วจะเฉยๆ ไง ทำไมยังรู้สึกว่าต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ อีกล่ะ

               ปีใหม่ผ่านไป โดยที่มีเขา...เพียงแต่ เราไม่ได้อยู่ใกล้กันเฉยๆ       

         

ตั้งแต่ตอนนั้นเราก็ขาดการติดต่อ


              ไม่มีใครดิ้นทุรนทุราน จะตายซะให้ได้เพราะความคิดถึง...แค่ต้องอาศัยความอดทนอย่างมาก  มากถึงมากที่สุดก็เท่านั้น


              2016 

              ณ แผ่นดินใหญ่...

              เซฮุนดูดีขึ้นทุกครั้งที่มีรูปลงทางอินเทอร์เนต  ผมซึ่งติดตามข่าวสารบ้าง  ไม่ตามบ้างก็ได้แต่รอคอยความสำเร็จของเขา  ดูเหมือนว่าตั้งแต่ที่ผมติดต่อเขาน้อยลง  เขาจะกระโดดได้สูงขึ้นตามที่ใครบางคนได้บอกกับผมเอาไว้  ในคืนนั้น

                เมื่อ 2 ปีก่อน

               จื่อเทา  พี่รู้เรื่องนายกับเซฮุน...

                ‘ผมก็คิดว่ายังไงก็คงปิดไม่มิด

                ‘มันเป็นเรื่องน่ายินดี  แต่ที่พี่บึ่งมาหานายถึงที่นี่  พอจะเดาออกไหมว่าเรื่องอะไร

                ‘เขาแย่เพราะผมมากขนาดนั้นเลยเหรอครับ?’

                ‘เปล่า  เปล่าเลย  ตอนนี้เขากำลังส่องแสงเลยล่ะ เป็นไอดอลที่มีคนจับตามองเป็นอันดับต้นๆ และดูท่าแล้วเขาจะไปได้ไกลกว่านี้  พี่จะไม่สั่ง  แต่ถือว่าขอ อาจจะดูใจร้ายไปซักหน่อย แต่ช่วยรอได้ไหม  รอให้เขาได้อยู่ในจุดที่ข่าวลือ ข่าวฉาวทำอะไรเขาไม่ได้  บริษัทเราเป็นเพียงบริษัทเล็กๆ แต่ก็ผลิตคนดังมาแล้ว  นายน่าจะรู้ดี เพราะนายเองก็เคยอยู่มาซักระยะ

                ‘ครับผมพอจะเดาออก พี่หมายถึง...

                ‘รออีกซักสองปีได้ไหม

                ‘สองปี...

                ‘ถือซะว่าเป็นการลองใจ  นายก็รู้ว่ารักระยะไกลยังไงก็ต้องห่าง  ใช้โอกาสนี้เป็นตัวพิสูจน์สิว่า  นายทั้งคู่จะใช่ของกันรึเปล่า

                ‘ใจร้ายจริงนะครับ

                ‘หรือว่านายกลัว

                ครับ...ก็แอบกลัว

               แต่ในตอนนั้นประจวบกับงานช้าง  ผมจึงยุ่งอย่างปฏิเสธไม่ได้  แล้วก็ได้เห็นว่าสิ่งที่ชายคนนั้นพูดเป็นความจริง  เซฮุนดูมีออร่ามากขึ้น  สวยขึ้นจนรู้สึกอิจฉาพวกคนที่ได้เข้าใกล้

               แม้กระทั่งตากล้อง...



                วันนี้ผมมีโอกาสได้เดินผ่านป้ายโฆษณาที่มีเขาอยู่ในนั้น  แววตาที่เขามอง  รอยยิ้มและท่าทาง มันอดหึงไม่ได้   หึงแม้กระทั่งคนที่เดินผ่านไปมา  คนที่ส่งเสียงชื่นชม หรือถ่ายรูป  ถึงขนาดทำตาขวางใส่ทั้งๆที่คนพวกนั้นไม่ผิด

                ผมนี่สิโรคจิตไปเอง

                ตื้ด..

                เจ้าตัวโทรฯมา

               ไง

                ‘ทำไรอยู่

                “มองดูรูปนาย...นายดูสวยมาก

                ‘สวยกะผีสิ  หล่อขนาดนั้น  ใครเขาดีใจกันที่ผู้ชายชมตัวเองว่าสวย’  ผมรู้หรอกว่าเจ้าตัวแอบเขิน

               นี่ฉันแอบหึงด้วยนะ  ใครสอนให้ทำสีหน้ากับแววตาแบบนั้น

                อันที่จริงผมแอบแฝงนัยไปว่า...มีคนรักใหม่แล้วสินะ ถึงดูเปล่งปลั่งแบบนี้ แต่ก็ไม่กล้าถามไปตรงๆ

               จริงเหรอ...ฮึฮึ  ได้ผลด้วยแฮะจู่ๆ เซฮุนก็มีน้ำเสียงดีใจ

               อะไร

                ‘เปล่าหรอก...แค่ลองนึกถึงหน้านายเวลาถ่าย  ลองคิดว่านายยืนอยู่  ไม่คิดว่านายจะรู้สึกด้วย

                “จะทรมานกันรึไง...

                ‘แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้าง  นี่สองปีกว่าแล้วนะ  เดือนพฤศจิกายน  วกกลับมาช่วงสิ้นปีอีกแล้ว

                “สนุกดีนะ  ทำงานนอกสถานที่บ่อย แต่ก็ถือว่าไปเที่ยว  ได้เจอผู้คนเยอะแยะ  แลกเปลี่ยนประสบการณ์ไปเรื่อยได้เพื่อนเพิ่มมาเป็นกองเลย


                เราเลี่ยงที่จะพูดคำว่า เหนื่อยและยุ่ง  


                ‘นั่นเพราะนายน่ารักไงจื่อเทา  ใครๆ ก็อยากเข้าใกล้’  แม้แต่ตัวเขาเอง

               นายเองก็เหมือนกัน  รู้ตัวไหมว่าคนค่อนโลกมองนายด้วยสายตาแบบไหน

                ‘ดูเหมือนนายกำลังหึงฉันอยู่  คิดถึงมากเลยสินะ


                มากเลยล่ะ...อย่าจี้ใจดำกันนักได้ไหม


               มีคนที่มองนายด้วยสายตาแบบเดียวกับฉันเยอะเลย

                ‘…’


                วันนี้พูดมากไปรึเปล่านะ  อาจจะทำให้เซฮุนโกรธอยู่ก็ได้


               ‘ จื่อเทา...จนถึงตอนนี้ก็ยังคิดว่านายคือที่สุดอยู่นะ  ไม่คิดอยากจะห่างนายเลย  ถึงอยากจะให้นายโทรฯมาหาอาทิตย์ละครั้งก็ยังดี  ครั้งนี้ก็แอบลุ้นเหมือนกันว่าจะรบกวนนายรึเปล่า  นายจะรับสายไหม  ฉันดีใจมากเลยนะ  ยังไงก็ไม่คิดจะให้เราจบไปแบบห่างๆ อย่างงี้ด้วย

                ยิ่งได้ฟังประโยคของเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเราควรจะพยายามให้มากขึ้นกว่านี้อีก

               ...เหมือนกัน  ฉันไม่คิดจะปล่อยมือนาย  ยิ่งได้ฟังนายพูดแบบนี้ ก็คิดว่ามันควรถึงเวลาซักที

                ‘หื้ม?’

                “ฮ่าฮ่าฮ่า  ไม่มีอะไร  แค่อยากบอกว่าขอบคุณ  รักมากนะ

                ไม่ได้พูดคำนี้นานมาก

               

                ต่างฝ่ายต่างก็ย้ำเตือนเพื่อไม่ให้มีใครกังวล

               ถึงจะผ่านไปสองปีกว่า  แต่ก็ยังไม่เปลี่ยน 



การทำตัวเองให้ดูยุ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะนั่นหมายถึงเราได้เต็มที่กับงานของตัวเอง  เราเลือกที่จะสานฝันตามเส้นทางที่เลือกให้ดีที่สุด  เว้นระยะซักหน่อย  พอให้อีกฝ่ายได้ทบทวนและทำตามฝันตัวเอง


              แต่มันก็เหงา  เหงามากเลยล่ะ เหงาจนรู้สึกว่า  ถ้าอยู่ใกล้คงจะกอดไม่ยอมปล่อยไปไหน


              ถ้าจะหาใครใหม่เหรอ...คงเป็นไปไม่ได้  มันไม่มีใครเหมือนเซฮุนเลยซักคน 

....เป็นคนอื่นไม่ได้จริงๆ

 



               2016 Winter 


                ก็อกๆ

                “เซฮุน

               ครับ...

                มีคนมาเคาะประตูห้อง และเมื่อเปิดออกก็พบว่าเป็นพี่แบคฮยอน  และที่ประหลาดใจกว่าก็ตรงที่พี่เขาร้องไห้ แถวสีหน้าก็เคร่งเครียดจนน่าใจหาย

               พี่ เป็นอะไรรึเปล่า

                หมับ!

                ไม่พูดไม่กล่าว  อยู่ดีๆ ก็พุ่งเข้ามากอดผม

              เทา...เข้าไอซียู ตอนนี้ยังไม่ได้สติ อาการห้าสิบห้าสิบ

                “...

                อะไรกัน...ไอซียูอะไรกัน

              นะ  นี่มันเรื่องอะไร  เทาเป็นอะไร

                “เทาถูกรถชน เมื่อคืน

                ไม่จริง

               พี่ไม่ได้อำผมเล่นใช่ไหม

                “เรื่องแบบนี้ใครเค้าพูดเล่นกัน

                ดูจากการร้องไห้ของพี่แบคฮยอนแล้วมันทำให้สั่นไปทั้งตัว  ในหัวมันอื้อไปหมด มันคืออาการหูตาดับ ไม่ได้ยินและมองไม่เห็นอะไรทั้งที่ลืมตาอยู่

               ผมไปจีนตอนนี้ได้ไหม?

                “พี่ก็อยากไป...แต่นายก็รู้

                เราไปไหนไม่ได้...เพราะติดถ่ายงานที่ญี่ปุ่น หากไปตอนนี้ต้องเดือดร้อนแน่ๆ แต่ผมคงอยู่เฉยไม่ได้

               ตี๊ด...

                พี่แบคฮยอนมีสายเข้ามา  และเมื่อพี่กดรับ พร้อมกับไม่กี่ประโยคก็แทบทำให้ผมช็อค

                …จื่อเทา เสียชีวิตแล้ว


               ฮรึก!!!

 

                ฝัน...มันเป็นเพียงความฝัน 


               เซฮุนส่ายหน้ากับตัวเองก่อนจะเช็ดคราบน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด  พรางคิดในใจว่าโชคดีแค่ไหนที่มันเป็นแค่ฝัน  แต่ฝันแบบนี้ไม่เอาอีกนะ

               4.45  A.M 

               16 11 09 

                เขามองดูเวลาที่ข้างเตียงก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง  เพราะในฝันเมื่อกี้น่าจะเป็นช่วงสายของวันเมื่อวาน  และนี่ก็เข้าวันที่ 9 แล้ว

              เฮ้อ...

              คิดถึงอีกแล้ว  อยากเจอ  แค่ซักนิดก็ยังดี

              ก๊อกๆๆๆ

              ฮ่าว...ขอให้ไม่เป็นพี่แบคฮยอนนะ”  บอกตามตรงว่าผมไม่อยากลุกไปเปิดประตู ที่จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะโดยได้เสียงเรียก  เช้ามืดแบบนี้มันไม่ปกตินี่ครับ

              แก๊ก

              มีอะไรครับ...

               “เซฮุน”  ใบหน้าที่สุดแสนจะคิดถึง ในที่สุดก็ได้เจอ  ตกใจไหมที่เห็นฉันโผล่มาแบบนี้

                !!

                “ทำไมหน้าถึงเลอะน้ำตา ร้องไห้ทำไมกัน  ใครทำอะไรนาย

                “...

                “นอนต่อไหม  นี่เพิ่งจะตีสี่  ฉันมารบกวนนายรึเปล่า?”

                “จื่อเทา

                “ไม่เอาสิ อย่าร้อง

                “จื่อเทา...ใจหายหมด เมื่อกี้ฉันฝันไม่ดี  ฝันว่านายถูกรถชน  ฉัน...ฉัน ฮรึก ฮือ

                “ให้ตายสิ  ทำนายร้องไห้ซะแล้ว”

               เขาดึงผมเข้าไปกอดอย่างอดไม่ได้ 

               ฉันเกือบสติแตกเพราะนายเลยนะ

                “ขอโทษ

                “จื่อเทา

                “หื้ม...

                “รักนายนะ  รักมากจริงๆ

                ทั้งตื่นเต้นและก็ดีใจสุดๆ ที่ได้เห็นเขายืนอยู่ตรงนี้ ได้กอดเขา ได้จูบเขา จนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

               ขอบคุณที่มา

               "ก็ตั้งใจมาหาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยืนอยู่ไกลๆ ไม่อยากทำนายเสียสมาธิ"

               "ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ก็อยากว๊ากใส่  แต่ตอนนี้...แค่นี้ก็ดีใจแล้ว"         

               "จูบนะ"

               "อื้ม"

                อันที่จริงไม่ต้องรอให้ขอ ก็กะว่าจะทำอยู่แล้ว 

           

                ตั้งแต่ที่เขาโผล่มายืนฉีกยิ้มอยู่หน้าประตู  เราแทบจะไม่ห่างกันเลย 

                กอดมาตั้งหลายครั้ง แต่มันก็สู้ครั้งนี้ไม่ได้  ยิ่งไม่ได้เจอกันนาน กอดก็ยิ่งแน่นขึ้น อุ่นขึ้น และมันดูมีค่ามากขึ้น 

                จื่อเทาบอกผมว่าการที่เขาบุกมาหาถึงที่พักได้เพราะได้รับความช่วยเหลือจากพี่ผู้จัดการ 

                 'แต่ทั้งหมด ก็เพราะนายประสบความสำเร็จ ในช่วงที่ผ่านมา... สำคัญคือนายไม่เคยนอกใจฉันเลย ทั้งที่มีคนทั้งหล่อ ทั้งรวย และจ้องจะงาบนายไปจากฉันก็เยอะ ครั้งนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ ถ้าไม่ได้มาหานายครั้งนี้ ฉันต้องบ้าตายแน่ๆ' เขาพูดทั้งที่ใบหน้าฝั่งอยู่บนอกผม

                 กับจื่อเทาอะไรก็เกิดได้จริงๆ ...ใครจะรู้ว่าจู่ๆ ก็โผล่มา เพียงเพราะอยากมาหา

            

                 การมีความสุขมันง่าย...แต่การจะรักษามันไว้ให้นานดูจะยาก สำหรับเรา

                  ถึงจะรู้ว่ายังมีเขา...แต่ก็ยังเหงาอยู่ดี

                 เราได้เจอกัน...และมันหมายถึงเราก็จะต้องแยกกัน

                 เกลียดเวลานี้เป็นไหนๆ 


                    "...ดูแลตัวเองดีดีด้วยนะ อย่าเอ๋อใส่ชาวบ้านเค้าล่ะ" จื่อเทาพูดขณะขโมยจูบไหล่ไปหนึ่งที

                    "นี่!! ว่าใครเอ๋อ!"

                    "นายไง ... ฮ่าฮ่า'

                   "ไอ่เทิก!'

                   อุ๊ตะ เขาเล่นจุดอ่อนผม ผมนี่แทบสะอึก  และพอผมเงียบ รอยยิ้มแห่งชัยชนะก็ปรากฏอยู่บนใบหน้าของไอ่แสบทันที

                   และแน่นอนว่าผมงอน ชิ ไอ่สวย ไอ่ไม่ล้านบ้างให้รู้ไปดิครับ ผมจึงเงียบใส่

                   "นั่นหน้าผากหรือลานจอดรถเนี่ย ไหนลองวัดสิ"

                   จุ๊บ

                    'หืม?"ไม่แปลกใจได้ยังไง เซฮุนเข้ามานั่งค้อมบนตัวผม และจูบลงมาบนหน้าผากหรือลานจอดรถที่เขาว่า 

                   จุ๊บๆ ๆ ๆ

                   เซฮุนไม่ได้จบลงแค่จูบเดียว เขาไล่จูบบนพื้นที่ว่างทั้งหมดของจื่อเทา  จูบไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจ้าตัวเกิดหยุดชะงักขึ้นมากลางคัน

                    " นี่ ยังเหลือพื้นที่อีกเยอะนะเพลินสิครับ เป็นใครจะไม่ชอบจูบจากเขาล่ะ

 

                   เซฮุนชอบทำตัวน่ารัก น่าฟัดเวลาผมงอน หรือเวลาที่ผมไม่สบายใจ แบบนี้ไงครับถึงได้รักหัวปักหัวปำ แต่ในเวลานี้แบบนี้มันแปลก เพราะปกติเซฮุนไม่เคยรุกผมหนักขนาดนี้ 

                    "เซฺฮุน ..."เจ้าตัวไม่ตอบ "เซฮุน"

                   คราวนี้ผมเริ่มไม่สบายใจแล้วล่ะ

                    "คิดถึง...". จู่ๆ เจ้าตัวก็พูดขึ้น

                     "..."

                    "คิดถึงมาก...ไม่อยากให้กลับเลย ไม่แยกกันได้ไหม?"

                    เสียงสะอื้นเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เจ้าตัวฟุบหน้าตัวเองลงไปบนซอกคอของจื่อเทา

                    "เซฮุน...'" ผมได้ยินความทรมานใจได้จากน้ำเสียงก็เขา

                    วงแขนจากจื่อเทาจึงวาดกอดร่างที่นั่งอยู่บนตักตัวเอง

                     "นี่...คิดถึงฉันมากไหม?' ผมกระซิบถามเบาๆ

                     "ที่สุด... "

                     "แล้วนายรักฉันมากไหม?"

                     "ไอ่บ้า ถามอะไรงี่เง่า ยังจะต้องให้พูดอีกเหรอ..."

                    อันที่จริงเซฮุนไม่สามารถบอกได้หรอกว่ามากแค่ไหน  เท่าตึก? เท่าพื้นดิน? เท่าทะเล? เท่าท้องฟ้า? เขาคิดว่ามันยังน้อยไป

                      "แต่ฉันมากกว่านายหลายร้อยเท่า"

                    วินาทีนั่นเหมือนบรรยากาศหยุดนิ่ง เสียงต่างๆ เงียบหาย กลายเป็นเสียงของจื่อเทาคนเดียว 

                     "...เลิกกันนะ"

                    เซฮุนรู้สึกตัวชาไปหมด บริเวณท้องน้อยเสียววาบขึ้นมาทันที

                     "วะ...ว่าไงนะ"

                      "เลิกกันไหม?"

                      "ล้อเล่น พ่อจะตบปากเดี๋ยวนี้แหละ'"  ว่าแล้วก็ง้างมือ วาดแขนออกในท่าที่เตรียมบวก ดวงตาเคลือบไปด้วยน้ำใสๆ ที่เอ่อล้นจนเต็มขอบตา

                     "ฉันรักนายมากรู้ไหม ...แต่ก็ไม่อยากเห็นนายทรมาน มันปวดใจนะ คนรักกันประสาอะไรทำให้นายต้องเสียใจมากกว่าจะมาความสุข"

                     เพี้ยะ!

                     "หยุดพูด"

                     "ฉันเห็นนายเหม่อทุกครั้งบนเวที เห็นรูปนายนั่งหน้าหงอยทุกวัน  อยากเข้าไปกอด แต่มันทำไม่ได้"

                     เพี้ยะ!

                     "หยุด! พอ! ฉันไม่อยากฟัง"

                     "พี่ซูโฮบอกว่านายติดโทรศัพท์มาก ...นายรู้ใช่มั้ยว่ามันจะกระทบถึงงานของนาย"

                     เซฮุนหมดความอดทนในการฟังประโยคงี่เง่าไร้สาระจากจื่อเทา แต่แทนที่เขาจะลุกและเดินหนีออกไป เขากลับเลือกที่ฝังจูมพิตลงไปบนปากหยัก

                     แม้ว่าจื่อเทาจะพยายามดันตัวออกแต่เจ้าตัวก็ล็อคตัวเองไว้กับจื่อเทาอย่างสมบูรณ์แบบ

                     โอเค... ผมยอมแล้ว

                     แพ้ให้กับความหัวดื้อของเขาแล้วล่ะ  ลิ้นนิ่มๆที่พยายามจะแทรกเข้ามา ตอนนี้มันได้รับชัยชนะเหนือทุกสิ่งอย่างแล้วล่ะครับ

                      ร่างของทั้งคู่จึงกระชับเข้าหากันโดยแทบจะไม่มีจุดไหนห่างกันถึงหนึ่งเซนติเมตร

                      เซฮุนเบียดตัวเองลงบนอกหนาอย่างต้องการจะแทรกตัวลงไปซะให้ได้

                      เขาเป็นคนอารมณ์ร้อน บ้าดีเดือด ขี้โวยวาย ขี้วีน จอมเหวี่ยง ดื้อรั้น แล้วก็เอาแต่ใจเป็นที่หนึ่ง ...ทั้งหมดนี้ เขากำลังสาดมันใส่ผมอย่างคนขาดสติ  ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาขี้อายเอามากๆ พูดไม่ค่อยเก่ง และก็ชอบอ้อนเป็นไหนๆ

 

                      "ใครสน" ในที่สุดเขาก็ผละออก "ก็บอกแล้วว่ารักไง  ทำไมต้องสนด้วยล่ะ ฉันพยายามขนาดไหนกว่าจะได้มาเจอนายวันนี้ แล้วดูนายพูดสิ จื่อเทา! นายเป็นบ้ารึงไง ห้ะ!"

                       เซฮุนระเบิดน้ำตาออกมาอีกครั้ง ครั้งนี้เขาคงเกินที่อัดอั้นไว้แล้ว

                        "ไอ่บ้า พูดมาได้ไงว่าเลิก"

 

                        เมื่อเห็นเขาอย่างเต็มตา ผมจึงรู้ว่าผมคิดผิดมหันต์ที่พูดคำนั่นออกไป เซฮุนเคยบอกผมว่าเขาอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีผม

                         ...ตอนนี้รู้ซึ้งแล้ว

                         "ฉันแค่ไม่อยากให้นายทรมาน"

                         "ไม่เอา ไม่อยากได้ความเห็นใจจากนาย จื่อเทา ฉันดูแลตัวเองได้ อยากดูถูกกันนักได้ไหม"

                          "แล้วนายอยากให้ฉันทำยังไงจื่อเทาเอ่ยถามด้วยท่าทีหมดแรงในขณะที่

                        เซฮุนในเวลาก็นี้ดูอ่อนแรงเต็มที่ ทั้งคู่ต่างก็เหนื่อยที่ต้องทนเหงา ในขณะที่พวกเขาเองก็มองไม่เห็นทางที่จะบรรจบกันได้

                        ชีวิตไอดอล

                        ชีวิตที่ต้องแยกกันอยู่คนละประเทศ

                        ยิ่งไกล..มันก็ยิ่งเหนื่อย

                         "อย่าหายกันไปเลยได้ไหม อย่าเงียบ อย่าขี้เกียจฟังคนเอาแต่ใจบ่น อย่าคำราญเวลาฉันอ้อนจะได้ไหม  อย่าไปมีใครอื่น และห้ามหมดรักกันด้วย'

                         "ขอมากไปไหม"

                         "แล้วขอได้ไหม ให้ฉันได้ไหมล่ะ ตอบสิ "  เซฮุนไม่ชอบที่จะเห็นจื่อเทาลังเล

                         "คิดว่าฉันเป็นใคร เรื่องแค่นี้ขี้ผงมาก  แล้วนายล่ะ ให้ฉันได้มั้ยล่ะ? "

                          "อะไร?"

                           "อย่าให้ใครสบตา อย่าหยุดโทรฯหาจนกว่าฉันจะรับ  อย่าหยุดบ่น เพราะฉันชอบฟังเสียงนาย  แล้วเนื้อตัวอย่าให้ใครเค้าจับต้องมาก หวงโว้ย"

                            "หืมรอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาทีละนิด

                            "แล้วก็นี่..."  จื่อเทาใช้นิ้วชี้จิ้มลงไปยังกลางอกของเจ้าคนบนตัก " ...ร่างกายนี้ให้ฉันครอบครองได้คนเดียว"

                            เซฮุนเลิกคิ้วขึ้นและกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน

                             "คิดว่าฉันจะให้เหรอ?"

                              "ไม่ให้ก็จะเอา"

                             ต้นคอถูกคมเขี้ยวของจื่อเทาขบลงไปทันที และตามด้วยการซุกไซร้ที่สันกราม เขารู้ว่านี่เป็นจุดอ่อนของเซฮุน ซึ่งก็เรียกเสียงครางจากปากอิ่มได้เป็นอย่างดี

                             "อ่ะ มันจักจี้นะ"

                             "ช่วงนี้มีงานรึเปล่า"

                             "หยุดสี่วัน"

                             "งั้นเตรียมใจไว้ซะ คืนนี้ไม่ได้หลับแน่ๆ"

                             "ว่าไงนะ  นายจะบ้าไปแล้วรึไง ไหนบอกว่าจะไปเมกาคืนนี้"

                             "ก็เปลี่ยนใจ อยากอยู่กับนายต่อ...ไม่ได้เหรอ"

                             "ไม่ต้องมาอ้อนเลย พ่อตัวดี เดือนหน้าก็เจอกันอีก เดือนถัดไป แล้วก็ต่อๆไป ยังไงก็ต้องเจอกันอยู่ดี"

                             "..."

                             "ก็ได้ แต่ห้ามมีรอยนะ"

                              "จ้า"

                              จื่อเทาตรงเข้าชิมปากอิ่มทันทีเมื่อเซฮุนเปิดไฟเขียวให้ 



                              และมันก็มักจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่ทั้งสองได้เจอกัน 

                      .      ...ก็ไม่ได้จาก หรือห่างกันไปไหนนี่เนอะ 

                             "ตั้งใจทำงานล่ะ  แล้วเจอกันนะ"

                      


                                                                       [ จบ แล้วนะคะ ที่รัก ]




ilovetao68 :  9 พ.ย 59 

ในที่สุดก็ 100% ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ 

ไม่ได้จับฟิคหวานๆ มานาน มันอาจจะเลี้ยน (รึป่าว)

เรื่องนี้แต่งขึ้นจากมโน ค้างมาตั้งแต่ปีที่แล้ว (TT) (ขอโทษนะคะ)

อยากให้เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้คนอ่านยิ้มได้ 

คีย์เวิร์ดของเรื่องนี้คือ "ความห่าง" เราตั้งชื่อไฟล์ว่าไกล

แต่ชื่อเรื่อง baby I need you now.... 555555555

นั่นเพราะมาจากความคิดถึง คิดถึงมากจนอยากให้มาหาซะตอนนี้

....แต่มาไม่ได้ เพราะต่างคนต่างมีฝัน มีหน้าที่

ประมาณนี้.....

ขอบคุณที่อ่านจนจบ (ขอบคุณจริงๆ)

ขอให้มีความสุขกับการอ่านค่ะ


ด้วยรักและเทาฮุน 

ilovetao68

@ilovetaohun 




 



 

 

 

 

               

               

               

                 

 

               

               

                

ผลงานอื่นๆ ของ Me May MeMe

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 크리스열
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:35
    หวังว่าเค้าจะได้พบกันจริงๆสักที (แค่ในฟิคก็ยังดี) คิดถึงความสัมพันธ์ที่สวยงามพวกนี้จริงๆ ..T-T
    #4
    0
  2. #3 크리스열
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:29
    ยังแอบเชียร์คู่นี้อยู่ทุกลมหายใจ ..หวังว่าเค้าจะยังติดต่อกันอยู่นะ.. ความสัมพันธ์ ความผูกพันธ์ที่มีด้วยกันมาตั้งนานหวังว่ามันจะไม่ขาดไปง่ายๆหรอกใช่มั้ย.. คิดถึงแล้วมันหน่วงจริงๆ ㅠㅠ
    #3
    0
  3. #2 momo
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 23:44
    ชอบอ่ะเราชอบคู่นี้ที่สุดเลย
    #2
    0
  4. #1 onlythn (@fahzjung) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 23:15
    อ่านแล้วน้ำตาจะไหล T - T คิดถึงสองคนนี้จังเลย ตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ใ ติดต่อกันอยู่(แน่ๆเลย....? ; _ ;)รึเปล่า แอบส่งนู่นนี่นั่นให้กันแน่เลย(รึเปล่านะ /__\) TTvTT แต่เราไม่กลัวค่ะ รับมือไว้พร้อมทุกสถานการณ์ มือเราติดกาวตาช้างกับไม้พายแล้ว บ้านมีไม้ไว้ทำเรือทำแพเยอะแยะ 555555555555555555
    รออยู่น้า เป็นกำลังใจให้ค่ะ?
    #1
    0