กลร้ายวิวาห์ลวง

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 4-3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 178 ครั้ง
    21 พ.ย. 61


          กว่าสริตาจะปลุกปลอบใจตนเองและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ เธอก็ออกมาร่วมงานเมื่อบริเวณลานกว้างสถานที่จัดงานคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจำนวนมากแล้ว


นับว่าผู้จัดงานมีฝีมือจริงๆ เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงสามารถเนรมิตลานโล่งให้มีบรรยากาศคล้ายดินแดนมหัศจรรย์ที่ลึกลับน่าตื่นตาตื่นใจขึ้นมาได้ ในยามค่ำเช่นนี้ต้นไม้สูงใหญ่ที่ปลูกไว้โดยรอบแลดูทึบทะมึนคล้ายอยู่กลางป่าดงดิบ ฉากจำลองที่ทำเป็นรูปแท่งหินตั้งไว้รอบบริเวณดูสูงตระหง่านน่าเกรงขามทั้งที่จริงแล้วเป็นเพียงไม้อัดทาสีที่มีดวงไฟส่องสว่างแค่ครึ่งๆ ทำให้เกิดเงาหลอกตา 


น้ำพุใหญ่ที่เธอเห็นเมื่อตอนกลางวันถูกตกแต่งด้วยต้นไม้จนกลายสภาพเป็นน้ำตกเล็กๆ ยิ่งแต่งด้วยไฟสีส้มเล่นแสงเงาด้วยแล้ว มองไปคล้ายกับมีสายน้ำซัดสาดมาจากป่าลึกดูสมจริง บรรยากาศลึกลับมีเสน่ห์นี้ดูจะมีสิ่งที่เป็นจริงเพียงอย่างเดียวคือพระจันทร์เต็มดวงกลมโตที่ส่งสว่างนวลอยู่กลางท้องฟ้า


                แสงสว่างจากรอบๆ มาจากดวงไฟที่ตกแต่งพรางตาให้ดูคล้ายคบไฟเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ ดนตรีที่ส่งเสียงดังกระหึ่มโดยรอบนั้นคัดเลือกมาเฉพาะเพลงที่มีจังหวะเร้าใจชวนให้คึกคัก ชายหนุ่มหญิงสาวในงานสวมหน้ากากสีดำโรยกากเพชรที่สะท้อนแสงไฟวิบวับ การปิดบังใบหน้าเสียครึ่งหนึ่งแบบนี้มองไม่ออกว่าหน้าตาแท้จริงเป็นอย่างไร ดูๆ ไปก็คล้ายกับจะสวยหล่อกันเสียทุกคนราวกับเทวดานางฟ้าออกมาเดินเล่นบนโลกมนุษย์


                สริตามองสภาพรอบตัวแล้วก้มมองตนเองทำท่าเบ้หน้าจะร้องไห้อีก กระโปรงยาวสีขาวและเสื้อสีเดียวกันแถมด้วยหน้ากากที่ทำมาจากกระดาษสีขาวอีกเช่นกัน ทำให้เธอดูแปลกแยกจากคนอื่นจนเห็นได้ชัด แม้ไม่นับท่าทีเงอะงะตื่นกลัวเข้าไปด้วยก็ตาม 


               หญิงสาวขยับหน้ากากแบบขอไปทีของเธออย่างอึดอัด มันเป็นกระดาษเขียนจดหมายของโรงแรมที่หาเจอในลิ้นชักโต๊ะ สริตาพับครึ่งแล้วฉีกให้แคบตรงกลางเพื่อเป็นส่วนที่รับกับบริเวณสันจมูก ใช้ดินสอปลายแหลมจิ้มมุมกระดาษจนเป็นรูแล้วใช้หนังยางรัดถุงผลไม้ร้อยเข้าไป เป็นงานฝีมือแสนอ่อนหัดดูน่าสมเพช


               ...และตอนนี้มันกำลังดึงรั้งหูจนเจ็บไปหมด


                เธอจำใจรับเครื่องดื่มจากพนักงานเสิร์ฟชายที่แต่งกายเหมือนชาวเกาะข้างกล่องกะทิ พวกเขาสวมกางเกงขาสั้นสีดำพันรอบเอวด้วยทางมะพร้าวที่เย็บติดกันเป็นแผง ท่อนบนเปลือยเปล่าอวดกล้ามอกแข็งแรงคาดผ้าขาวม้าไว้ที่หน้าผาก ถ้าเป็นหญิงพวกหล่อนสวมบิกินี่สีส้มพันท่อนล่างด้วยกระโปรงทางมะพร้าวเช่นกัน เมื่อยืนดูสักพักจึงพอแยกออกว่าใครเป็นแขกใครคือพนักงาน น่าเสียดายพวกเขาไม่สวมหน้ากากไม่อย่างนั้นสริตาจะแย่งเอามาสักอันหนึ่งสวมแทนหน้ากากปลอมๆ ที่รัดหูจนตึงไปหมดอันนี้


เธอมองหาสามีอย่างมีความหวัง ผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ขนาดชนะเทพไม่น่าหาได้ยาก แต่ในสภาพที่แสงสว่างไม่มากเช่นนี้ทุกคนดูคล้ายกันไปหมดทำเอาสริตาถึงกับตาลาย เธอพยายามมองหาผู้ชายที่สวมเสื้อสีเรียบๆ เช่น ขาว หรือ ครีมไปจนถึงน้ำตาลซึ่งเป็นสีเสื้อของเขาแต่ดูแล้วดูอีกก็ไม่เห็นใช่เขาสักคน สริตาวนอยู่รอบหนึ่งก็ไม่พบเขาเกือบเข้าไปกระชากฝรั่งที่กำลังกอดจูบกับแฟนสาวครั้งหนึ่งเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นชนะเทพ


คุณออม เสียงเรียกคุ้นหูดังขึ้นข้างๆ น้ำตาลนั่นเอง


มองหาอะไรอยู่คะ จะไปห้องน้ำเหรอ มาทางนี้ค่ะ น้ำตาลเข้าใจไปอย่างนั้นสริตาปฏิเสธไปหล่อนก็ไม่ได้ยินเพราะเสียงเพลงดังกลบจนหมด จึงยอมให้หล่อนลากตัวออกมาที่บริเวณด้านข้างของลานจัดงาน


ออมไม่ได้ปวดห้องน้ำเธอบอกเสียงอ่อยแต่เพราะเสียงรอบตัวเบาลงมากแล้วครั้งนี้น้ำตาลจจึงได้ยินชัด หล่อนแค่ร้องอ้าวแล้วตามด้วยเสียงหัวเราะขัน


ไหนๆ ก็มาแล้ว เข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างมือหน่อยก็ดีนะคะ จะได้สดชื่น ตาลเองก็มึนๆ จิบพันช์ไปหลายแก้วเลย


สริตายิ้มแหยได้โอกาสถอดหน้ากากออก เธอวักน้ำลูบหน้าลูบผมที่ถูกลมตีจนยุ่งเป็นกระเซิง


รู้ได้ไงคะว่าเป็นออม ออมมองหาใครก็ไม่เจอสักคน


หน้ากากไม่เหมือนคนอื่นไง น้ำตาลบอกยิ้มๆ สริตาคิดว่าหล่อนยังรักษาน้ำใจอยู่บ้างที่ไม่บอกว่าดูเงอะงะจนจำได้แม่น


เอ้า เอาของตาลไป ตาลจะกลับห้องแล้ว หล่อนกลับบอกง่ายๆ พร้อมกับส่งหน้ากากให้ ตามหาแฟนอยู่ใช่ไหมคะ


ออมไม่เห็นเขาเลยค่ะ


ลองหาดูแถวริมหาดค่ะ ตาลคิดว่าเห็นอยู่กับกลุ่มนั้นล่ะ น้ำตาลบอกเสียงเรียบเหมือนเรื่องธรรมดา  แต่สริตาได้ยินถึงกับใจร้อนเป็นไฟแทบจะวิ่งลิ่วลงไปเสียเดี๋ยวนั้น


ค่อยไปค่ะ ทางมืดเดี๋ยวจะสะดุดหกล้ม เลาะไปตามทางเดินที่มีไฟนะคะตรงไปด้านหลังน้ำพุนั่นก็ถึงแล้ว สังเกตดูมีชุดเก้าอี้วางไว้ให้นั่งจิบเครื่องดื่มที่ริมหาด นางฟ้าของสริตาบอกอย่างละเอียด


เธอแทบกระโจนออกไปทันทีที่จบประโยคแต่ก็ไม่ลืมพึมพำขอบคุณ น้ำตาลคือนางฟ้าประจำตัวจริงๆ หล่อนปรากฏตัวทุกครั้งที่สริตามีปัญหาทั้งอดทนฟังเธอพร่ำเพ้อ ช่วยเหลือปลอบใจและชี้ทางสว่างให้อีกด้วย นับว่าฟ้าเบื้องบนยังปรานีสริตาอยู่บ้างที่ไม่ปล่อยให้เธอเผชิญเรื่องเหล่านี้ตามลำพัง


                หญิงสาวรีบเดินไปตามคำบอกใจโลดลอยไปถึงริมหาดแหวกผู้คนที่กำลังดื่มกินและเต้นรำกันอย่างสนุกสนานสุดเหวี่ยง มุ่งตรงไปยังจุดหมายเดียวเพื่อจะพบว่าสามีกำลังคลอเคลียนัวเนียกับผู้หญิงอื่น ไม่ใช่แค่คนเดียวแต่มีถึงสามคน พวกหล่อนจ้องชนะเทพตาเป็นมันตั้งแต่อยู่บนเรือน้ำตาลเคยบอกสริตาเช่นนั้นและตอนนี้ผู้หญิงพวกนั้นก็กลุ้มรุมเขาราวกับฝูงไฮยีน่ารุมเหยื่อ 


               ที่น่าเจ็บใจก็ตรงที่ เหยื่อ ยังนั่งเฉยๆ ให้พวกหล่อนรุมทึ้งโดยไม่มีอาการหงุดหงิดเหมือนตอนที่เขาอยู่กับภรรยาตัวเอง


                ชนะเทพนั่งเอนหลังอยู่ที่เก้าอี้ตัวหนึ่งเป็นเก้าอี้ไม้ขนาดใหญ่แบบใช้สำหรับนั่งอ่านหนังสือหรืออาบแดดริมสระว่ายน้ำ หญิงสาวนางหนึ่งขึ้นไปนั่งเบียดจนสะโพกอิ่มของหล่อนเสียดสีกับช่วงตัวของเขา แม่นั่นกำลังลูบต้นขาเขาอยู่ อีกนางหนึ่งนั่งเบียดบนเก้าอี้เดียวกันแต่เยื้องไปด้านปลายเท้าหล่อนดื่มเบียร์จากขวดพร้อมกับคีบบุหรี่พ่นควันปุ๋ยไปด้วย ทั้งสามมองไปทางชาดหาดซึ่งเพื่อนร่วมก๊วนอีกนางหนึ่งกำลังเต้นยั่วยวนตามจังหวะดนตรีจากงานปาร์ตี้แม่นี่คงเพิ่งขึ้นจากทะเลเพราะชุดหล่อนเปียกจนแนบเนื้อ พวกหล่อนหัวเราะสลับร้องกรี๊ดๆ อย่างสนุกและชนะเทพก็ดูจะพอใจอย่างมาก


                อารมณ์โกรธพุ่งปรี๊ดจนหัวแทบระเบิด สริตาไม่เคยโมโหสุดขีดแบบนี้มาก่อน ความโกรธแปรเป็นความเกลียดทั้งเจ็บใจคับแค้นผสมปนเปจนจุกในอก ครั้นจะโผล่ออกไปขัดกลางวงรสชาติของเม็ดทรายที่กระเด็นเข้าปากและความอับอายที่ได้รับก็กลับมาหลอกหลอน แต่เธอโมโหจนหน้ามืดแล้ว สริตาอาศัยจังหวะที่คนทั้งหมดให้ความสนใจกับผู้หญิงหน้าด้านบนหาดทราย เลือกกระป๋องเบียร์เปล่าขนาดเหมาะมือได้กระป๋องหนึ่งก็ขว้างไปสุดแรงเกิด


                ใจจริงเธอตั้งใจจะปาไปที่หัวเขา สามีไม่รักดีที่สริตาแสนเกลียด น่าแปลกที่โชคยังเข้าข้างคนชั่ว ลมริมทะเลที่พัดเอื่อยทำให้อาวุธของสริตาพลาดเป้าและคนที่ชั่วกว่าซึ่งนั่งอยู่ติดกันก็ได้รับผลกรรมแทน...ก็ยังนับว่าเวรกรรมมีจริง


                โอ๊ย นางคนนั้นร้องกรี๊ดขึ้นทันทีที่โดนกระป๋องเปล่าฟาดเข้าที่หัว เบียร์ที่ยังเหลือค้างก้นกระป๋องหกเลอะเป็นคราบเหนียวไปถึงไหล่ หล่อนหันซ้ายหันขวาด้วยความโกรธและตกใจ 


                    สริตาหลบวูบหมอบตัวคู้กับกระถางต้นไม้ที่ทางรีสอร์ตยกมาตกแต่งสถานที่ ซุ่มอยู่ที่มืดไฟวับแวมแบบนี้สีขาวดึงดูดสายตาดีนักเธอจึงต้องก้มจนแทบจะหมอบราบติดพื้น


                กระป๋องเบียร์จากไหน แกขว้างฉันเหรอนังนี เสียงก่นด่านั้นทำเอาเธอหัวเราะคิก


เพื่อนสาวที่นั่งกินเบียร์อยู่ปฏิเสธเป็นพัลวันแต่ก็ถูกด่าฟรีไปแล้วหลายคำ สริตาควานหาของอีกและได้กิ่งไม้แห้งขนาดเหมาะมือน้ำหนักพอดีๆ ของมันทำให้เป้าหมายครั้งนี้เป็นชนะเทพตามที่เธอต้องการ เจ้ากิ่งไม้เปื่อยผุที่เลอะดินทรายพอกระทบกับศีรษะด้านข้างของเขาก็ร่วงกราว ชนะเทพสะดุ้งโหยงผุดลุกด้วยความตกใจ ที่น่าขันคือนางสองคนที่เกาะเขาอยู่พลอยเสียหลักหงายท้องร่วงลงจากเก้าอี้ไปด้วย


                สริตาปิดปากหัวเราะไม่มีเสียงจนน้ำตาปริ่ม แอบมองจากช่องในมุมมืดก็เห็นทั้งกลุ่มแตกฮือมองซ้ายขวาบนล่างกันชุลมุน


                สงสัยลมพัดแรง กิ่งไม้แห้งร่วงกราวเลย คนโง่กว่าสริตาก็มีในโลกด้วย ต้นไม้เรียงรายอยู่ริมหาดไกลจากจุดที่พวกหล่อนนั่งตั้งหลายเมตรหล่อนยังอุตส่าห์คิดได้


พวกหล่อนจับกลุ่มกันช่วยปัดทรายออกจากเนื้อตัว สาวคนที่อยู่ใกล้ชนะเทพที่สุดนั้นตกลงก้นจ้ำเบ้ากับพื้นหล่อนลูบสะโพกเอาป้อยๆ หน้าตาบูดเบี้ยวปากขมุบขมิบคงด่าตัวเอง สมน้ำหน้าแล้วตอนที่สริตาตกเก้าอี้ยังหัวเราะกันสนุกไม่ยอมช่วยเจอเข้ากับตัวบ้างจะได้รู้สึก


มีเพียงสามีของสริตาที่กวาดตามองไปรอบตัวแถมยังเพ่งมาตรงมุมมืดที่เธอแอบอยู่ราวกับมีตาทิพย์ 


สมแล้วที่เขาได้เป็นเจ้าคนนายคนจึงจับพิรุธได้เก่งนัก 


วงสนทนาแตกเสียแล้วแม่สาวคนที่โปรยเสน่ห์ให้ชนะเทพมากที่สุดนั้นเกาะแขนอ้อนเขาชวนให้ไปที่ห้องพักของหล่อน


พวกเธอไปก่อนเถอะ ฉันว่าจะหาอะไรดื่มสักครู่


คำว่า ไปก่อน ทำเอาสริตาโกรธปรี๊ดขึ้นมาอีก ไปก่อน ก็แปลว่าจะตามไปทีหลัง เขากำลังนัดแนะไปสังสรรค์กันต่อที่ลับตาคนสองต่อสอง ไม่ใช่สิหนึ่งต่อสาม โอย น่าบัดสีเหลือเกิน


เพื่อนสาวของพวกหล่อนคนที่ลงไปเล่นน้ำทะเล และถูกสริตาส่งคำสาปแช่งให้คลื่นซัดลงทะเลไปเสียจะได้เลิกเต้นยั่วผู้ชายแต่ก็ไม่เป็นผลนั้น ยืนกอดอกหนาวสั่นฟันกระทบกันกึกๆ อยู่ หล่อนเร่งเพื่อนอีกสองคนยิกๆ คงหนาวมากน่าสมน้ำหน้าจริงๆ อยากได้ผัวชาวบ้านจนต้องทนตกระกำลำบาก หล่อนน่าจะเป็นไข้นอนซมไปเสียเลย 


และเพราะหล่อนเร่งเพื่อนและชนะเทพก็ยังไม่มีท่าทีอะไร ในที่สุดพวกหล่อนก็ยอมแพ้เดินกลับห้องไปก่อนไม่วายย้ำเลขห้องให้ชนะเทพตามไปสมทบ


ชนะเทพยืนกอดอกนิ่งมองตามพวกหล่อนอย่างห่วงใย ไม่เห็นเขาเคยมองสริตาอย่างนี้บ้างเลย ความโกรธทำให้สริตากล้าถึงขนาดหากิ่งไม้แห้งอีกอันเตรียมทำอย่างเดิมอีกครั้งนี้ตั้งใจว่าจะให้โดนหน้าเขาเลยทีเดียว 


แต่เขาว่าคนดีทำบาปไม่ขึ้นเพราะแค่เงื้อค้างชนะเทพก็ตะโกนขึ้นมาด้วยเสียงอันดัง


ออกมา


อัพเดทข่าวทางเฟส ฝากกด ถูกใจแฟนเพจไว้เพื่อรับข่าวสารได้รวดเร็วค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 178 ครั้ง

263 ความคิดเห็น

  1. #215 Mw\' Mw (@123494) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 23:35
    เกลียดนางเอกมากเลย เกลียดทั้งหมดที่เป็นนางเลย ความคิด นิสัย ทุกอย่าง
    #215
    0
  2. #158 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 16:28
    เพลียแทน
    #158
    0
  3. #75 Aisajuju (@Aisajuju) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 06:17
    อยากได้อีบุค
    #75
    0
  4. #73 aranyaorchid (@aranyaorchid) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 10:51
    น้องออมเอ้ย เริ่มทำใจให้เกลียดหลัวตัวเองจะดีกว่าไม๊
    #73
    0
  5. #71 tutue (@tutue) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 08:42
    มีทำไมค่ะผัวแบบนี้ เห็นคนอื่นดีกว่าเมียตลอด ไม่มีความสุขก็แยกย้ายกันไปจร้า
    #71
    0
  6. #70 Papa24579 (@Papa24579) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 08:02
    5555555 ไม่ใช่ออมทำไม่ได้นะแบบนี้ ยกอิสาเลวๆแบบนี้ให้เค้าไปเหอะ เก็บไว้ทำซากอาไร
    #70
    0
  7. #69 pakaija (@pakaija) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 00:36
    ถ้าไม่รักไม่หลงจนขาดสติทำอย่างออมไม่ได้นะนี่ จะโดนคุณสาจัดหนักแค่ไหนก็ไม่รุ้
    #69
    0
  8. #68 AnnCongthum (@AnnCongthum) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 23:54
    ออกมา ....... ออกมาสักทีค่ะ อยากอ่านแล้วค่ะ
    #68
    0
  9. #66 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 23:26
    รีบๆยืนหยัดด้วยลำแข้งตัวเองนะ มีผัวอย่างนี้อย่ามีเสียดีกว่า
    #66
    0
  10. #65 ondara (@ondara) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 21:25
    เป็นพ่อรึไง
    #65
    0