Re : Reality เปลี่ยนไปโลกใหม่ด้วยโชคชะตาอเวจี

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 31,707 Views

  • 991 Comments

  • 1,841 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    23

    Overall
    31,707

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 16 : ผลสรุปของความในใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    30 มี.ค. 60





     ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน ณ ที่อาณาจักร...



     ท่ามกลางห้องโถงกว้างขนาดยักษ์แห่งหนึ่ง.. ห้องขนาดกว้างใหญ่แถมยังประดับด้วยพรมและเครื่องประดับหรูหราที่ติดไปด้วยอัญมณี พรมแดงขนาดใหญ่ขนาดใหญ่วางเป็นทางยาวตั้งแต่ทางเข้าจนไปถึงบัลลังก์สูง นั่งโดยชายชราคนหนึ่งที่สวมมงกุฏสีทองอร่ามราคาแพง.. ด้าหน้าของชายแก่คนนั้นเป็นเเกหนุ่มสาวมากมายในชุดต่อสู้ ด้านข้างของเขาขนาบไปด้วยองค์รักษ์ชายคนหนึ่งพกดาบใหญ่...

     ชายคนนี้ไม่ใช่ใครไหนอื่นนอกซะจากพระราชาของอาณาจักรทราเซี่ยม... เขามองภาพไปตรงหน้าพร้อมกับกุมขมับด้วยความเครียดจนเส้นเลือดขนาดใหญ่ปูดออกมาให้เห็นบริเวณหน้าผาก มองไปรอบๆห้องและเด็กรุ่นใหม่เหล่านั้น.. จริงๆแล้ว ห้องนั้นไม่ได้หรูหราอะไรขนาดนั้น.. มันแค่ 'เคย'... เพราะปรากฏการณ์เหนือคำทำนาย แผ่นดินไหวและแผ่นดินแยกรุนแรงทั่วอาณาจักร ห้องนี้จึงทรุดโทรมลง รอยแยกทั่วๆไปมีบ้างเล็กน้อยเช่นเดียวกับรอยแตก.. ทุกอย่างในห้องอยู่ในช่วงบูรณะซ่อมแซม เช่นเดียวกับรูขนาดยักษ์บนเพดานที่ซ่อมใกล้เสร็จ... ฝีมือไม่ใช่ของใคนนอกซะจากเด็กหนุ่มที่มาพร้อมกับดวงชะตามรณะ...

     และนี่คือการย้อนกลับไปยังเหตุการณ์หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้าที่ไนต์จะออกตากดันเจี้ยน...

     เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ พระราชวัง..

     " ..... " ไม่มีเสียงหรือคำพูดใดๆเล็ดลอดออกมานอกซะจากพระราชาที่กำลังกุมขมับด้วยความเครียดหลังจากที่อาณาจักรอยู่ในสภาพทรุดโทรมจนเรียกว่านครไม่ได้เพราะความพังทลาย เขามีภาระต้องแบกรับมาก.. เขาต้องจัดการความเป็นอยู่ของประชาชน ซ่อมแซมบ้านเมือง ออกกฎหมายแรงงานใหม่โดยที่เขาเลิกทาวทั้งหมดในเมือง เปลี่ยนจากทาสเหล่านั้นกลายเป็นคนก่อสร้างและใช้แรงงานเพื่ออาณาจักรแทน... ไม่ได้เรียกว่าการ 'เลิกทาส' เลยซักนิด แค่ปลดออกจากขุนนางและกลายเป็นคนของรัฐ กลายเป็นเพียงแรงงาน...

     และที่สำคัญปัญหาใหญ่ที่สุดก็มาจากการที่ต้องส่งเหล่าผู้กล้าไปยังอาณาจักรอื่นเพื่อรองรับการฝึกเพื่อต่อกรกับผู้เป็นเทพทำลายล้าง และนี่..ทำให้มีการร่างสัญญาระหว่างอาณาจักร.. อาณาจักรของเขาจึงต้องสูญเสียหน่วยทหารสำคัญในอนาคต แถมยังต้องมานั่งฟื้นฟูสิ่งก่อสร้างอีก รายได้ของชาติก็ยิ่งขาดแคลน ติดลบลงไปเรื่อยๆ.. เศรษฐกิจเองก็ไม่กระเตื้อง.. ผู้คนก็เริ่มที่จะอพยพไปเมืองอื่น ตั้งถิ่นฐานหลักแหล่งใหม่.. อาณาจักรนี้กำลังอยู่ในสถานการณ์ลำบาก...

     " ฮ่า.... อย่างที่พวกเราได้กล่าวไป.. ต่อไปนี้ท่านผู้กล้าจะต้องย้ายไปยังอาณาจักร 'ลินดัส(Lindas)' และพวกท่านจะได้รับการดูแลและการฝึกใหม่ทั้งหมด.. " พระราชาถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดออกไป.. พวกเหล่าผู้กล้าจะต้องย้ายหลักแหล่ง เปลี่ยนจากการฝึก ณ ดันเจี้ยนแห่งนี้เป็นดันเจี้ยนธาตุลมในอาณาจักรข้างๆทางทิศตะวันออก... 

     " ...... " ผู้กล้าทั้งหมดฟังต่อไปเงียบๆ.. ไม่มีใครเอ่ยปากคำอะไรออกมา ทุกคนล้วนเข้าใจถึงสถานการณ์ พวกเขาเองก็ไม่ได้โง่เขลา เป็นถึงนักเรียนลำดับท็อปของประเทศที่มารวมกัน.. พวกเขาย่อมไม่คัดค้านอะไร...

     " และพวกท่านจะเริ่มออกเดินทางในวันพรุ่งนี้เวลาแปดโมงตรง.. เดินทางไปด้วยรถมังกรดินสามคัน ใช้เวลาประมาณสองอาทิตย์กว่าจะไปถึงที่นั่น และหลังจากที่การเดินทางสิ้นสุด พวกท่านจะอยู่ใต้การรับคำสั่งของกษัตริย์ฝั่งนั้นทันที..  "

     " ...... " 

     " เพราะฉะนั้น วันนี้ไม่มีการฝึกอะไรทั้งสิ้น ขอให้พวกท่านไปเตรียมตัวการเดินทางและพักผ่อนให้มากๆ พวกท่านจะเป็นกำลังสำคัญให้กับโลกนี้ และเพื่อเป็นการตอบแทน.. หลังจากที่สงครามสิ้นสุด พวกท่านจะถูกส่งกลับโลกเดิม.. " พระราชาพูดไปถึงข้อตกลงที่ให้ไว้โดยที่ไม่มีใครในที่นี้รู้เลย..ว่าคำพูดของเขาก็เป็นเพียงแค่ลมปาก.. เรื่องวิธีกลับอะไรใดๆยังไม่มีทั้งสิ้น นี่ก็เพื่อการใช้ให้คุ้มค่าเท่านั้น...

     " ....... " 

     " เพราะฉะนั้น จากนี้ก็- " 

     พวกเราพบศพท่านฮีเรอุสกับท่านราชิทแล้วครับ!!!! 

     " ...!!!! ว่าไงนะ!! " พระราชาตะโกนกลับไปยังทหารรายหนึ่งที่วิ่งพรวดเข้ามารายงานเรื่องใหญ่ในทันที และนั่นก็เป็นถึงเรื่ององครักษ์ทั้งสองของราชาที่ถูกศพไปเช็คศพของเด็กหนุ่มที่ได้ชื่อว่าปีศาจประมาณสองอาทิตย์ก่อน แต่สุดท้าย..พวกเขาทั้งสองก็กลับมาในสภาพที่เป็นศพไปแล้ว..

     ว่าไงนะ!! // ท่านองครักษ์ทั้งสองไม่รอดงั้นหรอ?!!... เสียงฮือฮาดังขึ้นมาจากทหารที่อยู่ให้โถง..นี่เป็นเรื่องที่เขาจะยอมรับได้ยังไงล่ะ ทหารองครักษ์ฝีมือดีถึงสองคนตาย!.. นักผจญภัยกับทหารที่ลงไปหาตรวจดูสาเหตุแผ่นดินไหวเป็นผู้พบก่อนจะนำร่างของสองคนนั้นที่สิ้นชีพไปแล้วขึ้นมา นักผจญภัยเหล่านั้นเองก็โชคดียิ่งกว่าที่ไม่โดนอิทธิพลของแผ่นดินไหวจนไม่รอดเหมือนกลุ่มสำรวมกลุ่มอื่นๆ....

     พวกท่านทั้งสองตายแล้วพะยะค่ะ!!!... สาเหตุการตายคือเสียเลือดมากและรูกลมบริเวณหน้าผากพะยะค่ะ!!!..

     " ....รูกลมงั้นหรอ?!.. ตายเพราะเวทย์งั้นหรอ?!!.. " พระราชาตวาดถามออกไปดังลั่น..

ไม่ใช่พะยะค่ะ รูไม่ได้เกิดจากพลังเวทย์แต่เป็นโลหะกลมขนาดฝังอยู่พะยะค่ะ!!!...

     " .....!!!! " เหล่าผู้กล้าสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาเริ่มตะหงิดใจเล็กๆตั้งแต่รูกลมที่หน้าผากตามที่ได้จากการรายงานแล้ว และจากข้อมูลใหม่ที่ได้มา..สิ่งที่ฝังอยู่คือก้อนโลหะกลม... พวกเขาย่อมต้องคิดเหมือนกันว่ามันคืออะไร.. ไม่ใช่พลังเวทย์ เป็นโลหะ.. โลหะที่มีความเร็วสูงจนสามารถทะลวงเนื้อหนังและสร้างแผลกลมลึก.. ตายในครั้งเดียวที่โดนศีรษะ...

     " ...... " พวกผู้ชายเริ่มมองหน้ากันอย่างเลิกลั่ก.. พวกเขาพยักหน้าให้กัน เช็คว่าความคิดแต่ละคนตรงกันหรือผิดไปจากคนอื่นมั้ย ไม่ได้ใช้เสียงในการสนทนา..เป็นการใช้เพียงสายตาและท่าทางเท่านั้น และผลก็ไม่ได้อะไรมากเลย.. ผู้ชายทั้งหกคนนั้นคิดเหมือนกัน อย่าว่าแต่แค่หกคนนั้น.. อีกสิบเจ็ดคนที่เหลือก็รู้เลยว่านั่นคืออะไร... เกิดอะไรขึ้น...

     แค่นั่นไม่มีทางที่จะเป็นอาวุธของโลกนี้อย่างแน่นอน... มันเป็นอะไรไปไม่ได้นอกซะจากสิ่งที่เรียกว่า "ปืน" อาวุธที่ใช้ในการยิงกระสุนขนาดเล็กเพื่อสังหารเป้าหมาย ใช้ในการทำลายและเจาะทะลวงอวัยวะจนถึงแก่ความตาย....

     และนี่ย่อมหมายความว่า... คนที่พวกเขากำลังคิดเห็นร่วมกันต้องมีชีวิตอยู่.. หนึ่งในเพื่อนร่วมห้องที่ถูกโยนทิ้งลงไป ทุกอย่างเชื่อมเรื่องราวได้ทั้งหมดได้อย่างพอดิบพอดี... เริ่มจากข้อสรุปที่ไนต์ยังมีชีวิตอยู่.. เขาสามารถรอดและสร้าง 'ปืน' ขึ้น..จัดการฆ่าองครักษ์ทั้งสองคน... ด้วยความสามารถของเด็กหนุ่มคนนั้น การสร้างปืนย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก ใครๆโดยเฉพาะคนในห้องย่อมก็รู้ว่าเขาเป็นคนที่อัจฉริยะขนาดไหน... นี่เป็นหลักฐานยืนยันว่าเขายังมีชีวิตอยู่!..

     " ..... " เอ็น ชายผู้เป็นผู้กล้าและเป็นหัวหน้าห้องนิ่งไปพร้อมเรียบเรียงทุกอย่างใหม่ในหัว.. เขาได้ข้อสมมติฐานแล้ว.. ต่อไปก็แค่การพิสูจน์..

     " พระองค์!... ได้โปรดให้พวกเราได้ชันสูตรศพขององครักษ์ทั้งสองด้วยตัวเองเถอะพะยะค่ะ " เสียงของเขาดังขึ้น ขัดพระราชาที่กำลังพูดเสียงดังกับนายทหารรายงานคนนั้น...

     " ...ผู้กล้า ท่านว่ายังไงนะ?!... " 

     " ได้โปรดให้พวกเราได้ชันสูตรศพขององครักษ์ทั้งสองเถิดพะยะค่ะ!.. พวกเราจะหาข้อสรุปมาให้ได้.. " 

     " ...ถ้าท่านพูดถึงขนาดนั้นก็เชิญเถอะ... ทหารนำทางท่านผู้กล้าไปยังห้องชันสูตร!! " พระราชาพูดกับเหล่าผู้กล้าด้วยน้ำเสียงเป็นธรรมชาตก่อนจะตะโกนใส่ทหารรายนั้นทันที ทหารคนนั้นรับสั่งอย่างรวดเร็วพร้อมกับเดินนำเหล่าผู้กล้าตรงไปที่ห้องชันสูตรศพ... พวกเขาเดินไปเรื่อยๆก่อนจะเข้าไปในห้องสีออกเหลืองอ่อนๆที่ไม่มีอะไรประดับมาก เป็นห้องเกี่ยวกับการแพทย์... ทหารรายนั้นเดินนำเหล่าผู้กล้าไป ก่อนจะไปหยุดที่เตียงสองเตียง...

     ' มันเกิดอะไรขึ้น... '  นี่เป็นสิ่งเดียวที่เหล่าอดีตนักเรียนห้อง 11A คิดได้.. ทุกคนมองไปที่ศพทั้งสองด้วยความใจหาย ศพแรกเป็นศพที่สภาพสวยกว่า เอาจริงๆมันก็ไม่ได้สวยขนาดนั้น.. ซี่โครงและกระดูกต่างๆสามารถมองเห็นจากภายนอกได้เลยว่าเปลี่ยนรูปร่างไปหมดแล้ว บ้างก็แตกละเอียด บ้างก็นูนออกจนเห็นเป็นแท่งที่หนัง... มีจำนวนเล็กน้อยที่จะแทงทะลุออกมาให้เห็น... ร่างกายหลายส่วนบุบลงไปเป็นหลุมอย่างน่ากลัว.. ไม่แปลกใจที่จะไม่รอดตาย..

     และส่วนอีกศพ.. เป็นชายที่สภาพเละเหมือนศพแรก เพียงแค่แขนของเขาหายไปเพราะถูกตัดด้วยของมีคม.. ตัดแบบขาดสะบั้น ไม่มีกระทั่งหนังหรือเนื้อที่ยื่นไม่เป็นรูป เรียกได้ว่าตัดขาดสนิท ร่างกายฟกช้ำเขียวไปทั้งตัว.. เละไปหมด..ทั้งสองศพด้วยตาด้วยดวงตาที่เบิกกว้างราวกับเจอเรื่องน่ากลัวมา..

     และที่สำคัญของทั้งสองศพนี้คือ รูโบ๋วที่หน้าผาก... บริเวณรอบๆรูมีรอยไหม้จนเนื้อดำและกรอบ ใกล้ๆเตียงของศพทั้งสองก็มีถาดเก็บโลหะที่ปักลงไปฝังแน่นถึงสมอง.. พวกแพทย์เป็นคนที่นำโลหะก้อนกลมออกมาอย่างยากลำบาก... พวกเขากำลังหารือกันอย่างหนักว่าสาเหตุการตายมาได้ยังไง อะไรคือสิ่งที่พรากชีวิตของเขาทั้งสอง... อะไรคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาเสียท่าขนาดนี้.. นี่เป็นเพียงแค่สำรวจชั้นยี่สิบเจ็ด ทหารหลักเลเวล 70 แถมยศสูงไม่น่าจะมาตกม้าตาย... แล้วอะไรกันคือสิ่งที่ทำให้พวกเขากลัวจนสีหน้าเปลี่ยนมาถึงขนาดนี้...

     พวกแพทย์กำลังระดมความคิดกันที่อีกซีกของห้อง ผิดกับเหล่าผู้กล้าที่ไม่มีใครพูดอะไร.. พวกเขาออกจากห้องอย่างเงียบเชียบก่อนจะไปรวมตัวกันเองที่ห้องพักของพวกผู้ชาย ตั้งกันกลายเป็นการประชุมขนาดย่อมๆ...

     " ....พวกนายรู้แล้วใช่มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น " เอ็น บุคคลที่เป็นหัวหน้าและแหล่งรวมความศรัทธาของทุกคนเริ่มเปิดบทสนทนาก่อนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด.. 

     " ..... " ทุกคนไม่มีใครตอบ มีเพียงแค่การพยักหน้าให้กันอย่างรู้ใจ.. 

     " อย่างที่พวกนายคิด.. อาวุธที่องครักษ์ทั้งสองถูกฆ่า มันคือ 'ปืน' " 

     " ..... " 

     " จากการดูศพ ฉันพอจะเดาได้ว่าฆาตกรจัดการทั้งสองคนจนดูไม่ได้ เฉือนแขนขวาของคุณราชิท.. แล้วหลังจากนั้น..เขาก็เลือกที่จะฆ่าทั้งสองคนด้วยการเอาปืนมายิงจ่อที่หน้าผาก... ทั้งสองคนจึงตายลงทันที.. " 

     " ..... " 

     " แล้วคนร้าย.. ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคนที่เข้าข่ายกับข้อมูลทั้งหมด คนที่มีความรู้เกี่ยวกับ 'ปืน' อาวุธที่มีอยู่ในโลกของเรา แถมยังอยู่ในดันเจี้ยนแห่งนั้น.. เพราะงั้นนั่นจะไม่ใช่ใครนอกซะจาก 'ไนต์' ที่ถูกประหารที่นั่นเมื่อเดือนก่อน.. " เอ็นพูดสรุปขึ้นจากข้อสันนิษฐานทั้งหมด เรื่องปืนเองก็ใช่เหมือนกัน..วิธีฆ่าเองก็ถูกต้อง ทั้งสองโดยเด็กหนุ่มจ่อยิงที่หน้าผากโดยตัวเองไม่อาจทำอะไรหรือโต้กลับได้ สิ่งที่พิสูจน์คือรอยไหม้รอบๆรูกระสุน ปากกระบอกปืนจะปล่อยความร้อนสูงออกมา.. นั่นคือที่มา.. ดังนั้น รอบนั้นจะไม่เกิดตราบใดที่ไม่มีการทาบยิง...

     " แต่ว่า! นั่นจะเป็นหมอนั่นจริงๆหรอ?!!.. " เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น " ก็จริงอยู่ที่ฉันไม่คิดอีกเลยว่าจะมีใครเป็นได้อีก แต่ไม่ใช่ว่าหมอนั่นต้องตายไปตั้งแต่ตอนตกแล้วหรอ?!.. " 

     " อืม.. ฉันเห็นด้วยกับข้อนี้ ความสูงนั่นเองก็ไม่ธรรมดาที่จะให้มนุษย์รอดอยู่แล้ว.. แต่ว่าเพราะเป็นหมอนั่น.. มันถึงรอด " เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นเพื่อตอบกลับไปแทนเอ็นที่กำลังจะตอบแทน.. เขาคือ 'เจมส์' หนึ่งในนักเรียนที่เป็นดารา มีความช่างสังเกตมากที่สุดในกลุ่มผู้ชาย..

     " ใช่แล้ว... พวกเธออาจะลืมมองไปที่จุดสำคัญ จุดนึง.. จริงๆหมอนี่สมควรจะตายไปตั้งแต่แรกแล้ว.. " เด็กหนุ่มอีกคนตอบแทนมา 'เกน' ชายรูปร่างสูง เป็นนักบาสของโรงเรียน.. เป็นคนที่อยู่ในแก๊งค์เดียวกับพวกเจมส์และเอ็น.. 

     " ตั้งแต่แรก??... " 

     " ใช่แล้วล่ะ.. เกนกับเจมส์พูดถูกแล้ว เริ่มแรกตั้งแต่ตอนที่อยู่ทหารมากมายโจมตีเขา.. หลังจากนั้นเธอจำได้มั้ยล่ะว่าเกิดอะไรขึ้น.. " เอ็นพูดขึ้นพร้อมกับพาทุกคนนึกย้อนไปในเรื่องวันแรกที่เกิดขึ้น วันที่พวกเขาไม่มีทางลืมลง...

     " เกิดการต่อสู้.. ไนต์ฆ่าองครักษ์ไปคนนึง..." 

     " ใช่แล้วล่ะ ตอนแรก..เขาโดนล้อมด้วยทหารหลายนายแต่ก็ฝ่าออกมา แถมหลังจากนั้น..เขาสามารถตั้งรับกับองครักษ์คนนั้นได้ แถมในพริบตา..เขาก็ทำอะไรซักอย่าง ส่งร่างอีกฝ่ายทะลุเพดานเสียชีวิต.. และหลังจากนั้น ไนต์ก็โดนหัวหน้าองครักษ์เตะออกทะลุปราสาท.. และก็พบตัว.. ที่เมืองด้านล่าง ไกลออกไปกว่าสามกิโล... " 

     " ..... " 

     " แล้วก็ยังไม่ตาย ถูกลากขึ้นมาก่อนจะมัดกับไม้และทำการประหารต่อหน้าประชาชน... "

     " ...... " 

     " ดังนั้น..การที่เจารอดมาจากการตกนั่นอาจจะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยก็ได้.. ตอนนี้ไม่รู้ก็จริงว่ายังมีชีวิตอยู่รึเปล่า แต่เขาได้ฆ่าพวกองครักษ์ ตอนนี้เขามีความผิดอย่างแน่นอน แต่นั่นจะไม่เป็นไรตราบใดที่อาณาจักรไม่รู้เรื่อง... เรื่องเหตุผลที่เขาโดนทำร้ายในตอนนั้น พวกเราก็รู้เพียงแค่ว่าเขา.. เป็นคนที่ไม่ได้รับพลัง.. ไม่ถูกจัดเป็นผู้กล้าแล้วด้วยความมีผมสีดำ... นั่นแหละคือเหตุผลที่ถูกทำร้าย เจ้าตัวเองที่เป็นฝ่ายถูกใส่ความ.. "

     " ...... " 

     " แล้วถ้าหากเขายังมีชีวิตอยู่ เขาสามารถฆ่าองครักษ์ไปได้แล้ว... ต่อไปเขาเองก็คงต้องกลับมาล้างแค้นกับพระราชา.. " 

     " เดี๋ยวสิ! แบบนั้น!... ถ้าหากพระราชาโดนฆ่า แล้วพวกเราจะ- " เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีก่อนที่จะถูกตัดฉับโดนเอ็นที่ตอนนี้สงบนิ่งที่สุด..

     " ใช่... นั่นหมายความว่าพวกเราจะกลับไปไม่ได้.. " 

     " งั้น... อย่าบอกนะ... " 

     " ใช่.. ฉันเองก็อยากจะขอโทษเรื่องวันนั้นอยู่หรอก ที่พวกเราไม่สามารถเข้าไปช่วยได้เพราะพวกเรามันขี้ขลาดเกินไป.. แต่ถ้าหากได้เจอกันอีกครั้ง ถ้าหากเราสามารถเกลี้ยกล่อมเขาได้... เรื่องนี้ก็จะจบลง " 

     " เกลี้ยกล่อม?!.. นายไม่คิดหรอว่าเปอร์เซ็นต์ที่จะทำได้มันน้อยแค่ไหน ถ้าหมอนั่นยังรอดจริงๆ คิดหรอว่ามันจะไม่แค้น?!.. ดูจากวิธีการสังหารที่องครักษ์ทั้งสองคนโดนนี่สิ!.. นี่มันโหดเหี้ยม! แถมเรายังรู้เลยว่าอีกฝ่ายใจเย็นขนาดไหนถึงตัดแขนได้คมขนาดนั้น แถมเอาปืนมาทาบยิงได้อีก!.. "

     " ใช่แล้วล่ะ... เพราะแบบนั้น มีโอกาสมากอยู่ที่เขาจะแค้นอาณาจักรรวมไปถึงพวกเรา... " 

     " พวกเราก็อาจจะ- "

     " อา... เพราะงั้นถ้าหากหมอนั่นเป็นศัตรูจริงๆ.. เป็นศัตรูกับอาณาจักร กับพระราชาและคิดจะจัดการกับพวกเรา... " 

     " ...... " 

     " พวกเราจะฆ่าเขาทิ้ง.. " 







     //ไนต์// (สถานการณ์ปัจจุบัน)



     " ..... " ผมเดินต่อไปพร้อมกับกำหมัดแน่น.. ผมได้ทรยศความรู้สึกของตัวเองลงไปแล้ว.. ผมได้เลือกที่จะไม่ช่วยคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับตัวเองโดยไม่มีผิดเพี้ยน.. ผมเลือกที่จะปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นหลุดลอยไป.. นี่เป็นทางเลือกของผมเอง เพราะบทเรียนที่ผมได้รู้ในดันเจี้ยน.. การถูกทรยศในคราแรกหลังจากถูกใช้ประโยชน์เสร็จ ผมก็เกือบที่จะโดนฆ่า... ผมได้รู้บทเรียนจากแวมไพร์คนนั้นว่าการทรยศ..มันสามารถทำได้โดยง่ายดายแค่ไหน...

     เพียงเพื่อความอยู่รอด.. กิเลสและความเห็นแก่ตัวจะตื่นขึ้น.. ทุกสรรพสิ่งจะทำทุกวิถีทางเพื่อตนเองสามารถดำรงอยู่ต่อไปโดยไม่สนว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นจะถูกหรือผิด เพื่อตัวเอง เพื่อครอบครัวหรือคนรัก.. ทุกอย่างย่อมแลก ยอมทั้งหมด..แล้วมีเรื่องอะไรกันที่จะยิ่งต้องเอาตัวเองไปแลกในเมื่อมีคนอื่นที่กำลังจะยื่นมือมาช่วยเหลือ การอิงอาศัย..นั่นจะเป็นทางเลือกที่ผุดขึ้นเพื่อเอาผลประโยชน์จากอีกฝ่ายข้างเดียว ฝ่ายตัวเองมีแต่จะได้ผลประโยชน์ ฝั่งนั้นก็มีแต่จะเสีย.. และมันก็คือการหลอกลวงดีๆนั่นเอง...

     นั่นคือการทรยศ... 

และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีก.. เพื่อตัวผมเอง.. ผมต้องไม่สนใจใยดีอะไรทั้งนั้น...

     " ..... " ผมเดินหน้าต่อไปตามถนนหนทางที่แออัดไปด้วยผู้คน สวมฮู้ดเพื่อปกปิดใบหน้า..เพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่ทำให้ผมรู้เรื่องเกี่ยวกับสังคมของโลกนี้อย่างเรื่องการแบ่งแยกเผ่าพันธุ์.. พวกที่เป็นกึ่งมนุษย์จะถูกรังเกียจและจับให้กลายเป็นทาส ผมเห็นมาไม่น้อย..ด้านหน้าผมเองก็ยังมี กึ่งสุนัขคนหนึ่งกำลังถูกทารุณอย่างหนักหน่วงตามถนน.. ที่คอมีปลอกคอและที่แขนมีตราสัญลักษณ์ทาส.. ไม่มีใครเหลียวแลมาเพื่อจะให้ความช่วยเหลือ มีแต่จะมาขอรุมซ้ำ..

     แค่การเดินผ่านเมื่อกี้.. ผมก็ได้เห็นเรื่องน่ารังเกียจมากมาย.. มีคนธรรมดาสองคนมาขอเจ้านายของทาสเพื่อระบายความเครียด.. ผู้เป็นนายก็ไม่ขัดและปล่อยให้ทำไปด้วยความสบายใจแถมยังคอยสนับสนุนอีก.. ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเด็กผู้หญิงคนนั้นถึงมีปฏิกิริยากับฮาล์ฟเอล์ฟในทำนองรังเกียจ.. ต่อไปพอโตขึ้น.. ภาพความรุนแรงเหล่านี้ก็จะสืบต่อไป.. กลายเป็นพฤติกรรทแบบอย่างให้กับคนรุ่นใหม่ ไม่มีอะไรที่จะเปลี่ยนแปลง.. พวกครึ่งสัตว์ครึ่งมนุษย์ก็จะกลายเป็นทาสต่อไป... ไม่มีอะไรดีขึ้นทั้งนั้น...

     " ...... " 

     เห้ยๆ เมื่อกี้มีแม่มดปรากฏขึ้นในเมืองด้วยล่ะ! โดนนายพลเอลวินจัดการไปแล้ว!!

     ได้ยินข่าวแล้วเหมือนกัน! เสียดายนิดๆว่ะ.. อยากกระทืบแม่มด คันไม้คันมือจริงๆ!..

     " ...... " 

     โห้ย.. เมื่อกี้นะเห้ย มีข่าว-

     โถ่สหาย! ฉันรู้แล้วน่า! ฉันนี่แหละที่อยู่แถวหน้า! รู้ว่าพวกแม่มดมันกำลังตายไปทีละคนสองคนนี่มันสดชื่นเป็นบ้า! 

     " ...... " ผมเดินต่อมาเรื่อยๆ..เรื่องขบฟันแน่นกว่าเดิม.. ทุกหนแห่งที่ผมเดินผ่านจะมีบทสนทนานี้เข้ามา ..ว่าด้วยการปรากฏตัวของแม่มดในเมือง ทุกคนย่อมปิติยินดีกับเรื่องที่เกิดขึ้น.. แน่นอนว่ามันย่อมไม่ใช่ในทางที่ดี พวกเขาชื่นชมที่ 'แม่มด' ที่ว่านั่นกำลังจะโดนฆ่า โดนประหารที่เมืองหลวง.. สะใจที่เธอคนนั้นถูกทรมาณ.. ยิ้มด้วยรอยยิ้มที่น่ารังเกียจ แสดงให้เห็นเลยว่าโลกนี้มันเน่าเฟะแค่ไหน ไม่มีแม้กระทั่งจุดยืนให้กับพวกนอกรีตที่ไม่ได้ทำอะไรผิดแถมยังทำประโยชน์ให้สังคมก็ตาม...

     เธอคนนั้นแค่ช่วยเด็กที่กำลังจะตาย... ถ้าหากเธอไม่ลงมือละก็.. เด็กผู้หญิงคนนี้ก็ตายไปแล้ว ไม่มีใครซักคนเดียวที่พูดกันในเรื่องนี้ ทุกคนเพียงแค่กรนด่าและรำพึงรำพัน..สงสารเด็กน้อยที่มีชะตากรรมน่าสงสาร โดนแม่มดนั่นจับและร่ายเวทย์ใส่ ซึ่งนั่นเองก็ไม่มีความจริงซ่อนอยู่เลยซักนิดเดียว.. นั่นเองก็ไม่ใช่มนตร์ดำ เป็นเพียงแค่เวทย์รักษา.... การให้นิยามกับชีวิตไหนๆว่า 'แม่มด' นั่นหมายถึงจุดจบของชีวิต ลักษณะรูปร่างหน้าตา.. สีผม ทุกอย่างของเธอคนนั้นล้วนถูกโยงมาที่จุดนี้ทั้งหมด.. คนเราเพียงแค่เลือกเกิดไม่ได้... คำๆเดียวที่ตัดสินตลอดไปทั้งชีวิต อีกทั้งยังเป็นตัวตัดสินว่าสมควรอยู่หรือตาย... 

     ผมเกลียดเรื่องแบบนี้ที่สุด...

     " ......กร๊อด.. " แต่นั่นก็ไม่ใช่ว่าจะโทษโลกนี้อย่างเดียว เธอคนนั้นต่างหากที่โง่เอง.. ทั้งที่รู้ว่าถูกคนอื่นมองยังไงยังริจะเข้าไปช่วย คำนึงถึงชีวิตคนอื่นมากกว่าตัวเอง ช่วยชีวิตคนถ้าหากมีโอกาส.. นั่นก็คงเป็นคติ ถ้าหากผมเป็นคนเก่า ต่อให้ผมจะหน่ายกับสังคมหรือเกลียดผู้คนมากแค่ไหน ผมเองย่อมก็ต้องลงมือช่วยถ้าหากทำได้.. การเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาโดยตัวเองไม่คิดที่จะพยายาม ความรู้สึกนี้มันยากที่จะแบกรับ.. แต่ตอนนี้ ผมเปลี่ยนไปแล้ว.. คนในอดีตน่ะ มันตายไปแล้ว... ผมจะต้องเข้มแข็งขึ่นเพื่อที่จะไม่ตกอยู่ใต้อาณัติของใคร... ยิ่งถ้าหากเป็นผม รู้แบบนี้ว่าต่อให้ทำดีแค่ไหน สิ่งที่ทำไปเหล่านั้นก็ไม่เกิดผลดีและให้โทษ.. ผมก็จะยิ่งมองข้ามและไม่สนใจ..

     นี่เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้.. นี่ก็เพราะความผิดพลาดที่เธอก่อเอง...

     " ...... " ผมซุกมือทั้งสองลงในกระเป๋าเสื้อและเดินต่อไป.. ตรงไปยังปราสาทกิลด์ขนาดกลาง.. 

     ถึงแม้ผมจะคิดแบบนั้นก็ตาม.. ยังไง... ผมก็ยัง.. ไม่อยากที่จะมองข้ามเรื่องแบบนี้...

     " ...... " ผมก้มหน้าเดินต่อไปยังปราสาทกิลด์.. เป็นปราสาททำจากอิฐและปูนที่ฉาบมาอย่างดี ด้านหน้าของผมเป็นบานประตูไม้ขนาดใหญ่ มีธงห้อยลงมาประดับสองประตู เป็นสัญลักษณ์ของกิลด์ที่เป็นรูปงูกินหาง.. 'อุโรโบรอส'.... ผมเดินตรงไปที่ประตูพร้อมกับดันมันออกไป ทันทีที่ประตูเปิดออก เสียงดังลั่นมากมายก็เข้ามาในโซนประสาทของผม... มีคนในชุดเกราะแปลกๆมากมายกำลังสังสรรค์กันอย่างครื้นเครง.. ดื่มเหล้าเบียร์ แต่ทันทีที่ประตูเปิดออก.. พวกเขาก็สนใจคนที่เข้ามาใหม่ทันที...

     " โอ่ย!.. ใครวะ ใส่ฮู้ดคุมหน้าทำไมวะ?!.. หน้าหนอนหรอมึง?!.. " ชายฉกรรจ์คนหนึ่งพูดขึ้นและชี้มาที่ผม ทันทีที่เขาวิจารณ์ผมเสร็จ..เสียงหัวเราะจากทั้งกิลด์ก็ดังขี้น ผมกลายเป็นเป้าสายตาของทุกคน... ผมไม่สนใจก่อนจะเดินเข้ามาเต็มตัว พวกมันเงียบลงไปทันที่ได้เห็นแขนข้างขวาของผม...

     " เห้ย! แกน่ะ! แขนนั่นมันอะไรกันฟะ?!.. แล้วไอ้ชุดนี่ทำไมมันแปลกจังว้าาา... " ชายคนเดิมลุกออกจากเก้าอี้พร้อมกับเดินมาตรงหน้าผมและขวางทางด้วยร่างกายและเกราะหนาที่ทำให้เขาสูงถึงสองเมตร... 

     " ...... " ผมเงียบตอบก่อนจะเดินต่อไป.. ผมใช้วิเคราะห์ในการตรวจสอบทักษะหมอนี่ มันเป็นนักดาบเลเวล 64 ค่าสถานะนับว่าห่วยมาก ค่าเฉลี่ยนในแต่ละอย่างรวมๆกันแค่ประมาณพันนิดๆเท่านั้น อ่อนแอกว่าพวกองครักษ์อย่างที่ผมคิดจริงๆ... ทักษะก็ไม่ได้มีอะไรใหม่เลย... ผมหันซ้ายหันขวาไปรอบๆ เช็คทักษะของแต่ละคน... มีแค่บางคนเท่านั้นที่พอมีทักษะที่ผมขาดไปอย่างเช่นการฮีลหรือการรักษา ส่วนเวทย์หลักการทำงานน่าจะคล้ายๆกัน.. ชื่อไม่เหมือนกันเฉยๆผมจึงไม่สนใจจุดนี้....

     แต่ผมจะไม่ขโมย... ผมจะลงมือก็ต่อเมื่อนั่นคือศัตรูจริงๆเท่านั้น...อีกอย่าง ตอนนี้ผมยังไม่มีอารมณ์..

     " โห้ย! เป็นใบ้ไงไอ้สัส!... ไม่เคยเห็นหน้าเลย น้องใหม่อ่ะเดะ เดี๋ยวมึงเจอรับน้องกู..." 

     " ..... " คำพูดของฝ่ายตรงข้ามเริ่มรุนแรงขึ้น ท่ามทางนอกจากความเชื่อทางสังคมที่เน่าเฟะแล้ว.. พวกนักผจญภัยเองก็ไม่ต่างกัน ผมไม่ได้เหมารวมทุกคนแต่ด่าแค่นักผจญภัยเพราะพวกนี้ต่อสู้เป็น แล้วคนแบบนี้จะเป็นพวกเบ่งคนอื่นอยู่แล้ว... และสรุปง่ายๆ.. มันน่ารำคาญ..

     " มึงพูดไม่ได้ช่ะ!! น่ารำคาญว่ะ.. ไอ้เอ๋อ!!!! " มันง้างหมัดไปด้านหลังและปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว หมัดพุ่งมาที่หน้าของผมแต่นั่น... ช้ามาก...

     " หุบปาก... " ผมเค่นเสียงขึ้นมาพร้อมกับปล่อยแรงกดดันออกมา ไม่ได้มากมายแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้คนที่อยู่ตรงหน้าผมหยุดการกระทำอย่างฉับพลันและล้มตึงลงกับพื้น... บริเวณในรัศมีสิบเมตรจะได้รับผมกระทบเต็มๆ.. คนมากมายสลบและช็อคไปในพริบตา พื้นสั่นเช่นเดียวกับทั่วท้องตึกที่เขย่าอย่างรุนแรง แก้วอะไรแตกออกจนหมด... ผนังเกิดรอยร้าวจนสร้างความแตกตื่นอย่างมาก 

     อ๊าากกกก!!!.. อั่ก!-ตึง!!... ตึง!!... เพล้ง! เพล้ง!!! เพล้งๆๆๆ!!!!..

     เสียงดังมาจากรอบด้าน ด้วยความที่ทางเข้าออกใช้ร่วมกันเป็นทางเดียวและนั่นคือตรงที่ผมอยู่.. คนที่วิ่งมาจนเข้าระยะแรงกดดันก็ล้มสลบลงไปด้วยความทรมาณ... เสียงแก้วและขวดเครื่องดื่มแตกก็คงดังต่อไป กระจกทุกบานแตกออกจนเศษแก้วตกลงมากองเต็มพื้น มีเลือดกระจายอยู่จากคนที่โดนบาด..

     ตึง! ตึง โครม! ตึง//โคร่ม...!!!...

     " ...... " ผมคลายแรงกดดันออกหลังจากเห็นว่าแค่นี้เพียงพอแล้ว ผู้คนมากมายก็ล้มตึงลงไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการอดทนใต้ความหนักหน่วงมาเป็นเวลานาน หน้าคว่ำลงกับพื้นและหอบออกมาอย่างหนัก... ผมทำการช่วงชิงทักษะของคนที่สลบออกมาจนหมด แค่คนที่สลบก็ประมาณเกือบยี่สิบคน นับว่าที่เหลือยังโชคดีที่ยังคงสติได้....

     " ....... " ผมเดินไปข้างหน้าเล็กน้อย เดินเหยียบร่างของชายที่มาหาเรื่องเขาพร้อมกับเหยียบลงไปทีหลัง.. เสียงดัง *กร๊อบ* ดังออกมาเพราะแรงกดเล็กน้อยที่ผมใส่ลงไป หักกระดูกก้นกบ ต่อไปมันจะเดินไม่ได้... ผมก็เดินต่อไปอย่างไม่สนใจอะไรไปที่เค้าท์เตอร์... ตรงไปหาพนีกงานคนหนึ่งที่หอบแรง พยายายามจะยืนขึ้นแต่ก็ทำไม่ได้... นี่ขนาดห่างออกมาจากผมประมาณร้อยกว่าเมตรในตอนนั้นแล้วนะ...

     " มาสมัคร..เป็นนักผจญภัย.. " 
     
     " ค่ะ.. จะรีบดำเนินการ....เดี๋ยวนี่ค่ะ!... " เธอพูดไปด้วยหอบไปด้วย.. ผมเพียงแค่รอไปเท่านั้น..และสุดท้าย หลังจากนั้นไม่นาน..ผมก็ได้ทำการสมัครเป็นนักผจญภัยจนสำเร็จไปด้วยดี.. สิ่งที่ผมรู้เพิ่มคือ 'แผ่นแสดงค่าสถานะ' เป็นของธรรมดาที่คนทุกครจะมี มีกระทั่งชาวบ้านชาวเมืองทั่วๆไปที่อยากรู้ความสามารถของตัวเอง การที่จะเป็นนักผจญภัยเต็มตัวจะต้องมีบัตรกิลด์มายืนยัน... ซึ่ง บัตรกิลด์นี่แหละที่จะต่างออกไปนิดหน่อย มันมีเพียงแค่ชื่อ รายละเอียดของสมาชิกกับค่าสถานะเล็กน้อยเท่านั้น... ไม่มีเวทย์บอกว่าใช้อะไรได้บ้าง...

     และขั้นตอนการทำมันก็ไม่มีอะไรมากืผมเพียงแค่กรอกข้อมูลลงไปเล็กน้อย ค่าสถานะผมก็บิดบังไปจนเหลือแค่ประมาณสามพันนิดๆเพื่อไม่ให้โดดเด่นไปกว่านี้แม้ว่าตัวเลขนี่จะเยอะมากก็ตาม เรียกเสียงฮือฮาจากคนที่ยังมีสติรอบข้าง... พวกเขาไม่แปลกใจเพราะเพียงแค่การเจอกันครั้งแรกกับผมก็ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่อยู่แล้ว แรงกดดันของผมอธิบายความน่าสะพรึงได้... 

     ผมได้ถูกบันทึกลงไปในรายงานแจ้งเข้าศูนย์ใหญ่เพราะค่าสถานะสุดอลังการ ได้รับแร๊งค์ของนักผจญภัยมาเป็นลำดับสูงสุด สามารถเลือกทำภารกิจอะไรก็ได้แต่ใช่ว่าผมจะสน... ผมเพียงแค่ใช้อิทธิพลของกิลด์เพื่อหาข้อมูลที่จำเป็นเท่านั้น... ไม่ได้คิดจะทำมาหาเงินหรือช่วยคนอื่นอยู่แล้ว...

     ในอาณาจักรแห่งนี้ ระดับของนักผจญภัยจะถูกแบ่งออกไปเป็น ฟ้า น้ำเงิน เหลือง ส้ม แดง ดำ ทอง ทองดำและทองขาว.. ผมได้ระดับมาเป็นทองขาวทันทีจากการโชว์ฝีมือจนทุกคนยอมรับด้วยความกลัว.. การอัพแรงค์นั้นจริงๆจะต้องพึ่งทั้งฝีมือและการทำภารกิจ แต่ด้วยคำขู่และความน่ากลัวที่ผมเปล่งออก ผมได้แรงค์สูงสุดมาทันทีแม้ว่าจะต้องยื่นเรื่องให้ศูนย์ใหญ่พิจารณาก่อนก็ตาม...

     แต่เพียงแค่นี้ก็ไม่มีอะไรมากแล้ว.. ผมได้ 'บัตรนักผจญภัย' มาอย่างง่ายดาย..ไม่ต้องเสียเงินค่าสมัคร บัตรนี่ยังช่วยในการลดค่าใช้จ่ายกับกิจการในเครือของกิลด์ 'ออคัส' ด้วย.. ร้านอาหาร โรงแรมที่เกี่ยวข้องหรือเป็นสมบัติของกิลด์จะลดราคาให้ผม เช่นเดียวกัน.. ผมเองก็สามารถที่จะขายของดร็อปได้ในราคาที่สูงกว่าเดิม 10-15%...

     แต่เรื่องนี้ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว... เรื่องเงินผมไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง..

     " ..... " ผมยืนอยู่ตรงเค้าท์เตอร์ด้วยท่าทีนิ่งสงบ ผมยังคงสวมฮู้ทอยู่.. พนักงานจึงไม่เห็นใบหน้าและสีผม.. กำลังยืนรอว่าพนักงานหญิงด้านหน้าของผมกำลังจะทำอะไรต่อ... 

     " เอ่อ.. จากเท่าที่ดู ดิฉันคิดว่าคุณเพิ่งมาเมืองนี้ครั้งแรกงั้นสินะคะ... " 

     " ...อา " ผมตอบออกไปด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ไม่มีความเคารพอะไรที่ต้องให้อยู่แล้ว...

     " ไม่ทราบว่าจะให้ฉันแนะนำโรงแรมหรือห้องพักในเมืองนี้ให้มั้ยคะ... " 

     " เอางั้นก็ได้... ที่นี่มีแผนที่แจกมั้ย... " 

     " มีค่ะ! นี่ค่ะ!! " พนักงานคนนั้นตอบอย่างลนลานและมอบแผนที่ให้กับผมในทันที จากเท่าที่ดู นี่เป็นเพียงแค่แผนที่ของเมืองนี้..ผมเริ่มดูไปตามแผนที่และจุดที่โดนมาร์ค... จุดแต่ละจุดเหล่านั้นคือสถานที่กิจการของกิลด์ทั้งหมด เพราะงั้น..ถ้าหากผมอยากได้ส่วนลดหรือกำไร ผมจะต้องไปตามนี้เท่านั้น... 

     " ส่วนเรื่องที่พักจะเป็นโรงแรมที่อยู่ทางซ้ายของกิลด์นะคะ... เพียงแค่ยืนบัตรนักผจญภัยไปก็จะได้ส่วนลดแล้วค่ะ แถมยิ่งเป็นขอบทองขาวจะได้ห้องใหญ่และดีที่สุดด้วยค่ะ.. " ผมก้มลงมองไปที่บัตรของผม.. กรอบของมันเป็นสีทองขาวอย่างที่เธอว่ามาจริงๆ... แต่ผมยังมีปัญหาอยู่อีกสองเรื่องเท่านั้น... และผมต้องการที่จะแลกเงินเป็นสกุลที่ใช้ได้ ผมไม่มีเหรียญที่ใช้กับยุคนี้เลยซักนิด...

     " ...ฉันต้องการแลกเงิน " 

     " แลกเงิน??..หมายความยังไงคะ.. " 

     ปึก... เหรียญกลมสีม่วงถูกวางลงไปกับเค้าท์เตอร์..ผมวางมันลงไปด้วยท่าทางปกติขัดกับพนักงานคนนั้นที่ช็อคไปประมาณเกือบครึ่งนาทีก่อนจะเริ่มแหกปากเสียงดังว่าผมมีอะไรด้วยความตกใจ เรียกความสนใจจากทุกคนยิ่งกว่าเดิม..

     " นะ นะ นะ น่ะ... นี่มัน... เหรียญม่วง!!!.. นี่ของจริงงั้นหรอคะ?!!! นี่คือเหรียญม่วง?!!!.. " พนักงานหญึ่งคนนั้นแหกปากออกมาเสียงดัง หลายๆคนที่ผมพอมองเห็นด้วยหางตาก็หันควับมาด้วยท่าทีตกใจและอ้าปากหวอ.. ผมไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่จะมีปฏิกิริยากันแบบนี้ ผมรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นของที่หายากมาก.. ของแบบนี้จริงๆผมน่าจะเอาไปแลกตามพิพิธภัณฑ์ถ้ายุคนี้มีไม่ก็ตามร้านขายของเก่ามากกว่า... ผมอาจจะได้ราคาดีมากเลยก็ได้...

     " ..... " ผมยืนนิ่งพร้อมกับมองพนักงานที่กำลังตื่นเต้น.. 

     " นี่เป็นของจริง!.. ต้องการจะแลกเจ้านี่เป็นเหรียญทองใช่มั้ยคะ?!.. " 
     
     " อา.. ฉันมีเวลาไม่มาก รีบเตรียมๆเงินมาก็ดี... " ผมพูดขึ้นเร่งพนักงาน.. หนึ่งเหรียญสามารถแลกได้ร้อยล้าน ผมมีที่เก็บส่วนตัวอยู่แล้วเพราะงั้นผมไม่จำเป็นต้องเอาลงไปที่บัตรหมดก็ได้ บัตรกิลด์นั้นทำหน้าที่คล้ายบัตรเครดิต ผมจะมีเงินอยู่ในนั้น และผมสามารถเอาเงินใส่เพิ่มได้ที่กิลด์.. พนักงานฝ่ายบัญชีจะเป็นคนทำ โลกนี้ไม่มีธนบัตร การใช้จึงเป็นการใช้เวทย์ให้เกิดประโยชน์...

     " ค่ะๆๆ.. ค่ะ!!.. ต้องการเอาลงเท่าไหร่คะ?!!... " เธอตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงลนลาน.. " หนึ่งเหรียญม่วงสามารถแลกได้ร้อยล้านเหรียญทองค่ะ!.. "

     " เอาลงไปแปดสิบล้าน.. อีกยี่สิบล้านที่เป็นเหรียญฉันจะรับไว้เอง... " ผมตอบขึ้นพร้อมกับข้อเสนอที่ผมจะรับเหรียญโหละมากมายมหาศาลจากกิลด์ ซึ่งนี่เองผมก็ไม่รู้ว่าทางนี้จะหาเหรียญมาถึงยี่สิบล้านเหรียญได้รึเปล่า... แต่นี่เองก็คงไม่ยากอะไรเพราะเดิมคนทั้งโลกนี้ก็ใช้ระบบนี้กันอยู่แล้ว แต่ละกิลด์ก็ย่อมต้องมีธนาคารของตัวเองเพื่อรองรับเหรียญมหาศาล... 

     " ค้ะ?!!... แต่แบบนั้นทางเราต้องการเวลานานแถมจะปริมาณขนาดนั้นก็คงต้องใช้แหวนมิตินะคะ! " 

     " งั้นที่กิลด์นี่มีประมาณกี่เหรียญ.. " 

     " ประมาณล้านเหรียญค่ะ.. " 

     " งั้นเอาลงบัตรไปเก้าสิบเก้าล้าน.. แล้วเอาล้านนึงมาให้ฉัน.. เรื่องแหวนมิติไม่มีปัญหา.. " 

     " ค่ะ! จะรีบดำเนินการเดี๋ยวนี้ค่ะ!.. " พนักงานสาวคนนั้นตอบผมกลับอย่างรวดเร็ว ท่าทางเรื่องแหวนมิติเองก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะกังวล แค่ฐานะทางการเงินและความแข็งแกร่งนี่ของผมก็คงบอกได้แล้วว่าผมมีฝีมือระดับไหน.. เหรียญม่วงถูกเก็บโดยพนักงานอย่างรวดเร็ว บัตรของผมถูกเติมเงินเป็นเก้าสิบเก้าเหรียญทอง.. ผมเพียงแค่ยืนรออีกประมาณสิบนาที ถุงเงินจำนวนมากมายก็ถูกวางลงบนเค้าท์เตอร์ ผมทำการดูดมาเพียงแค่เหรียญด้วยทักษะ 'ดูดแร่' ลงไปในแหวนมิติวงล่าสุดที่ยังว่างอยู่... 

     " ...... " ผมเลิกสนใจถุงเปล่าๆมากมายนั่นก่อนจะหันไปถามพนักงานที่กำลังจ้องไปที่แหวนสีเงินของผมด้วยความทึ่ง.. ต่อไปผมต้องเคลียร์ประเด็นเรื่องสุดท้ายที่ผมยังไม่ได้คำตอบ.. 

     " ...แล้วเรื่องสุดท้าย.. "

     " คะ?.... " 

     " ร้านค้าทาส... อยู่ที่ไหน " 










     " ...... " และสุดท้ายผมก็ทรยศการทรยศความรู้สึกของตัวเอง.. ทรยศสองชั้นจนกระทั่งตัดสินใจมาที่นี่ด้วยความคิดอะไรก็ไม่รู้ที่เอาแต่วนเวียนอยู่ในหัวของผมตลอดมาตั้งแต่หลังจบเหตุการณ์นั้น มันไม่ยอมออกไปจากหัวผมซักนิดเดียว.. ราวกับใจผมคิดอย่างนึง สมองผมคิดอีกอย่าง.. สมองผมพยายามที่จะบอกกับผมว่าผมควรปล่อยเรื่องนี้ไป... มันไม่ใช่เรื่องของผมซักนิด ที่เธอคนนั้นเป็นแบบนี้ก็เพราะตัวของเธอเอง..  แต่ใจของผมต่างออกไป ในใจลึกๆผมกลับรู้สึกอยากช่วย ผมที่เข้าใจความรู้สึกทรมาณของเรื่องนี้มากกว่าใคร..ผมไม่อาจปล่อยไปได้...

     ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นและที่ผ่านมายังคงวนซ้ำไปซ้ำมาหลอกลอนจนผมเสียสมาธิ.. ผมเอาแต่คิดเรื่องนี้ตลอดที่กิลด์ และสุดท้าย.. รู้อีกที ผมก็ถามออกมาแล้ว..ถามว่าร้านค้าทาสในเมืองนี้อยู่ที่ไหน.. ผมตระเวณไปทั่วตามสถานที่ที่พนักงานบอกกว่าห้าที่... และที่นี่ ด้านหน้าของผมคือที่สุดท้าย.. ฮาล์ฟเอล์ฟคนนั้นไม่มีทางอยู่ที่อื่นอีกแน่นอน...

     " ....... " ผมยืนกำหมัดแน่นอยู่หน้าร้านพร้อมกับขบฟันแน่น... ผมยังคงจำได้อย่างดี..ดวงตาแบบนั้น..ดวงตาที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค พยายามที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่น ไม่ยอมแพ้ต่อชีวิตแต่ซ่อนด้วยความเศร้าโศก เจ็บปวดและทรมาณ.. ผมยังจำแววตานั้นได้ดี ตัวของผมในตอนนั้นแข็งเกร็งไปชั่วครู่..นั่นคือแววตาแบบเดียวกับผมไม่มีผิด.. แววตาที่ต้องการอยู่ต่อไปและทำตามเป้าหมายของตัวเอง... ขาผมในตอนนั้นลังเลที่จะก้าวออกไปเพราะความรู้สึกในใจมากมายที่กำลังขัดแย้งกัน.. ความรู้สึกอยากที่จะช่วยผุดขึ้นมาเช่นเดียวกับความทรงจำเก่าๆที่หลอกหลอน.. และสุดท้ายในตอนนั้น ผมก็เลือกที่จะเดินจากไป..ราวกับทิ้งตัวเองในอดีตไว้ด้านหลัง...

     มันเจ็บปวดทุกครั้งที่ผมรู้สึกแบบนี้.. การทิ้งตัวเองไว้ด้านหลังทั้งๆที่สามารถฉุดขึ้นมาได้จากขุมนรก..

     และตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว... ผมน่ะเปลี่ยนไปจากไนต์จากโลกก่อนและตัวเองในดันเจี้ยน.. ตอนนั้น..ในโลกนั้น ผมอ่อนแอ แต่ตอนนี้ผมมีสิ่งที่เรียกว่าพลัง.. ผมสามารถที่จะต่อกรเทพได้แล้ว.. เพราะฉะนั้น นี่จะเป็นโอกาสสุดท้ายที่ผมจะให้กับตัวเอง..  ผมขอจะเชื่อมั่นในตัวตนในอดีตของผมอีกซักครั้ง เชื่อในตัวผมที่อ่อนแอ ไร้พลัง..มีความเป็นมนุษย์... ช่วยเหลือคนที่อ่อนแอ 

     และเพื่อป้องกัน..ไม่ให้คนแบบผมเกิดขึ้นมาเพิ่มอีก...

     ผมจะขอเชื่อแบบนั้น... 

     และถ้าหากล้มเหลว...

     ผมขอสาบาน..


     ว่าผมจะจมลงสู่ความมืดมิดอีกครั้ง!...










===============================================================================================================

     (บัตรนักผจญภัย)


     สุดท้ายแล้วครับ! พระเอกเรากลับใจอีกจนได้ ตัดสินใจแล้วที่จะช่วย!! ความคิดตีไปตีมาจนได้ข้อสรุปนี้มา! ไม่ต้องแปลกใจนะครับถ้าไนต์จะคิดเรื่องนี้เยอะ มันเป็นคนคิดอะไรเยอะแยะยั้วเยี้ยะไปหมดอยู่ละ อีกเรื่องผมมันทั้งบ่นทั้งด่าในใจ555 แล้วต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นเนี่ย จะช่วยยังไง?!.. ช่วยแล้วจะยังไงต่อ.. และอีกด้านนึงทางฝั่งเพื่อนักเรียน ทางนู้นเองก็รู้แล้วว่าไนต์ได้เคยมีชิวิตอยู่หลังจากตกลงไป ตอนนี้เพียงแคค่ยังไม่รู้ว่าคนที่เขาคิดจะตายรึยัง! แถมหัวหน้าเอ็นลั่นวาจาแล้วด้วยว่าจะทำอะไร!! จะเกิดอะไรขึ้นกันแน่!!  ติดตามกันตอนต่อไปครับผม!..

     ตอนต่อไป!! .....ไม่มีชื่อตอนมาสปอยนะครับ ยังไม่ได้คิด..

     ฝากติดตามกันต่อไปด้วยนะครับบ!!!^^ ช่วยกันเม้นด้วยนะครับจะได้เป็นกำลังใจไรท์


     * Cr.ตอนจบวรรคสุดท้ายนี่ขอยกให้คุณ นิคNIck เลยครับ! ผมคิดอะไรแบบนี้ไว้บ้างแล้วแหละแต่คิดไปแค่แววตาอะไรพวกนี้ คำพูดจบตรงท่อนล้มเหลวเขาเป็นคนแบ่งปันมานะครับ ขอบคุณมากสำหรับไอเดียดีๆที่ดีที่เท่สุดๆ!.. ผมเลยเอามาดัดแปลงท่อนสุดท้ายนิดหน่อย5555 ขอบคุณครับบบบ

     *คำว่าล้มเหลวท่อนสุดท้ายเผื่องงนะครับ หมายถึงโดนทรยศอีกรอบ 
     *ท่อนที่ไนต์บอกว่ามีพลังนี่หมายถึงมีพลังที่จะป้องกันตัวเองจากการโดนทรยศ จะได้ไม่มีเรื่องถึงแก่ชีวิตเหมือนล่าสุดที่เกือบตาย

     *ใบแสดงค่าสถานะมาตอนหน้าครับ ตอนนี้แค่บัตรกิลด์(ไนต์ปลอมแค่เอาเลขศูนย์ด้านหลังออกไปสองตัวนะ ค่าสถานะอ่ะครับ)

     ****เรื่องนี้ไนต์กับดีว่าไม่เฮฮานะครับ คนละแนวกับ AlterR ที่คนนึงเล่นมุกอีกคนตบรัวๆ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

26 ความคิดเห็น

  1. #985 Baby_Shark (@Baby_Shark) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 13:14
    ประโยคของผู้กล้าที่ว่า "เราจะฆ่าเขาทิ้ง" อยากเข้าตอบมันมาว่า "ถ้าทำได้ก็ทำเลย!!" ถถถ
    #985
    0
  2. #461 ฮิลเลอร์ (@maneejam) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 17:42
    ติดตามค่ะ
    #461
    1
    • #461-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 17)
      1 เมษายน 2560 / 17:43
      ขอบคุณครับ^^
      #461-1
  3. #458 D4Rk (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 17:16
    ขอบคุณครับ
    #458
    0
  4. #457 Moechan1567 (@Moechan1567) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 15:26
    ขอบคุณค่า รอตอนไป
    #457
    0
  5. #456 Dommy0459 (@Dommy0459) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 14:51
    สุดท้ายก็จะช่วยเอลฟ์แล้ว
    #456
    0
  6. #455 tingtingg4213 (@tingtingg4213) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 13:35
    สาธุ~~ อลิสไม่โลกสวย ไม่ยึดมั่นในความดีคุณธรรม....
    ...แอบเชียร์ให้ไนต์ดำดิ่งสู่ความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์เบาๆ 5555 // แต่คงยากอลิสไม่ทรยศอยู่แล้ว~~
    #455
    1
  7. #453 Guest (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 10:01
    สนุกครับ ขออีกตอน
    #453
    0
  8. #452 Knight_Blood (@Knight_Blood) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 09:55
    ในที่สุด.. หัวหน้าเอ็นเตรียมตายได้เลย55
    #452
    0
  9. #451 peache (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 08:12
    ขอบคุณค่ะ อ่านแล้วเครียดตาม
    #451
    0
  10. #450 Chblossom123 (@Chblossom123) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 07:54
    รอตอนต่อไปนะคะ อยากรู้แล้วว่าจะช่วยยังไง
    #450
    0
  11. #449 Chblossom123 (@Chblossom123) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 07:54
    เอ็นนี่ ผู้กล้าสมผู้กล้าจริงๆ555
    #449
    1
  12. #448 bankka12 (@0957192276) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 06:39
    ขอบคุณครับ
    #448
    1
  13. #447 junk001 (@junk001) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 01:16
    อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกจิตตก อยากกระซวกท้องใครซักคน ?_? สนุกมากคับอิอิ
    #447
    1
  14. #446 FutomoChan~ (@Karin-Kara) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 23:01
    ที่ไนต์ลังเล เพราะว่า... อลิสคือแม่นายไง (แม่ของลูก--/แค่กๆ)

    อีกเรื่องชิลจริงๆค่ะ มีการจีบสาวด้วย---
    #ทีมอลิส 5555
    #446
    1
  15. วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 22:50
    ห่ะ จะฆ่าไนต์ ควายมริงส่องกระจกดูตัวเองก่อนเถอะ ควาย
    #445
    1
  16. #444 Plastid-234 (@Plastid-234) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 22:40
    มาอีกวันมะรืนเหมือนเดิมใช่มั้ยครับ?
    #444
    1
  17. #443 Plastid-234 (@Plastid-234) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 22:39
    ติดตามครับ ค้างเล็กๆนะตอนนี้สำหรับผม
    #443
    0
  18. #442 นิค&NIck (@zaxswcde1150) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 22:35
    เสนอชื่อตอนต่อไป โชคชะตาที่เริ่มเดิน(หรือเคลือนไหว)
    หรือการพบกันของโชคชะตาที่เหมือนกัน
    และชื่อสุดท้าย การเดินทางของโชคชะตา

    แหะๆมีมาเสนอเอาไปดัดแปลงเลย
    และเสนอเนื้อเรื่องอีกนิด

    ระหว่างที่กำลังเดินไปที่ร้านค้าทาส ก็มีขุนนางอ้วนซื้อทาสแต่ซื้อไม่ทันเพราะไนท์ติดต่อซื้อขายแล้วกำลังจะจ่ายเงินเรื่องเลยเกิดเพราะเจ้านั้นจะเอาฮาฟเอลฟ์มาเป็นทาสกามแต่โดนไนท์ตัดหน้าไป ด้วยความที่ไนท์นั้นไม่ได้ปล่อยแรงกดดันไว้จึงดูเหมือนคนหน้าสงใสที่ตัวเล็กแลดูไร้กำลัง เจ้าหมูนั้นเลยขอซื้อในจำนวนที่มากกว่าแท้ทำท่าว่าท่าไม่ให้มีเรื่อง ซึ่งไนท์ไม่ได้ใส่ใจนักและเมินมันไปแต่เจ้านั้นไม่ยอมพยายามอ้างว่าพ่อกูใหญ่ ถ้าไม่ให้จะใช้กำลังและเรียกลูกน้องที่ตามคุ้มกันมาด้านหน้าเตรียมพุ่งใส่แต่ว่ายังไม่ทันทำไรก็โดนจิตสังหารแบบเบาสุดๆสลบทันทีและแย้งสกิลและค่าสถานะมาพร้อมกับเจ้าอ้วนที่หน้าสีดเผือกขาสั่นผับๆ...มีต่อเอาเองเลยไรท์สนุกดีตอนต่อไปเมื่อไหร่ครับ
    #442
    1
  19. #441 Kaineth (@Verdellen) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 22:34
    อ่า กลัวไร ทรยศก็ฆ่าทิ้ง อิอิอิิอิ
    #441
    1
  20. #440 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 22:31
    อะไรเนี่ย!~ โว๊ะ! ไม่ได้ใจก็แค่ชีวิตที่เหมือนเราแต่ไม่ใช่เราแถม้ป็นของคนที่ไม่รู้จักอีกสนใจทำไม
    #440
    1
  21. #439 ZyuuRyuu (@ZyuuRyuu) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 22:30
    รวยเละเทะเลย ใช้ไปแค่เหรียญเดียว.. รอตอนต่อไปครับ ดีละที่ช่วย ผมไม่ถนัดแนวพระเอกชอบทรมาณนางเอก555
    #439
    1
  22. #438 1ive (@1ive) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 22:27
    อย่าให้ฮาฟเอลฟ์คนนั้นโลกสวยละกันคงอยู่กับไนท์ได้ไม่นาน555
    #438
    1
  23. #437 WhiteKirito (@WhiteKirito) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 22:19
    เอ็นนี่รับบทโควคิปะครับไรท์??
    #437
    1
  24. #436 WhiteKirito (@WhiteKirito) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 22:19
    รอประโยคนี้มานาน ในที่สุด...
    #436
    0
  25. #435 ฟหกด (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 22:14
    ในที่สุดก็ช่วย นึกว่าจะทิ้งซะละ โล่ง~
    #435
    0