Re : Reality เปลี่ยนไปโลกใหม่ด้วยโชคชะตาอเวจี

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 31,715 Views

  • 991 Comments

  • 1,839 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    31

    Overall
    31,715

ตอนที่ 30 : ตอนที่ 29 : เทพผู้โง่เขลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1386
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    8 พ.ค. 60



//ไนต์//




“ ……. “ ผ่านไปแล้วกว่าหนึ่งสัปดาห์ ตลอดวันเวลาดังกล่าว ดันเจี้ยนแห่งนี้ก็ไม่เคยเงียบเหงาแม้แต่น้อย เสียงดังกระหึ่มของการกระแทกรุนแรงยังึงดังอย่างไม่ขาดสาย เสียงระเบิดมากมายกึกก้อง มีตั้งแต่เสียงเพลิงที่ลุกโชก โหมรุนแรง น้ำแข็งก่อตัวและแตกสลายจนดัง *เพล้ง* อสูรหลักสายตัวต่างก็ไม่เลิกรา ร่ายล้อมกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่นั่นมันก็เป็นเพียงแค่ความพยายาม ผมกับอลิส— พวกเราทั้งสองคน ไม่ได้ปล่อยให้เล็ดลอดไปได้เลยซักตัว ฆ่า ฆ่าจนเรียกได้ว่า ‘ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์’ ทำลายมันทุกสิ่งอย่างจนไม่เหลือดี—

สำหรับตลอดวันวานทั้งหมดที่เข้ามาตอนแรก สถานที่แรกที่ได้สัมผัสกับมหาดันเจี้ยยแห่งนี้จริงๆเลยก็คือส่วนรากของต้นไม้ ผมได้รู้ตัวทีหลังว่าหมอกนั่นมีฟน้าที่ไว้บดบังทัศนียภาพ ไม่ให้มองเห็นว่าพวกเรากำลังลงไปใต้ทะเล น้ำในส่วนนั้นมันเอียงเป็นระดับ กระทั่งผมเองก็ไม่สามารถสัมผัสได้— สรุปได้ง่ายๆเลยคือ ดูลาฮานถูกขับลงจากเนินน้ำ ลงไปโผล่ดิ่ง ณ ใต้ทะเลแบบเนียนๆ ต้องมองจากภาพมุมสูงและจังหวะที่ไม่มีหมอกถึงจะได้รู้ความจริง หมอกดูเหมือนจะปรากฏก็ต่อเมื่อมีสิ่งมีชีวิตอยู่ใกล้ๆเพียงแค่นั้น มันคือการต้อนรับดีๆนี่เอง—

มาในเรื่องค่าสถานะ พวกมันมีการเติบโตอย่างรวดเร็วจนผมเองก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อ รู้ตัวอีกทีมันก็พุ่งไปถึงไหนต่อไหนแล้ว อสูรนับแสนนับล้านกลายเป็นแหล่งพลังที่ดีเยี่ยม พวกมันมีมากกว่าในมหาดันเจี้ยนแรก นั่น เป็นข้อดีสำหรับบุคคลที่พกพลังในการขโมยนี้มากถึงมากที่สุด ค่าสถานะในแต่ละอย่างล้วนเติบโตไปกว่าสองแสน— มหาศาลมากถ้าให้มองในภาพรวมกับระยะเวลาเพียงเจ็ดวัน อีกทั้งด้วยความใหญ่ของที่นี่ ผมและอลิสจึงจัดการลุยไปหมด ทุกซอกทุกมุม ไม่ว่าจะเป็ยนสัตว์ประสัตว์ประหลาดใต้น้ำหรือบนดิน ทุกตัวไม่ก็จะอยู่ในระยะหรือไม่ พวกมันทั้งหมดตาย— เรียกได้เลยว่ากับผมกวาดมาทุกตัวตั้งแต่ล่างขึ้นบน ตอนนี้เพียงแค่รอให้พวกมันเกิดใหม่— ทุกอย่างถึงจะกลับมาเป็นหมาดันเจี้ยนตามปกติ เวลาที่ใช้เป็นเพียงแค่ปัจจัยเสริม จะเป็นเดือน เป็นปี หรือจะซักสิบปี นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะยังไง สุดท้าย สถานที่แห่งนี้ก็ต้องถูกทำลายในคราสุดท้าย ชะตากรรมมันจะไม่แตกต่างกับมหาดันเจี้ยนแรกหรือโบราณสถาน พังทลายและสูญหาย

ในเชิงของอลิส คู่หู คนเดียวของผม ความสามารถของเธอเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมในโบราณสถานที่ว่าเก่งแล้ว ตอนนี้คงเรียกได้ว่าอยู่ในอีกระดับ อานนะมีบาดแผลบ้างเล็กน้อย ตอนนี้กลับไม่มีแม้แต่บาดเล็กๆ แต่ยังไงก็ตาม ยังไม่สมบูรณ์แบบ ถ้าฝึกอีกซักหน่อย ทุกอย่างจะสมบูรณ์แบบ ค่าสถานะตอนนี้อยู่ที่สองหมื่น แค่อีกที่เดียวก็คงภึงจุดอิ่มตัว— เพราะแบบนั้น ไหนๆก็มาภึงที่นี่แล้ว ผมจะขัดเกลาให้จนทุกอย่างออกมาสมบูรณ์ ที่นี่ หลังจากที่จัดการและได้รับพลังจากเทพ เทพวารีผู้อยู่ ณ จุดสูงสุดของยอดต้นไม้ แต่ทว่า อีกเพียงไม่กี่ก้าว ผมก็จะไปถึง ประตูไม้บานใหญ่อยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว—

“ จัดการเสร็จรึยัง “ คำถามแรกถูกเปล่งออกไปจากบุคคลว่างงาน ผมพูดกับร่างบางที่กำลังกระโดดเหินไปมาในอากาศ อลิสกำลังยุ่งอยู่ ยุ่งกับการต่อสู้กับอสูรรูปร่างคล้ายอัศวินตัวโต ร่างกายบางส่วนไม่คงรูปร่างแน่นอน แขนที่ทำจากน้ำก็สามาถแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธได้หลากหลาย มันคืออสูรผู้พิทักษ์ทางเข้าไปยังห้องโถงหลัก ศึกปะทะกับเทพก็อยู่เพียงเอื้อมมือ เพื่อการฝึกที่เต็มที่ ผมจึงให้อลิสโซ่โล่กับศัตรูคนเดียว— แม้ค่าสถานะจะแตกต่างกันประมาณสามหมื่น ถึงแบบนั้น มันก็ไม่ได้สามารถเรื่องลำบากให้กับเธอ— 

“ ขออีกแปปนึง! “ เสียงแหลมเล็กตะโดนกลับมาในทันที หันมาตอบกลับในอึดใจก่อนจะไปสนใจประเด็นดังเดิม ดีดตัวออกจากพื้นพร้อมกับธนูคู่ใจ ดึงลูกศรมากำมือและยิงออกไปเป็นลูกดอกน้ำแข็งใส่อีกฝ่าย โจมตีน้ำด้วยความเย็น ค่อยๆแช่แข็งไปทีละนิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เสกศาสตรามากมายทองอร่าม เคลือบเวทน้ำแข็งลงไป ยิงนำร่องในขณะที่เจ้าของกำลังพุ่งเข้าไปประชิด— สร้างดาบจาก [เวทแห่งการรังสรรค์] ใช้ทั้งเป็นลูกธนูและอาวุธป้องกันตัว ยิงและฟันสวนกลับ

“ อืม… “ ผมตอบกลับไปเสียงเอือม ถอนหายใจรอเล็กน้อยฆ่าเวลา นี่มันก็เพิ่งผ่านแค่สิบนาทีที่สู้กันไป ผลก็รู้ขาดอยู่แล้ว ผมนี่แหละที่ใจร้อนไปหน่อย เผลอรีบโดยไม่รู้ตัว— “ อา อย่าเพิ่งฆ่ามันให้ตายละกัน “ 

“ เข้าใจแล้ว! “ เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! ได้เสียงน้ำแข็งแตกมาเป็นของแถม ร่างทั้งตัวของปีศาจถูกแช่แข็งไปทั้งตัวก่อนที่จะแตกเป็นเสี่ยงๆ ตอนนี้หน้าที่เดียวก็คือการดูการปะทะไปเรื่อยๆเหมือนการเชียร์กีฬา พูดให้ถูกต้อง สำหรับผม— ไนต์คนใหม่ มันไม่ได้หมายถึงการลุกออกมากระโดดโลดเต้น มันเป็นเพียงแค่มองด้วยสายแสดงอารมณ์ ทุกอย่างแสดงออกผ่านแววตา ราวกับว่าร่างกายมันไม่มีความรู้สึก มองดูต่อไป— ศัตรูคือ ‘อัศวินศักดิ์สิทธิ์’ เลเวล 100 ค่าสถานะเยอะดี มีค่าพอให้ดูดกลืน.. การต่อสู้ก็ดำเนินโชว์ไปเรื่อยๆจนจบ น้ำแข็ง— ไม่ ภูเขาน้ำแข็งที่ผนึกร่างยักษ์แตกออก อัศวินผู้กล้าคนนั้นก็ล้มคว่ำลง ร่างกายส่วนที่เป็นของเหลวก็ถูกเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง จากไหลได้— ก็ทำไม่ได้…. จบโดยสมบูรณ์ 

“ ดีมาก มันยังไม่ตาย “ ผมลุกขึ้นยืน เดินไปหามันที่อยู่ในสภาพกึ่งศพ เดินผ่านอลิสที่สภาพปกติ เหงื่กเล็กน้อยตามฉบับคนออกกำลังกาย ตรงไปยืนตรงหน้าและค่อยๆวางมือ “ ช่วงชิง “ 

“ …… “ ค่าสถานะถูกขโมยมาหมดแล้ว ต่อไปนี้มันก็ไม่ใช่อสูรร้ายต่อไป ค่าสถานะในแต่ละอย่างพุ่งขึ้นมาอีกตามเท่าที่ขโมยมา พลัง.. พลังที่มากขึ้นสามารถรับรู้ได้ผ่านกล้ามเนื้อที่ขยายเล็กน้อย เส้นเวทที่กำลังหล่อเลี้ยงมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ทว่าทั้งสองก็กลับสู่สภาพเดิม กักเก็บได้มากขึ้น ขนาดไม่เปลี่ยน— มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างขัดกับธรรมชาติอยู่บ้าง พลังและแรงเพิ่มขึ้น แต่กล้ามเนื้อหรือขนาดตัวกลับไม่เปลี่ยน นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมยังคงหาคำตอบมาอธิบายไม่ได้ ดูเหมือนว่า ‘เลเวล’ ..พูดให้ถูกคือ ‘ค่าสถานะ’ ที่ได้มาจากการอัพ ‘เลเวล’ จะไม่มีผลต่อรูปลักษณ์ มีเพียงแค่ ‘ค่าสถานะ’ จากการ ‘ฝึกฝน’ ออกกำลังกายและเล่มกล้ามเนื้อ ร่างกายภึงจะเปลี่ยนไปดูเป็นนักกล้ามขึ้น— นี่คงเป็นข้อสมมติฐานที่ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน แต่มันก็ใช้อธิบายได้ดี

“ ฆ่ามันเลย อลิส “ ผมออกคำสั่งพลางยืนดูหน้ามันครั้งสุดท้าย เสียงหล่อหลอมน้ำแข็งดังขึ้นมาจากข้างหลัง ในชั่วอึดใจ ลูกศรผลึกก็พุ่งผ่านไป ปักลงไปกลางหน้า ภูเขาน้ำแข็งก้อนโตก็ฉาบลงไป ฝังร่างศพมันดั่งเป็นประติมากรรมสวยงาม อัศวินผู้ผจญความหนาวแต่เป็นฝ่ายถูกกลืน โดนแช่แข็งท่ามกลางสภาพแวดล้อมเลวร้าย กลายเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ— รอวันที่น้ำแข็งละลาย กลับมามีชีวิตอีกรอบ เหอะ ไร้สาระสิ้นดี— 

“ ตอนนี้พักไปก่อน เดี๋ยวพอพร้อมเมื่อไหร่ ฉันจะเปิดประตูบานนี้ เคลียร์กวาดล้างเทพให้จบๆ “ 

“ อื้ม ขอบคุณ “ ตอบกลับมา นั่งลงไปบนพื้นพิงผนัง ไม่มีบาดแผลอะไรให้รักษาตามปกติ  มีเหงื่อิอกตามตัวเพราะความเหนื่อยแค่นั้น สาเหตุที่เกิดเรื่องนี้กับนักธนูอย่างเธอ มันก็มาจากคนตรงนี้ค่อนข้างแปลก— ถ้าหากนักธนูทั่วไปจะมีรูปแบบการต่อสู้คืออยู่แนวหลัง ยิงกระสุนคอยสนับสนุน นั่น.. มันจะธรรมดาไป อลิสเล่นสายนั้นก็จริง เพียงแค่มีกการโจมตีที่หลายรูปแบบและยืดหยุ่นกว่า ด้วยความสามารถในการต่อสู้ด้วยการใช้ดาบ ใช้ธนู ใช้เวท เธอใช้แผนรบแนวหน้า— ใช้ธนูวิ่งยิงไปใช้ลูกศรรูปแบบต่างๆในการฟาดฟันไปในตัว กระโดดไปมา— เข้าประชิดเพื่อยิงจุดตายแบบจ่อ… ใช้เวทน้ำแข็งในการผนึกการเคลื่อนไหว เวทแสงในการสร้างจังหวะ แม้จะมีการท่องบทอยู่บ้าง เธอก็ท่องในใจ ไม่ต้องพูด เปล่งเสียงออกเหมือนคนทั่วๆไป 

“ …… “ ผมนั่งลงไปข้างๆ ปล่อยให้คนข้างๆนั่งพักไป ให้ร่างกายพร้อมที่สุด ต่อไปคือประตูสู่ห้องของแบบทดสอบกับผู้เป็นเทพ ตราบใดที่ประตูบานยักษ์ยังไม่ถูกเปิดออก เรื่องผิดแปลกอะไรก็ไม่เกิด จากการมองผ่านทะลุไปด้วย [นัยน์ตาปีศาจ] ข้างหน้าเป็นเพียงห้องโล่งๆ ไม่มีแม้แร่เงาสิ่งมีชีวิต ห้องกว้างแบบเดิม มีพลังเวทล้อมหุ้มไว้ ต้องขึ้นบรรทัดไปสาบสิบสี่สิบขั้นเพื่อขึ้นสู่ยอด— พอจัดการเสร็จ ก็ขึ้นไปอีกสิบยี่สิบขั้นก็เป็นห้องสมบัติตามปกติ ความอยากรู้เริ่มเข้ามาในหัว อะไรคือสิ่งที่เป็นรางวัล ความสงสัยนี้มันเกิดมาจากการที่ผมได้ ‘เข็มทิศเทวา’ และ ‘เส้นชีพจรเวท’ แต่ในโบราณสถาน มันกลับไม่มีของพิเศษ มีเพียงแค่เงินเหรียญม่วง เหรียญขาว สร้างความผิดหวังให้ในคราวก่อน

“ …… “ เวลาผ่านไปเรื่อยๆกว่าสิบนาที ผมเพียงแค่คอยมองวิวรอบๆห้องไปเรื่อยๆ อย่างน้อยมันก็มีอากาศหายใจโล่งปอด ทัศนียภาพที่สวยงามผิดกับที่อื่นๆ ด้วยความที่เป็นยอดต้นไม้ มีรากแก้วรากฝอยเป็นผนังที่เกาะทับๆกันมา บางส่วนก็เป็นหน้าต่างเปิดกว้างจนเห็นทิวทัศน์ ภาพป่าผืนใหญ่ เขียวขจีอุดมสมบูรณ์ พวกนี้ฆ่าเวลาให้ได้— แล้วเวลากันก็ผ่านไปจนครบ อลิสกลับมาสภาพดี ถึงเวลาที่จะต้องสะสางเรื่องให้จบ ผมกับเธอลุกขึ้นยืน ตรงไปที่ประตูบานใหญ่ เปิด— ทางเดินไม้คล้ายบันไดอยู่ตรงไหน ได้เพียงแค่คอยเดินตามทางไปเรื่อยๆ ขึ้นขั้นไปทีะลน้อยจนไปเท้าได้สัมผัสกับพื้นที่ของโถงใหญ่ เดินต่อไปเรื่อยๆจนถึงกลางห้อง สำรวจรอบๆไปพลางๆ ทุกอย่างเหมือนเดิมกระทั่งพื้นไม้ที่แข็งมากถึงมากที่สุด พวกมันล้วนแข็งกว่าโลหะระดับ 10 ซะอีก แค่ปกติของมันก็ยากที่จะทำลายพอๆกับห้องโถงของมหาดันเจี้ยนดินที่มีพลังเวทผสม— เพราะแบบนั้น ถ้าจะทำลายที่นี่ คงต้องใช้ความพยายามมากซักหน่อย…

“ …… “ ผมกับอลิสคอยระวังตัวต่อไปเรื่อยๆ รอบข้างไม่มีอะไรผิดแปลก เว้นซะแต่— เสียงน้ำหยด ติ๋ง ติ๋ง.. ติ๋ง…. น้ำกำลังหยดมาเป็นเม็ดๆ ณ มุมอับมุมหนึ่งของห้องโถง ส่วนที่เงารากไม้ใหญ่ตกลงไปบดบัง ถ้าหากไม่มีดวงตาที่แยกสีได้ดีหรือหูที่ไวฉับ สิ่งแปลกปลอมนี้ก็คงไม่ถูกตรวจจับ จริงอยู่ที่บนต้นไม้ใหญ่นี้จะมีน้ำไหลลงจากยอดเป็นน้ำตก แต่ตั้งแต่ที่ขึ้นจากส่วนใต้น้ำมา ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่จะมีน้ำรั่วเข้ามา— จะมีก็แต่แบบที่เจตนา น้ำไหลจนท่วม ไม่เคยมีอะไรแบบนี้…

“ …… “ ติ๋ง ติ๋ง… เสียงน้ำหยดยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง ผมกับอลิสเหล่มองไปด้วยหางตา ด้านหลัง— ขอบคุณทักษะหลายๆอย่างที่เป็นแบบ Passive เช่น [สุดยอดการตอบสนอง] [สัญชาตญาณปีศาจ] [สัญชาตญาณสัตว์ป่า] และ [ไวต่อเสียง] โฮ่… มีเหลือเฟือเลย แถมอลิสที่เป็นฮาล์ฟเอลฟ์ นอกจากหูที่ดีกว่ามนุษย์ทั่วๆไป รายนั้นก็มีไปถึง [เนตรทิพย์] เผลอๆอาจจะเห็นแล้วด้วยซ้ำว่าอะไรจะเกิดขึ้น มองอนาคตนี่เป็นสิ่งที่สะดวกจริงๆ

“ ….. “ ผมยกยิ้มออกมาเล็กน้อย ก้าวขาเดินโดยที่อลิสก็เข้าใจแผน เธอเดินตามต่อมาอย่างเป็นธรรมชาติ ปล่อยตัวไปตามปกติ ทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น— ทุกอย่างถูกดำเนินอย่างเป็นขั้นเป็นตอน จนกระทั่ง เงา.. มีเงาสีเทาเข้มๆอยู่ด้านหลัง รูปร่างไม่เชิงมนุษย์ ร่างท่อนบนเป็นคน ส่วนล่างเป็นของไหล เทพวารีอยู่ด้านหลัง ร่างกายเป็นน้ำ.. ด้วยน้ำมากมายที่ทับถมกันเป็นก้อน เงาสีอ่อนจึงปรากฏให้เห็น ผมได้แต่ใจนิ่งเดินต่อ ฝ่ายตรงข้ามก็ได้แต่ขยับตามมา เงาแขนข้างหนึ่งถูกง้างออกไปช้าๆ จนกระทั่ง รูปร่างมันก็เปลี่ยนไปกลายเป็นคมดาบใหญ่— ตวัดไปด้านหลังช้า เตรียมที่จะตวัดมาที่คอของสองชีวิตจากด้านหลัง

“ …. “ ผมเหล่ตาไปมองอลิสเล็กน้อย สื่อสารกันผ่านทางสายตา แต่แทนที่ผมจะได้รับสายตาที่ตอบกลับมาด้วยความมั่นใจ แววตาคู่ฟ้ากลับกระตุกขึ้นเล็กน้อย ยังไม่ทันได้ถามอะไรเพิ่ม การโจมตีก็ถูกจัดฉาก ดาบเล่มโปร่งแสงเล่มหนาถูกตวัดมาอย่างรวดเร็ว ไม่มีเวลามากพอที่จะสื่อสารกันให้ได้ความ ผมหมุนตัวกลับไป ชักดาบเล่มหนึ่งออกมาจากปลอกด้านหลัง ฟันลงมาปัดป้อง— ในจังหวะนั้น ผมได้เห็นทุกอย่างชัดเจนราวกับเวลาไหลช้าลง ใบหน้าของศัตรูที่เป็นผู้หญิง เสื้อผ้าไม่ชัดเจนเพราะกายเป็นน้ำ ดาบคมเล่มยักษ์ที่ฟันเข้ามา แต่แทนที่จะถูกสกัดด้วยดาบ ดาบกลับถูกชะออก ก้อนน้ำแตกกระจาย แต่ทว่า—น้ำเหล่านั้นกลับรวมตัวกันใหม่เป็นดาบด้านหน้า โจมตีเข้ามาตรงๆ

“ –!!!! “ ซู่มมมมมม!!!! ด้วยแรงปะทะมหาศาลของอีกฝ่าย ร่างของผมก็กระเด็นออกไปทันที ลอยสันกับอลิสที่ก้มตัวหลบทันในอึดใจสุดท้าย ร่างลอยออกไปหา ผมพลิกตัวอย่างรวดเร็ว ใช้มือข้างขวาทาบไปกับพื้นและตวัดขาลง รักษาสมดุล หยุดแรงส่งไปในตัว สายตามองภาพตรงหน้า อลิสง้างดาบออกมา ฟันไปที่ตัว ผลที่เกิดขึ้นก็เป็นไปตามที่คิด ร่างกายนั้นขาดเป็นสองท่อนและกลับมาต่อกันใหม่ตามประสา ‘น้ำ’ การโจมตีที่สอง สามหรือสี่ยังไม่มีผล— จะรู้บทสรุปการต่อสู้ก็เมื่ออีกฝ่ายสวนกลับ ดาบเล่มโตถูกแกว่งลงมาตามแนวแทยง อลสตั้งดาบรับและเอี้ยวตัวรอ ดาบน้ำก็ขาด รวมให้ในจังหวะที่สองและฟันลงไปจนพื้นเป็นรอย เธอหลบการโจมตีสองจังหวะได้อย่างสมบูรณ์— ด้วยพลังของ [เนตรทิพย์] นี่คงเป็นสิ่งที่ต้องการจะบอกแตาก็สายเกินไป…

“ –!! “ อลิสเบิกตากว้าง ผมกระตุกตาไปเล็กน้อยด้วยความตกใจเล็กๆ .. แทนที่ดาบเล่มนั้นที่พลาดการโจมตีไปแล้ว มันไหลไปกับพื้น สร้างตัวเองขึ้นมาใหญ่แล้วจึงโจมตีเป็นจังหวะที่สาม ส่งร่างบางของฮาล์ฟเอลฟ์ลอยไปคนละทิศ เลือดสีแดงเข้มไหลออกมา เธอกุมท้องพร้อมกับสีหน้าเหยเก กัดฟันแน่นพลางร่ายเวท [ฮีล] กับตน

“ ….. “ จากการลอบมอง อลิสแผลหายแล้ว เวท [ฮีล] เป็นเวทเฉพาะตัวที่ดีกว่า [รักษาบาดแผล] เพราะฤทธิ์ที่ดีกว่าจริงๆ ทางด้านนี้เองก็ไม่มีปัญหาอะไร บาดแผลไม่เคยมีแต่แรก การโจมตีอ่อนนั้นไม่สามารถทำให้เสื้อขาดได้ด้วยซ้ำ ผมเพียงแค่ประมาทไปหน่อย— เอาจริงๆ ถ้าพูดให้ถูก มันคือการเช็คคู่ต่อสู้ไปด้วย วิเคราะห์คุณสมบัติและการโจมตีของอีกฝ่ายได้แล้ว.. –พวกมันสามารถจับตัว รวมกันเป็นรูปเป็นร่างได้อย่างอิสระเหมือนที่ผมทำได้ ใช้หลักการ ‘การควบคุมเวท’ ที่คิด จินตนาการรูปร่างได้ตามใจนึก ดังนั้น สรุปได้ตามทฤษฎีรวมๆเรื่อง คุณสมบัติของของเหลว ‘น้ำเป็นของไหล’ นอกจากเบี่ยงเบนตามกระแส ตามพื้นผิว พอยิ่งสามารถควบคุมรูปร่างได้อีก นั่นจะค่อนข้างเป็นปัญหา

การโจมตีทางกายภาพใช้ไม่ได้ผล กระสุนจริงจึงใช้ไม่ได้ เพราะแบบนั้น ต้องลองโจมตีด้วย ‘เวท’ หรือ ‘จิต’ …คิดได้ดังนั้น ผมคว้าหมับไปที่อีนิคม่าอย่างรวดเร็ว แปรสภาพพลังเวทเป็นธาตุแล้วยิง กระสุนสามนัดพุ่งออกไปด้วยความเร็วเจ็ดมัค นัดแรกเป็นธาตุลม นัดที่สองเป็นไฟ สุดท้ายเป็นสายฟ้า—

ปัง! ปัง! ปัง! 

“ –!!! “ อีกฝ่ายแสดงใบหน้าตกใจเมื่อร่างกายของตนถูกชะล้างออกไปทีละน้อย กระสุนลมปัดเป่าจนน้ำสาดเด็น กระสุนเพลิงแผดเผาร่างจนระเหย กระสุนสายฟ้าพุ่งทะลุอก ช็อตจนตัวสั่น กระแสไฟฟ้าเส้นหนามากมายออกมาโลกเต้นไปมาตามตัว ส่งเสียงร้องดัง *เปรี้ยะ! เปรี้ยะ!* ผมยกยิ้มออกมาเล็กน้อย การโจมตีด้วยเวทมีผลอยู่— โลจิคเรื่องหลัก ‘น้ำ’ บนโลกมนุษย์ใช้ได้กับเทพองค์นี้ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว อลิสเองก็แช่แข็งเทพองค์นี้ได้.. การต่อสู้นี้รู้ผลได้ ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรง สู้ยากกว่าเทพศิลาที่มีกายหยาบสัมผัสได้นิดหน่อย แต่แค่นี้.. สบาย เหลือลองเช็คที่สำคัญๆอีกไม่มาก ผมลองเปิดใช้ [นัยน์ตาปีศาจ] ตรวจสอบร่างกายสตรีตรงหน้า ทั้งร่างทำมาจากเวทย์มนตร์ล้วนๆ ง่าย— ง่ายกว่าตอนรับบททดสอบในโบราณสถาน ตัวนั้นผมเผอิญ ใช้ [ยกเลิกเวทมนตร์] ไม่ได้ รอบนี้มีได้ใช้แน่นอน เผลอๆใช้ยิงนัดเดียว การประลองก็จบไปเลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น—

“ พวกเธอ… แข็งแกร่ง “ เสียงผู้หญิงดังออกมา ไกปืนที่เตรียมจะถูกเหนี่ยวอีกรอบก็ถูกยับยั้ง ผมค่อยๆเงยหน้าไปช้าๆ เทพวารีได้เอ่ยปากแสดงคำพูด ร่างที่จากเดิมรบูดเบี้ยว บัดนี้ก็กลายเป็นร่างผู้หญิงสง่า ผมสีฟ้าดุจน้ำใสแผ่สยายลงไปแตะพื้น สวมชุดพื้นบ้านที่คล้ายกิโมโนของญี่ปุ่นสีน้ำเงิน ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลขัดกับใบหน้าขาวเหมือนผมและอลิส.. พูดชมกันซึ่งๆหน้า ไม่รู้สถานการณ์เลยว่าด้ายชีวิตของตน พร้อมกับที่จะขาดผึงลงไปในทุกวินาที… “ ยินดีต้อนรับสู่ด่านสุดท้ายของมหาดันเจี้ยนเวฟฟ์ฟยอร์ด พวกเธอทั้งสองคนแข็งแกร่งมากที่สามารถรอดจากการโจมของเราได้— มิหนำซ้ำ ทั้งคู่ยังสามารถสวมกลับมาได้อย่างสง่างาม ขอชื่นชมจากใจจริง “ 

“ โอ่ย… ถ้าจะพูดก็ให้มันน้อยๆหน่อย “ ผมเปล่งเสียงออกมาด้วยความรำคาญ ลั้นไก ยิงกรพสุนสายฟ้าสีแดงไปที่อีกฝ่ายอีกรอบ เธอเพียงแค่กระตุกไปเล็กน้อย กลับมาเข้ามาสุขุมอีกรอบแล้วจึงพูดต่อ 

“ พวกเจ้า— พวกเธอช่างรีบร้อนเสียจริง การโจมตีทางกายภาพหรือแม้แต้เวทย์มนตร์นั้นทำอะไรเราไม่ได้ “ 

“ โฮ่.. แกไม่คิดไปบ้างหรอว่าแกพูดมากขนาดไหน “ ผมสวนกลับไปในทันที มองอีกฝ่ายตาขวาง ความรำคาญในแววตาคงพอบอกได้ว่าผมหงุดหงิดขนาดไหน จริงอยู่ว่าอีกฝ่ายกำลังเผยข้อมูล แต่ยังไง รำคาญก็คือรำคาญ ยัยผู้ญิงคนนี้พูดมากสุดๆ จะช่วงชิงทักษะก็ทำไม่ได้ ทฤษฎีที่เคยตั้งตอนปะทะกับเทพศิลามันก็ผิด— ต่อให้ค่าสถานะต่างกันมหาศาล แต่ยังไงตอนนี้ก็กลับดึงมาไม่ได้ คงมีทางเดียวที่ต้องทำ จัดการให้อ่อนแรงซะ แล้วก็เล่นตามสูตรปกติ— นี่ก็เป็นเรื่องจำเป็น สำคัญมากกับการหาเงื่อนไขจริงๆของทักษะนี้.. [ดวงตาของผู้ช่วงชิง] 

“ ใจร้อนจริงเลยนะพ่อหนุ่ม อาวุธนั่นแปลกตามากก็จริง แต่ยังไง— การโจมตีด้วยกระแสไฟฟ้าแค่นั้นมันไม่ได้ผลหรอก วิธีต่อสู้กับฉันจริงๆคือการสู้ด้วย ‘เวทแห่งยุคสมัยของพระเจ้า’ และ ‘เวทธาตุหลักทั้งห้าแห่งแก่นดำขาว’ … ต่อให้ฉันสัมผัสได้ถึง [ศิลาพระเจ้า] กับ [ศิลาต้องสาป] ในตัวของนายก็ตาม ยังไง… มันก็ไม่ถูกปลดผนึก นายยังไม่เคยฝึกใช้มัน— ซึ่งนั่น คือข้อผิดพลาดที่ใหญ่หลวงที่สุด “ 

“ อา.. แกจะบอกว่า ‘ฉัน’ ฉันที่มี ‘เวทธาตุหลักทั้งห้าแห่งแก่นดำขาว’ ถึงหนึ่งธาตุ สองแขนง พอใช้พวกนี้ไม่ได้ ฉันก็ไม่มีทางฆ่าเธอได้งั้นสินะ “ ผมถามกลับไป แสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย ท่าทางอีกฝ่ายจะชะล่าใจกว่าที่คิด ปล่อยข้อมูลสำคัญออกมาซะหมดเปลือก วิธีการต่อสู้เพื่อเผด็จศึกน่ะ มีถมเถไป— เธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าผมกับอลิสถือครอง [เวทแห่งการรังสรรค์] ฝ่ายที่ประมาทและไม่เช็คความสามารถฝ่ายตรงข้ามอย่างเทพองค์นี้ ยังไงก็ไม่มีทางรอด…

“ เวทนั้นต้องใช้การเข้าถึงอย่างน้อยก็หนึ่งเดือน— มาถึงตรงนี้มันก็สายไปแล้ว ค่าสถานะแค่นั้นก็ย่อมทำอะไรไม่ได้ เว้นซะแต่— “ ในชั้วพริบตา ยังไม่ทันได้หายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด ริมฝีปากบางของอีกฝ่ายก็มาอยู่ข้างหู การเคลื่อนไหวรูปแบบใหม่โผล่ออกมาให้เห็น มันเหมือนกับทักษะ [รูปแบบเงา] เธอคนนี้แปรตัวเองเป็นน้ำไหล ไหลตามร่องพื้นด้วยความเร็วสูงจนมาโผล่ประชิด “ —เว้นซะแต่พลังด้านปีศาจของเธอจะช่วยไว้ได้ “ 

“ ….. “ ผมยืนนิ่ง ฟังอีกฝ่ายพูดพพล่ามยาวต่อมา ใช้ [วิเคราะห์] ตรวจสอบค่าสถานะและทักษะทุกอย่างของผู้หญิงคนดังกล่าว เธอมองเห็นแค่ไม่กี่อย่างจริงๆ [วิเคราะห์] ที่เธอมีมันก็แค่ระดับ 8 มองเห็นอย่างมากก็คำว่า ‘ปีศาจ’ ที่บ่งเผ่าพันธุ์ ค่าสถานะที่ปลอมเลขไว้แค่แปดพัน เธอก็เห็นไปตามนั้น— เวททั้งสองที่ได้จากเทพศิลา อีกฝ่ายเพียงแค่สัมผัสได้ สุดท้าย คนข้างๆผมตอนนี่ก็เป็นเพียงแค่คนโง่คนเดียว หารู้ไม่ว่าตัวเองกำลังจะเจอกับอะไร 

“ งั้นหรอกหรอ …อืม ถ้างั้นก็ “ ฉึกกก!!!—  เลือดสีแดงสดไหลเยิ้มออกมาจากช่วงเอว ผู้เป็นเทพเบิกตาโพล่งด้วยความตกใจ รู้ตัวอีกที คมหอกสีทองอร่ามก็พุ่งทะลุกายไปแล้ว “ ตายไปซะเลยน่าจะดีกว่า “ 

“ ไม่จริงน่า! “ เธอตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนตัวเป็นน้ำและกลับไปตั้งหลักอย่างฉับไว สมคสรแล้วกับความประมาทที่จะนำไปสู่ความตาย นึกว่าจะเก่งขนาไหน สุดท้ายก็ไม่ได้มีอะไรเลย— มีดีแค่เห่า หลบกระทั้งหอกเล่มเดียวที่สร้างกลางอากาศไม่พ้น ไม่มีคำพูดอะไรจะบรรยาย ในหัวเริ่มคิดแล้วว่าบุคคลตรงหน้าคือเทพที่อ่อนที่สุด ลูกสมุนหลายแสนด้านล่างก็มีดีแค่เป็นกำแพง เปรียบดั่งทหารที่สละเลือดเนื้อให้ตน องค์หญิงบอบบาง ณ ยอดปราสาท…

“ ให้มันจบๆไปเถอะ ฉันไม่อยากที่จะเสียเวลาเสวนากับแก “ วึง วึง วึง วึง วึง…. ดาบมากมายหลายสิบเล่มปรากฏขึ้นกลางอากาศ ผมพยักหน้าให้อลิส เธอตอบกลับมาด้วยการสร้างศาสตราสีทองเปล่งประกายขึ้นตาม— อาวุธนับร้อยร่ายล้อม ปกคลุมท้องฟ้า เพดานห้องทั่วถึง— ผมตวัดนิ้วไปด้านหน้าเล็กน้อย ของมีคมมากมายก็พุ่งตรงไป ณ จุดเดียว…


……
……
……

ซู่ม! ซู่ม! ซู่ม! บึ้ม! ดาบสีทองมากมายพุ่งจากเพดานลงไปสู่เป้าหมาย— พลาดเป้า ปักไปกับพื้นจนระเบิดออก แหลกสลายกลายเป็นผงทอง เทพวารีที่ได้รู้ความจริงในภายหลังว่าศัตรูที่อ่อนแอของตัวเองใช้ [เวทแห่งการรังสรรค์] ได้ ก็ค้างไป ลนลาน ทำอะไรไม่ถูก ตอบโต้ไม่ได้เพราะถูกไล่ต้อนสถานเดียว ทำได้เพียงคอยหลบหลีก แปรสภาพเป็นของเหลวและหลบอย่างชาญฉลาดมาตลอดสองงนาที ผมเพียงแค่ยืนเสกนิ่งๆ อลิสลุยแนวหน้า ลอยไล่จี้ด้วยการโจมตีหลายรูปแบบ

เคร้งงงง!!!!! ร่างบางถูกส่งกลับมาหลังจากบล็อคดาบน้ำได้ แลกกับดาบที่เกิดจาก [สร้าง] ที่แตกสลายไป— ลอยกระเด็นมาทิศนี้ หมุนตัวสองสามตลบ ขาแตะพื้นข้างๆ…. ผู้เป็นเทพที่เห็นช่องว่าง สวนกลับมาอย่างรวดเร็ว เสกศรน้ำแท่งยาวนับร้อย พุ่งออกมาเป็นสายหนายาว ผมกับอลิสสะบัดมือคนละครั้ง น้ำเหล่านั้นก็ระเหยกลายเป็นไอ ด้านที่พุ่งมาใส่ร่างบางก็ถูกเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง— การโจมตีระลอกต่อไปเสริมเข้ามา มวลน้ำก้อนโตถูกขว้างมาตรง อลิสแปะมือลงไปที่พื้น แท่งเสาน้ำแข็งสามเหลี่ยมหนาหล่อหลอมที่พื้น แยกน้ำที่ซัดมาเป็นสองทาง— 

“ …. “ แต่ทว่ามันกลับไม่จบ น้ำที่แยกมาเหล่านั้นก็เบี่ยงทิศ โค้งเอนโจมตีเข้ามาเป็นจังหวะที่สอง ผมจิ๊ปากด้ววความขัดใจ การต่อสู้นี่ยืดเยื้อเกินไปจนน่าเบื่อ ดีดตัวออกจากพื้น หลบการน้ำแรงกันมหาศาลที่ทำพื้นพังไม่เหลือสภาพดี เบี่ยงตัวไม่มาในอากาศ หลบกระสุนน้ำอย่างไม่ยากเย็น เปิด [เหยียบอากาศ] สร้างวงเวทเล็กๆขึ้นเป็นแท่นดีด พุ่งลงมาที่พื้นพร้อมกับหอกเล่มสีทองอร่าม— บิดข้อมือหนึ่งครั้ง คมแหลมก็พุ่งไปปักคาท้องศัตรู

“ –!! “ ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! หอกเล่มงามร่ายรำอย่างพลิ้วไหว ทุกการสะบัดข้อมือมันก็เปรียบดั่งคำสาปมารที่เรียกเลือด.. ผมสะบัดมืออีกรอบ ศาสตราสี่ห้าเล่มก็พุ่งตรงไปปักที่ข้อมือ แขนและขาของอีกฝ่ายทะลุ ยึดร่างบางลงไปกับพื้น— เธอร้องออกเสียงแหลมออกมา แต่ก็เปล่งได้ไม่นาน เสียงหวีดเหล่านั้นก็ถูกเก็บเข้าปาก ผมกระทืบลงไปที่ท้องจนพื้นด้านล่างยุบสองจังหวะ โน้มตัวลงไป เชยคางคมขึ้น— 

“ สภาพดูไม่ได้… ฉันมีข้อมูลที่ต้องการจะถามแก ถ้าไม่ตอบ ตอบไม่ได้.. ตาย “ 

“ –!!! “ อีกฝ่ายตาโตด้วยความกลัว ผมเริ่มดำเนินการใช้ [ช่วงชิง] มาในจังหวะที่ใช้ได้ ดึงค่าสถานะหลักล้านออกมาเหมือนกับแค่เปิดประตู เลขหกหลักของอีกฝ่ายกำลังลดลงอย่างถี่รัว แปรเปลี่ยนมาเป็นเลขหลักแสนในตัวผม ขโมยพลังิกมาทุกอย่าง เปิดใช้ [อ่านความทรงจำ] เพื่อล้วงข้อมูล ปรากฏว่า— ทำไม่ได้ เหลือวิธีสุดท้ายวิธีเดียวคือ เค้นให้บอก ความรุนแรงไม่ใช่ปัญหา ผมสามารถเล่นด้วยจิตใจ ใช้เวทเกี่ยวกับภาพลวงตา

“ …. “ [หลอนประสาท] ถูกร่ายเข้าไปในหัว ผมเริ่มถามคำถามที่ต้องการคำตอบออกไป— “ หนึ่งในสิบสองคืออะไร “ 

“ …. “ 

“ ‘หนึ่งในสิบสอง’ คือ อะไร “ เสียงที่ถามออกไปถูกกดให้ต่ำลง ระดับความรำคาญในหัวยิ่งมากขึ้นไปอีก อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรออกมา เงียบ ปิดปากสนิทเหมือนครั้งแรกอย่างไม่ผิดเพี้ยน ‘เป็นเรื่องที่ไม่สามารถตอบได้’ ..ต้องมาไม้นี้แน่ๆ เหมือนกับตอนโบราณสถานแห่งแรก พูดเอ่ยความจริงคือผิดข้อตกลง น่ารำคาญ— น่ารำคาญที่สุด

“ ชะตาแกขาดแล้ว ไอ้เทพไร้ประโยชน์— “ อีกฝ่ายเบิกตาโพลนจนดวงตาสีฟ้าแทบจะกลายเป็นจุดเล็กๆ เวทลวงตาถูกคลายออก ดึงสติกลับมาได้จนครบปวง ผมค่อยๆง้างหมัดไปด้นหลังช้าๆ มองผู้เป็นเทพสายตาเกลียดชัง ขัดกับอีกฝ่ายที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ อ้อนวอนขอชีวิตอย่างน่าสมเพช อนาถา –แต่ทว่า ในพริบตา ความโกรธมากมายพลั่งพรูเข้ามาในหัวอย่างต่อต้านไม่ได้ อยู่ๆ.. เพียงแค่ชั่วอึดใจเดียว แรงอาฆาต ความรู้สึกอยากฆ่าก็ถูกปลดปล่อยออกมา รู้ตัวอีกที แขนข้างซ้ายที่ยกอยู่— มันถูกครอบคลุมไปด้วยอักขระสีดำมืด อักขระสาปทำงานขึ้นมาเอง ดวงตาข้างหนึ่งเปลี่ยนเป็นสีแดง.. ดวงตาปีศาจ

อยาก ฆ่า.. “ ไม่จริง— ผมไม่ได้ต้องการที่จะพูดออกไปด้วยซ้ำ ปากมันขยับไปเอง ราวกับว่า.. คนอื่น มีคนอื่นกำลังควบคุมร่าง หมัดสีดำทมิฬก็ถูกตวัดลงไป ไอความมืดเป็นแทบวิ่งไปมากระจัดกระจาย ในจังหวะที่เทพวารีกำลังเปล่งเสียงพูดอะไรบางอย่าง

“  ฉัน ต้องมาตาย.. ด้วยฝีมือของคนในกลุ่มหนึ่งในสิ— “ 

ตาย… “ 

‘ ไม่ทันแล้ว! ‘ 


ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!






=======================================================================================




จบแล้วครับ! จบไปอีกหนึ่งตอนสำหรับการเขียนในวันหยุด ณ ไต้หวัน… เขียนในรถทัวร์เลยนะเนี่ย555 เอาเถอะ! จบไปอีกตอนแล้ว! เทพมีโควต้าครึ่งตอนตามสัญญาครับผม^^ เทพองค์อื่นจะน้อยลงไปเรื่อยๆแน่นอน ไนต์ทำลายดันเจี้ยนแล้วครับ เละแค่ไหนเดี๋ยวรู้ตอนต่อไป— อย่าหวังเยอะล่ะ555 เทพตายสนิทแน่นอน ไม่เหลือๆ 

ตอนนี้ไม่ได้ชื่อ ‘แฝดผู้ไม่ได้รับเชิญ’ ตามสัญญานะ555 ตอนหน้าๆ ไรท์กะเนื้อหาพลาดไปนิด=P

อย่าลืมเม้นให้กำลังใจไรท์นะครับ^^ ไรท์จะได้มีกำลังใจในการเขียนต่อไปเรื่อยๆแค่นั้นแหละ;)

*ตอนนี้มีคำใบ้เล็กๆ ไปหากันเอาเอง
*ย่อหน้ามาหลังจากที่กลับถึงไทยนะครับ:)

















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #889 วศินทร์ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 22:27
    ขอบคุณครับ
    #889
    1
    • #889-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 30)
      12 พฤษภาคม 2560 / 07:43
      ขอบคุณครับบบ^^
      #889-1
  2. #879 Aki_Akihiko (@Karin-Kara) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 18:33
    ไร้ใบ้อะไรไว้อ่ะ...รีดไม่เห็นรู้เรื่องเลย...555
    #879
    2
    • #879-1 Aki_Akihiko (@Karin-Kara) (จากตอนที่ 30)
      8 พฤษภาคม 2560 / 18:33
      ไรท์* โอ้ย555. เมา
      #879-1
  3. #878 RenaissanceAge (@RenaissanceAge) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 18:30
    ขอบคุณครับ
    #878
    1
  4. #877 แขกคนนึงที่ไม่เคยเม้นมาก่อน (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 18:25
    ขอบคุณค่ะ
    #877
    1
  5. #876 Chblossom123 (@Chblossom123) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 17:39
    อลิสเริ่มเป็นเก่งซักที
    #876
    1
  6. #875 WhiteKirito (@WhiteKirito) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 16:34
    เจอคำใบ้ตรงคำพูดสุดท้ายของเทพวารีก่อนโดนต่อย.. ถ้าให้คิดไปๆมาๆผมเดาว่ามันมีความเป็นไปได้ 2 แบบคือ
    1.กลุ่มหนึ่งในสิบสองที่ว่าคือ กลุ่มที่มีอลิสนำ อย่างที่ไรท์บอกว่าอลิสเป็นส่วนหนึ่งในนั้น อันนี้ผมเองก็ไม่รู้ว่าเทพวารีรู้เรื่องตารึเปล่า แค่เดาๆ
    2.กลุ่มหนึ่งในสิบสองที่หมายถึง การรวมกันของหนึ่งในสิบสองหลายๆคน นี่หมายถึงไนต์เองก็เป็นแบบเดียวกับอลิส แค่ตัวเองไม่รู้
    #875
    2
  7. #874 ZyuuRyuu (@ZyuuRyuu) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 13:27
    สบายแล้วทีนี้ เทพที่เหลือแต่ละคนไม่มีใครเลยที่จะมีร่างกาย ทีนี้ใช้ยกเลิกเวทมนตร์รัวๆได้..
    #874
    1
  8. #873 KnightN00 (@KnightN00) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 13:07
    เหมือนไปตบลาสบอสแล้วมาไล่ตบบอสแมพเลย
    #873
    1
  9. #872 guest5522 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 12:58
    Gg Ez กับเทพเลย พี่ไนต์โหดเกิน
    #872
    1
  10. #871 ผ่านมา (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 12:40
    สนุกครับ หมัดเดียวจริงๆ
    #871
    1
  11. #870 Dommy0459 (@Dommy0459) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 10:39
    ไซตามะบุกร่างงง
    #870
    1
  12. #869 Knight_Blood (@Knight_Blood) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 10:16
    ขอบคุณครับ ไม่ปวดหัวได้ไง เขียนบนรถทัวร์เนี่ย
    #869
    1
    • #869-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 30)
      8 พฤษภาคม 2560 / 10:27
      พลังผมมีมากกว่า 9000 ครับ
      #869-1
  13. #868 Knight_Blood (@Knight_Blood) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 10:15
    อ่านประโยคแรกมาตกใจ หุๆ
    #868
    1
    • #868-1 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 30)
      8 พฤษภาคม 2560 / 10:27
      ...ไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะนั่น555
      #868-1
  14. #866 PES (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 09:19
    ขอบคุณครับ
    #866
    1
  15. #865 Moechan1567 (@Moechan1567) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 08:55
    เทพอ่อนไปเลย..
    #865
    1
  16. #864 Guest (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 08:53
    ปีศาจในใจมีตัวตน O.O
    #864
    1
  17. #863 DarkGolf_ (@panutgolf) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 08:44
    คำใบ้เล็กจริง ๆ แต่เอามาอยู่ด้วยกันสองอันมันก็เด่นมาก ๆ เลยครับไรต์

    หรือว่าไรต์ใบ้แค่อันเดียว ส่วนอีกอันผมมโนเอง
    #863
    5
  18. #862 WhiteKirito (@WhiteKirito) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 08:35
    วันพ้านนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนช์!!!!!!
    #862
    1
  19. #861 027e788829rhu (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 08:14
    ไซตามะ
    #861
    2
  20. #860 thun.der (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 08:12
    ขอบคุณครับ ไนต์ค่าสถานะเพิ่มมาอีกเท่าไหร่หรอ?
    #860
    1
  21. #859 BlackTransmutter (@imdear) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 07:35
    ตอนใหม่มาก่อนกำหนดครับผม!:)
    #859
    0