meant to 'B ♡ | chanbaek

ตอนที่ 19 : meant to 'B | 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 194 ครั้ง
    24 พ.ย. 61

 

 

 

 

 

 

 

 

17

 

 

 

 

 

 

            “จงแดมึงคิดแคปชั่นรูปให้กูหน่อยดิ

 

            “ไม่เห็นจะยากเลย

 

            “…”

 

            “แท้งกิ๊วฟอร์เอเวรี่ติงยูแฮฟดันฟอร์มี มายเรียลพี่ซีวาย~ แต่มึงอย่าลืมใส่ฮาร์ททึปิดท้ายด้วยนะ

 

            เหยดดด เฉียบ ไม่เคยได้ยินแคปชั่นนี้มาก่อนเลยนะเนี๊ยะ!”

 

            หลังจากนั้นก็มีเสียงหัวเราะปนเสียงซี๊ดปากเพราะความเจ็บมาให้ได้ยิน และต้นเหตุของเสียงก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เพื่อนสองคนที่เอาแต่พูดล้อแบคฮยอนตั้งแต่เข้ามานั่งใต้ตึกคณะนั่นแหละ

 

            โอ้ยซึลกิ พอแล้วๆกูเจ็บ

 

            มึงจะไปล้อมันทำไม ไอ้แบคมันหน้าแดงไปหมดแล้วนั่นมึงเห็นไหม

 

            “ก็นานๆทีเห็นเพื่อนมีฟามรัก แซ็วบ้างไม่ได้ เห้ยหยุดเลยนะ! อย่าหวังว่าจะได้บิดหูกูเป็นครั้งที่สอง

 

            จงอินใช้มือทั้งสองข้างยกขึ้นปิดหูที่ตอนนี้เริ่มขึ้นสีแดงๆ เพื่อหลบมือของเพื่อนสาวคนเดียวในกลุ่มที่กำลังยกขึ้นหมายจะบิดหูเขาเป็นรอบที่สอง ก่อนจะหันไปมองเพื่อนตัวเล็กที่เอาแต่นั่งหน้าแดงไม่ยอมพูดยอมจา

 

            บทจะเชื่องก็เชื่อง บทจะโหดก็โหดเหมือนหมา

 

            ไอ้นี่ก็เอาแต่หน้าแดง ไม่ต่อยพวกมันกลับเหมือนที่เคยทำหน่อยเหรอ

 

            ซึลกิหันมาถามเพื่อนตัวเล็กทีนั่งอยู่ข้างๆ ฝ่ายโดนถามก็ได้แต่ยกแก้วน้ำแดงที่ตอนนี้ที่สีดูอ่อนลงเมื่อเทียบกับพวงแก้มใส กระแอมไอสองทีราวกับว่ามันจะช่วยลดความขัดเขินตอนนี้ได้

 

            พะ พวกมึงอ่านหนังสือกันบ้างหรือยังวะ

 

            “เปลี่ยนเรื่องเก่ง~”

 

            แซ็วได้ไม่นานจงอินก็โดนเพื่อนตัวเล็กที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหยิบหลอดในแก้วน้ำแดงสะบัดใส่จนต้องเบี่ยงหลบและโวยวายเสียงดังเพราะกลัวว่าเสื้อช็อปจะเปื้อน

 

            ยิ่งไม่ค่อยได้ซักอยู่ยังจะมาทำให้มันสกปรกขึ้นไปอีก

 

            ฝ่ายแบคฮยอนหลังจากที่ได้แกล้งเพื่อนจอมปากเสียไปเรียบร้อยแล้ว ก็ถูกดึงความสนใจโดยโทรศัพท์ที่กำลังสั่นอยู่บนโต๊ะ และเมื่อดวงตาเรียวสวยไล่อ่านรายคือคนโทรเข้าก็ต้องยิ้มออกมาบางๆ


            เสียงใสเอ่ยบอกเพื่อนๆที่กำลังนั่งหัวเราะจงอินที่โดนเขาแกล้งไปเมื่อสักครู่ว่าจะขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อน

 

            แต่จังหวะที่กำลังจะลุก จงอินก็เอ่ยแทรกขึ้นมาว่าจะแกล้งเจ้าตัวแล้วหนีแบบนี้ไม่ได้ แต่แบคฮยอนก็หยุดสถานการณ์ทุกอย่างได้ด้วยรอยยิ้มหวาน และชูสัญลักษณ์บางอย่างก่อนจะเดินหนีออกมา

 

            พาตัวเองเดินห่างจากโรงอาหารไม่ไกล ก็มาหยุดยืนอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ที่ค่อนข้างไร้ผู้คนและเงียบสงบพอให้เขาได้สนทนากับคนในสาย

 

            ฮัลโหล

 

            (…)

 

            ฮัลโหลได้ยินเราไหม…”

 

            (…)

 

            คิ้วบางเริ่มเคลื่อนชิดกันเมื่อเห็นว่าคนปลายสายไม่ยอมพูดอะไร ไม่ว่าเอ่ยเรียกอีกคนเท่าไหร่ก็ไม่มีการตอบรับอะไรกลับมา มือข้างที่ถือโทรศัพท์แนบหูเลื่อนเครื่องมือสื่อสารมาตรงหน้าของตัวเอง หากแต่คิ้วก็ยิ่งขมวดเป็นปม เมื่อพบว่าตัวเลขเวลาการสนทนายังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

            เพราะนั่นแสดงว่าแทอูยังไม่ได้วางสายจากเขา

 

            ฮะ--”

 

            (คนที่ในรูปนั้นใครเหรอแบคฮยอน…)

 

            ใจดวงน้อยกระตุกเบาๆเมื่อได้ยินน้ำเสียงจากคนในสายที่มาพร้อมกับสรรพนามที่อีกคนไม่ค่อยได้ใช้เรียกเขาบ่อยนัก 

 

            เอ่อ แทอูเป็นอะไรหรือเปล่าดูเสียงไม่ค่อยดีเลย

 

            (ตอบเรา…)

 

            “…”

 

            (ว่าผู้ชายคนนั้นคือใคร)

 

            ฟันขาวขบกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ เรียกความกล้าที่จะพูดคำที่มักจะชวนความขัดเขินขึ้นมาแต่งแต้มบนพวงแก้มอยู่ร่ำไป

 

            กะ ก็อย่างที่แทอูเห็นในแคปชั่นนั่นแหละ…”

 

            (…)

 

            ปาร์คชานยอล…”

 

            (…)

 

            แฟนเรา

 

          คำสุดท้ายที่หลุดออกจากริมฝีปากสีพีชช่างแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ มือเรียวยกขึ้นลูบใบหน้าของตัวเองพื่อบรรเทาความเห่อร้อนที่มีมาให้รู้สึกหลังจากที่พูดคำนั้นออกไป หากแต่ต้องแปลกใจเมื่อปลายสายไม่มีการโต้ตอบอะไรกลับมา 


           เสียงใสเอ่ยเรียกชื่ออีกคนอยู่หลายครั้ง ในใจก็คิดว่าวันนี้คิมแทอูดูแปลกไปจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียงที่ใช้คุย หรือแม้แต่อาการเงียบที่ไม่ค่อยได้เกิดขึ้นบ่อยนักเวลาคุยกัน เพราะเงียบได้ไม่นานเจ้าตัวเองนั่นแหละที่จะสรรหาเรื่องมาคุยกันอยู่ร่ำไป

 

            (เขาคนนั้นคงรักตัวเล็กมากใช่ไหม)

 

            “ทะ ทำไมถามอะไรแบบนี้เล่า

              

             แบคฮยอนตอบกลับไปเสียงตะกุกตะกัก 


            (เราก็แค่อยากรู้…)

 

            “…”

 

            (ว่าคนที่จะมาเป็นแฟนของ--)

 

            หลังจากประโยคนี้แทอูก็หยุดพูดไปสักพัก แบคฮยอนได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่อีกคนจะพูดประโยคนั้นอีกครั้ง

 

            (เราก็แค่อยากรู้ว่าคนที่จะมาเป็นแฟนของเพื่อนเรา)

 

            “…”

 

          (รักเพื่อนเราได้เท่ากับที่เรารักหรือเปล่า…)

 

            ริมฝีปากบางของคนฟังยกขึ้นเบาๆหลังจากได้ยินประโยคนั้นจากคนเป็นเพื่อน ซึ่งต่างจากคนปลายสายที่กว่าจะพูดคำนั้นออกมาได้เจ็บแทบจะขาดใจ

 

            และที่พูดออกมานั่นแทอูก็แค่ต้องการย้ำ

 

            ย้ำให้ตัวเองรู้ว่าตอนนี้อยู่ในสถานะอะไร

 

            ขอบคุณแทอูมากเลยนะ แล้วก็ไม่ต้องห่วงเลยเพราะชานยอลน่ะเป็นคนดีมาก

 

            (…)

 

            “ชานยอลดีกับเรามากเหมือนแทอูเลย

 

 

            ดีเหมือนกัน

 

 

            แต่ทำไมถึงไม่เลือกเราล่ะ

 

 

            และนั่นก็เป็นประโยคที่คนปลายสายเลือกที่จะพูดเพียงในใจ ในเมื่อบอกรักแบคฮยอนในใจมาตั้งแต่แรก

 

            มันก็คงต้องเป็นแบบนี้ต่อไป

 

            แทอูคงไม่มีโอกาสที่จะได้พูดมันอีกแล้ว

 

            (ได้ยินแบบนี้เราก็หายห่วง…)

 

            “อื้อ ว่าแต่แทอูไม่สบายหรือเปล่าเสียงดูไม่ค่อยดีเลย

 

            เสียงหวานเอ่ยถามเพื่อนตัวเองด้วยความเป็นห่วง เพราะวันนี้อีกฝ่ายดูแปลกไปจริงๆ

 

            (ไม่เป็นไรหรอกตัวเล็ก)

 

            “…”

 

            (เดี๋ยวเราก็คงหาย)

 

            เดี๋ยวก็คงลืมได้เอง

 

            (เดี๋ยวเราต้องไปเรียนแล้วนะตัวเล็ก มีควิซต้นคาบด้วย)

 

            รอยยิ้มหวานเผยให้เห็นใบหน้าสวย เมื่อแทอูกลับมาใช้สรรพนามเดิมกับเขาด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้นกว่าเมื่อกี้ 

 

            อื้อ ถ้ารู้สึกไม่ดีก็กินยาด้วยนะ ตั้งใจสอบนะครับคุณทนาย

 

            (เราว่ากินยาคงไม่หายหรอก…)

 

            “…”

 

            (ช่างเถอะ เราไปก่อนนะเพื่อนเรียกแล้ว)

 

            “อะ อื้อๆ โชคดีนะ

 

            (ครับ)

 

            แบคฮยอนได้แต่เออ-ออไปแบบนั้น แม้ว่าจะไม่เข้าใจในสิ่งที่แทอูพูดเมื่อกี้ เลื่อนโทรศัพท์มาตรงหน้าเพื่อกดวาง ศีรษะเล็กส่ายไปมาเบาๆพลางหัวเราะ

 

            มือเรียวสวยสัมผัสลงบนแจ้งเตือนล่าสุดของอดีตเดือนมหาวิทยาลัยคนดัง ที่เขาคาดว่าชานยอลคงจะส่งมาระหว่างที่เขาคุยโทรศัพท์อยู่กับแทอู

 

            Chanyeol

            วันนี้เรียนเสร็จแล้วรอหน้าตึกนะครับ

            ผมไม่มีเรียนช่วงเย็น

            ไว้เจอกันนะครับ

 

 

Baekhyun

อือ

ตั้งใจเรียน

อย่ามัวแต่เล่นโทรศัพท์

 

           

            พิมพ์ข้อความส่งกลับไปไม่นานบนหน้าจอก็ปรากฏสัญลักษณ์ว่าอีกฝ่ายได้อ่านแล้ว แต่เมื่อข้อความหลังจากนั้นปรากฏในสายตา ร่างบางก็ต้องสบถด่าในใจไม่เป็นภาษา 

 

 

            Chanyeol

            รับทราบครับ

            My @bbaek_

 


            ไอ้... 


            สาหสกหวดหสยดหาดหสวดหว



Baekhyun

นี่!


 

            Chanyeol

            

           

 

แบคฮยอนกดล็อคเครื่องมือสื่อสารในมือด้วยอารมณ์เขินบนหมั่นไส้ ตั้งแต่ที่เขาลงรูปไปเมื่อวานก็ไม่มีท่าทีว่าชานยอลจะแซ็วกันเลยสักนิด ตอนแรกก็คิดว่าแฟนตัวสูงไปเห็นรูปที่เขาแท็กเจ้าตัวไป

 

แต่แล้วสุดท้ายเมื่อเช้าชานยอลก็ได้บอกให้เขารู้ว่าเด็กตัวสูงนั่นเห็นรูปนั้นแล้วด้วยคำว่า ขอบคุณนะครับสำหรับรูปนั้น และนั่นก็ทำแบคฮยอนแทบจะเอาหน้ามุดคอนโซลรถบีเอ็มของอีกฝ่าย

 

มีอย่างที่ไหนมาพูดเรื่องนี้บนรถ

 

เพราะอย่างน้อยถ้าบอกกันที่หอ เขาก็จะแสร้งเดินกลับห้อง ไม่ก็เดินไปไหนซักที่เพื่อซ่อนอาการทำอะไรไม่ถูกนั่น แต่นี่มาบอกกันตอนอยู่บนรถบยอนแบคฮยอนก็หมดทางหนีน่ะสิ

 

นั่นแหละตอนแรกก็คิดว่ามันจะจบแค่นั้น ก็โล่งใจที่ชานยอลไม่ยกเรื่องแคปชั่นนั่นมาแกล้งกัน แต่เห็นแบบนี้แล้วก็หมดคำจะพูด ถ้ามาแซ็วตอนอยู่ใกล้นะพ่อจะต่อยสักทีสองที

 

ยัดเครื่องมือสื่อสารลงในกระเป๋ากางเกง ก็ถึงเวลาต้องกลับไปหาเพื่อนฝูงที่นั่งรอไปเรียนพร้อมกัน แต่จังหวะที่หมุนตัวก็ต้องชะงักงัน เมื่อดวงตาสวยสบเข้ากับร่างคุ้นตาของหญิงสาวที่เหมือนจะยืนรอเขาหันไปเจอ

 

 

สวัสดีค่ะพี่แบคฮยอน

 

 

หญิงสาวคนเดียวกับที่คิมจงอินบอกว่าเธอสามารถคว้าตำแหน่งดาวมหาวิทยาลัยปีนี้ไปได้สมกับเป็นตัวเก็งของการประกวด

 

 

ครับ…”

 

 

ได้ตำแหน่งนั้นไป

 

 

 

น้องไอรีน…”

 

 

            อย่างไร้ข้อกังขา

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

            “ทำไมไอ้แบคมันคุยโทรศัพท์นานจังวะ

 

            หญิงสาวคนเดียวของกลุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากเพื่อนตัวเล็กที่ขอตัวไปคุยโทรศัพท์ยังไม่กลับมาที่โต๊ะ ทั้งๆที่ตอนนี้ก็ผ่านไปเกือบๆยี่สิบนาทีแล้ว แถมยังใกล้เวลาเรียนเข้าไปทุกที

 

            มันคุยกับแฟนมันป-- เห้ยๆ ทำไมมาแย่งลาสกูแบบนี้วะ!”

 

            จงแดเอ่ยขึ้นเบาๆทั้งๆที่ยังไม่ละสายตาจากเกมส์มือถือตรงหน้า พร้อมกับสบทคำหยาบออกมาเมื่อเกมส์ไม่ได้เป็นไปตามที่หวังไว้ ทำเอาซึลกิต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ ครั้นจะหันไปปรึกษาคิมจงอินรายนั้นก็ไม่รู้คุยกับใครนักหนา ตั้งแต่มาถึงก็ยังไม่เลิกจับโทรศัพท์

 

            เฮ้อ แต่ละคน

 

            คิดว่าบ่นไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น ซึลกิเลยหันไปสนใจหนังสือเรียนที่วางอยู่บนโต๊ะแทน นี่ก็ใกล้จะสอบแล้ว แต่เธอไม่เห็นว่าจะมีใครจับหนังสือแทนโทรศัพท์เลยสักคน

 

            แต่หลังจากที่ไล่สายตาไปบนหน้ากระดาษได้สักพัก หูเจ้ากรรมก็ดันไปได้ยินเสียงผู้หญิงโต๊ะข้างหลังคุยกันเสียได้ เธอก็ไม่ใช่คนยุ่งเรื่องของคนอื่นสักเท่าไหร่ แต่อาการหูผึงของซึลกิในตอนนี้มันก็คงเป็นเหตุมาจากบทสนทนาพวกนั้นกลับมีชื่อของเพื่อนเธออยู่ด้วยน่ะสิ

 

            นี่พวกเธอได้ข่าวน้องชานยอลกับแบคฮยอนปะ ฉันน่ะอึ้งไปเลย

 

            “นั่นสิ เสียดายชานยอลเนาะ

 

            เสียงถอนหายใจของพวกผู้หญิงด้านหลังมีมาให้ได้ยิน ก่อนที่ใครคนใดคนหนึ่งในกลุ่มจะพูดประโยคถัดมา

 

            ตอนแรกฉันก็คิดว่าแม่ดาวปีนี้จะได้น้องไปเสียอีก เพราะก็เห็นมีข่าวกุ๊กกิ๊กๆมาให้ได้ยินบ้าง แต่กับแบคฮยอนฉันนี่ไม่คิดเลย แต่ก็ดูเขารักกันดีนะ

 

            ก็เคยได้ยินข่าวนี้มาบ้าง บวกกับบางอย่างที่คิมจงอินเล่าให้ฟัง และนั่นมันก็จริงอย่างที่ผู้หญิงพวกนั้นพูด ซึลกิยังว่าดาวมหาวิทยาลัยปีนี้ดูมีความน่าจะเป็นไปได้ที่จะคบกับน้องชานยอลมากกว่าไอ้แบคเสียอีก

 

            “ใช่ ฉันน่ะอิจฉาจริงๆ เอ้า มาแล้วเหรอแก

 

            ซึลกิปลายตาไปทางโต๊ะด้านหลังที่เหมือนว่าจะมีผู้มาใหม่ เพราะบทสทนานั้นถูกชะงักไป แล้วกลายเป็นประโยคเอ่ยทักทายแทน

 

            นี่แกฉันมีเรื่องจะเม้าท์

 

            “อะไรยะ

 

            “เมื่อกี้ฉันเดินผ่านข้างตึกมาใช่ปะ ทายสิว่าฉันเจอใคร?”

 

            วันนี้ซึลกิรู้สึกว่าตัวเองแปลกไปกว่าทุกวัน ถ้าเป็นวันอื่นเขาคงไม่มาสนใจฟังเรื่องของผู้หญิงขี้นินทาพวกนี้คุยกันแน่ๆ แต่วันนี้รู้สึกว่าหูเธอจะผึ่งผิดปกติ

 

            อย่าชักช้าได้ไหม

 

            “เออๆ ฉันไปเจอแบคฮยอนกับยัยดาวปีนี้กำลังยืนคุยกันอยู่ตรงข้างโรงอาหารอะ ไม่รู้จะมีฉะกันหรือป่าว

 

            !!

 

            ดวงตาที่เคยทำทีเป็นไล่อ่านตัวอักษรบนหนังสือเล่มหนาหยุดชะงัก ประโยคนั่นทำเอาซึลกิต้องเงยหน้าขึ้นหมายที่จะเรียกเพื่อนทั้งสองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเพราะรู้สึกเป็นห่วงเพื่อนตัวเล็กแปลกๆ

 

            แต่ก็ไม่ต้องเรียกเพื่อนอีกสองคิมให้กลุ่มผู้หญิงด้านหลังตกใจ หรือรู้ว่าสิ่งที่พวกเธอกำลังพูดคุยกันไม่ใช่เพียงแค่พวกเธอเท่านั้นที่ได้ยิน เมื่อหลังจากที่เงยหน้าขึ้นมา ซึลกิก็พบว่าเพื่อนทั้งสองคนกำลังมองมาทางเขาด้วยท่าทีที่รู้กัน

 

ก้านนิ้วยาวของอดีตเดือนมหาวิทยาลัยถูกยกขึ้นและชี้เข้าหาตัวเอง เป็นการบอกว่าจะลุกไปก่อน ก่อนที่อีกสองคนที่เหลือจะพยักหน้าเบาๆเป็นอันรู้กันว่าเดี๋ยวค่อยตามออกไปทีหลัง เพราะถ้าลุกออกไปทีเดียวพร้อมๆกัน นั่นอาจจะทำให้กลุ่มผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านหลังรู้ตัวได้ว่าสิ่งที่พวกเธอกำลังพูดคุยกันกำลังลอยเข้าหูกลุ่มเพื่อนสนิทของคนที่พวกเธอกำลังพูดถึง

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

            บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าบยอนแบคฮยอนรักความเงียบสงบ

 

 

 

 

            แต่แน่นอนว่ามันไม่ใช่กับตอนนี้

 

 

 

            ยืนมองหน้ากันมาซักพักใหญ่ ไม่มีใครยอมพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ ครั้นจะให้แบคฮยอนเป็นฝ่ายพูดก่อนนั่นก็คงไม่ใช่ เพราะเขาก็ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนและไม่รู้ว่าคนตรงหน้านี้มาหาเขาด้วยเรื่องอะไร

 

            หญิงสาวตรงหน้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นดาวมหาวิทยาลัยคนปัจจุบัน แต่ใบหน้าหวานนั้นช่างดูโศกเศร้าขัดกับความปิติยินดีที่เธอเพิ่งได้รับเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ดวงตาคู่สวยดูอิดโรย แถมยังแดงก่ำราวกับคนที่เพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก

 

            นะ น้องไอรีนมีอะไรกับพี่หรือเปล่าครับ?”

 

            ในที่สุดแบคฮยอนทนความอึดอัดตรงหน้าไม่ไหว การเอ่ยถามออกไปคงเป็นสิ่งเดียวที่ควรทำในตอนนี้นั่นคือสิ่งที่แบคฮยอนคิด

 

            ดวงตาเรียวสวยของคนอายุมากกว่าเบิกโพล่ง เมื่อน้ำใสๆที่ก่อนเคยคลออยู่บนดวงตาของหญิงสาวเริ่มไหลออกมาไม่หยุด แถมหญิงสาวยังสะอึกสะอื้นราวกับจะขาดใจ และนั่นยิ่งทำให้คนที่ทำตัวไม่ถูกอยู่แล้วเริ่มไปไม่เป็น

 

            จะยืนมองผู้หญิงร้องไห้แบบนี้ก็ดูจะใจร้ายไปเสียหน่อย ถึงแม้ว่าตรงนี้จะไม่ใช่ทางเดินหลักแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครเดินผ่านไปผ่านมา และเหตุการณ์ตรงนี้อาจจะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าแบคฮยอนทำอะไรผู้หญิงตรงหน้าก็เป็นได้

 

            คะ คือ

 

            “พะ พี่คือคนที่ทำให้พี่ชานยอลไม่รับรักไอรีนสินะคะ ฮรึก

 

            “…”

 

            “ไอรีน ฮรึก ไอรีนอุตส่าห์ทำทุกทางเพื่อที่จะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกันพี่ชานยอล ให้พี่ชานยอลเห็นไอรีนในสายตา ฮรึก ทั้งๆที่ตลอดสามปีที่ผ่านมาพี่ชานยอลไม่แม้จะสนใจไอรีนเลย…”

 

 

            หญิงสาวสะอึกสะอื้นใจตัวโยน แม้ว่าคนที่กำลังฟังสิ่งที่ไอรีนพูดด้วยความไม่เข้าใจ ความรู้สึกทุกอย่างกำลังตีวนอยู่ในหัว และไม่สามารถตีความเหตุการณ์ตรงหน้า และเหตุผลที่ไอรีนมายืนร้องไห้พร้อมระบายทุกอย่างอยู่ตรงหน้าเขาได้ตอนนี้

 

 

            พี่ชานยอลเรียนหมอที่นี่ ไอรีนก็พยามทำทุกวิถีทางที่จะเข้ามาเรียนคณะเดียวกับพี่เขาให้ได้ พยายามพัฒนาตัวเอง เพื่อที่จะได้เป็นที่รู้จักเผื่อว่าพี่เขาจะหันมาสนใจกันบ้าง ฮรึก

 

 

            “…”

 

 

            “ถึงแม้ว่าพี่เขาจะปฏิเสธ ไอรีนก็ไม่เคยยอมแพ้ ฮรึก เพราะคิดว่าที่พี่เขาพูดว่ากำลังชอบใครอยู่ตอนนั้นคงเป็นข้ออ้างที่ใช้ในการปฏิเสธไอรีน

 

 

            “…”

 

 

            “แต่ทุกอย่างมันก็ต้องจบลง เพราะพี่ เพราะพี่คนเดียว!”

 

 

            “…”

 

 

            “…ถ้าพี่ไม่รักเขาตอบ พี่ชานยอลก็คงจะรักไอรีนไปแล้ว!”

 

 

               ความรู้สึกมากมายประดังประเดเข้ามาหลังจากที่ได้ยินหญิงสาวตรงหน้าเอ่ยพูดทุกอย่างเหมือนต้องการจะระบาย สายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจถูกส่งไปยังคนที่กำลังสะอึกสะอื้นดวงตาแดงก่ำ จากที่ได้ฟังมาตั้งแต่ต้น แบคฮยอนก็ยังไม่เข้าใจจุดประสงค์ของไอรีนเลยสักนิด


              ก่อนแรกก็รู้สึกสึกสงสาร แต่ความรู้สึกนั้นก็ถูกปัดออกไปด้วยคำพูดที่ไม่ค่อยน่ารัก ไม่สิ ไม่น่ารักเลยต่างหาก

              

               สิ่งที่ไอรีนต้องการจะสื่อนั่นมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเธอกำลังไม่พอใจที่เขาคบกับปาร์คชานยอล หากแต่การที่เธอไม่สมหวังในความรัก ก็ไม่ใช่ความผิดของเขาเช่นกัน แต่การที่เธอมาต่อว่า และเอาแต่โทษว่าแบคฮยอนเป็นคนผิด นั่นมันก็ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอยู่หน่อยๆ




            “โง่และยังทำตัวหน้าสมเพชอีกเนอะผู้หญิงสมัยนี้

 

 

 

            !!

 

 

            นั่นไม่ใช่เสียงของแบคฮยอน แต่เป็นเสียงของผู้มาใหม่ที่ไม่รู้ว่ามายืนฟังเขาทั้งสองคนตั้งแต่เมื่อไหร่

 

            ใบหน้าหวานหันไปมองเพื่อนสนิทที่กำลังเดินกอดอกเข้ามาเช่นเดียวกับคนที่ก่อนหน้าร้องไห้อย่างหน้าสงสาร ซึลกิคลายแขนที่กอดอกลงเมื่อเดินมาหยุดลงข้างๆเพื่อนตัวเล็ก ก่อนจะยกแขนข้างหนึ่งลงบนไหล่ของเพื่อนด้วยท่าทีสบายๆ

 

            ฉันน่ะดีใจจริงๆที่น้องชานยอลเลือกเพื่อนฉันแทนที่จะเป็นเธอ

 

            “…”

 

            “ผู้หญิงที่ไม่ยอมรับความจริง แถมยังเอาแต่โทษคนอื่นน่ะ น่าสมเพชมากเลยเธอว่าไหม

 

            แบคฮยอนยกมือขึ้นจับแขนเล็กของเพื่อนสนิทเป็นการห้ามปราม เพราะซึลกิเริ่มพูดแรงเกินไปแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบพฤติกรรมของรุ่นน้องตรงหน้าสักเท่าไหร่ แต่การใช้คำพูดแรงๆนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ดี

 

            ลมหายใจร้อนๆถูกพ่นออกมาเบาๆ ก่อนที่แบคฮยอนจะเบนสายตาไปมองไอรีนที่กำลังยืนจ้องมองเพื่อนของเขาด้วยท่าทีที่แสดงออกว่าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

 

            ขอโทษแทนเพื่อนพี่ด้วยนะครับที่พูดไม่ดี

 

            “ไอ้แบค!--”

 

            แบคฮยอนหันไปปรามเพื่อนทางสายตา และนั่นก็ทำให้ซึลกิต้องยอมเงียบลง ไม่ใช่เขาไม่รู้ว่าซึลกิกำลังไม่พอใจที่ไปขอโทษน้องไอรีน และไม่พอใจเพราะอะไร แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องระหว่างรุ่นน้องตรงหน้ากับเขา แบคฮยอนเป็นลูกผู้ชายพอที่เลือกจะไม่ทำการกระทำที่เรียกว่า'รุม'

 

            เชื่อว่าคิมจงอินและคิมจงแดที่ยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ด้านหลังน้องไอรีนก็คงจะห้ามเพื่อนสาวคนเดียวในกลุ่มอย่างเต็มความสามารถแล้ว และแบคฮยอนเชื่อว่าซึลกิก็คงทำวิถีทางเพื่อที่จะออกมาช่วยเขาเช่นกัน

 

            ไม่ว่าน้องไอรีนมาร้องไห้ตรงหน้าพี่และมาเล่าบางอย่างให้พี่ฟังเมื่อสักครู่นี้น้องทำไปด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

 

            “…”

 

            “ไม่ว่าน้องไอรีนจะว่าพี่เป็นคนที่แย่งปาร์คชานยอลมาจากน้อง หรือเป็นต้นเหตุที่ทำให้รักครั้งนี้ของไอรีนไม่สมหวังขอบคุณมากนะครับที่ทำให้พี่ได้รู้อะไรบางอย่าง…”

 

            บรรยากาศที่เงียบเชียบครอบคลุมไปทั่วบริเวณ แบคฮยอนไม่ใช่คนที่มานั่งอธิบายความรู้สึกอะไรมากมายให้คนไม่สนิทฟัง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเลือกที่จะพูดอะไรยาวๆกับคนที่อยู่บนเส้นของคำว่าคนแปลกหน้า

 

            หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างเพื่อนตัวเล็ก และรวมถึงอีกสองคนที่กำลังยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านหลังก็กำลังรอฟังสิ่งที่แบคฮยอนกำลังจะพูดด้วยความใจจดใจจ่อ

 

เพราะทุกคนรู้ว่าแบคฮยอนกำลังไม่พอใจ

 

 

            “ทำให้พี่รู้ว่าไม่ว่าอย่างไรพี่ก็จะไม่มีทางปล่อยมือจากชานยอล และทำให้พี่รู้ว่าควรต้องรักปาร์คชานยอลให้มากขึ้น…”

 

 

            “…”

 

            “เพราะไม่ว่าจะมีคนที่ดี และสมบูรณ์แบบมากแค่ไหนเข้ามาในชีวิต แต่เขาก็ยังเลือกพี่


            “…”


            พี่ที่ไม่แม้จะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อเขา พี่ที่ไม่ได้หลงรักเขามาตลอดสามปี…”


             ราวกับว่าได้ปลดปล่อย 


             คล้ายกับว่าได้ระบาย 


             แบคฮยอนไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ วันที่พูดบางอย่างที่ดูจะเข้าข้างตัวเอง ความมั่นใจที่ และความเชื่อใจที่เขามีในตัวปาร์คชานยอลมันได้ถูกส่งผ่านออกมาในตอนนี้ 



            “เลือกพี่คนที่เป็นคนไม่ดี ยอมรับรักเขาแม้จะทำให้ความรักของใครสักคนต้องพังไม่เป็นท่า” 


             แบคฮยอนไม่ต้องกรจะตอกย้ำ ไม่ได้ต้องการจะข่ม หรืออะไรทั้งนั้น 

 

            “ขอบคุณมากนะครับ” 


             ก็บอกแล้วว่าบยอนแบคฮยอนน่ะแมนพอ :)


 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

            ดูเหมือนว่าห้องปาร์คชานยอลจะกลายสถานที่ที่แบคฮยอนมาเยือนบ่อยรองจากมหาวิทยาลัย ตรงหน้าร่างเล็กมีหนังสือเล่มใหญ่ที่ถูกเปิดอยู่หน้าเดิมมาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว และนั่นอาจจะเป็นสัญญาณเตือนเมมโมรี่เต็มของสมองหลังจากอ่านหนังสือมายาวนานเกือบสามชั่วโมงก็เป็นได้

 

            คนตัวเล็กที่ตอนนี้อยู่ในชุดนอนประจำซึ่งนั่นก็คือเสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงผ้ายืดขายาว กำลังนอนคว่ำเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงหลังใหญ่ราวกับเป็นเจ้าของห้อง ขาเรียวไปมาบนที่ฟูกนุ่ม ก่อนจะมุ่ยหน้าอย่างโดนขัดใจเมื่อโดนจงอินไล่ให้ไปอ่านหนังสือหลังแบคฮยอนเข้าไปกวนเพื่อนในกลุ่มไลน์

 

ที่ทำก็เพราะว่าเหงาทั้งนั้น เพื่อนก็อ่านหนังสือกันหมด แถมเจ้าของห้องนี่ก็เอาแต่จมอยู่กับหนังสือเล่มใหญ่ตรงหน้า

 

แบคฮยอนโยนโทรศัพท์เครื่องสวยลงบนเตียง ก่อนจะเลื่อนหมอนที่ก่อนเคยใช้รองหน้าอกมาหนุนนอนตะแครงมองแผ่นหลังกว้างของเด็กตัวโตที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโต๊ะตัวใหญ่

 

หลังจากที่ชานยอลไปรับเขาที่ตึกคณะตามคำบอกเล่าเมื่อตอนกลางวัน กลับมาแยกกันไปอาบน้ำอาบท่า ไม่นานก็โดนเด็กเอาแต่ใจตามให้ไปหาที่ห้อง ไม่สิโดนล่อด้วยสปาเก็ตตี้ครีมซอสคาโบนาร่ามากกว่า 

 

เมื่อท้องอิ่มก็แยกกันไปอ่านหนังสือ จนเวลาล่วงเลยมาเกือบสี่ทุ่ม แบคฮยอนน่ะลุกขึ้นไปหาอะไรกิน แถมอู้เล่นโทรศัพท์ตั้งหลายรอบแต่ปาร์คชานยอลยังไม่แม้แต่จะขยับลุกไปไหนเลย

 

นึกย้อนไปเหตุการณ์เมื่อกลางวันก็ทำเอาแบคฮยอนคิดมากอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ตอนพูดกับน้องไอรีนจะดูเหมือนว่าเขาไม่คิดอะไร แต่เมื่อเห็นหน้าเด็กแพทย์แอบคิดไม่ตกว่าเขาควรจะบอกเรื่องนี้กับเจ้าตัวดีไหม ถึงแม้จงอินจะกำชับนักหนาว่าให้บอกก็ตาม

 

ใจหนึ่งก็ไม่อยากเอาเรื่องไร้สาระไปใส่หัวอีกคนในขณะที่ควรจะเอาไว้จำเนื้อหาเพื่อสอบ แต่อีกใจก็อยากบอก เพราะเขาก็อึดอัดอยู่ไม่น้อย กลัวว่าถ้าชานยอลมารู้ทีหลังแล้วอีกคนจะเสียความรู้สึก

 

ลมหายใจแรงๆถูกพ่นออกผ่านทางจมูกเล็กอย่างคิดไม่ตก ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อคนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือเอ่ยพูดขึ้นมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง ทั้งๆที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่หนังสือตรงหน้า

 

ถอนหายใจซะแรงเชียว อ่านไม่เข้าใจเหรอครับ

 

ตกใจหมด!”

 

เสียงหัวเราะเบาๆมีมาให้ได้ยิน คนตัวเล็กลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิบนเตียง โดยที่สายตายังจับจ้องไปยังแผ่นหลังกว้างของเด็กตัวโตเฉกเช่นอย่างเดิม นึกอิจฉาร่างกายที่สมส่วนตามแบบฉบับเด็กวัยรุ่นซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้สัมผัส

 

แบคฮยอนไม่เคยรู้เลยว่าการใช้ชีวิตกับร่างกายใหญ่โต และท่อนขายาวๆนั่นเป็นอย่างไร

 

ดูเหมือนว่าพี่จะอยากพูดบางอย่างกับผมนะ

 

นี่นอกจากจะตัวโตเหมือนยักษ์แล้วนายยังมีตาหลังด้วยใช่ไหมปาร์คชานยอล

 

คนตัวเล็กว่าก่อนจะเขยิบพาตัวเองไปนั่งที่ห้อยขาข้างเตียง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับเด็กแพทย์ที่ยอมละสายตาออกจากหนังสือและชีทเรียนมากมายบนโต๊ะ จัดการหันเก้าอี้ตัวใหญ่ที่ทำหน้าที่รองรับน้ำหนักมาราวๆสามชั่วโมงมาทางคนที่กำลังนั่งมองตนจากทางด้านหลัง เพื่อเปลี่ยนมามองอะไรที่สบายตาอย่างใบหน้าใสที่เกลื่อนไปด้วยความน่ารักของแฟนตัวเล็กได้ชัดๆ

 

แบคฮยอนยังไม่ละสายตาจากร่างสมส่วนของคนตรงหน้า และรอยยิ้มหล่อที่เผยให้เห็นบนโครงหน้าคมคาย ซึ่งนั่นก็ทำให้แบคฮยอนต้องยิ้มตอบกลับไปไม่ยาก

 

เหนื่อยไหม เห็นนายอ่านมันมาตั้งแต่หลังกินข้าวเสร็จยังไม่ได้พักเลย

 

ไม่หรอกครับ ผมชินแล้วหล่ะ

 

ชานยอลส่ายหน้าเบาเป็นการปฏิเสธ แต่ใบหน้าหล่อก็ยังไม่ได้คลายยิ้มหวานนั่นลงเลย แบคฮยอนพยักหน้าเบาๆพร้อมกับลอบถอนหายใจออกมา แต่นั่นก็ไม่สามารถลอดพ้นสายตาของเดือนแพทย์ไปได้

 

คนหล่อยื่นแขนทั้งสองข้างพลางหงายมือใหญ่ไปทางคนที่กำลังอยู่บนเตียง แบคฮยอนดูเหมือนจะยังไม่เข้าใจการกระทำของเด็กตัวสูงจึงทำได้เพียงแค่เลิกคิ้วมอง และเมื่อชานยอลเพยิดหน้าไปทางมือเรียวสวยที่กำลังเท้าอยู่บนเตียงนุ่ม และนั่นก็ทำให้แบคฮยอนเข้าใจว่าชานยอลต้องการอะไร

 

หลังจากที่วางมือเรียวลงไปบนมือใหญ่ที่รอรับอยู่ก่อนแล้ว แรงกระตุกเบาๆแต่ดูเหมือนจะรุนแรงในความรู้สึก เพราะมันสามารถพาร่างของแบคฮยอนได้ลุกขึ้นไปยืนตรงหน้าคนตัวสูงที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม

 

ดูเหมือนว่าร่างกายของแบคฮยอนจะถูกชักจูงง่ายเสียเหลือเกิน ไม่ว่าคนตรงหน้าจะให้ทำอะไร จะพาไปไหน หรือจะบอกให้ทำอะไรแบคฮยอนคนนี้ก็ทำตามอย่างไม่อิดออด

 

อย่างเช่นตอนนี้ รู้ตัวอีกทีจากที่เคยนั่งอยู่บนเตียงนุ่ม ก็มานั่งอยู่บนตักของเด็กตัวโตเสียแล้ว แถมยังมีมือใหญ่ๆนั่นวางอยู่บนช่วงเอวอีกต่างหาก

 

พี่มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ ผมเห็นพี่ดูเครียดๆตั้งแต่เมื่อเย็นแล้ว

 

ดวงตาเรียวฉ่ำน้ำจ้องลึกเข้าไปในตาสีนิลของเด็กหนุ่มตรงหน้า มุมปากยกยิ้มบางๆพลางยกมือขึ้นวางลงบนแก้มสาก ไล่เกลี่ยเลยไปยังใบหูใหญ่ที่แบคฮยอนเคยบอกว่ามันน่ารัก ไม่ใช่เพียงแค่แบคฮยอนที่ใจเต้นแรงกับท่าทางในตอนนี้ แต่คนที่ทำหน้าที่เป็นเบาะให้เขาในตอนนี้ก็ใจเต้นแรงไม่แพ้กัน

 

พี่ใช้สายตาแบบนั้นมองผมทั้งๆที่เราอยู่ท่าทางแบบนี้ได้ยังไงกันครับ

 

แบคฮยอนตัวเราะเสียงใส เมื่อสิ้นประโยคที่ดูเหมือนจะเป็นการดุกลายๆจากเด็กตัวโตตรงหน้า

 

ง่วงแล้ว

 

ถึงแม้ว่าแบคฮยอนจะพูดออกมาแบบนั้น แต่ดวงตาสวยนั่นกลับไปไม่มีแววง่วงเลยสักนิด แถมมือเรียวนั่นก็ยังไม่เลิกเล่นใบหูของชานยอลอีกด้วย เดือนแพทย์แทบจะทนไม่ไหวกับท่าทางที่เปลี่ยนไปราวกับหน้ามือเป็นหลังมือของแฟนตัวเล็กนี่สักเท่าไหร่ ทั้งที่เมื่อก่อนไม่แม้จะมีอะไรแบบนี้มาให้เห็นเสียด้วยซ้ำ

 

ไอ้อาการอ้อนตาใสนั่นหน่ะ

 

ผมไม่ให้พี่นอนครับ จนกว่าพี่จะบอกสาเหตุที่กำลังทำให้พี่ไม่สบายใจอยู่ตอนนี้

 

ถึงแม้ว่าแบคฮยอนจะยิ้มกว้างแค่ไหน จะหัวเราะเสียงใสราวกลับไม่มีเรื่องอะไรที่ทำให้เจ้าตัวคิดไม่ตก ถ้าเป็นคนอื่นคนบนตักอาจจะปิดมันได้ แต่กับปาร์คชานยอลนั่นไม่ใช่

 

ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดนะ แต่คิดว่ามันน่าจะไม่ใช่เรื่องสำคัญ

 

อะไรที่เป็นเรื่องของพี่มันสำคัญหมดนั่นแหละครับ

 

“…”

 

ขอเพียงพี่บอกผมมา ถึงแม้ว่าจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่การที่เห็นพี่ไม่สบายใจแบบนี้ ผมก็พาลไม่สบายใจไปด้วย

 

ลมหายใจถูกพ่นออกมาเบาๆ มองดวงตาคมคายของแฟนเด็กที่ไม่มีแววเล่นอีกต่อไป แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความอ่อนโยน และนั่นก็ทำให้แบคฮยอนกล้าที่จะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ให้ชานยอลฟัง

 

วันนี้ฉันเจอน้องไอรีน…”

 

“…”

 

เธอมาพูดบางอย่างให้ฉันฟังและมันก็เกี่ยวกับนาย

 

แล้วพี่ไปเจอเธอได้ยังไงครับ

 

พอดีฉันออกไปคุยโทรศัพท์กับแทอูที่ข้างตึกน่ะ หันมาอีกทีไอรีนก็มายืนอยู่ข้างหลังแล้ว

 

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินชื่อของคนที่ไม่น่าจะมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รู้สึกว่าชานยอลจะได้ยินชื่อผู้ชายคนนี้บ่อยเกินไปเสียแล้ว

 

แล้วยังไงต่อครับ

 

เธอมาพูด--”

 

ผมไม่ได้หมายถึงน้องไอรีน ผมหมายถึงว่าพี่คุยอะไรกับพี่แทอูคนนั้นต่างหากครับ?”

 

แบคฮยอนจ้องคนที่ทำหน้าเครียดอยู่ตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ นี่เรากำลังคุยเรื่องน้องไอรีนอยู่ไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมถึงกลายมาเป็นเรื่องระหว่างเขากับแทอูไปเสียได้

 

จะอยากรู้ไปทำไม

 

จะมีเหตุผลอื่นนอกจากหึงอีกเหรอครับ

 

ความเห่อร้อนลามเลียไปทั่วใบหน้าหวาน ริมฝีปากสีพีชเม้มเน้นเพื่อขจัดความเขินที่ดูเหมือนจะไวต่อคำพูดของปาร์คชานยอลเสียเหลือเกิน

 

            “นายไม่ต้องรู้หรอก

 

            “ยิ่งพี่พูดแบบนี้ ผมยิ่งต้องรู้

 

            ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้คนน่ารักต้องย่นคอหนี แต่ก็ใช่ว่าจะหนีพ้นความเจ้าเล่ห์ของเด็กยักษ์ตรงหน้า ชานยอลเลื่อนหน้าเข้าใกล้จนจมูกโด่งสัมผัสกับแก้มนุ่มผะแผ่ว พร้อมกับเอ่ยถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

 

            ว่าไงครับ

 

กะ ก็โทรมาถามว่าคนที่ฉันลงรูปด้วยเมื่อคืนเป็นใคร

 

แล้วแบคฮยอนตอบไปว่ายังไงครับ

 

แล้วทำไมต้องพูดด้วยน้ำเสียงแบบนั้นด้วยวะ

 

มือเรียวเผลอจิกชายเสื้อตัวเองแน่น เมื่อชานยอลยังคงไล่ปลายจมูกลงบนแก้มเขาไม่หยุดหย่อน ราวกับต้องการจะแกล้งให้เขาพูดคำนั้นออกมา แบคฮยอนรู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำได้ยากที่สุดตอนนี้คงจะเป็นการคบคุมการหายใจให้เป็นปกติ แต่นั่นก็คงเป็นไปได้ยากเมื่อปาร์คชานยอลยังคงใช้ความหล่อเหลาบนใบหน้านั่นแกล้งกันอยู่แบบนี้


ก็เป็นแฟน

 

คำนั้นช่างแผ่วเบาราวกับกระซิบ แต่กลับชัดเจนมากสำหรับเจ้าของใบหน้าหล่อที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบอย่างปาร์คชานยอล


มุมปากหยักยกยิ้มเมื่อไอ้ยินคำตอบที่ถูกใจ อดไม่ได้ที่จะกดจมูกลงบนแก้มนุ่มเบาๆเป็นการให้รางวัลเจ้าของความน่ารัก บางที่พี่แบคฮยอนอาจจะยังไม่รู้ ว่าแค่คำพูดธรรมดา ความน่ารักแบบไม่ต้องปรุงแต่งของเจ้าตัวนั่นก็สามารถทำให้เขาหายงอนได้โดยไม่ต้องลงทุนอะไรให้มากมาย

 

ส่วนแบคฮยอนที่ยังเขินได้ไม่เสร็จก็ต้องผวากอดลำคอแกร่งของแฟนเด็กแน่น เพราะคนที่เคยทำหน้าที่เป็นเบาะในตอนนี้กลับลุกขึ้นและจัดการอุ้มเขาในท่าเจ้าสาวโดยที่ไม่บอกกล่าวกันก่อน

 

นี่! ทำอะไรของนาย

 

ผมเมื่อยแล้วครับ…”

 

ชานยอลก้าวเท้าไปยังเตียงนอนหลังใหญ่ที่ก่อนหน้าเคยเป็นสถานที่ที่แบคฮยอนคนเคยใช้อ่านหนังสือ ก่อนจะจัดการวางร่างบอบบางลงบนฟูกนุ่มด้วยความเบามือราวกับกลัวว่าคนตัวเล็กจะแตกสลาย

 

เอื้อมมือไปหยิบหนังสือเรียนที่นอนแอ้งแม้งอยู่กลางเตียงมาวางไว้ที่โต๊ะเล็กข้างเตียง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนตามอีกคนไป พร้อมกางผ้าห่มคลุมกายของทั้งเจ้าตัวและแฟนตัวเล็กเสียเสร็จสรรพ

 

มาคุยกันต่อบนนี้ดีกว่า

 

ไม่พูดเปล่า มือใหญ่ที่แบคฮยอนไม่รู้ว่ามาวางอยู่บนเอวเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ กำลังกระชับร่างบางให้เข้าหาตัวเอง และจากที่แก้มใสเคยซับสีจางๆตอนนี้กับขึ้นสีชัดกว่าเดิมเพราะความใกล้ชิดที่เกิดขึ้น

 

เล่าต่อสิครับ

 

แบคฮยอนอยากจะสวนหมัดไปบนท่อนแขนของคนที่ชอบฉวยโอกาสนั่นเสียทักสองสามที ข้อหาที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเอง นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ เอาแต่ใจชะมัด

 

น้องไอรีนเป็นรุ่นน้องโรงเรียนเก่านายเหรอ?”

 

น่าจะใช่นะครับ เห็นเธอบอกผมแบบนั้น

 

เธอมาบอกว่าเธอชอบนายมาสามปี ที่มาเรียนหมอก็เพราะว่านาย เธอทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะให้นายเห็นเธออยุ่ในสายตา…”

 

“…”

 

เธอบอกว่าถ้าฉันไม่รับรักนายนายก็คงจะรักเธอไปแล้ว

 

            ชานยอลไม่ได้ตอบอะไรออกมาในทันที เพียงแค่คลี่ยิ้มหล่อส่งมาให้ ก้านนิ้วยาวถูกยกขึ้นเกลี่ยข้างแก้มเนียนใสของแฟนตัวเล็ก

 

            แล้วพี่เครียดเรื่องอะไรครับ

 

            “ฉันไม่ได้เครียดเรื่องนั้นหรอก แต่ฉันแค่คิดว่าจะบอกเรื่องนี้กับนายดีไหม

 

            “…”

 

            ส่วนเรื่องนั้นฉันก็ต้องเชื่อใจนายอยู่แล้วปาร์คชานยอล

 

            คนหล่อวาดยิ้มกว้างให้กับความน่ารักของแฟนตัวเอง นับวันๆพี่แบคฮยอนยิ่งน่ารักขึ้นทุกวันจนปาร์คชานยอลรู้สึกว่าควรจะต้องเตรียมรับมือกับมันให้มากขึ้น เพราะไม่เตรียมใจไว้ เขาอาจจะมันเขี้ยวลัฟัดอีกคนเข้าซักวัน

 

            ผมนึกว่าพี่จะกังวลว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องเสียใจซะอีก

 

            “ตอนแรกก็สงสารนั่นแหละนะ แต่ฉันไม่ค่อยโอกับการโทษคนอื่นของเธอสักเท่าไหร่

 

            คิ้วบางขมวดเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจ ทำเอาคนที่มองอยู่ต้องลอบหัวเราะในลำคอ ท่าทางพี่แบคฮยอนจะไม่ชอบกิริยาของไอรีนวันนี้เอามากๆ

 

อย่าว่าแต่แบคฮยอนเลยปาร์คชานยอลก็ไม่ค่อยพอใจเช่นกัน เธอดูน่าสงสารก็จริง แต่การที่มาพูดแบบนี้กับพี่แบคฮยอนนั่นก็ไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่

 

            “ทำไมวันนี้แบคฮยอนน่ารักจังครับ

 

            “อยากตายเหรอ

 

            พี่แบคฮยอนก็ยังเป็นพี่แบคฮยอนจริงๆ ไม่ว่าอย่างไรคำนี้ก็ยังเป็นคำต้องห้ามอยู่วันยังค่ำ

 

            เด็กหนุ่มไม่สนใจถ้อยคำรุนแรงจากแฟนตัวเล็ก ทำแค่เพียงถดตัวลงจนศีรษะพอดีกับซอกคอหอมกลุ่นตรงหน้า นอนกับพี่แบคฮยอนมาก็หลายครั้ง แต่ชานยอลน่ะชอบนอนกอดอีกคนแบบนี้มากที่สุด เพราะครั้งใดที่ได้กอด ความเครียด และความเหนื่อยที่สะสมมาทั้งวันก็พลันหายไปอย่างกลับไม่เคยเกิดขึ้น

 

            จะว่าคนตรงหน้าเป็นกำลังใจของการมีชีวิตอยู่ในทุกๆวันของเขาก็ว่าได้

 

            ของขวัญที่ดีที่สุดของเขาคือการตื่นขึ้นมาแล้วพบว่ามีอีกคนนอนอยู่ข้างๆกัน

 

            พี่แบคฮยอนครับ

 

            “ว่า

 

            “ทำไมพี่ไม่ชอบให้ใครชมพี่ว่าน่ารัก

 

            “ก็มันไม่แมน

 

            แต่พี่น่ารักจริงๆนี่ครับ

 

            “นายก็อยากตายจริงๆสินะ

 

            เสียงซี๊ดซีาดมีมาให้ได้ยิน เมื่อเนื้อหนังบนท่อนแขนกำลังโดนมือเรียวของคนในอ้อมกอดหยิกเข้าให้

 

            เอาจริงๆ ที่ผมชมว่าน่ารักไม่ได้หมายความว่าพี่ไม่แมน ที่ผมชมพี่ไม่ใช่เพียงว่าหน้าตาพี่น่ารัก ผมแต่นั่นมันรวมถึงความเป็นพี่ด้วย

 

            “…”

 

            “กิริยาท่าทาง คำพูดคำจา รวมๆแล้วอะไรที่เป็นพี่ ในสายตาผมผมคิดว่ามันน่ารัก

 

            นายพูดเหมือนแม่ฉันเลย

 

            ความบังเอิญนี้ทำเอาคนที่อยู่ในอ้อมกอดถึงกับต้องเอ่ยบอกชานยอลด้ยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น ส่วนคนที่ได้ฟังก็เงยหน้าจากแอ่งชีพจรเพื่อมองใบหน้าน่ารักที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว ก่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะเผยบนให้เห็นบนใบหน้าหล่อ

 

            ท่อนแขนที่เคยโอบกอดเอวบอบบาง เปลี่ยนเป็นเท้าลงบนพื้นเตียงด้านหลังของแฟนตัวเล็ก วางศอกข้างที่ว่างลงบนหมอนใบนุ่ม ดวงตาใสของคนใต้ร่างมองตามร่างใหญ่ของแฟนเด็กทุกการกระทำ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่สบตาเข้ากลับดวงตากลมโตของคนบนร่างนั่นแหละ

 

            ให้ตายเถอะท่าทางแบบนี้มัน

 

            “จริงเหรอครับ

 

            หลังนิ้วใหญ่เกลี่ยเบาๆลงบนพวงแก้มขาวที่ดูเหมือนตอนนี้จะเริ่มขึ้นสีอีกแล้ว ลูกปัดสีใสตรงหน้าสั่นระริก ราวกับกลัวลูกหมาที่กำลังระแวงอะไรสักอย่าง แต่มันช่างน่ารักมากในสายตาคนมอง ซึ่งชานยอลขอปฏิญาณกับตัวเองไว้ตรงนี้ จะไม่มีวันให้ใครได้เห็นพี่แบคฮยอนในมุมนี้เด็ดขาด

 

            จากแก้มใสไล่ลงมาเหนือริมฝีปากอิ่มที่มีไฝเล็กๆประดับอยู่ ก่อนจะช้อนตาขึ้นสบกับคนใต้ร่างอีกครั้ง

 

            ถ้าอย่างนั้นผมฝากบอกแม่พี่ด้วยนะครับ

 

 

            “…”

 

 

            “ว่าพี่ไม่ใช่แค่น่ารัก…”

 

 

            “…”

 

 

            “แต่ผมรักไปแล้วต่างหาก

 

  

            สัมผัสอุ่นบนหน้าผากของตัวเองเป็นเหมือนเครื่องยืนยันคำตอบ ว่าเหตุผลทั้งหมดทั้งมวนนั่นก็คือเจ้าของใบหน้าคมคายตรงหน้า คนที่ทำให้บยอนแบคฮยอนเห็นแก่ตัวอยากจะครอบครองความสุขตรงหน้าไปตลอดชีวิต

 

            คำคำนั้นที่เขาไม่เคยแม้จะพูดให้ปาร์คชานยอลได้ยิน ซึ่งต่างจากอีกคนที่เอาแต่พร่ำบอกเขาอย่างไม่บกพร่อง ที่แบคฮยอนคิดว่าช่วงวันวันหนึ่งช่างแสนสั้น เพราะแบคฮยอนอยากจะใช้เวลาทุกวินาทีสบตากับคนคนนี้ เพื่อการจะเน้นย้ำว่าเขาก็รู้สึกไม่ต่างกัน

 

            ตอนนี้แบคฮยอนมีความสุขเหลือเกิน มีความสุขมากเสียจนไม่อยากจะคาดเอาว่าถ้าวันหนึ่งเขาไม่มีคนตรงหน้า โลกของบยอนแบคฮยอนคนนี้จะเป็นอย่างไร

 

 

            ฉันไม่รับฝาก…”

 

 

            “…”

 

 

            “เก็บไว้ไปบอกเองก็แล้วกัน

 

 

            “…”

 

           

            “ไหนๆแม่ฉันก็อยากเจอนายอยู่แล้วนี่นะ

 

           

 

            หลังจากจบประโยคชักชวนกลายๆนั่น ชานยอลก็เอาแต่ยิ้มกว้าง ต่างจากคนใต้ร่างที่เอาแต่หลบตากัน และชานยอลก็พอจะรู้ว่าอาการแบบนี้มันหมายความว่าอย่างไร

 

            เนิ่นนานที่ไม่มีประโยคใดๆหลุดจากปาร์คของปาร์คชานยอล และไม่ได้ทำอะไรนอกจากจ้องมองใบหน้าน่ารักที่เอาแต่เสมองไปทางอื่นเพราะกำลังถูกความขัดเขินเข้าครอบงำ

 

            บยอนแบคฮยอนกำลังจะทำให้ปาร์คชานยอลนเสียนิสัย อยากจะละทิ้งหน้าที่ทุกอย่างที่ต้องทำ เพื่อเอาเวลาทั้งหมดในชีวิตมานั่งจ้องใบหน้าหวานของคนตรงหน้า จ้องลึกเข้าไปในตาสวย เพื่อถ่ายทอดทุกความรู้สึกที่เขามีให้พี่แบคฮยอนได้รับรู้

 

 

            ให้ได้รู้ว่าปาร์คชานยอลรักคนตรงหน้ามากแค่ไหน

 

 

            งั้นไหนๆผมก็ต้องไปบอกคุณนายบยอนด้วยตัวเองแล้ว…”

           

            “…”

 

            “พี่พอจะมีเวลาว่างไปหาคุณนายปาร์คกับผมไหมครับ

 

            “…”

 

            “เพราะว่าแม่ผมก็อยากเจอแฟนของลูกชายเธอเหมือนกัน

 





(100%)

#มทบชบ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 194 ครั้ง

4,993 ความคิดเห็น

  1. #4959 Moma momint (@mint-123) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มกราคม 2562 / 01:19

    เขินนนมากกวดาดนกกมห้รกตพาำสหส
    #4959
    0
  2. #4939 Lee Liew Kim (@leeliew13) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 01:23
    ไม่ไหวแล้วววว ไปฉีดอินซูลินแปป555555
    #4939
    0
  3. #4635 banjakook (@bhkesornkul) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 01:44
    ไม่ไหวแล้วว
    #4635
    0
  4. #4612 geejajaa (@geejaadorable) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 09:46
    กรี๊ดดดด เอาแล้วดูตัวลูกเขยลูกสะใภ้กันเสียที อิอิ

    น้องไอรีนไม่น่ารักเลยทำแบบนี่
    #4612
    0
  5. #4569 _bebebeam_e (@Ppcybk_) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 15:51
    ว่างมากค่ะพี่พาหนูไปที😭😭
    #4569
    0
  6. #4568 _bebebeam_e (@Ppcybk_) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 15:51
    ว่างมากค่ะพี่พาหนูไปที😭😭
    #4568
    0
  7. #4359 ❤ Little "B" ❤ (@khainoy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:05
    น่ารักจัง
    #4359
    0
  8. #4291 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 00:09
    อะไรจะหวานกันปานนั้น อิจฉาได้ไหม5555
    #4291
    0
  9. #4138 pim pimmi (@pim35225) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 12:08
    ฮื่ออออออออออ ><
    #4138
    0
  10. #4071 areenachesani (@areenachesani) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 21:48
    เขินว้อยยยยยยยยย
    #4071
    0
  11. #4056 Ppp (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 17:02
    เหม็นฟามรักละเกินค้าาาาาาาาาาา

    ไปค่ะไป ไปฝากเนื้อฝากตัวกะพ่อแม่ให้รุ้แล้วรุ้รอด

    ละก็หาฤกษ์งานแต่งไว้เลย 555555
    #4056
    0
  12. #4043 Bunny JK (@thiphathai) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 21:40
    ไอรีนมายเมนจ๋าา~? มาหาหนูมาา?? หม่ามะๆ รำไยคู่รักแถวนี้เนอะว่าม่ะ...?
    #4043
    0
  13. #4036 realploy9410 (@realploy9410) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 00:06
    คิดถึงแล้ววววว
    #4036
    0
  14. #4035 ธิญาดา กาปัญญา (@exof-eye94) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 20:19
    มาต่อเร็วๆนะคะไรท์ รอไม่ไหวแล้ววววว
    #4035
    0
  15. #4033 ㅊㅎㅂ (@tenly0627) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 14:29
    สู่ขอเลยมั้ยคะขนาดนี้แล้ววววว
    #4033
    0
  16. #4030 chef_04 (@chef_04) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 05:14
    อยากอ่านตอนต่อไปแล้วง่ะ ไรท์มาต่อเร็วค่ะ อิ๊อิ๊ 555555555
    #4030
    0
  17. #4011 Bubble_pp (@pare-phat) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 19:35
    น่ารักอะไรเบอร์นี้???
    #4011
    0
  18. #4010 ggnat (@ggnat) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 22:07
    โอ้ยยยยย อิจเด้อ! หวานไรเบอร์นี้
    #4010
    0
  19. #4008 ningmhunoi (@ningmhunoi) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 10:47
    โง้ยชานยอลลูก ใจไม่ดีเลย
    #4008
    0
  20. #4006 HH140555 (@HH140555) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 07:08
    ฮั่นน้ออออ
    #4006
    0
  21. #4005 eunhae_NCH (@eunhae_NCH) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 11:17
    ฮิ้ววววววววววววววววว
    #4005
    0
  22. #4004 จีฮุนออมม่า~ (@pinkberry2606) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 01:05
    อ่านไปม้วนไป ฮืออออออออ 
    ทำไมอบอุ่นแบบนี้
    #4004
    0
  23. #4003 Pisoo (@parkbyoun) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 22:03
    เขินนะไอ่บ้าเอ้ย
    #4003
    0
  24. #4002 PunchyPt (@PunchyPt) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 18:09
    น่ารักเกินไปแล้วววว
    #4002
    0
  25. #4001 nyjdr (@eauxoxo) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 00:03
    งื้อเขินนนนน
    #4001
    0