Sparrow Project [จบแล้ว]

ตอนที่ 19 : Chapter XV : Goodbye, Owl [RW] (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ธ.ค. 59

Chapter XV : Goodbye, Owl [RW]

 

ชื่อของเกมนี้คือ… Sparrow Project หรือแผนการของเพชฌฆาต Sparrow ยังไงล่ะ!”

ถ้าพวกคุณกลัวว่าจะติดร่างแหไปด้วยล่ะก็ พวกคุณไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อจริง...ไม่สิ นั่นก็ไม่ใช่ชื่อจริงๆ อยู่แล้วนี่นา เอาเถอะ พวกคุณจะใช้นามแฝงที่ฉันตั้งให้ และก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวอะไรทั้งนั้น นั่นเป็นข้อตกลงที่ดีใช่ไหมล่ะ

และนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด

ถ้าเดธรู้ตั้งแต่แรกว่านามแฝงที่พวกเขาจะได้รับคือ ‘Death (ความตาย)’ กับ ‘Thirteen (ตัวเลขแห่งความตาย)’ ล่ะก็เขาคงจะขอตั้งชื่อเองไปแล้ว!

ทำอะไรอยู่เหรอเสียงหวานใสอันคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง เดธสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบเก็บรูปใส่หนังสือไว้ตามเดิม แล้วหันไปปั้นยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเคยชิน

เมล์ลานี่เองเหรอเขาถอนหายใจเบาๆ เธอน่าจะเลิกเข้าห้องฉันเองโดยไม่ได้รับอนุญาตได้แล้วนะ

แล้วเมื่อไหร่นายจะเลิกยิ้มแบบนั้นสักทีล่ะผู้จัดสาวบ่นอุบอิบพลางกอดอกแน่น มันน่ารำคาญนะรู้ไหม

ปกติเธอด่ากับคนที่ยิ้มให้เธอว่าน่ารำคาญเหรอชายหนุ่มร่างสูงหุบยิ้มแทบจะทันทีพลางเอ่ยเชิงเหน็บแนมขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

แน่นอนว่าไม่ แต่การที่นายยิ้มแบบนั้นมันน่ารำคาญจริงๆ นะ!” เทอร์ทีนโต้กลับด้วยน้ำเสียงโวยวายเล็กน้อย อย่างน้อยก็เลิกยิ้มแบบนั้นกับฉันเถอะ คิดว่าฉันดูไม่ออกหรือไงว่านั่นมันเป็นการเสแสร้งน่ะ

อะไรกัน ฉันอุตส่าห์ยิ้มให้ โหดร้ายจริงๆ เลยเดธพูดเสียงติดตลก ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของอีกฝ่ายจนจมูกแทบจะชนกัน แล้วเขาก็เอ่ยถามขึ้นเสียงพร่า

เธอไม่รู้สึกมีความสุขเวลาฉันยิ้มเหรอ

ถ้าคิดว่าสาวร่างเล็กในชุดสูทสีดำคนนั้นจะมีอาการเขินอายหรืออะไรเทือกนั้นล่ะก็คุณคิดผิดมหันต์! เธอเชิดหน้าขึ้น พลางจ้องตาอีกฝ่ายเขม็ง

ถ้าเป็นรอยยิ้มแบบนั้นล่ะก็...ไม่หรอกเทอร์ทีนตอบเสียงแข็ง ฉันรู้จักนายดี เพราะงั้นนายไม่จำเป็นต้องมาใส่หน้ากากหรือเล่นละครกับฉัน ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ถ้าอยากจะยิ้มจริงๆ ก็ค่อยยิ้มออกมา แล้วก็ไม่ต้องทำเป็นยิ้มกลบเกลื่อนด้วย

พูดจบหญิงสาวก็ดันร่างสูงของอีกฝ่ายออก ก่อนจะสาวเท้าฉับๆ เดินตรงไปยังประตู แต่ก่อนที่เธอจะออกจากห้องไป สาวเจ้าก็พูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเหมือนไม่อยากให้ได้ยินว่า

แต่ฉันคงจะมีความสุขนะ ถ้าหากนายยิ้มออกมาจากใจจริงๆ น่ะ

เดธยังคงนั่งนิ่งมองแผ่นหลังบางของอีกฝ่ายจนกระทั่งประตูห้องถูกปิดลง ก่อนที่รอยยิ้มเล็กๆ จะผุดขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มแต่ถ้าหากถามว่าครั้งนี้มันเป็นรอยยิ้มแบบไหนกันแน่ แม้กระทั่งเจ้าตัวเองก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน

 

ดวงตาสีเขียวมรกตคู่สวยจ้องมองแขนขวาของตัวเองซึ่งใส่เฝือกอยู่ พลันขอบตาที่บวมแดงก็เริ่มจะร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไอริสกัดฟันแน่น พยายามฝืนกลั้นความรู้สึกเอาไว้แล้วบอกกับตัวเองให้เข้มแข็ง

หญิงสาวร้องไห้มาทั้งคืนจนตาบวมแล้ว...มันมากพอแล้ว... เธอควรจะเลิกอ่อนแอสักที

ร่างบางได้ยินเสียงฝีเท้าดังกระทบพื้นเป็นจังหวะ พร้อมๆ กับที่ชามข้าวต้มร้อนๆ จะถูกวางลงหน้าเธอ ร่างสูงโปร่งของคนคุ้นเคยยิ้มบางให้

เมื่อวานพี่ไม่ได้กินข้าวเย็น คงจะหิวน่าดูเขาบอกก่อนจะเกาแก้มเล็กน้อยแก้เขิน ผมลองทำมาให้พี่...แต่ก็ไม่รู้ว่าจะอร่อยหรือเปล่านะครับ

            ไอริสได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงขอบคุณ ทว่ายังคงไม่มีรอยยิ้มใดๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าเหมือนอย่างเคย เธอค่อยๆ ใช้มือซ้ายหยิบช้อนแล้วตักข้าวต้มเข้าปากอย่างยากลำบาก เป็นเพราะยังคงไม่คุ้นชินกับมือซ้ายสักเท่าไหร่ เฮฟฟินเห็นอย่างนั้นก็หลุดยิ้มออกมาแล้วคว้าช้อนไปจากมือของพี่สาว

ดูท่าจะลำบากนะครับ ฮะๆเขาหัวเราะน้อยๆ แล้วค่อยๆ บรรจงตักข้าวต้มขึ้นมาก่อนจะเป่าให้หายร้อน ฝ่ายหญิงสาวลนลานรีบเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก

ฮ...เฮฟ...พี่...กินเองได้

คนป่วยอยู่นิ่งๆ อย่าดื้อสิครับเฮฟฟินบอกเสียงนุ่ม แล้วค่อยๆ ขยับช้อนมาใกล้ปากอีกฝ่าย...ไม่รู้ทำไม เมื่อเห็นแววตาอันแสนอ่อนโยนคู่นั้นไอริสก็จำยอมอ้าปากแต่โดยดีจนได้ คำแล้วคำเล่าผ่านเข้าปาก...แม้ข้าวต้มชามนี้จะรสชาติแสนธรรมดา แต่ร่างบางกลับรู้สึกว่ามันอร่อย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมีคนป้อนหรืออะไร...

สมัยก่อนผมก็มักจะหาเรื่องเดือดร้อนมาให้พี่บ่อยๆ พี่ก็ยังคอยดูแลช่วยเหลือผมอยู่ตลอดเลย...จู่ๆ ชายหนุ่มก็พูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนถอนหายใจออกมาเบาๆ เมื่อนึกถึงวันวาน

คราวนี้ ให้ผมตอบแทนพี่บ้างนะครับเขากล่าวเสียงสดใสก่อนจะยิ้มร่าออกมา แวบหนึ่งหญิงสาวเผลอเห็นภาพเด็กชายตัวจ้อยในอดีตที่กำลังยืนยิ้มซ้อนทับขึ้นมา ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ สั่นคลอน

พี่ พี่ ผมหกล้ม ผมโดนเพื่อนผลักจนหกล้ม เด็กชายวิ่งเข้าบ้านด้วยสภาพโทรมจนแทบดูไม่ได้ คนเป็นพี่สาวมองภาพน้องชายตัวเองก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วจึงยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะพูดประโยคเดิมกับเมื่อวานออกมา

มานี่สิ พี่จะทำแผลให้

แต่ในตอนนี้...ทุกอย่างกลับกัน คนที่ถูกดูแลกลับเป็นตัวเธอเองไปเสียได้

ไอริสเหมือนกับตกอยู่ในห้วงภวังค์ความคิดของตัวเองอยู่พักหนึ่ง ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงของน้องชายที่ร้องเรียก เมื่อนึกถึงสมัยก่อนแล้วก้มลงมามองแขนขวาที่ใส่เฝือกอยู่ของตัวเอง กลับทำให้รู้สึกสะเทือนใจขึ้นมา หญิงสาวก้มหน้างุด ร่างบางสั่นเทาไม่หยุด ก่อนที่น้ำเสียงวูบไหวจะค่อยๆ เอ่ยถามออกไป

เฮฟ...ไอริสพยายามข่มความรู้สึกเอาไว้ พี่เป็นแบบนี้...เฮฟรับได้เหรอ

พูดจบหญิงสาวก็เบือนหน้าหนีไปอีกทาง เพราะไม่อยากจะให้อีกฝ่ายเห็นสีหน้าของตัวเองในตอนนี้...ก่อนจะค่อยๆ กล่าวต่อเหมือนกับกำลังระบายความรู้สึกทั้งหมดออกมา

ทั้งๆ ที่...พิการ พูดมาถึงตรงนี้น้ำเสียงหวานก็สั่นเครือมากขึ้นคล้ายกำลังจะร้องไห้ เป็นภาระ ทำให้เฮฟลำบากมากขึ้น ช่วยอะไรก็ไม่ได้ แถมก่อนหน้านี้ก็ยังเหมือนจะเป็นฆาตกร ก่อนหน้านั้นอีกพี่ก็เคยสงสัยเฮฟ ทั้งๆ ที่...พี่เป็นแบบนี้...

ร่างบางเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาเริ่มแดงก่ำแต่ก็ยังคงพยายามฝืนตัวเอง ตัวสั่นระริก ชายหนุ่มมองพี่สาวของตนเองที่เป็นแบบนั้นแล้วค่อยๆ กล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา

อยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเถอะนะ เฮฟฟินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน การร้องไห้ไม่ได้หมายความว่าเราอ่อนแอหรอก...ถ้าทำแล้วมันทำให้พี่สบายใจขึ้นก็ร้องออกมาเถอะ

สิ้นเสียงนั้น น้ำตาที่กลั้นไว้อยู่นานก็พรั่งพรูลงมาจากดวงตาของหญิงสาวตามด้วยเสียงสะอื้นเบาๆ คำพูดเพียงเท่านั้นของน้องที่เธอรักที่สุดทำให้ไอริสไม่อาจจะกลั้นความอ่อนไหวอีกต่อไป ชายหนุ่มค่อยๆ กระเถิบตัวเข้ามาใกล้ร่างบางก่อนจะสวมกอดเธอจากด้านหลัง ไออุ่นจากร่างสูงโปร่งซึ่งไม่ได้สัมผัสมานานทำให้น้ำตาไหลพรากลงมาหนักกว่าเดิม

เมื่อกี้ถามว่ารับได้เหรอใช่ไหม... เฮฟฟินค่อยๆ กล่าวขึ้นทั้งที่ยังไม่ได้คลายอ้อมกอดออก เรื่องแขนของพี่น่ะ ถึงมันจะถูกตัดขาดออกไปเลยผมก็ยังรับได้... เรื่องที่พี่สงสัยผม ผมก็ไม่เคยโกรธ ไม่เคยเก็บมาคิดมาก แล้วก็รับได้... เรื่องที่พี่ถูกสงสัยน่ะ ถึงใครจะคิดยังไงแต่ผมเชื่อว่าพี่ไม่ใช่ฆาตกร และถึงจะเป็นก็ไม่เป็นไรหรอก ยังไงผมก็รับได้...

ไม่ว่าพี่จะเป็นยังไง ผมก็รับได้...เพราะว่าพี่เป็นพี่สาว เพราะว่าผมรักพี่...รักมากที่สุด น้ำเสียงนั้นช่างฟังดูอบอุ่นและนุ่มนวลเหลือเกิน...อบอุ่นเสียจนทำให้หญิงสาวรู้สึกหัวใจพองโต

ขอบคุณนะ... ไอริสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วก่อนจะยิ้มบางเบาออกมา...เป็นรอยยิ้มแรกตั้งแต่ที่เธอรู้ตัวว่าอาจเสียแขนขวาไปตลอดกาล ขอบคุณจริงๆ

 

ไดรเซนนอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงในห้องพักของตัวเอง ทั้งที่กะจะนอนพักผ่อน แต่หัวสมองมันกลับไม่ยอมพักผ่อนตามที่สั่งเลย กลับครุ่นคิดไปถึงเรื่องต่างๆ มากมายจนไม่สามารถข่มตาลงได้ ทั้งเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นที่ปราสาทแห่งนี้ และเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นในอดีต

ใครหลายคนมักจะคิดว่าไดรเซนเป็นลูกสาวแท้ๆ ของครอบครัวโฮฟเฟน แต่เด็กสาวไม่ใช่ เป็นเพียงเด็กที่โชคดีถูกรับมาเลี้ยง ในความเป็นจริงแล้วเธอนั้นกำพร้ามาตั้งแต่เกิด ไม่เคยเห็นหน้าพ่อหรือว่าแม่ ไม่เคยได้รับสิ่งใครๆ เขาเรียกกันว่าความรักความอบอุ่นจากครอบครัว และความไม่เคยต่างๆ ก็ได้ทำให้ร่างบางชินชาเกินกว่าจะรู้สึกเจ็บปวดไปแล้ว เธอในขณะที่ยังเป็นเด็กใช้ชีวิตเติบโตมาในบ้านเด็กกำพร้าโดยไม่เคยรู้สึกว่าการขาดพ่อแม่นั้นเป็นปัญหาอะไร เด็กสาวเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าการที่เธอเป็นเช่นนี้คือเธอเข้มแข็งหรือด้านชาผิดปกติกันแน่

...หรือบางที ก็อาจจะไม่ใช่ทั้งสอง เธออาจจะเพียงแค่อ่อนแอมากๆ อยู่ข้างใน และสร้างเปลือกนอกที่ดูแข็งแกร่งขึ้นมาปกปิดตัวตนก็เท่านั้น

ไดรเซนรู้คำตอบของคำถามนั้นดี รู้มาตลอด เพียงแต่ไม่เคยยอมรับ จนกระทั่งได้มาเล่นเกมนี้ มันเหมือนโดนสะกิดต่อมอะไรบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ แล้วความรู้สึกหลากหลายที่เธอเคยปิดตายพวกมันเอาไว้ก็ล้นทะลักออกมา ทั้งความเครียด ทั้งความกลัว ทั้งความสับสน...รวมไปถึงความเสียใจและความคิดถึงที่มีให้ต่อใครบางคนด้วย

เด็กสาวดันตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ ในใจยังคงมีคำพูดหนึ่งดังก้องไปมาซ้ำๆ...คำพูดที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตของเธอ คำพูดที่พังทลายเปลือกนอกอันแข็งแรงของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี เหลือเพียงความอ่อนไหวข้างในเท่านั้น และไดรเซนก็ใช้เวลาไม่ได้น้อยเลยกว่าจะสร้างเปลือกขึ้นมาได้อีกครั้ง

ยัยนั่นทิ้งเธอแล้วหนีไปสองคนกับแฟน แบบนั้นยังจะเรียกว่าเพื่อนได้อีกเหรอ”

นึกถึงทีไรก็เหมือนน้ำตาจะรื้นออกมาให้ได้เสียทุกเมื่อ เด็กสาวร่างบางจึงสะบัดหัวตัวเองไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป และพยายามบอกตัวเองให้เข้มแข็งเอาไว้ อย่าให้เปลือกนั้นถูกใครหรืออะไรทำลายได้ง่ายๆ อีก

หลังจากไดรเซนล้างหน้าล้างตาเสร็จเรียบร้อย เธอก็เปิดประตูห้องน้ำออกด้วยความคิดที่จะกลับไปนอนบนเตียง แต่ทว่ากลับมีร่างของคนๆ หนึ่งยืนขวางอยู่หน้าประตูห้องน้ำพร้อมกับแสยะยิ้มน่าขนลุก ในมือของเขาถือมีดอยู่ด้วย นอกจากนั้น ร่างนั้นกลับเป็นใครบางคนที่ไดรเซนเองก็คุ้นเคย...ใครบางคนในหมู่ผู้เล่น 13 คนนี้

ฆาตกรโหด Sparrow!!

ถึงแม้จะตกใจ แต่ไดรเซนก็ใช้สติที่มีรีบใช้มือจะคว้าแย่งมีดมาทันทีทันใด ทว่ากลับไม่สำเร็จ แรงต้านจากอีกฝ่ายนั้นมีมากเกินไป ทั้งคู่ยื้อแย่งมีดกันอยู่อย่างเนิ่นนาน คนปริศนาพยายามจะผลักไดรเซนออกไปจากตัว แต่สาวเจ้าก็ยังไม่ลดละความพยายาม มือบางจับมีดแน่นไม่ปล่อย เธอกัดฟันกรอด พร้อมกับค่อยๆ พูดขึ้นมาว่า

“ไม่คิดเลยนะว่าจะเป็นแก”

“เป็นฉันมันทำไมเหรอ” ฆาตกรโหดตอบพลางแค่นหัวเราะ ขณะเดียวกันก็ยังคงพยายามดันเด็กสาวร่างบางออกไปด้วย “ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่ายัยตัวเล็กอย่างเธอจะแรงเยอะขนาดนี้”

“ไม่ใช่ว่าออมแรงอยู่หรอกเหรอ” ไดรเซนยังคงพูดต่อแม้สถานการณ์จะตึงเครียดเอามากๆ ก็ตาม

“หา หมายความว่าไงน่ะ” Sparrow ขมวดคิ้วแล้วรีบโต้กลับทันควัน “ฉันจะออมแรงให้เธอทำไมยัยโง่ คิดว่าฉันจะสงสารเวทนาเธอเหรอ! คนอย่างเธอน่ะนะ ตายๆ ไปซะได้ก็ดีแล้ว!!

“อ้อเหรอ” เด็กสาวตอบเพียงเท่านั้นก่อนจะอาศัยจังหวะเสี้ยววินาทีหนึ่งถีบเข้าที่ยอดหน้าของคนตรงหน้าเต็มแรง ร่างนั้นถึงกับเซลงไป แต่ไดรเซนรู้ว่าฆาตกรโฉดผู้นี้แข็งแกร่งและต้านทานลูกเตะของผู้หญิงอย่างเธอได้สบายๆ อยู่แล้ว จึงยังไม่ชะล่าใจ รีบวิ่งไปยกเก้าอี้ตัวใหญ่ในห้องมาโยนใส่อีกฝ่ายโดยไม่เว้นจังหวะให้ตั้งตัวเลยสักนิด

คนปริศนานอนแน่นิ่งอยู่ใต้เก้าอี้ตัวโต ตาปิดสนิท ไม่ขยับเขยื้อนใดๆ อีก

เด็กสาวร่างบางหอบแฮกๆ ด้วยความเหนื่อยตามประสาคนไม่ค่อยใช้แรง แล้วเธอก็เหลือบมองคนใต้เก้าอี้ด้วยดวงตาวูบไหวคล้ายจะร้องไห้ พร้อมๆ กับสีหน้าหวาดกลัวและสับสนในเวลาเดียวกัน

ตายแล้วเหรอ

นั่นคือความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัว และมันก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่เพื่อความแน่ใจ เด็กสาวจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ บริเวณที่ฆาตกร Sparrow ถูกทับด้วยเก้าอี้เพื่อตรวจสอบลมหายใจให้แน่ชัด และทันใดนั้น...

ฉึก!!

ไดรเซนลืมไปสนิทว่ามีดเล่มนั้นยังคงอยู่ในมืออีกฝ่าย เขาจึงได้โอกาสแทงมันเข้าที่ขาของเธอเต็มๆ ร่างบางทนความเจ็บปวดไม่ไหวจนต้องล้มลงไป เมื่อได้จังหวะเหมาะแล้ว ฆาตกรผู้โหดเหี้ยมจึงดันเก้าอี้ออกแล้วลุกขึ้นเดินตรงไปหาไดรเซน พร้อมกับแทงเข้าไปที่กลางหลังของเธอเต็มๆ จนเลือดสีแดงสาดกระเซ็นไปทั่ว

“อะ...อั้ก!!” เด็กสาวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ทั้งเจ็บกาย...และเจ็บใจที่ไม่ได้ระวังให้ดีกว่านี้ เจ็บใจที่เกือบจะเอาชนะ Sparrow ได้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็...

“จะ...ต้องจบ...แบบนี้จริงๆ เหรอ...” ไดรเซนพึมพำเสียงแผ่วแบบคนใกล้หมดลมหายใจ เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนปริศนากลับหยุดชะงักไปพักหนึ่งพร้อมกับมองไปที่ร่างของคนกำลังจะตาย

“ใช้พลังเฮือกสุดท้ายมาพูดเรื่องแบบนี้เนี่ยนะ...” ฆาตกรเอ่ยแล้วหัวเราะเบาๆ ทว่าเสียงหัวเราะนั่นกลับแฝงอะไรไว้มากกว่านั้น “ยัยโง่เอ๊ย...”

Sparrow ยืนมองดูอีกฝ่ายค่อยๆ หมดลมหายใจจนได้มั่นใจว่าตายสนิทแล้ว เขาจึงจัดการทำห้องให้เรียบร้อยไม่ให้เหลือหลักฐานที่จะสาวเข้าหาตนเองไว้เลยสักนิด แล้วจึงหยิบผ้าคลุมสีน้ำตาลอ่อนที่ติดมือมาด้วยแต่ไม่ได้สวมต่อหน้าไดรเซนเลยขึ้นมาใส่ ก่อนที่ร่างปริศนาใต้เสื้อคลุมนั้นจะเดินจากไปก็เหลียวมองศพของเด็กสาวที่ตนเพิ่งฆ่าไปกับมือเป็นครั้งสุดท้าย

Goodbye, owl.” ฆาตกรโฉดเอ่ยขึ้นเสียงราบเรียบ “ไปเกิดใหม่แล้วทำตัวฉลาดๆ ซะนะ”

Sparrow Project : ตาย 5 เหลือ 8



Talk
สวัสดีค่ะ :)
กลับมาเจอกันหลังจากที่เดียร์หายไปเป็นปีเลย คิดถึงกันบ้างมั้ยเอ่ย เดียร์คิดถึงนักอ่านทุกคนมากๆ เลยน้า
อย่างที่ได้แจ้งไปในเพจเฟซบุ๊ก และข้อความในเด็กดีที่ส่งหาแฟนคลับ ว่าเดียร์เป็นโรควิตกกังวลและซึมเศร้าค่ะ และหลังจากที่เป็นก็เลยไม่ได้เขียนเลย หรือจะใช้คำว่าเขียนไม่ได้ก็ได้
แต่วันนี้เดียร์กลับมาเขียนแล้วนะคะ ถึงแม้จะยังไม่ได้หายจากโรคก็ตาม แต่เดียร์เชื่อว่านี่เป็นก้าวหนึ่งในการสู้กับโรคของเดียร์ค่ะ
บทนี้ต้องพยายามเข็นออกมามากๆ เลย เพราะหลังจากที่ไม่ได้เขียนมาเป็นปี มันก็ต่อให้ติดยากมาก บทนี้เลยอาจจะสั้นไปหน่อย การบรรยายแปร่งๆ ไปบ้าง ก็ขออภัยด้วยนะคะ เดียร์ได้พยายามที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วจริงๆ ค่ะ
หวังว่าทุกท่านจะสนุกกับการอ่านนะคะ บทต่อไปจะเข้มข้นขึ้นอีกค่ะ ไม่เข้มข้นเราไม่นอน! (ฮา)





 


 

 

296 ความคิดเห็น

  1. #189 HIYU (@hiyumaru) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 15:12
    เอสทำตัวน่าสงสัย =..=
    #189
    0
  2. #178 M (@melody-mushroom) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 18:18
    หรือว่าคนร้ายตัวจริง ... ?!
    #178
    0
  3. #172 ▽ a r o u n d ◦ (@kissme-please) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 17:23
    อร๊าย~~เค้าได้ 19 คะแนนอ่ะ *^*
    #172
    0
  4. #168 Marry (Christmas) (@memee2013) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 18:57
    อ้ายยยยย
    #168
    0
  5. #167 Marry (Christmas) (@memee2013) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2557 / 16:48
    ได้สิบสองคะแนนง่า
    #167
    0
  6. #166 บอลลูน (@fyona) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2557 / 11:32
    มุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งมาก//ศัพท์อะไร-.,-
    ในที่สุด ก็มาต่อแล้วววว อีก 65% ที่เหลือจะรอนะคะ สู้ๆ
    #166
    0