Sparrow Project [จบแล้ว]

ตอนที่ 20 : Chapter XVI : หาความจริง [RW] (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 ธ.ค. 59

Chapter XVI : หาความจริง [RW]


นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วหลังจากเกิดเรื่องร้ายขึ้นกับไอริสและแขนของเธอ และก็ผ่านมาหลายวันแล้วเช่นกันที่น้องชายบุญธรรมคอยมาดูแลเอาใจเธออยู่แทบจะตลอดเวลาแบบนี้

“คิดอะไรอยู่เหรอครับ” จู่ๆ เฮฟฟินก็ยื่นหน้าเข้ามาในระยะประชิดแบบไม่ทันตั้งตัว ผู้เป็นพี่สาวถึงกับสะดุ้ง หญิงสาวพยายามหันหนีเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็นว่าใบหน้าของเธอกำลังแดงระเรื่อ

“ออกไปห่างๆ หน่อยก็ได้นี่” ร่างบางบอกเสียงแผ่ว

“ไม่ได้ครับ ผมต้องคอยดูแลพี่สาวสุดที่รักอย่างใกล้ชิด” คนตัวใหญ่กว่าเอ่ยน้ำเสียงยียวนพลางยิ้มมุมปากแบบเจ้าเล่ห์ ใบหน้าของไอริสตอนนี้ยิ่งแดงก่ำเข้าไปใหญ่จนเธอต้องพยายามกลบเกลื่อนด้วยการเอ่ยเสียงขรึม

“นี่ พี่จะพูดเรื่องจริงจังสักหน่อย เพราะงั้นออกไปได้แล้ว” ทันที่สาวเจ้าพูดจบ คนเป็นน้องก็รีบลุกไปนั่งเก้าอี้อย่างเรียบร้อยทันที สีหน้าดูใจจดใจจ่อกับเรื่องที่พี่สาวของเขากำลังจะพูดเอามากๆ

“จะปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้นหน่อยน่ะ” ไอริสกล่าวเสียงหนักแน่น แต่แล้วประโยคถัดไปเสียงกลับเบาลงเหมือนว่าจริงๆ แล้วก็กลัวอยู่เหมือนกัน “...เรื่องคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนี่”

ทันทีที่ได้ยินคำนั้น เฮฟฟินก็นั่งตัวเกร็งขึ้นมา ก่อนจะถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ปรึกษาอะไรเหรอครับ”

“เราจะอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ได้ เฮฟเข้าใจใช่ไหม” หญิงสาวตอบพลางจ้องหน้าน้อง “เราต้องหาตัวฆาตกรให้เจอ”

ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกหงัก เมื่อเห็นดังนั้น ไอริสจึงกล่าวต่ออย่างรวดเร็ว “ถ้ากำลังคิดว่าจะเริ่มจากตรงไหนล่ะก็ไม่ต้องกังวล เพราะพี่เริ่มไว้บ้างแล้ว ที่เหลือก็แค่ต่อยอดจากตรงนั้นเท่านั้นแหละ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะงั้นพี่ถึงต้องให้เฮฟช่วย”

“เริ่มไปแล้วเหรอครับ” ร่างสูงทำสีหน้างุนงงกับคำๆ นั้น

“หมายถึงว่าพี่ไขปริศนาของฆาตกรออกหนึ่งอย่างแล้วน่ะ พี่รู้แล้วว่าฆาตกรเรียงลำดับการฆ่าคนยังไง” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ ทว่าอีกฝ่ายพอได้ยินแบบนั้นเข้าก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นออกมาอย่างชัดเจนจนผู้เป็นพี่สาวอดหัวเราะคิกคักออกมาไม่ได้

“ฮะๆ เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟัง” ร่างบางกล่าวยิ้มๆ “เริ่มจากเฮฟเดินไปหยิบปึกเอกสารที่วางบนโต๊ะตรงนู้นมาเปิดดูก่อน เป็นข้อมูลส่วนตัวคร่าวๆ ของผู้เล่นแต่ละคนที่พี่ไปขอคุณผู้จัดมาน่ะ อ้อ แล้วก็หยิบหนังสือเพลงกล่อมเด็กมาด้วย”

เฮฟฟินรีบลุกขึ้นไปหยิบของตามที่ได้รับสั่งทันที แล้วกลับมานั่งที่เดิมอย่างรวดเร็ว ไอริสกระแอมไอเล็กน้อยก่อนจะเริ่มสาธยาย

“ฆาตกรน่ะฆ่าคนตามบทเพลง ‘Who Killed Cock Robin?’ ไงล่ะ ถ้าเฮฟจะลองเปิดไปดูหน้าที่เป็นเพลงนี้ จะเห็นว่ามีตัวละครเป็นสัตว์เล็กต่างๆ มากมาย โดยตัวแรกซึ่งถูกฆ่าโดย Sparrow คือ Cock Robin และตัวอื่นๆ จะมาร่วมไว้อาลัย แต่นี่มันกลับกัน Cock Robin ไม่ได้ถูกฆ่าในเกมนี้ ที่ถูกฆ่าคือสัตว์อื่นๆ ซึ่งมาร่วมไว้อาลัย แล้วถูกฆ่าตามลำดับบทกลอนไปเลย คือ Fly หรือคุณวิเวียนนา, Fish หรือคุณอเล็กเซีย และ Beetle หรือคุณมาร์วิน  และสัตว์อีกตัวที่มีบทบาทก็คือ Sparrow ซึ่งกลายเป็นฆาตกรที่ฆ่าสัตว์อื่นๆ แทนที่จะฆ่า Cock Robin อย่างในบทเพลง”

“อ๋อ...พอจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว” เฮฟฟินพยักหน้าตาม ก่อนที่สักพักจะเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความฉงน “แต่ถึงจะรู้ว่าฆาตกรฆ่าตามบทเพลงก็เถอะ แล้วจะรู้ลำดับการฆ่าได้ยังไงล่ะครับ จะรู้ได้ยังไงว่าฆาตกรเปรียบผู้เล่นคนไหนเป็นสัตว์ตัวไหน”

“นั่นน่ะ คือประเด็นสำคัญ” หญิงสาวพูดต่อ “ลองเปิดไปดูเอกสารข้อมูลส่วนตัวของผู้เล่นดูสิ แล้วดูที่ลักษณะนิสัยของผู้เล่นแต่ละคนที่ตายไปนะ เริ่มจากคุณวิเวียนนาก็แล้วกัน”

เฮฟฟินเปิดเอกสารไปที่หน้าข้อมูลของวิเวียนนาตามที่พี่สาวบอก เขาไล่สายตามองลงมาจนเห็นหัวข้อลักษณะนิสัย ข้อความที่ปรากฏอยู่ตรงนั้นคือ ลักษณะนิสัย : ป้ำๆ เป๋อๆ ร่าเริง เป็นกันเอง พูดเก่งจนบางครั้งออกจะพูดมากเกินไป

“นึกอะไรออกขึ้นมาบ้างแล้วหรือยัง” ไอริสออกปากถามหลังจากที่เห็นน้องชายบุญธรรมแสดงสีหน้างุนงงมาสักพักแล้ว

“เอ่อ...ไม่เลยครับ” ชายหนุ่มตอบกลับเสียงเบา พยายามไม่สบตากับอีกฝ่าย

อีกครั้งแล้วที่เราเป็นได้แค่น้องชายงี่เง่า ทำอะไรไม่ได้ ทำไมกันนะ...ทำไมเราถึงช่วยพี่ไม่ได้บ้าง ทั้งที่พี่อุตส่าห์อยากจะให้เราช่วยแท้ๆ

“ถ้างั้นจะอธิบายให้ฟังแล้วกัน” ไอริสกล่าวโดยไม่ทันสนใจสีหน้าที่ดูรู้สึกแย่อยู่ไม่น้อยของคนเป็นน้อง “แมลงวันน่ะส่งเสียงหวี่ๆ ตลอดจนเรารำคาญใช่ไหมล่ะ ก็เหมือนกับที่คุณวิเวียนนาพูดเก่งหรือพูดมากนั่นแหละ เธอถึงได้ถูกแทนด้วย Fly ไง”

เฮฟฟินนิ่งนึกไปพักหนึ่ง ก่อนจะส่งเสียงร้อง อ๋อออกมาลั่นพลางพูด “มันเป็นอย่างนี้นี่เอง! ในที่สุดก็เข้าใจ!

“ส่วนคุณอเล็กเซีย ลักษณะนิสัยเย็นชา ถ้าพูดถึงความเย็นก็ต้องนึกถึงน้ำเย็นๆ ใช่ไหมล่ะ และน้ำก็เป็นที่อยู่อาศัยของปลา นั่นคือเหตุผลที่เขาเป็น Fish และสุดท้ายคุณมาร์วิน เขามีลักษณะนิสัยร่าเริงและมีสีสันตลอดเวลา ก็เหมือนแมลงเต่าทองที่มีหลากสีนั่นล่ะ เพราะอย่างนั้นเขาเลยเป็น Beetle” ไอริสอธิบายต่อจนจบ ในขณะที่คนร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ กำลังทำหน้าตกตะลึงเหมือนว่ามันเหลือเชื่อเอามากๆ

“โอ้โห พี่นี่สุดยอดไปเลยครับ!” เฮฟฟินร้องชื่นชมด้วยแววตาเป็นประกายขณะจ้องมองผู้เป็นพี่สาวบุญธรรม เพียงหญิงสาวร่างบางได้ยินคำนั้นจากน้องที่รักก็คลี่ยิ้มบางออกมา

“มันก็ไม่ขนาดนั้นหรอก” ไอริสพูดเสียงเขินๆ ก่อนที่ประโยคหลังจะเพิ่มความตึงเครียดเข้ามาในน้ำเสียง “แต่พี่ยังไขปริศนาอื่นๆ ไม่ออกเลยน่ะสิ ถ้ารู้แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว มันก็ไม่มีประโยชน์เท่าไหร่หรอกนะ สมมติเรารู้ว่าคนที่จะถูกฆ่าคนต่อไปเป็นเรา เราก็หนีไม่ได้อยู่ดีถูกไหมล่ะ ดังนั้น ทางเดียวที่จะรอดออกไปได้ก็คือต้องชนะเกมนี้ หาตัวฆาตกรให้เจอ”

คนร่างสูงนิ่งเงียบไปสักพักราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง นัยน์ตาของเขาดูจริงจังกว่าทุกครั้ง ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยขึ้นมาว่า “งั้นมาเริ่มคิดจริงๆ จังๆ กันเลยดีกว่าครับ”

หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมา เธอคว้ากระดาษกับปากกาข้างตัวมาแล้วเขียนชื่อผู้ร่วมเล่นเกมทั้ง 13 คนโดยรวมคนที่ถูกฆ่าแล้วเข้าไปด้วย ก่อนจะย้อนนึกไปถึงคดีแรก...คดีของรุบิโน่หรือผู้ไม่เกี่ยวข้องนั่นเอง

“เฮฟเป็นแพะของคดีนี้ พอจะนึกอะไรออกบ้างไหม ประมาณว่าโดนใครจับตัวไปหรืออะไรทำนองนั้นน่ะ” ไอริสยิงคำถามที่ดูน่าจะเป็นประโยชน์กับการไขปริศนาขึ้นมา แต่คำตอบที่ได้กลับไม่ใช่อย่างที่หวัง เพราะคนเป็นน้องกลับทำเพียงแค่ส่ายหน้า

“นึกไม่ออกเลยครับว่าเป็นใคร จำได้แค่ว่ามีคนมาตะโกนหน้าห้องว่าเกิดเรื่องแล้วหรืออะไรทำนองนี้ ผมเลยรีบไปเปิดประตูให้ แล้วจากนั้นก็เหมือนจะโดนมอมยาสลบหรือยังไงก็ไม่รู้นะครับ จำไม่ได้จริงๆ รู้ตัวอีกทีก็ตื่นมาเจอคนตะโกนด่าว่าไอ้ฆาตกรแล้ว”

“แล้วเสียงนั้นเป็นเสียงผู้หญิงหรือเสียงผู้ชาย” หญิงสาวถามต่อ

“อืม...” เฮฟฟินทำท่าเหมือนพยายามเค้นความทรงจำขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยคำตอบว่า “จำไม่ได้เลยครับ”

“ถ้างั้นก็ยากแล้วล่ะ” ไอริสถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างท้อใจ ชายหนุ่มลอบมองพี่สาวของตัวเองด้วยสีหน้ากังวล

พี่เพิ่งจะเรื่องร้ายที่สุดของชีวิตมา กลับมาต้องเครียดกับเรื่องนี้อีก

ในเวลาแบบนี้ น้องชายบุญธรรมอย่างเขาก็ควรจะช่วยอะไรพี่สักอย่าง ทว่าเขากลับช่วยในเรื่องการไขคดีไม่ได้เลยสักนิด นั่นยิ่งทำให้เฮฟฟินกังวลและรู้สึกแย่กับตัวเองมากขึ้นไปอีก

ในตอนนั้น ร่างสูงตัดสินใจคว้าร่างเพรียวระหงของอีกฝ่ายมาอยู่ในอ้อมกอด คนถูกกอดมีท่าทีตกใจนิดๆ แต่ก็ตัดสินใจกอดตอบ ก่อนจะถามเสียงเอ็นดู

“เป็นอะไรเนี่ย”

“ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย พี่นั่นแหละเป็นอะไร” เฮฟฟินสวน ไอริสได้ยินคำตอบก็ขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนที่ชายหนุ่มจะค่อยขยายความต่อ

“พี่น่ะ เครียดเกินไปแล้ว ผมก็ไม่รู้จะช่วยพี่ยังไงด้วยน่ะสิ” เขาพูดน้ำเสียงเคอะเขิน “ที่ผ่านมาผมช่วยเรื่องไขคดีไม่ได้เลย อย่างน้อยๆ ก็อยากจะช่วยทำให้พี่สบายใจขึ้นบ้าง อยากจะเป็นกำลังใจให้ คือ...ว่าไงดีล่ะ แค่คิดว่าถ้ากอดกันแล้วพี่อาจจะรู้สึกดีขึ้นน่ะ...”

หญิงสาวฟังคำตอบของอีกฝ่ายแล้วก็หัวเราะออกมา

“ฮะๆ นี่คิดถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย” เธอเอ่ยพร้อมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น “ขอบคุณนะ ช่วยได้มากเลยล่ะ”

เพียงเฮฟฟินได้ยินคำว่า ช่วยได้มากเลยล่ะ เขาก็รู้สึกมีความสุขและหัวใจพองโตอย่างบอกไม่ถูกจนแทบจะหุบยิ้มไม่ได้ คนทั้งคู่ค่อยๆ ผละออกจากกัน ฝ่ายพี่สาวเมื่อเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของน้องชายแล้วจึงยิ้มตอบกลับมา ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหลุดโพล่งคำพูดออกไป

“ผมอยากจะช่วยพี่ให้ได้มากกว่านี้”

คำพูดนั้นมันทำให้หญิงสาวอดคิดเอ็นดูไม่ได้ มันให้ความรู้สึกเหมือนเธอและเฮฟฟินได้ย้อนกลับไปตอนเด็กๆ ย้อนกลับไปตอนที่เฮฟฟินยังเป็นแค่เด็กชายตัวเล็กผู้ไร้เดียงสา ไอริสคิดแล้วก็เอื้อมมือซ้ายไปลูบหัวน้องบุญธรรมอย่างเคยชินพลางบ่นพึมพำถึงช่วงเวลาสมัยเด็กของพวกเขาทั้งสอง ทว่ามือหนาของร่างสูงนั้นกลับเอื้อมมาคว้าหมับเข้าที่มือของพี่ซึ่งกำลังลูบหัวเขาอยู่ให้หยุดชะงัก

“ผมอยากช่วยจริงๆ นะ อยากให้พี่เชื่อในตัวผม” เฮฟฟินบอกน้ำเสียงหนักแน่น นัยน์ตาที่ฉายแววจริงจังจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีมรกตของอีกฝ่าย “ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ”

หญิงสาวนิ่งงันไปในทันที เธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรดีในขณะนี้ มันจริงอยู่ที่ว่าน้องชายของเธอไม่ใช่เด็กแล้ว หลายครั้งที่เขาทำให้เธอได้เห็นว่าเขาโตแล้ว ทว่ามันกลับยากที่จะยอมรับ การเปลี่ยนแปลงจากเด็กชายกลายเป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง จากที่เคยให้เธอปกป้อง เขากลับมาปกป้องเธอ จากเคยให้เธอปลอบ เขากลับมาปลอบเธอ น้ำเสียงที่ต่างออกไป แววตาที่ไม่เหมือนเดิม และอ้อมกอดของเขาซึ่งให้ความรู้สึกคนละแบบกับตอนเด็กๆ โดยสิ้นเชิง

หญิงสาวร่างบางเคยโอบกอดอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกว่าเขาเป็นน้องรัก ทว่าเมื่อเวลาผันผ่าน ทุกอย่างกลับตาลปัตร เฮฟฟินกลายเป็นคนที่เข้ามาสวมกอดเธอก่อน และอ้อมกอดนั้นมันกลับทำให้ไอริสรู้สึกเหมือนว่าตัวเองถูกกอดโดยผู้ชายคนหนึ่ง มันทั้งอบอุ่น...และหวาน

เธอไม่เข้าใจความรู้สึกแบบนั้นของตัวเองจริงๆ และก็ไม่ชอบมันเลยด้วย ไม่ชอบที่ต้องรู้สึกเหมือนความสัมพันธ์ของตัวเองกับน้องชายมันไม่เหมือนเดิม นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ร่างบางพยายามมองชายหนุ่มตรงหน้าให้เหมือนกับตอนเด็กๆ ให้เหมือนกับว่าเขายังคงเป็นน้องชายคนเดิมของเธออยู่เสมอ

ทว่าเขากลับมาเน้นอีกนี่สิว่า ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ

ราวกับเธอโดนตอกย้ำว่าอะไรๆ จะกลับไปเป็นอย่างเดิมไม่ได้แล้วจริงๆ

“ทำไมพี่ถึงทำหน้าแบบนั้น” เสียงเรียกของน้องชายปลุกให้ไอริสตื่นจากภวังค์ “อ๊ะ... ผ...ผมบีบมือพี่แรงไปหรือเปล่า ขอโทษจริงๆ นะครับ!

ว่าแล้วเขาก็รีบปล่อยมือของเธอออก หญิงสาวเองก็ไม่เข้าใจว่าคนเป็นน้องกำลังกังวลอะไรกันแน่ในเมื่อเขาไม่ได้ออกแรงบีบมือเธอเลยสักนิด แต่ก็นะ...เฮฟฟินก็เป็นอย่างนี้อยู่เสมอล่ะ

นี่แหละน้องชายของฉัน...ใช่แล้ว ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปหรอก ถึงจะโตแล้วเขาก็ยังเป็นน้องชายอยู่ดี

ร่างบางคิดกับตัวเอง ก่อนจะตอบอีกคนด้วยเสียงอ่อนโยนไปว่า “ไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้เจ็บอะไร”

“จริงเหรอ ไม่เจ็บจริงๆ นะ” ชายหนุ่มยังมีสีหน้าวิตกอยู่ไม่น้อย “ทั้งๆ ที่มือขวาของพี่ก็เป็นแบบนั้นแท้ๆ ผมยังทำรุนแรงกับมือซ้ายของพี่...”

“น่า ไม่เป็นไรหรอก” ไอริสกล่าวปลอบประโลม “อยากจะช่วยไม่ใช่เหรอ มาช่วยกันคิดต่อดีกว่านะ”

ใช่แล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจริงๆ เขายังเป็นน้องชายของฉันจริงๆ นั่นล่ะ

หญิงสาวยังคงพร่ำบอกเช่นนั้นกับตัวเองซ้ำๆ คล้ายกับกำลังสะกดจิต ก่อนจะหยิบปากกาและกระดาษมาขีดเขียนต่อ พลางอธิบายให้เฮฟฟินฟัง

“พี่คิดไว้ว่าจะลองแยกดูทีละคดีน่ะว่าในตอนนั้นมีผู้เล่นคนไหนจะสามารถไปฆ่าคนได้บ้าง แล้วจดชื่อเอาไว้ ถ้าใครมีชื่ออยู่ครบทุกคดีก็น่าจะเป็นฆาตกร แต่มันอาจจะมีมากกว่าหนึ่งคนก็ได้อยู่ดี”

“เข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวผมช่วยด้วย” เฮฟฟินว่าแล้วก็คว้าดินสอและกระดาษอีกแผ่นมาช่วยเขียน ในใจอดนึกชื่นชมความเฉลียวฉลาดของพี่สาวตัวเองไม่ได้

ทั้งคู่ใช้เวลาไปนานพอสมควร แต่ในที่สุดก็สามารถจดชื่อผู้ต้องสงสัยได้ครบทุกคดีที่เกิดขึ้น ไอริสนำกระดาษทุกแผ่นมาเทียบกันแล้วค่อยๆ ตัดตัวเลือกออกไปทีละนิด

“คุณเฮลิเซียตัดออก...คุณยูกิตัดออก...” ร่างบางพึมพำ สายตาจดจ้องไปที่กระดาษอย่างมีสมาธิ ฝ่ายน้องชายบุญธรรมเองก็คอยช่วยดูด้วยความตั้งใจสุดๆ

ทว่าอะไรๆ ก็ไม่เป็นไปตามที่คาดเสมอไป ปริศนาของ Sparrow ก็ไม่เคยง่ายอยู่แล้ว

“อ๊ะ...” หญิงสาวร้องอุทานออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือด เธอเม้มปากแน่น นัยน์ตาฉายแววสับสนเต็มที่ “มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง...”

“ม...ไม่มีใครที่มีชื่ออยู่ครบทุกคดีเลย! นี่มันอะไรกัน!

หรือถ้าจะพูดให้ง่ายๆ ก็คือว่า... ผู้เล่นทุกคนมีหลักฐานที่อยู่ของตัวเองในเวลาที่เหยื่อตายอย่างน้อยคนละหนึ่งคดี ดังนั้นจึงไม่มีใครที่จะสามารถถือได้ว่าเป็นฆาตกรได้เลย

“ถ้าอย่างนั้นแล้วฆาตกรใช้ทริกอะไรกันแน่...”

 

ในที่สุดยามเช้าก็มาถึง ทว่ามันกลับเป็นยามเช้าที่ไม่ค่อยจะสดใสเท่าไหร่เลยสำหรับไอริส ก็เมื่อคืนเธอเล่นคิดแต่เรื่องตัวจริงของฆาตกรจนนอนแทบไม่หลับน่ะสิ ทว่าคิดอย่างไรก็คิดไม่ตกเสียที แต่อย่างน้อยๆ สาวเจ้าก็ยังคิดถึงคำตอบหนึ่งขึ้นมาได้

หรือว่าฆาตกรจะมีสองคน

ทฤษฎีนี้มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูง ถ้าหากฆาตกรมีสองคนก็จะสลับกันไปฆ่าเหยื่อได้ คนที่เป็นฆาตกรก็จะมีหลักฐานที่อยู่ในเวลาของผู้ตายอย่างน้อยหนึ่งคดี และทำให้หลุดพ้นจากการเป็นผู้ต้องสงสัย

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“พี่ครับ ผมเอง!” เสียงนั่นเป็นเสียงอันคุ้นเคยของเฮฟฟินไม่ผิดแน่ ทว่าเสียงตะโกนที่ดังผิดปกติและความสั่นเครือในน้ำเสียงนั่นทำให้หญิงสาวมีลางสังหรณ์ถึงเรื่องไม่ดีขึ้นมา

“เกิดเรื่องแล้ว!!

...และลางสังหรณ์นั้นก็เป็นจริงเสียด้วย

จะว่าชินก็ไม่ใช่ จะว่าตระหนกตกใจสุดๆ เหมือนตอนที่คดีแรกเพิ่งเกิดก็ไม่เชิง มันเป็นความรู้สึกที่หวาดกลัวและกังวล แต่ก็ไม่รู้สึกว่าอะไรแบบนี้กลายเป็นเรื่องผิดปกติอีกต่อไปแล้ว เพราะตัวเธอรู้ถึงความโรคจิตของเจ้าฆาตกร Sparrow ดี

ไอริสออกจากห้องพัก แล้วจึงปล่อยให้คนเป็นน้องนำทางตัวเองไปยังที่เกิดเหตุ ทั้งคู่เดินมาไม่นานนักก็มาหยุดอยู่บริเวณหน้าห้องพักห้องหนึ่ง ผู้เล่นคนอื่นๆ ยังคงออกันอยู่อย่างคับคั่งเหมือนเดิม มีเด็กสาวผมเปีย คาโอริเป็นผู้กล้าไขกุญแจ เหมือนครั้งก่อนไม่มีผิด

เมื่อประตูเปิดออก ภาพที่เห็นคือร่างของเด็กสาวตัวเล็กที่นอนก้มหน้าอยู่บนพื้น รอยถูกแทงจากมีดเหวอะอยู่กลางหลัง เลือดที่เปื้อนเสื้อผ้าเริ่มแห้งกรังแล้ว เป็นหลักฐานว่าคงตายมาได้สักพักแล้ว ดวงตาสีฟ้าของเธอคนนั้นเบิกโพลง ทว่านัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้ดูเหมือนคับแค้นใจฆาตกรแต่อย่างใด กลับดูเป็นแววตาแห่งความเสียใจเสียมากกว่า

“ไม่จริง...คุณไดรเซน...”

และอีกอย่างที่เหมือนเดิมทุกครั้ง คือข้อความ ‘For poor owl’ ซึ่งครั้งนี้ถูกเขียนด้วยเมจิกอยู่บนผ้าปูที่นอน




Talk

สวัสดีค่า มาอัพตอนใหม่ให้แล้วน้า ^^

อยากจะบอกว่าหลังจากนี้เรื่องราวจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แบบแทบจะไม่มีให้หยุดหายใจแล้วค่ะ เพราะใกล้จบเรื่องมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ก็อยากให้นักอ่านทุกท่านติดตามกันนะคะ อย่าเพิ่งหายไปไหนน้า

สำหรับตอนนี้ เฮฟกับไอริส หรือคู่พระนางของเรายึดทั้งตอนค่ะ 555 แต่เดี๋ยวตอนอื่นก็จะกระจายบทไปให้ตัวละครอื่นๆ บ้างเนอะ ขออภัยด้วยนะคะที่อาจจะเทบทให้ตัวละครหลักมากไปหน่อย

ไม่ได้มาอัพนาน นักอ่านเก่าๆ ดูเหมือนจะหายไปหมดแล้ว ถ้าบังเอิญมาเห็นข้อความนี้ก็อยากบอกว่า อยากให้กลับมาอ่านนะคะ คิดถึงมากเลย ส่วนนักอ่านใหม่ๆ ก็ยินดีต้อนรับนะคะ อยู่กับเรื่องนี้ไปนานๆ น้าาา

สุดท้ายนี้ มีอะไรอยากพูดเกี่ยวกับเนื้อเรื่องหรือพูดกับเดียร์ก็ได้ คอมเม้นมาเลยนะคะ คอมเม้นเล็กๆ ของท่านคือกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ของเดียร์นะคะ <3 (แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรโนะ)



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

296 ความคิดเห็น

  1. #197 Ireneora (@ireneora) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2557 / 12:52
    เฮฟฟินเปนฆาตกรรึป่าว คนที่ตายคงยูกิสินะ
    #197
    0
  2. #190 HIYU (@hiyumaru) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 15:28
    เฮ้ย! ใครตาย
    #190
    0
  3. #179 M (@melody-mushroom) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 18:22
    ตาโต เหมือนหนู อืม... บินได้ ? ตาสว่างตอนกลางคืน...หรือ ชอบดื่มกาแฟ(ปล มันทำให้ไม่หลับไงล่ะ 555)
    ก็มั่วไป ... - -"
    #179
    0
  4. #174 ghostZ:I (@stop69) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 22:18
    เริ่มปะติดปะต่อได้ละ...
    ฝีมือในการเขียนยังดีเช่นเคยเลยนะครับ (ซุ่มอ่านมาหลายตอนแต่ไม่ได้เม้นท์เพราะไม่รู้จะเม้นท์อะไร#หลบทรีนมายเดียร์)

    #174
    0
  5. #173 ▽ a r o u n d ◦ (@kissme-please) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 17:28
    ลักษณะเด่นขอบนกฮูก!? อืม.....
    #173
    0
  6. #171 Marry (Christmas) (@memee2013) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2557 / 12:51
    ฆาตกรน่าจะไม่มีลักษณะนิสัยที่ตรงกับตัวละครในบทเพลงเด็ก เดาเอา?
    #171
    0