Sparrow Project [จบแล้ว]

ตอนที่ 25 : Chapter XX : Sparrow ตัวจริง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ม.ค. 60

Chapter XX : Sparrow ตัวจริง

 

“ก็คนๆ นี้น่ะตายไปแล้วนี่นา!!!

ยูสึกิ คาโอริตะโกนออกมาลั่นด้วยเพราะช็อกสุดขีด ใบหน้าที่ขาวอยู่แล้วยิ่งซีดเผือดเข้าไปใหญ่ เธอเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาสีม่วงอเมทิสต์เบิกโพลง

“ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละครับ” เสียงทุ้มต่ำที่ผู้เล่นเกมทุกคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีดังขึ้น เดธ ผู้จัดหนุ่มในชุดสูทก้าวขึ้นมาข้างหน้าหนึ่งก้าวก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกฟังดูน่าขนลุกยังไงชอบกล “...ว่ายังไม่ตาย”

“ใครสั่งให้แกพูดมิทราบ!!” ร่างในเสื้อคลุมที่โดนล็อกตัวอยู่กับพื้นตะคอกออกมาด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

“ผมเป็นผู้จัดเกมนะครับ จะไม่มีสิทธิ์พูดกับผู้เล่นเลยเหรอ” ผู้จัดหนุ่มตอบเสียงยียวน ก่อนหันไปพูดกับไอริสที่ยืนอยู่ข้างๆ คราวนี้น้ำเสียงนั้นกลับนุ่มนวลอย่างประหลาด รวมทั้งรอยยิ้มบางที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มก็กลับไม่ได้ดูเหมือนถูกเสแสร้งปั้นขึ้นมาอย่างทุกครั้ง

“ผมชื่นชมคุณมากจริงๆ นะที่ไขปริศนาได้”

เป็นเพราะคุณ เรื่องบ้าบอนี่เลยได้จบลงเสียที... ผมเองก็จะได้ไม่ต้องทำร้ายผู้เล่นคนอื่นทางอ้อมแบบนี้อีกต่อไป

ประโยคหลังเดธได้เพียงแต่คิดอยู่ในใจ ไม่กล้าให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าตนก็เป็นหนึ่งในหลายคนที่ดีใจกับจุดจบของเกมวิปริตนี่เหมือนกัน

“เอ่อ...” เด็กสาวผมเปียพูดขึ้นอีกครั้ง “แล้วสรุปนี่มันยังไงกันคะ ไม่คิดจะเฉลยเรื่องคดีให้ฟังหน่อยหรือไง”

ถึงแม้ว่าคาโอริเองจะมีความสุขอยู่เหมือนกันที่เกมนี้กำลังจะจบลง เธอเองก็จะได้รอดกลับบ้านไปหาคนที่เธอรัก ทว่าลึกๆ ข้างในแล้วร่างเล็กก็รู้สึกจิตตกไม่น้อยที่ตนเองคิดไม่ถึงว่าฆาตกรจะเป็นคนๆ นี้ และมันก็เหมือนว่าเธอแพ้ให้กับไอริสซึ่งเป็นคนที่ไม่อยากจะแพ้มากที่สุดด้วย...แพ้อย่างเต็มเปาอีกต่างหาก เพราะฉะนั้น อย่างน้อยๆ แล้วสาวเจ้าจึงอยากจะรู้เฉลยของคดีเหล่านี้เหมือนกันว่ามันจะยากหรือซับซ้อนสักแค่ไหนกันเชียว

“ก็กำลังจะพูดอยู่นี่แหละค่ะ” ไอริสตอบก่อนเริ่มอธิบาย “อันที่จริงแล้ว ตั้งแต่คดีแรกมา พวกเราก็ติดกับดักของคนร้ายเข้าเต็มๆ สถานการณ์คล้ายกับที่คนร้ายมาติดกับเราในครั้งนี้เลยล่ะค่ะ”

“หมายความว่ายังไงเหรอคะ ที่ว่าคล้ายกันน่ะ” เซลีน่า สาวน้อยผู้สวมแว่นกรอบกลมเอ่ยถามขึ้นพลางขมวดคิ้วฉงน ฝ่ายคนถูกถามได้แต่อมยิ้มทว่ายังไม่ยอมตอบ

“หุ่นขึ้ผึ้งงั้นเหรอคะ” คาโอริคาดเดาออกมา

หญิงสาวดวงตาสีมรกตพยักหน้า ก่อนจะกล่าวเสริมว่า “อย่างที่เห็นแหละค่ะว่าหุ่นขี้ผึ้งรูปร่างใกล้เคียงกับคุณเทอเรนส์ที่วางอยู่บนเตียงนี่ พอไปอยู่ในความมืดแล้วก็หลอกคนร้ายได้เต็มๆ แน่นอนว่าคนร้ายก็ใช้วิธีเดียวกันหลอกพวกเราค่ะในคดีแรก...”

“...ใช่ไหมคะ คุณรุบิโน่”

คนใต้เสื้อคลุมนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหญิงสาวหน้าตาสะสวย รูปร่างระหง ผู้มีดวงตาสีแดงเหมือนทับทิมเม็ดโตเป็นจุดเด่น ก่อนที่เธอจะถูกพบศพในคดีแรกก็ไม่ได้เป็นที่จดจำเท่าไหร่นักเพราะเล่นแทบไม่ได้พูดอะไรออกมาเมื่ออยู่ในวงสนทนาเลย และหลังจากที่ถูกพบศพในคดีแรก รุบิโน่ เดียมานเต้ก็ถูกจดจำภาพลักษณ์ในฐานะ เหยื่อไปโดยปริยาย

เพราะอย่างนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมา จึงไม่มีแม้สักคนที่จะคาดไปถึงและสงสัยว่าเธอเป็นฆาตกร Sparrow ตัวจริง

ก็ใครจะไปคิดล่ะว่าเหยื่อจะพลิกผันมาเป็นฆาตกรตัวจริงได้ และใครจะไปคิดว่าการฆาตกรรมครั้งนั้นจะพลิกผันกลายเป็นการจัดฉากได้...ในเมื่อผู้เล่นเกมทุกคนต่างก็ได้เห็นศพของหญิงสาวผู้นี้กันเต็มๆ สองตามาแล้ว

รุบิโน่ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไปถึงไอริส ทำเพียงจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็งและกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้นใจเท่านั้น หญิงสาวผู้ไขปริศนาได้มองกลับด้วยหางตาอย่างไม่เกรงกลัว แล้วจึงเล่าความต่อ

“มันอาจจะดูเหมือนว่าคุณรุบิโน่ได้ตายไปแล้วจริงๆ เพราะพวกเราต่างก็เห็นศพของเธอมากับตาทั้งสองข้าง” ไอริสพูด “แต่ถ้าจริงๆ แล้วศพนั้นไม่ใช่เธอล่ะคะ”

“หมายความว่าศพนั้นเป็นหุ่นขี้ผึ้งอย่างนั้นเหรอคะ” เฮลิเซีย สาวผมบ๊อบซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มาช่วยกันล็อกตัวคนร้ายเอาไว้สันนิษฐานขึ้นมาบ้าง

“ไม่ใช่หรอกค่ะ” คาโอริแย้งทันควัน “ถ้าหากว่าเป็นหุ่นขี้ผึ้งล่ะก็ มองไปนานๆ ก็รู้นะคะ ถึงแม้ในห้องนั้นตอนนั้นมันจะมืดอยู่เหมือนกันก็เถอะ อีกอย่างมีคุณเฮฟฟินนั่งอยู่ใกล้ศพด้วย ถ้าศพนั้นความจริงแล้วเป็นแค่หุ่นขี้ผึ้ง คุณเฮฟฟินต้องมองออกอยู่แล้วค่ะ”

“หึ จะวิเคราะห์ให้มันยุ่งยากไปทำไม” เสียงของเด็กหญิงอายุสิบสองผู้มืดมนหรือยูกิดังขึ้น “ดูสภาพศพก็รู้แล้วไม่ใช่หรือไง ยัยโง่ ทั้งเลือดทั้งแผลน่ะก็เห็นอยู่ว่ามันสด มันเป็นของจริง”

“ถูกอย่างที่ทั้งคู่พูดมาค่ะ” หญิงสาวดวงตาสีเขียวสุกใสตอบรับ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงมีเลศนัย “ศพน่ะเป็นศพจริงแน่ค่ะ ไม่ใช่หุ่นขี้ผึ้ง แต่จะใช่ศพของคุณรุบิโน่รึเปล่าเท่านั้นเอง”

“แต่เราก็เห็นหน้าอยู่นี่คะว่าเป็นหน้าคุณรุบิโน่น่ะ มีตาสีแดงด้วย จะไม่ใช่ศพคุณรุบิโน่ได้ยังไง” เซลีน่าค้าน

“ศพเป็นศพจริง ก็ไม่ได้หมายความว่าหน้าจะเป็นหน้าจริงนะคะ” ไอริสบอก “แค่ส่วนหัวต่างหากค่ะที่เป็นหุ่นขี้ผึ้ง แค่ทำหัวหุ่นขี้ผึ้งหน้าเหมือนคุณรุบิโน่ขึ้นมาแล้วเอามาจัดวาง หรือบางทีอาจจะเย็บติดไว้กับตัวศพก็ได้ จากนั้นก็จัดเอาผมลงมาปรกหน้าเยอะๆ ประกอบกับอยู่ในความมืดด้วย เท่านี้ก็ดูยากแล้วค่ะว่าเป็นหัวหุ่นขี้ผึ้ง”

“แต่ถ้ามีคนเดินไปแตะก็จะรู้เลยนะครับ” เทอเรนส์โต้

“เพราะอย่างนั้นถึงต้องจับตัวเฮฟฟิน น้องชายฉันไปไงล่ะคะ” หญิงสาวตอบ “พอมีเฮฟฟินแล้ว ทุกคนก็จะพุ่งเป้าความสนใจไปที่เฮฟฟินเพราะคิดว่าเขาเป็นฆาตกร แล้วก็ไม่ได้ทันคิดที่จะเข้าไปแตะดูตัวศพ เพราะดูจากแผลเหวอะระดับนั้นแล้ว ประกอบกับชื่อของเกมที่ว่า เกมฆาตกรรมก็จะทำให้คิดไปว่าตายแล้วแน่ๆ ค่ะ เป็นหลักจิตวิทยาเบื้องต้นที่ดูเสี่ยงแต่จริงๆ แล้วมีโอกาสสำเร็จสูงมาก”

“ส่วนตัวผมเอง...” น้ำเสียงนั้นไม่ได้มาจากใครอื่นไกลที่ไหน เฮฟฟินซึ่งถูกกล่าวถึงและกำลังล็อกตัวรุบิโน่อยู่เหมือนกันนั่นเอง เขาขยายความต่อไปว่า “เพราะทุกคนพุ่งเป้ามาหาผม ผมก็เลยต้องพยายามแก้ต่างให้ตัวเองหรืออะไรทำนองนั้น ทำให้ความสนใจของผมพุ่งไปทุกคนเช่นกันครับ ไม่ได้หันมาสนใจศพสักเท่าไหร่เลย แค่ปราดตามองแป๊บเดียวในความมืดตอนที่ตื่นขึ้นมา แล้วพอเห็นแผลใหญ่มาก ประกอบกับทุกคนจู่ๆ ก็เข้ามาหาว่าเป็นฆาตกรที่ฆ่าคุณรุบิโน่ เลยคิดว่าเป็นศพของเธอจริงๆ ไปโดยปริยายครับ ไม่ทันสังเกตเลยว่าส่วนหัวเป็นหัวหุ่นขี้ผึ้ง”

“อันที่จริงมันก็ดูสมจริงอยู่แล้วด้วยล่ะค่ะ แล้วยิ่งอยู่ในความมืดอีก ถ้าไม่เข้าไปดูอย่างใกล้ชิดและละเอียดจริงๆ คงมองออกยาก” ผู้เป็นพี่สาวเสริม

“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะค่ะ” คาโอริยังคงมีข้อสงสัยที่คาใจอยู่ดี “แล้วศพนั่นจะเป็นศพของใครกันล่ะคะ”

“จะเป็นศพใครฉันเองก็ไม่รู้หรอกค่ะ แต่คุณรุบิโน่คงฆ่าตัดหัวเธอคนนั้นมาก่อนแล้ว และให้ผู้จัดขนศพมาให้พร้อมๆ กับของชิ้นอื่นๆ” ไอริสตอบเสียงเรียบราวกับเรื่องที่พูดอยู่ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอะไร

“จะเป็นไปได้ยังไงกันคะ! ในเมื่อตอนเราพบศพยังเห็นสภาพเหมือนเพิ่งตายใหม่ๆ อยู่เลย”

“ก็แค่ เหมือนน่ะค่ะ” หญิงสาวเจ้าของดวงตาสีเขียวสวยยังคงพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเดิม

“จำกันได้ไหมคะที่ฉันเคยบอกว่าฉันเห็นกระดาษเปื้อนเลือดเขียนด้วยปากกาว่า ช่วยด้วย ฉันอยู่ในนี้ อยู่หน้าห้องคุณรุบิโน่น่ะค่ะ แล้วพอทุกคนมาถึงข้อความก็หายไปแล้ว นั่นน่ะ อันที่จริงแล้วคุณรุบิโน่ก็คงเป็นคนเขียนเองค่ะ โดยต้องการให้มีใครสักคน ขอแค่คนเดียวมาเห็นตั้งแต่แรก ซึ่งบังเอิญเป็นฉัน แล้วพอฉันไปเรียกทุกคน คุณรุบิโน่ที่แอบมองดูอยู่ตั้งแต่แรกก็ใช้จังหวะนี้ลบข้อความออก โดยปากกานั้นเป็นปากกาลบได้ที่ต้องลบด้วยยางลบพิเศษและด้วยความร้อนมากกว่าปกติ ฉันจำได้ว่าตอนกลับมาเผลอยืนพิงประตูแล้วรู้สึกว่ากระดาษมันร้อนอยู่นิดๆ น่ะค่ะ ก็เลยนึกออกขึ้นมา

“และที่ต้องให้คนหนึ่งมาเห็นข้อความ แล้วจึงลบออกเมื่อคนนั้นไปเรียกทุกคนมาแล้วเนี่ย ก็เพื่อจะเป็นการพิสูจน์เวลาตายปลอมๆ ของคุณรุบิโน่ว่าตายวันถัดมา ไม่ใช่วันนั้นค่ะ เฮฟจะได้ไม่มีหลักฐานที่อยู่ และนั่นคือเหตุผลที่กระดาษเปื้อนเลือด เรื่องที่ฉันพูดไปคงไม่น่าเชื่อถือแน่ แต่เพราะกระดาษเปื้อนเลือดก็เลยดูน่าสงสัยอยู่หน่อยๆ สุดท้ายแล้วก็ต้องมีใครเป็นตัวแทนเข้าไปสำรวจดูในห้องอยู่ดี แต่เพราะทุกคน รวมถึงคนที่จะเข้าไปสำรวจซึ่งตอนนั้นคือคุณคาโอริน่ะค่ะ ไม่ได้เชื่อฉันตั้งแต่แรกอยู่แล้วใช่ไหมล่ะคะ ลึกๆ พวกคุณก็เลยจะคิดว่าในห้องมันคงไม่มีอะไรหรอก ดังนั้นพอคุณคาโอริบอกว่าไม่มีอะไรจริงๆ ก็เลยปักใจเชื่อกันหมด คุณคาโอริเองก็คงสำรวจผ่านๆ ไปอย่างไม่ละเอียดเพราะคิดว่าไม่มีอะไรเหมือนกันใช่ไหมล่ะคะ

“ส่วนเรื่องศพที่พบในวันต่อมา เพราะเฮฟบังเอิญไปโดนตัวศพและรู้สึกว่าศพตัวเย็นทั้งที่เพิ่งตาย ฉันก็เลยนึกออกค่ะว่าความจริงแล้วน่ะ ศพนั้นคงโดนคุณรุบิโน่ฆ่าไปก่อนหน้าเกมจะเริ่มเป็นวันๆ แล้ว แต่ถูกแช่ไว้ในน้ำแข็งแห้งซึ่งสามารถถนอมศพได้ เมื่อคุณรุบิโน่จะจัดฉากคดีฆาตกรรมก็ค่อยเอาศพที่แช่ไว้ออกมา เฮฟเลยยังรู้สึกว่าร่างของศพเย็นอยู่ค่ะ และที่ต้องถนอมศพไว้ก็แน่นอนว่าเป็นการทำให้ดูเหมือนว่าเพิ่งตายในวันนั้นแน่ๆ เพื่อโบ้ยความผิดทั้งหมดให้เฮฟซึ่งไม่มีหลักฐานที่อยู่ค่ะ”

หลังจากไอริสสาธยายอย่างยาวจนจบแล้ว ทั้งห้องก็ตกในอยู่ในความเงียบงันไปพักหนึ่ง ทุกคนเหมือนไม่รู้ว่าจะอึ้งให้กับความเฉลียวฉลาดของ Sparrow อย่างรุบิโน่ที่คิดแผนมาได้ หรือจะช็อกให้กับไหวพริบของไอริสที่ไขปริศนานี้ออกดี

“ทำไมถึงคิดออก” ฝ่ายคนร้ายตัวจริงที่ถูกล็อกตัวติดอยู่กับพื้นเอ่ยถามขึ้นมา ไม่มีข้อแก้ต่างให้ตัวเอง ไม่มีคำกล่าวแสดงถึงโทสะ ไม่มีคำประกาศกร้าวถึงความแค้นหรืออะไรทั้งนั้น มีเพียงคำถามสั้นๆ ข้อนี้ข้อเดียวซึ่งถูกนำมาพูดในขณะที่ดวงตาคู่สวยสีแดงสดนั้นฉายแววสับสนระคนเจ็บใจอย่างชัดเจน

“อันที่จริงจะว่าฟลุกก็ได้ค่ะ” คนถูกถามยอมรับออกมาตามตรง “ฉันแค่ไปสำรวจห้องคุณมาแล้วเห็นว่าข้าวของยังดูเหมือนถูกใช้งานอยู่เรื่อยๆ ประกอบกับฟังมาจากเฮฟว่าศพตัวเย็น พอเอามาคิดรวมๆ กับการที่มีกระดาษแปะอยู่หน้าห้องของคุณ แล้วก็การที่ทุกคนซึ่งเหลืออยู่มีหลักฐานที่อยู่ไม่คดีใดก็คดีหนึ่งกันหมดเลย ก็เลยพอจะนึกออกว่าคุณอาจจะไม่ได้ตายไปจริงๆ ก็ได้”

“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ทำไมคุณไอริสถึงได้คิดไปถึงเรื่องหุ่นขี้ผึ้งได้ล่ะคะ” คาโอริขัดจังหวะขึ้นมา

หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีทองอร่ามได้แต่ยิ้มบางเบา เธอกระแอมไอเบาๆ สองสามครั้งก่อนที่ดวงตาสีเขียวประดุจมรกตจะเหลือบไปมองทางด้านผู้จัดชายหญิงทั้งคู่ ฝ่ายเดธเห็นอย่างนั้นก็ยักคิ้วใส่อย่างยียวน

“เรื่องนี้ต้องขอขอบคุณคุณผู้จัดเลยล่ะค่ะ” ไอริสบอก “ฉันเพิ่งจะนึกได้ว่าของขวัญที่คุณผู้จัดหมายถึงวันนั้น อาจจะไม่ใช่การที่เราถูกขังไว้ในเกาะ แต่เป็นอย่างอื่น”

“หมายความว่ายังไงกัน...”

“คดีฆาตกรรมหุ่นขี้ผึ้งปลอมๆ นั่นล่ะค่ะคือของขวัญจากคุณผู้จัด หรือจะพูดให้ง่ายก็คือนั่นเป็นคำใบ้จากพวกเขาถึงพวกเรา เกี่ยวกับคดีที่จะเกิดต่อจากนั้นค่ะ” ร่างบางอธิบายต่อ “การที่ต้องเป็นคดีฆาตกรรมหุ่นขี้ผึ้ง ก็เพราะเป็นการใบ้ว่าคดีต่อไปจะมีการฆาตกรรมหลอกๆ อย่างนี้เช่นกันและจะมีหุ่นขี้ผึ้งเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมไปถึงการที่หุ่นต้องมีรอยเชือกบริเวณคอ ก็เพื่อจะบอกว่าคดีต่อไปนั้นจะมีรอยแบบเดียวกันบริเวณคอของศพ ซึ่งนั่นก็คือรอยเย็บระหว่างหัวหุ่นขี้ผึ้งกับศพจริงนั่นเองค่ะ”

“คดีนั้นไม่ได้สร้างมาเล่นๆ แต่เป็นของขวัญให้พวกเราจริงๆ ค่ะ เพราะคดีนั้นเลยแหละที่ทำให้ฉันคิดออก” ไอริสสรุป

สีหน้าของรุบิโน่แปรเปลี่ยนไปในทันทีทันใดหลังจากได้ยินเข้าแบบนั้น เธอขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม แววตาที่ดูสับสนไปหมดกลับแปรเปลี่ยนเป็นเต็มไปด้วยโทสะ หญิงสาวกัดริมฝีปากด้วยความเดือดดาลสุดขีด ก่อนจะตะคอกขึ้นมาน้ำเสียงแข็งกร้าวและกราดเกรี้ยว

“แบบนี้มันหมายความว่ายังไง!!” รุบิโน่กล่าวพลางจ้องไปทางเดธและเทอร์ทีนเขม็ง “คดีนั่นน่ะ ไหนบอกว่าเพิ่มมาให้ดูตื่นเต้นมากขึ้นเฉยๆ ไงล่ะ! นี่พวกแกกล้ามีเจตนาแอบแฝงกับฉันเหรอ!!! ลืมสัญญาของเราไปแล้วรึไงว่าถ้าพวกแกขัดขืนจะเป็นยัง...”

“ก็ไปฟ้องสิ” ผู้จัดหนุ่มชิงตอบกลับน้ำเสียงเยือกเย็นก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดได้จบประโยค ท่าทางกวนประสาทตามปกติหายไปหมด เหลือเพียงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาทำเอาเหล่าผู้เล่นคนอื่นๆ แอบขนลุกเบาๆ “ไปฟ้องเลย...”

“ถ้าคิดว่าถูกจับอยู่ในสภาพอย่างนี้แล้วจะหนีไปไหนได้ล่ะก็นะ” ผู้จัดสาวพูดเสริมขึ้นมาด้วยเสียงสะใจแบบปิดบังไม่มิด ฝ่ายคนโดนดูถูกพลันอารมณ์ร้อนยิ่งขึ้นไปอีก พยายามดิ้นขัดขืนอย่างมากที่สุดเท่าที่จะทำได้จนเหล่าผู้เล่นร่างกายแข็งแรงทั้งหลายที่จับเธอไว้นั้นต่างก็เกือบจะเผลอหลุดปล่อยมือออกด้วยเพราะเรี่ยวแรงมหาศาลเกินผู้หญิงตัวเล็กบอบบางทั่วๆ ไป

ไอริสได้แต่มองฆาตกรเหี้ยมโหดซึ่งหมดทางหนีอย่างสมเพช ก่อนจะกระแอมไอสองสามครั้งแล้วสาธยายต่อไปถึงเรื่องการเรียงลำดับเหยื่อที่ตนได้เคยวิเคราะห์และบอกกับน้องชายไปเรียบร้อยแล้ว

“...เพราะฉะนั้น ก็อย่างที่พูดมาทั้งหมด ถ้าอิงตามเนื้อเพลงแล้วเนี่ย คุณวิเวียนนาเป็น fly เพราะพูดมากจนคนรอบข้างมักจะรำคาญเหมือนการส่งเสียงหวี่ๆ น่ารำคาญของแมลงวัน ต่อจาก fly ก็เป็น fish ซึ่งก็คือคุณอเล็กเซีย เพราะเขาเย็นชาเหมือนกับน้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของปลา จากนั้นมาจึงเป็น beetle หรือคุณมาร์วินซึ่งมีสีสันเหมือนกับสีบนตัวแมลงเต่าทองนั่นเอง ต่อมาเป็นศพล่าสุดคือคุณไดรเซนที่เป็น owl เพราะเธอเป็นคนเงียบๆ เหมือนกับ owl ที่บินได้เงียบเชียบ

“และต่อจากนั้นก็คือ rook ซึ่งสาเหตุที่ฉันเดาว่าเป็นคุณเทอเรนส์ เพราะนก rook ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลอีกาเนี่ยจะมีขนสีขาวด้วย ไม่เหมือนกับอีกาชนิดอื่น และคุณเทอเรนส์เองก็มีผมสีขาวเหมือนกันค่ะ”

หญิงสาวยังคงอธิบายต่อไปเรื่อยๆ อย่างละเอียดเกี่ยวกับคดีแต่ละคดีไล่ตั้งแต่คดีของวิเวียนนาไป เธอย้อนความกลับไปพูดถึงปริศนาเลือดบนกำแพงอีกครั้งอย่างที่เคยถกกันไว้กับเฮฟฟินแล้ว และในส่วนของการที่ฆาตกรกระโดดลงไปเองจากห้องชมวิวเมื่อตอนคดีของอเล็กเซีย เธอก็ถ่ายทอดทฤษฎีที่เคยบอกน้องชายบุญธรรมไปแล้วเช่นกัน ในส่วนอื่นๆ และสองคดีที่เหลือ คือมาร์วินและไดรเซนนั้น ก็ไม่มีปริศนาอะไรซับซ้อนให้ไขแล้ว รุบิโน่สามารถฆ่าเหยื่อได้ง่ายๆ โดยได้รับความช่วยเหลือจากผู้จัดเกมในระดับหนึ่ง และอาศัยประโยชน์จากการที่ถูกคิดว่าตายไปแล้วให้ประกอบคดีฆาตกรรมได้สะดวกขึ้นอีกด้วย

            “ในตอนนี้ยังเหลือเพียงสิ่งเดียวที่ฉันยังคงคิดไม่ตกอยู่ค่ะ” ไอริสกล่าวท่ามกลางความเงียบกริบของผู้คนที่ตั้งหน้าตั้งตาฟังเธอพูดเอามากๆ

            “ฉันแค่ยังสงสัยอยู่ว่า...” หญิงสาวเว้นจังหวะไปสักพัก ก่อนจะหันไปสบตากับ Sparrow ตรงๆ แล้วเอ่ยต่อว่า “ทำไมคุณถึงต้องทำแบบนี้ด้วยคะ คุณรุบิโน่”

            ฝ่ายคนถูกถามนิ่งงันไปสักพัก ทว่าเมื่อมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีทับทิมแล้ว กลับมองเห็นทั้งความเสียใจอย่างรุนแรง ความเคียดแค้นที่สั่งสมมานาน และความรู้สึกอีกมากมายอยู่ในนั้น ราวกับว่าดวงตาคู่สวยคู่นั้นได้ทำหน้าที่เอื้อนเอ่ยบอกคำตอบออกไปแทนปากแล้ว

            “...มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เหรอคะ” ไอริสเองเมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่ายเป็นเช่นนั้นจึงเงียบไปชั่วครู่เช่นกัน ก่อนจะเปลี่ยนรูปแบบของคำถามแทน

            “เหอะๆ” เสียงหัวเราะที่ดูประชดประชันและแฝงไปด้วยความขมขื่นดังขึ้นมา ก่อนที่ร่างบางสวมเสื้อคลุมจะกล่าวขึ้นมาเพียงสั้นๆ

            “แกคงไม่รู้จริงๆ สินะ ว่าพวกแกทั้งหมดทำลายชีวิตฉันไปยังไง”




Talk

สวัสดีค่ะ มาอัพให้แล้วนะคะ 50%

เป็นยังไงกันบ้างกับครึ่งแรกของบทนี้ มีใครช็อกกันบ้างมั้ยที่รู้ตัวจริงฆาตกร หรือว่าเดาออกกันหมดตั้งนานแล้ว 555 ก็แอบหวังอยากจะให้ช็อกกันบ้างเนอะ แต่ถ้าเดาออกกันหมดคงแปลว่าบทเดียร์อ่อนไปจริงๆ จนเดาง่าย T^T

เดี๋ยวไว้มาต่อกันกับครี่งบทหลังที่จะเฉลยพวกปริศนาในคดีต่างๆ ที่ Sparrow ก่อไว้นะคะ ฝากติดตามกันด้วยนะคะ รักนักอ่านทุกท่านมากเลยน้าาา จุ๊บๆ <3

ยังไงก็คอมเม้นติชม วิจารณ์ หรือเป็นกำลังใจให้เดียร์ได้ตามสบายนะคะ!  


Talk 2

เดี๋ยวตอนนี้มาเฉลยปมของ Sparrow กันนะคะ :)

คอมเม้น โหวต แอดแฟน หรือเขียนคำนิยมได้ตามสะดวกนะค้า รักนักอ่านทุกท่านมากๆ เลยเน้อ <3




 

296 ความคิดเห็น

  1. #276 TBR' / Kuro (@roseamanelle123) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 21:12
    ใช่ค่ะ! ฉันไม่รู้!!! (เขาไม่ได้ถามเธอนะ =__=...)
    #276
    1
    • 22 มกราคม 2560 / 18:59
      อันนี้อินใช่ไหมคะเนี่ย 555
      ขอบคุณที่มาเม้นนะคะ คอมเม้นของท่านเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เดียร์พัฒนางานเขียนได้ต่อไปค่ะ :D
      #276-1
  2. #275 ZANE ZFAH (@SAIFAH_SORA) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 21:03
    ว้าาา~ เดาผิดไปแล้ว ขอบคุณไรท์ที่แต่งเรื่องได้สนุกและลุ้นอยู่ตลอดมากๆเลยนะคะ ^_^
    #275
    1
    • 22 มกราคม 2560 / 18:58
      เขินเลยค่ะ กรี๊ดดด >/////<
      ขอบคุณเช่นกันนะคะที่คอยติดตามอยู่ตลอด คอมเม้นของท่านเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เดียร์พัฒนางานเขียนได้ต่อไปค่ะ :D
      #275-1
  3. #274 TBR' / Kuro (@roseamanelle123) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 21:04
    เราก็อึ่งค่ะ! ไม่รู้จะอึ้งที่รุบิโน่คิดแผน หรือไอริสที่ไขคดีออกดี แต่ที่แน่ๆ อึ้งสุดๆคือไรท์ที่เป็นคนคิดเรื่องค่ะ! *-* (?)
    #274
    1
    • 22 มกราคม 2560 / 18:58
      โอยยยยย พูดงี้คนเขียนเขินนะคะเนี่ย!
      ขอบคุณมากๆ เลยค่ะสำหรับคอมเม้นที่เป็นกำลังใจให้เสมอมา คอมเม้นของท่านเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เดียร์พัฒนางานเขียนได้ต่อไปค่ะ :D
      #274-1