Penohew : World of Fantasia

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 บนรถไฟ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 94
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 ก.ย. 54

ตอนที่ 2 บนรถไฟ

 

ใช้เวลาไม่นานนักจากบ้านถึงสถานีรถไฟ ไอรอนฮอล สถานีรถไฟของเมืองกรีนวู้ด เป็นสถานีที่ไม่ใหญ่มากนัก เหมือนกับสถานีรถไฟฟ้าทั่วไป มีชานชาลาอยู่ 5 แห่ง ทางเข้ามีเคาเตอร์จำหน่ายตั๋ว 

 

เด็กหนุ่มลงจากรถรับจ้างและเดินไปยังเคาเตอร์ที่ว่างอยู่ มีคนขายตั๋วเป็นผู้หญิงผมสั้น เธอยิ้มรับเมื่อเห็นคริสเดินเข้ามา

 

“สวัสดีค่ะ ต้องการไปสถานีไหนค่ะ”

 

“เมือง คานัน ครับ” คริสบอก เจ้าหน้าที่หญิงผมสั้นกดพิมพ์ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ หลังจากนั้นก็ยื่นตั๋วให้คริส เขาจ่ายเงินให้เธอและรับตั๋ว

 

คริสเดินมาที่ชานชาลา 2 ตามที่ตั๋วรถไฟบอก รอบๆตัวมีคนรอรถไฟเล็กน้อย บางคนก็ยืนรอ บางคนก็นั่งเก้าอี้ยาวรอ คริสเดินไปนั่งข้างๆคนแก่คนหนึ่งที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ยาว

 

ประมาณไม่เกินสิบนาที รถไฟก็มา ผู้คนต่างก็ทยอยกันเดินเข้าไปในตู้รถไฟ คริสเดินตามเข้าไปติดๆ ในตู้รถไฟไม่ค่อยมีคนมากเท่าไรนัก ทำให้มีที่นั่งว่างอยู่เยอะ คริสเลือกนั่งที่มีโต๊ะสี่เหลี่ยม มีเก้าอี้สี่ตัว เด็กหนุ่มวางของไว้ข้างในและนั่งลงข้างๆสัมภาระ ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง

 

เมื่อผู้โดยสารขึ้นรถไฟหมดแล้ว รถไฟก็ร้องวู้ดๆ สองทีเป็นสัญญาณว่าจะออก และรถไฟก็ค่อยๆวิ่งไปตามราง

 

ตัวรถไฟเป็นรถไฟปรับอากาศ ทำให้ไม่สามารถเปิดหน้าต่างได้ คริสทอดสายตามองออกไปที่กระจก วิวทิวทัศน์จากที่เป็นตึกรามบ้านเมือง ก็กลายเป็นป่าไม้ บางครั้งก็เป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เขียวขจี

 

“รถไฟเที่ยวนี้จะจอดลงสองจุดก่อนจะถึงที่หมายเมืองคานันแฮะ” คริสอ่านหนังสือเส่้นทางเดินทางของรถไฟ

 

“เมืองแรกคือ  ฮาทวอล เมืองที่สองคือ โดรอย” คริสไล่อ่านดูจึงรู้ชื่อเมืองที่ต้องผ่าน เมื่อเขาอ่านจนจบก็เริ่มเบื่อจึงซื้อหนังสือพิมพ์ที่คนขายเดินเร่แจกในรถไฟมาอ่าน

 

หนังสือพิมพ์ที่โด่งดังและน่าเชื่อถือมากที่สุดของโลก Penohrw คือหนังสือพิมพ์ของบริษัท ซัดเดนรี่

 

“หุ้นของบริษัท เรสต้า เพิ่มขึ้นอีก 20 หน่วย เพราะยอดขายของแร่ธาติ โซล่า เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 100 ล้าน เดน (ค่าเงินของโลก Penohew)…” คริสเริ่มอ่านหน้าแรก หน้าสอง หน้าสาม…เขาก็เริ่มหาว และวางหนังสือพิมพ์ลง ก่อนจะฟุบลงกับโต๊ะ หลับตาลง เตรียมตัวนอน

 

นี้แหละข้อดีของที่นั่งที่มีโต๊ะ นอนหลับฟุบลงไปได้ และเขาก็เข้าสู่โลกแห่งความฝัน

 

 

….นานเท่าไรก็ไม่รู้ได้ แต่รู้ว่ามีใครมาเขย่าตัวของเขา คริสตื่นมาอย่างงัวเงีย และพบว่ามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆเขา

 

หญิงสาวหน้าตาน่ารัก นัยตาสีดำโต ผมสั้นถึงบ่าสีน้ำตาลอ่อน สูงราว 165 เซนติเมตร คิ้วเรียว เธอแบกเป้ใหญ่ที่หลัง สวมกางเกงขาสั้นสีดำ เสื้อยืดสีขาว สายตามองมาที่เขาอยู่

 

“มีอะไรเหรอ” คริสถาม พลางขยี้ตาขวา

 

“มีคนนั่งไหม พอดีที่ว่างอื่นเต็มหมดแล้วนะ” เด็กหญิงถาม เมื่อคริสมองไปนอกหน้าตา ก็พบว่าในขณะนี้ถึงเมืองฮาทวอลแล้ว ผู้โดยสารจากเมืองนี้ก็ทยอยกันขึ้นรถไฟ ทำให้ที่นั่งเริ่มเต็ม

 

“อ๋อ ได้สิ เชิญเลย” คริสบอก กวาดมือไปยังที่นั่งตรงข้าม

 

เด็กสาววางกระเป๋าไว้ที่นั่งริมในเหมือนคริส และทิ้งตัวลงกับที่นั่งตรงข้ามคริส เหม่อมองไปนอกหน้าต่าง

 

 ราวๆ 5 นาที รถไฟก็ออกจากชานชาลา ทำให้วิวเปลี่ยนมาเป็นป่าไม้และทุ่งหญ้าอีกครั้ง

 

เด็กสาวหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านฆ่าเวลาจากกระเป๋าเดินทาง คริสก็ไม่มีอะไรทำ จึงหยิบหนังสือจากกระเป๋าเดินทางขึ้นมาอ่านบ้าง

 

เมื่อหญิงสาวที่นั่งตรงข้ามเหลือบเห็นหนังสือที่คริสหยิบขึ้นมาอ่าน ก็ร้องทักเบาๆ

 

“ว้าว นิยายเรื่อง นักดาบกับสิบนักสู้ไร้นาม เธอซื้อทันด้วยเหรอ มันหมดเร็วมากเลยนิ เพราะพิมพ์แค่สี่ร้อยเล่มเอง”

 

“ใช่ พอดีพ่อเรามีเส้นนิดหน่อยนะ ก็เลยได้มาเล่มนึง” คริสบอก และยื่นหนังสือให้หญิงสาว “เธอจะลองอ่านดูไหมละ”

 

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวขออ่านของตัวเองให้เสร็จก่อนก็แล้วกัน” หญิงสาวยิ้ม และชูหนังสือที่อยู่ในมือ

 

“ว่าแต่…เธอจะไปไหนเหรอ แบกกระเป๋ามาซะใหญ่เลย” คริสถามอย่างสงสัย เพราะดูรูปร่างหน้าตาแล้ว อายุน่าจะรุ่นเดียวกับเขา

 

“ทำงานนะ ที่เมืองคานัน พอดีมีพี่ชายทำงานอยู่ที่นั้น ฉันก็เลยตามพี่ชายไปทำงานที่นั้นด้วย”

 

“โห ทำงานเร็วมากเลยนะ แล้วทำงานบริษัทอะไรละ”

 

“มันเป็นบริษัทแบบรับจ้างทั่วไปนะ ชื่อบริษัท วาเรียส”

 

“ฮ้า บริษัทเดียวกับที่เราจะไปเลย” คริสร้องอย่างดีใจ เพราะจะได้ไม่ต้องไปคลำทางหาเมื่อไปถึงเมืองคานัน

 

“อ้าว เธอก็จะไปบริษัทวาเรียสเหมือนกันเหรอ”

 

“ใช่แล้วละ” คริสบอก และเล่าเรื่องพี่ชายของตัวเองให้กับหญิงสาวฟัง

 

“ฮ่าๆ พี่ชายเธอนี้ตลกจังนะ ว่าแต่เรายังไม่รู้จักชื่อกันเลยนิ ฉันชื่อ ซาร่า ฮาบิเน็ต ยินดีที่ได้รู้จัก” ซาร่าแนะนำตัว และยื่นมือไปให้

 

“คริส ซิลเวอร์ฮาร์ท ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน” คริสยื่นมือไปจับตอบและเขย่าเล็กน้อย

ทั้งสองนั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน ในระหว่างที่รถไฟแล่นด้วยความเร็ว บางครั้งก็เข้าผ่านอุโมงค์ บางครั้งก็เห็นแต่ป่าไม้ใหญ่ บางครั้งก็เห็นตึกรามบ้านช่อง

 

“เธอฝึกดาบด้วยเหรอ” ซาร่าถาม

 

“ใช่แล้ว เธอเห็นดาบนี้ใช่ไหมละ บ้านฉันเป็นโรงฝึกดาบนะ” คริสหยิบมันขึ้นมาและส่งไปให้ซาร่าดู ซึ่งซาร่าก็รับมันมาและขอแกะผ้าออก คริสก็พยักหน้าอนุญาติ

 

“ว้าว มันเป็นดาบที่สวยมากเลยละ” ซาร่าเอ่ยปากชม มองดาบด้วยแววตาเป็นประกาย หยิบมันพลิกไปมา แล้วจึงพันดาบเหมือนเดิมและส่งคืนให้

 

“แปลว่าเธอก็ต้องเก่งฟันดาบมากเลยสิ” ซาร่าถาม

 

“ก็ไม่หรอก ไม่เคยชนะพ่อกับพี่เลย ซักครั้งเดียว” คริสตอยพร้อมยักไหล่

 

ก่อนที่ทั้งสองจะได้เอ่ยปากคุยกันต่อ รถไฟก็ถึงชานชาลาโดรอย ผู้โดยสารจำนวนหนึ่งลงที่สถานีนี้ซึ่งรวมถึงคนที่อยู่โต๊ะข้างๆคริสด้วย แต่แล้วก็มีคนมานั่งแทนที่ เป็นเด็กหนุ่มผมขาว หน้าตาหล่อ นัยตาสีฟ้าเหมือนทะเล รูปร่างสมส่วน สูงประมาณ 180 ซม. แบกกระเป๋าเป้สีดำใบใหญ่โต เมื่อเขานั่งลงก็หันมายิ้มให้กับพวกเขา เหมือนกับทักทาย ซึ่งคริสและซาร่าก็ยิ้มให้เล็กน้อยตอบกลับ

 

ไม่นานนัก รถไฟก็แล่นออกจากชานชาลา มุ่งสู่เมืองคานัน คริสและซาร่าคุยกันเรื่อยเปื่อยได้สักพัก ก็ได้ยินเสียงกรนเบาๆที่โต๊ะข้างๆ เมื่อทั้งสองหันไปดูก็พบว่าเด็กหนุ่มผมขาวหลังพิงก้าอี้หลับไปเสียเรียบร้อยแล้ว

 

“นอนหลับเร็วจัง” ซาร่าพูดด้วยความแปลกใจ

 

เมื่อทั้งคู่คุยเมาท์กันต่อไปได้ไม่กี่นาที ก็มีเสียงเอะอะโวยวายขึ้นที่ตู้โดยสารด้านหน้าของพวกเขา และไม่นานนักเอง ก็มีผู้ชายสวมเสื้อดำทั้งชุดประมาณ 4 คน มีผ้าปกปิดใบหน้าเหลือแต่เพียงนัยตา บางคนสวมหมวกผ้าไหมด้วย ในมือถือปืนกลหนัก และที่ตัวมีระเบิดมือ ที่เอวมีปืนพก เรียกง่ายๆว่า เจ้าพวกนี้อาวุธครบมือ!!

 

ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไร ชายถือปืนคนหนึ่งก็ยิงปืนไปที่เพดานหลายนัด และตะโกนก้อง

 

“หยุดและนั่งลงกับที่ นี้คือการปล้น!! ใครขยับตาย!!”

 

ผู้โดยสารหลายคนร้องโหวเหวกโวยวายด้วยความตกใจ แต่เมื่อโจรรถไฟยิงปืนขึ้นอีกรอบ ทั้งรถไฟก็เงียบกริบในทันที

 

“ใครตุกติกหรือทำตัวน่าสงสัย พ่อยิงไม่เลี้ยงแน่!!”​ หนึ่งในโจรรถไฟพูดและเล็งปืนไปที่ผู้โดยสารเป็นการขู่ เมื่อคริสมองเหลือบผ่านประตูไปข้างหน้าก็พบว่าตู้โดยสารข้างหน้าก็มีโจรรถไฟอาวุธครบมืออีกหลายคน

 

เมื่อผู้โดยสารนั่งลงกับที่และสงบเงียบแล้ว ประตูตู้รถไฟก็เปิดออก และมีโจรรถไฟอีกหลายคนเดินเข้ามาและไปยังตู้โดยสารถัดไป และเสียงปืนก็ดังขึ้นอีก แปลว่าพวกมันทำแบบเดียวกับเมื่อกี้

 

“ใครมีโทรศัพท์มือถือ เอามาใส่ไว้ในกระเป๋าใบนี้ อย่าให้ต้องค้นตัว ถ้าค้นตัวเจอ ตาย!!” โจรรถไฟบอกและเดินถือกระเป๋าถุงสีดำไล่ไปตามโต๊ะ ผู้โดยสารรีบเอาโทรศัพท์มือถือหย่อนลงไปในกระเป๋าถุงด้วยความหวาดกลัว

 

และแล้วก็มาถึงโต๊ะของคริส

 

“เอามือถือของพวกแกมาใส่ถุงเร็ว” โจรรถไฟบอก และยื่นถุงดำมาใส่หน้าของคริส

 

“ฉันไม่มีมือถือ” คริสตอบง่ายๆ ส่วนซาร่าก็หยิบมือถือขึ้นมาและหย่อนลงไปโดยดี

 

 “แน่ใจนะว่าแกไม่มี”

 

“ไม่มีจริงๆ พ่อไม่ยอมซื้อให้”

 

โจรรถไฟไม่สนใจอะไรอีก หันไปด้านตรงข้ามพวกเขา และพบกับเด็กหนุ่มผมขาว

 

“อะไรเนี้ย” โจรรถไฟร้องอย่างตกใจ เมืิ่อคริสและซาร่าหันตามไปมองก็เกือบร้องอุทานตกใจเช่นกัน

 

เด็กหนุ่มผมขาวนอนหลับอย่างสบายใจเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขาพาดไปกับเก้าอี้ตรงข้าม มือทั้งสองกอดอก กรนและเคี้ยวฟันดังเบาๆ หายใจเป็นจังหวะปกติ

 

“เขาแกล้งหลับหรือหลับจริงเนี้ย” ซาร่าพูดเบาๆ คริสทำปากเบ้ ยักไหล่แสดงถึงการไม่รู้

 

“เฮ้ย ตื่น!!” โจรรถไฟเอามือไปตบแขนของเด็กหนุ่มแรงๆ แต่นั้นก็ไม่สามารถปลุกเขาได้ โจรรถไฟตบอีกรอบ คราวนี้ได้ผล เด็กหนุ่มผมขาวตื่น หน้าตางัวเงียเหมือนคนพึ่งตื่น และมองไปยังโจรรถไฟอย่าง งงๆ

 

“จะมาตรวจตั๋วเหรอครับ” เด็กหนุ่มผมขาวถาม นัยตาหรี่มองโจรรถไฟ

 

“พวกข้าเป็นโจรโว้ย” โจรรถไฟบอกและเอาปืนจ่อไปยังเด็กหนุ่มหน้าหล่อ น้ำเสียงอารมณ์เสีย

 

“เอาโทรศัพท์มือถือมา และใส่ลงในถุงนี้”

 

“นี้ครับ ตั๋วรถไฟ” เด็กหนุ่มพึ่งตื่นยื่นตั๋วรถไฟให้

 

“โทรศัพท์มือถือโว้ย ไม่ใช่ตั๋ว โทรศัพท์มือถือ” โจรรถไฟเน้นเสียงที่คำหลัง

 

“เออ….ผมไม่รับน้ำชาคริบ”

 

“โท-รา-ศัพท์-มือ-ถือ” โจรรถไฟเน้นที่ละคำ

 

“อ๋อ กาแฟก็ไม่เอาครับ ขอบคุณ”

 

“โว้ย พอกันที” โจรรถไฟหมดความอดทนและเอาปิืนจ่อหัวของเด็กหนุ่มผมขาว

 

 

ซาร่าเห็นดังนั้น รีบหันมาพูดกับคริสด้วยเสียงกระซิบ หัวใจเต้นรัว

 

“คริส เราต้องทำอะไรซักอย่างแล้วละ”

 

“คิดเหมือนกันเลย” คริสตอบด้วยเสียงกระซิบเช่นกัน

 

คริสหันหลังมองไปยังด้านประตูหลัง สองคน… หันกลับมาด้านประตูหน้า อีกสองคน รวมเป็นสี่… ข้างๆรวมเป็นห้าคน

 

“ต้องหลอกล่อหน่อยละ” คริสคิดในใจ

 

“โอ้ยยยยยยยย” จู่ๆคริสก็ร้องลั่น ทำให้โจรที่อยู่ข้างๆสะดุ้งเฮือก และหันมามองคริสอย่างตกใจ

 

“อะไร ตะโกนอะไร” โจรรถไฟถาม ซึ่งตอนนี้คริสนั่งกุมท้อง ทำหน้าตาเจ็บปวด

 

“ปวดท้อง โอยยยยย” คริสร้องครวญคราง

 

“แกเป็นอะไร หยุดร้อง หนวกหูโว้ย” โจรรถไฟบอก ในขณะนี้โจรที่อยู่ประตูหน้าสองคนเดินมาดูคริสด้วยความสงสัย

 

“อะไร เกิดอะไรขึ้น” โจรที่มาจากประตูหน้าถาม

 

“ตอนนี้ละ” คริสชักดาบออกจากฝักที่เขาแกะผ้าที่ห่ออยู่ออกเรียบร้อยแล้ว ฟาดดาบไปยังท้องของโจรคนแรกที่อยู่ด้านหน้าอย่างรวดเร็ว จากนั้นเด็กหนุ่มหมุนตัวฟาดดาบไปที่หัวของโจรคนซ้ายและหมุนตัวอีกทีกวาดดาบลงล่างฟาดไปยังขาของโจรที่อยู่ด้านขวามือ เมื่อโจรรถไฟล้มลง คริสก็กระโดดเหยียบหน้าของโจรที่ล้มลงเต็มแรง โจรที่อยู่ด้านหลังเห็นเหตุการณ์ก็หยิบปืนเตรียมกระดิกไกปืนยิงใส่คริส

 

คริสเงื้อดาบด้วยมือขวาเคลื่อนตัวดาบไปด้านซ้าย ฉับพลันซาร่าที่อยู่ใกล้ๆสัมผัสถึงอะไรบางอย่างมารวมกันที่ดาบของคริส ตัวดาบของเด็กหนุ่มเหมือนเรืองแสงสีขาวเล็กน้อย เมื่อเด็กหนุ่มสะบัดดาบออกไปทางโจรที่อยู่ด้านหลัง มีอะไรบางอย่างออกมาจากดาบของคริส รูปร่างเป็นเสี้ยววงกลม มองเห็นด้วยตาเปล่า กระแทกโจรทั้งสองดังตูม โจรสองคนกระเด็นตัวลอยกระทบผนังเต็มแรง ก่อนจะล้มลงแน่นิ่งกับพื้น

 

ในห้องผู้โดยสารทั้งตู้เงียบกริบ ทุกคนกำลังอึ้งกับเหตุการณ์ที่พึ่งได้เห็นเมื่อกี้ รวมไปถึงเด็กหนุ่มผมขาวที่พึ่งจะตื่นด้วย

 

“ว้าว สุดยอดไปเลยคริส” ซาร่าพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ

 

“เธอใช้ปราณใช่ไหม” ซาร่าถาม เมื่อคริสกำลังตรวจสอบโจรรถไฟอยู่

 

“ใช่แล้ว” คริสตอบสั้นๆ เพราะเขาง่วนอยู่กับการค้นตัวโจรรถไฟ เหมือนกำลังหาอะไรบางอย่างอยู่

 

“เธอฟันโจรด้วยดาบ ทำไมฟันมันไม่เข้าละ” ซาร่าถามต่อด้วยความสงสัย ซึ่งมันจริงอย่างที่ซาร่าบอก โจรที่คริสโจมตีไม่มีใครมีบาดแผลเหมือนถูกดาบฟันเลยซักคน มีแต่รอยเหมือนถูกไม้ตี เป็นรอยช้ำมากกว่า

 

คริสไม่ตอบอะไร แต่ยื่นดาบไปให้เด็กสาวแทน ซึ่งเด็กสาวรับมันมางงๆ ตัวดาบเป็นสีเทา ไม่มีกระบังดาบ แต่เมื่อเธอดูใกล้ๆ ก็ค้นพบคำตอบ

 

“ดาบไม่มีคม” ซาร่าเอ่ยขึ้นมาเมื่อเธอดูที่ตัวดาบชัดๆ ดาบนั้นเหมือนจะไม่ใช่ดาบ แต่มันเหมือนกับแท่งเหล็กแบนเสียมากกว่า เพราะตัวดาบนั้นไม่มีความคมเลยแม้่แต่น้อย ซาร่าเอามือไปจับดู มันไม่บาดนิ้วของเธอ ความสัมผัสเหมือนกับจับกับเหล็กธรรมดา

 

“ฉันไม่เคยเห็นดาบแบบนี้มาก่อนเลย” ซาร่าพูดด้วยความสนใจ 

 

“มันเป็นดาบของตระกูลฉันเอง ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ” คริสบอก และเขาก็หยิบอะไรขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อของโจรคนหนึ่ง มันเป็นกระดาษสีแดง มีตัวหนังสือสีดำเป็นอักษร A และมีปีกสีดำอยู่ทั้งสองข้างของตัวอีกษร A

 

เขาส่งกระดาษใบนั้นไปให้ซาร่าดู ซึ่งเธอรับมันมาดูและขมวดคิ้ว

 

“อะไรนะ” เธอถาม แต่ก่อนที่คริสจะตอบ ก็มีเสียงหนึ่งตอบมาก่อน

 

“กองโจรอาราเรีย”

 

เด็กหนุ่มผมขาวนั้นเองเป็นคนพูดขึ้นมา หน้าตาของเขาดูสดใสขึ้นมาแล้ว หลังจากที่หน้าตาง่วงนอนมาตลอด เขาบิดขี้เกียจจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นดัง กรอบ

 

“กองโจรท่ี่มีชื่อมากในการปล้นสะดม ไม่รู้ผู้นำแน่ชัด แต่มีข่าวลืิอมาว่ามีกองโจรมากมายในโลกมาร่วมมือกับกองโจรอาราเรีย พวกมันทำเร่ืองชั่วๆตั้งแต่ปล้นธนาคารจนถึงก่อกบฎหรือไม่ก็สร้างสงครามกลางเมือง”

 

“ตื่นตั้งแต่เหมือนไรเนี้ย” คริสถาม

 

“ก็ตั้งแต่ที่มันปลุกนั้นแหละ”

 

“อ้าวจริงปะเนี้ย แล้วทำไมต้องไปกวนตีนมันด้วย เดี๋ยวก็โดนมันยิงหรอก” ซาร่าถามบ้าง

 

“ไม่โดนหรอก ฝีมือแค่นั้นทำอะไรฉันไม่ได้หรอก” เด็กหนุ่มผมขาวตอบง่ายๆ ทำเอาคริสกับซาร่ามองด้วยสายตาแปลกๆ เหมือนกับไม่เชื่อว่าจะออกมาจากปากของคนที่เพิ่งโดนโจรเอาปืนจี้หัว

 

“เอาไงต่อดีละ ถ้าพวกมันรู้คงเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆเลย” ซาร่าบอก

 

“ไม่ต้องห่วงพวกมันรู้แล้วละ” คริสบอกและบุ้ยปากไปที่ประตูหลัง ซึ่งโจรอีกสองคนเข้ามาในตู้โดยสาร

 

“เฮ้ย มันเกิดอะไรขึ้นเนี้ย” โจรที่เข้ามาโวยวายทันที และเล็งปืนไปยังพวกคริส

 

“พวกแกทำใช่ไหม”

 

“เปล่านะ ผมไม่ได้ทำ อย่ายิงนะ” เด็กหนุ่มผมขาวบอกเลิ่กลั่ก ยกมือขึ้นทั้งสองข้างเหมือนกับยอมแพ้

 

“แล้วใครทำ” โจรรถไฟตะคอกเสียง

 

“ไม่รู้ครับ ผมเพิ่งตื่น” หนุ่มผมขาวบอก โจรทั้งสองที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ เด็กหนุ่มผมขาว ซึ่งตอนนี้คริสกับซาร่ายังไม่ขยับตัวเพราะต้องการดูลาดเลาก่อน และอีกอย่างผู้โดยสารแต่ละตู้เป็นตัวประกัน ความปลอดภัยต้องมาก่อน

 

“แก…กวนตีนพวกข้าเรอะ” โจรรถไฟถามด้วยน้ำเสียงน่ากลัว และยกด้ามปืนเงื้อจะกระแทกหน้า แต่เด็กหนุ่มหน้าหล่อก้มตัวหลบ และหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเป้

 

มันเป็นดาบยาว ตัวดาบสีเงิน ด้ามจับสีดำทมิฬ เด็กหนุ่มฟันเข้าไปที่เอวของโจรคนแรกที่อยู่ด้านหน้า และแทงไปที่ไหล่ของโจรคนที่สอง ก่อนจะใช้ด้ามจับกระแทกไปที่คอของโจรคนที่สอง ทำให้สลบไปแน่นิ่งไป

 

คริสและซาร่ามองเด็กหนุ่มผมขาวอึ้งๆ การโจมตีของหนุ่มผมขาวเมื่อกี้ไม่ใช่การโจมตีของมือสมัครเล่น ถ้าเด็กหนุ่มผมขาวฟันไปที่เอวของโจรคนแรกลึกกว่านี้ โจรคนนั้นก็คงจะตายไปแล้ว และการโจมตีครั้งที่สองที่ใช้ด้ามดาบก็เป็นการโจมตีที่ตรงจุดพอดี ทำให้โจรคนที่สองสลบไปแบบไร้เสียง

 

มันเป็นท่าต่อสู้ของผู้ที่ฝึกฝีมือมาอย่างมากมาย ไม่ใช่ท่าต่อสู้ทั่วๆไปแน่นอน

 

“นายก็มีฝีมือดีนิ” คริสบอก

 

“นายก็เหมือนกันแหละ” เด็กหนุ่มผมขาวบอกยิ้มยิงฟัน

 

“นายชื่ออะไรละ ฉันคริส ซิลเวอร์ฮาร์ท” คริสถาม พร้อมแนะนำตัวเองก่อน

 

“อเล็ก ลอรีไนทิส แล้วหญิงสาวสวยคนนี้ละ” อเล็กหันมาหาซาร่า

 

“ซาร่า ฮาบิเน็ตจ๊ะ” ซาร่าตอบเขินๆที่อเล็กชม

 

“ยินดีที่ได้รู้จักทั้งสองคน รายละเอียดอื่นๆเดี๋ยวค่อยคุยกัน ตอนนี้เราไปจัดการโจรปล้นรถไฟก่อน”  

  

  

 

 

 

  

80 ความคิดเห็น

  1. #47 AmaichibiiZa (@amaichibii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2554 / 20:11
     ฮ่าๆ กวนสุดๆ ชอบๆ
    #47
    0
  2. #46 Reray (@jtamasp1) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2554 / 16:42
    ฮา  แอบสงสารโจรกลุ่มนั้นจังเลยแหะ

    เรื่องกำลังดำเนินไปอย่างน่าตื่นเต้น


    รอตอนต่อไปนะฮ๊าฟฟ
    #46
    0
  3. #45 Titanic Arow (@lianglong) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2554 / 22:21
    หนุก ๆ มีโจรด้วย ชอบบบบบบ
    ( บ้าไปเเล้ว ) 
    #45
    0
  4. #44 VampirZIce (@takujang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2554 / 19:17
    ฮามากๆครับ รอตอนต่อไปนะครับ =w=
    #44
    0