จักรพรรดิอันธพาล (พร้อมจัดส่ง)

ตอนที่ 37 : เสด็จเยือนวังหลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,914
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 135 ครั้ง
    23 มิ.ย. 61

          ฉลองพระองค์สีแดงฉานปลิวสะบัดตามทางเดินเข้าสู่ตำนักของเฟิ่งกุ้ยเฟย ใบหน้าหวานล้ำที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขาถูกแทนที่ด้วยความงดงามสมวัย ทั้งอ่อนหวาน ตราตรึงใจ หากสิ่งเหล่านี้มิอาจฉุดรั้งพระทัยของฮ่องเต้เอาไว้ได้ ด้วยบุปผางดงามจนล้นวังต่างมีลักษณะคล้าย ๆ กัน พวกนางมักจะกล่าววาจาเชิงประชดว่านางนั้นมีส่วนคล้ายพระสนมคนโปรดสี่ห้าส่วน แล้วก็เกิดความวุ่นวายขึ้นไม่จบสิ้น จักรพรรดิจอมปลอมถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะสาวเท้าเผชิญกับนาง

          “ถวายพระพรเพคะฝ่าบาท” ร่างบางอมยิ้มอย่างเขินอาย กล่าวทักทายด้วยดวงตาเป็นประกาย เขาเดินนำเข้าไปยังด้านใน มีของพระราชทานทั้งแจกัน เครื่องถ้วยลวดลายล้ำค่าจากต่างแคว้นที่นางจงใจแสดงให้เห็นว่านางเอาใจใส่กับของพระราชทานมากเพียงใด

          “หม่อมฉันสั่งให้ตั้งเครื่องเสวยเลยนะเพคะ วันนี้หม่อมฉันลงมือทำอาหารที่ฝ่าบาททรงโปรดปราน หากมีข้อผิดพลาดประการใดได้โปรดชี้แนะหม่อมฉันด้วยเพคะ” นางค้อมกายคำนับอย่างงดงาม แล้วขบวนอาหารนับสิบก็เคลื่อนเข้ามายังห้องโถง

          “เอ่อ...” ใบหน้างดงามซีดลงเล็กน้อยเมื่อเหยากงกงถลันออกไปขวางขบวนแล้วใช้ตะเกียบเงินตรวจสอบพิษในอาหาร เพียงชั่วครู่ใบหน้าหวานล้ำก็ปั้นแต่งรอยยิ้มขึ้นมาประดับบนใบหน้าเช่นเดิม

          “ให้เหยากงกงได้ทำหน้าที่เถิด ข้าขี้เกียจทนฟังเสียงบ่นประท้วงของเขา” โอวหยางเฉียนยกจอกชาขึ้นจิบ ซ่อนรอยยิ้มสะใจภายใต้ถ้วยชาลวดลายงดงาม เมื่อเสร็จสิ้นพิธีเหล่าอาหารก็ลำเลียงขึ้นมาบนโต๊ะจนแทบไม่มีที่ว่าง

          “อาหารเหล่านี้ สามารถแบ่งให้ชาวบ้านอิ่มหนำสำราญได้หลายครอบครัว” ร่างบางก้มหน้าหลบสายตา เขาเดาว่านางคงโทษตนเองอยู่ในใจเป็นแน่

          “หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ”

          “ไม่เป็นไรหรอกเฟิ่งเอ๋อร์ เจ้ายินดีปรนนิบัติข้าอย่างสุดความสามารถ ข้าแค่ไม่อยากให้เจ้าลำบาก” ยิ่งพูดสีหน้าของนางยิ่งแย่ลงตามลำดับ แม่ทัพอย่างเขาหากทำให้สตรีร้องไห้คงจะเสียศักดิ์ศรีน่าดู เสมือนรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่าตน

          “หม่อมฉันยินดีเพคะ” ร่างสูงลอบถอนหายใจก่อนจะหันไปหาตัวช่วยอย่างเหยากงกง พยายามส่งสายตาข่มขู่อยู่พักใหญ่จึงได้รับความช่วยเหลือ บรรพบุรุษเจ้าเถอะกงกงเฒ่า!

          “เอ่อ...พระชายา ก็รู้ว่าฝ่าบาทตรัสไม่คิด...เอ่อ ข้าหมายถึงพระองค์ไม่ได้ตั้งพระทัยต่อว่าพระชายา เพียงแค่ทรงหวังดีอยากให้พระชายาถนอมร่างกายไว้ปรนนิบัติพระองค์มากกว่าพะย่ะค่ะ” เหยากงกงกระซิบเสียงดังจนนางกำนัลในห้องครัวส่งเสียงหัวเราะคิกคัก แต่ก็ถือว่าเป็นการเสียหน้าที่คุ้มค่า เมื่อใบหน้าซีดราวกับผ้าขาวสามฉื่อซับสีเลือดจนแดงกล่ำ

          “ฝ่าบาท...”

          อ้าว! แล้วก็ขวยเขินบิดกายไปมาราวกับสตรีแรกแย้ม เจ้าไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะเฟิ่งหลิง เขาลงมือคีบชิ้นเนื้อในจานอาหารเข้าปาก นางจึงเลิกเอียงอายคีบชิ้นเนื้อเข้าปากอย่างมีความสุข มือใหญ่คืบผักสีเขียวสดลงชามข้าวของนางเป็นการตอบแทน นั่นยิ่งทำให้รอยยิ้มหวานล้ำงดงามขึ้นอีกหลายส่วน ชั่วขณะหนึ่งเขาหลงใหลไปกับความสุขตรงหน้า ยามหลับตาแล้ววาดฝันถึงภาพของสองสามีภรรยาชั้นคหบดีกินข้าวด้วยกัน หยอกเย้ากระเซ้าแหย่กันไปมา แล้วสุดท้ายสร้างครอบครัวเล็ก ๆ ด้วยกัน ก่อนจะจูงมือไปพบบรรพบุรุษยามแก่เฒ่า แต่นั่นเป็นเพียงภาพฝัน นางคือบุปผาต้องห้าม หากแตะต้องกลีบบางให้บอบช้ำ วิญญาณของเขาคงถูกสาปแช่งจากบรรพบุรุษไม่จบไม่สิ้น

          เวลาเคลื่อนผ่านไปราว ๆ ครึ่งก้านธูป เขาและนางจึงวางตะเกียบ แล้วเคลื่อนกายไปยังสวนงดงาม มีกลิ่นหอมจากพรรณไม้ที่เขาไม่รู้ว่ามันคือดอกอะไร ประกอบกับแสงสีส้มฉานเต็มท้องฟ้า บอกเวลาเป็นครั้งสุดท้ายของวัน ก่อนจะหายไปกับความมืดที่เข้าครอบงำทั่วทั้งวังให้สว่างด้วยคบเพลิงและแสงตะเกียง ลมเย็นสบายพัดมาลูบไล้จิตใจของทั้งสองให้คลายกังวล เขาและนางชมภาพรอบกายทั้งยังส่งยิ้มให้กันโดยไร้คำพูด หากมันเทียบเท่ากับการเสกสรรปั้นแต่งถ้อยคำนับร้อยเพื่อแสดงความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อกัน

          “กลับเข้าด้านในเถิด” เขาเดินนำเข้าด้านใน นางเดินทิ้งระยะห่างจากเขาพอสมควร ทั้งสองยังคงสงวนคำพูด

          “ข้าต้องกลับก่อน แล้ววันหลังจะมากินอาหารเลิศรสจากเจ้าอีกครั้ง” ดังที่คาดคิดเอาไว้ ใบหน้าอิ่มสุขซีดเผือดลงจนน่าสงสาร เขาได้รับหน้าที่เป็นตัวแทนพระองค์ ทั้งสวมรอยว่าราชการ ตัดสินใจตามพระประสงค์ที่ทรงรับสั่งเอาไว้ แม้แต่วังหลังยังได้รับมอบหมายให้เข้ามาเยี่ยมเยียนเหล่าสนมบ้างเป็นบางครั้ง แต่จะให้เขาสวมรอยเป็นคนรักของพวกนางก็ไม่ใช่ที่

          “หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ หากหม่อมฉันทำให้ฝ่าบาทไม่พอพระทัย” นางถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อได้ยินคำกล่าวลาจากเขา ทั้งยังคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้นด้วยแรงอารมณ์ เขาเข้าขัดขวางก่อนหน้าผากบางจะโชกไปด้วยเลือด ไม่ว่านางจะทำไปด้วยมารยาสตรีหรือจากใจจริง แต่เขากลับมองนางเป็นเพียงเฟิ่งหลิงตัวน้อยไร้พิษสงเช่นเดิม

          “ลุกขึ้นเถิดเฟิ่งหลิง เจ้าหาได้บกพร่อง หากเป็นข้าเอง...” เขาพยุงร่างบางดุจละอองดอกไม้ขึ้นมา นางมองเขาอย่างตกตะลึง คงคิดว่า “ส่วนนั้น” ของเขามีปัญหาเป็นแน่!

          “ฝะ...ฝ่าบาท” เสียงนางสั่นเครืออย่างน่าสงสาร แม่ทัพผู้จงรักภักดีจึงรีบแก้ไขคำพูดสองแง่สองง่ามของตน ก่อนที่จะถูกฝ่าบาทสั่งโบยโทษฐานปล่อยข่าวลือผิดเพี้ยนไปจากความจริง

          “ข้าอยากทำความรู้จักกับความรัก ก่อนที่มันจะถูกความใคร่บดบังจนไม่เห็นธาตุแท้ของความเป็นจริง ข้าสัญญาว่าจะไม่ล่วงเกินสนมชายานางใด เพื่อเจ้า” นางซุกกายเข้าอ้อมกอดเขาอย่างประหม่า โอบรัดเขาด้วยความรัก ความเทิดทูน ถึงจะร้องไห้หากใบหน้าของนางกลับดูแช่มชื่นขึ้นราวกับดอกไม้ขาดน้ำใกล้ตายถูกฝนหลงฤดูพรมหยาดน้ำจนชุ่มฉ่ำ

          “สัญญานะเพคะ” นางถูไถใบหน้าออดอ้อน มองเขาด้วยสายตาเปลี่ยนไปจากเดิม เพียงพริบตาแววตาประหลาดนั้นถูกบดบังด้วยความปิติยินดี หากไม่สังเกตคงมองไม่เห็น เขาดันร่างบางออกจากอกกว้างแล้วเดินกลับขึ้นเกี้ยว เฟิ่งกุ้ยเฟยเดินออกมาส่งจนขบวนเสด็จหายลับไปสุดสายตา นางถึงกับหลั่งน้ำตาออกด้วยความเจ็บปวดจากก้นบึ้งของหัวใจ

          “พระชายาเพคะ...” นางกำนัลคนสนิทเข้ามากอดท่อนขาเรียวงามด้วยความเห็นใจ ภาพเก่า ๆ ที่ผ่านมาเกือบสิบปีย้อนเข้ามาทำร้ายจิตใจของนางแทบแหลกเป็นจุณ ภาพของสาวน้อยวัยสิบสี่ปีตามติดบุรุษหนึ่งเดียวในดวงใจไปทุกที่เท่าที่แอบหนีออกจากบ้านได้ เขามักจะใช้น้ำเสียงดุดันสั่งห้ามนางไม่ให้ดื้อซน แล้วขับไล่ไสส่งนางนับครั้งไม่ถ้วน แต่หลังจากบ่นนางเสร็จแล้วก็พานางไปเที่ยวชมตลาด ออกล่าสัตว์ เก็บดอกไม้ จนมารดาและบิดาของนางไว้วางใจเขาพอสมควร

          นางเป็นลูกสาวของขุนนางกรมคลัง พ่อของนางมีตำแหน่งไม่สูงมากนัก จึงเป็นธรรมดาของผู้ทะเยอทะยานในลาภยศต้องการยกลูกสาวของตนเองให้กับฮ่องเต้ หวังว่าความสัมพันธ์ฉันครอบครัวกับจักรพรรดิจะทำให้หน้าที่การงานของคนสูงขึ้น หากขุนนางทุกคนต่างคิดเช่นนั้น สตรีงดงาม บริสุทธิ์ และเป็นคนดี จึงกลายเป็นบุปผาแปดเปื้อนโคลนตมเช่นนาง หากวันนั้นเขาไม่ตัดเยื่อใยกับนาง ครอบครัวอบอุ่นในความฝันคงจะเป็นจริงไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน

          ข้ามีเรื่องอยากจะสารภาพ บุปผาดอกน้อยช่างเจรจากล่าววาจาฉะฉานต่อหน้าบุรุษคนสำคัญในชีวิต หากถ้อยคำกลับติดขัด จะหยุดกลางคันก็วุ่นวายใจ จะเดินหน้าต่อก็เขินอายเกินพรรณนา

          ว่าอย่างไรเล่าอาหลิงน้อย บุรุษร่างสูงอายุมากกว่านางสามปีใช้มือหนาแสนจะอบอุ่นโยกคลอนศีรษะของนางไปมา

          ข้ากับท่านรู้จักกันมานานแทบจะทั้งชีวิตของข้าเลยก็ว่าได้ และ...ข้าอยากมอบ...ทั้งกายและใจให้กับท่าน ในตอนนี้ ใบหน้างามล้ำแดงกล่ำซับโลหิต บุรุษตรงหน้าก็เช่นกันหากมีความเขินอายผสมผสานกับความโกรธเคืองอยู่หลายส่วน

          เจ้าเป็นสตรี เหตุใดเจ้าถึงกล่าววาจาเช่นนี้ หากมารดาของเจ้ามาได้ยิน นางจะเสียใจมากแค่ไหนรู้บ้างหรือไม่!’ ดวงตาของนางเริ่มฉ่ำไปด้วยน้ำตา สายน้ำหยดแล้วหยดเล่าทำให้เขารั้งนางเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแกร่งปลอบประโลม

          ท่านรังเกียจข้าหรือ ข้าได้ยินมาว่าเรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องปรกติของคนรักกัน คนใช้ของข้าออกจะพูดกันอย่างสนุกปากถึงกลวิธีมัดใจคนรักของนาง บางคนยังไม่ได้กราบไหว้ฟ้าดินกันด้วยซ้ำ เขาตบหน้าผากของตนสองสามครั้งก่อนจะประคองนางให้นั่งลงบนผืนหญ้าเขียวขจี

          เพราะเจ้าสูงส่งกว่าพวกนางรับใช้เหล่านั้น เจ้าเกิดมาเพื่อเป็นสตรีสูงศักดิ์ ข้าคงลบหลู่เกียรติของเจ้าเยี่ยงบุรุษชั่วมิได้ สองมือหนาปาดน้ำแห่งความโศกเศร้าออกจากดวงตางดงาม ก่อนจะประทับริมฝีปากแผ่วเบาลงบนหน้าผากมนได้รูป

          ข้าอยากทำความรู้จักกับความรัก ก่อนที่มันจะถูกความใคร่บดบังจนไม่เห็นธาตุแท้ของความเป็นจริง ข้าสัญญาว่าจะไม่ข้องเกี่ยวสตรีนางใด เพื่อเจ้า ถ้อยคำที่นางได้ยินเมื่อสิบปีที่แล้วยังคงดังก้องอยู่ในหัว ก่อนที่เขาจะผลักไสนางเข้าสู่วังวนแห่งความอิจฉาริษยาจนถอนตัวไม่ขึ้น

          เจ้าไปเป็นสตรีของฝ่าบาทเสียเถิด เจ้าเกิดมาเพื่อเป็นสตรีสูงส่ง หาใช่มาตกต่ำอยู่กับข้า จงตอบแทนพระคุณของบิดามารดาของเจ้าตามหน้าที่ที่ควรกระทำเถิด เฟิ่งหลิง หลังจากวันนั้นนางเฝ้าตามตื้อเขาอยู่หลายวัน แต่ความเย็นชาเกินมนุษย์ของเขาทำให้นางน้อยใจเกิดประชดประชันขอเข้าถวายตัว ซึ่งท่านพ่อของนางยิ้มกว้างที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา แล้วเกี้ยวเจ้าสาวแสนจะงดงามก็พานางเข้าสู่วังหลวง

          นางหมดหวังกับความรักครั้งแรกไปหลายปีแล้ว พร้อมที่จะเริ่มชีวิตใหม่ในวังหลวง ประคองตนเองให้รอดพ้นจากความโหดร้ายทั้งปวง ใช้ทั้งมารยาหน้าปั้นแต่ง จนในที่สุดนางก็สวมหน้ากากมาตลอดสิบปี ปิดบังความอ่อนแอของตนเอง ใส่ร้าย สังหารคนเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ นางรู้แล้วว่านางรังเกียจตนเองมากเพียงใด มากจนหมดวังที่จะกลับตัวเป็นคนดี หากประโยคเก่าเก็บแสนจะเจ็บปวดนั้นย้อนเข้ามากระตุ้นความทรงจำแสนสุขระคนแสนเจ็บปวดทำให้นางเริ่มมีหวังอีกครั้ง

          ข้าอยากทำความรู้จักกับความรัก ก่อนที่มันจะถูกความใคร่บดบังจนไม่เห็นธาตุแท้ของความเป็นจริง ข้าสัญญาว่าจะไม่ล่วงเกินสนมชายานางใด เพื่อเจ้า คำพูดของบุรุษคนหนึ่งจะเหมือนกับบุรุษอีกคนหนึ่งได้มากน้อยสักเพียงใด หากเป็นดังที่นางคาดการณ์นางคงต้องใช้มารยารวบรัดตัดตอนเขามาเป็นของนางให้ได้ ก็นางมิใช่คนดีมาตั้งสิบปี จะเป็นสตรีชั่วร้ายอีกครั้งหนึ่งจะเป็นไรไป

          “ข้าไม่ยอมปล่อยท่านให้หลุดมือไปอีกครั้งเป็นแน่ โอวหยางเฉียน”

         

          “ฝ่าบาท ทรงแสดงได้ดีมากพะย่ะค่ะ” โอวหยางเฉียนค้อนขันทีเฒ่าที่นั่งปรบมือเปาะแปะเอ่ยชม ไม่รู้ว่าเขาจะทำหน้าที่ของตนได้มากน้อยสักเพียงใด เมื่อเห็นสายตาวาบวาวของเฟิ่งกุ้ยเฟย ความรู้สึกอันคุ้นเคยก็ไหลย้อนกลับมา นางมักจะมองเขาเช่นนี้ยามมีแผนการร้าย ๆ บางประการ เขาคงต้องงดพบปะนางสักพักใหญ่ให้นางลืมเขาไป

          “ช่างเถอะ เอาเป็นว่า เจ้าจงนำข่าวไปแจ้งแต่ละตำหนักว่าฝ่าบาทจะเสด็จเยี่ยมเยียนวังหลังสัปดาห์ละสองครั้ง คงจะช่วยให้ข้าได้หายใจได้คล่องจมูกอยู่บ้าง” ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งเคียงข้างเหยากงกง หากไม่มีผู้อยู่ร่วมชมการแสดงเขาคงมิบังอาจยึดบัลลังก์อันสูงส่งมาเป็นของตน แม้จะได้รับอนุญาตแล้วก็ตาม

          “ฝ่าบาท คงสักอีกสองสามเดือน ทนลำบากอีกสักนิดเถิดพะย่ะค่ะ” เหยากงกงคำนับก่อนจะออกไปสั่งการนางกำนัลที่ลงทุนเปลี่ยนใหม่ยกชุด ซึ่งเป็นความคิดของเจ้าจางเหลียงผู้รอบคอบที่ตักเตือนเอาไว้ว่า อย่างไรเสียผู้ที่คอยปรนนิบัติฝ่าบาททุกวันอย่างไรเสียก็ต้องจับได้ว่าเขาปลอมตัวมา ด้วยสรีระที่แตกต่างกัน

          โอวหยางเฉียนนั่งมองดวงจันทร์สุกสกาวแล้วทอดถอนใจด้วยความเหน็ดเหนื่อย หากส่งเขาไปกรำศึกติดต่อกันเป็นเวลานานหลายปี เขายังไม่ย่อท้อที่จะเผชิญหน้ากับมัน อย่างน้อยก็ใช้ปัญญาคิดแก้ไขปัญหา ดีกว่าสู้รบปรบมือกับสตรีเหล่านี้

---------------------

          มีคู่เอกแล้วก็ต้องมีคู่รอง ออกมาสองสามตอนแต่เเย่งซีนคู่ของฮุ่ยอันสุดๆ รีดที่ได้รับหนังสือแล้วอย่าสปอยล์นะคะว่าแย่งซีนอย่างไร เอาเป็นว่าหวานฉ่ำฟินน่าจดจำจริงๆ 

               ใครยังไม่ได้สั่งหนังสือยังสั่งทันอยู่นะคะ มาที่เพจ จั้วเจีย ร้อยอักรา คลิกเลย!!! พร้อมส่งวันจันทร์

               วันพรุ่งนี้วันอาทิตย์สดใสจะลงตอนสุดท้ายแล้วจริงๆ ใครที่อยากอ่านต่อได้โปรดอุดหนุนไรท์ไม่ว่าจะจองกับไรท์ สำนักพิมพ์ หรือร้านหนังสือก็เป็นการสนับสนุนนักเขียนได้เหมือนกัน จั้วจะรีบปั่นเรื่องใหม่นะคะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้ค่า 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 135 ครั้ง

624 ความคิดเห็น

  1. #616 มูตี้ (@mutiie13) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 14:33
    Many thanks!!
    #616
    0
  2. #577 Little Purr (@nickypich) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 13:24

    สงสารโอวหยางเฉียนเถอะ

    #577
    0
  3. #567 mbgt (@fai-27) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 19:25
    โอวหยางเฉียนระวัง!! //555
    #567
    0
  4. #566 ching186470 (@ching186470) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 18:35
    มีe-bookมั้ยคะ?
    #566
    1