พิษรักจอมราชันย์ (Yaoi)

  • 97% Rating

  • 4 Vote(s)

  • 54,655 Views

  • 883 Comments

  • 2,454 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    24

    Overall
    54,655

ตอนที่ 72 : ตอนพิเศษ ๕ : ความลับ (รัก) ของราชองครักษ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 546
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    13 เม.ย. 61


ตอนพิเศษ

ความลับ (รัก) ของราชองครักษ์


วันวานผันเปลี่ยนเดือนแล้วเดือนเล่าจนเข้าสู่เหมมันต์ฤดู เกือบทุกผู้ในหวังหลวงต่างได้ไข้ด้วยอากาศที่แสนเหน็บหนาว ไม่เว้นแม้แต่นายบ่าวที่ต้องเข้าวังมารับใช้เบื้องพระยุคลบาทแต่เช้า เลี่ยงหวงนั้นไอจนถูกพระเจ้าแผ่นดินตำหนิแล้วตำหนิอีกจนเกิดการถกเถียงกันระลอกใหญ่ เลี่ยงหวงนั้นดื้อรั้นจนบางทีองค์มู่เกาจงก็ลำบากพระทัยไม่น้อยแต่ท้ายที่สุดพระองค์ก็ทรงกำราบอ๋องน้อยผู้ดื้อรั้นลงได้ แต่ทว่าผู้เป็นนายถูกจัดการไปเรียบร้อยแล้ว ยังคงเหลือผู้ติดตามผู้ภักดียังคงนั่งจากฟุดฟิดอยู่ด้านนอก  

"เจ้าไม่รู้หรืออย่างไรว่าเจ็บป่วยจะต้องหายากิน ไม่ใช่ปล่อยตนเองให้มานั่งจามจนน่ารำคาญอย่างนี้" เสียงเย็นยะเยียบของราชองครักษ์กล่าวตำหนิเช่นเคย มู่เอี๋ยนแอบทำหน้ามุ่ยก่อนจะล้วงผ้าเช็ดหน้ามาปิดปาก เผื่อว่ายามไอออกมาเสียงดังจะกลบเสียงอันน่ารำคาญนี้ลงได้  

"ข้าบอกให้เจ้ากินยา! มิได้บอกให้เจ้าทำอย่างนี้!" ฉินหวงเริ่มหงุดหงิดที่ดูเหมือนตนเองจะดูไม่มีตัวตนในสายตาของเด็กหนุ่มมากขึ้นทุกที นับตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามาในพระราชวังหลวงก็ไม่เห็นว่าเด็กหนุ่มจะมองเขาสักนิด ว่าแล้วสองเท้าก็พลันก้าวหาเด็กหนุ่มอย่างลืมตา แววตาดุจพญาอินทรีย์จ้องมองเหยื่อตรงหน้าราวกับจะกลืนกิน "เจ้ามีสิทธิเมินเฉยข้าตั้งแต่เมื่อใด?" 

กระแสหนึ่งหมุนวนภายในอกแกร่ง...ยามเห็นอีกคนทรมานก็ยิ่งร้อนรนโดยไม่มีสาเหตุ? 

"ปล่อยมือข้าน้อย...ข้าเจ็บ!" มู่เอี๋ยนแทบจะไม่ได้มองคู่สนทนา ทำเอาราชองครักษ์หนุ่มเต้นเร่าๆ กับอาการของอีกคน มือแกร่งพลันบีบเอาข้อมือเล็กแน่นเสียจนเจ้าตัวเบ้หน้าออกมาด้วยความเจ็บ ฉินหวงชะงักจึงค่อยๆ ปล่อยมือเล็กออกแต่ก็ไม่ยอมออกห่างแต่อย่างใด ลมหายใจสูดเข้าอกแกร่งอีกคราก่อนจะถามออกมาอย่างใจเย็น "เหตุใดเจ้าจึงประพฤติตัวกับข้าเช่นนี้"  

"ข้าน้อยทำอันใดกันเล่า" เป็นครั้งแรกที่มู่เอี๋ยนมององครักษ์หนุ่มเป็นครั้งแรก ก่อนจะเมินหน้าหนีไปเพื่อซ่อนเร้นอะไรบางอย่าง ฉินหวงไม่ทันได้มองเห็นอะไรดีจึงกระชากมู่เอี๋ยนออกไปจากตรงนั้นและหยุดอยู่ในมุมที่ลับตาคน และโดยมู่เอี๋ยนไม่ทันจะได้ต่อต้านก็ถูกราชองครักษ์หนุ่มฉกจูบและบดขยี้ริมฝีปากนุ่มอย่างแรงตามเพลิงอารมณ์ที่คุกรุ่น กว่าจะรู้ตัวอีกทีคนต่างเล็กก็ร่ำไห้ออกมา

 "ท่านก็ดีแต่จะรังแกข้า!"


'ท่านก็ดีแต่จะรังแกข้า...' 

เหตุใดคำพูดนั้นถึงรุนแรงนัก ราชองครักษ์ถูกคำพูดนั้นกระแทกลงกลางใจจนมิอาจข่มตาหลับลงได้พาลให้หวนคิดถึง 'เรื่องใหญ่' เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ครานั้นนายเหนือหัวเสด็จประพาสนอกวังเช่นเคยและพาตัวอ๋องน้อยมีชื่อล่วงหน้าเขาไปโดยที่มิประสงค์ให้ผู้ใดติดตาม เขาจึงได้อยู่กับผู้ติดตามนายน้อยเพียงสองคน ระหว่างนั้นจึงต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายไปพลางจึงไม่อาจปล่อยให้มู่เอี๋ยนไว้ผู้เดียวได้ หนักเข้าเมื่อมิอาจตัดใจได้จึงต้องนำตัวของคนร่างเล็กมาด้วยมิยอมให้ห่าง  

แต่ทว่าครั้นเดินทางมายังจุดนัดพบที่จะได้ข้อมูล เขากลับถูกนางโลมลากจูงเข้าไปจนเผลอปล่อยมู่เอี๋ยนหลุดมือออกไปอีกห้อง ช่วงเวลานั้นเขาแทบไม่อยากคิดว่าคนร่างเล็กนั้นจะต้องไปอยู่กับผู้ใดและจักต้องทำอันใดกันบ้าง เมื่อมาถึงที่นัดหมายเขาไม่พูดพร่ำจึงรีบดื่มสุราเข้าไปไม่ให้นางโลมคนนั้นผิดสังเกตมากนัก แต่รสชาติของสุราในวันนี้กลับปร่าลิ้นจนเขามึนงงเพียงดื่มไปแค่ไม่กี่จอก ร่างกายของเขาเริ่มชาหนึบจนครองสติไว้ไม่อยู่และเมื่อถึงที่สุดแล้วเขาเผลอมีสัมพันธ์แนบชิดกับหญิงสาวผู้นั้นจนลืมสิ้นว่ายังมีใครอีกคนรอเขาอยู่ 

 มู่เอี๋ยน...ไม่ได้รอเขาแล้ว! 

ครั้นสติเริ่มกลับสู่ร่างกายอีกคราเขาไม่รอช้าที่จะออกจากที่แห่งนั้นและตรงดิ่งสู่พระราชวังหลวง เมื่อดำเนินการทุกอย่างแล้วเสร็จจิตใจก็ดันไม่สงบจึงเป็นครั้งแรกที่เขาขอพระราชทานอนุญาตออกจากพระราชวังหลวงทั้งที่ยามนั้นก็วิกาลเต็มทน ด้วยฝีเท้าและวิชาตัวเบาที่ไม่ได้เป็นสองรองใครก็มาถึงจวนอ๋องใหญ่ในเวลาไม่นาน 

บุคคลที่เขากำลังต้องการเจอกำลังรับใช้นายน้อยเสร็จกระมังถึงได้ค่อยลำเลียงอุปกรณ์ต่างๆ ออกจากห้องนอนใหญ่ แววตาทอสีน้ำตาลอ่อนทอประกายกล้าอยู่บนหลังคาตึกสูงคอยจ้องมองการกระทำของของบุคคลนั้นด้วยความใจเย็นกะว่าจะให้อีกคนเข้านอนแล้วจึงเข้าหา แต่ทว่าใครคนนั้นเมื่อจบสิ้นภารกิจกลับเดินเลี่ยงออกไปทางสวนของจวนและนั่งทอดอารมณ์คล้ายกับคนทุกข์ใจบางอย่าง 

"ข้าไม่คิดว่าดึกดื่นป่านนี้เจ้าจะมานั่งทอดอารมณ์มิยอมหลับนอน" ความกังวลใจยามรู้สึกได้ว่าอีกคนมีเรื่องหมองใจก็พลันเกิดกระแสหนึ่งพุ่งเข้ามากลางอกจนอดสอดปากถามออกมาไม่ได้ 

มู่เอี๋ยนนั่งนิ่งสะดุ้งวาบด้วยความตกใจพลันจะปล่อยเสียงร้องออกมา โชคดีที่เขาเร็วพอจึงอุดปากนั้นไว้ได้ คนร่างเล็กดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอด พยศดั่งม้าศึกกว่าจะหยุดดิ้นก็เอาเขาออกแรงไปไม่น้อย 

"ปล่อยข้า...ท่านมาด้วยเหตุอันใด" เมื่อเป็นอิสระมู่เอี๋ยนขยับถอยห่างและตั้งป้อมคำถามพลางมองด้วยสายตาคลืบแคลงใจ ฉินหวงเผลออมยิ้มยามเห็นอีกคนทำหน้ามุ่ย เขาแกล้งลองขยับกายก็พบว่ามู่เอี๋ยนก็ขยับห่างจากเขาเช่นกัน เห็นอย่างนั้นแล้วฉินหวงก็แกล้งขยับไล่จนมู่เอี๋ยนหลังพิงเสาหินของศาลา 

"อะ...ออกไปให้พ้นเดี๋ยวนี้!" มู่เอี๋ยนกล่าวแต่คนร่างใหญ่ไม่นำพา มิหนำยังยกวงแขนมาพันธการเขาไว้เสียแน่นหนา  "ท่านกำลังคุกคามข้า!" คนร่างเล็กกล่าวหา ฉินหวงเองก็ยังอมยิ้ม นึกไม่ถึงว่าอารมณ์ขุ่นมัวของเขาจะหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อยามได้เห็นวงหน้าอันงอง้ำ แม้ได้ไม่ผุดผาดเหมือนเลี่ยงหวงที่ชวนให้ฮ่องเต้หลงใหลแต่ก็น่ามองไม่น้อยไปกว่ากัน 

เอ๊ะ...หรือว่าเขาจะหลงใหลบุรุษเพศเสียแล้ว? 

'ไม่น่า!' ฉินหวงร้องบอกตัวเองในใจและหันกลับมองคนใต้อาณัติอีกครั้ง ทว่าหัวใจของเขากลับเต้นแรงอย่างประหลาด  ยิ่งได้กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ก็ยิ่งชวนให้เขาเคลิบเคลิ้ม

"ปล่อย!" มู่เอี๋ยนร้องบอกอีกครั้งดึงเอาคนร่างใหญ่หลุดจากภวังค์ความคิด "ท่านไม่สมควรมาที่นี่ รีบกลับไปซะ!" 

"เจ้าเป็นใครกันถึงได้กล้าสั่งข้า" เขายังคงกล่าววาจาเช่นเดิมจนทำอีกคนกระอักกระอ่วนไม่น้อย ฉินหวงมองหน้าอีกคนอย่างพิจารณา จู่ๆ ก็โพล่งขึ้นมาอย่างลืมตัว "ข้าขอโทษเจ้าสำหรับเรื่องในวันนี้...ข้าไม่ได้ตั้งใจ" 

 "......." 

"นี่เจ้าจะไม่พูดกับข้าเลยรึ" คนขี้โมโหถามอีกครั้งเมื่ออีกคนยังสงบปากสงบคำไม่ต่อว่าเขาเหมือนเดิม แต่ใครเล่าจะรู้ว่าผู้ติดตามนายน้อยนั้นกำลังใจสั่นอย่างรุนแรง เขาไม่รู้ว่าฉินหวงนั้นทำอะไรผิดจึงต้องกล่าวขอโทษออกมา หรือคนรับใช้ต้อยต่ำนั้นมีค่าเพียงใดให้ขุนนางใหญ่เอ่ยปากขอโทษเช่นนี้ แต่ภายในใจเต้นระรัวดังกลองศึกก็ไม่ปาน 

"ท่านไม่ได้ทำสิ่งใดผิดใยต้องกล่าวขอโทษคนต่ำต้อยเช่นข้า" มู่เอี๋ยนรู้ตัวดีว่าตนไม่มีค่าพอในเขาขอโทษ แม้ภายในใจจะรู้สึกดีแต่ก็ไม่ควรอยู่ดี "ไม่ว่าสิ่งใดที่ทำก็ตาม...มันเป็นเรื่องของท่านทั้งนั้น ตัวข้าไม่มีสิทธิก้าวก่ายหรอกขอรับ" 

"หากเจ้ามีสิทธิเล่า? จะรับคำขอโทษจากข้าได้หรือไม่?" 

เป็นอีกครั้งที่มู่เอี๋ยนเผลอสบตาราชองครักษ์หนุ่มอย่างไม่ตั้งใจ ริมฝีปากระเรื่อเผยอขึ้นอย่างลืมตัว ทำเอาฉินหวงอดรนทนไม่ได้จึงมอบจุมพิตแผ่วเบาให้กับอีกคนจนทำให้มู่เอี๋ยนแทบละลายอยู่ในอ้อมกอด สัมผัสแผ่วเบาทำเอาคนที่ไม่เคยถูกล่อลวงตั้งตัวไม่ติด ในห้วงความรู้สึกคล้ายกับกำลังลอยอยู่ในอากาศจนอะไรหลายอย่างก็ดูเหมือนเขาจะยินยอมพร้อมใจในที่สุด...




TALK : แอ๊ะๆ ระหว่างฉินหวงกับมู่เอี๋ยนเกิดอะไรขึ้นกันน๊าาาาา ?? 

TALK 2 : สำหรับสงกรานต์ใครที่เดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดหรือเดินทางไปเที่ยวที่ไหนก็ตามขอให้เดินทางปลอดภัยนะคะ มีความสุขตลอดช่วงเทศกาลและตลอดไปนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #873 SpringV (@warachaayaa) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 14:12
    ทำให้อยากแล้วจากไปสินะไรต์!!!
    #873
    0
  2. #871 Aom_19 (@aompakjira-123) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 08:26
    ชอบอ้ะ สวัสดีปีใหม่ไทยนะค่ะ
    #871
    0
  3. #870 Aom_19 (@aompakjira-123) (จากตอนที่ 72)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 08:25
    งื้ออออออออ
    #870
    0