ตอนที่ 15 : Act.15 : เรื่องลึกลับที่บ้านพักตากอากาศ (6/6)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ก.ค. 58


Act.15  เรื่องลึกลับที่บ้านพักตากอากาศ

 

            "เฮ้ยอยู่นอกเขตงั้นเหรอ?  พูดเป็นเล่นน่า!"

            โทรุขมวดคิ้ว  มือถือของเขาไม่มีสัญญาณเนื่องจากอยู่นอกเขตการให้บริการ  ตอนนี้เขาไต่ระดับความสูงขึ้นมาตามทางลาดจนเมื่อเหลียวมองกลับไปอีกทีก็เห็นว่าป้ายรถเมล์เมื่อสักครู่กลายเป็นแค่จุดสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ  ตรงบริเวณตีนเขาเท่านั้นเอง  และถ้าดูตามแผนที่ซึ่งได้รับมาจากโคคุริวก็จะเห็นได้ว่าบ้านพักตากอากาศของคุโบตะ อิโนะนั้นยังอยู่อีกไกลโขทีเดียว  แถมต้องเดินเท้าขึ้นไปอย่างเดียวอีกด้วย

            "บ้าเอ๊ยย...!  ไหนโฆษณาซะดิบดีว่าเครือข่ายครอบคลุมทั้งประเทศไงวะ! แล้วนี่มันอะไร?  แค่ขึ้นเขานิดหน่อยก็ไร้สัญญาณแล้วเหรอฟะเนี่ย!"

            เด็กหนุ่มสบถไปตามทาง  รอบข้างตัวเขานั้นมีแต่ธรรมชาติแมกไม้สีเขียวครึ้มกับถนนปูหินสีเทาที่ทอดยาวต่อเนื่องไปราวกับไม่มีที่สิ้นสุด  นาน ๆ ทีจึงจะเจอป้ายบอกให้ระวังหมีซึ่งมีชาวบ้านผู้หวังดีเอามาปักไว้  กระนั้นเขาก็ยังไม่เจอบ้านเรือนหรือสิ่งมีชีวิตใด ๆ เลยตลอดเส้นทาง  โทรุนึกทึ่งกับความพยายามของนักเขียนบ้าพลังคนนี้ที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาพักผ่อนในสถานที่อันทุรกันดารถึงขนาดนี้  เพราะแทนที่จะได้ตากอากาศก็น่ากลัวว่าจะเป็นลมตายก่อนไปถึงยอดเขาเสียอีก!

            "หนอยยัยโคคุริวมันหลอกใช้งานตรูจริงๆ  นี่นา!  ทำมาเป็นพูดอย่างดีว่าติดธุระ  แต่จริง ๆ แค่ไม่อยากลำบากมากกว่ามั้ง!"

            หลังจากการเดินทางอันแสนทรหด  ในที่สุดเขาก็ขึ้นมาถึงยอดเขาอันเป็นที่ตั้งของบ้านพักตากอากาศพร้อมกันกับที่อาทิตย์อัสดงพอดี  อากาศก็เริ่มเย็นลงทุกทีจนเด็กหนุ่มรู้สึกขนลุก  เขาหยุดยืนดูตัวบ้านสไตล์ยุโรปหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า  ไม่มีรั้วกั้นอาณาบริเวณบ้านนอกจากพุ่มไม้เตี้ย ๆ เท่านั้น 

            "แน่ใจเหรอว่านี่คือบ้านพักตากอากาศน่ะ  น่ากลัวชะมัด!"

            โทรุทำหน้าเหวอ  บรรยากาศรอบบ้านดูวังเวงไม่น่าไว้วางใจ  ไฟดับสนิทและดูเหมือนว่าจะไม่มีไฟฟ้าใช้ด้วย  หน้าต่างและประตูทุกบานมีแผ่นไม้ตอกปิดไว้อย่างแน่นหนา  สภาพเหมือนถูกปิดตายมาแล้วไม่ต่ำกว่าสิบปีได้

 

กา...! กา...!


            เสียงอีการ้องยิ่งข่มขวัญให้เตลิดหนักขึ้นไปอีก  โทรุปาดเหงื่อเย็น ๆ ที่ปลายคางพลางคิดว่าจะเอายังไงดี?  ถ้าจะงัดเข้าไปตอนนี้เลยคงไม่เหมาะแน่  แต่ครั้นจะให้เดินลงเขาตอนกลางคืนแบบนี้ก็ยิ่งอันตรายใหญ่  แถมที่ทางแถวนี้ก็ไม่ชำนาญ  ไม่รู้ว่าจะหาที่พักได้หรือเปล่า  ซ้ำร้ายมือถือก็ดันไร้สัญญาณอีก! 

            "บ้าเอ๊ย! แบบนี้เป็นไงก็เป็นกันสิวะ!"

            โทรุกลั้นใจรื้อถอนแผ่นไม้ที่ตรงประตูหน้าเพื่อจะได้เข้าไปข้างใน  ถึงแม้ว่าใจจริงไม่อยากจะเข้าไปตอนนี้เลยก็ตาม  แต่อย่างน้อยก็น่าจะดีกว่านอนหนาวอยู่ข้างนอกล่ะน่า  เขาจัดแจงงัดแงะแผ่นไม้ออกทีละแผ่นสองแผ่น  และในขณะที่เขากำลังจะงัดแผ่นสุดท้ายออกมาได้นั้นเองก็...

 

...เธอแน่ใจนะว่าจะทำแบบนี้จริง ๆ น่ะ!

 

            เสียงของใครบางคนแล่นผ่านเข้ามาในโสตประสาทของเขาโดยตรง  โทรุพลันทรุดลงกับพื้น  อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงคล้าย ๆ กับตอนที่เขาโดนดึงตัวไปยังโลกสีเทาใหม่ ๆ กลับมาอีกครั้ง  เสียงคล้ายคลื่นความถี่สูงแหลมบาดแก้วหูของเขา  แล้วจู่ ๆ ทุกอย่างก็เงียบสงบลงในพริบตา!

            "โอ๊ย! อะไรกันเนี่ย!"

            โทรุพยายามสงบอารมณ์แล้วเหลียวมองไปรอบด้าน  แต่ไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตใดในละแวกใกล้เคียงเลย  มีเพียงความเงียบสงัดและบรรยากาศอันเย็นเยียบอยู่เป็นเพื่อนของเขาเท่านั้น

              "เมื่อกี้นี้ใครพูดกับผมน่ะ!"

            เขาทำใจดีสู้เสือตะโกนถามออกไป  เมื่อครู่นี้ไม่ได้หูแว่วไปเองแน่ ๆ  คล้ายกับว่ามีใครบางคนมายืนพูดอยู่ข้างหูของเขาเลยทีเดียว  แต่รอบกายของเขาก็ยังคงเงียบสนิทเช่นเดิม

 

ไม่มีทางเลือก...  นี่เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วล่ะ...

 

            คราวนี้เป็นเสียงของผู้หญิงที่ลอยมาเข้าหูของเขาราวกับเสียงสะท้อน  โทรุหันรีหันขวางก่อนจะหันหลังพิงตัวบ้าน  สายตาของเขาจับจ้องไปยังความมืดรอบด้านด้วยความกลัว  เด็กหนุ่มหยิบไฟฉายออกมาจากกระเป๋าสัมภาระแล้วสาดส่องไปทั่วบริเวณอย่างฉับไว  แต่ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติอะไรอีกเช่นเดิม

 

...งั้นฉันจะรอเธออยู่ที่นี่!  ที่จุดสิ้นสุดของแสงสว่างและความมืด  นี่คือการชดใช้บาปของฉัน!


            เสียงลึกลับตามมาหลอนโสตประสาทของเขาอีกเป็นระยะ  แต่ตอนนี้โทรุก็รู้ตัวแล้วว่าเจ้าเสียงดังกล่าวไม่ได้คุยกับเขา  มันเป็นเหมือนกับเสียงจากเครื่องบันทึกเทปที่ได้อัดเอาไว้เมื่อนานมากแล้วและเปิดผ่านเครื่องขยายเสียงอีกทีหนึ่ง  ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกันที่ทำให้เขามั่นใจเกี่ยวกับเรื่องนี้?

 

จนกว่าที่เราจะได้พบกัน  ในอีกสักวันหนึ่ง...

 

            เสียงสนทนายังคงดำเนินต่อไป  ตอนนี้ในหัวของเขาเริ่มจินตนาการเป็นภาพของสองหนุ่มสาวกับชะตากรรมที่ต้องพลัดพราก  เมื่อฝ่ายหญิงได้กล่าวคำอำลาพร้อมน้ำตาที่นองหน้า  ฝ่ายชายจึงให้คำมั่นที่จะอยู่รอคอยเธอที่ตรงนี้ไปจนกว่าจะถึงวันที่ได้พบกันอีกครั้ง  กระทั่งสายลมแห่งกาลเวลาได้ตัดสายสัมพันธ์ของทั้งคู่ขาดห้วงลง  คงเหลือไว้เพียงความเงียบงันอันเจ็บปวดเท่านั้น

            "แฮ่ก แฮ่ก นี่มันอะไรกันล่ะเนี่ย!"

            โทรุหอบหายใจแรง  เสียงที่ก้องกังวานในหูของเขาเงียบลงไปแล้ว  แต่ไอ้ความรู้สึกเศร้าสลดที่เสียดแทงลึกเข้าไปข้างในจิตใจนี้มันคืออะไรกันแน่?  เด็กหนุ่มนั่งชันเข่ากับพื้น  ทั้งตัวชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อ  ประตูด้านหน้าบ้านพักตากอากาศเปิดออกกว้างราวกับจะเชื้อเชิญให้เขาเข้าไปข้างใน

            "เออ เอาไงเอากันวะ!"

            หยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา  เลขดิจิตอลระบุว่าทุ่มตรงพอดี  รอบข้างก็มืดหมดแล้วคงไม่สามารถค้างแรมในป่าได้แน่  และถ้าเป็นตามปกติเขาคงกลัวหัวหดไม่กล้าก้าวย่างเข้าไปในข้างในนั้นแน่  แต่ตอนนี้ความกระหายใคร่รู้เกี่ยวกับเสียงลึกลับนั้นกำลังกระตุ้นให้โทรุแทบคลั่ง  มีอะไรบางอย่างในบ้านพักแห่งนี้ที่มันเกี่ยวข้องกับตัวเองไม่ผิดแน่  เขาคิดราวกับต้องมนต์สะกด         

            "ขอรบกวนด้วยนะคร๊าบ!"

            โทรุตะโกนทักไปตามมารยาททั้งที่รู้ว่าไม่มีใครอยู่  เขาส่องไฟฉายไปทั่วบริเวณข้างในตัวบ้าน  บรรดาเฟอร์นิเจอร์และเครื่องเรือนยังคงวางอยู่ครบถ้วน  เขลอะไปด้วยฝุ่นและหยากไย่  เด็กหนุ่มรีบควานหาสิ่งที่พอจะเป็นเบาะแสเกี่ยวกับนิยายหรือเอกสารอะไรก็ได้ที่พอจะใช้บอกใบ้  เขารื้อข้าวของไปเรื่อยทั้งในลิ้นชัก  ตู้โชว์และชั้นวางของ  แต่ที่พบก็มีแค่กองฝุ่นซึ่งฟุ้งกระจายไปทั่วเท่านั้นเอง

            "แค่ก ๆ  มีแต่ฝุ่นเต็มไปหมดเลย!"

            เขาเบือนหน้าไปอีกทางเพื่อหนีฝุ่นไม่ให้เข้าตาเข้าปากก่อนจะก้มหน้าก้มตาตั้งใจค้นหาต่อไป  เพราะถึงยังไงก็มีเวลาคืนนี้ทั้งคืนอยู่แล้วนี่นา  


            เอี๊ยด... เอี๊ยด...

 

            โทรุสะดุ้งเฮือก!  เขารีบสาดไฟฉายไปทางด้านหลังในทันทีแต่ก็ไม่พบอะไร  เด็กหนุ่มค่อย ๆ ส่องไฟฉายไปตามส่วนต่าง ๆ ของตัวบ้านในชั้นล่างเพื่อค้นหาต้อตอของเสียงอันผิดปกติเมื่อครู่  จึงได้พบว่าเจ้าประตูหน้าที่เขางัดเปิดเอาไว้มันโยกไปมาตามแรงลมนั่นเอง

            "ไอ้บ้าเอ๊ยย! ทำเอาตกอกตกใจหมดเจ้าประตูเวรนี่!!!"

            เขาเดินไปปิดประตูเพื่อยุติเสียงที่ไม่น่าไว้วางใจ  ฉับพลันนั้นอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงก็พุ่งเข้าโจมตีอีกระลอกหนึ่งในทันที  โทรุทรุดลงไปกับพื้น  จิตของเขาเนรมิตให้เห็นภาพลวงตาโดยที่ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ชายคนเดิมยังคงนั่งรอคอยคนรักของเขาด้วยใจจดจ่อ  จ้องมองของที่วางอยู่บนโต๊ะนั่นคือหนังสือปกแข็งสีน้ำตาลเล่มหนา  ดวงตาของเขาทั้งเครียดและเศร้าหมอง  ที่สุดแล้วจึงตัดสินใจโยนหนังสือเล่มดังกล่าวเข้าไปในเตาผิงซึ่งมีไฟลุกโชน!

 

เรย์...  ทำไมเธอถึงไม่รักษาสัญญา!

 

            "แฮ่ก...  แฮ่ก..." 

            โทรุทุบหน้าอกตัวเองเนื่องจากเหนื่อยหายใจไม่ทัน  เขามองเห็นภาพอดีตนั้นอย่างชัดเจนราวกับมันกำลังเกิดขึ้นสด ๆ ตรงหน้าเลยทีเดียว  แถมยังชื่อของผู้หญิงที่ชายคนนั้นเรียกขานอีก  เรย์...  คิริชิมะ  เรย์... เฮ้ยหรือว่านั่นหมายถึงแม่ของเขางั้นเหรอ!

            "ตั้งสติเอาไว้โทรุ...  มันต้องมีคำอธิบายแน่ ๆ ตั้งสติเอาไว้สิ!"

            เขารีบไปสำรวจที่บริเวณเตาผิงตรงที่เห็นในนิมิตว่าชายคนนั้นเผาหนังสือในทันที  และก็พบกับเศษซากบางส่วนของมันที่ยังคงหลงเหลืออยู่  เด็กหนุ่มหยิบหนังสือเล่มดังกล่าวขึ้นมาวางบนโต๊ะ  ก่อนที่จะพยายามเปิดอ่านข้อความในส่วนซึ่งยังไม่โดนไฟเผาทำลาย  เมื่อลองเปิดดูคร่าว ๆ จึงพบว่ามันเป็นบันทึกที่เขียนเล่าเรื่องราวในแต่ละวันเอาไว้

           

            14 มกราคม...

          ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี  หากว่าสามารถเชื่อมต่อประตูมิติได้จริง ๆ นั่นหมายถึงการยุติเหตุการณ์เลวร้ายทั้งหมด  มนุษยชาติจะไม่จำเป็นต้องต่อสู้แลกชีวิตกับไอ้พวกหุ่นนรกนั่นอีกแล้ว  เรย์ทำได้จริง ๆ เธอไม่เพียงเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในภาคีเท่านั้น  แต่เธอยังเป็นผู้หญิงที่ฉันรักที่สุดอีกด้วย!

 

          17 มกราคม... 

          พระเจ้า! ฉันกำลังจะเป็นพ่อคนแล้ว!!!  ทั้งฉันและเรย์ต่างสวมกอดกันทั้งน้ำตา  ท่ามกลางไฟสงครามเช่นนี้  พระเจ้ายังประทานพรอันแสนวิเศษให้กับพวกเราทั้งสองคนอีก!  เอาล่ะ พวกเราสามคนพ่อแม่ลูกจะเดินทางไปยังดินแดนแห่งพันธะสัญญา  พวกเราจะมุ่งหน้าไปยังโลกแห่งสเฟียร์!

 

            อ่านมาถึงแค่ตรงนี้ก็เล่นเอาโทรุใจหาย  แม้ว่าข้อความส่วนใหญ่ในบันทึกจะเลือนหายและไหม้ไฟจนอ่านแทบไม่ออก  แต่เนื้อความนั้นไม่ต้องสงสัย  เขามั่นใจว่าผู้หญิงที่ชื่อเรย์นั่นต้องหมายถึงแม่ของตัวเองอย่างแน่นอนแม้ว่าจะไม่มีอะไรยืนยันก็ตามที  ถ้าเช่นนั้น...  นี่ก็เป็นบันทึกจากพ่อของเขาเองสินะ!

 

            7 มีนาคม...

          โดนจนได้!  พวกมันฉวยโอกาสเล่นงานตอนที่เรากำลังอพยพคนไปยังประตูมิติ  สาบานเลยว่าไม่เคยเห็นกองทัพของพวกมันครั้งไหนจะยิ่งใหญ่เท่าครั้งนี้เลยให้ตายสิ!  แม้ว่าเรย์และทุกคนจะพยายามต้านมันเอาไว้  แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทนได้อีกนานแค่ไหน  ที่สำคัญเธอตั้งท้องสี่เดือนกว่าแล้วนะ! 

 

            ถึงตรงนี้หน้ากระดาษได้ถูกใครบางคนฉีกออกไป  น่าจะตั้งแต่ก่อนตัวหนังสือถูกนำไปเผาเสียด้วยซ้ำ  ทำให้โทรุไม่สามารถรับรู้เรื่องราวหลังจากเดือนมีนาคมเป็นต้นไป  แต่มันก็ปลุกความอยากรู้อยากเห็นในตัวของเขาให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มที่เสียแล้ว

            "ฮึ่ม! มันต้องมีเบาะแสอย่างอื่นเหลืออยู่บ้างสิฟะ!"

            โทรุควานหาร่องรอยอื่น ๆ อย่างเอาเป็นเอาตาย  เขาคุ้ยเขี่ยกองขี้เถ้าในเตาผิงนั้นซ้ำไปมาแต่ก็ไม่พบอะไร  จึงเปลี่ยนมารื้อหาตามชั้นวางของและใต้โต๊ะใต้เก้าอี้แทน  ทว่าที่เจอก็มีแต่ฝุ่นจนแทบสำลัก

            "แค่ก ๆ บ้าชะมัด!"

            เด็กหนุ่มไอติด ๆ กันเนื่องจากพิษของฝุ่น  เขานั่งพักเหนื่อยบนโซฟาตัวใหญ่ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา  แทนที่การเดินทางมายังบ้านพักแห่งนี้จะช่วยให้คลี่คลายปริศนาได้  แต่เปล่าเลยปริศนากลับยิ่งมากขึ้น ๆ ซะจนเขาเตรียมใจรับมันแทบไม่ทัน  ไหนจะเรื่องแม่ของเขาอีก...  ถ้าตามที่บันทึกเล่มนั้นว่าไว้นั้นเป็นเรื่องจริง  งั้นแม่ของเขาก็เคยข้ามไปที่โลกแห่งความฝันสีเทา  แถมยังเคยต่อสู้กับพวกหุ่นกระบอกนั่นมาแล้วด้วย!       

            "ฮะ ๆ นี่มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ..."

            โทรุสบถกับตัวเอง  ถ้าตอนนี้ยัยโคคุริวอยู่ด้วยล่ะก็คงจะช่วยกันคิดหาคำตอบได้แน่  ว่าแล้วเขาก็หยิบมือถือขึ้นมาเพื่อจะกดโทรหาราชินีน้ำแข็ง  ทว่าเมื่อเห็นตัวอักษรมุมขวาบนที่ระบุว่าอยู่นอกเขตให้บริการก็ทำให้นึกขึ้นมาได้พอดี

            "เออใช่! ตอนนี้อยู่นอกเขตนี่หว่า ปัทโธ่เอ๊ยย!"

            เขาตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ  ดันลืมไปซะได้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่บนพื้นที่ภูเขาซึ่งสัญญาณส่งมาไม่ถึง  แบบนี้คงต้องรอให้ถึงเช้าก่อนแล้วค่อยเดินลงไปที่ข้างล่างล่ะนะ  โทรุคิดก่อนจะเก็บมือถือ  แต่จังหวะนั้นเองสายตาของเขาก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างบนหน้าจอ...  เลขบอกเวลาดิจิตอลระบุว่าตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มตรง! 

            "เฮ้ยบ้าน่า โทรศัพท์เสียเหรอฟะ?  เมื่อกี้ตอนก่อนเข้ามายังจำได้ว่าเป็นเวลาทุ่มตรงเลยนี่นา!"

            โทรุเริ่มใจเสีย  ตั้งแต่เข้ามาสำรวจบ้านพักหลังนี้ก็น่าจะผ่านมาแล้วไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ  เขาลองเช็คระบบต่าง ๆ ในมือถือแต่ก็พบว่าทุกอย่างปกติ  มีเพียงเลขดิจิตอลเท่านั้นที่ค้างอยู่ตรงเลข 19:00  และไม่ว่าจะรอนานแค่ไหนมันก็ไม่เปลี่ยนไปเป็นเลขอื่นเลยด้วย

            "เฮ้ย ๆ อย่าเพิ่งมาเสียตอนนี้สิฟะ!"

            สักพักเขาจึงรู้สึกตัวว่า  ไม่ใช่แค่เลขดิจิตอลเท่านั้นที่ผิดเพี้ยน  แม้แต่เข็มทิศเองก็ยังหมุนควงราวกับเป็นลูกข่าง!  และถ้าลองคิดดูให้ดีภูเขาลูกนี้ก็ใช่ว่าจะอยู่ไกลถึงขนาดอยู่นอกเครือข่ายได้  โทรุเริ่มสัมผัสได้แล้วว่าในสถานที่แห่งนี้มีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากลแฝงอยู่อย่างแน่นอน!   

            "บ้าเอ๊ยย!"

            ยิ่งไปกว่านั้น  เด็กหนุ่มก็ได้สะกิดใจเรื่องที่ร้ายแรงอย่างมากอีกหนึ่งเรื่องที่เขามองข้ามไปในตอนแรกสุด  ซึ่งอาจจะเป็นเพราะภายในบ้านพักแห่งนี้มืดสนิท  จึงทำให้เขาไม่ทันสังเกตว่าทุกสิ่งอย่างในนี้นั้นล้วนแต่เป็น สีเทา ทั้งสิ้น!!!

 

เอี๊ยด... เอี๊ยด...

 

            เสียงประหลาดดังขึ้นอีกครั้ง  แต่คราวนี้โทรุรู้แล้วว่ามันไม่ใช่เสียงของบานประตูแน่  เมื่อหันกลับไปเผชิญหน้ากับเจ้าหุ่นกระบอกมรณะสีสันสดใสที่ยืนเงื้อกรงเล็บอยู่ด้านหลังของตน! 

 

จบตอน           


58 ความคิดเห็น

  1. #50 Avethes (@avethes) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 01:43
    สู้ๆนะคะ กลับมาอัพต่อไวๆนะคะ ท่านแต่งได้สนุกแล้วก็น่าติดตามสุดๆเลยละคะ // ส่วนตัว ชอบตัวละคร โคคุริวจังเลย 
    #50
    1
    • #50-1 no one know (@inthedarkz) (จากตอนที่ 15)
      4 กรกฎาคม 2558 / 09:32
      ลงต่อคืนนี้เลยจ้าา (แต่อาจจะดึกหน่อยนะ)

      ขอบคุณที่ติดตามนะ ^^
      #50-1