ตอนที่ 3 : Act.03 : คลาวน์ (ตัวตลก) (6/6)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 เม.ย. 58

Act.03  คลาวน์ (ตัวตลก)

 

            ในระหว่างที่โทรุค้นพบเบาะแสชิ้นสำคัญในห้องสมุดนั่นเอง  ก็บังเอิญได้ยินเสียงกระแทกเบา ๆ จึงรีบหันกลับไปดูทางต้นเสียงทันทีแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใด  ห้องสมุดในยามเย็นนั้นเงียบสงัด  หนังสือถูกจัดวางเรียงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยบนชั้น  นอกจากเขาและบรรณารักษ์ที่เฝ้าอยู่ตรงทางเข้าด้านหน้าแล้วก็ไม่น่าจะมีใครคนอื่นอีก 

            "เฮ้อ กลับบ้านดีกว่า!"

            โทรุแกล้งยืนบิดขี้เกียจแล้วหยิบเอาหนังสือทั้งหมดเดินไปคืนตามชั้น  เขาเดินไล่ไปตามแถวของชั้นหนังสือก่อนจะเลี้ยวหักมุมเข้าไปหลบตรงซอกระหว่างชั้น  หูคอยเงี่ยฟังเสียงว่ามีใครแอบเดินตามมาไหมและก็มีจริง ๆ  ใครบางคนที่ไม่น่าใช่บรรณารักษ์ย่องตามมาอย่างเงียบเชียบ  เขากะจังหวะให้เดินเข้ามาใกล้ตรงมุมที่เขาซ่อนอยู่แล้วกระโจนออกไปจับตัวไว้ในพริบตา

            "จับได้แล้ว!"

            "กรี๊ดดด!!!"

            เสียงกรีดร้องทำให้โทรุตกใจเซไปข้างหลังจนเกือบล้มลง  เมื่อตั้งสติได้จึงพบว่าคนที่แอบตามมาก็คือโคคุริว มิซึกินั่นเอง  สองหนุ่มสาวสบตากันสักครู่ก่อนที่จะมีเสียงจากบรรณารักษ์แว่วมาไกล ๆ ว่าให้รักษาความสงบด้วย 

            "ขะ ขะ ขอโทษด้วยที่ทำให้ตกใจนะ"  เขาพูดเสียงตะกุกตะกัก

            "ไม่เป็นไรค่ะ"

            โคคุริวตอบเพียงแค่นั้น  แต่โทรุรู้สึกอับอายที่ทำตัวเหมือนเป็นคนร้ายกระโดดเข้ามาลวนลามเพราะนึกว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ไม่หวังดีที่สะกดรอยตามมา  กระนั้นโคคุริวก็ไม่ได้ต่อว่าอะไร  ท่าทางของเธอสงบนิ่งราวกับน้ำแข็งจริง ๆ สมฉายา   และสายตาก็เบนลงมาที่หนังสือซึ่งเขาถืออยู่ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียบเรียบว่า

            "เธออ่านนิยายเรื่องนี้ด้วยเหรอ"

            โทรุมองไปที่นิยายชื่อเรื่องโลกในกระจกก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ

            "แปลกนะ...  ฉันไม่ค่อยเห็นใครในโรงเรียนอ่านนิยายทำนองนี้เลย"

            โคคุริวกล่าวพลางเลื่อนมือไปจับเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าทัดหูเอาไว้  ทั้งใบหน้าและอากัปกิริยาของเธอช่างดูงดงามราวกับเทพธิดาจริง ๆ  โทรุถึงกับหน้าแดงระเรื่อโดยไม่ทันรู้ตัว 

            "เอ่อแล้วโคคุริวซังก็รู้จักนิยายเรื่องนี้ด้วยเหรอ"  เขาถามแก้เขิน

            "รู้จักสิ...  ว่าแต่จะไม่แนะนำตัวหน่อยหรือ" 

            โทรุเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้แนะนำตัว  จึงบอกชื่อเสียงเรียงนามของตนออกไป  แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนก่อนหน้านี้เธอจะเคยเอ่ยชื่อของเขาออกมาแล้วนี่นา?  ด้านโคคุริวเองก็ขานขื่อเต็มของตัวกลับไปตามมารยาท  ถึงเธอจะไม่บอกแต่คิดว่าในโรงเรียนคงไม่มีใครไม่รู้จักราชินีน้ำแข็งคนนี้เป็นแน่

            "เอ่อโคคุริวซัง  ที่ว่าไม่ค่อยเห็นคนอ่านเรื่องนี้มันคือยังไงกันน่ะ?"  โทรุถามพลางขมวดคิ้ว

            "เพราะมันเข้าถึงยากแล้วเนื้อหาก็ไม่ได้น่าพิสมัยสักเท่าไหร่น่ะสิ"

            ถึงตรงนี้โทรุเกาหัวพร้อมกับทำสีหน้างง ๆ  ที่ว่าเนื้อหามันยากและไม่น่าอ่านนี่คือยังไงกันนะ?  เท่าที่เขาอ่านดูมันก็แค่ชายคนหนึ่งที่หลงไปยังต่างมิติและต้องทำทุกวิธีทางเพื่อไถ่บาปไม่ใช่หรือ  พล็อตตลาดแบบนี้เรื่องไหนก็คล้าย ๆ กันหมดนั่นแหละ  แต่เมื่อถามกลับไปโคคุริวก็ส่ายศีรษะช้า ๆ พลางตั้งคำถามขึ้นมาว่า

            "จากเรื่องนี้  รู้มั้ยว่าทำไมตัวละครเอกถึงมีบาปสามประการ"

            เขาส่ายศีรษะ  ราชินียืนกอดอกก่อนจะอธิบายฟังว่า  บาปสามประการก็หมายถึงความผิดสามครั้ง  นั่นคือตัวเอกนั้นไม่เคยสำนึกในบาปของตนแล้วยังทำซ้ำอีก  จึงได้ถูกลงโทษเนรเทศไปยังนรกที่เรียกว่าโลกแห่งกระจกเพื่อชดใช้หนี้กรรมไปตลอดกาล

            "แต่ว่าในนิยายก็มีอธิบายว่าถ้าชดใช้กรรมหมดก็จะได้กลับไปยังโลกปกตินี่นา!"

            โคคุริวเลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำโต้แย้งจากเขา

            "อืมม  นี่แสดงว่ายังอ่านไม่จบสินะ?"

            อันที่จริงเขาเพิ่งจะอ่านผ่าน ๆ ไปได้ราวหนึ่งในสามของเล่มเอง  และเนื้อเรื่องช่วงนี้ก็ยังไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้นสักเท่าไหร่  แต่แบบนี้ก็แสดงว่าเธอเคยอ่านจนจบแล้วสินะ  โทรุคิด 

            "งั้นตอนจบของเรื่องนี้มันเป็นยังไงกันล่ะ!"  เขาถามด้วยความอยากรู้

            "ตอนจบน่ะเหรอ..."

            "เอ้า ๆ พวกเธอกลับบ้านกันได้แล้ว  ห้องสมุดปิดแล้วจ๊ะ!"

            โคคุริวทำท่าจะเล่าตอนจบของนิยายเรื่องนี้อยู่แล้ว  ถ้าไม่เพราะบรรณารักษ์แทรกเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน  เมื่อดูเวลาจึงได้รู้ว่าตอนนี้มันเลยหกโมงเย็นซึ่งเป็นเวลาปิดทำการไปแล้ว  ทั้งสองจึงต้องขอโทษเป็นการใหญ่ก่อนจะเดินออกจากห้องสมุดโดยโทรุขอยืมนิยายเล่มนั้นติดมือกลับไปด้วย

"ดูท่าทางจะติดใจนิยายเรื่องนี้มากเลยนะ"

            ราชินีน้ำแข็งเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาคล้ายกระซิบในระหว่างที่เดินผ่านรั้วประตูโรงเรียน  โชคดีที่ตอนนี้พวกคนอื่น ๆ กลับบ้านกันไปหมดแล้ว  ไม่งั้นพรุ่งนี้ได้งานเข้าแน่ถ้าบรรดาแฟนคลับรู้ว่าเขาเดินกลับบ้านพร้อมกับไอดอลประจำโรงเรียนแบบนี้  โทรุถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะลอบมองใบหน้าด้านข้างของโคคุริว  เงาของแสงยามอัสดงทาบทับบนสันจมูกและปลายคางอันเรียวงามนั่นช่วยขับให้เธอดูสวยขึ้นไปอีก  เขาเผลอมองเพลินจนแทบลืมตอบคำถามของเธอไปเลย

            "เอ่อ  จะว่าไงดีล่ะ  คือมีเรื่องบางอย่างที่อยากตรวจสอบหน่อยน่ะ!"

            "ตรวจสอบเหรอ?"  โคคุริวเอียงคอเล็กน้อยด้วยความสงสัย

            โทรุกำนิยายในมือแน่น  หลายวันมานี้เขาถูกหลอกหลอนด้วยความฝันอันแปลกประหลาดในยามค่ำคืน  บาดแผลจากในโลกสีเทาที่เชื่อมโยงมายังโลกแห่งความจริง  และวันนี้ยังมีชื่อของแม่ที่เขาแทบจะจำใบหน้าไม่ได้แล้วปรากฏในหน้าหนังสือที่เป็นเบาะแสเพียงหนึ่งเดียวนี้อีก  ทั้งหมดนี้มันคืออะไรกันแน่?  นั่นล่ะคือสิ่งที่เขาอยากรู้มากที่สุดในเวลานี้    

            "ว่าแต่  โคคุริวซังพอจะรู้รึเปล่าว่าใครเป็นคนแต่งนิยายเรื่องนี้น่ะ" 

            เขาถามด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจมากนัก  ทว่าอีกฝ่ายกลับพยักหน้า

            "รู้จักสิ!"

            ฉับพลันหัวใจของโทรุเต้นรัวเร็วขึ้นมาในทันใด  เขารีบหันไปถามชื่อคนเขียนนิยายเป็นการใหญ่  ถ้าได้รู้ชื่อคนเขียนเขาจะได้ติดต่อกับเจ้าตัวเพื่อสอบถามโดยตรงในทันที  แต่โคคุริวกลับนิ่งเงียบ  แวบหนึ่งเหมือนเขาจะเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของเธอด้วย

            "ถ้าอยากรู้เรื่องนี้  พรุ่งนี้ให้มาเจอกันที่ชั้นดาดฟ้าหลังเลิกเรียนนะ"

            "ดะ เดี๋ยวก่อนสิ!"

            โทรุขมวดคิ้ว  โคคุริวเดินนำไปสองสามก้าวก่อนจะเลี้ยวตรงหัวมุมสามแยกแล้วหันกลับมาทางนี้

            "เราแยกกันตรงนี้  พรุ่งนี้ค่อยเจอกันนะ"

            เด็กหนุ่มมองผ่านแผ่นหลังและเรือนผมยาวสยายของหญิงสาวที่เดินจากไป  ในใจกำลังครุ่นคิดว่าเพราะเหตุใดเธอจึงต้องนัดพบกับเขาบนชั้นดาดฟ้าเพียงเพื่อจะบอกว่าใครเป็นคนเขียนหนังสือเล่มนั้นกัน?  และที่สำคัญกว่านั้น... โคคุริวไปทำอะไรที่ห้องสมุดในช่วงเวลาแบบนั้นกันแน่

 

@@@@@@@@@@

 

            "นี่ฟังอยู่รึเปล่าน่ะทจจัง!

            "จ้า ๆ ฟังอยู่จ้า"

            รินถามด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่อ่านนิยายในระหว่างที่กินข้าวเย็นโดยไม่สนใจเธอเลย  ด้านโทรุที่ทุ่มสมาธิทั้งหมดลงไปที่หน้านิยายก็ตอบแบบขอไปที  เขาไล่สายตาอ่านจับใจความในแต่ละบรรทัด  แต่ละประโยคของมันเพื่อทำความเข้าใจ 

            "ทำไมวันนี้มาแปลก  ปกติแล้วทจจังไม่เคยสนใจอ่านนิยายเลยนี่นา?"   รินเลิกคิ้วด้วยความสงสัย

            "ตอนนี้อยากแล้ว  อย่าเพิ่งมากวนสมาธิกันสิ"

            โทรุพยายามกันท่าให้เพื่อนสมัยเด็กของตนเองออกไปห่าง ๆ  แต่รินก็ยังคงเข้ามาพัวพันพร้อมกับพลิกข้อมือของเขาไปอ่านชื่อหนังสือเล่มนั้นด้วย

            "โลกแห่งกระจก?  นิยายชื่อแปลก ๆ นะ  ทจจังชอบแบบนี้เหรอ"   

            โทรุพยักหน้าพลางนึกในใจว่าเลิกยุ่งกับตูสักที

            "ฉันว่าทจจังน่ะเหมาะกับนิยายประโลมโลกอย่างเจ้าชายนุ่งผ้าเตี่ยวขี่ม้ายูนิคอร์นไปปกป้องดินแดนมากกว่านะ อิอิ"

            เออ! ไว้เดี๋ยวไขปริศนาเรื่องความฝันเสร็จเมื่อไหร่จะไปหานิยายประเภทเจ้าชายนุ่งผ้าเตี่ยวขี่ม้ายูนิคอร์นมาให้อ่านนะ  แล้วไอ้นิยายพรรค์นั้นมันประโลมโลกตรงไหนกันฟะ!!!  โทรุคิดในใจพลางขมวดคิ้ว

 

            เข็มนาฬิกาบ่งเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว  โทรุยังคงนอนอ่านนิยายเล่มเดิมบนเตียงนอนแต่ความสนใจเริ่มออกห่างจากเนื้อหาในนั้นไปที่อื่นแทนแล้ว  เขาพลิกไปดูหน้าสุดท้ายตรงบริเวณที่มีชื่อของแม่เขียนเอาไว้  เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจ  หรือว่านี่จะเป็นแค่เรื่องบังเอิญกันนะ?  แม่ของเขาอาจจะชอบอ่านนิยายและเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในนิยายที่แม่เคยอ่านเท่านั้น?  แล้วโคคุริวล่ะ  ทำไมเธอถึงโผล่มาได้จังหวะที่เขาอ่านนิยายเรื่องนี้พอดี  แถมยังบอกให้ไปเจอกันในที่ลับตาผู้คนอีก...

            "ห่ะ!"

            พริบตานั้นโทรุพลันสลัดความคิดทะลึ่ง ๆ บางอย่างออกจากหัว  ภาพเรือนผมดำขลับยาวสยายนั่นยังคงติดตาอยู่  เขารับรู้ได้ถึงใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา  ราชินีน้ำแข็งผู้เลอโฉมกับผู้ชายธรรมดา ๆ ที่ไม่มีอะไรดีเด่เลยอย่างเขาเนี่ยนะ?  โทรุยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะลุกไปล้างหน้าในห้องน้ำ

            "ไอ้บ้าเอ๊ย! ต่อให้เกิดใหม่อีกสักสิบชาติเขาก็ไม่เหลียวมองแกหรอก!"

            โทรุวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าอันร้อนผ่าว  เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับตัวเองในกระจกด้วยสีหน้าเศร้าหมอง  วันนี้เขาได้เดินเคียงข้างไอดอลประจำโรงเรียนอย่างไม่คาดคิดก็จริง  แต่นั่นก็ทำให้เขารู้สึกเจียมตัวขึ้นมาในทันใด  แล้วแบบนี้ควรจะไปพบโคคุริวในวันพรุ่งนี้ดีมั้ยนะ?  ทว่าระหว่างที่กำลังลังเลอยู่นั้นเอง  จู่ ๆ สายตาของเขาก็เลื่อนไปเห็นภาพสะท้อนในกระจกที่ด้านหลังของตนเอง  ว่ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องนอนนั้นหันมาทางที่เขากำลังยืนอยู่พอดี!

            "เฮ้ยยย!"       

            โทรุร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ  เขาจำได้แน่ว่าเมื่อคืนนี้ตนเองได้จับมันหันเข้าหากำแพงแล้วนี่นา!  แต่เมื่อหันกลับไปก็พบว่ากระจกบานนั้นยังคงหันเข้าหากำแพงเหมือนเช่นเดิม  อ้าวแล้วที่เขาเห็นในภาพสะท้อนเมื่อกี้นี้ล่ะ!  เด็กหนุ่มรับรู้ได้ถึงความเย็นวาบที่วิ่งผ่านไขสันหลังของตน  มือเท้าเย็นเฉียบไร้ซึ่งเรี่ยวแรง  อะไรบางอย่าง กำลังเคลื่อนตัวอยู่ที่ด้านหลังของเขา!  แม้ไม่หันกลับไปมองแต่โทรุก็รู้ดีว่าคลื่นแห่งความมืดมิดกำลังแผ่ซ่านเข้ามาจากมุมอับของร่างกาย  มันแทรกซึมเข้ามาทางผิวหนังทะลุผ่านเสื้อผ้าอย่างง่ายดาย  และแล้วทุกอย่างรอบตัวก็พลันดับวูบลง...

 

@@@@@@@@@@

 

            "อือออ..."

            โทรุค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก  สักพักเมื่อสติตื่นตัวเต็มที่จึงลุกพรวดขึ้นพร้อมกับเหลียวมองไปรอบทิศในทันใด  อาการปวดจี๊ดพลันวิ่งเข้าแกนกลางของสมองจนต้องใช้สองมือกุมศีรษะเอาไว้  เท่าที่จำได้เขายืนล้างหน้าอยู่ในห้องน้ำก่อนที่จะโนอะไรบางอย่างจู่โจมเข้ามา  รู้สึกตัวอีกทีก็หลุดมาอยู่ในนี้อีกแล้ว  โลกสีเทา...

            "บ้าเอ๊ย! นี่ตูจะหนีจากไปจากความฝันพิลึกนี้ไม่ได้เลยใช่มั้ยเนี่ย"

            เขาสบถกับตัวเอง  เมื่อลองไปรอบ ๆ จึงพบว่าตนยืนอยู่บนชั้นลอยของอาคารขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่ระเบียงทางเดินโรงเรียนเหมือนเช่นทุกที  จากตรงนี้โทรุเดินสำรวจบริเวณใกล้ ๆ ด้วยความระมัดระวัง  ชั้นลอยนี้มีความกว้างเพียงครึ่งหนึ่งของชั้นล่างจึงมองเห็นส่วนด้านล่างที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพังภายใต้ความมืดสลัว  เมื่อเงยหน้าจึงได้เห็นพื้นที่ของชั้นอื่นข้างบนเรื่อยไปจนกระทั่งถึงเพดานกระจกชั้นบนสุด  ลักษณะสถานที่เหมือนชอปปิ้งมอลล์ร้างที่มีเขายืนอยู่เพียงผู้เดียว  ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นสีเทาและโดยมากแตกหักเสียหายเหลือแต่เศษซาก  อีกอย่างที่พิเศษกว่าครั้งใดก็คือคราวนี้ไม่มีดวงแสงมาคอยรบกวนใจ

            "เฮ้อ"

            โทรุถอนหายใจยาวก่อนจะออกเดินทางค้นหากระจกเงาตัวปัญหาอีกครั้ง  และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ยินเสียงอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวช้า ๆ ใกล้กันกับจุดที่เขายืนอยู่  เด็กหนุ่มตัวเย็นวาบด้วยความกลัวตามสัญชาตญาณ  เขาค่อย ๆ ก้าวเท้าไปตามทิศทางของเสียงนั้นอย่างเชื่องช้า  ก่อนจะตะโกนอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ว่า

            "เอ่อ...  มีใครอยู่ตรงนั้นมั้ยครับ!"

            ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ  โทรุขมวดคิ้วแล้วตะโกนให้ดังขึ้นอีก

            "มีใครอยู่ตรงนั้นมั้ยคร๊าบบบบบ!!!"

            คราวนี้ได้ผล  เจ้าของเสียงนั้นพลันวิ่งตรงมาทางนี้อย่างรวดเร็ว  และเมื่อมันกระโดดข้ามซากปรักที่กีดขวางมาปรากฏตัวตรงหน้าของโทรุ  สายตาของเขาก็เบิกโพลงด้วยความตกตะลึงจนแทบลืมหายใจกันเลยทีเดียว 

เอี๊ยด... เอี๊ยด...       

เจ้าสิ่งนั้นดูคล้ายหุ่นกระบอกที่มีขนาดและรูปร่างเหมือนมนุษย์ทุกประการ  นอกจากนี้ตามตัวและเสื้อผ้าของมันยังเต็มไปด้วยลวดลายสีฉูดฉาดทั้งเขียว แดง เหลืองราวกับเป็นตัวตลกที่มีดวงตาอันไร้วิญญาณกรอกไปมาน่าขนลุก

            "เฮ้ยยย!"

            โทรุร้องสุดเสียงด้วยความตกใจ  สัญชาตญาณสั่งให้เขาหันหลังวิ่งหนีเจ้าตัวประหลาดนี้ทันทีและเขาก็เต็มใจยิ่ง  เจ้าหุ่นกระบอกเมื่อเห็นอีกฝ่ายออกตัววิ่งมันก็พลันกระโจนมาขวางหน้าเอาไว้ด้วยความเร็วปานสายฟ้า  โทรุจะเลี้ยวหนีอีกทางแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว  มันใช้แขนเพียงข้างเดียวก็กระชากร่างของเขาลอยขึ้นเหนือพื้นได้อย่างง่ายดาย  ก่อนจะขว้างเข้าใส่กำแพงเกิดเป็นเสียงดังสนั่น

            "อั่กกก!"

            ชั่วพริบตานั้นโทรุร้องด้วยความเจ็บปวด  คิดในใจว่าซี่โครงเขาอาจจะหักสักท่อนสองท่อนได้เลย  แต่เจ้าหุ่นกระบอกก็ไม่ได้หยุดแค่นั้น  มันกระโจนขึ้นคร่อมร่างของเขาและใช้สองแขนบีบคอเอาไว้โดยไม่เปิดโอกาสให้ทำอะไรได้เลย  ฉับพลันส่วนศีรษะของมันก็เปิดแยกเป็นสองส่วน  เผยให้เห็นแท่งเข็มสีเงินขนาดใหญ่ยาวสักราวหนึ่งฟุตได้ออกมา  เจ้าหุ่นกระบอกเล็งปลายเข็มไปที่หน้าผากของเขาในทันที!

            "อย่า! ใครก็ได้ช่วยด้วยยย!!!"

            ท่ามกลางโลกแห่งซากปรักสีเทา  เด็กหนุ่มร้องตะโกนขอความช่วยเหลือทั้งน้ำตานองหน้า  แต่หาได้มีเสียงตอบรับคำร้องขอนี้ไม่  แม้ว่าเขาจะพยายามดิ้นรนขัดขืนสักเท่าไรก็ไม่สามารถหลุดจากเรี่ยวแรงอันมหาศาลของอีกฝ่ายไปได้  หรือว่านี่อาจจะเป็นความฝันครั้งสุดท้ายของเขาแล้ว?

จบตอน        

58 ความคิดเห็น

  1. #46 ถังเถียน糖甜 (@gochawan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2558 / 13:00
    เกิดเป็นพระเอก ชีวิตมันก็ต้องรับบทหนัก อาภัพ อับเฉาอย่างนี้ล่ะโทรุเอ๋ย.... แต่สรุปว่ามันเพราะอะไรกันล่ะเนี่ย?
    #46
    1
    • #46-1 no one know (@inthedarkz) (จากตอนที่ 3)
      19 มิถุนายน 2558 / 14:59
      เรื่องนี้ตัวละครต้องถึกครับ ไม่งั้นรอดยากมาก (ฮา)
      #46-1