ตอนที่ 5 : Act.05 : ปริศนาราชินีน้ำแข็ง (7/7)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 70
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 พ.ค. 58


Act.05  ปริศนาราชินีน้ำแข็ง

 

            "เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ!"

            โทรุแทบจะไม่เชื่อหูของตัวเอง  ราชินีน้ำแข็งคนนี้บอกว่าเคยได้เห็นโลกแห่งความฝันสีเทาเหมือนกับตนเองงั้นหรือ?  เป็นไปได้ยังไงหรือว่าความฝันของแต่ละคนมันจะสามารถเชื่อมโยงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้อย่างนั้นเหรอ  หรือจะบอกว่าโลกสีเทาที่เธอเห็นในฝันเป็นโลกแห่งความฝันอีกโลกที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับความฝันที่เขาได้เห็นได้สัมผัสมากันแน่นะ?

            "ก็อย่างที่พูดเมื่อครู่  ฉันเองก็เคยเข้าไปอยู่ในสถานที่นั้นมาแล้ว  อย่างน้อยเท่าที่จำได้ก็สามครั้ง"

            เด็กหนุ่มเผยสีหน้าโล่งอกออกมา  ถ้าอย่างนี้ก็คุยกันง่ายหน่อย  ไม่ต้องกลัวว่าเล่าอะไรไปแล้วอีกฝ่ายจะหาว่าเพ้อเจ้อหรือสติไม่สมประกอบ  เพราะตอนนี้เราทั้งคู่ต่างก็เคยมีประสบการณ์เหมือน ๆ กันมาแล้ว  ทีนี้จะได้ช่วยกันหาวิธีหลีกหนีจากไอ้ความฝันบ้า ๆ นี้ได้เสียที 

            "โคคุริวซังก็เคยฝันเห็นสิ่งนั้นเหมือนกันหรือเนี่ย..."

            โทรุกำลังจะพูดอะไรต่อ  แต่จู่ ๆ ก็เงียบไปเพราะฉุกใจคิดถึงเรื่องสำคัญบางอย่างขึ้นมาได้  นั่นคือแล้วเธอรู้ได้อย่างไรกันล่ะว่าเราเองก็เคยมองเห็นความฝันสีเทาเหมือนกัน!

            "คิริชิมะคุง?"   ราชินีน้ำแข็งสังเกตเห็นสัญญาณความเคลือบแคลงบนใบหน้าของเขาได้

            "แล้วโคคุริวซังรู้ได้ยังไงว่าผมก็เคยเห็นความฝันนั้นน่ะ"

            ได้ยินเช่นนั้นเธอจึงฉวยมือไปคว้ากระเป๋านักเรียนของเขา  แล้วหยิบนิยายเล่มนั้นออกมากางให้ดูหน้าสุดท้าย  ในส่วนที่มีชื่อแม่ของเขาเขียนกำกับไว้นั่นเอง

            "ทีแรกฉันก็ไม่มั่นใจนักหรอก  แต่เมื่อได้รู้ว่าคิริชิมะ เรย์คือแม่ของเธอ  บวกกับการที่ได้เห็นเธอขวนขวายตามหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนิยายเล่มนี้ในห้องสมุดเลยทำให้ปะติดปะต่อเรื่องราวได้ในที่สุด"

            ที่แท้โคคุริวเองก็เคยประสบปัญหาเรื่องนี้มาก่อนเช่นกัน  จึงได้ค้นคว้าหาวิธีเลี่ยงความฝันแปลก ๆ ที่ว่าจนกระทั่งได้มาเจอกับเบาะแสชิ้นสำคัญนี้เช่นกัน  เมื่อเธอศึกษาข้อมูลต่อจึงพบว่าคิริชิมะ เรย์นั้นคือแม่แท้ ๆ ที่เสียไปของโทรุ  จึงได้ลอบจับตามองแบบเงียบ ๆ มาตลอดนั่นเอง          

            "แล้วทำไมถึงไม่มาถามกันตรง ๆ ไปเลยล่ะ? ทำไมต้องทำเหมือนกับหยั่งเชิงกันแบบนี้ด้วย!"

            โทรุกล่าวอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไรนัก  นั่นเพราะอีกฝ่ายเล่นสืบค้นประวัติของเขาและแม่โดยที่ไม่บอกกับตัวแบบนี้  ทำเหมือนว่าทางนี้เป็นผู้ร้ายหรือบุคคลน่าสงสัยไปได้  ถึงจะบอกว่าตอนนี้ทั้งสองต่างประสบชะตากรรมเดียวกันก็ตามที

            "ต่อให้เดินมาบอก  แล้วเธอจะเชื่อคำพูดของฉันได้ในทันทีงั้นหรือ?  ถ้าไม่เพราะเคยประสบกับเหตุการณ์เช่นนั้นมาก่อนคนทั่วไปยังไงก็ย่อมไม่เชื่ออยู่แล้วจริงไหม?  และอีกอย่าง... ฉันเองก็ไม่ได้ไว้วางใจเธอนักหรอกนะ"

            โทรุคิดตาม  มันก็เป็นจริงตามที่โคคุริวพูด  ว่าถ้าไม่เพราะเขาเองก็เคยเจอกับความฝันที่น่ากลัวแบบนั้นกับตัวเองมาก่อนก็คงไม่เชื่อแน่นอน  แต่ตอนนี้มันจะเป็นยังไงก็ช่าง  จุดมุ่งหมายของเขาและเธอก็ยังเหมือนเดิมคือการหาทางหยุดยั้งความฝันแปลก ๆ นี้ให้จงได้  กระนั้นการได้ยินอีกฝ่ายบอกว่าไม่เชื่อใจมันก็ทำให้หงุดหงิดขึ้นมาอยู่ดี

            "ถ้าไม่คิดจะไว้ใจกันแล้วจะเรียกมาหาบนดาดฟ้านี้ทำไมกันล่ะ"

            "เราต่างก็เจอเรื่องร้ายมาเหมือนกัน  และมีจุดประสงค์เดียวกันนั่นคือหาทางหยุดความฝันสีเทาลงให้ได้  เพราะฉะนั้นการร่วมมือกันน่าจะทำให้อัตราสำเร็จมีมากกว่าต่างคนต่างทำ  แต่เพื่อการนั้นฉันก็ต้องแน่ใจได้ว่าเธอจะไม่ฉวยโอกาสทำอะไรแปลก ๆ ในระหว่างนั้น"

            ใบหน้าของโคคุริวแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย  ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหมายถึงอะไร  โทรุรับรู้ได้ในทันทีว่าทั้งหมดที่ผ่านมานี่เป็นแค่การแกล้งยั่วและลอบสังเกตตัวเขานั่นเอง  ทั้งการเรียกขึ้นมาในที่เปลี่ยว  และบางครั้งก็แกล้งเดินมากระซิบที่ข้างหู  นั่นก็เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่คิดอกุศลหรือลวนลามทีเผลอ  ตอนนี้เขารู้แล้วว่าราชินีน้ำแข็งนอกจากบุคลิกเบื้องหน้าจะเป็นคนที่เย็นชาเย่อหยิ่งแล้ว  เบื้องหลังยังเป็นคนขี้ระแวงและชอบสร้างระยะห่างจากคนอื่นอีกด้วย  แต่ก็ดี... ต่างคนต่างก็ไม่ต้องสนิทกัน  พวกเราแค่ปฎิสัมพันธ์เพียงเพื่อหาทางแก้ปัญหาเท่านั้นก็พอ  แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยกลับเข้าสู่สังคมของแต่ละคนตามเดิม  โทรุคิดในใจ                  

            "งั้นก็ดี...  ตอนนี้พวกเราแค่ใกล้ชิดกันเพียงเพื่อหาทางออกให้กับปัญหาของตัวเองเท่านั้น  ต่อจากนั้นก็ไม่มีอะไรผูกพันกันอีก!"

            โทรุพูดเสียงดังฟังชัด  สีหน้าของโคคุริวเองดูผ่อนคลายลงเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตกลงกับข้อเสนอ  และบัดนี้ทั้งคู่จึงร่วมมือกันเพื่อไขปริศนาเกี่ยวกับความฝันสีเทาในทันที  โดยเริ่มจากเบาะแสแรกที่มีนั่นคือนิยายเรื่องดังกล่าว

            "เท่าที่ฉันรู้มา  คนเขียนนิยายเรื่องนี้ชื่อ คุโบตะ อิโนะ และเขียนไว้ตั้งแต่เมื่อสิบแปดปีที่แล้ว"

            โคคุริวยอมเปิดเผยข้อมูลที่เธอได้ตามสืบมาจนถึงบัดนี้ให้โทรุฟัง  โดยเรื่องมันเริ่มจากความฝันประหลาดของตนเมื่อราวหนึ่งสามเดือนก่อนหน้านี้  แม้ว่ามันจะไม่ได้มาถี่หลายต่อหลายครั้งแบบที่เขาเจอก็ตาม  แต่ยิ่งจำนวนครั้งมากขึ้น  เหตุการณ์มันก็ยิ่งดูจะสมจริงและยาวนานต่อเนื่องมากขึ้นเรื่อย ๆ  จนเธอแทบจะทนไม่ไหว  ครั้นจะเล่าให้คนอื่นฟังก็คงไม่มีใครยอมเชื่อแน่  ลงท้ายโคคุริวจึงต้องหาวิธีแก้ไขมันด้วยตัวเอง

            "ก็เลยไปค้นข้อมูลในห้องสมุดเหมือนฉันสินะ?"

            "เปล่า  ฉันลองปรึกษาจิตแพทย์ที่รู้จักกันโดยอ้างว่านอนไม่ค่อยหลับและชอบฝันประหลาด ๆ กระทั่งเขาเอ่ยชื่อนิยายเล่มนี้ขึ้นมาโดยบังเอิญน่ะ  หลังจากนั้นก็ตามหานิยายเล่มนี้มาตลอดแต่ก็หาไม่เจอสักที  ไม่คิดว่ามันจะมีหลงอยู่ในห้องสมุดที่โรงเรียนด้วย"   

            ในช่วงเวลาที่โคคุริวค้นพบนิยายเล่มนั้นในห้องสมุดและแอบอ่านจนจบ  ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่โทรุเริ่มเห็นความฝันนั้นเป็นครั้งแรก  และเธอถึงสังเกตเห็นชื่อของคิริชิมะ เรย์เป็นคนยืมรายสุดท้ายนั่นเอง  แน่นอนว่าราชินีน้ำแข็งไม่เชื่อในเรื่องความบังเอิญ  แม่ของเขาจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับนิยายที่เก่าเก็บสิบกว่าปีนี้แน่ 

             "ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ  ฉันเองก็จำอะไรเกี่ยวกับแม่ตัวเองไม่ได้เลยนะ?  แถมวันที่ยืมก็นานมากแล้วด้วย"

            "คิริชิมะคุง  ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอผ่านวัยเด็กแบบไหนมา  แต่สำหรับฉันความไม่ประมาทแม้จะเป็นเพียงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่ไหนก็ตามนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดล่ะ!"

            เอิ่ม... แล้วมันเกี่ยวอะไรกับวัยเด็กล่ะคร๊าบบ!  โทรุคิดอย่างละเหี่ยใจ  เขาเริ่มเซ็งกับคำพูดเหน็บแหนมกระทบกระเทียบของอีกฝ่ายขึ้นมาเลยเชียว  อย่างไรก็ดี  การตามหาเบาะแสอื่นที่เกี่ยวข้องกับแม่ของเขาก็พบกับทางตันแค่ตรงนี้  ไม่มีข้อมูลอะไรให้สืบต่อได้อีกเลย

            "แล้วทางคนเขียนนิยายล่ะ?  มีข้อมูลอะไรดี ๆ บ้างมั้ย?"

            โคคุริวส่ายศีรษะพร้อมสีหน้าผิดหวัง  ตามข่าวล่าสุดที่รู้มาก็คือนักเขียนชื่อคุโบตะ อิโนะได้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว  อีกทั้งนิยายของเขาก็ไม่ได้โด่งดังอะไรมากมายทำให้มีข้อมูลตรงส่วนนี้น้อยเต็มที

            "ว๊าอะไรกันเนี่ย! จะสืบจากตรงไหนก็มีแต่ทางตันทั้งนั้นเลยนี่นา!"

            โทรุทำท่าถอนหายใจ  แต่ราชินีน้ำแข็งกลับไม่คิดเช่นนั้น

            "ใครว่าล่ะ  การที่เธอปรากฏตัวขึ้นมานี่ล่ะคือเบาะแสสำคัญชิ้นใหม่เลย!"

            "หมายความว่ายังไง?"

            "ฟังนะ  ทั้งเธอทั้งฉันต่างก็หลงเข้าไปอยู่ในความฝันรูปแบบเดียวกัน  เพียงแต่ต่างวันและเวลาโดยสิ้นเชิง  เพราะฉะนั้นเราจะเริ่มจากการวิเคราะห์หาจุดร่วมหรือสิ่งที่เหมือนกันก่อน!

            หากว่าโลกแห่งความฝันสีเทาเป็นสถานที่หนึ่งที่ไม่ขึ้นตรงต่อช่วงเวลาใด ๆ ในโลกแห่งความเป็นจริง  และไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถมองเห็นหรือสัมผัสมันได้  แสดงว่ามันจะต้องมีรูปแบบหรือกฏเกณฑ์ตายตัวในการที่จะเดินทางเข้า-ออกโลกแห่งนั้นอย่างแน่นอน  ดังนั้นหากหาจุดร่วมที่เหมือนกันระหว่างความฝันของทั้งสองได้ก็อาจจะพบเบาะแสใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นด้วย 

            "โอ ยอดเลย...  แต่ฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจเลยแฮะ?"    โทรุย่นจมูก

            โคคุริวเริ่มจากการอนุมานช่วงเวลาระหว่างโลกแห่งความฝัน  ซึ่งจากประสบการณ์ตรงและที่ฟังทางโทรุเล่ามานั้น  ทั้งสองมักจะเข้าสู่โลกแห่งฝันในช่วงราว 4 ทุ่มจนถึงเที่ยงคืน  สังเกตจากการที่โทรุเห็นเวลาบนนาฬิกาตรงหัวนอนทุกครั้ง  แต่บรรยากาศที่เห็นภายในนั้น  แม้ว่าจะปกคลุมไปด้วยสีเทาแต่ก็พอรู้ได้ว่าเป็นช่วงกลางวันไม่ผิดแน่  เธอจึงฟันธงว่าห้วงเวลาของทั้งสองโลกนั้นไม่ได้มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน  นอกจากนี้เงื่อนไขในการเดินทางข้ามมิติก็มีหลากหลายด้วย  อย่างเช่นโทรุที่มักจะเห็นกระจกเงาก่อน  ในขณะที่โคคุริวนั้นมักจะเกี่ยวกับน้ำ เช่นระหว่างการอาบน้ำ

            "อะ อาบน้ำงั้นเหรอ?"   โทรุทวนคำ

            "เรื่องนั้นจะยังไงก็ช่างมันเถอะน่า! เอาเป็นว่ามันมีหลายช่องทางในการเข้าสู่โลกแห่งฝันสีเทาก็แล้วกัน!"

            โคคุริวหน้าแดงเล็กน้อยก่อนจะหันมาค้อนใส่  ส่วนโทรุก็ฉีกยิ้มดีใจที่ได้แกล้งยั่วราชินีเล่น  เมื่อผ่านประเด็นเรื่องช่วงเวลาไปแล้ว  ต่อไปก็คือการวิเคราะห์วิธีหลีกเลี่ยงการหลุดเข้าไปในมิตินั้นโดยทางราชินีเสนอว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะลองตื่นในช่วง 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืนดู 

            "เออจริงด้วยแฮะ?  ก็ในเมื่อเราฝันในช่วงนั้นมาตลอดงั้นแค่ไม่นอนตอนช่วงนั้นก็พอสินะ!

            "ถึงยังไงนี่ก็ยังเป็นแค่ข้อสันนิษฐานเท่านั้น  อย่าลืมว่าช่วงเวลาของสองโลกแยกเป็นเอกเทศต่อกัน  บางทีถึงเราไม่นอนตอนนั้นก็อาจจะหลุดเข้าไปในตอนช่วงเวลาอื่นก็ได้"

            โทรุเบ้ปาก  เขาอุตส่าห์คิดว่าจะแก้ปัญหานี้ได้ง่าย ๆ แล้วซะอีก  อย่างไรก็ดี  นอกจากวิธีนี้แล้วก็ยังไม่เห็นว่าจะมีทางเลือกอื่นอีก  ดังนั้นทั้งสองจึงได้แต่ทดลองกับตัวเองดูเท่านั้นในคืนนี้  ซึ่งโทรุวางแผนไว้ว่าจะเริ่มเข้านอนตั้งแต่ตีหนึ่งเป็นต้นไป  ส่วนโคคุริวจะลองนอนตั้งแต่หัวค่ำและตื่นตอน 4 ทุ่มดู

            "โอเคงั้นตกลงตามนี้นะ  ไว้พรุ่งนี้เราค่อยมาเจอกันที่นี่อีกครั้ง!"

โทรุยืดอกสูดลมหายใจลึก ๆ  ส่วนโคคุริวไม่ตอบว่าอะไร  เธอเพียงแค่พยักหน้ารับคำเล็กน้อยก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตูทางออกในทันที  กระนั้นภาพแผ่นหลังของสาวงามผู้ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใดแม้จะเผชิญกับความฝันอันน่าสยองพวกนั้นก็ทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ บางอย่าง

            "ว่าแต่...  เธอได้เจอกับคนอื่นในนั้น  เอ่อ... ฉันหมายถึงพวกหุ่นตัวตลกหรือคนที่หน้าตาคลับคล้ายคับคลาทำนองนี้บ้างรึเปล่า?"

 

            โทรุถามด้วยน้ำเสียงเหมือนจะหยั่งเชิง  โคคุริวส่ายศีรษะช้า ๆ โดยไม่ได้หันกลับมา

            "ไม่เลยนี่?"

            "เธอไม่ได้ปิดบังอะไรอยู่ใช่มั้ย?"

            โทรุยิงคำถามคาใจออกไปทันที  เพราะถึงจะบอกว่านี่เป็นการร่วมมือกันชั่วคราวแต่อย่างน้อยเขาก็ไม่อยากเกิดความรู้สึกว่ากำลังถูกหลอกใช้อยู่  ถ้าโคคุริวเคยไปที่โลกแห่งนั้นมาก็มีความน่าจะเป็นสูงที่จะได้เจอกับพวกหุ่นตัวตลกหรือไม่ก็รินคนผมเทานั่นแน่ ๆ

            "ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปิดบังนี่? ถ้าฉันโกหกเธอแล้วมันจะได้ประโยชน์อะไรงั้นหรือ?"

            ราชินีกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะเดินลงจากดาดฟ้าไป  ทิ้งให้โทรุจมอยู่กับความคิดของตัวเองตามลำพัง  เด็กหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าในยามโพล้เพล้  ยิ่งทีปริศนานั้นก็ยิ่งจะซับซ้อนมากขึ้นจนเกินกำลังความเข้าใจของเขาแล้ว  โทรุได้แต่หวังว่าฝันร้ายนี้จะจบลงได้โดยเร็ววันนี้  แม้ว่าจะยังมองไม่เห็นหนทางก็ตามที...

 

@@@@@@@@@@

            "ไอ้บ้าเอ๊ยย!"

            รินสบถไปตามทางในขณะที่พุ่งทะยานไปยังสถานที่เป้าหมายด้วยความเร็วสูงสุด  ถนนหนทางที่ผ่านไปนั้นเต็มไปด้วยซากปรักและร่องรอยแห่งการทำลายล้าง  ทุกสิ่งถูกฉาบย้อมด้วยสีเทาราวกับเถ้าถ่านจากวันโลกาวินาศ 

            "ฉันไม่ยอมให้ตายง่าย ๆ  แน่ไอ้บ้านี่!"

            เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา  หน่วยย่อยซึ่งมีหน้าที่ในการลาดตระเวนอยู่ในโซนปลอดภัยได้ติดต่อเข้ามาว่ามีหนึ่งทีมหลักแอบหลบหนีออกไปยังเขตใกล้เคียงโดยพลการ  โดยมีจุดประสงค์เพื่อสำรวจทรัพยากรและขยายอาณาเขตให้กับฝ่ายมนุษย์  ที่สำคัญคือหนึ่งในทีมหลักนั้นมีเพื่อนสนิทของรินที่ชื่อ อากิซาวะ  ยู รวมอยู่ด้วย  หลังจากที่ยืนยันข่าวสารแล้ว  แน่นอนว่าอาเทมีสย่อมปฏิเสธคำร้องขอการฟอร์มทีมช่วยเหลือฉุกเฉินของเธออย่างหนักแน่น  ทว่านั่นก็ไม่ทำให้รินเลิกล้มความตั้งใจในการออกตามหาเพื่อนสนิทด้วยตนเองได้

            "แฮ่ก... แฮ่ก... ที่นี่เองสินะ?"

            รินหอบหายใจหนัก  ในที่สุดเธอก็ข้ามผ่านโซนปลอดภัยเข้ามายังเขต G ซึ่งถูกระบุว่าเป็น เรดโซน อันหมายถึงเขตการปกครองของ คลาวน์ มาสเตอร์ หรือผู้ควบคุมเหล่าหุ่นตัวตลก  ศัตรูคู่แค้นของมวลมนุษยชาตินั่นเอง  และตอนนี้รินก็มาหยุดยืนอยู่ที่เบื้องหน้าทางเข้าคฤหาสน์สีเทาขนาดใหญ่  สถานที่ซึ่งฝ่ายลาดตระเวนจับสัญญาณเอกีสของทีมหลักได้เป็นครั้งสุดท้ายนั่นเอง

            "เคหาสน์แสงสนธยา... งั้นหรือ?"

            เธออ่านชื่อคฤหาสน์ที่สลักเอาไว้บนกำแพงด้านหน้า  ประตูรั้วเหล็กดูเก่าทรุดโทรมเมื่อลองสำรวจจึงพบร่องรอยการงัดแงะเข้าไปข้างใน  แน่นอนว่าต้องเป็นฝีมือของทีมยูแน่ ๆ  รินคิดในใจ  ก่อนจะผลักประตูรั้วก้าวเข้าสู่พื้นที่อันตรายข้างในทันที

            "สุดท้ายแล้วเธอก็เลือกทางนี้สินะยู"

            รินยังจำบทสนทนาครั้งสุดท้ายก่อนที่เพื่อนรักจะบุกเข้ามายังที่แห่งนี้ได้  วันนั้นทั้งเธอและยูต่างก็นั่งอยู่ในห้องอาหารของฐานทัพใต้ดิน  พูดคุยเกี่ยวกับแผนลับบางประการกันตามลำพัง 

            "ริน... เมื่อเช้านี้ฉันได้ข่าวมาว่าค้นพบสถานที่ซึ่งน่าจะเป็นศูนย์บัญชาการของคลาวน์ มาสเตอร์แล้วล่ะ  มันอยู่ในใจกลางเขต G อย่างที่คิดจริง ๆ ด้วย!"

            ยูพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น  แต่รินกลับกังวลใจกับข่าวนี้มากกว่า

            "ถึงยังไงฉันก็ไม่เห็นด้วยที่จะเสี่ยงอันตรายแบบนั้นนะยู!"

            ท่ามกลางการต่อสู้อันยาวนานของเหล่ามนุษย์และหุ่นตัวตลกนั้น  เป็นที่รู้กันดีว่าผู้กุมบังเหียนควบคุมจักรกลสังหารอันเลือดเย็นก็คือคลาวน์ มาสเตอร์ที่มีฝีมือและสติปัญญาอันร้ายกาจ  ว่ากันว่ามันเป็นหุ่นรุ่นต้นแบบที่ถูกสร้างขึ้นด้วยความปราณีตยิ่ง  ให้สามารถคำนวนหรือไตร่ตรองใช้ความคิดได้ใกล้เคียงกับมนุษย์แทบไม่มีผิดเพี้ยน  นับแต่อดีตจึงมีผู้กล้ามากมายที่ออกเดินทางไปนอกเขตแดนเพื่อตามหาและทำลายมันนับครั้งไม่ถ้วน  ทว่ากลับไม่มีใครทำได้สำเร็จเลยสักราย  แม้แต่รูปร่างหน้าตาของมันเป็นเช่นใดก็ไม่มีผู้ใดทราบเลยด้วยซ้ำ 

            "ฉันรู้ดีว่ามันอันตราย  แต่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสชนะเลยเสียเมื่อไหร่ล่ะ!  เพราะนอกจากฉันแล้วยังมีหัวหน้าชิโนมิยะกับสมาชิกทีมหลักอีกด้วยนะ!"                    

            หัวหน้าชิโนมิยะนั้นเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้กับพวกมันอย่างหาตัวจับยาก  นอกจากนี้สมาชิกในทีมก็ยังมีแต่คนเก่ง ๆ ทั้งนั้นและรวมถึงตัวยูเองก็ด้วย

            "ถึงอย่างนั้นก็เถอะ! แต่จะแน่ใจได้ยังไงว่าข้อมูลที่ได้มานั้นถูกต้อง? แถมนี่ยังเป็นการขัดกับข้อกำหนดของ ภาคีแห่งศาสตรา ด้วยนะ  คิดให้ดี ๆ อีกครั้งเถอะยูฉันขอร้องล่ะ!"  

            รินพยายามโน้มน้าวให้เพื่อนรักเปลี่ยนใจ  เธอเอื้อมมือไปจับหัวไหล่ของอีกฝ่ายแต่กลับถูกปัดป้องออกมา

            "เธอก็น่าจะรู้ดีนี่นาว่าฉันเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว!"

            ยูถลกแขนเสื้อให้ดูรอยแผลไหม้ขนาดใหญ่ที่บริเวณข้อศอกของเธอ  รินถึงกับกุมปากด้วยความตกใจเมื่อได้เห็น  ถ้าเป็นถึงขั้นนี้แล้วอย่าว่าแต่จะรักษาเลย  แค่ขยับแขนยังอาจทำไม่ได้ด้วยซ้ำ

            "อะไรกัน! ก่อนหน้านี้แผลมันยังไม่ใหญ่และลุกลามถึงขนาดนี้เลยนี่นา!"

            รินมองใบหน้ารื้นน้ำตาของเพื่อนรักด้วยความปวดใจ  บาดแผลดังกล่าวเรียกว่า สติกม่า อันเกิดจากการฝืนใช้ โอเวอร์ไดร์ฟ มากจนเกิดขอบเขตที่ร่างกายจะทนทานไหว  อีกทั้งยูยังมีร่างกายที่อ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก ๆ ทำให้ผลิตเอกีสได้ไม่มากพอจะเยียวยาตรงส่วนนี้ด้วย

            "เพราะฉะนั้นให้ฉันไปเถอะนะ... ฉันต้องทำเพื่อตัวเอง  แล้วก็เพื่อทุกคนด้วย"

            น้ำตาที่พรั่งพรูออกมาของยูทำให้รินปราศจากคำพูดใด ๆ  ทั้งสองรู้ดีว่าปลายทางของคนที่เป็นสติกม่านั้นคือรอคอยความตายสถานเดียว  แต่หากว่าใครสักคนสามารถกำจัดคลาวน์ มาสเตอร์และหยุดยั้งการดูดกลืนเอกิสของพวกหุ่นตัวตลกได้ก็อาจจะเพิ่มความหวังในการรอดชีวิตขึ้นมาอีก 

            "ยู... เธอนี่มันโง่จริง ๆ"

เพียะ!

            รินจัดการตบหน้าเพื่อนรักแบบเต็มแรงจนแทบตกจากเก้าอี้  ไม่บ่อยนักที่เธอจะลงไม้ลงมือกับคนสนิทถึงเพียงนี้  ยูใช้มือลูบแก้มที่แดงก่ำจากรอยตบหันมามองด้วยสีหน้าประหลาดใจ

            "ทำอะไรของเธอน่ะริน!"

            "อ่อนหัด! มั่นใจเหรอว่าความคิดตื้น ๆ พรรค์นั้นจะช่วยชีวิตเธอได้! ต่อให้จัดการโค่นพวกมาสเตอร์ทั้งหมดได้แล้วยังไง?  เมื่อเสร็จศึกแล้วมีเอกีสไม่มากพอที่จะฟื้นฟูสภาพได้ก็ตายอยู่ดีนั่นล่ะ!"

            คำพูดของรินฟังดูเฉียบขาดจริงจัง  แต่ก็แฝงร่องรอยแห่งความห่วงใยเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม  น่าเสียดายว่าความรู้สึกนั้นคงสื่อไปไม่ถึงอีกฝ่ายเสียแล้ว  ยูก้มหน้านิ่งเงียบก่อนจะลุกเดนจากไปโดยไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย  และนั่นคือภาพสุดท้ายที่เธอได้เห็นเพื่อนรักของตัวเอง...

            "ขอให้ปลอดภัยเถอะนะยู"

            รินพึมพำกับตัวเองเบา ๆ  ถ้าจะพูดถึงเรื่องอ่อนหัดแล้วตัวเองก็ไม่ต่างกันเท่าไร  เพราะทันทีที่ได้ยินข่าวนี้เธอก็พุ่งออกมาโดยไม่สนคำเตือนของอาเทมีสและคนอื่น ๆ เลยแม้แต่น้อย  ถึงจะยังไงก็ตามเธอคงมิอาจนิ่งดูดายทนเห็นเพื่อนรักตายไปต่อหน้าต่อตาเป็นแน่! 

จบตอน

 

58 ความคิดเห็น

  1. #22 Atara_Mayumi (@Atara_Mayumi) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 10:59
    ริน...ยู...โทรุ...มิซึกิ...คุณแม่ของโทรุ รินกับโทรุเป็นเพื่อนสนิทกันอีกโลกนึง(โลกหลัก) รินกับยูเป็นเพื่อนสนิทกันในโลกสีเทา มิซึกิกับโทรุเคยเข้าไปในโลกสีเทา แม่ของโทรุคาดว่าจะเคยเข้าไปในโลกสีเทา สิ่งที่เกี่ยวข้องคือกระจกกับอ่างอาบน้ำซึ่งสามารถสะท้อนได้ สะท้อนเหรอคะ
    #22
    1
    • #22-1 no one know (@inthedarkz) (จากตอนที่ 5)
      4 พฤษภาคม 2558 / 20:03
      ถ้านับเฉพาะข้อมูลที่เปิดเผยมาถึงตรงนี้แล้วก็ตามนั้นเลยครับผม...

      ขอบคุณที่ติดตามและวิเคราะห์ประเด็นต่าง ๆ อย่างละเอียดเลยนะครับ แฮะ ๆ คนเขียนปลื้มใจ
      #22-1
  2. #21 Atara_Mayumi (@Atara_Mayumi) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 10:25
    รินเกี่ยวข้องไหมเนี่ย...
    #21
    1
    • #21-1 no one know (@inthedarkz) (จากตอนที่ 5)
      3 พฤษภาคม 2558 / 15:57
      ...ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งครับ แหะ ๆ
      #21-1
  3. #20 Atara_Mayumi (@Atara_Mayumi) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2558 / 13:56
    กระจกเงา อ่างอาบน้ำ มันเกี่ยวกันที่สะท้อนเงาได้มาก-น้อยรึไงคะ
    #20
    0
  4. #12 Srania_Lawyia (@sranai_lawyai) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 เมษายน 2558 / 17:19
    มันคืออะไรกันแน่นะ โลกสีเทาที่โทรุเจอ อยากรู้จัง สู้ๆนะคะไรเตอร์
    #12
    1
    • #12-1 no one know (@inthedarkz) (จากตอนที่ 5)
      30 เมษายน 2558 / 17:57
      ลองเดาดูเล่น ๆ ก็ได้นะครับ แฮะ ๆ

      หลังจากนี้ปริศนาจะค่อย ๆ คลี่คลายออกมาเรื่อย ๆ เลยครับผม...
      #12-1