วิวาห์พาหนี

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,525 Views

  • 91 Comments

  • 164 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    13

    Overall
    14,525

ตอนที่ 1 : เจ้าสาว(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    10 มิ.ย. 61

                                                       


                                        

                                        วิวาห์พาหนี

                                                                         ตอนที่ 1

                                                     เจ้าสาว

งานฉลองสมรสสุดอลังการแห่งปี ถูกจัดขึ้นที่โรงแรมระดับห้าดาวกลางกรุงเทพฯ ซึ่งทำให้ถนนซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงแรมและยังถนนสายต่างๆที่รายรอบติดขัดตั้งแต่ช่วงเย็น จากรถยนต์หรูนาๆยี่ห้อที่มุ่งหน้ามาที่งานนี้ ซึ่งมีการเตือนจากสถานีวิทยุคลื่นของข่าวสารความปลอดภัยและจราจร ถ้าไม่จำเป็นให้หลีกเลี่ยงการสัญจรตามเส้นทางในเวลาดังกล่าว

อนิรุทธ์ยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา ซึ่งเป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้ว และฟังเสียงการรายงานการจราจรในวิทยุที่เปิดฟังในรถ พร้อมทั้งพ่นลมหายใจ ก่นด่าการจราจรที่ติดเป็นแถวยาวเหยียด กว่าจะหลุดไฟแดงมาได้แต่ละแยกเขาแทบจะหลับ

 โธ่เอ้ย...จะติดอะไรกันนักกันหนาวะเนี่ย เกือบครึ่งชั่วโมงขยับมาได้แค่สองป้ายรถเมล์เท่านั้น คนรวยๆแต่งงานกันในโรงแรมหรูทำให้ชาวบ้านวุ่นวายกันไปค่อนกรุงเทพฯ เพราะธรรมดาถนนสายนี้รถมันก็ติดหนึบแทบจะตลอดวันอยู่แล้ว และคงทำให้การเดินทางกลับเชียงใหม่คืนนี้ของเรา กว่าจะถึงคงสว่างเป็นแน่ อืม...ถึงเสียที...

ชายหนุ่มบ่นอยู่ในใจก่อนจะถึงที่หมาย และเลี้ยวรถปิคอัพสองตอนเข้าถนนซอย ซึ่งเป็นด้านหลังของโรงแรมหรูซึ่งเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานที่ตนเองบ่นถึง และเป็นสถานที่ที่ตนเองนัดพบรับเงินกับตัวแทนบริษัทออแกนไนซ์ ซึ่งเป็นผู้รับจ้างจัดงานและสั่งดอกไม้จากบริษัทของพี่สาว แต่ที่จอดรถด้านหลังของโรงแรมก็มีรถจอดแน่นขนัด ทำให้เขาขับเลยประตูไปและชะลอรถจอดแอบที่ข้างกำแพง ซึ่งใกล้กับประตูทางเข้า และหยิบโทรศัพท์โทรหาผู้ที่นัดไว้

“ผมรุทธ์นะครับพี่จูน ผมมาคอยพี่ตรงด้านหลังโรงแรมแล้วนะครับ แต่คงเข้าไปจอดรถข้างในไม่ได้ รถเต็มลานแล้วก็มืดด้วยครับ”

“ครับ..ได้ครับ ผมจะจอดที่ริมกำแพงโรงแรม แล้วเดินไปที่ประตูหลังนะครับพี่ ขอบคุณครับ ครับ ” อนิรุทธ์รับคำแล้วรีบลงจากรถ

อะไรวะ!โรงแรมก็ออกจะหรูหราอลังการระดับห้าดาว ทำไมไฟด้านหลังมันมืดอย่างกับเข้าถ้ำ เหนียวค่าไฟแค่นี้เองหรือไง น่าจะนึกถึงความปลอดภัยของผู้มาใช้บริการมากกว่า เพราะที่นี่ค่าห้องคืนหนึ่งก็หลักหมื่น ถ้าห้องสวีทก็หลักแสน เฮงซวยชะมัด  ชายหนุ่มมาดเซอร์ ผมปรกต้นคอ สวมกางเกงยีนเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตแขนยาวพับแขนร่นไว้ที่ข้อศอก เอ่ยบ่นออกมาเบาๆและสาวเท้าเดินตรงไปเรื่อยๆ

“คุณ คุณ นี่คุณ มาธุระอะไรทำไมไม่แจ้งที่ป้อมนี่ก่อนล่ะครับ ” เสียงรองเท้าหนักๆวิ่งมาด้านหลัง และเอ่ยเรียกเสียงเข้มทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดกึก

“ขอโทษครับพี่ ผมไม่เห็นมีใครเลยน่ะครับ แล้วไฟก็มืดมากด้วย ผมมาพบคุณจูนที่เป็นฝ่ายจัดสถานที่คืนนี้น่ะครับ คือผมมาเก็บเงินค่าดอกไม้น่ะพี่” เขาเอ่ยบอกเมื่อเห็นชายในเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งวิ่งมาสกัดหน้าไว้

“โอเคไอ้น้อง เมื่อหัวค่ำคุณจูนบอกไว้เหมือนกัน แต่พี่ก็กำลังวุ่นๆวิ่งไปวิ่งมา ไฟชั้นล่างมันดับน่ะเป็นอะไรก็ไม่รู้ ดับๆติดๆ ตอนนี้ดับถาวรไปสักพักใหญ่แล้ว ทำให้ในงานเลี้ยงก็วุ่นไปหมด ไฟสำรองคงไม่พอด้วย นี่ช่างไฟก็กำลังหาทางแก้ไขกันอยู่น่ะ ”

“ถึงว่าสิพี่ ผมยังแปลกใจอยู่เลยว่าโรงแรมระดับนี้ ทำไมมันมืดอย่างกับเดินเข้ามาในถ้ำ”

“ก็ตอนนี้ชั้นล่างทั้งหมดมันมีแต่ไฟฉุกเฉิน ตอนนี้ร.ป.ภก็เลยต้องทำงานหนัก เพราะในงานน่ะมีแต่บรรดาไฮโซ คนใหญ่ๆโตๆทั้งนั้นแหละ นี่พี่ก็โดนเรียกเข้าไปรักษาความปลอดภัยข้างในด้วย ยังไงน้องเสร็จธุระแล้วก็รีบกลับออกไปเลยนะ”

“โธ่พี่ เสร็จธุระแล้วผมจะอยู่ทำไมล่ะ เดี๋ยวงานเลิกรถก็ยิ่งติดกว่านี้อีก ผมก็จะรีบหนีเหมือนกันแหละ”

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวัยกลางคนร่างแกร่งพยักหน้าให้เขาแล้ว รีบเดินแกมวิ่งเมื่อเสียงวิทยุเร่งตามตัว ทำให้อนิรุทธ์เดินไปที่ประตูด้านหลังตึก ซึ่งทั้งบริเวณนั้นมีแสงไฟฉุกเฉินเพียงดวงเดียว เขาเห็นพนักงานชายในเครื่องแบบพนักงานเสริฟเดินลงบันไดมาพร้อมทั้งกราดสายตามองหา และเอ่ยเรียกเพื่อนชายที่แต่งกายเหมือนกัน ซึ่งยืนพิงผนังตึกและอัดบุหรี่คันโขมง ท่ามกลางความสลัวลาง

“เฮ้ยไอ้เจี๊ยบ...หัวหน้าการ์ดบอกให้เข้าไปอยู่ฮอลล์ เขาให้ฉันมาตามพนักงานเสริฟทุกคนเข้าไปรวมกันในนั้นน่ะ”

“ทำไมต้องเข้าไปอยู่นั้นด้วยวะ เสริฟอะไรก็ไม่เห็นแล้วนี่ ฉันก็เลยออกมาสูบบุหรี่สักมวนหนึ่งน่ะ ให้ไฟติดก่อนค่อยเข้าไปก็ได้นี่หว่า” พนักงานเสริฟคนที่โดนตามตัวเอ่ยตอบ

“เฮ้ยไม่ได้ เขาบอกว่าเป็นการรักษาความปลอดภัย ถ้าใครอยู่ข้างนอกเผื่อเกิดอะไรขึ้นจะตกเป็นผู้ต้องสงสัย เขาบอกว่าแขกแต่ละคนน่ะคุณหญิงคุณนายทั้งนั้น และแต่ละคนก็สวมใส่เครื่องประดับมากันอย่างกับร้านเพชรเคลื่อนที่ มืดๆอย่างนี้เกิดใครถูกกระชากสร้อยเพชรไปจากคอจากแขนละก็ จะพาซวยกันหมด เข้าไปก่อนเถอะว่ะ ” เสียงผู้มาตามเอ่ยอธิบายและเร่งเร้า ทำให้อีกเสียงจิ๊ปากอย่างไม่พอใจ แต่ก็จำใจทิ้งบุหรี่ที่สูบไปได้เพียงครึ่งมวนใช้รองเท้าขยี้ และเดินกลับเข้าไปแต่โดยดี

“รุทธ์ น้องรุทธ์ใช่ไหมน่ะ”เสียงเรียกเขาในมุมสว่างข้างรถคันหนึ่ง ทำให้ชายหนุ่มหันไปตามเสียงและขานรับเบาๆ

“ครับพี่จูน ผมเองครับ ขอโทษด้วยมันมืดผมมองไม่เห็นน่ะ ข้างในเกิดอะไรขึ้นหรือครับพี่” อนิรุทธิ์เอ่ยถามอย่างสงสัยจากคำสนทนาของสองหนุ่มเมื่อครู่และยังคำบอกเล่าของร.ป.ภ  

“โฮ้ย!!!ก็ไฟมันดับในห้องจัดเลี้ยง แล้วก็ชั้นล่างทั้งหมดน่ะสิ มีแต่ห้องพักแขกข้างบนเท่านั้นแหละที่ใช้ไฟได้น่ะ ข้างล่างก็มีแต่ไฟฉุกเฉิน แขกเหรื่อก็โกลาหลไปหมด ฝ่ายรักษาความปลอดภัยเขาก็ยังไม่ให้ใครออกมากห้องจัดเลี้ยง แอร์ก็ไม่ทำงานเริ่มร้อนแล้วด้วย ทำให้คนเริ่มก่นด่ากันแล้วละ สงสารเจ้าภาพเสียจริง” จูนสาวประเภทสองเอ่ยเล่าเชิงบ่น

“อ้าวทำไมเขาไม่ให้แขกกลับเลยล่ะครับพี่”

“ก็เจ้าสาวน่ะสิ ไม่รู้หายตัวไปไหนตามหากันหากันวุ่นวายไปหมด หรือจะไปเข้าห้องน้ำแล้วยังกลับเข้ามาไม่ได้ก็ไม่รู้ มันมืดจนมองไม่รู้ใครเป็นใคร แล้วอีกอย่างหนึ่งนะที่ตัวเจ้าสาวน่ะ มีทั้งสร้อยเพชร แหวนเพชร ตุ้มหูเพชร เขาว่ามีมูลค่าหลายสิบล้านเชียวละ ทำให้เขากลัวว่าโจรมันอาจจะวางแผนเข้ามาอุ้มมั้ง เห็นเรียกร.ป.ภ.กันให้วุ่นไปหมด อ่ะนี่เงินที่เหลือของเธอสี่หมื่น แสนหนึ่งเข้าบัญชีบริษัทพี่เธอไปเรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ ”

“ขอบคุณครับพี่ ” เขาเอ่ยขอบคุณพร้อมทั้งรับเงินปึกนั้นมาถือไว้

“นับดูก่อนนะพ่อรูปหล่อใบละพันสี่สิบใบ เร็วๆสิจ๊ะพ่อสุดหล่อ พี่จะเข้าไปดูเขาเสียหน่อย เพราะเสร็จงานแล้วทางโรงแรมเขาก็ต้องให้พี่เคลียของที่จัดงานให้เสร็จคืนนี้เลย คงดึกแน่ๆเลยอ่ะ เฮ้อ...นี่ก็ยังไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเกิดเจ้าสาวโดนอุ้มไปจริงๆ นี่จะบอกให้นะเจ้าสาวน่ะสวยมาก เขาว่าสั่งตรงมาจากต่างประเทศหมาดๆเลยละ”จูนเอ่ยเร่งและยังบ่นบอกเขาในตอนท้าย

“แหมพี่...พูดอย่างกับในหนังเลยนะครับ ห้องมันกว้างไฟมันมืด เดี๋ยวก็เจอเองแหละครับ คืนนี้จะได้ขึ้นเตียงกับเจ้าบ่าวจะหายไปได้ยังไง อีแค่ไฟดับคนรวยๆก็กลัวกันซะอลเวงไปหมด” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงขันๆ

“ทะลึ่งจริงเลยนะเธอนี่ แล้วจะไม่ให้เขากลัวได้ยังไงล่ะ ก็เครื่องเพชรบนตัวเจ้าสาวน่ะอาจจะทำให้โจรมันน้ำลายหกวางแผนเข้ามาอุ้มเจ้าสาวไปด้วยก็ได้นี่ แล้วเผลอๆนะเขาอาจจะห่วงเครื่องเพชร มากกว่าห่วงเจ้าสาวเสียอีกมั้ง เพราะพี่ได้ยินว่าเป็นสมบัติต้นตระกูลของเจ้าบ่าวเชียวละ”

“พี่หมายถึงเจ้าบ่าวหรือครับที่ห่วงเครื่องเพชรมากกว่าเจ้าสาวน่ะ”เขาย้อนถามอย่างไม่ได้คิดอะไรมากกว่าชวนคุยไปตามเรื่อง

“พี่ก็พูดเรื่อยเปื่อยไปตามที่พี่คิด ซึ่งคนรวยมีเงินเป็นถุงเป็นถัง เขาอาจจะไม่คิดเหมือนเราก็ได้นี่เนาะ” เสียงที่บีบให้แหลมเอ่ยอย่างใส่จริต

“แต่ถ้าผมเป็นเจ้าบ่าว ผมต้องห่วงเจ้าสาวมากกว่า เพราะคืนนี้ถ้าเจ้าสาวหายก็แห้วน่ะสิครับ นอกจากจะเคยขึ้นเตียงกันมานานจนไม่ต้องลุ้น ก็อาจจะห่วงเพชรมากกว่า จริงไหมพี่ห่ะๆ” เขาเอ่ยด้วยสีหน้าทะเล้นและยังหัวเราะออกมาเสียงดัง

“เพลี๊ยะ!นี่ลามกนักนะเราน่ะ แต่ฉันก็รอเป็นเจ้าสาวเธออยู่นะยะ ตกลงปลงใจกับฉันเมื่อไหร่ก็บอกล่ะ” จูนยกมือฟาดลงบนท่อนแขนแข็งแรง ด้วยท่าทางสะบัดสะบิ้งตามสไตล์ของเธอ และยังเอ่ยสัพยอกทีเล่นทีจริง ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังนับเงิน

“โอเคครบครับพี่จูน ผมไปก่อนนะครับ ขี้เกียจกลับออกไปพร้อมแขก นี่ก็สามทุ่มแล้วด้วยผมว่าอีกสักประเดี๋ยวไฟก็คงติดแล้วละครับโรงแรมระดับห้าดาว เขาคงไม่ปล่อยให้ไฟดับนานนักหรอกครับเสียชื่อแย่ ”

“นั่นน่ะสิแค่นี้ก็โดนด่าจนเละแล้วละ เจ้าบ่าวน่ะโกรธจนหน้าเขียว ด่ากราดไม่บันยะบันยังเลยละ”

“งั้นผมไปก่อนนะครับพี่ ไม่ค่อยได้อยู่กรุงเทพฯเสียนาน ทำให้ผมไม่ไหวกับรถติดๆ นี่กว่าผมจะขับรถฝ่ามาถึงที่นี่ ผมแทบหลับกลางสี่แยกตอนติดไฟแดงเลยนะครับพี่จูน รู้เงี้ยพรุ่งนี้ให้พี่โอนไปก็ดีแล้ว ไม่น่าทะลึ่งมาเลย  ขอบคุณนะครับพี่จูน ” เขาเอ่ยบ่นยาวเหยียดพร้อมทั้งยกมือทำความเคารพจูน ก่อนจะหมุนกายเดินกลับออกมาทางเก่า

เสียงตะโกนโหวกเหวกออกคำสั่ง ดังไล่หลังมา “นี่ๆคุณมาทำอะไรตรงนี้น่ะ หยุดก่อนสิ ” เสียงเรียกพร้อมทั้งไฟฉายในมือส่องกราดมาที่ใบหน้าและทั่วร่างของชายหนุ่ม

อนิรุทธิ์จำต้องหยุดชะงักอีกครั้ง และก่อนที่เขาตอบ เสียงของจูนที่วิ่งกลับมาก็ดังขึ้น “พี่ๆนี่น้องชายหนูเองละนัดให้เขามาเอาตังค์ค่าดอกไม้น่ะ และก็บอกกับพี่ร.ป.ภ คนที่เข้าเวรที่ป้อมนี่เขาไว้แล้วด้วยค่ะ”

“อ้อน้องคุณจูนเหรอครับ” หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยร่างหนา เอ่ยอย่างสนิทสนมกับจูนดี เพราะเธอรับทำงานกับที่นี่ประจำ

“ใช่ค่ะพี่แกเป็นน้องของเพื่อนจูนน่ะค่ะ พี่สาวเขามีบริษัทส่งดอกไม้ ที่จูนซื้อมาประดับตกแต่งในงานนี้ไงคะ”

“แล้วคุณจูนพอจะเห็นใครผ่านมาทางนี้ไหมครับ คือยังหาตัวเจ้าสาวไม่พบ ไฟก็ยังไม่ติดน่ะครับกล้องวงจรปิดเฉพาะชั้นล่างนี่ก็ดับไปด้วย”

“จูนก็เพิ่งมายืนอยู่ที่นี่สักพักหนึ่งเองค่ะ แต่ก็ไม่เห็นใครเลยนี่คะ และถ้าเจ้าสาวเกิดผ่านมาทางนี้ก็ต้องเห็นแน่ละค่ะ เพราะชุดเจ้าสาวของเธอขาวโพลน และออกจะเว่อวังอลังการขนาดนั้น เอ่อ...แล้วได้ตรวจบนห้องที่จะใช้ส่งตัวคืนนี้หรือยังล่ะคะ เธออาจจะขึ้นไปเติมหน้าหรือเข้าห้องน้ำก็ได้นี่คะ”

“หากันจนทั่วแล้วละครับคุณจูน และหาจากกล้องวงจรปิดก็ไม่ได้เพราะไฟดับ เฮ้อ...นี่เจ้าภาพก็แจ้งตำรวจท้องที่แล้วละครับ”

“อาจจะโดนอุ้มหรือคะ” จูนเอ่ยถามด้วยสีหน้าตระหนกเล็กน้อย

“ผมไม่กล้าสันนิษฐานหรอกครับ คงต้องรอตำรวจมาดูที่เกิดเหตุก่อนน่ะครับ”

“งั้นผมไปได้แล้วใช่ไหมครับพี่” อนิรุทธ์เอ่ยถามขึ้น

“ได้ครับเชิญเลยครับคุณ”

“งั้นผมไปก่อนครับพี่จูน แล้วเจอกันเมื่อชาติต้องการนะครับหึๆ” เขาเอ่ยด้วยเสียงกลั้วหัวเราะแล้วยกมือขึ้นแตะหางคิ้วในท่าตะเบ๊ะ แยกยิ้มกว้างเยี่ยงหนุ่มอารมณ์ดี ก่อนจะหมุนกายเดินกลับออกไป 

 เงินสี่หมื่นซึ่งเป็นของเรามันก็โอเค ว่าแต่คืนนี้เราจะขับรถถึงเชียงใหม่ไหวหรือเปล่า แวะนอนนครสวรรค์หรือพิษณุโลกสักคืนก็น่าจะดี ถ้าตีรถรวดเดียวเสี่ยงหลับในแน่ๆ น่า...ดูกำลังตัวเองก่อนละกัน ง่วงที่ไหนก็แวะนอนมันที่นั่น

อนิรุทธ์ครุ่นคิดแล้วกดรีโมทปลดล้อครถ ก่อนจะเปิดประตูก้าวเข้าไปนั่ง แต่ทันใดนั้นก่อนที่เขาจะสตาร์ทรถก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อมีคนเปิดประตูรถด้านข้างพร้อมทั้งพุ่งกายเข้ามา

“ไปเลยลูกพี่”เสียงใสๆเอ่ยสั่ง

“เฮ้!นี่คุณเป็นใครน่ะ จู่ๆก็พรวดพราดขึ้นมาอย่างนี้น่ะ”เขาเอ่ยถามแล้วมองอย่างตกตะลึง เมื่อหญิงสาวเลิกถุงดำที่คลุมทับชุดสีขาวออกทางศีรษะ

“คุณฉันขอร้องละ พาฉันไปจากตรงนี้ก่อน แล้วจะให้ฉันกราบคุณฉันก็จะทำ หรือคุณจะเอาเงินค่ารถเท่าไหร่ฉันก็จะให้ ได้โปรดช่วยฉันด้วยเถอะนะคะ” เธอรัวเสียงวิงวอน

อนิรุทธ์มองเสื้อผ้าการแต่งกายของเธอ แม้จะเป็นในความมืดสลัว แต่ชุดราตรีเกาะอกสีขาวโพลน และที่คอประดับสร้อยเพชรแสงวูบวาบในความมืด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเธอเป็นใคร ทำให้หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบ  

“นี่คุณคงเป็นเจ้าสาวที่เขากำลังตามหากันอยู่ละสิ”

“ใช่ค่ะ ทำไมคุณรู้ล่ะ”หญิงสาวยื่นหน้ามาเอ่ยถาม

“ก็คนเขาตามหาคุณกันจ้าละหวั่นจนแทบจะพลิกโรงแรมแล้วมั้ง ผมว่าคุณรีบลงจากรถผมแล้วกลับเข้าไปในงานดีกว่านะครับ เพราะเมื่อกี้ร.ป.ภ.บอกว่าเจ้าภาพ เขากำลังเรียกตำรวจท้องที่มาช่วยค้นหาคุณแล้ว เดี๋ยวผมจะพลอยซวยไปด้วย เชิญลงไปเลยครับ”

“เรียกตำรวจหรือคะ ตายละ! งั้นคุณช่วยพาฉันไปจากที่นี่ก่อนเถอะนะคะ ฉันกราบละค่ะ ” หญิงสาวเอ่ยด้วยสีหน้าตระหนก และก้มกราบลงบนตักชายหนุ่ม

“นี่คุณผมไม่รู้เหตุผลของคุณหรอกนะ ว่าทำไมต้องทำอย่างนี้ แต่ผมไม่อยากติดคุกในข้อหาลักพา ผมบอกตรงๆนะว่าผมพาคุณไปด้วยไม่ได้ กลับเข้าไปในงานเสียเถอะนะครับ อย่าให้ผมเดือนร้อนเลย ขอร้องละ”

“โธ่คุณจะไม่สงสารลูกแมวตาดำๆเลยเหรอคะ ฉันบอกตรงๆก็ได้นะ ว่าฉันไม่สามารถนอนร่วมเตียงกับเจ้าบ่าวจอมลามกได้ ถ้าคุณไม่ช่วยฉัน พรุ่งนี้คุณรออ่านข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ได้เลย ว่าเจ้าสาวผูกคอตายในห้องน้ำในคืนวิวาห์บนโรงแรมหรู หรือไม่ก็กระโดดตึกลงมา ฉันคิดอย่างนั้นจริงๆนะคะ เอาอย่างนี้นะคะถ้าคุณกลัว คุณเพียงแค่ช่วยพาฉันไปให้พ้นจากที่นี่ แล้วส่งฉันลงตรงไหนก็ได้ค่ะ ฉันจะไม่ลืมพระคุณครั้งนี้เลยนะคะ นะคะ ได้โปรดเถอะค่ะ พาฉันไปจากที่นี่ก่อนเถอะนะคะ สงสารฉันเถอะค่ะ” หญิงสาวเอ่ยพร้อมทั้งพนมมือวิงวอนเสียงเครือ

“นอกจากเจ้าบ่าวลามกแล้วมีเหตุผลอะไรอื่นอีกไหม ที่คุณต้องทำอย่างนี้น่ะ”เขาเอ่ยถามด้วยสีหน้ายุ่งยากใจ

“ฉันมีเหตุผลมากมายที่ไม่เคยมีใครอยากฟัง พาฉันไปจากที่นี่ก่อนเถอะค่ะ แล้วฉันจะเล่าให้คุณฟังทุกอย่าง สงสารฉันเถอะนะคะ ฉันทนไม่ได้จริงๆ”

อนิรุทธ์มองหญิงสาวที่ยังคงพนมมือเอ่ยด้วยสีหน้าวิงวอน แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“เอ่อฉันบอกคุณตรงๆนะว่าฉันคิดจะฆ่าตัวตายจริงๆ”

อนิรุทธ์จำต้องตัดสินใจนาทีนั้น สตาร์ทรถและขับเคลื่อนออกมาจากซอย และเมื่อผ่านด้านข้างของโรงแรมออกมา เขาก็เห็นรถตำรวจแล่นตามกันเข้าไปที่ด้านหน้าโรงแรมสามคัน ทำให้เขาหันไปเอ่ย

“คุณหมอบลงสิ” เสียงที่เขาเอ่ยบอกทำให้หญิงสาวในชุดวิวาห์สุดหรูไม่ได้หมอบลง แต่รีบเลื่อนกายลงไปนั่งคุดคู้ตรงพื้นที่วางเท้าหน้าเบาะนั่ง ความฟูฟ่องของชุดวิวาห์ทำให้แทบไม่เห็นหน้าเธอ ทำให้ชายหนุ่มนึกขันในใจ

อนิรุทธ์ขับรถพ้นจากบริเวณโรงแรม แล้วผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ ยวดยานบนถนนสุขุมวิทยังคงแล่นไปได้เรื่อยๆ แต่ก็ติดไฟแดงอยู่หลายแยก

“นี่คุณพ้นมาไกลแล้วละ แล้วยังไงต่อ จะให้ผมไปส่งที่ไหนก็บอกมาละกัน ผมจะต้องเดินทางไกลนะครับ”

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาก่อนจะเอ่ยถาม “เดินทางไกลไปไหนเหรอคะ”

“นี่ผมถามคุณว่าจะเอายังไง ไม่ได้ให้คุณมาถามผมนะครับ”

“เอ่อ...ฉันก็ไม่รู้จะไปที่ไหนเลยค่ะ”

“อ้าว!คุณไม่มีบ้านมีช่องอยู่หรือไงล่ะ” เขาถามเสียงขุ่น

“มีสิ แต่ถ้าฉันกลับไป ฉันก็ต้องถูกส่งตัวกลับมาเข้าหอกับไอ้บ้ากามนั่นอยู่ดี ”

“อ้าวไอ้บ้ากามที่คุณพูดถึง เขาเป็นเจ้าบ่าวของคุณนะครับ และถ้าคุณรู้ว่าเขาบ้ากามทำไมยินยอมมาแต่งงานด้วยล่ะ อย่างน้อยคนจะมาถึงขั้นแต่งงานกันใหญ่โตอย่างนี้ ก็ต้องรักกันคบกันมาก่อนไม่ใช่เหรอ และถ้าเขาบ้ากามจริงๆ ก่อนแต่งคุณก็ต้องเสร็จเขาก่อนแล้วละ จริงไหมล่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยเสียงขันๆ

“นี่คุณพูดให้ดีๆหน่อยนะ ฉันยิ่งอารมณ์ไม่ดีและอาจจะลืมตัวลุกขึ้นไปชกคุณก็ได้” หญิงสาวสุดสวยเอ่ยด้วยสีหน้าบึ้งตึงขึ้งโกรธ

“อ้าวแล้วผมพูดผิดตรงไหนล่ะคุณ คนเราก่อนจะตกลงปลงใจแต่งงานกัน มันก็ต้องรักกันมาก่อนไม่ใช่เหรอ และคนรักกันจะมีอะไรกุ๊กกิ๊กกันก่อนแต่งงานก็ไม่เห็นแปลกนี่ เขาก็มีกันทั้งนั้นแหละ”

“นี่คุณฟังฉันนะ ฉันเพิ่งโดนเรียกตัวกลับจากอเมริกา และพอมาถึงฉันก็โดนรวบรัดจัดงานแต่งงานให้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว หรือรู้จักไอ้เจ้าบ่าวบ้ากามนั่นเลย ฉันโดนคุณพ่อกับแม่เลี้ยงมัดมือชก คุณพ่อบอกว่าท่านเป็นหนี้ไอ้เบื๊อกนั่นหลายสิบล้าน เลยจำต้องยกฉันให้แต่งงานกับมันเพื่อล้างหนี้ เพราะไอ้บ้านั่นมันเห็นรูปฉันและมันก็อยากแต่งงานด้วย แต่ฉันรับมันไม่ได้ เข้าใจยัง”เธอเอ่ยอธิบายด้วยเสียงรัวเร็ว

“แล้วถ้าคุณจะตัดสินใจหนีการแต่งงาน ทำไมไม่ทำก่อนที่จะจัดงานนี้ขึ้นล่ะ” อนิรุทธ์ย้อนถามอย่างไม่ค่อยเชื่อที่เธอเอ่ยเล่าสักเท่าไหร่

“ฉันจำยอมเพราะสงสารคุณพ่อน่ะสิ และปัญหาอีกอย่างหนึ่งของฉันก็คือ ฉันไปอยู่อเมริกากับคุณแม่ตั้งแต่สิบขวบ ฉันไม่รู้เรื่องอะไรของเมืองไทยเลย ไปไหนก็ไม่ถูก เพื่อนในเมืองไทยก็ไม่มี ฉันจะหนีไปทางไหนได้ล่ะ”

“จำยอมแล้วทำไมต้องหนีล่ะ ” เสียงห้วนๆย้อนถาม

“ก็เอ่อ...เมื่อวานก่อนจะหมั้นกัน มันกระซิบบอกฉันว่า คืนแรกจะขอเบิ้ลฉันน่ะสิ ฉันฟังแล้วขยะแขยงจนแทบอาเจียนฉันบอกตรงๆนะคุณ ว่าฉันสะอิดสะเอียนความหื่นของบ้านี่จนบอกไม่ถูกน่ะ”

“ฮ่ะๆๆอืมแฮะ ว่าที่สามีของคุณลามกจริงๆด้วยอ่ะ สงสัยจะหื่นจนเก็บไว้ไม่อยู่มั้งเนาะ ” อนิรุทธ์เอ่ยด้วยเสียงหัวเราะดังก้องรถ

“นี่คุณฉันเมื่อยน่ะ ขึ้นไปนั่งได้หรือยังล่ะ” เธอเงยหน้าขึ้นเอ่ยถาม

“อ้าวผมนึกว่าคุณชอบนั่งตรงนั้นเสียอีก หึๆ” ชายหนุ่มเอ่ยเย้าขึ้นด้วยเสียงหัวเราะ

หญิงสาวลุกขึ้นมานั่งหน้างอคว่ำ ปลายสายตาค้อนเขาและยังกำมือทำท่าจะทุบ แต่กลับหดมือวางไว้บนตัก

“น่า...ขอโทษผมลืมบอกให้คุณขึ้นมานั่งน่ะ เอ่อ...แล้วตกลงคุณจะไปไหนล่ะ ผมจะได้จัดให้และผมจะได้ไปตามทางของผมถูก นี่ผมก็ขับเรื่อยเปื่อยไม่มีจุดหมายเลยนะ” 


*แอดเป็นแฟนพันธ์แท้ และส่งกำลังใจมาให้คนเขียนบ้างนะคะ*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 20:55
    ตอนแรกก็สนุกแล้ว
    #1
    0