วิวาห์พาหนี

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,528 Views

  • 91 Comments

  • 164 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    16

    Overall
    14,528

ตอนที่ 11 : เรือลำน้อยที่ถูกผลักไส(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 747
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    18 เม.ย. 61

        




        อนิรุทธ์มองหญิงสาวในเสื้อผ้ากันหนาว ที่ทั้งชุดเป็นเสื้อผ้าของตนเอง ตั้งแต่กางเกงวอร์ม เสื้อยืดคอกลมข้างในและเสื้อคลุมหนัง ถึงแม้จะดูหลวมแต่ความสูงของเธอก็ไม่ทำให้ดูตลก แต่กลับดูสวยเท่ได้เทรนด์

       “กลางคืนที่นี่อากาศเย็นจังเลยนะคะ ” เธอหันมาเอ่ยเมื่อได้ยินเสียงเดินบนสะพานไม้ ที่เขาย่ำเท้าเข้ามาใกล้

       “ผมว่าคุณไม่ควรออกมายืนตากน้ำค้างโดยไม่สวมหมวกหรอกนะ จะเป็นหวัดได้น่ะ แล้วผมจะหาหมวกให้ มันคงอยู่ในตู้เสื้อผ้าที่อยู่ในห้องนอนน่ะ คุณลองค้นดูก็ได้” ชายหนุ่มเอ่ยเมื่อเดินมาหยุดยืนข้างๆเธอ

       “ขอบคุณที่เตือนค่ะ ฉันตื่นเต้นและชอบบรรยากาศที่นี่มากเลยค่ะ เพราะกลางวันก็แสนสวยสดใส แต่กลางคืนกลับโรแมนติกเหลือเกิน ดูพระจันทร์สิคะมีทั้งบนท้องฟ้าและทั้งในสายน้ำ ดวงดาวที่ไม่เคยเห็นในเมือง แต่กลับพราวพร่างดังเกล็ดเพชรที่ประดับอยู่บนผ้ากำมะหยี่สีดำ และยังบ้านหลังน้อยบนต้นไม้ ที่ถูกโอบกอดด้วยขุนเขาอันอบอุ่น และยังมีเสียงแมลงที่กรีดปีก เป็นเสียงดนตรีแห่งธรรมชาติที่กล่อมพงไพรให้หลับใหล และที่วิเศษที่สุดก็คือกลิ่นอายจากต้นไม้ใบหญ้า รายรอบด้วยอากาศที่ปราศจากมลพิษ”  

      “คุณมีอารมณ์โรแมนติกจริงๆเลยนะ ที่มองเห็นอะไรก็สามารถบรรยายได้ชวนฝัน”

      “มันเป็นความรู้สึกมากกว่าค่ะ และเอ่อฉันชอบอ่านหนังสือนิยาย เวลาที่นักเขียนบรรยายฉากสวยๆ อารมณ์หวานๆ ทำให้เราได้จินตนาการไปด้วย มันเป็นความสุขอย่างหนึ่งของฉันค่ะ”

       “คุณชอบอยู่กับความเพ้อฝันงั้นเหรอ”

       “ชีวิตของฉันไม่ค่อยได้พบกับความสุขที่แท้จริงนัก ฉันก็เลยชอบอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ บางครั้งนิยายบรรยายถึงชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อแม่อยู่กันพร้อมหน้า ทานอาหารค่ำร่วมกัน หรือไปปิกนิกบนเนินเขากันในวันหยุด ซึ่งในชีวิตจริงฉันไม่เคยมี แต่เราก็ได้อ่านและจินตนาการว่านั่นคือเรา ฉันชอบอยู่ในโลกของฉันค่ะ” เธอเอ่ยอธิบายความรู้สึกตนเองด้วยรอยยิ้มเยือนบางๆ

      ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่ง “อืมผมก็เพิ่งเคยได้ยินคนที่มีความคิดแบบนี้นะ แปลกดีเหมือนกัน”

      “ไม่แปลกสักหน่อย คนอ่านนิยายกันทั่วโลก ก็เหมือนกับคนดูหนังดูละครน่ะแหละค่ะ ดูแล้วมีความสุข บางตอนโศกเศร้าเคล้าน้ำตา พอเปลี่ยนอีกฉากหนึ่ง เราอาจจะพบกับเรื่องตลกได้หัวเราะ หรือว่าบางฉากเราอาจจะตื่นเต้นจนหัวใจแทบหยุดไปตามเนื้อเรื่อง แล้วแต่คนจะอินมากอินน้อย แต่ฉันชอบอ่านนิยายมากกว่าดูหนัง มันเหมือนฉันได้อยู่ในโลกส่วนตัวของฉันน่ะค่ะ”

      “งั้นการที่คุณหนี ก็ต้องมาจากจินตนาการในหนังสือ ประเภทผจญภัยหรือสืบสวนสอบสวน แบบนางเอกก๋ากลั่น กล้าได้กล้าเสีย เกิดมาไม่เคยยอมใครและพร้อมที่จะเผชิญโชค เหมือนนางเอกในนิยายฝรั่ง จริงไหม”

      “ก็มีส่วนถูกอยู่บ้างเหมือนกันค่ะ ฉันตัดสินใจหนีและพร้อมที่จะเผชิญโชคชะตา เมื่อคิดว่าฉันจะต้องทนอยู่ร่วมห้องร่วมเตียงกับซาตานไปตลอดชีวิต เพราะฉันเคยอ่านหนังสือนิยายเล่มหนึ่ง ที่ผู้หญิงยอมลำบากทุกอย่างเพื่อหนีสามี เมื่อรู้ว่าสามีของเธอเป็นคนกลั่นแกล้งพ่อเธอจนล้มละลาย คุณรู้ไหมเธอตัดสินใจทั้งๆที่เธอมีลูกติดท้องไปด้วย ฉันไม่ต้องการให้ชีวิตฉันเดินทางไปถึงจุดนั้นแล้วก็ตัดสินใจหนีหรอกค่ะ”

      “สรุปก็คือไม่อยากเสียสาวให้กับคนที่ไม่ได้รัก ว่างั้นเหอะ”

      “ก็ใช่ ” เธอกระแทกเสียงตอบกลับ เมื่อรู้สึกได้ว่าชายหนุ่มแดกดัน

       ปัทมาวดีรู้สึกขุ่นมัวกับอารมณ์แปรปรวนของอนิรุทธ์ และหันหลังเดินกลับมา โดยมีเสียงฝีเท้าของชายหนุ่มเดินตามมาช้าๆ เธอเดินเข้าห้องนอนปิดประตูลงกลอนแน่นหนา  และเดินไปที่เตียงนอนดึงมุ้งกระโจมลงคลุมเตียง ไม่ลืมที่จะปิดไฟที่โคมไฟบนโต๊ะข้างหัวเตียง ก่อนจะแทรกกายเข้าไปและล้มตัวลงบนที่นอนหนา ดึงผ้าห่มนวมขึ้นมาห่มด้วยอากาศที่หนาวเย็นลงเรื่อยๆ เธอรู้สึกร่างกายได้ผ่อนคลายลงในทันที แต่ยังคงลืมตาอยู่ในความมืด

       คุณพ่อขา...ปัทเสียใจค่ะที่ต้องทำอย่างนี้ ปัทรู้ว่าคุณพ่อคงต้องยุ่งยาก แต่ปัททนไม่ได้หรอกค่ะ วันแรกที่ปัทพบหน้าคุณพ่อซึ่งปัทคิดว่าคงต้องนอนอยู่ในโรงพยาบาล แต่เมื่อเห็นคุณพ่อปรกติดี ปัทดีใจจนต้องโผเข้าไปกอดทั้งน้ำตา มันเป็นความผูกพันที่ปัทโหยหามาตลอดชีวิต แต่แล้วปัทก็เหมือนเรือลำน้อย ที่ถูกผลักออกจากฝั่งให้ไปผจญคลื่นลมเพียงลำพัง คุณพ่อขา...ทำไมไม่สงสารลูกกำพร้าอย่างปัทบ้างล่ะคะ คุณพ่อจะรู้ไหมคะว่าเด็กที่บ้านแตกแล้วต้องระเหเร่ร่อนจากบ้านไปตามลำพังกับแม่ จะรู้สึกยังไงบ้าง ถึงแม้ปัทจะมีคุณตาแต่ท่านก็ไม่เหมือนคุณพ่อ ปัทรู้แต่ว่าคุณแม่ต้องทำงานหนักเพื่อส่งปัทเรียน ถึงแม้เราจะไม่ได้ลำบากเรื่องที่อยู่ แต่ค่าครองชีพที่อเมริกาก็สูงมาก เราต้องอยู่อย่างประหยัดเพราะไม่ต้องการรบกวนคุณตาหญิงสาวคร่ำครวญในใจ น้ำตารื้นขึ้นและรินพรากลงทางหางตา เธอสะอื้นไห้จนหลับไปในที่สุด

       อนิรุทธิ์ปูที่นอนแผ่นบางๆลงบนพื้นห้องหน้าโต๊ะรับแขก หาหมอนและผ้าห่ม ที่ตนเองเคยใช้มาวางก่อนจะล้มกายลงนอนยกมือขึ้นก่ายหน้าผากด้วยความเคยชิน

       ‘ แม่คนช่างฝันป่านนี้คงหลับแล้วสินะ ความจริงเจ้าหล่อนก็น่าสงสารอยู่หรอก อย่างที่เขาพูดกันว่าสิ้นแม่เหมือนแพแตกก็น่าจะจริง เพราะหมดแม่ก็เคว้งคว้างพออยู่แล้ว คุณตาที่พอจะเป็นที่อบอุ่นก็ยังมาจากไปอีก มีพ่อเหลืออยู่คนเดียวก็ยังทำกับลูกได้ถึงเพียงนี้ ทำไมไม่นึกถึงจิตใจลูกบ้างนะ เลี้ยงดูก็ไม่ได้เลี้ยงยังกล้าขายลูกเพื่อตัวเองอีกงั้นหรือ อยากรู้จังแฮะ ว่าลูกหายมาอย่างนี้จะรู้สึกยังไงบ้าง จะพยายามตามหาลูกไปขึ้นเขียงให้เขาเชือดอีกหรือเปล่า หรือว่าจะสำนึกรู้ว่าตัวเองว่าทำผิดกับลูก จนลูกต้องเสี่ยงหนีมาอย่างนี้

         

         คุณธนาผุดลุกผุดนั่งและยังเดินไปเดินมาอยู่ในห้องนั่งเล่น หลังจากวางสายถามความคืบหน้ากับตำรวจเรื่องลูกสาว ชายชรามีสีหน้าเคร่งเครียด พ่นลมหายใจออกมาหลายเฮือก

         “นี่คุณจะเดินไปเดินมาอยู่อย่างนี้อีกนานไหมคะ ฉันเวียนหัวค่ะ” พักตร์พิไลลดแมกกาซีนในมือลง และเอ่ยถามสามีด้วยสีหน้าบึ้งตึง 


*มาติดตามตอนที่เหลือกันค่ะ*

        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #14 YamParis (@YamParis) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 10:24
    รอจ้า อิอิ
    #14
    0
  2. #13 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 18:57
    คุณธนาคงห่วงลูกสาวน่าดู
    #13
    0
  3. #12 tookta12 (@tookta12) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 12:58
    ฝีมือการจินตนาการยังเริ่ดค่ะ
    #12
    0
  4. #11 tookta12 (@tookta12) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 12:58
    อ่านเมื่อไหร่ก็มีความสุขค่ะพี่บุษ
    #11
    0