วิวาห์พาหนี

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,525 Views

  • 91 Comments

  • 164 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    13

    Overall
    14,525

ตอนที่ 14 : ผู้ชายปากร้าย(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 681
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    24 เม.ย. 60








น้อง Noomeaw Piangthana ทำปกสวยๆส่งมาให้ขอบคุณมากค่ะ


        ซึ่งคำของเขาทำให้ปัทมาวดีคลี่ยิ้มด้วยสีหน้าประจบและเดินออกไปที่ระเบียงหน้าเรือน มองกิ่งไม้ใหญ่ที่ต้นของมันรองรับตัวเรือนไว้ และยังมีเสาที่เป็นปูนปั้นแต่ทำลายเปลือกไม้ไว้เนียนสนิท เหมือนกับเป็นกิ่งไม้ใหญ่จริงๆรองรับตัวบ้านไว้อีกหลายต้น และนึกชมความคิดสร้างสรรค์ของชายหนุ่ม ที่ปลูกบ้านบนต้นไม้นี้ได้อย่างงดงามลงตัว ซึ่งเธออยากจะบอกเขานักว่าเธอหลงรักบ้านหลังนี้ เพราะมันรายล้อมด้วยธรรมชาติอันสวยงาม อย่างที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน และทำให้เธอเริ่มปลดปล่อยอารมณ์คิดถึงคนรักที่ตนเองจากมา

       ทอมคะ...คุณจะคิดถึงฉันเป็นห่วงฉันบ้างไหม หรือว่าคุณลืมฉันจนหมดสิ้นแล้ว ตลอดเวลาที่เราคบกันคุณบอกฉันเสมอว่าถ้าเราแต่งงานกันแล้ว คุณจะพาฉันมาฮันนีมูนที่เมืองไทย แต่ทุกอย่างของเราเป็นเพียงวิมานในอากาศ เราเลิกกันแล้วใช่ไหมคะ เลิกกันเพราะเรื่องแค่นี้ คุณไม่มีเหตุผลคุณไม่ฟังฉันเลย คุณไม่รู้หรอกว่าเสียงโทรศัพท์ที่บอกว่าพ่อป่วยหนักมาก และให้ฉันบินมาดูใจเป็นครั้งสุดท้าย มันมีความหมายกับฉันมากแค่ไหน เพราะขณะนั้นถ้าฉันมีปีกฉันคงบินมาก่อนเครื่องบินเสียอีก.. ปัทมาวดีรำพึงในอก และข้อสนทนาระหว่างเธอกับเขาก็ผุดพรายขึ้นในความทรงจำ

       “ที่รักถามจริงเถอะ ถ้าคุณพ่อคุณกำลังโคม่าอย่างที่แม่เลี้ยงคุณโทรมาบอก ท่านจะรอคุณได้งั้นหรือ และแทนที่คุณจะรอผมเพียงแค่อีกสองวันมันก็มีค่าเท่ากัน เพราะยังไงคุณก็ไม่สามารถช่วยชีวิตคุณพ่อคุณได้หรอก”

       “ทอมทำไมคุณพูดอย่างนี้...ฉันเป็นลูกคนเดียวของท่านนะคะ แม่เลี้ยงฉันเร่งรัดบอกว่าท่านต้องการเห็นหน้าฉันเป็นครั้งสุดท้าย ท่านต้องการพบฉันนะคะทอม และฉันก็อยากพบท่านมาก เพราะมันก็จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันกับท่านจะได้พบกัน ฉันต้องไปให้ทันดูใจท่านค่ะ ได้โปรดเข้าใจฉันสักนิด แล้วยังไงคุณค่อยบินตามฉันไปก็ได้นี่”

       “ที่รัก..ผมไม่เข้าใจความคิดของคุณหรอกนะ ในเมื่อคุณพ่อคุณก็ไม่ได้เลี้ยงดูคุณมา และตลอดมาท่านก็ไม่เคยส่งเสียดูแลคุณเลย คุณจะไปผูกพันกับท่านทำไม และการที่ท่านต้องการพบคุณก่อนจะลาโลกนี้ไป มันก็อาจจะเป็นเพียงแค่สำนึกสุดท้ายของคนผิด ที่ต้องการสารภาพบาปเท่านั้น คุณจะไปแคร์ทำไมล่ะ แค่ไปเคารพศพก็พอแล้วละ”คำพูดของชายคนรักทำให้เธอมองหน้าเขา ด้วยสายตาตื่นตะลึงนิ่งงันไปชั่วครู่ ด้วยความไม่เข้าใจในความคิดของเขาแม้แต่น้อย และเธอก็รับกับความคิดของเขาไม่ได้ด้วย

      “ทอม..ฉันเสียใจนะที่ได้ยินคุณพูดแบบนี้ แต่คนที่คุณกำลังพูดถึงเป็นผู้ให้กำเนิดฉันนะคะ คุณแม่ฉันไม่เคยสอนให้ฉันเกลียดท่าน คุณแม่บอกว่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างท่านสองคน เป็นโชคชะตาที่ถูกกำหนดขึ้นจากเวรกรรม ฉันเป็นลูกถึงยังไงก็ต้องมีความกตัญญูต่อผู้ให้กำเนิด และฉันก็ยังจำได้เสมอว่าตอนที่ฉันอยู่กับท่าน คุณพ่อรักฉันมาก และถ้าไม่มีผู้หญิงคนนั้นเข้ามาครอบครัวเราก็คงไม่เป็นอย่างนี้”

      “ไร้สาระน่ะที่รัก ที่คุณแม่คุณไปโทษโชคชะตา ทำไมไม่โทษคุณพ่อคุณล่ะ ในเมื่อท่านเป็นต้นเหตุที่นอกใจภรรยาไปมีผู้หญิงอื่น และทำให้ครอบครัวต้องล่มสลาย ผมหวังว่าคุณจะไม่คิดเหมือนท่านหรอกนะ”

      “ทอม..คุณไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ ว่าคนไทยคิดยังไงกับการดำเนินชีวิต เรามีความเชื่อในการกระทำสิ่งดีๆที่เรียกว่ากรรมดี ฉันเป็นคนพุทธและมีความเชื่อว่าเราต้องทำแต่สิ่งที่ดีๆกับคนที่มีบุญคุณ โดยเฉพาะพ่อแม่ และการที่ฉันเป็นลูกยิ่งไม่ควรอกตัญญู ถึงแม้ท่านจะไม่ได้เลี้ยงดูฉันจนเติบโต แต่ท่านก็เป็นผู้ให้ชีวิตและฉันก็ไม่เคยถูกสอนให้แค้นพ่อแม่หรอกนะคะ และตอนเด็กๆคุณพ่อก็เลี้ยงดูฉันมาอย่างดี เอาอย่างนี้นะคะทอมถ้าคุณรักฉันก็บินตามฉันไปก็แล้วกัน แต่ถ้าคุณไม่โอเคเราก็จบกันแค่นี้”เธอเอ่ยตัดบทเมื่อเห็นว่าในขณะที่เธอพูด เขาส่ายหน้าตลอดเวลา ซึ่งเธอรู้ว่าเขาไม่ได้เห็นด้วยกับคำอธิบายของเธอเลย

      “ที่รักผมเชื่อว่าคุณเองก็ไม่ได้เข้าใจในคำพูดของคุณแม่คุณนักจริงไหม”

      “ก็อาจจะใช่ค่ะ แต่อย่าพูดอะไรอีกเลยค่ะทอม เพราะยังไงฉันก็ตัดสินใจแล้วและจะต้องไปวันนี้ค่ะ”

       เธอเอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยว เมื่อภาพที่เธอจินตนาการถึงบิดาที่นอนอยู่บนเตียงพยาบาล และยังภาพในขณะที่ตนเองยังเป็นเด็กประถมท่านจะขับรถไปส่งที่โรงเรียน อีกทั้งเสียงที่ท่านพร่ำสอนและเตือนด้วยความห่วงไยก่อนที่ตนเองจะก้าวลงจากรถทุกวัน

       “ปัท..ตั้งใจเรียนนะลูก แล้วกลางวันก็อย่ามัวเล่นจนลืมกินข้าวล่ะ และถ้าถูกเพื่อนรังแกต้องบอกคุณครูทันทีนะลูก มา!พ่อหอมหัวเหม่งก่อน เย็นนี้พ่อจะรีบมารับนะ”

      แม้สัมผัสนั้นจะเลือนรางไปมากแล้ว แต่หัวใจเธอก็ยังคงผูกพันกับท่านเสมอ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีเธอก็ไม่อาจลืม   

      ตาสีฟ้าที่ทอดมองหน้าเธอฉายแววเจ็บช้ำและไม่เข้าใจ เขายืนมองเธอนิ่งๆไม่พูดอะไรอีก ในเมื่อเธอยืนยันความตั้งใจ และเพียงครู่เดียวเขาก็หันหลังเดินจากไป ซึ่งอากัปกริยานี้ของทอม ทำให้ตนเองยืนน้ำตาไหลพราก เพราะแน่ใจแล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอได้ยุติลงแล้ว  

‘       ความจริงถ้าเราจะรอมาพร้อมกับทอม และบอกทุกคนว่าเรามีคนรักแล้ว เรื่องนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น ซึ่งคุณพ่อก็ต้องยอมรับความจริงว่าเราช่วยท่านไม่ได้ แต่ก็นะ...ถ้าเราไม่ช่วย คุณพ่อก็คงล้มละลายและลำบากตอนแก่ ซึ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเหมือนไฟต์บังคับ ที่ทำให้เราไม่มีทางเลือกใดๆเลย และมันก็คงเป็นโชคชะตาที่กรรมกำหนดอย่างที่คุณแม่บอกก็ได้นี่...เฮ้อปัท...เธอกำลังโทษโชคชะตาอีกแล้วนะ

       ความคิดของหญิงสาวสะดุดลง เมื่อมีเสียงตะโกนเรียกมาจากปลายสะพานอีกฝั่งหนึ่ง “ครูครับ ครู แม่ให้เอาปิ่นโตมาส่งครับ”

‘     ใครคือครูของเด็กคนนั้นกันนะเธอเอ่ยถามตนเองด้วยความสนเท่

      เสียงย่ำบนพื้นกระดานจากชายหนุ่ม ซึ่งรีบเดินเร็วๆลงบันไดมาจากตัวบ้าน พร้อมทั้งตะโกนกลับไป

     “เดินเข้ามาเลยเจ้าลูกหมู ”

     “เฮ้ใครเป็นครูเหรอคะ” เธอหันมาเอ่ยถามด้วยสีหน้าเหลอๆ

     “ผมนี่ไงล่ะ แต่เป็นแค่ครูจำเป็นน่ะ ก็ไปช่วยสอนเด็กๆทำอะไรต่ออะไรตามแบบสถาปนึกน่ะ บางทีครูไม่มีผมก็สอนหนังสือไปตามเรื่องตามราว”

      “แหะๆครูมีแฟนมาค้างด้วยเหรอครับ ผมขอโทษที่เรียกเสียงดังไปหน่อย” เด็กชายตัวอ้วนกลมอายุราวๆสิบขวบกับปิ่นโตในมือ เดินเร็วๆข้ามสะพานมาถึงหน้าบันไดและเอ่ยขอโทษด้วยเสียงหัวเราะ มองมาที่ปัทมาวดีด้วยท่าทางเขินๆ  

      “แก่แดดนักเชียวนะลูกหมู ฟงแฟนอะไร”

      “เอ่อ...แก่แดดเป็นยังไงเหรอครับครู”เด็กชายลูกหมูเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัย

      “ก็รู้ดีรู้มากเรื่องของผู้ใหญ่น่ะสิ”

      “ก็ผมไม่เคยเห็นครูมีผู้หญิงมาอยู่ด้วยนี่ครับ เคยเห็นแต่พี่จิตน่ะ” ลูกหมูตอบตามประสาซื่อ

      “อ่ะวางสิ แล้วก็กลับไปได้แล้ว และก็ไม่ต้องปากสว่างไปบอกอะไรใครต่อใครล่ะ”

      “บอกว่าครูมีแฟนใหม่แล้วน่ะหรือครับ ”ลูกหมูเอ่ยถามด้วยสีหน้าบ้องแบ๊ว

      “เอ๊ะ!ไอ้เจ้านี่นี่ รีบไปเลยเดี๋ยวโดน” ชายหนุ่มทั้งไล่และยังทำท่าขู่ ทำให้ลูกหมูวิ่งลงบันไดไป และเมื่อห่างพอสมควรก็หันมาตะโกนบอกด้วยสีหน้าทะเล้น  

      “เอ่อ...แฟนใหม่ครูรุทธ์ โคตรจะสวยเลย สวยกว่าพี่จิตตั้งห้าร้อยเท่าแน่ะ อิๆ”

      “ไอ้ลูกหมู มานี่เลยมานี่ มาให้เตะซะดีๆ” อนิรุทธ์เอ่ยเสียงเข้มหน้าขรึมทำท่าจะก้าวลงบันไดไป และทำให้ลูกหมูวิ่งตื๋อกลับไปบนสะพานเสียงดังโครมๆไปตลอดทาง

      “พี่จิตคือใครเหรอคะ”เธอเอ่ยถามอย่างสงสัย

      “อดีตแฟนผม เธอชื่อเปรมจิตน่ะ”เสียงตอบห้วนจากสีหน้าเครียดขรึม และยกปิ่นโตเข้าไปในครัว ทำให้หญิงสาวต้องรีบเดินไปช่วย ซึ่งทำให้รู้สึกได้ว่าหัวเข่าตนเอง เริ่มเจ็บระบม แต่ก็รีบยกอาหารลำเลียงออกมาวางที่โต๊ะ และไม่รีรอให้เขาเชิญ

       ซึ่งอาหารพื้นเมืองง่ายๆแต่ก็เอร็ดอร่อยสำหรับปัทมาวดีพอสมควร และถ้าบรรยากาศจะไม่เงียบงันอย่างนี้ เธอก็อยากจะซักเขาถึงชื่ออาหารสองสามอย่างตรงหน้า แต่เมื่อเห็นสีหน้าหม่นหมองเงียบซึม ทำให้เธอจำต้องเงียบ แต่ก็ยังหยิบแคบหมูขึ้นมาเคี้ยวเสียงดังก๊อบๆ โดยไม่กล้าจิ้มลงไปในถ้วยน้ำพริกเช่นเดียวกับเขา และเพียงแต่หยิบข้าวเหนียวขึ้นมาใส่ปาก และเมื่อติดมือก็ถูมือเข้าหากัน และยังตักหน่อไม้ในแกงโฮะซึ่งมีผักหลายชนิดใส่ปาก แล้วทำสีหน้าแหยๆแปลกๆซึ่งทำให้ชายหนุ่มชำเลืองมองการกระทำของเธอ ด้วยสีหน้าปั้นยาก

      “เฮ้อไอ้กรอบๆนี่มันชื่อไทยว่าอะไรน้า มีเพื่อนคนหนึ่งเอาไปจากเมืองไทย พวกเพื่อนฝรั่งชอบมันมากเลยละ”ด้วยความอยากรู้เธอจึงเอ่ยลอยๆเป็นเชิงถามขึ้น พร้อมทั้งยังคงส่งเข้าปากเคี้ยว

      “แคบหมู” เขาเอ่ยขึ้นห้วนๆสั้น ตาคมเหลือบมองหน้าเธอนิดหนึ่ง

      “ขอบคุณฮับคุณครูรุทธ์” หญิงสาวเอ่ยเย้าขึ้น และทำให้สีหน้าเขาคลายความเครียดลง และยังคลี่ยิ้มออกมาน้อยๆ

       “ความจริงเวลาเด็กๆเรียกผมว่าครู ผมก็รู้สึกภูมิใจเหมือนกันนะ อาชีพที่เขาเปรียบเหมือนแสงเทียนส่องสว่างให้ผู้คน เป็นอาชีพที่น่ายกย่องน่ะคุณ ถึงผมจะเป็นแค่ฉาบฉวย แต่ผมก็ชอบนะที่ได้มีโอกาสให้ความรู้กับเด็กๆ”

       “ใช่ค่ะ การเป็นครูที่ดีต้องออกมาจากจิตวิญญาณ ที่ต้องการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ซึ่งความจริงใครก็สามารถเป็นครูได้ เพราะครูมีมากมายหลายแขนง ”

       “อืม!!!พูดมีสาระก็เป็นนี่”

       “แล้วฉันพูดไร้สาระตรงไหนบอกมาสิ ”หญิงสาวขมวดคิ้วก่อนจะยื่นหน้ามาเอ่ยถามทันที

       “คิดเอาเองสิ จำไม่ได้เยอะแยะไปหมด”

       เขาเอ่ยตอบส่งเดชไปตามอารมณ์ และยกแก้วน้ำขึ้นดื่มก่อนจะเดินไปเก็บที่นอน พับผ้าห่มนวมและม้วนที่นอนบางๆที่เขาใช้เมื่อคืนไว้ที่ริมผนังห้อง และหันมาบอกเธอ

       “ถ้าจะไปด้วยก็ไปจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว ผมจะได้เข้าห้องไปจัดการกับตัวเองบ้าง ที่นี่มีห้องน้ำห้องเดียวคุณก็เห็นไม่ใช่เหรอ หรือจะอาบพร้อมกับผมก็ได้นะหึๆ ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบๆ แต่แววตาขันๆ 


*ส่งกำลังใจมาให้คนเขียนบ้างนะคะ อ้อนๆๆๆ*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #19 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 19:22
    ทอมเห็นแก่ตัวดีแล้วที่ปัทเลิกกับทอม
    #19
    0
  2. #17 tookta12 (@tookta12) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 17:32
    สนุกค่ะลุ้นๆ เมื่อไหร่จะรักกัน
    #17
    0