วิวาห์พาหนี

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,527 Views

  • 91 Comments

  • 164 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    15

    Overall
    14,527

ตอนที่ 16 : ลงโทษด้วยจูบ(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 865
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 เม.ย. 60

  




ตอนที่ 6

จูบ

        คำพูดของชายหนุ่มที่ออกจะรุนแรง ทำร้ายความรู้สึกของปัทมาวดีที่กำลังมีความสุขกับวิวทิวทัศน์ ทำให้หญิงสาวโกรธจนลมออกหูหน้าชาเห่อ มองตามหลังผู้พูดที่เดินจากไปอย่างไม่สนใจความรู้สึกของเธอแม้แต่น้อย  หญิงสาวจึงออกเดินไล่ตามเขาไปทั้งที่เริ่มเจ็บหัวเข่ามากขึ้น

        “นี่คุณหยุดก่อน...ด่าแล้วก็เดินหนีงั้นเหรอ คนอะไรแย่ชะมัดเลย ฉันกำลังรู้สึกมีความสุขกับบรรยากาศดีๆท่ามกลางธรรมชาติงดงาม แต่กลับต้องมาอยู่ใกล้คนกับคนอารมณ์เน่าๆนี่ มันเป็นการทำลายสุนทรียภาพของฉันนะ คุณหัดแยกแยะเสียบ้างสิ คนเราไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกันนี่ โธ่เอ๊ย...ผู้ชายทุกชาติทุกภาษาก็เหมือนๆกันทั้งนั้น ไม่มีเหตุผลเอาแต่ใจตัวเอง คิดว่าตัวเองคิดอะไรทำอะไรแล้วต้องถูกเสมอ ทำไมไม่โทษตัวเองบ้างล่ะ เพราะคุณอาจจะทำอะไรโดยที่ไม่สนความคิดของคนอื่น ไม่ถามความสมัครใจก่อนที่จะทำอะไร แฟนคุณเขาถึงไม่โอเคด้วยไงล่ะ ”

        ปัทมวดีรัวใส่เขาไม่ยั้งเพราะตนเองกำลังรื่นรมย์กับบรรยากาศ และยังคิดไปถึงอารมณ์ของอดีตคนรัก และอีกประการหนึ่งคือการเดินตามเขาลงมาตามทางลาดชัน ทำให้เธอเริ่มเจ็บหัวเข่ามากขึ้น

       คำพูดของหญิงสาวทำให้อนิรุทธ์หน้าร้อนผ่าว อารมณ์กรุ่นโกรธแล่นปราดเข้าจับหัวใจ เสียงเพื่อนรักที่เอ่ยในวงเหล้าเมื่อคืนก่อนดังก้องเข้ามาในสมอง

       “ไอ้รุทธ์ไอ้เวร...เป็นไงล่ะ ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษไม่คิดทำลายผู้หญิง แล้วก็ต้องมานั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่า ถ้ามึงเก็บมัดจำไว้ก่อน มึงก็ไม่ต้องมาช้ำขนาดนี้หรอกโว้ย อย่างน้อยมึงก็ได้เจาะไข่แดงแล้ว และในเมื่อเจ้าหล่อนเปลี่ยนใจไปเอง มึงก็ยังได้กำไรคืนมาบ้าง ”

        ในเมื่อยังไม่มีเสียงโต้ตอบกลับมาและร่างสูงสมาร์ตยังเดินไปเรื่อยๆเหมือนไม่ได้ยิน ทำให้หญิงสาวพยายามเร่งฝีเท้าให้ทัน แม้อาการเจ็บเข่าทีทวีความเจ็บมากขึ้น แต่ความโกรธกรุ่นที่พุ่งพล่านในอกก็ไม่ทำให้เธอหยุดเดิน   

        “นี่คุณด่าแล้วอย่าเดินหนีสิ จำไว้นะว่าถึงฉันจะมาขออาศัยพักพิงคุณ แต่ฉันก็มีอิสระทางความคิด และฉันก็จะพูดอย่างที่คิดกรุณาอย่าเหมาเข่ง หัดมองคนในแง่ดีบ้างก็ได้นี่” ปัทมาวดีตะโกนเสียงดังใส่ลั่นด้วยความโมโหใส่เขา

        อนิรุทธ์หยุดเดินและหมุนกายหันมา ซึ่งประจวบกลับที่หญิงสาวกำลังจ้ำพรวดๆตามมา และไม่ทันระวังทำให้ร่างเธอปะทะเข้ากับเขาอย่างจัง และทำให้เขารวบกายบางเข้ามากอดไว้ มือข้างหนึ่งจับปลายคางเธอไว้แน่น และจดริมฝีปากลงบดขยี้กลีบปากงาม ทำให้ตาสวยเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจเมื่อโดนจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว มือบางพยายามผลักไสอกกว้าง และยังทำเสียงอึกอักในลำคอ แต่แขนแข็งแรงอีกข้างหนึ่งกลับกอดกระชับร่างบางไว้แน่น  

        อ้อมกอดอุ่นจูบอันเร่าร้อนท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บ และสายหมอกยังลอยอวลอ้อยอิ่ง แสงอาทิตย์ทอแสงสีทองผ่านม่านเมฆลงมา กลิ่นอายจากป่าเขาลำเนาไพรกรุ่นอ่อน ดังจะเพิ่มความหอมหวานให้อารมณ์ที่เดือดพล่านของชายหนุ่มอ่อนละมุนลง รอยจูบจากการลงทัณฑ์จึงลดดีกรีความร้อนแรงเป็นหวานหวาม ซึ่งจะเป็นด้วยบรรยากาศพาไปหรืออะไรก็ตาม แต่ก็ทำให้หญิงสาวหยุดดิ้นรนผลักไส ค่อยๆปิดเปลือกตาลงรับจูบนั้นอย่างลืมตัว มือบางที่ดันอกเขาไว้อย่างแข็งขันกลับเผลอผ่อนแรงแตะไว้บนอกกว้างนิ่งๆ อารมณ์สาวเตลิดไปแสนไกล แต่แล้วเขากลับถอนริมฝีปากและดันเธอออกห่าง หันหน้าหนีและเอ่ยเสียงเรียบห้วนออกมา

        “ขอโทษผมไม่ได้ตั้งใจ”

        ปัทมาวดีรู้สึกว่าเธอเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ด้วยใบหน้าตนเองร้อนวาบด้วยความอับอาย เพราะเธอเหมือนจะยินยอมรับจูบจากเขาแต่แล้วกลับถูกผลักไส จากเหตุผลว่าไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เธอสะบัดกายกลับและออกวิ่งขึ้นเนินเขากลับมาที่รถ น้ำตาพรั่งพรูลงอาบแก้ม ความรู้สึกที่บอกตนเองไม่ได้ว่าอะไรบ้างที่กำลังถาโถมเข้ามาเกาะกุมหัวใจ และเมื่อคิดว่าเธอควรไปจากเขาให้เร็วที่สุด ก็ยิ่งทำให้ตนเองรู้สึกหวาดหวั่นอ้างว้างดั่งคนที่จนหนทาง และคงต้องจำยอมอยู่กับเขา ผู้ชายที่กำลังเดียดฉันทร์ผู้หญิงทั้งโลก

‘        ปัทมาวดี...อย่าไปโทษเขาเลย เพราะเราดันทะลึ่งไปรับจูบจากการลงโทษของเขา ซึ่งแทนที่จะขัดขืนหรือทำอะไรสักอย่างแต่กลับเผลอไผล และเขาอาจจะคิดว่าเรากำลังปล่อยตัวปล่อยใจมีอารมณ์ร่วม เขาจึงรีบผลักไสอย่างไม่ไยดี มันช่างน่าอดสูนักที่ดูเหมือนเราจะเต็มใจ ในขณะที่เขาไม่ได้ตั้งใจ เรามันทุเรศสิ้นดี แล้วอย่างนี้จะมองหน้าเขาได้ยังไง หญิงสาวคิดอย่างอึงอลสับสนน้ำตาพรั่งพรูลงอาบแก้ม และออกวิ่งกลับขึ้นไปตามเนินเขา เมื่อไปถึงรถที่จอดอยู่เธอก็ซบหน้าลงกับท่อนแขนตนเองที่พาดไว้กับตัวถังรถ  

        “คุณปัทผมเสียใจผมจะไม่ทำอีก อย่ากลัวผมเลยนะครับ ผมขอโทษ” ชายหนุ่มวิ่งตามมาและเมื่อเห็นเธอสะอื้นไห้ จนกายบางสะเทือน เขาก็รีบเอ่ยปลอบเพราะคิดว่าเธอกำลังหวาดกลัวในการกระทำของตนเอง  

        หญิงสาวไม่อาจเอ่ยตอบอะไรและไม่กล้าหันมามองเขา เธอยังคงอับอายและสับสนกับอารมณ์ของชายหนุ่ม ไม่เข้าใจในความคิดความรู้สึกของเขาแม้แต่น้อย

        อนิรุทธ์มองร่างที่สะเทือนด้วยแรงสะอื้นอย่างรู้สึกใจคอไม่ดี เกรงว่าหญิงสาวจะคิดว่าเขากำลังฉวยโอกาส จึงเดินเข้าไปใกล้และคิดจะเอื้อมมือไปจับบ่าเธอให้หันมา แต่แล้วก็ไม่กล้าเพราะเกรงว่าเธอจะยิ่งหวาดกลัวว่าเขาถึงเนื้อถึงตัวเธออีก

        “เอ่อเอาอย่างนี้นะ...ผมขอไถ่โทษ พาคุณขับรถไปดูชาวเขาบนดอยโน้น ไปไหมครับน่าสนใจนะบนโน้นน่ะมีร้านขายของ ผมคิดว่าคุณน่าจะชอบเพราะเป็นที่ท่องเที่ยวที่คนกรุงเทพฯนิยมมา ไปซื้อเครื่องเงินก็ได้มีกำไลมีต่างหูสวยๆ แล้วก็มีพวกผ้าปักและก็กระเป๋าแฮนส์เมด ผ้าคลุมไหล่ หมวกไหมพรม เสื้อผ้าของคนดอย คนเมืองก็มีขายนะครับ ไปนะอย่าร้องไห้เลยน่า ผมอาจจะเถื่อนไปสักหน่อย แต่ผมก็ไม่ได้คิดจะทำร้ายคุณหรอก ผมรู้ว่าคุณกำลังไม่สบายใจอย่าคิดมากเลยนะครับ นึกว่าคุณทำทานจูจุ๊บกับหมาน่ารักตัวหนึ่งก็และกัน”

        คำพูดของเขาที่ทั้งบรรยายและเชิญชวนเพื่อขอไถ่โทษ อีกทั้งยังเปรียบเทียบตนเองเป็นสุนัขน่ารัก ซึ่งกระแสเสียงของชายหนุ่มทำให้เธอรับรู้ได้ว่า เขาพูดออกมาจากความจริงใจและไม่ได้คิดว่าเธอเผลอไผลไปกับจูบเขา ซึ่งทำให้เธอคลายความเก้อกระดากในใจจนหมดสิ้น และกลับเห็นภาพที่เขาเอ่ยเปรียบตนเองเป็นสุนัขน่ารักอย่างน่าขัน ทำให้หญิงสาวค่อยๆหันมาและพบหน้าคนตัวโตที่มีสีหน้าขอลุแก่โทษ  

       “ตกลงอยากไปไหมครับ”สีหน้ากลัวๆกล้าๆยื่นมาเอ่ยถาม ทำให้เธอคลี่ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา

       “ฉันอยากไปค่ะ”

       “โอเคเรารีบไปก่อนที่จะมีนักท่องเที่ยว เดินทางขึ้นมาดีกว่านะ ”

        หญิงสาวยกแขนเสื้อขึ้นซับน้ำตา และพยักหน้าน้อยๆก้มหน้าซ่อนสายตา รีบเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งเมื่อเห็นเขากดรีโมท ทำให้ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจออกมา ด้วยตนเองนั้นรู้สึกผิดและเครียดในการกระทำของตนเอง

       ‘เฮ้อโล่งอก นี่ถ้าเธอเกิดคิดว่าเราลามกเหมือนเจ้าบ่าวที่เธอหนีมา เธอคงคิดหนีต่อไปอีกแน่ ต่อไปนี้เราต้องไม่รุ่มร่ามกับเธออีก ผู้หญิงคนนี้มีความเป็นตัวของตัวเองที่ไม่ได้เสแสร้ง

       ปัทมาวดีอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองหน้าชายหนุ่มในขณะที่เขากำลังขับรถเราโชคดีที่สุดแล้วที่ได้พบเขา เพราะท่าทางเขาไม่ได้เป็นคนที่หมกมุ่นทางเพศ ที่คิดแต่เรื่องเซ็กส์ เขาเป็นผู้ชายที่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความผิดหวัง ทำให้เขามองผู้หญิงในแง่ลบ ซึ่งเราไม่ควรไปพูดอะไรที่จี้ใจดำเขา ซึ่งเราเองดันอดไม่ได้ในยามที่ต้องปะทะคารมกัน

       “คุณไม่ต้องมองสำรวจอารมณ์ผมหรอกน่า ผมปรกติดี คนเรามันก็มีอารมณ์...บ้างน่ะ เอ่ออารมณ์โกรธนะไม่ใช่อารมณ์หื่น หึๆ ” เขาหันมาชำเลืองมองเธอ และได้เห็นสายตาสำรวจของหญิงสาวซึ่งกำลังจับจ้อง จึงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าขันๆหัวเราะในลำคอเบาๆ

       ปัทมาวดีค้อนให้แต่ไม่ต่อล้อต่อเถียง และรีบหันหน้าออกไปมองทัศนียภาพ ที่ชายหนุ่มกำลังขับรถเราะเรียบไปตามเชิงเขา และต้องยอมรับว่าเธอหลงรักที่นี่ และเมื่อมาถึงหมู่บ้านชาวเขา ยิ่งทำให้เธอตื่นตาตื่นใจกับไม้ดอกสวยๆที่ปลูกไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว และกำลังออกดอกสะพรั่งซึ่งมีทั้งพวงแสดออกดอกสีส้มเป็นพวง ดอกกระดิ่งนางฟ้าย้อยดอกลงมางดงามอย่างน่าอัศจรรย์ และยังผักเสี้ยนฝรั่งชูดอกเป็นดงหลากสีสันอยู่สองข้างทาง

       “โหที่นี่สวยอย่างกับอุทยานดอกไม้เลยนะคะ” เธออุทานอย่างตื่นเต้น

       “เป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชอบเซลฟี่ไงล่ะ”

       “เพื่อนๆที่ไปจากเมืองไทยเคยเล่าให้ฉันฟัง ถึงความงดงามบนดอยในภาคเหนือของประเทศไทย ฉันยังคิดว่าเขาพรรณนาเกินจริง แต่วันนี้ฉันได้มาเห็นกับตาแล้ว ฉันจะกลับไปเม้าส์ให้เพื่อนๆต่างชาติน้ำลายหก เพราะอยากมาเห็นเลยละค่ะ เอ่อ..เขายังบอกว่าที่นี่มีดอกซากุระด้วยนะคะ และมันก็จะออกดอกประมาณต้นปี เขายังมีรูปให้ฉันดูเลยค่ะ”

       “อ๋อที่นี่เขาเรียกดอกพญาเสือโคร่งครับ มันจะออกดอกสีชมพูเต็มต้นคล้ายๆดอกซากุระ ก็อีกประมาณสองเดือนนะคุณถึงจะเห็น”

       “ฉันอยากอยู่ที่นี่ถึงตอนนั้นจังเลยค่ะ”

       "อยากอยู่ก็อยู่สิครับ ถ้าไม่คิดว่ามันลำบากเกินไปสำหรับคุณ ” เสียงเอ่ยเรียบๆทำให้เธอไม่แน่ใจว่าเขาประชดหรือไม่

       “ฉันก็ไม่เห็นลำบากอะไร เพียงแต่ฉันไม่อยากรบกวนคุณนานเกินไป และมันก็คงอยู่ที่สถานการณ์ของฉันด้วย เพราะบางทีฉันก็คิดจะโทรบอกคุณพ่อ หรือโทรหาใครที่จะปรึกษาได้สักคนน่ะค่ะ”

       “อย่าเพิ่งคิดทำแบบนั้นเลยคุณ รอดูเหตุการณ์ไปก่อนสักพักหนึ่งก็แล้วกัน ไหนๆก็อุตส่าห์ลงทุนหนีมาแล้วนี่ ”

        ชายหนุ่มเอ่ยแล้วเลี้ยวรถเข้าไปจอดสงบนิ่งลงที่ลานดินกว้างขวาง ที่ทำเป็นสถานที่ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้จอดรถ ซึ่งขณะนี้ยังโล่งว่าง

        “เราต้องเดินขึ้นเนินเขาไป บนนั้นมีร้านค้าและหมู่บ้านชาวเขา อีกสักชั่วโมงหนึ่งนักท่องเที่ยวก็จะมากันแล้วละ และถ้าในช่วงเทศกาลละก็ ลานนี้ไม่พอจอดรถหรอกนะครับ และทางที่เราขึ้นมารถก็จะติดมากเลยละ จนบางครั้งพวกรถทัวร์ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นมา ต้องจอดที่ตีนเขาแล้วใช้รถสองแถวขนคนขึ้นมา”

      “โหคนเยอะขนาดนั้นเลยเหรอคะ ”

       “ถ้าคุณอยู่ถึงปีใหม่ ผมจะพาคุณมาดูบรรยากาศนั้น เพราะยิ่งมีวันหยุดยาวนักท่องเที่ยวก็จะแห่กันมา อย่างที่คุณแทบไม่เชื่อสายตาเลยละ”

        ปัทมาวดีมองขึ้นไปบนเนินเขา ที่ข้างบนมองเห็นหลังคาร้านค้า และโรงเรือนที่สร้างไว้เรียงรายสำหรับจำหน่ายสินค้า ซึ่งก็น่าจะมีบ้านของผู้คนอยู่ด้วย คนตัวโตพาร่างสมาร์ตในมาดเซอร์เดินนำเธอขึ้นไป และทำให้หญิงสาวเดินตามเขาไปเรื่อยๆ ทั้งที่รู้สึกเจ็บหัวเข่ามากขึ้นและเมื่อลองจับดูก็รู้สึกว่ามันเริ่มบวม แต่ความสวยของที่นี่ก็ทำให้เธอฝืนเดินขึ้นเขาตามเขาไป ร้านขายใบชาเริ่มติดไฟต้มชาร้อนๆหอมๆไว้ หญิงสาวในชุดชาวเขารีบเชิญชวนให้ดื่ม

        “หอมจังเลยค่ะ” เธอจิบชาในถ้วยเล็กๆที่สาวชาวเขารินส่งให้

        “ชาจากไร่ที่เขาปลูกเองบนดอยนี่น่ะคุณ”

        “เราซื้อไปชงดื่มที่บ้านกันไหมคะ อากาศเย็นๆแบบนี้ดื่มชาอุ่นๆก็ดีนะคะ ”

        “เราควรเดินไปทั่วๆก่อน เดี๋ยวขาลงมาค่อยซื้อก็ได้ ร้านแบบนี้มีอีกเพียบเลยละคุณ ผมว่าไปหาซื้อผ้าเสื้อผ้าที่คุณต้องใช้ พวกผ้าคลุมไหล่ก็มีนะ เป็นงานปักมือสวยๆซื้อหมวกไหมพรมไว้สวมอุ่นๆ ที่นี่ก็เหมือนตลาดนัดน่ะ แต่มีของทั้งคนดอยคนเมืองให้เลือกซื้อ ไปดูกันดีกว่าเดินขึ้นไปบนเนินโน่น ยังมีร้านอีกเยอะแยะ นี่เรามาแต่เช้าไม่ต้องไปเบียดเสียดกับใครเพราะยิ่งสายคนก็ยิ่งเยอะ”

       “คนเยอะขนาดนั้นเลยหรือคะ”

       “ก็ถ้าสายกว่านี้ละก็ ลานที่เราจอดรถจะแน่นไปหมดมีแต่รถทัวร์ แล้วคันหนึ่งมีผู้โดยสารเท่าไหร่ล่ะ ยังไม่นับพวกรถตู้รถเก๋งอีกนะคุณ ตอนนี้การท่องเที่ยวของเชียงใหม่กำลังบรูมมาก ผู้คนทั้งคนไทยคนต่างชาติจะหลั่งไหลกันมา ยิ่งช่วงปลายปีอากาศเย็นๆแบบนี้ ผู้คนก็อยากมาสัมผัสอากาศหนาวกันน่ะ” 


           *ทั้งคู่จะเริ่มใจตรงกันเมื่อไหร่มาติดตามตอนที่เหลือกันค่ะ*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #21 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 16:33
    ความรู้สึกดีๆเริ่มมาแล้ว
    #21
    0