วิวาห์พาหนี

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,525 Views

  • 91 Comments

  • 164 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    13

    Overall
    14,525

ตอนที่ 17 : ลงโทษด้วยจูบ(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 760
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    25 เม.ย. 60






        เขาเอ่ยอธิบายและพาเธอเดินขึ้นบันไดที่ไต่ไปตามเนินเขา ซึ่งเมื่อขึ้นไปถึงก็พบกับร้านขายของที่ระลึกทุกประเภทให้เลือกซื้อ ซึ่งทำให้หญิงสาวถึงกลับห่อปากทำตาโต อุทานออกมาอย่างถูกใจ

       “ว้าว!!เมืองไทยของเรามีร้านค้าซ่อนอยู่ในป่าในเขาด้วย เอเมซิ่งจริงๆ”

       ซึ่งชายหนุ่มมองเธออย่างนึกขัน และอยากจะบอกเธอว่าวิญญานขาช้อปกำลังเข้าสิงเธอแล้ว แต่ถ้าพูดไปก็เกรงว่าความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยราบรื่นจะแย่ลง และยังอยากจะไถ่โทษที่ตนเองไปเผลอจูบ เขาจึงเอาใจโดยพาเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ ทำให้เธอหยิบสินค้าต่างๆมาชม

       “ฉันขออนุญาตซื้อของนะคะฉันอยากได้มันสวยมากเลย เสื้อตัวนี้เป็นงานปักแฮนส์เมดด้วยค่ะ เขาเอาผ่าปักครอสติสมาใส่ลงบนตัวเสื้อได้สวยงามจริงๆเลยนะคะ โหหมวกนี่ก็ถักได้รูปแบบเก๋เชียวค่ะ ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าคนภูเขาจะมีฝีมือประณีตละเอียดขนาดนี้”

       เธอเอ่ยขออนุญาตแล้วหยิบสินค้ามาพร้อมทั้งเอ่ยชื่นชมด้วยแววตาเป็นประกาย ซึ่งเขาก็พยักหน้าแววตาออกขันๆ ทำให้เธอเริ่มซื้อสินค้าพื้นเมือง จำพวกเสื้อผ้าที่ผสมผสานตัดแต่งด้วยงานปักมือลวดลายสวยงามของชาวเขา ด้วยความตื่นตาตื่นใจตามประสาผู้หญิง และยังอาชีพดีไซส์เนอร์ของตนเองที่เห็นงานศิลป์ฝีมือเฉพาะถิ่นอย่างพึงพอใจ และยังหันขวับไปตามเสียงประหลาด

      “โหอะไรคะนี่ คุณรุทธ์คะฉันอยากได้กบไม้นี่ค่ะ เสียงมันสุดยอดเหมือนกบร้องเลยค่ะ เขาคิดได้ไงก็ไม่รู้มันเยี่ยมมากเลย ”

       เธอทำสีหน้าอ้อนเสียงอ่อนรบซื้อกบแกะสลักจากไม้ ซึ่งบนหลังของมันแกะเป็นร่องๆ ซึ่งแม่ค้าเด็กสาวชาวเขารุ่นๆ ทำการสาธิตให้ดูโดยดึงไม้ที่สอดอยู่ในกลางลำตัวกบแกะสลัก และยกไม้นั้นลากไล้กรีดย้อนไปย้อนมาบนหลังกบ ทำให้เกิดเสียงเหมือนกบร้อง    

       “เขาเรียกภูมิปัญญาชาวบ้านน่ะ ”

       “ซื้อให้สามตัวสามขนาดเลยนะคะ อยากได้มากๆเลยค่ะ แล้วถึงบ้านฉันจะใช้เงินคุณ ฉันเก็บกระเป๋าตังค์ไว้ในตู้คุณ นึกว่ามาในไร่คงไม่ได้ซื้ออะไรน่ะค่ะ ” เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้มประจบและยังอธิบาย ซึ่งชายหนุ่มก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้มขันๆ

       และเพียงไม่นานทั้งผ้าคลุมไหล่ กระเป๋าผ้าปักมือแบบมีสายคล้องคอประดับด้วยกระดิ่งเงินใบเล็กใบน้อย ก็ถูกหญิงสาวหยิบใส่ถุง และเมื่อถึงร้านขายเสื้อผ้าคนเมือง เธอก็ขนซื้อทั้งเสื้อและกางเกงกระโปรงมากมายหลายชุด ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่ขัดใจ และยังแวะไปที่ร้านขายกำไลเงิน ต่างหูหลากหลายรูปแบบที่ส่งเสียงกรุ๋งกริ๋ง ซึ่งเธอก็ขนซื้อเสียมากมาย

       “ถามจริงคุณจะซื้อพวกเครื่องประดับจะไปใส่ที่ไหนครับเนี่ย”

       “ฉันจะซื้อไปฝากเพื่อนที่เมกา เพื่อนฝรั่งที่โน่นต้องกรี๊ดแน่ๆ เขาชอบพวกเครื่องเงินแบบนี้มากค่ะ เผื่อเขาเห็นของพวกนี้จะได้อยากมาเที่ยวเมืองไทย ฉันจะไปพรีเซนส์ให้แต่ละคนสยิวกิ้วเลยละค่ะ ”

       “คุณไปเอาศัพท์แสลงไทยๆแบบนี้มาจากไหนหรือ” เขาเอ่ยถามจากสีหน้าสงสัย

       “ฉันมีเพื่อนคนไทยอยูที่โน่นเป็นโขยงเลยค่ะ และฉันก็ต้องสอนภาษาอังกฤษให้พวกเขาแลกกับภาษาไทยพวกนี้ไงคะ นักเรียนไทยชอบรวมกลุ่มอยู่กันทำอาหารกินกัน ไม่ค่อยอยู่กับเพื่อนต่างชาติก็เลยไม่ค่อยได้ภาษาอังกฤษ แต่ฉันจะพูดอังกฤษกับพวกเขา และก็ชอบฟังเขาเม้าท์ภาษาไทยมันๆใส่กัน คนไทยมีคำแปลกๆใหม่ๆเยอะแยะจนฉันตามไม่ค่อยทัน บางทีก็ไม่รู้ความหมายนักหรอกค่ะ” เธอเอ่ยเล่าด้วยสีหน้ามีความสุข

       ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้และพาเธอเดินไปที่สวนดอกไม้ ซึ่งมีลำธารและน้ำตกเล็กๆ หญิงสาวเดินไปนั่งพักที่ศาลาริมน้ำ ดูปลาที่ว่ายวนอย่างเพลิดเพลิน

        “เหนื่อยแล้วละสิ” เขานั่งลงใกล้ๆจับปีกหมวกแก็ปที่บดบังใบหน้าขึ้น มองแก้มแดงจัดและยังไรผมที่ชื้นด้วยเหงื่อ จากการเดินขึ้นเนินลงเนิน

       “ก็ไม่เหนื่อยเท่าไหร่หรอกค่ะ เพียงแต่เอ่อ...เจ็บหัวเข่ามากเท่านั้น มันใช้แรงเกินไปนิดหนึ่งน่ะ” เธอจำต้องสารภาพ

       “ที่หกล้มเมื่อเช้าน่ะเหรอ” เขาขมวดคิ้วเอ่ยถาม ซึ่งทำให้หญิงสาวพยักหน้าน้อยๆ ยิ้มแหยๆ

       “ว่าแล้วเชียว ความจริงคิดว่าขากลับจะพาคุณแวะไปดูคนงานในไร่ผักเสียหน่อย แต่ไม่ได้แล้วละ เดี๋ยวเป็นมากจะลำบาก กลับกันก่อนดีกว่านะครับ แล้วยังไงวันหลังผมจะพาไปดอยปุย ที่นั่นก็มีของพื้นเมืองขายเยอะแยะ และมีดอกไม้สวยกว่าที่นี่อีก ”

       อนิรุทธ์เอ่ยแล้วมองเธอด้วยสีหน้ามีกังวล ส่งมือให้เธอจับและจูงไปตลอดทาง ส่วนมืออีกข้างก็รับของจากเธอทั้งหมดมาถือไว้ พร้อมทั้งคอยบอกทางขึ้นลงและคอยถามอย่างห่วงใย เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเริ่มเดินช้าลง และมีสีหน้าบ่งบอกความเจ็บปวด ทำให้หญิงสาวพึมพำขอบคุณเขาเบาๆ

       และเมื่อขึ้นรถกลับมา ก็เริ่มมีรถบัสพานักท่องเที่ยวขับสวนขึ้นไป ส่วนหญิงสาวเจ็บหัวเข่ามากขึ้นเป็นลำดับ ถึงแม้จะพยายามข่มความเจ็บปวดไว้เงียบๆ และเมื่อรถจอดลงที่ริมลำธารหน้าบ้าน หญิงสาวเปิดประตูรถและเมื่อก้าวลง เธอก็ทรุดกายลงนั่งพับเพียบกับพื้นด้วยความเจ็บปวด เพราะตนเองไม่สามารถยันเท้าข้างที่เจ็บลงบนพื้นได้อีก

       “โอ๊ะ” หญิงสาวร้องอุทานออกมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด ทำให้ชายหนุ่มรีบวิ่งอ้อมหน้ารถมาที่เธอ

       “เจ็บมากเหรอ ตายละเดินได้หรือเปล่า มาผมอุ้มดีกว่านะ ”

        ชายหนุ่มไม่ได้รอเธออนุญาตเพราะเห็นแล้วว่าอาการเจ็บของเธอคงไม่ใช่น้อย กายบางจึงถูกช้อนไว้ในวงแขนแข็งแรง พาออกเดินลิ่วๆข้ามสะพานไม้และพาขึ้นบันไดไปบนเรือน ประคองให้เธอนั่งลงบนเก้าอี้ที่ระเบียง ก่อนจะไขกุญแจเข้าไปเปิดประตูห้องนอน และกลับมาอุ้มเธอไปวางบนเตียง และกุลีกุจอม้วนปลายขากางเกงยีนส์ขึ้น เพื่อสำรวจร่องรอยที่หัวเข่า

       “โอ้โห!หัวเข่าคุณทั้งช้ำทั้งบวมเลยนี่ เอาอย่างนี้นะผมจะทายาและพันผ้าให้ และก็ทานยาแก้ปวดแล้วนอนพักนิ่งๆ ห้ามลุกขึ้นมาซนสักครึ่งวัน”

       แล้วชายหนุ่มก็จัดการทำอย่างที่พูดโดยใช้ยาทาร้อนๆจนทั่วเข่าและใช้ผ้าพันรอบๆ หญิงสาวมีสีหน้าเจ็บปวดเมื่อเขารัดผ้าแน่นแต่ก็ไม่กล้าบ่น และจากนั่งชันเข่าเธอก็ค่อยๆนอนราบลง ปล่อยให้เขาจัดการอย่างว่าง่าย และยังยาแก้ปวดอีกสองเม็ด ที่เขาเข้าประคองหลังและส่งยาส่งน้ำให้

       “นอนพักก่อนละกัน เดี๋ยวผมจะติดเครื่องทำน้ำอุ่น คุณตื่นมาจะได้อาบน้ำสบายๆ”

        หญิงสาวยกมือขึ้นพนม “ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ฉันต้องขอโทษที่บางครั้งอาจจะปากไม่ดีพูดอะไรไม่คิด ซึ่งอาจจะทำให้คุณเครียด และฉันคงต้องขอบคุณโชคชะตา ที่ทำให้ฉันได้พบคนดีๆอย่างคุณในขณะที่ชีวิตกำลังตกที่นั่งลำบาก ”

      “ก็คุณเป็นคนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ไม่ใช่เหรอ อย่าคิดอะไรมากเลยน่า ความจริงมันก็ดีเหมือนกันนะ เพราะคุณเข้ามาในขณะที่ผมกำลังเซ็งสุดขีด ได้คุณมาเติมเต็มชีวิตให้มีสีสันมีเพื่อนได้ต่อปากต่อคำด้วย ผมจะได้มีกำลังใจทำงานไม่เตลิดไปไหนๆอีก นอนซะ...อย่าดื้อ ” เขานำคำเธอมาเอ่ยและยังปลอบใจด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม

       “ค่ะพี่ชาย ฉันจะไม่ดื้อ”เธอเอ่ยพร้อมทั้งหลับตาลง และทำให้ชายหนุ่มอมยิ้มบางๆมองใบหน้างามที่หลับตาพริ้มอย่างนึกสงสาร

       “เรียกตัวเองว่าปัทกับพี่สิ” คำของเขาทำให้เธอลืมตาโตสวยขึ้นอีกครั้ง

       “ปัทอยากมีพี่ชายมานานแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะพี่รุทธ์ ขอบคุณมากๆ เธอเอ่ยพร้อมทั้งพนมมือขึ้นกลางอก และทำให้เขาพยักหน้ายิ้มบางๆอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเดินกลับออกไป

       หญิงสาวแย้มยิ้มอย่างมีความสุข และหลับตาลงอีกครั้ง ความอบอุ่นที่ขาดหายไปจากชีวิตแสนนาน แผ่ซ่านเข้ามาในอก แก้มร้อนขึ้นเมื่อคิดถึงจูบแรกในชีวิตสาว ถึงแม้จะไม่ได้มาจากความรักหรือความเสน่หาก็ตาม แต่สัมผัสนั้นก็สร้างความหวานหวามให้เธอไม่น้อย ตาสวยคมที่มองเธอในขณะนั้นถึงแม้จะกร้าวด้วยความโกรธ แต่เพียงอึดใจเดียวเท่านั้นสายตาเขาก็อ่อนลง จูบอันดุดันกลับบดเบียดเบาๆ ส่งปลายลิ้นอุ่นรุกรานทำให้ใจสาวระทึก และหยุดการดิ้นรนขัดขืนแต่กลับยืนให้เขาจูบอย่างลืมตัว

       ‘ เขาจะรู้ไหมนะ ว่าจูบนี้เป็นจูบแรกในชีวิตของเรา ช่างเถอะเขาไม่ได้ให้ความสำคัญสักหน่อย เขาก็แค่ทำเพราะต้องการลงโทษที่เราปากดีไปจี้ใจดำเรื่องผู้หญิงของเขา ซึ่งดูแล้วเขายังรักเธอมากนัก อยากรู้จังว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นจึงเปลี่ยนใจไปจากผู้ชายที่ทุ่มเทให้ขนาดนี้หญิงสาวครุ่นคิดก่อนจะหลับลงด้วยฤทธิ์ยาแก้ปวด

        อนิรุทธ์เดินออกมานั่งที่หน้าระเบียงบ้าน ทอดสายตามองออกไปไกลๆ และลุกเดินลงบันไดเรือนทอดน่องเอื่อยๆไปบนสะพาน และหยุดยืนนิ่งๆสองมือจับราวสะพาน และบอกกับตัวเอง

       วันนี้ทำไมภูเขาต้นไม้และสายน้ำมันถึงได้ดูสวยสดใสเสียจัง คงเพราะจากในหลายวันที่ผ่านมา เรารู้สึกเหงาและเริ่มทนไม่ได้กับความเงียบเหงารอบกาย จนต้องเหวี่ยงเป้ขึ้นรถขับไปหาเพื่อนๆที่กรุงเทพฯและออกย่ำราตรีทุกคืน อารมณ์มีความสุขของเราในตอนนี้ น่าจะเพราะมีแม่คุณคนสวยจอมป่วนมาอยู่ด้วย ทำให้เราคลายเหงาลืมความทุกข์โศกลงได้บ้าง ปัทมาวดีหญิงสาวรูปงามนามไพเราะ เธอน่ารักเหมือนน้องสาวในฝันที่เราเคยอยากมี ซึ่งความรู้สึกที่เรามีให้เธอนั้น แตกต่างจากที่มีให้เปรมจิต มันรู้สึกคนละแบบอย่างกันจริงๆ เพราะเธอคนนี้เหมือนสิ่งล้ำค่าและยังมีเจ้าของ ที่เราไม่ควรคิดอะไรกับเธอมากไปกว่าน้องสาว ซึ่งเธอก็แสนจะชาญฉลาดที่ยกให้เราเป็นพี่ชาย เพื่อสร้างกำแพงกั้นไว้ไม่ให้เราคิดเลยเถิดสินะ  

 

       หลังจากเกิดเหตุเกือบสองอาทิตย์ จูนหรือพีรพลก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกไปให้ปากคำถึงเหตุการณ์ในคืนวันนั้น เพราะจากการสอบผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างละเอียดถึงสองครั้ง ก็ยังไม่ได้พบข้อมูลที่คืบหน้าเพิ่มเติม แต่มีร.ป.ภคนหนึ่งที่เอ่ยถึงจูนและผู้ที่มาพบเธอในระหว่างเกิดเหตุ ตำรวจจึงนึกถึงออแกนไนซ์บริษัทผู้จัดตกแต่งงานขึ้นมาได้ เธอจึงถูกเชิญเข้ามาให้ปากคำที่สถานีตำรวจ


*มาลุ้นกันค่ะว่าจูนจะให้การพาดพิงมาถึงอนิรุทธิ์อย่างไรบ้าง เหตุการณ์ต่างๆจะเริ่มได้ลุ้นกันแล้ว*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #22 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 15:20
    ทั้งคู่เริ่มรู้สึกดีๆให้กันแล้ว
    #22
    0