วิวาห์พาหนี

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,533 Views

  • 91 Comments

  • 164 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    21

    Overall
    14,533

ตอนที่ 20 : เช็ดตัวเพื่อลดไข้(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 700
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    1 พ.ค. 60







        ปัทมาวดีรู้สึกตัวตื่นเมื่อได้ยินเสียงแกรกๆบนฝ้าเพดานที่กรุด้วยเสื่อลำแพน เธอมองหาต้นเสียงและต้องเบิกตากว้างกรีดเสียงร้องกรี๊ดๆดังลั่นบ้าน กายสั่นเทา และลุกพรวดพราดลงจากเตียงออกวิ่ง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่อนิรุทธ์เดินกลับขึ้นมา และรีบรวบกายบางไว้

        “นี่คุณเกิดอะไรขึ้น มีอะไรเหรอ แล้วร้องทำไมไหนบอกสิ ฝันร้ายอีกหรือไง” เขาเอ่ยถามพร้อมทั้งใช้อ้อมแขนเขย่าร่างบาง ที่ยังคงหลับตากรีดร้องไม่หยุด

        “ปัทกลัวค่ะ มันไต่อยู่บนเพดาน แล้วมันก็มองปัทตามันแดง ตัวมันก็น่ากลัวมาก ปัทกลัวค่ะฮือๆ”

        “ตัวอะไร งูเหรอ ”

        “ไม่ใช่ค่ะ มัน มันคือ ปัทนึกชื่อไม่ออกค่ะ แต่ปัทกลัวมันค่ะ ฮืม!!!!” เธอเอ่ยพร้อมทั้งครางในลำคอกายสั่นเทิ้ม และก่อนที่อนิรุทธ์จะนึกออก เสียงที่บอกชนิดของสัตย์เลื้อยคลานก็ร้องกระชั้นขึ้น

        “ตับ ตับ ตับๆๆๆๆ ตั๊บแก ”

        “ฮึ๋ยยยยย ” เสียงที่ร้องกระชั้นขึ้นมาจากตัวต้นเหตุ ทำให้หญิงสาวร้องลั่นและหลับหูหลับตาเข้ากอดเขาไว้แน่น

        “โธ่คุณตุ๊กแกน่ะปัทกลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง มันก็เหมือนๆจิ้งจกน่ะแหละแต่ตัวใหญ่กว่าเท่านั้น จะไปกลัวมันทำไมล่ะ ดูสิกลัวจนตัวสั่น”

        “ไม่ค่ะปัทกลัว ปัทกลัวจริงๆฮือๆ” เธอเอ่ยเสียงสั่นระรัว และยังหลับตาแน่นอยู่กับอกเขา

        “โอเคๆพี่จะไล่มันไปนะ มันอาจจะอยู่ที่ต้นไม้แล้วคลานเข้ามาทางช่องบนฝ้าหรือทางไหนสักทางก็ได้ ไม่ต้องกลัวนะ ไปนั่งก่อนละกัน เดี๋ยวพี่จะไล่มันไปเอง แล้วก็จะดูว่ามันเข้ามาได้ยังไงจะได้จัดการปิดช่องซะ”

       เขาเอ่ยปลอบร่างบางในอ้อมแขนที่ยังรัดร่างเขาไว้แน่น และเมื่อเจ้าตุ๊กแกร้องขึ้นอีกครั้งกายบางก็ยิ่งบดเบียดร่างเข้ากับเขาสนิทแนบ ชายหนุ่มจับมือเธอมากุมไว้ ก็ต้องตกใจเมื่อมือเธอสั่นและเย็นเฉียบ

       “ถามจริงๆปัทไม่เคยเห็นตุ๊กแกเหรอถึงได้กลัวขนาดนี้ ”

       “เคยเห็นแต่ในรูป และเพิ่งเห็นตัวจริงๆวันนี้” เสียงตอบสั่นสะท้าน

       “งั้นไปนั่งก่อน เดี๋ยวพี่ไปไล่มัน เอ่อ...รู้สึกปัทจะตัวร้อนนะ” ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมทั้งก้มลงช้อนร่างบางไปวางบนเบาะของเก้าอี้ตัวยาวหยิบหมอนอิงรองศีรษะให้เธอนอน มือที่สัมผัสโดนท่อนแขนเรียว ทำให้เขารู้สึกได้ว่ากายเธออุ่นจัด กว่าปรกติ

        หญิงสาวรู้สึกว่าศีรษะตนเองหนักอึ้ง ริมฝีปากแห้งผาก ทำไมเราหนาวและหนักหัวขนาดนี้นะ เปลือกตาก็หนักจนแทบจะลืมไม่ขึ้น แล้วก็หนาวเหลือเกิน เรากำลังจะเป็นไข้สินะ อย่าอ่อนแอนักสิปัท นี่มันไม่ใช่ภาวะปรกตินะ เรากำลังอยู่กับชายแปลกหน้าแม้เขาจะดูแสนดี แต่คุณแม่ก็สอนเราบ่อยๆว่าอย่าไว้ใจผู้ชาย และในยามนี้ถ้าเราไม่เข้มแข็งก็อาจจะถูกรังแกได้ ไอ้ตัวตุ๊กแกมันได้น่ากลัวนักหรอกน่า คนน่ากลัวกว่าตั้งเยอะ นี่นา

        หญิงสาวเตือนตนเองในใจ แต่อาการไข้ก็เริ่มทวีขึ้น จนรู้สึกปวดร้าวไปทั้งร่าง ทำให้เธอกระสับกระส่าย หูได้ยินเสียงเขาเคาะผนังด้วยอะไรสักอย่างอยู่ในห้องนอนและยังส่งเสียงไล่ ซึ่งความอยากรู้อยากเห็นทำให้พยายามลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปดู แต่เมื่อลุกขึ้นนั่งบ้านทั้งหลังก็เหมือนจะโคลงเครงราวกับนั่งอยู่เรือ ทำให้เธอต้องหลับตาและทอดกายลงนอน สมองเริ่มปวดร้าวและอึงอล ภาพของมารดามายืนใกล้ๆและถอยห่างออกไป ทำให้เธอเรียกหา

       “คุณแม่ขา...ช่วยปัทด้วยค่ะ ปัทไม่อยากแต่งงาน คุณพ่อ คุณพ่ออย่าทำกับปัทอย่างนี้ ทำไมไม่สงสารปัทบ้างล่ะคะ ปัทเป็นลูกคุณพ่อนะคะ”

        ชายหนุ่มซึ่งช้อนกายบางกลับไปนอนตามเดิม หลังจากไล่เจ้าตัวการออกไปแล้ว เขานั่งลงที่ริมเตียงข้างๆหญิงสาว ฟังเสียงละเมอแผ่วๆที่ออกมาจากริมฝีปากซีดเซียว

        “โธ่เอ้ย นี่คงเพ้อเพราะพิษไข้สินะ เราคงต้องไปที่อนามัยขอยาแก้ไข้แล้วละ ไอ้ยาแก้ปวดที่มีมันคงไม่ได้เรื่องได้ความนักหรอก และถ้าเกิดเป็นมากในตอนกลางคืนจะยุ่ง เราทิ้งให้เธออยู่คนเดียวสักพักหนึ่งคงไม่เป็นอะไรมั้ง หรือว่าจะอุ้มขึ้นรถไปให้คุณพยาบาลดูอาการวัดไข้สักหน่อยน่าจะดีกว่าไหม แล้วถ้าเกิดมีคนถามว่าเธอคือใคร เราจะตอบว่ายังไงดีน้า...บอกว่าเพื่อนงั้นเหรอ ขนาดไอ้เจ้าลูกหมูเด็กตัวกระเปี๊ยกมันยังไม่เชื่อเลยนี่ เฮ้อ...ไม่เคยดูแลคนป่วยเสียด้วยสิเรา ทำยังไงดีวะ แต่ความจริงถ้าคุณพยาบาลสุมนรัตน์เห็นปัทมาวดี เปรมจิตก็จะต้องรู้แน่ๆ ก็น่าจะเป็นโอกาสดีที่เธอจะได้รู้ว่าเราก็มีคนอื่นได้เหมือนกัน  เฮ้อ...แต่เวลานี้เราไม่ควรจะคิดเรื่องเปรมจิตสักหน่อยนี่ ” ชายหนุ่มพึมพำออกมาเบาๆด้วยความคิดที่สับสนอลหม่านในอก

       และในที่สุดเมื่อมองนาฬิกาเห็นว่าบ่ายมากแล้ว อนิรุทธ์จึงตัดสินใจขับรถไปที่อนามัยและขอยาแก้ปวดลดไข้ ลดบวมมาจากพยาบาลที่พอจะคุ้นเคยกัน และความคิดหนึ่งก็แวบขึ้นมาในสมอง เมื่อโดนคุณพยาบาลซักถามจึงตอบว่ามีเพื่อนสาวมาพักด้วย แต่เธอหกล้มและเป็นไข้นิดหน่อย คุณพยาบาลมีสีหน้าประหลาดใจขึ้นทันที แต่ก็ให้คำแนะนำในการลดไข้มาด้วย และทำให้อนิรุทธ์นั่งคิดมาตลอดทางในขณะที่ขับรถกลับบ้าน

‘        เช็ดตัวเพื่อลดไข้เหรอ ทำยังไงบ้างวะ... คุณสุมนรัตน์บอกว่าให้เอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้า ซอกคอ แผ่นหลัง หน้าอกเพื่อลดความร้อน แล้วค่อยให้กินยา โธ่...แค่เช็ดตัวไม่เห็นจะยากเลย ก็เหมือนผู้ใหญ่ทำให้เด็กน่ะแหละ หรือว่าเราก็ปลุกแม่เจ้าประคุณให้เช็ดตัวเองก็ได้นี่

       แต่เมื่อเขากลับมาถึง อนิรุทธ์ก็เห็นว่าหญิงสาวมีใบหน้าแดงก่ำและยังกระสับกระส่าย และเพ้อเบาๆตลอดเวลา ทำให้เขาใช้หลังมืออังหน้าผากก็ต้องตกใจ เมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเธอร้อนจัด และหญิงสาวยังคว้ามือเขาไปกอดไว้

       “คุณแม่ คุณแม่ขา ปัทหนาวเหลือเกินค่ะ”

       “ปัท ปัทลืมตาสิ ลุกไหวไหม ” เขาใช้มืออีกข้างเขย่าเธอเบาๆร้องเรียก แต่หญิงสาวส่ายหน้าไปมาและยังพร่ำเพ้อ ทำให้เขาต้องลุกขึ้นตัดสินใจเช็ดตัวให้เธอ

       เขาเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กๆเข้าไปในห้องน้ำ จัดการนำผ้าชุบน้ำและเดินกลับออกมานั่งลงข้างเธอ แตะผ้าไปตามใบหน้าสวยแก้มใสๆ และหน้าผากโค้งมน ซึ่งทำให้เขาได้พิจารณาความงดงามของเธอ และถึงกับต้องรำพึงออกมาเบาๆ

       ‘เทวดาองค์ใดนะที่สรรค์สร้าง แม่คุณคนสวยคนนี้ขึ้นมา ช่างประทานความงดงามทุกอย่างไว้บนใบหน้าหวานนี้อย่างครบถ้วน ดูแก้มเธอสิ..ใสเนียนจนเป็นสีชมพูจางๆเหมือนผิวทารก น่าจดปลายจมูกลงดอมดมชมกลิ่น ปลายจมูกโด่งแหลมเชิดน้อยๆนี้ก็น่ากัดนัก อีกทั้งริมฝีปากอิ่มเต็มที่บัดนี้เข้มแดงด้วยพิษไข้ช่างน่าบดเบียด มือบางที่วางอยู่บนอกอิ่มเรียวสวยน่าทะนุถนอมและยกขึ้นมาจดปลายจมูกเสียเหลือเกิน ฮึ่ย...อย่าคิดชั่วช้ากับคนเจ็บป่วยเป็นอันขาด เพราะเพียงแค่คิดก็ผิดแล้ว

       เขารีบเตือนตนเองสลัดความคิดมิดีมิร้ายทิ้งไป ดึงผ้าห่มนวมออกจับเธอพลิกกาย ดึงเสื้อด้านหลังขึ้นและไล้ผ้าเปียกไปตามแผ่นหลังซึ่งร้อนผ่าว และเมื่อจับพลิกกลับมา ชายหนุ่มถึงกลับกลืนน้ำลายดังเอื๊อก เมื่อเลิกเสื้อด้านหน้าขึ้นและเห็นความเต่งเต็มซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยบราเซียลูกไม้งดงาม เขาไล้ผ้าไปบนเนินอกเบาๆ ผิวขาวนวลแดงเป็นผื่นตามผ้าที่เขาลูบไล้

       “หนาว ไม่เอา ปัทหนาวค่ะคุณแม่ ” เสียงเพ้อห้ามสั่นสะท้าน  

       “นิดเดียวนะทนหน่อย ไข้จะได้ลดไงล่ะ” เขาเอ่ยปลอบและเริ่มใช้แป้งฝุ่นลูบไล้ลงเบาๆ และทำให้มือตนเองได้สัมผัสเนื้อเนียน ความเป็นชายตื่นตัวขึ้นอย่างสุดที่จะควบคุมไว้ได้ มือหนาเอื้อมไปที่บัวคู่งาม อยากจะดึงบราเซียตัวสวยออกเพื่อยลเนื้อใน แต่หญิงสาวยกมือขึ้นไขว่คว้าเปะปะ และเพ้อขึ้นเบาๆ

        “คุณแม่ขา ปัทปวดหัวเหลือเกินค่ะ” เสียงเธอทำให้ชายหนุ่มได้สติ รีบดึงเสื้อปิดด้วยใจที่เต้นระทึก และรีบเดินออกไปจากห้องนั้น แต่ความงดงามของอิสตรีกับความรู้สึกของบุรุษเพศ ทำให้ยากที่จะสลัดภาพที่ชวนกะสันนั้นออกไป

        อนิรุทธ์เดินไปดันหน้าต่างให้เปิดอ้าออก และยืนสะกดอารมณ์ตนเองไม่ให้ฟุ้งซ่าน เธอจะรู้ไหมนะว่าการอยู่กับผู้ชายสองต่อสอง ในบรรยากาศแบบนี้มันอันตรายขนาดไหน ไม่หรอกผู้หญิงคนนี้ฉลาดเธอรู้ดีทุกอย่าง แต่เธอยอมเสี่ยงและพยายามใช้สมองอันปราดเปรื่องช่วยเหลือตนเอง เพียงแต่พลาดที่ล้มป่วยและอยู่ในภาวะที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ เธอน่าสงสารเกินกว่าที่เราจะคิดเลยเถิด นายรุทธ์อย่าทำชั่วโดยไม่จำเป็นจะดีที่สุด เขาเตือนตนเองและนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ให้เธอกินยา ทำให้เขาพ่นลมหายใจออกมา หยิบยาในกระเป๋าเสื้อ เดินเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง

       การได้เช็ดตัวลดความร้อนในร่างกาย ทำให้เธอผ่อนคลายจากอาการกระสับกระส่าย นอนหลับเงียบ เขาเทน้ำใส่แก้วและเข้าปลุกเธอเบาๆและช้อนหลังเธอขึ้น

       “กินยาแก้ไข้ก่อนนะ แล้วค่อยนอน” เขาเอ่ยบอกทำให้หญิงสาวพยายามเผยอเปลือกตาขึ้นแต่ก็ไม่สำเร็จ เขาจึงป้อนยาใส่ปากเธอและตามด้วยน้ำ

       “ขอบคุณค่ะ คุณแม่ขากอดปัทไว้หน่อยสิคะ ปัทหนาวจังเลย “ เธอกลืนยาลงคอและพึมพำบอก อีกทั้งยังสอดแขนรอบตัวเขาไว้ ชายหนุ่มจึงเอนร่างลงนอนเคียงข้าง และทำให้ร่างบางซุกกายลงในอ้อมอกอุ่น   

       อนิรุทธ์ผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ และกอดร่างบางในอ้อมแขนไว้ แอบจดจูบบนเรือนผมสลวย ก่อนที่ตนเองจะหลับด้วยความรู้สึกอ่อนล้า

 

        พลอยแสงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานและขมวดคิ้วมุ่นเมื่อวางสายจากจูนแล้ว และต้องตกใจเมื่อมีสายจากเบอร์แปลกที่โทรเข้ามา ทำให้เธอรวบรวมพลังใจรับสาย และก็เป็นจริงอย่างที่คิดเมื่อปลายสายบอกยศนายตำรวจระดับสารวัตร

            

*มาติดตามตอนที่เหลือกันค่ะ*
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #26 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 13:49
    รุทธ์สะบะตะแตกไหม
    #26
    0