วิวาห์พาหนี

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,528 Views

  • 91 Comments

  • 164 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    16

    Overall
    14,528

ตอนที่ 23 : แอบรัก(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    5 พ.ค. 60








         “คนเราก็มีทุกข์บ้างสุขบ้างคละเคล้ากันไป สักวันหนึ่งถ้าปัทจากที่นี่ไป พี่ก็คงเหงาเหมือนกัน และอาจจะย้ายกลับไปอยู่ในเมือง ที่นี่มันเป็นวิมานที่ล่มสลายไปแล้ว และพี่ก็ไม่อยากอยู่กับความหลังอีกต่อไป” เขาเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มเย็นๆก็จริง แต่เธอก็สังเกตได้ว่าสายตาเขาหม่นเศร้า

         “พี่ทำไมไม่ง้อเธออีกสักครั้งล่ะคะ ความรักของคนสองคนที่มีต่อกัน มันมีอิทธิพลเหนือสิ่งอื่นใด คนเราน่าจะพูดคุยกันให้เข้าใจได้ไม่ใช่หรือคะ อย่างที่เรียกว่าปรับจูนเข้าหากันน่ะค่ะ”

        “ปัท...เขามีคนอื่นที่เขาคิดว่าโอเคสำหรับเขาแล้ว และพี่คิดว่าคนที่มองโลกกันคนละด้าน มันไม่มีวันไปกันได้หรอก ถึงแต่งงานกันก็คงไปกันไม่รอด พี่ไม่เชื่อผู้ใหญ่เองน่ะแหละ เขาว่าเวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน มันเกิดกับพี่จริงๆ นอนเถอะแล้วพรุ่งนี้ค่อยคุยกัน” เขาเอ่ยตัดบทแล้วหันหลังเดินออกจากห้องไป

        ปัมทมาวดีเห็นสายตาอ่อนโยนที่ทอดมองมาที่เธอ หญิงสาวรู้สึกได้ว่าตนเองมีความสุข อบอุ่นและกำลังอยู่ในอารมณ์ที่ปลื้มเขาอย่างเหลือเกิน

        ‘อืมผู้ชายที่น่ารักดีๆก็มีในโลกเหมือนกันแหะ ไม่หื่น ไม่มือไวมือไม้ยุ่มย่ามเหมือนหนวดปลาหมึก สายตาก็ไม่ได้มองเราอย่างอยากจะเขมือบ และก็ไม่พูดจาลามกสองแง่สองง่าม คำพูดแต่ละคำของเขาสร้างความอบอุ่นให้เราไว้เนื้อเชื่อใจ เหมือนกับได้อยู่กับพี่ชายใจดี เพียงเท่านี้ผู้ชายก็ดูดีที่สุดแล้วละ และมันจะเร็วไปไหมนะที่จะเรียกความรู้สึกนี้ว่ารัก รักเขาข้างเดียวงั้นหรือ ทำไมถึงรักล่ะปัท...ฮื้อ..มันยังไม่ใช่ความรักหรอก ก็แค่เขาเข้ามาในเวลาที่เราอ้างว้างมองหาใครสักคนก็ไม่มีเหมือนตัวเองกำลังเดินหลงทางไปในโลกร้าง ที่เขาเผอิญโผล่มาเป็นเพื่อนร่วมทาง แต่เขาก็แสนดีไม่ใช่เหรอ ซึ่งเกิดมาเราไม่เคยคิดว่าจะเจอผู้ชายแบบนี้ เพราะถ้าเป็นคนอื่นเราคงยับเยินไปแล้วละ

         ก๊อกๆๆ “ปัทตื่นหรือยัง มากินกาแฟกันเถอะพี่ชงไว้ให้แล้ว เดี๋ยวจะเย็นซะหมด กินแล้วค่อยไปแปรงฟันทีหลังก็ได้นะพี่ไม่ว่าอะไรหรอก” เสียงเขาเคาะประตูและร้องเรียกทำให้เธอคลี่ยิ้มออกมา และบอกกับตนเอง

        ‘นี่ไงล่ะความน่ารักของเขา น่า...ถ้าจะแอบรักเขาก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ ถึงมันจะเร็วไปหน่อย แต่ความรักก็ไม่ได้เกี่ยวกับเวลาเสียหน่อยนี่ เราจะแอบรักเขา อืม..รักเขาข้างเดียวเหมือนข้าวเหนียวนึ่ง มันหมายความว่ายังไงนะ....

       “ทำไมเงียบล่ะปัท เป็นอะไรหรือเปล่า พี่เข้าไปนะ”

        “ปัทโอเคแล้วค่ะ ขอแปรงฟันล้างหน้าแป๊บหนึ่ง” เธอตะโกนกลับออกไปแล้วลุกขึ้นจากเตียงอย่างรู้สึกสดชื่น

       ‘ เขาว่าความรักทำให้โลกสดใสน่าอยู่ไม่ใช่เหรอ จริงด้วยละ วันนี้ทุกอย่างดูสดชื่นชะมัดเลย ปัทมาวดีบอกกับตนเองด้วยรอยยิ้ม ฮัมเพลงรักในลำคออย่างมีความสุข

        กาแฟร้อนสองถ้วย พร้อมบิสกิตในจานเล็กๆ กับชายหนุ่มหน้าตาคมสันรูปร่างสมาร์ต ที่นั่งอ่านหนังสือในมืออย่างสนอกสนใจ

‘        ฮืมแฮะ วันนี้อ่านหนังสือแต่เช้าท่าทางจะเป็นหนังสือวิชาการเสียด้วยสิ

        “ดื่มเสียสิอากาศเย็นๆอย่างนี้ เดี๋ยวจะเย็นเสียหมด แล้วเป็นไงบ้างยังมีไข้อีกไหม ปวดหัวตัวร้อนอีกหรือเปล่า” เสียงเอ่ยจากใบหน้าที่ยังคงก้มอ่านหนังสือ

         หญิงสาวไม่ได้ตอบแต่นั่งลงตรงข้ามกับเขา ยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่ม มองใบหน้าคมเข้มที่ก้มสายตาอ่านหนังสือ ทำให้ปัทมาวดีได้โอกาสจ้องมองอย่างพินิจพิจารณา ตั้งแต่คิ้วเข้ม แผงขนตาดกหนา ปลายจมูกโด่งแหลม และริมฝีปากหยักสวยแดงเข้ม แก้มประดับด้วยไรเคราที่โกนจนเรียบเนียนเขียวครึ้มบางๆ ผมยาวหยักศกปกต้นคอปลายช้อนอยู่บนปกเสื้อ องค์ประกอบบนใบหน้าชายไทยที่จัดว่าหล่อมาก

       “มองอะไร นี่หนังสือเกี่ยวกับการตลาดที่พี่ต้องเริ่มสนใจจริงจังสักที ปัทล่ะเรียนจบอะไรมา ไหนเล่าให้ฟังบ้างสิ ”

       เสียงจากใบหน้าที่เงยขึ้นทำให้เธอสะดุ้งและยิ้มแหยๆ และนึกโล่งใจที่เขาเข้าใจว่าเธอมองหนังสือที่เขากำลังอ่าน

       “ปัทจบดีไซส์ออกแบบเสื้อผ้า และกำลังจะเป็นดีไซส์เนอร์ค่ะ ความจริงปัทอยากเป็นนางแบบแต่ความสูงไม่ได้ ความจริงปัทหุ่นดีนะคะ เพื่อนๆยังบอกว่าปัทสวยใช้ได้เลยละค่ะ พี่ว่าไหม ” เธอเอ่ยอวดด้วยรอยยิ้ม

       “ขี้เหร่อย่างนี้นี่นะจะเป็นนางแบบ ออกแบบให้คนอื่นเขาไปเถอะ” เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มขันๆ แต่ทำให้ใบหน้าที่กำลังยิ้มอย่างชื่นบานหุบลงทันที และลุกวิ่งไปที่กระจกเงาในห้องนอนส่องดูตนเอง

       ‘ ชิ! ฉันขี้เหร่ตรงไหน เกิดมายังไม่เคยมีใครว่าฉันไม่สวยเลยสักคนเดียว ตาถั่วหรือเปล่านะ หรือว่าเห็นผู้หญิงสวยอยู่คนเดียวเท่านั้น คนบ้า...พูดไม่เคยรักษาน้ำใจเราเลยสักนิด เมื่อวานเปิดเสื้อเราเช็ดตัวแล้วก็บอกว่าเราเหมือนไม้เสียบผี งั้นๆแหละไม่เห็นจะสปาร์กเลย มาวันนี้ว่าเราขี้เหร่  ฉันไม่รักนายแล้ว ปัทมาวดีคิดอย่างน้อยใจและมุดเข้าไปในมุ้งกระโจมทุ่มกายลงบนที่นอน ดึงผ้านวมขึ้นมาห่ม หน้าตาบูดบึ้ง

        เสียงเขาเคาะประตูและรอครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าเธอไม่ตอบ จึงเปิดเข้ามา “อ้าวไม่ไปดูดอกทิวลิปหรือไงล่ะ วันนี้พี่ต้องออกไปที่ไร่บล็อคโคลี่ด้วย พี่ต้องทำงานแล้วนะไม่ได้ไปดูงานเลย เดี๋ยวพี่สาวเล่นงานพี่แย่ ”

        “ไม่ไปแล้ว” เสียงงอนๆสะบัดห้วน

        “ อ้าว!เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ ผู้หญิงนี่เอาใจยากเสียจริง” เขาเอ่ยถามด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน

        “ไม่อยากไปเฉยๆ ไม่ได้เกิดอะไรสักหน่อยนี่ ” เธอยังคงรวนกลับ

        “รู้นะว่าต้องงอน จู่ๆก็เดินหนีเข้าห้อง งอนเรื่องอะไรไหนบอกสิ ” เขาเอ่ยถามและเดินมาเลิกมุ้งขึ้น เธอจึงรีบหลับตานิ่งๆไม่ตอบ

        “รู้แล้วเพราะพี่บอกว่าไม่สวยใช่ไหมล่ะ”

        “ใช่” หญิงสาวลืมตาและรีบยื่นหน้าเอ่ยตอบ

        “โธ่เอ๊ยยายลูกเป็ดขี้เหร่แค่นี้ก็งอน ลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วๆเลย งอนไม่เข้าเรื่อง คนไม่สวยก็ต้องยอมรับความจริงสิ”

        “เชอะ!ตั้งแต่เกิดมาจนโตเป็นสาว ยังไม่เคยมีใครมาว่าขี้เหร่สักคน นี่ยังมาว่าเป็นลูกเป็ดขี้เหร่อีก คนอะไรใจร้าย เมื่อวานก็บอกว่าเหมือนไม้เสียบผี มาวันนี้ยังว่าเสียจนคนอื่นเขาขาดความมั่นใจ แย่ชะมัดเลย ” หญิงสาวรัวเสียงเปิดเผยความในใจออกมา ด้วยสีหน้าบึ้งตึงปากงอนเชิดขึ้น

       “โอ๋แม่คุณคนสวย งามเลิศที่สุดในปฐพี กรุณาลุกขึ้นก่อนที่จะโดนทำโทษนะ” เขาเอ่ยด้วยเสียงหัวเราะขันๆ

       “ไม่ต้องมาตบหัวแล้วลูบหลังหรอกน่า ใครก็คงไม่สวยเท่าคนที่พี่รักใช่ไหมล่ะ ” เธอโพล่งออกมาอย่างที่คิด

       “ตกลงพาลพี่ใช่ไหมปัท” เขาเอ่ยถามเสียงเข้มหน้านิ่ง

       “พูดความจริงไม่ได้พาลสักหน่อย ”หญิงสาวเอ่ยเสียงห้วนพร้อมทั้งสะบัดหน้าเชิดขึ้น

       คนตัวโตไม่ต่อความยาวสาวความยืด ก้มลงคว้าร่างบางขึ้นพาดบนบ่า พาเดินออกจากห้องนอนเปิดประตูออกไปหน้าบ้าน ร่างบางบนบ่าดิ้นรนส่งเสียงกรีดร้องและรัวกำปั้นทุบลงบนหลังเขา

       “ปล่อยปัทนะพี่รุทธ์ ปล่อย ปล่อย บอกให้ปล่อย นี่ๆๆๆ ”

       “จะเอาไปโยนลงน้ำจะได้หายดื้อ ” เขาเอ่ยในขณะที่ก้าวลงบันได

       “ไม่เอานะมันหนาว ไม่เอา ปล่อยปัทสิ ปล่อย อือๆๆๆ ” เธอกรีดร้องเสียงอ่อนลงและไม่กล้าดิ้นรน ไม่ทุบทำร้ายเขาอีก

       “พี่จำได้ว่าเธอเคยบอกว่าจะไม่ดื้อจะเป็นเพื่อนเป็นน้องที่ดี แต่ทำไม่ได้ก็ต้องลงโทษแบบนี้ละ” เขาเอ่ยปนเสียงหอบน้อยๆ เมื่อเขาย่ำเท้าหนักๆเดินไปบนสะพานไม้

       “ปัทไม่ดื้ออีกแล้วค่ะพี่รุทธ์ แล้วเอ่อ...ปัทกำลังไข้ขึ้น ตัวร้อนจัดเลยด้วยไม่เชื่อจับตัวดูก็ได้ และถ้าพี่โยนปัทลงไปในน้ำเย็นๆ ปัทต้องปอดบวมตายแน่ๆเลย” หญิงสาวโอดครวญเสียงเอื่อยอ่อย

       “แน่ใจนะว่าจะไม่ดื้ออีก ไม่เชื่อหรอกผิดสัญญาตลอด พยศเยอะจริงๆ ยังไงวันนี้ก็ต้องโดนทำโทษ ” เขาเอ่ยและไปหยุดยืนบนกลางสะพาน ลมเย็นยามเช้าพัดแผ่วมาหนาวยะเยือก ยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกสยอง ถ้าต้องถูกโยนลงในน้ำเย็นๆ

       “แน่ใจค่ะ ปัทจะไม่พูดมากปากไม่ดี ไม่งอน ไม่ประชดประชัน ถึงพี่จะว่าเป็นลูกเป็ดขี้เหล่ก็จะไม่โกรธอีกแล้วค่ะ ” หญิงสาวเอ่ยให้สัญญาเสียงสั่นสะท้าน

        “ไม่เชื่อ” เขาเอ่ยเสียงเย็นและวางเธอลง ก่อนจะช้อนร่างไว้ในวงแขนอย่างรวดเร็วและพร้อมที่จะโยน

        “ปัทสัญญาๆอืมๆ” เธอรัวเสียงให้สัญญาและยังทำเสียงครางในลำคอ

         แต่ก่อนที่อนิรุทธ์จะจัดการยังไงต่อไป เสียงรถมอเตอร์ไซด์สองคันก็วิ่งเข้ามาจอด 


               *มาติดตามตอนน่ารักมุ้งมิ้งกันต่อค่ะ*
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #31 YamParis (@YamParis) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 20:36
    ใครมาน่ะ คนงานที่พี่สาวสั่งมาป่าวนะ
    #31
    0
  2. #30 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 18:51
    น่ารักจังคู่นี้
    #30
    0