วิวาห์พาหนี

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,529 Views

  • 91 Comments

  • 164 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    17

    Overall
    14,529

ตอนที่ 26 : กระท่อมน้อยกลางไร่ดอกทิวลิป(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 686
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    12 พ.ค. 60








        เสียงเอ่ยอ่อยจากสีหน้าเศร้าๆทำให้เขาปรายตามามองเธอนิดหนึ่ง และอยากจะเข้าข้างตนเองว่า เธออาวรณ์อาลัยที่จะจากไปและถึงแม้จะรู้สึกชื่นใจ แต่ก็ไม่กล้าคิดเข้าข้างตนเอง

       “พี่ว่าพอปัทกลับไปอเมริกา ไปอยู่กับสถานที่ที่คุ้นเคยเจอเพื่อนๆ เจอคนรู้ใจ คงไม่นานก็ลืมที่นี่ ” เขาอยากจะพูดว่าลืมพี่แต่ก็ไม่กล้าพอ

       “โน่นมีบ้านคนอยู่กลางไร่ด้วยค่ะ ใช่บ้านไหมคะที่อยู่ใต้ต้นไม้นั่นน่ะคะ” หญิงสาวไม่กล้าเอ่ยบอกว่าเธอคงลืมเขาไม่ได้ และเสชี้มือไปยังบ้านในหุบเขาที่เห็นเพียงหลังคา

       “บ้านพ่อของพี่เองแหละ แต่ก่อนพ่อจะอยู่ที่นี่ตลอด ตอนเด็กๆพี่กับพี่สาวก็เคยอยู่ที่นี่นะ ตอนนั้นเราจนมาก มาฟื้นตัวได้ก็เพราะโครงการพระราชดำริ ทำให้พ่อได้มาปลูกพืชผักเมืองหนาวและก็ดอกไม้ส่งขาย ก็เลยทำให้พ่อมีเงินส่งพี่พลอยได้เรียนมหาวิทยาลัยและก็เปิดร้านจัดดอกไม้ที่กรุงเทพฯ โดยพ่อก็จะส่งดอกไม้จากที่นี่ไปให้ และพี่ก็ได้มีโอกาสได้เรียนเหมือนกัน และมาเมื่อสี่ห้าปีก่อนพ่อป่วยกระเสาะกระแสะ ประกอบกับกิจการร้านจัดดอกไม้ไม่ค่อยดี พี่พลอยก็เลยตัดสินใจขายร้านดอกไม้ และกลับมาตั้งบริษัทรับซื้อพืชผักผลไม้ดอกไม้ส่งขาย และหาตลาดในต่างประเทศเพื่อส่งออก และก็บังคับพ่อพาเข้าไปอยู่ในเมือง ซึ่งความจริงแล้วพ่อไม่อยากไปหรอกนะ แกผูกพันกับที่นี่มาก แต่ไม่นานพ่อก็จากไป”

       ชายหนุ่มเอ่ยเล่าชีวิตแต่หนหลังของครอบครัวให้เธอฟัง แล้วเลี้ยวรถไปตามถนนซอยเล็กๆที่แล่นลงไปจากเนินเขา ผ่ากลางไร่ดอกทิวลิป และจอดให้เธอเดินลงไปชม หญิงสาวคลี่ยิ้มอย่างมีความสุขและเดินไปตามแปลง ที่ปลูกสลับสีกันอย่างสวยงาม อนิรุทธ์เดินตามไปและยกโทรศัพท์ขึ้นถ่ายรูปเธอ ซึ่งปัทมาวดีก็โพสท์ท่าสวยให้เขาถ่าย ต่างคนต่างยิ้มให้กันด้วยสีหน้ามีความสุข หญิงสาววิ่งเข้ามาหาและยื่นหน้ามาใกล้

      “เรามาเซลฟี่กันค่ะ”

       ชายหนุ่มถ่ายภาพเซลฟี่ จากสีหน้าฉีกยิ้มและทำหน้าทะเล้นขำๆ และสุดท้ายก็อดที่จะถ่ายภาพท่าทางหวานๆไว้ไม่ได้เมื่อเขาโอบไหล่เธอเข้ามาแก้มแนบแก้มกันไว้ และยังหันมาสบตากันอย่างเก้อเขิน ด้วยความรู้สึกในใจที่มีต่อกัน หญิงสาวมีสายตาระริกแก้มแดงซ่าน เมื่อได้สบตาหวานวิบวับจากสีหน้าที่มีรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

       ทั้งสองหนุ่มสาวหัวใจเปี่ยมสุขที่ได้มีเวลานี้ด้วยกัน และต่างสบสายตาสื่อความหมายที่ไม่อาจปิดบัง แต่ต่างก็ไม่กล้าเปิดใจ อนิรุทธ์รู้ว่าเธอกับเขามีชีวิตที่ห่างไกลกัน และคงไม่มีทางมาบรรจบกันได้ เขาจึงพยายามที่จะไม่คิดด้วยกลัวความผิดหวังซ้ำสอง

       ส่วนหญิงสาวตกหลุมรักเขาเข้าอย่างจัง แต่ด้วยความเป็นผู้หญิงจะเผยใจก่อนก็ดูกระไรอยู่ และเธอก็ยังรู้สึกว่าเขายังคงอาลัยอาวรณ์กับอดีตแฟนเก่าอยู่มากมายนัก ต่างคนจึงเหมือนมีเส้นบางๆที่กั้นกันและกันไว้

       “ปัทอ่ะ ถือไว้แล้วพี่จะถ่ายรูปให้ ผู้หญิงกับดอกไม้เป็นอะไรที่ต้องคู่กัน”เขาเอ่ยพร้อมก้มลงเด็ดดอกทิวลิปส่งให้เธอ

       หญิงสาวทำท่าจุมพิตดอกไม้ในมือเพื่อให้เขาถ่ายรูป และยังวิ่งไปแล้วหันมาทำท่าทะเล้นให้เขาเก็บภาพ ชายหนุ่มมองหญิงสาวแสนสวยด้วยรอยยิ้มขำขัน ส่วนเธออบอุ่นกรุ่นไอรักเมื่อได้แอบรักเขา และถึงกับทำให้หญิงสาวนึกถึงเพลงๆหนึ่ง ที่เคยได้ยินมารดาเปิดฟังบ่อยๆ และทำให้เธอมองใบหน้าคมสันของชายหนุ่ม เอื้อนเอ่ยบทเพลงนั้นออกมา

 

แค่เธอสบตาฉัน โลกก็พลันเปลี่ยนไป

หัวใจที่แห้งแล้ง ก็ชุ่มฉ่ำ

แค่เธอจับมือฉัน พูดเพียงคำหนึ่งคำนั้น

มันเหมือนเธอหยุดเวลาเอาไว้

 

เธอปลูกดอกไม้ในหัวใจ และทำให้ฉันฝัน ให้ฉันพบวันที่สุขสดใส

ด้วยใจที่ดีๆ ด้วยรักที่เธอให้ ฉันจึงได้เจอสิ่งเหล่านี้

 

รู้ตัวอยู่บ้างไหม ว่าทำให้ใครหนึ่งคน ได้มีช่วงเวลาที่แสนดี

รู้ตัวอยู่บ้างไหม ว่าใจดวงหนึ่งดวงนี้ ได้พบความสุขมากมายแค่ไหน

 

เธอปลูกดอกไม้ในหัวใจ และทำให้ฉันฝัน ให้ฉันพบวันที่สุขสดใส

ด้วยใจที่ดีๆ ด้วยรักที่เธอให้ ฉันจึงได้เจอสิ่งเหล่านี้

 

เธอปลูกดอกไม้ในหัวใจ และทำให้ฉันฝัน ให้ฉันพบวันที่สุขสดใส

ด้วยใจที่ดีๆด้วยรักที่เธอให้ ฉันจึงได้เจอสิ่งเหล่านี้

 

เธอปลูกดอกไม้ในหัวใจ และทำให้ฉันฝัน ฉันไม่ต้องการไปมากกว่านี้

อยากบอกเธอจริงๆรู้ไว้นะคนดี ฉันเป็นคนโชคดีเหลือเกิน

อยากบอกเธอจริงๆ รู้ไว้นะคนดี ฉันเป็นคนโชคดีเหลือเกิน ....เพลงดอกไม้ในหัวใจ ...ปนัดดา เรืองวุฒิ

 

       บทเพลงที่ออกมาจากหัวใจและความรู้สึก และยังสายตาที่เธอทอดมองมา ซึ่งสื่อให้ชายหนุ่มเข้าข้างตนเองว่าเธอกำลังอินเลิฟ เพราะทั้งสีหน้าและแววตาของหญิงสาวไม่ได้ปิดบังความในใจแม้แต่น้อย ซึ่งทุกอย่างรอบกายช่างเป็นบรรยากาศที่เป็นใจ ดังดอกรักที่เริ่มผลิบานท่ามกลางดินแดนอันงดงาม

       อนิรุทธ์ลดโทรศัพท์มือถือลง ต่างทอดสายตาสบกันนิ่งนานหัวใจสองดวงหวานหวาม หญิงสาวเริ่มรู้สึกเก้อเขินจนแก้มร้อนผ่าว และแล้วเขาก็เดินเข้ามาหา ส่งมือให้เธอจับและรั้งกายบางเข้ามากอดไว้  

       “ปัทรู้สึกกับพี่เหมือนในบทเพลงที่ปัทร้องหรือเปล่า หรือมันเป็นแค่บรรยากาศพาไป” เสียงถามของเขาหวิวไหวด้วยเสียงพร่ำเพ้อที่ปนความหวาดหวั่น

       “ไม่ใช่บรรยากาศพาไปหรอกค่ะ แต่พี่ทำให้ปัทรู้สึกมีความสุข อบอุ่น อย่างที่ปัทไม่เคยได้รับจากใครมานานมากแล้ว ชีวิตปัทโดดเดี่ยวเกินกว่าใครจะเข้าใจ”หญิงสาวเอ่ยอยู่กับแผงอกกว้าง มือหนาจึงเชยคางเธอขึ้น

       “พี่ก็ต้องขอบคุณปัทที่มาทำให้ชีวิตพี่มีความหมายขึ้น จากการที่พี่รู้สึกตัวว่าด้อยค่า แต่พี่ก็ไม่กล้าคาดหวังอะไรอีก พี่บอกตรงๆนะปัท พี่ไม่อยากมีความรู้สึกนี้กับปัทเลย พี่กลัวการจากพราก เพราะพี่คงจะแย่กว่านี้ ” เสียงที่เขาเอ่ยต่ำพร่า สายตาที่ทอดมองเธออ่อนเศร้า

      “ปัทจะอยู่ที่นี่กับพี่ให้นานที่สุดค่ะ” เธอเอ่ยพร้อมทั้งสบตาคมกล้า

      “นานจนชั่วชีวิตเลยได้ไหม” คำถามสั้นๆแต่มีความหมายลึกซึ้ง

      “เอิ่ม!!จนกว่าพี่จะเบื่อและไล่ปัทค่ะ” เธอเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มเก้อเขิน และรีบเมินสายตาหนีแก้มแดงปลั่งขึ้น

       ใบหน้าคมหล่อก้มต่ำลงมา แขนแข็งแรงอีกข้างรวบเอวเธอแนบไว้กับกายหนา แต่แล้วสายตาเธอตระหนกเบิกกว้างขึ้นเมื่อเขาจดริมฝีปากอุ่นประทับลงบนกลีบปาก และทำให้เธอต้องหลับตายอมรับจูบอันแสนดื่มด่ำนั้น หัวใจสองดวงหวานหวามอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งรัก เมื่อต่างก็เปิดใจต่อกัน

       “ปัทมันจะเร็วไปไหมที่เราจะรักกัน” เสียงถามจากริมฝีปากที่ยังเคลียอยู่ที่ริมแก้ม

       “ปัทกำลังถามตัวเองอยู่ค่ะ” เสียงตอบไหวหวานอย่างเก้อเขิน

      “แล้วปัทตอบตัวเองว่ายังไงจ๊ะ”

      “เอิ่ม!เรื่องของเรามันเร็วเกินไปจนเหมือนฝัน ทำให้ปัทไม่รู้จะตอบว่ายังไง” เธอเอ่ยตอบพร้อมกับอิงใบหน้าแนบอกเขาไว้

      “พี่คิดว่าเวลาไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอกนะ เพราะบางทีคนที่คบกันนานๆ แต่ในที่สุดกลับไม่เคยเข้าใจกันเลยก็ได้นี่”  

      “แล้วเราสองคนเข้าใจกันแล้วเหรอคะ” เธอเงยหน้าขึ้นย้อนถามด้วยรอยยิ้มเย้า

      “พี่เชื่อว่าหัวใจเราสองคนตรงกัน แล้วจากนั้นเราจะค่อยๆปรับจูนกันไปเรื่อยๆ เอิ่ม...ถ้าปัทแน่ใจว่าจะอยู่กับพี่ที่นี่”

      “ปัทอยากอยู่กับพี่ค่ะ แต่ถ้าเกิดใครตามมาพบปัท เราจะทำยังไงล่ะคะ ปัทเชื่อว่าเขาต้องตามอย่างไม่ลดละ เพราะเครื่องเพชรที่ติดตัวปัทมามีมูลค่ามหาศาล ซึ่งปัทอยากหาทางคืนเขาไป แต่ไม่รู้จะจัดการกับมันยังไง และปัทคิดว่าคุณพ่อก็อาจจะถูกกดดันจากนายนั่นด้วย คิดแล้วก็เครียดเป็นห่วงท่านเหมือนกัน”เธอเอ่ยด้วยสีหน้าวิตกกังวล

      “นั่นสินะเรื่องของปัท มันยังมองไม่เห็นทางออกเลย พี่คิดว่าจะไปปรึกษาพี่พลอยพี่สาวของพี่ดู เผื่อแกจะมีความคิดดีๆให้เราได้บ้าง แต่พี่ก็ยังตัดสินใจอยู่ เพราะพี่มีเรื่องทะเลาะกับพี่พลอยเรื่องเปรมจิต ซึ่งความจริงแล้วพี่เป็นคนผิด ก็เลยยังคิดไม่ตกว่าจะไปเริ่มต้นพูดยังไงดี แต่ปัทไม่ต้องกลัวหรอกนะ พี่จะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำอะไรปัทหรอก ”

      “พี่จะยอมแลกด้วยชีวิตเลยใช่ไหมคะอิๆ ” เธอเอ่ยด้วยสีหน้าหยอกเย้า

      “ทำเสียงแบบนี้แสดงว่าไม่เชื่อใช่ไหมล่ะ ” เขาเอ่ยพร้อมทั้งรัดร่างในอ้อมแขนเขย่าเบาๆ

      “พี่เคยช่วยปัทมาแล้วทำไมปัทจะไม่เชื่อล่ะคะ เพียงแต่ปัทไม่อยากทำให้พี่เดือดร้อนเท่านั้นแหละค่ะ ”

      “ปัทอย่าคิดอย่างนี้อีก เพราะขณะนี้ที่นี่ปัทไม่มีใครนอกจากพี่ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พี่ไม่มีวันทิ้งปัทได้หรอกนะ พี่ต้องปกป้องปัทด้วยชีวิตของพี่” 



                 *เขาบอกรักกันแล้วน้า....มาติดตามความหวานที่กระท่อมน้อยกลางสายฝนกันค่ะ*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #37 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 15:27
    หวานจังคู่นี้
    #37
    0