วิวาห์พาหนี

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,527 Views

  • 91 Comments

  • 164 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    15

    Overall
    14,527

ตอนที่ 28 : ความอบอุ่นท่ามกลางความเหน็บหนาว(1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 732
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    15 พ.ค. 60

                                                             





ตอนที่10

   ความอบอุ่นท่ามกลางความเหน็บหนาว

 

 

        หญิงสาวแนบแก้มลงกับอกกว้างด้วยความรู้สึกอบอุ่น ความอ้างว้างในชีวิตที่เหมือนถูกโชคชะตากลั่นแกล้ง ได้ถูกเติมเต็มด้วยถ้อยคำของชายหนุ่ม หัวใจที่ต่างบอบช้ำของคนทั้งคู่ที่ถูกลิขิตให้มาพบกัน ความรักจึงไม่มีเวลามาเป็นตัวกำหนด นอกจากความรู้สึกจากหัวใจที่มีต่อกัน  

        อากาศที่หม่นมัวและหนาวเย็นทำให้ชายหนุ่มลุกไปเปิดห้องนอน หอบที่นอนเล็กๆออกมาปูลงบนพื้นกระดานอันเย็นเฉียบ และประคองให้หญิงสาวนั่งเอนกายพิงฝาผนังห้อง และโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนห่มผ้าไว้ด้วยกัน

        “ฝนตกปลายปีอย่างนี้อากาศจะเย็นมาก เราจะรอให้ฝนหยุดก่อนค่อยกลับดีกว่านะ ” 

        หญิงสาวเงียบไม่ตอบคำใด ด้วยหัวใจเธอตื่นระทึกกับบรรยากาศและกลิ่นอายที่รายรอบ และยังอ้อมกอดอุ่นกับสัมผัสแผ่วที่เขาไล้ปรายมือบนแผ่นหลังเบาๆ ริมฝีปากอุ่นที่คลอเคลียที่ริมแก้มปลุกธรรมชาติในกายให้วาบหวาม มือหนาเอื้อมมาประคองแก้มต่างสบตากันนิ่งนาน ก่อนที่เขาจะจดริมฝีปากลงบนกลีบปากบดเบียดเบาๆ มือบางที่ทาบทาอยู่บนบ่ากว้าง ซึ่งหญิงสาวอยากจะผลักไส แต่ความรู้สึกเคลิ้มฝันกลับยอมรับจูบ ดวงตาคู่สวยสบตาคมซึ่งขณะนี้เยิ้มหวาน ทำให้หญิงสาวหลับตาพริ้มลง หัวใจสองดวงดำดิ่งลงสู้ห้วงแห่งความสุขอันล้นเปี่ยมหัวใจ หญิงสาวต้องบอกตนเอง

        เขาเป็นความอบอุ่นท่ามกลางความเหน็บหนาว

       อนิรุทธ์ยินยอมอดทนที่สุดที่จะไม่กล้ำเกินเธอไปมากกว่านี้ ทั้งที่หูเขายังแว่วถึงคำเยอะเย้ยจากเพื่อนๆ ในกรณีที่เขาปล่อยให้เปรมจิตรอดมือไป แต่ก็บอกกับตนเองว่าถึงแม้เขาจะไม่เคยได้ความสาวมาเพื่อเป็นมัดจำ แต่เขาก็ไม่เคยเสียใจ และไม่คิดที่จะเอาอดีตมาทำลายหญิงสาวที่แสนอาภัพผู้นี้ นอกจากจะถึงวันที่เธอเต็มใจ

       “ปัท...พี่จะรอวันที่ปัทพร้อม เอ่อ..และหวังว่าปัทคงจะไม่ปล่อยให้พี่ทรมานนานนักนะ”เสียงเขารำพันบอกความนัยอยู่ที่ข้างแก้มเบาๆ ซึ่งทำให้หญิงสาวต้องแอบอมยิ้มเงียบๆก่อนจะเอ่ยตอบ

       “ปีหนึ่งคงไม่นานหรอกนะคะ”

       คำตอบของเธอทำให้เขาเชยคางเธอขึ้น และต่างก็สบสายตากันท่ามกลางอากาศขมุกขมัว

       “ถ้าปัทจะไม่เมตตา พี่ก็จะรอจ้ะ”เขาเอ่ยแล้วจดจุมพิตบนปลายจมูกแหลมเบาๆ 

        และเมื่อสองหนุ่มสาวได้เปิดหัวใจต่อกัน ทั้งคู่ก็ตกอยู่ในห้วงรัก ต่างคนต่างสบตากันอย่างมีความสุขและทำให้เวลาทุกนาที อบอุ่นกรุ่นไอรักและมีความหมายที่สุด หญิงสาวต้องยอมรับในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา เพราะเขาเพียงแต่กอดจูบไล้โลมไปบนเรือนกายเบาๆ

       และค่ำคืนนี้เขาก็ยังคงนอนนอกห้องเหมือนเช่นเคย ทั้งๆที่เธอก็รู้ว่าเขาพยายามหักห้ามใจตนเอง ด้วยสายตาที่เขาทอดมองเธอบอกทั้งความรักความเสน่หา เมื่อส่งเธอเข้านอน ซึ่งยิ่งทำให้เธอนับถือในน้ำใจเขามากขึ้น

 

        วันรุ่งขึ้นปัทมาวดีก็ได้มาเรียนหนังสือกับเด็กๆอย่างที่เธอต้องการ เมื่ออนิรุทธ์ขับรถมาส่งและฝากฝังเธอกับคุณครูภาณุ แล้วรีบร้อนขับรถออกไป ซึ่งวันนี้คุณครูอุมาพรถูกเรียกตัวไปประชุมในเมือง ทำให้เหลือเพียงครูหนุ่มเพียงคนเดียว ซึ่งโรงเรียนเล็กๆแห่งนี้ มีตั้งแต่ชั้นประถมหนึ่งถึงสี่ และมีชั้นละห้อง และเมื่อเหลือคุณครูเพียงคนเดียว ทำให้นักเรียนแต่ละชั้นถูกสั่งให้อ่านหนังสือตามที่คุณครูสั่ง และจะมีการไล่เรียงถามคำถามในภายหลัง

       ครูหนุ่มสั่งงานกับนักเรียนแล้วจึงมีโอกาสได้คุยกับหญิงสาว ที่วันนี้แต่งกายสวยงามด้วยเสื้อยืดคอเต่าแขนยาวสีดำ กระโปรงยาวผ้าพันสีดำมีลายปักเป็นรูปดอกไม้หลากสีสันที่ชายกระโปรง เธอปล่อยผมสีน้ำตาลอ่อน และสวมหมวกไหมพรมสีแดง ทำให้ร่างสูงดูเพรียวงาม ซึ่งความสวยของเธอทำให้โรงเรียนมีชีวิตชีวา เด็กๆต่างพากันตื่นเต้นและต่างก็คอยแอบดูเธอ

       “เช้านี้อากาศเย็นจังเลยนะคะ”

       “ครับอากาศปลายปีที่นี่จะเย็นลงเรื่อยๆ เดือนหน้าจะเย็นกว่านี้อีกครับ”

       “สงสารเด็กๆจังเลยค่ะ ปัทเห็นบางคนไม่มีเสื้อกันหนาว แต่ใส่เสื้อผู้ใหญ่คลุมมาน่ะค่ะ”

       “เด็กบนดอยก็มีสภาพอย่างนี้ละครับ เดี๋ยวสายหน่อยแดดออกอากาศก็จะอุ่นขึ้นอีกนิดหนึ่ง อากาศเย็นแต่ไม่มีลมก็พอไหวครับ”ครูหนุ่มเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มเยือนจากสีหน้าสุภาพ และเอ่ยต่อ

       “วันนี้ผมจะสอนให้คุณปัทเริ่มคัดลายมือ ก.ไก่ถึงฮ.นกฮูกก่อนดีกว่านะครับ เรียกว่าเริ่มฟื้นฟูพยัญชนะกันก่อน แล้วก็ค่อยเรียนพวกสระวรรณยุกต์ภายหลัง เชิญที่ห้องพักครูดีกว่านะครับ ผมเตรียมหนังสือไว้ให้คุณปัทไว้อ่านแล้วละครับ ”ครูหนุ่มเอ่ยพร้อมทั้งเชื้อเชิญ ซึ่งเธอก็เดินตามไปและเอ่ยบอก

       “วันนี้ปัทยังไม่รบกวนดีกว่าค่ะ คุณครูอยู่คนเดียวต้องดูแลเด็กๆตั้งสี่ห้อง ไว้เป็นพรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ ปัทไม่ได้เร่งรีบอะไรหรอก”เธอรีบปฏิเสธ เมื่อได้ยินเสียงเด็กๆเล่นกันเสียงดังเพราะไม่มีคุณครูคอยคุม

       ครูหนุ่มหยิบหนังสือก.ไก่ส่งให้ด้วยรอยยิ้มขันๆและเอ่ยขึ้น” งั้นเอาหนังสือนี่ไปทบทวนก่อนครับ ต้องเขียนชื่อบนปกว่าเด็กหญิงปัทมาวดีชั้นป1ด้วยนะครับหึๆ”

       “โอเคค่ะ ปัทขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ด้วยนะคะ”เธอเอ่ยพร้อมทั้งพนมมือไหว้ และต้องหันมามองที่ประตูเมื่อมีเสียงคุยกันงึมงำ เมื่อเด็กกลุ่มใหญ่ตามมาดูเธอที่หน้าห้องพักครู

       “นี่ใครใช้ให้พวกเธอออกจากห้อง ครูสั่งให้อ่านหนังสือไม่ใช่หรือ เดี๋ยวถ้าไปถามแล้วตอบไม่ได้จะโดนทำโทษไปได้แล้ว” คำคาดโทษเสียงดังทำให้เด็กๆหลบวูบวาบหายไป และทำให้ปัทมาวดีได้มีโอกาสมองสำรวจห้องพักครู

       “เด็กๆก็อย่างนี้แหละครับ เหมือนจับปูใส่กระด้งต้องคอยควบคุมกันตลอด และเด็กที่นี่ส่วนมากก็จะกลัวคุณครูอุมาพรมากกว่าผม วันนี้หลังพักเที่ยงก็คงปล่อยให้กลับแล้วละครับ” ครูหนุ่มเอ่ยบอกและยังหันไปใช้สายตาปรามเด็กๆที่ยังแอบโผล่หน้ามาที่ข้างประตูแอบดูเธอ ซึ่งปัทมาวดีได้ยินเสียงลูกหมูเรียกเธอ และผลุบหายไปเมื่อถูกครูภาณุชี้หน้า

      ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาทันที และทำให้เธอยกนิ้วชี้ขึ้นแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มจากท่าทางน่ารักๆ

      “ปัทมีวิธีให้เด็กๆเงียบค่ะ วันนี้ปัทขอเป็นคุณครูสักวันหนึ่งดีกว่านะคะ ขอเด็กป.3ป.4มารวมชั้นกันได้ไหมคะ ”

      “คุณปัทจะสอนวิชาภาษาไทยหรือครับ”ครูหนุ่มเอ่ยเย้า

      “ปัทมีอะไรๆมาสอนเยอะแยะนอกจากภาษาไทยค่ะ สอ บอ มอ ยอ หอ ”เธอเอ่ยแล้วยกนิ้วโป้งและนิ้วชี้ทำเป็นวงกลมส่งให้ พร้อมทั้งหัวเราะขันตนเอง

       ครูหนุ่มพยักหน้าคลี่ยิ้มขันๆในท่าทางน่ารักของเธอ และทำให้คุณครูภาณุเดินไปบอกให้เด็กๆเคลียโต๊ะเก้าอี้ไปแอบไว้ที่หลังห้อง แล้วให้เด็กสองห้องมานั่งรวมกันบนพื้น

      “วันนี้เรามีคุณครูพิเศษจะมาให้ความรู้กับพวกเธอ ฟังคุณครูอย่างตั้งใจนะ และถ้าดื้อละก็โดนตีเรียงตัวเลยละ”

       คุณครูภาณุบอกเด็กๆพร้อมเอ่ยขู่ และผายมือมาที่ปัทมาวดี ซึ่งเดินเข้าไปยืนข้างๆครูหนุ่ม และเพียงเท่านั้นเด็กๆก็ทั้งกรีดเสียงร้องทั้งตบมืออย่างดีใจ ทำให้คุณครูภาณุใช้ไม้เรียวเคาะลงบนโต๊ะถี่ๆเด็กๆจึงเงียบ

      “เชิญครับคุณครูปัทมาวดี ถ้าไม่ไหวเรียกผมได้นะครับ ผมจะไปจัดการเด็กๆอีกสองห้องก่อน”

      “ไม่ต้องห่วงค่ะ ปัททำได้”เธอลดเสียงบอกด้วยสีหน้าเบิกบานอย่างนึกสนุก ทำให้คุณครูหนุ่มเดินออกไปจากห้อง

      “สวัสดีค่ะนักเรียน เรียกครูว่าพี่ปัทก็ได้นะคะ วันนี้เราจะเรียนวาดรูปกัน นักเรียนเอากระดาษหรือสมุดก็ได้ออกมา พร้อมทั้งดินสอ พี่ปัทจะวาดรูปให้ดูบนกระดาน สามรูปแล้วให้นักเรียนวาดตาม แล้วถ้าพี่ปัทเห็นว่างานชิ้นไหนสวยถูกใจพี่ปัทมีรางวัลให้ด้วยค่ะ ภาพสัตว์ให้สุภาพบุรุษตัวน้อยๆวาด และภาพผู้หญิงสำหรับสุภาพสตรีคนสวยๆวาดค่ะ โอเคเริ่มเลยนะคะ” เธอเอ่ยบอกนักเรียน แล้วหันไปวาดรูปบนกระดานทันที ซึ่งทั้งสามรูป ใช้เวลาเพียงแค่ห้านาที ซึ่งเธอวาดเป็นลายเส้นง่ายๆ แต่ก็งดงามสื่อออกมาเป็นรูปได้อย่างน่าทึ่ง

       ภาพช้าง กระต่าย และภาพผู้หญิงแบบงานดีไซส์เสื้อผ้าบนกระดานดำ และยังมีรางวัลเป็นเครื่องล่อใจ ทำให้เด็กๆก้มลงวาดภาพกันอย่างขะมักเขม้น เสียงที่พูดคุยกันเอะอะจึงเงียบลงโดยปริยาย ซึ่งทำให้คุณครูภาณุถึงกลับแปลกใจจนต้องเดินมาดู

       ปัทมาวดีหันมายิ้มแล้วเดินออกไปหาคุณครู และยืนสนทนากันที่หน้าห้อง

       “คุณปัทเก่งจังเลยครับ เล่นเด็กๆซะอยู่หมัดเลย ”

      “ปัทก็ทำตามแบบที่ตัวเองชอบน่ะค่ะ เพราะปัทชอบงานออกแบบดีไซส์ วาดๆเขียนๆและก็เรียนมาทางนี้ เพราะถ้าจะให้ปัททำงานที่ต้องคิดแบบซับซ้อน ปัททำไม่ได้นานนักค่ะ”

      “คุณปัทจบอะไรมาหรือครับ เอ่อขอโทษนะครับที่ละลาบละล้วง”

      “ปัทเรียนมาทางดีไซด์น่ะค่ะ ก็ประเภทออกแบบสารพัดความสวยความงามของผู้หญิงน่ะค่ะ ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋ารองเท้า อย่างที่เรียกว่าแฟชั่นอุตสาหกรรม ก็เลยมีแต่เรื่องคิดรูปแบบ ครีเอทโน่นนี่ไปตามเรื่อง”

      “อย่างนี้คุณปัทกับคุณรุทธ์ก็สมกันจริงๆเลยนะครับ เพราะคุณรุทธิ์จบสถาปัตย์ก็ชอบออกแบบบ้าน แบบเฟอร์นิเจอร์ ปรับปรุงภูมิทัศน์ แกแค่มาเห็นไม้เก่าๆแกก็คิดทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้แล้วละครับ เรียกว่าแกเป็นคนมีอารมณ์ติสเลยละ ดูแกปรับภูมิทัศน์ให้โรงเรียนนี่สิครับ ใครมาเห็นก็ชอบกันทั้งนั้น ดูแต่เรือนหอสิครับทั้งสวยและก็โรแมนติกมากทีเดียว ”

      จริงสินะเขากับเราเหมือนอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และก็จริงอย่างที่ครูภาณุพูดเรื่องเรือนหอ มันสวยงามเหลือเกิน สวยจนเราหลงรัก แต่มันก็ไม่ใช่แค่อารมณ์ติสของสถาปนิกอย่างเดียวหรอก เขาสร้างมันออกมาจากหัวใจต่างหาก หญิงสาวคิดตามคำพูดของครูหนุ่ม

      “โอ๊ะ!ผมต้องขอโทษที่พูดเรื่องเรือนหอ คุณปัทคงไม่โกรธนะครับ” ครูหนุ่มเห็นเธอครุ่นคิดด้วยสีหน้าเหม่อๆ ก็ตกใจเมื่อคิดได้ว่าเขาไม่ควรพูดเรื่องอดีตของอนิรุทธ์ออกมา

      “ปัทไม่โกรธหรอกค่ะ ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะคะ มันสวยจริงๆอย่างที่คุณครูพูด ปัทยังหลงรักเลยค่ะ คนเราถ้าทำอะไรสักอย่างขึ้นจากหัวใจ ผลงานมันก็จะออกมางดงามเสมอละค่ะ”

      “คุณปัทพูดอย่างน้อยใจหรือเปล่าครับ ผมขอโทษอีกครั้งนะครับที่พูดไม่คิด” คำของเธอทำให้ครูหนุ่มรู้สึกอยากตบปากตนเองนัก

       “จะน้อยใจทำไมล่ะค่ะ ในเมื่อคนเรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ ปัทพอใจกับปัจจุบันมากกว่าค่ะ ครูอย่าคิดมากสิคะ”เธอกลับเป็นฝ่ายปลอบใจครูหนุ่ม ที่มีสีหน้าจืดเจื่อน

       “เฮ้อ..ผมดีใจแทนคุณรุทธิ์ที่ได้พบคุณปัทผู้หญิงที่คิดบวก ซึ่งนับว่าเป็นฟ้าหลังฝนของคุณรุทธ์จริงๆเลยนะครับ ”

       “ขอบคุณค่ะที่ชม และถ้าคุณครูจะปล่อยเด็กกลับตอนกลางวัน ปัทคงต้องขอให้คุณครูขับรถไปส่งปัทที่บ้านด้วยนะคะ เพราะคุณรุทธิ์เข้าเมืองน่ะค่ะ มีคนงานที่บริษัทพี่สาวคุณรุทธ์มาตามตั้งแต่เช้า กว่าจะกลับคงบ่าย”

       “งั้นถ้าคุณปัทอยู่ ผมจะปล่อยนักเรียนตามปรกติก็ได้ครับ คุณปัทจะได้ทานข้าวกลางวันกับเราไงครับ”

       “ดีค่ะครู คุณรุทธิ์บอกปัทว่าแกจะรีบกลับ แต่ก็คงจะบ่ายๆ”

       ปัทมาวดีกลับเข้ามาในห้องและสนุกกับเด็กๆที่เข้ามาส่งงาน โดยเข้าห้อมล้อมรายรอบคุณครูคนสวยจนแน่นขนัด เสียงที่คุยกันเสียงถามและยังเถียงกันเซ็งแซ่ฟังไม่ได้สรรพ และยังลูกหมูที่เข้ามาเป็นคนคอยกันเพื่อนๆให้ออกห่าง ยังส่งเสียงเอ็ดตะโรไล่เพื่อน

      “เฮ๊ย...อย่าเข้ามาใกล้พี่ปัทนะโว้ย ถอยออกไปห่างๆก็ได้ พวกเอ็งน่ะไม่ค่อยอาบน้ำพี่เขาเหม็น”

       “ครูพี่ปัทครับ รูปของผมสวยไหมครับ นี่ช้างนะครับ”เด็กผู้ชายคนหนึ่งยื่นกระดาษส่งให้

       “ครูพี่ปัทขาของหนูล่ะคะสวยไหม”

       “ครูครับผมสวยกว่าผมต้องรางวัลใช่ไหมครับ”

       “ฮึ๋ยของฉันสวยกว่าตั้งเยอะ”

       เสียงรอบกายที่อื้ออึง และยังยื่นกระดาษที่วาดภาพมาส่งให้ ทำให้ปัทมาวดีเริ่มมึน และจำต้องคิดหาทางออก

       “ทุกคนไปนั่งที่ก่อนนะคะ เดี๋ยวเราจะออกไปที่สนามกันค่ะ แล้วพี่ปัทจะมาตรวจงานพวกนี้ทีหลังนะคะ ตอนนี้แดดออกแล้ว เราไปหาไอแดดอุ่นๆออกกำลังกายกันดีกว่าจ้ะ”

       เด็กๆรีบร้องไชโยเสียงลั่นและเดินตามปัทมาวดีออกไป หญิงสาวเดินเอื่อยๆไปบนสนามดินที่มีหญ้าขึ้นเป็นแห่งๆ สายตาเธอชื่นชมกับซุ้มที่ทำไว้นั่งเล่น และยังประดับประดาดอกไม้ในกระถางแขวนที่ย้อยดอกลงมาสดสวย ซึ่งลูกหมูรีบวิ่งมาจับข้อมือเธอไว้และเอ่ยอวด

      “โต๊ะกับม้านั่งอันนี้ คุณครูรุทธ์เป็นคนทำนะครับสวยไหมครับ ”

      “เหรอจ๊ะ อืมสวยและน่านั่งมากจ้ะ เอาอย่างนี้นะลูกหมูไปขอยืมกีต้าร์ของคุณครูภาณุให้พี่หน่อยสิ พี่เห็นอยู่ในห้องพักครูน่ะ แล้วใครก็ได้ไปหาเก้าอี้มาให้พี่นั่งตัวหนึ่ง เราจะมาร้องเพลงกันท่ามกลางแสงแดดอุ่นๆดีไหมจ๊ะ ”

      เสียงตอบรับดังกระหึ่มขึ้นทันทีที่เธอพูดจบ และลูกหมูก็วิ่งกลับไปที่อาคารเรียน และเด็กตัวโตอีกคนหนึ่งอาสาไปยกเก้าอี้ข้างสนามที่ทำจากตอไม้ ซึ่งเป็นฝีมือของอนิรุทธ์มาวางให้

       คุณครูภาณุผู้ชายหน้าใสผิวขาวเหลืองเยี่ยงหนุ่มชาวเหนือ ส่งกีต้าร์ให้ลูกหมูแล้วออกมายืนมองเธอ แล้วยังปล่อยเด็กๆอีกสองห้องลงมาร่วมผิงแดดด้วย

       หญิงสาวนั่งลงท่ามกลางเด็กๆที่นั่งลงบนพื้นหญ้าและรายล้อมเธอไว้ ปัทมาวดีรับกีต้าร์มาจากลูกหมู แล้วลองกรีดปลายนิ้วลงบนสายเบาๆ และปรับสายจนพอใจก่อนจะเอ่ยกับเด็กๆที่นั่งมองหน้าสลอน

      “พี่ปัทจะร้องเพลงWhatever will be will beให้ฟังนะจ๊ะ แล้วพอพี่ร้องจบแล้วก็จะแปลเป็นภาษาไทยให้ฟังด้วย”

       เสียงตอบรับเซ็งแซ่ขึ้นพร้อมกันทันที และทำให้ปัทมาวดีเริ่มกรีดปลายนิ้วลงบนสายกีต้าร์ พร้อมทั้งร้องเพลงไปตามจังหวะ โยกกายไปมาน้อยๆ และเมื่อถึงท่อนที่ต้องร้องซ้ำ เธอก็หยุดสอนให้เด็กๆได้ร้องพร้อมๆกัน

."Que sera sera,
whatever will be will be
The future's ours to see
Que sera sera,
what will be, will be?"

       ท่าทางของเธอและเสียงที่ร้องช้าๆซ้ำๆ ทำให้เพียงครู่เดียวเด็กๆก็ร้องท่อนนี้ได้ และช่วยร้องซ้ำทุกท่อนที่มีพร้อมๆกัน ซึ่งทำให้ครูภาณุต้องยอมรับว่าหญิงสาวมีพรสวรรค์ ที่สามารถทำให้ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดมีความสุข และสายตาของครูหนุ่มก็เหลือบไปเห็นอนิรุทธ์และคุณพลอยแสงพี่สาว ที่จอดรถที่ริมรั้วโรงเรียนและกำลังเดินเข้ามาด้วยกัน และทั้งคู่ก็หยุดยืนมองหญิงสาวซึ่งกำลังร้องเพลงให้เด็กๆฟังด้วยสีหน้ามีความสุข และการที่ปัทมาวดีนั่งหันข้างให้ทางเข้าโรงเรียน ทำให้เธอจึงไม่เห็นผู้มาเยือน ครูหนุ่มรีบเดินลงบันไดไปหาอนิรุทธิ์และพลอยแสง และยังได้ยินเธอแปลเพลงนั้นให้เด็กๆฟัง

      “พี่จะแปลเป็นไทยให้ฟังนะจ๊ะ เพลงนี้แปลว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดจ้ะ เนื้อเพลงก็จะแปลว่าเมื่อฉันเป็นเด็ก ฉันถามคุณแม่ว่าโตขึ้นฉันจะเป็นอะไร ฉันจะได้เป็นคนสวยหรือคนรวยไหม คุณแม่ตอบว่าปล่อยให้มันเป็นไป อนาคตเราไม่อาจรู้ได้ แล้วน้องๆล่ะจ๊ะโตขึ้นอยากจะเป็นอะไร บอกพี่ปัทได้ไหม”สิ้นเสียงแปลและตั้งคำถามของเธอ เสียงตอบจึงเซ็งแซ่บอกความคิดของตัวเองขึ้นพร้อมๆกัน และยังมีเสียงเชียร์ดังลั่นขึ้น

       “ร้องอีก พี่ปัทร้องอีก ร้องอีกๆๆ”

      “โอเคจ้ะเด็กๆเงียบๆสิจ๊ะ พี่ปัทตะโกนแข่งด้วยไม่ไหวหรอกนะ”เสียงเธอทำให้ทุกคนเงียบสนิทลงทันที และทำให้ปัทมาวดีกรีดปลายนิ้วลงบนสายกีต้าร์ร้องเพลงซ้ำขึ้นอีกครั้ง


        อนิรุทธ์มองภาพหญิงสาวจากทางด้านข้าง ด้วยรอยยิ้มเยือนเปี่ยมสุข ทำให้พลอยแสงหันมามองหน้าน้องชาย แล้วเอ่ยถามขึ้น

       “นี่น่ะเหรอตารุทธ์ ผู้หญิงที่เขาตามหากันแทบพลิกแผ่นดินน่ะ”พลอยแสงเอียงหน้ามาเอ่ยถามน้องชาย ในขณะที่ยังไม่ได้ละสายตาที่กำลังจับจ้องไปที่ร่างของหญิงสาว ซึ่งนั่งอยู่ท่ามกลางเด็กๆที่เริ่มตบมือให้เข้ากับจังหวะ 


*เรื่องราวของสองหนุ่มสาวจะเป็นยังไงต่อไป จะหวานหรือดรามา มาติดตามกันค่ะ @ มาเป็นแฟนพันธ์แท้และส่งกำลังใจมาให้คนเขียนบ้างนะคะ *

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #39 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 18:58
    พี่สาวรู้แล้วจะยังไงต่อนะ
    #39
    0