วิวาห์พาหนี

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,523 Views

  • 91 Comments

  • 164 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    11

    Overall
    14,523

ตอนที่ 5 : โรงแรมม่านรูด(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 889
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    31 มี.ค. 60




“อ๋อเหรอ...ก้มดูสภาพตัวเองเสียก่อนสิ ไอ้ชุดที่สวมนี่มันจะนอนคนเดียวได้ยังไงล่ะ มีเจ้าสาวก็ต้องมีเจ้าบ่าวสิคุณ จริงไหม” อนิรุทธิ์เอ่ยยั่วอย่างหมั่นไส้

“อย่ามาพูดอะไรแมวๆแบบนี้เลยน่า ฉันไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือของคุณ ที่คิดจะทำอะไรก็ได้ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ ฉันจะพักห้องเดี่ยวในราคาไม่เกินห้าพัน” เธอเอ่ยยืนยันเสียงแข็ง

“นี่คุณใช้สมองกลวงๆของคุณคิดเสียบ้างสิ ว่าคุณกำลังหนีและผมก็ยังไม่อยากถูกจับในข้อหาลักพา คุณคิดเหรอว่าไอ้ชุดสวยอลังการอย่างกับตุ๊กตาบาร์บี้ของคุณนี่ จะเดินไปขอเปิดห้องบนโรงแรมหรูๆ ผมว่ายังไม่ทันเช้าเจ้าบ่าวคุณก็คงพาตำรวจมาเคาะเรียก แล้วพาเจ้าสาวกลับไปขึ้นเตียง ส่วนผมก็จะถูกลากคอไปเข้าตะราง เชื่อเถอะป่านนี้ทุกสถานีตำรวจคงได้รับแจ้งแล้ว เดี๋ยวนี้ข้อมูลข่าวสารเขาออนไลน์ถึงกัน แค่ไม่ถึงห้านาทีเท่านั้น เมืองไทยก็ไม่ได้ล้าหลังเรื่องอินเทอร์เน็ตหรอกนะคุณ เพียงแต่เขายังไม่รู้ว่าคุณอยู่ในกรุงเทพฯ หรือว่าไปทางไหนไปกับใครเท่านั้นแหละ” อนิรุทธิ์เอ่ย และใช้สายตาสอดส่องมองหาป้ายโรงแรมไปด้วย

ก็ถ้าจะจริงอย่างที่นายนี่บอก เพราะถ้าเราขืนเดินเข้าไปเชกอินโรงแรมสี่ดาวห้าดาว ด้วยชุดเจ้าสาวสุดหรูชุดนี้ละก็ ไม่ทันเช้าตำรวจคงแห่กันมาตามตัวเราไปส่งให้ไอ้นายสาโรจน์จอมหื่นนั่นแน่

“เอ่อ..แล้วโรงแรมม่านรูดมันเป็นแบบไหนล่ะ” เธอเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย

“เดี๋ยวก็เห็นเองแหละน่า เพราะคุณไม่มีทางเลือก เข้าใจ๋”

เขาหันมาเอ่ยบอกแล้วเลี้ยวขวับเข้าไปยังป้ายที่เขียนว่า แฮปปี้อินรีสอร์ตแอนด์โฮเต็ล บรรยากาศที่มืดสนิทและมีเพียงไฟสลัวๆจากเสาเตี้ยๆริมทาง ที่ชายหนุ่มขับรถเข้าไป และมีแสงจากไฟฉายโบกบอกทางจากพนักงานของโรงแรม จากคนแรกส่งต่อไปอีกสองคนจนเกือบสุดทาง ซึ่งหญิงสาวพยายามเพ่งมอง และเมื่อสายตาเริ่มปรับเข้ากับความมืด เธอก็เห็นเรือนพักเป็นหลังๆเรียงราย ชายหนุ่มชะลอความเร็วจนเกือบนิ่ง เมื่อพนักงานผู้หนึ่งวิ่งมา เขาลดกระจกลงเพียงนิดเดียวและเอ่ยบอก

“น้อง..พี่ขอหลังในสุด เงียบสุด ส่วนตัวที่สุดนะ”

“อ๋อได้ครับ มีว่างอยู่หลังหนึ่งพอดีเลยครับ พี่ขับตามผมมาเลยนะครับ ” เด็กหนุ่มเอ่ยตอบแล้ววิ่งเหยาะๆนำหน้าไป

“นี่คุณโรงแรมบ้าอะไร ทำไมมันมืดอย่างกับเข้าถ้ำอย่างนี้ล่ะ” ปัทมาวดีพยายามปรับสายตาให้ชินกับความมืดและเอ่ยถามอย่างหงุดหงิด

“อ้าวโรงแรมม่านรูดมันก็มีบรรยากาศแบบนี้แหละครับ คนเขามาหาความสุขกัน และบางคู่เขาก็ต้องแอบๆซ่อนๆหนีผัวหนีเมียมากับกิ๊ก ก็ต้องไพรเวทหน่อยละคุณ” อนิรุทธ์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงขันๆ

“แหมคุณนี่ชำนาญการเรื่องนี้จริงๆเลยนะ สงสัยจะแอบพาใครหนีสามีมาบ่อยๆละสิ” เธอเอ่ยแดกดันขึ้น

“คุณเป็นรายแรกที่ผมพาหนีสามีมาน่ะ” เขายอกย้อนกลับด้วยน้ำเสียงขันๆ

อั่ก!!!!หญิงสาวหันมารัวทุบพร้อมทั้งก่นด่า “นี่ๆๆๆนายอย่ามาพูดว่าฉันมีสามีนะ ฉันยังไม่ได้เป็นอะไรกับไอ้บ้ากามนั่นเสียหน่อย และฉันก็ไม่ได้เป็นกิ๊กคุณด้วย”

“โอเคๆ ผมขอโทษ คุณนั่งในรถเงียบๆนะอย่าเพิ่งลงมาล่ะ”

ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมทั้งเคลื่อนรถเข้าไปด้านข้างเรือนหลังเล็กๆ ซึ่งเด็กหนุ่มเลื่อนผ้าม่านออกให้ และรูดปิดทันทีที่เขาเลี้ยวเข้าไปจอด อนิรุทธ์ดับไฟหน้ารถดับเครื่องและรีบลงจากรถ ภายในม่านมีเพียงไฟกิ่งที่ผนังห้องที่สาดแสงเข้ามา ทำให้ปัทมาวดีรีบค้อมตัวลง หลบหน้า และเมื่อพนักงานหนุ่มเดินขึ้นบันไดไปไขกุญแจให้ อนิรุทธ์ก็ตามขึ้นไปสอบถามราคาค่าห้อง และเดินเข้าไปสำรวจภายใน จ่ายเงินค่าห้องและทิป และรอให้เด็กหนุ่มเดินกลับออกไป ก่อนจะมาเปิดประตูรถพาเธอลงมา

“เอ่อผมต้องอุ้มเจ้าสาวข้ามธรณีประตูไหมครับ” เขาหันมาเอ่ยเย้าด้วยสีหน้าทะเล้นเมื่อพาเธอขึ้นบันไดสามขั้นขึ้นมา

“คุณนี่เป็นผู้ชายที่กวนอารมณ์คนได้ทุกเวลาจริงๆ และฉันจะบอกให้นะ ว่าฉันเป็นผู้หญิงที่มีอาวุธครบมือ อย่าคิดมิดีมิร้ายกับฉันเป็นอันขาด ฉันไม่อยากทำร้ายคนที่อย่างน้อย ก็ช่วยให้ฉันรอดมาจากไอ้วายร้ายนั่น” หญิงสาวเอ่ยขู่

“โอว...คงเป็นโชคดีของข้าน้อยที่นายหญิงเมตตา เชิญนายหญิงทัศนาภายในได้แล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ฉีกกว้าง พร้อมทั้งผายมือเชื้อเชิญให้เธอเดินเข้ามาในห้อง

หญิงสาวก้าวเข้ามายืนเด่นอยู่กลางห้อง และกราดสายตามองไปรอบๆ ทำให้อนิรุทธ์ได้ยลโฉมเธอเต็มตา และต้องร้องขึ้นในใจ

แม่เจ้าโว้ย เจ้าหล่อนสวยอย่างกับนางฟ้าเดินดิน ใบหน้าหวานตาสวยคม และยังกระเดียดไปทางลูกครึ่ง ผิวที่รอดออกมาจากชุดเกาะอกขาวเนียนละเอียด รูปร่างสูงเพรียวบางได้สัดส่วน ถึงว่าสิเจ้าบ่าวก็เลยออกอาการหื่นจนเก็บไว้ไม่อยู่

“นี่คุณอนิรุทธ์ช่วยโทรไปบอกพนักงานโรงแรม ขอห้องแบบสองเตียง เพิ่มเงินเท่าไหร่ฉันก็โอเคนะ แต่เตียงเดี่ยวแบบนี้ฉันไม่เอา” หญิงสาวเอ่ยเสียงเข้มพร้อมทั้งปรายสายตามามองเขา

“นี่คุณครับ..โรงแรมแบบนี้ไม่มีเตียงคู่หรอก มันก็อย่างที่ผมบอกไปแล้วไงล่ะ ว่าเขามีไว้สำหรับคนมาหาความสุขด้วยกัน แค่ชั่วครั้งชั่วคราวคุณน่าจะจินตนาการได้นะครับ ว่ามันต้องใช้แค่เตียงเดียวเท่านั้น นอนๆไปเถอะ แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็สว่างแล้ว ผมไม่ใช่พวกเห็นผู้หญิงแล้วหื่นหรอกน่า และผมก็ทั้งเหนื่อยทั้งง่วง อีกอย่างหนึ่งนะคุณไม่ใช่สเป็ค และรับรองว่าต่อให้คุณเปลือยกายล่อนจ้อน ตอนนี้ผมก็ไม่มีอารมณ์หรอก เอาอย่างนี้เดี๋ยวผมจะโทรไปขอผ้าห่มอีกสักผืนหนึ่งก็แล้วกัน” ชายหนุ่มเอ่ยจบแล้วเดินไปยกหูโทรศัพท์ภายในขอผ้าห่มเพิ่ม แล้วล้มกายลงนอนบนเตียง หลับตานิ่งๆแสร้งไม่สนใจเธออีก

คำพูดและท่าทีของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวโกรธจนเลือดขึ้นหน้า “ พูดบ้าปากมอม ผู้ชายไทยพูดจาไม่ได้เรื่องเลยสักคนหยาบคายทุเรศ!!!” เธอแผดเสียงด่าพร้อมทั้งซอยเท้าลงกับพื้นห้อง ทำให้อนิรุทธ์เหลือบตามอง พร้อมทั้งเอ่ยด้วยเสียงขันๆ

“นี่คุณผมกำลังอยู่ในภาวะสงบ อย่าปลุกอารมณ์ให้ผมตื่นเลยน่า เพราะผมไม่ได้กลัวคำขู่ของคุณ จะจัดการยังไงกับตัวเองก็จัดการเสียทีเถอะ หรือจะให้ผมช่วยก็บอกก่อนที่ผมจะหลับก็แล้วกัน”เขาเอ่ยทั้งที่ยังหลับตา

ปัทมาวดีพ่นลมหายใจฟืดฟาดอย่างนึกขัดใจ และเดินเข้าไปในห้องน้ำพยายามปลดซิป แต่ชุดเกาะอกมีตะขอด้านหลังที่เซฟกันการเลื่อนหลุดไว้อย่างแน่นหนา ซึ่งเธอไม่สามารถทำอะไรได้ แม้จะพยายามจนสุดความสามารถแล้ว

“โธ่เว้ย...ไอ้ชุดเฮงซวยนี่ ทำไมมันติดอะไรต่ออะไรจนแน่นไปหมดนะ แล้วจะปลดออกได้ยังไงล่ะ”หญิงสาวบ่นพึมพำ และที่สุดจำต้องเดินออกมา

“นี่คุณ!หลับตาแล้วดึงซิปลงให้ฉันหน่อย มันมีตะขอข้างหลังฉันปลดไม่ออกน่ะ ลุกมาสิคุณ” หญิงสาวเอ่ยด้วยเสียงสะบัดห้วนและหันหลังให้ ทำให้ชายหนุ่มลุกขึ้นมาตามคำสั่ง และอยากต่อปากต่อคำด้วยทันที

“เขาเรียกชุดอ้อนผัวน่ะคุณ หรือจะเรียกว่าชุดยั่วผัวก็ได้นะ เพราะยังไงก็ต้องให้ผัวปลดให้อยู่ดีละหึๆ” อนิรุทธ์เอ่ยด้วยเสียงหัวเราะในลำคอยั่วเธอ

หญิงสาวหันขวับมารัวกำปั้นทุบเขาอย่างโกรธจัดทันที “นี่ๆทะลึ่งปากดีนักนะนายน่ะ”

ชายหนุ่มจับข้อมือเธอไว้ทั้งสองข้าง “อย่างนี้เขาเรียกว่ายั่วโมโหนะครับ อย่าทุบตีคนที่ไม่ใช่สามีสิคุณ เกิดผมอดไม่ได้จะโดนเอาคืนนะครับ”

           “เอ่อฉันขอโทษมันหงุดหงิดน่ะ ฉันปลดมันไม่ออก มันมีตะขอเกี่ยวอยู่ตั้งหลายตัวน่ะ คุณช่วยหลับตาแล้วปลดให้ฉันหน่อยนะคะ ”คำขู่ของเขาทำให้หญิงสาวรีบเอ่ยเสียงอ่อย

           ถ้าให้ผมหลับตาแล้วเกิดพลาดพลั้งมือไปโดนอะไรของคุณเข้า คุณอย่าทำร้ายผมอีกล่ะโอเค ” เขาเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มแววตามีรอยขัน

           “ลืมก็ได้ แต่รูดลงนิดเดียวก็พอ” หญิงสาวเอ่ยด้วยสีหน้าบึ้งตึงเมื่อตนเองไม่มีทางเลือก และหันหลังให้เขาอีกครั้ง

            แสงจากดาวไลท์สาดสว่างลงบนผิวเนียนในชุดที่เปลือยไหล่ อวดลำคอขาวผ่อง มีไรผมขอดๆละไล้อยู่ที่ต้นคอ กลิ่นจากเรือนกายเธอหอมกรุ่นจนน่าจดปลายจมูก และยังสร้อยเพชรที่คอกระทบแสงวูบวาบ ทั้งที่ข้อมือ และแหวนเพชรวงโตในนิ้วนางข้างซ้าย

            หญิงสาวผู้นี้กล้าเกินไปที่ตัดสินใจหนีมาทั้งเครื่องเพชรแพรวพราย ที่พี่จูนบอกว่ามีมูลค่าหลายสิบล้าน ถ้าเธอเจอพวกทรชนคงโดนอุ้มไปปลดทรัพย์ และยังสวยขนาดนี้น่าจะถูกปล้นทั้งข้าวของทั้งตัว นี่แสดงว่าเธรังเกียจเจ้าบ่าวจนไม่คิดหน้าคิดหลังเลยสินะ หรือว่าจะมีอาวุธครบมืออย่างที่ขู่ แต่ผู้หญิงที่ไปเติบโตทางตะวันตก ก็คงกล้าบ้าบิ่นเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด....เขาสรุปในใจและเอื้อมมือไปปลดตะขอที่กลัดรัดรึงไว้แน่น ก่อนจะดึงซิปลงมาให้เธอนิดหนึ่ง

         “เรียบร้อยแล้วครับคุณนาย ผมไปนอนก่อนนะครับ มีอะไรไม่สะดวกยินดีบริการเต็มที่ แต่ถ้าหลับแล้วอาจจะปลุกยากสักหน่อย กูดไนท์ครับ”อนิรุทธ์เอ่ยด้วยรอยยิ้มยั่ว

         “นี่คุณ แล้วคุณจะให้ฉันใส่อะไรนอนล่ะ ในรถคุณพอมีเสื้อผ้าให้ฉันสวมบ้างไหม เสื้ออะไรก็ได้ ฉันขอใส่นอนสักคืนหนึ่งก็ละกัน”

‘         อืมจริงด้วยชุดวิวาห์ผ้าไหมสีงาช้าง ที่เอวด้านหลังเป็นโบว์ใหญ่และชายกระโปรงยาวที่ละพื้นฉลุลายและปักคริสตัลไว้ระยิบระยับ ส่วนอกก็ยังเย็บพาดพันไปมาอย่างงดงาม ซึ่งถ้าจะต้องสวมนอนคงอึดอัดพิลึก

          “รอสักครู่นะคุณผมจะไปรื้อเป้ดูก่อน ผมจำได้แต่ว่ามีเสื้อที่ใส่แล้วทั้งนั้นแต่ก็ไม่เหม็นสักเท่าไหร่ ใส่นอนแล้วหลับฝันดีแน่ครับ เชิญคุณไปจัดการกับตัวเองได้เลยผมจะไปหยิบมาให้”เขาเอ่ยบอกในขณะที่มีเสียงพนักงานของโรงแรมมาเคาะประตูพอดี ทำให้หญิงสาวรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำ

          ปัทมาวดีมองตนเองในกระจกซึ่งติดตั้งอยู่ในห้องน้ำบานใหญ่ เธอนึกชมตนเองและช่างเสริมสวยที่บรรจงเสกสรรแต่งหน้าทำผมให้ ซึ่งทำให้ตนเองดูสวยราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย และค่อยๆดึงกิ๊บที่ซ่อนเสียบไว้ตามมวยผมออก และยกมือเสยผมยาวของตนเองให้คลายจากการยีผม ซึ่งหวีซี่เล็กๆของโรงแรมที่เธอดึงจากซองไม่สามารถสางออกได้ มือบางยังเลื่อนลงมาแตะสร้อยเพชรน้ำงามที่อยู่รอบคอตนเอง และยังสร้อยข้อมือและแหวนบนนิ้ว ซึ่งมันแพรวพราวงามระยับจับตา หญิงสาวบรรจงถอดของทั้งหมดออกวางไว้ที่ชั้นหน้ากระจก

          ‘ความจริงเราก็ไม่ได้อยากได้ของพวกนี้เลย เพราะมันจะต้องถูกติดตามเอาคืน แต่เราไม่มีทางเลือกในเวลาฉุกละหุกที่จะส่งของพวกนี้ไว้กับใคร สักวันหนึ่งเราคงมีโอกาสที่จะคืนให้เขาไป เพราะนับจากนี้เราคงต้องหนีเอาตัวรอดไปให้ได้ก่อน นายอนิรุทธ์จะช่วยเราไปตลอดรอดฝั่งหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ คุณพ่อขา...ปัทขอโทษค่ะที่ปัทอาจจะทำให้คุณพ่อต้องเดือดร้อน แต่ปัททำใจเป็นเมียนายสาโรจน์ไม่ได้จริงๆ ปัทตายเสียดีกว่าที่จะต้องตกนรกทั้งเป็น

         เธอคิดด้วยน้ำตาที่ซึมปริ่มขอบตา และรีบล้างหน้าตนเอง ก่อนจะปลดชุดสวยนั้นแขวนไว้กับขอเกี่ยวที่ผนัง  เดินไปใต้ฝักบัวให้สายน้ำชโลมร่าง และใบหน้าที่นองน้ำตา และเมื่อเดินกลับออกมาด้วยผ้าขนหนูที่กระโจมอกไว้ เธอก็พบว่าชายหนุ่มหลับสนิท และมีเสื้อเชิ้ตลายสก็อตวางพาดไว้ที่ปลายเตียง และยังกางเกงบอกเซอร์ตัวหนึ่ง เธอรีบหยิบและกลับมาสวมในห้องน้ำ มัดกางเกงที่มีสายสำหรับรูดผูก ซึ่งทำให้เธอดึงสายมามัดไว้กับเอวตนเองแน่นหนา รู้สึกสบายตัวขึ้นนิดหนึ่ง ก่อนจะเดินกลับออกไปและหยิบผ้าห่มที่วางอยู่บนเก้าอี้คลี่ออก และค่อยๆหย่อนกายลงเบาๆ ยื่นหน้าไปมองชายหนุ่ม ดังจะสำรวจเขาอยู่ครู่หนึ่ง และเมื่อแน่ใจว่าเขาหลับสนิท จึงทอดกายลงนอนด้วยความเหนื่อยล้า

          ปัทมาวดีหลับตาลงภาพต่างๆเมื่อวันวานผุดพรายเข้ามาในมโนภาพ การแห่ขันหมากที่มีกองทัพนักข่าวมาจับจองพื้นที่ที่หน้าบ้านแต่เช้า ทำให้คนรับใช้ในบ้านพากันตื่นเต้น ส่วนตนเองถูกจับแต่งหน้า เกล้าผมจากช่างที่ถูกส่งมาแต่เช้ามืด และสวมชุดไทยประยุกต์ที่รัดรึงงดงาม ด้วยฤกษ์หมั้นเก้าโมงเช้าเก้านาที  

          พักตร์พิไลมารดาเลี้ยงที่ยังดูสาวและสวย ซึ่งเป็นบุคคลที่ตนเองไม่เคยต้องการเสวนาด้วย ซึ่งวันนี้เธออยู่ในเสื้อผ้าหน้าผมเลิศหรู กลับเยี่ยมหน้าเข้ามาหาเป็นคนแรก และยังส่งยิ้มสดใสมาให้พร้อมส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด

        “ต้าย!!!ไม่น่าเชื่อว่าหนูปัทจะสวมชุดไทยได้งามสง่าอย่างนี้ หนูสวยมากเลยจ้ะ ไปทานอะไรรองท้องเสียหน่อยดีกว่านะ น้าเตรียมโจ๊กไว้ให้ ไปจ้ะ”

        มารดาเลี้ยงเอ่ยชมด้วยเสียงและสีหน้าท่าทางที่ใส่จริต พร้อมทั้งคว้าข้อมือเธอพาออกเดินลงบันไดมาที่ห้องรับประทานอาหาร ซึ่งมีบิดาซึ่งแต่งกายเรียบร้อยด้วยการสวมเสื้อแขนยาวผูกไท เพียงแต่ยังไม่ได้สวมเสื้อสูทนั่งรออยู่และเมื่อเห็นเธอก็รีบลุกขึ้นยืน ส่งยิ้มและกราดสายตาชื่นชมมองมา ก่อนจะเอ่ย

        “ปัทลูกสวยมากเชียว พ่อภูมิใจในตัวหนูมากเลยนะมาทานอะไรสักหน่อยก่อน นี่เกือบสองโมงแล้ว เดี๋ยวแขกผู้ใหญ่ที่เชิญไว้ก็จะมาถึง พ่อกับคุณพักตร์จะต้องออกไปต้อนรับ แต่พ่อมีเรื่องจะคุยกับหนูคือเตี๊ยมกันไว้ก่อนน่ะนั่งสิลูก”

       “ก็คุณพ่อบอกปัทตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วนี่คะ จะต้องเตี๊ยมอะไรอีกล่ะ” เธอเอ่ยตอบบิดาด้วยเสียงที่ราบเรียบ บิดาทำท่าจะขยับปากแต่กลับเงียบลงเมื่อเด็กรับใช้นำอาหารเช้าลำเลียงเข้ามาเสริฟ และเมื่อเรียบร้อย พักตร์พิไลก็ไล่เด็กรับใช้ออกไป

       “เอ่อ...พ่ออยากจะย้ำกับหนูเรื่องสัญญากู้เงินน่ะ อย่าลืมให้คุณสาโรจน์เขาฉีกสัญญาทิ้งด้วยพ่อกลัวหนูจะลืมน่ะ”

       “ปัทเดินทางมาที่นี่ก็เพื่อทำการนี้ให้คุณพ่อ จะลืมได้ยังไงล่ะคะ”เธอเอ่ยตอบอย่างหมางเมิน

       “พ่อขอบใจลูกมากนะที่ช่วยพ่อช่วยบริษัทของเราไว้ และอยากให้หนูขอโฉนดบ้านและที่ดินคืนมาก่อนหมั้นเลยนะลูกนะ”

       “คุณพ่อกลัวว่าที่ลูกเขยจะเบี้ยวหรือคะ”เธอเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเยาะน้อยๆ

        “เราเป็นนักธุรกิจก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อความแน่ใจน่ะลูก ”

        “ไม่จริงหรอกค่ะ เพราะคุณพ่อรู้ว่านายสาโรจน์น่ะร้ายกาจ และพร้อมจะหักหลังใช่ไหมคะ ถึงปัทจะอยู่ในต่างประเทศแต่ปัทก็รู้นะคะ ว่าเขาเป็นมาเฟียทำธุรกิจสีเทา และมีเมียเป็นโขยง เขาแต่งงานกับปัทก็เพราะปัทดูดี มีดีกรีเป็นนักเรียนนอก ไม่ใช่ผู้หญิงนักร้องในผับ ในอาบอบนวดสถานบันเทิงของเขาที่นายคนนี้เลี้ยงไว้มากมาย คุณพ่อไม่ต้องกลัวหรอกค่ะปัทจะทำทุกอย่างเพื่อคุณพ่อ แต่ปัทอาจจะอยู่กับนายนี่สักพักเดียวเท่านั้น จำไว้นะคะว่าปัทรังเกียจนายสาโรจน์ ”เธอเอ่ยบอกบิดา ตามที่โจ้เพื่อนรักหาข้อมูลของสาโรจน์ได้จากอินเทอร์เน็ต

        “ปัท...พ่อขอโทษพ่อรู้ว่าหนูจำยอม แต่พ่อว่าหนูจัดการเขาได้ เพราะหนูเก่ง ฉลาดทันคน และพ่อเชื่อว่าคุณสาโรจน์เขารักหนูจริงๆ เขายอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อหนูนะลูก ”

        “ถ้าคุณพ่อเชื่ออย่างนี้แล้วจะกลัวอะไรล่ะคะ”เธอย้อนถามบิดาด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ

        คำถามประชดประชันของเธอทำให้บิดาเงียบงันและปรายสายตามองภรรยา ซึ่งพักตร์พิไลก็รีบช่วยสามีทันที

        “หนูปัทจ๊ะ...สังคมทุกวันนี้ต้องใช้สมองเราต้องอยู่อย่างฉลาด เพราะฉะนั้นเราควรถือไพ่เหนือมือไว้ก่อน ถ้าเราตกเป็นรอง เราก็อาจจะเสียเปรียบได้นี่จ๊ะ”

        “หึ!ชีวิตของปัทนี่ช่างรันทดจริงๆเลยนะคะ จะมีสามีทั้งทีก็เหมือนกับต้องเล่นเกมชิงไหวชิงพริบ และก็คงต้องเป็นอย่างนี้ไปตลอดชีวิต เผลอๆปัทก็คงเข้าไปเป็นนางเอกในกงสีของเจ้าสัว ที่มีซ้อหนึ่งสองสามสี่ห้าอยู่แล้ว และก็คงต้องเข้าไปห้ำหั่นชิงเวลาของสามีกับบรรดาเมียๆที่เขามีอยู่แล้ว และอาจจะต้องพกปืนติดตัวไว้เวลาที่อาจจะเจอหมาหมู่มารุมกินโต๊ะ แหม...ชีวิตปัทหลังแต่งงานคงยิ่งกว่าละครน้ำเน่า ที่ปัทเคยดูออนไลน์เสียอีกมั้งคะ” เธอเอ่ยประชดประชันด้วยสีหน้ายิ้มหยัน

        “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกลูก คุณสาโรจน์เขาต้องเห็นหนูเป็นที่หนึ่ง เพราะเขาไม่เคยแต่งงานกับใคร อย่าตีตนไปก่อนไข้สิลูก เขาร่ำรวยมากนะ เมื่อวานยังบอกพ่อว่ากำลังจะได้ฤกษ์เปิดบ่อนกาสิโนที่ประเทศเพื่อนบ้าน เขาไปลงทุนไว้ตั้งหลายร้อยล้านเชียวละ พวกเพื่อนๆของพ่อยังบอกว่าหนูโชคดี ที่เขาขอแต่งงานเพราะคนอย่างเขาแค่กระดิกนิ้วเรียกใคร ก็ไม่มีใครปฏิเสธหรอก พ่ออยากเห็นหนูสบายน่ะ ” บิดาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เพราะรู้ว่าเธอไม่เต็มใจกับการหมั้นในเช้าวันนี้แม้แต่น้อย

         “คุณพ่อไม่ต้องพูดอะไรให้หนูรู้สึกดีหรอกค่ะ หนูจะตอบแทนบุญคุณของคุณพ่อ แต่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะคะ หลังจากนั้นก็ตัวใครตัวมัน จัดการทุกอย่างกันเองก็แล้วกัน”

       “ปัท!หนูหมายความว่ายังไงพ่อไม่เข้าใจ ” เธอมองบิดาที่มีสีหน้าขมวดมุ่น

       "ปัทก็แล้วแต่โชคชะตาพาไปไงคะ สักวันปัทอาจจะทำเหมือนคุณแม่ก็ได้ ” เธอเอ่ยบอกบิดาและสะใจที่เห็นสายตาท่านสลดวูบลง เมื่อคิดถึงอดีตภรรยาที่หอบลูกหนีไปอยู่ต่างประเทศ เมื่อจับได้ว่าตนเองมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเลขาสาวหน้าห้องซึ่งก็คือพักตร์พิไล

        เธอเห็นบิดามองหน้าภรรยาคนสวยนิดหนึ่ง ซึ่งทำให้เธอสะบัดหน้าเดินกลับออกไปทันที

       

*มาติดตามพระเอกน่ารักนางเอกน่าลุ้นกันค่ะ  @เป็นแฟนพันธ์แท้ และส่งกำลังใจมาให้กันบ้างเด้ออออ*


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #5 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 21:22
    แม่เลี้ยงต้องร้ายแน่ๆ
    #5
    0