วิวาห์พาหนี

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 14,529 Views

  • 91 Comments

  • 164 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    17

    Overall
    14,529

ตอนที่ 8 : ข่าวหน้าหนึ่ง(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    6 เม.ย. 60

         


        

        ปัทมาวดีพยักหน้ารับทราบแล้วลุกมายืนที่ข้างเตียง แต่แล้วกางเกงบ็อกเซอร์ที่มัดเอวไว้เมื่อคืน ก็หล่นลงไปกองที่พื้น ทำให้เธอกรีดเสียงออกมาอย่างตกใจ ว้าย!!!! และรีบนั่งราบลงทันที ทั้งที่เสื้อของเขาที่เธอสวมอยู่นั้นยาวถึงเข่า ทำให้อนิรุทธิ์ปล่อยก๊ากออกมาดังลั่น

        “หัวเราะอะไร!นิสัยไม่ดี”หญิงสาวเอ่ยตวาดหน้าคว่ำอย่างรู้สึกทั้งโกรธทั้งอาย แล้วรีบมัดเชือกที่เอว

        “อืมแล้วคุณจะสวมอะไรไปได้ล่ะนี่ ผมคงต้องแวะตลาดหาซื้อเสื้อผ้าให้คุณสวมแล้วละ” คำของเขาจากสีหน้าขันๆทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมทั้งค้อนขวับ อนิรุทธิ์จึงเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาส่งให้

        หญิงสาวรีบเข้าไปจัดการกับตนเองในห้องน้ำ และสวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อตของเขาและกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดิม แต่พยายามมัดเชือกทบไว้แน่นด้วยมันหลวมมาก และไม่ลืมที่จะฉวยชุดวิวาห์และเครื่องเพชรออกมาด้วย และทำให้อนิรุทธ์เพิ่งสังเกตว่าหญิงสาวไม่ได้สวมรองเท้า

        “เมื่อคืนคุณทิ้งรองเท้าไว้ที่ไหนล่ะ ในรถผมหรือเปล่า”

        “ฉันไม่ได้สวมมาหรอก ฉันถอดทิ้งตอนที่หนีลงทางบันไดหนีไฟมาน่ะ”

        “อืมคุณฉลาดดีนี่ ผมยังคิดอยู่เลยว่าคุณออกมาทางด้านหลังโดยไม่มีใครเห็นได้ยังไง”

        “ฉันแอบขึ้นลิฟท์ไปก่อนไฟดับ ความจริงในลิฟท์ก็มีพนักงานของโรงแรมเห็นฉันนะ แต่ฉันบอกว่าจะขึ้นไปเข้าห้องน้ำที่ห้องสวีทที่จองไว้สำหรับส่งตัวก็เลยไม่มีใครสงสัย แต่ป่านนี้เขาคงรู้กันหมดแล้วละ”

       “งั้นไปกันเถอะ เดี๋ยวผมจะแวะตลาดเช้าในเมืองซื้อเสื้อผ้าให้คุณ ใส่แบบสาวบ้านๆก็แล้วกันนะ เพราะต่างจังหวัดแบบนี้ไม่มีเสื้อผ้าดีๆอย่างที่คุณเคยใส่ขายหรอก”

        “ฉันใส่ได้ทั้งนั้นแหละ”

        อนิรุทธ์ขับรถออกมาจากโรงแรมเมื่อประมาณหกโมงเช้า และแวะตลาดเช้าซื้อเสื้อผ้าและรองเท้าแตะและยังแถมหมวกแก้ปอีกใบ และพาเธอเข้าไปในห้องน้ำปั้มน้ำมัน เพื่อให้ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า และเพียงไม่นานปัทมาวดีก็กลับออกมา ในกางเกงขาสั้นลวดลายสีฉูดฉาด และเสื้อยืดตราห่านสีขาวคอกลม รองเท้าฟองน้ำ สวมหมวกแก๊ปหญิงสาวร่างระหงซึ่งมองเผินๆเธอน่ารักเหมือนสาวน้อยบ้านๆทั่วไป แต่สำหรับอนิรุทธ์เขาเห็นความงามที่แตกต่าง อย่างที่ตนเองต้องรำพึงในอก

        ‘ผู้หญิงคนนี้สวยมาก ถึงว่าสิแค่เห็นรูปถ่าย ผู้ชายระดับเจ้าพ่อยังอยากได้ถึงกับยกหนี้ให้และยังสินสอดอีกยี่สิบล้าน และต่อให้เธอสวมใส่อะไรก็ตาม เธอก็ยังคงงดงามจับตา อย่างที่เรียกได้ว่านางเอกหนัง หรือนางงามที่เราเห็นยังไม่งามเท่าเธอผู้นี้...แม่ดอกฟ้าปัทมาวดี เจ้าสาวกลัวเบิ้ล

        หญิงสาวเปิดประตูรถเข้ามานั่ง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเบิกบาน “ขอบคุณนะคะ ฉันชอบเสื้อผ้าแบบนี้จังเลย สบายๆดีเหมือนกัน นี่ค่ะค่าเสื้อผ้าฉันไม่รู้เท่าไหร่แต่ให้คุณเก็บไว้ก่อน เพราะคุณคงต้องจ่ายค่าอะไรต่ออะไรให้ฉันอีกหลายอย่าง” เธอเปิดกระเป๋าถือใบเล็กหยิบแบงค์พันออกมาปึกหนึ่งส่งให้เขา

        “เก็บไว้ก่อนก็แล้วกัน แล้วผมจะทำบัญชีคิดกับคุณทีหลัง” อนิรุทธ์เอ่ยพร้อมทั้งถอยรถตั้งลำขับออกมาจากปั้มน้ำมัน

        “ฉันมีเงินไทยติดตัวอยู่แค่สองหมื่นก็จริง แต่ฉันก็ไม่อยากเบียดเบียนคุณหรอกนะฉันไม่สบายใจน่ะ ฉันรู้ว่าผู้ชายไทยมักจะต้องเทคแคร์ผู้หญิงทุกอย่าง แต่สำหรับฉันไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันชินกับธรรมเนียมตะวันตกและไม่คิดมาก” เธอยังคงถือเงินและเอ่ยด้วยความเกรงใจ

        “เอาเถอะเก็บไว้ก่อน รับรองว่าผมจะคิดทุกบาททุกสตางค์และจะบวกค่าเซอร์วิสชาร์จด้วยแน่ๆ”

        “ฉันยินดีให้คุณคิดทุกอย่างที่คุณบริการ และถ้าฉันรอดกลับไปได้ ฉันจะหาทางตอบแทนบุญคุณคุณค่ะ ”

        “คุณพูดเหมือนถูกตามฆ่าเลย เจ้าบ่าวของคุณเขาก็เพียงตามล่าคุณกลับไปเข้าหอเท่านั้นแหละ ความจริงผมก็สงสารเจ้าบ่าวคุณเหมือนกันนะ คนเราถ้าไม่รักไม่พิศวาสคงไม่ทุ่มทุนขนาดนี้หรอก ผมนี่ก็พลอยสร้างบาปไปด้วย ที่ไปพรากคนรักเขามา แย่ชะมัดเลยแฮะ” ชายหนุ่มเอ่ยยาวเหยียด ซึ่งทำให้ปัทมาวดีชำเลืองค้อนให้อย่างหมั่นไส้ ก่อนจะเอ่ย

        “พูดมากจัง..นี่คุณเอาโทรศัพท์คุณมาให้ฉันยืมหน่อย ฉันจะได้หาข่าวในอินเทอร์เน็ตไงล่ะ”

          "ประเทศไทยไม่ใช่อเมริกานะครับ ที่จะมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตทุกพื้นที่ และต่างจังหวัดอาจไม่มีเลยก็ได้ จะมีก็ขาดๆหายๆน่ะ ลองเปิดวิทยุฟังดีกว่า หรือจะลองดูก็ได้อ่ะ”เขาเอ่ยบอกแต่ก็หยิบมือถือในกระเป๋าเสื้อส่งให้หญิงสาวรับโทรศัพท์มือถือของเขามาถือไว้ แล้วทำท่านึกขึ้นได้ก่อนจะส่งคืน

        “เอ่อ..ไม่ดีกว่าเอาคืนไปเถอะค่ะ ฉันลืมไปว่าฉันอ่านภาษาไทยไม่ออกน่ะ” เธอเอ่ยด้วยสีหน้าแหยๆส่งโทรศัพท์คืนให้เขา

        “ห๊ะอ่านหนังสือไม่ออกเหรอ อะไรเป็นคนไทยทำไมอ่านภาษาไทยไม่ออกล่ะ ”

        “ก็ไม่ได้เขียนไม่ได้อ่านภาษาไทยมาเป็นสิบปีแล้วนี่ แต่ถ้ามีใครสอนก็อาจจะอ่านได้นะ ฉันพอมีเบสิคตอนเรียนประถมอยู่บ้าง”

        “แล้วทำไมพูดไทยได้ชัดเป๊ะแถมยังด่าได้คล่องด้วยล่ะ”เขาถามอย่างรู้สึกสนเท่

        “ก็เพื่อนฉันที่ไปจากประเทศไทยมีเยอะแยะไปหมด นักเรียนไทยชอบรวมกลุ่มกันและก็เมาส์กันด้วยภาษาไทย อีกอย่างตอนที่คุณแม่ยังอยู่ท่านก็พูดไทยกับฉันเสมอ เพราะกลัวว่าฉันจะพูดไม่ได้ แต่แล้วพอท่านเสียฉันก็พยายามหาเพื่อนคนไทย เพราะฉันคิดถึงแม่ คิดถึงเมืองไทยมาก คุณแม่ฉันเสียตอนที่ฉันเรียนมหาลัยปีหนึ่ง ฉันก็เลยต้องอยู่กับคุณตา และเมื่อไม่นานนี้ท่านก็เกิดอุบัติเหตุเสียอีกคนหนึ่ง ชีวิตฉันก็เลยถูกโดดเดี่ยวไม่เหลือใครเลย”

         “คุณยายคุณล่ะ”

         “คุณยายฉันเสียตั้งแต่คุณแม่ฉันยังเด็กๆ คุณตาฉันเป็นอเมริกันท่านก็เลยกลับไปอยู่อเมริกา ส่วนคุณแม่ก็อยู่กับคุณป้า พี่สาวของยายน่ะ”คำบอกเล่าของเธอทำให้เขาถึงบางอ้อทันที เพราะปัทมาวดีมีเค้าลูกครึ่งอยู่ไม่น้อยทีเดียว

        “แล้วพอคุณแม่คุณเสีย ทำไมคุณไม่กลับมาอยู่กับคุณพ่อล่ะ”

        “คุณพ่อคุณแม่เลิกกันตั้งแต่ฉันแปดขวบ เพราะคุณพ่อมีเมียอีกคนที่คนไทยเรียกว่าเมียน้อยน่ะ คุณแม่ก็เลยพาฉันไปอยู่อเมริกากับคุณตา และฉันก็ไม่เคยคิดจะมาอยู่ร่วมบ้านกับแม่เลี้ยงหรอก”  

        “ถึงว่าสิคุณถึงได้มีเค้าหน้าตากระเดียดไปทางลูกครึ่ง ผมก็สีอ่อนตาก็สีอ่อน”

        “ฉันครึ่งๆกลางๆทุกอย่างแหละค่ะไทยก็ไม่ใช่ฝรั่งก็ไม่เชิง แต่ฉันรักเมืองไทยนะ ฉันพยายามศึกษาทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเมืองไทย และชอบอยู่กับเพื่อนคนไทย เพราะฉันคิดว่าสักวันหนึ่งฉันคงได้กลับมาเที่ยวบ้าง พอคุณแม่เลี้ยงโทรไปบอกว่าคุณพ่อป่วยมากฉันก็รีบมาทันทีเลย  แต่ฉันน่ะโดนหลอกมาให้แต่งงานกับเจ้าหนี้ของท่าน ฉันโกรธแต่ก็อดสงสารท่านไม่ได้ เพราะถ้าฉันไม่โอเค บริษัทของคุณพ่อก็ต้องล้มละลาย บ้านก็คงถูกยึด เพราะท่านไปกู้เงินนายสาโรจน์มาพยุงธุรกิจ เพราะการกู้แบงค์ไม่ได้เงินเท่าที่ท่านต้องการน่ะค่ะ”

         “คุณก็รู้จักกตัญญูเหมือนกันนี่”

         “คนเป็นลูกน่ะคุณ พอถึงเวลามันก็บ่ายเบี่ยงไม่ได้ และถ้านายสาโรจน์จะเป็นคนดีสักนิดฉันก็คงไม่หนีมาอย่างนี้หรอก เพราะตั้งแต่พบหน้าเขาเวลาที่เขามาหาที่บ้านก่อนงานแต่ง เขาพูดแต่เรื่องบนเตียงบรรยายความชื่นชอบในเรือนร่างของฉัน เขาทำเหมือนฉันเป็นตุ๊กตายางไว้ระบายความใคร่ไม่ได้เป็นมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ เขาไม่เคยพูดเรื่องความรัก ซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันกำลังขายบริการทางเพศให้กับเขา เพียงแต่ฉันอาจจะดูดีกว่าสินค้าที่เขามีอยู่ก็ได้”หญิงสาวระบายความในใจด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย สายตาเหม่อมองออกไปนอกรถ

       “คุณคิดมากเกินไปหรือเปล่า ผู้ชายบางคนอาจจะไม่โรแมนติกที่จะบอกรัก ในเมื่อมันอาจจะยังไม่ถึงเวลาที่เขาควรจะบอกก็ได้นี่”

       “แล้วทำไมบอกเรื่องเซ็กส์ได้ล่ะ”หญิงสาวย้อนถามเสียงห้วน

       “ก็นั่นแหล่ะคือความจริงจากใจเขาที่กำลังมีให้คุณ เพราะพอมีเซ็กส์แล้วความรักมันก็ตามมาเองแหละน่า” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงขันๆ

       “ผู้ชายคงคิดเหมือนๆกันหมดสินะ”เธอแดกดันขึ้น

       “ผมว่ามันแล้วแต่สถานการณ์มากกว่าน่า ผมคิดว่าถ้าเขาบอกรักคุณตอนนี้ คุณก็คงไม่เชื่อหรอกจริงไหม”

       “แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าเขาจะรักหรือจะใคร่ เพราะตั้งแต่ที่พบหน้ากันนอกจากที่เขาจะพูดเรื่องเซ็กส์แล้ว เขาก็ตั้งหน้าตั้งตาพูดเรื่องเงินทองเรื่องเครื่องเพชรที่จะให้เป็นสินสอดทองหมั้น คุยโอ้อวดความร่ำรวยและยังย้ำกับฉันว่า เขาให้ฉันอย่างที่ไม่เคยให้ใคร และหวังว่าฉันจะซื่อสัตย์และให้ความสุขเป็นการตอบแทนอย่างที่เขาต้องการ และยังดูถูกฉันบอกว่าเขาไม่แคร์ว่าฉันจะยังเวอร์จิ้นหรือเปล่า ” เธอเอ่ยเล่าให้ชายหนุ่มฟัง และยังนึกถึงคำพูดและการกระทำหื่นๆของสาโรจน์

        น้องปัทรู้ไหมว่าตัวเองสวยและก็เซ็กซี่มากเหลือเกิน น้องทำให้อกพี่ระทึกทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ พี่น่ะนับเวลานาที ที่จะได้ถึงเวลาส่งตัวสักที หืม...หอมจัง ฟ่อด!  เขาเอ่ยเมื่อยืนรับแขกอยู่ด้วยกันที่ประตูทางเข้าห้องจัดเลี้ยง และโอบรั้งเอวเธอเข้ามาหาตัวแล้วฉกปลายจมูกลงบนซอกคอเธออย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้เธออยากกรีดเสียงใส่พร้อมทั้งตบสักฉาด ด้วยความรู้สึกขยะแขยงจากไรหนวดเหนือริมฝีปากของเขาที่จดลงบนเนื้อนวล และยังรอยยิ้มสายตาเยิ้มบอกความกำหนัดที่เจียนทะลักทะลาย

        อนิรุทธ์มองสีหน้าเหม่อลอยของเธอ แล้วกดรีโมทหาคลื่นพร้อมทั้งขับรถไปด้วย และแล้วเสียงรายงานข่าวจากวิทยุที่เขาเปิดเป็นข่าวภาคเช้า ที่กำลังรายงานข่าวเกี่ยวกับดินฟ้าอากาศ สภาพยวดยายบนท้องถนนสายต่างๆของกรุงเทพฯ และเริ่มรายงานอาชญากรรมที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นข่าวทอล์คออฟเดอะทาวน์ของเมืองไทย คือข่าวงานฉลองสมรสของสาโรจน์เจ้าพ่อสถานบันเทิงคนดัง ด้วยเจ้าสาวได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยก่อนส่งตัวเข้าหอ ซึ่งเป็นข่าวช็อควงการเซเลบคนดัง ที่ผู้ประกาศข่าวเกริ่นหัวข้อขึ้น ทำให้ความคิดของเธอสะดุดลงเพียงแค่นั้น และเสียงนั้นทำให้เธอหันขวับมามองหน้าชายหนุ่มแล้วนิ่งฟังด้วยสีหน้าตื่นเต้น


มาติดตามอ่านตอนที่เหลือกันค่ะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #8 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 18:49
    ปัทคงคิดไม่ถึงว่ากลายเป็นข่าวอาชญากรรมไปได้
    #8
    0