แผนร้าย กุศโลบายรัก (พิมพ์ครั้งที่2กับสนพปองรัก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 15,532 Views

  • 51 Comments

  • 173 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    19

    Overall
    15,532

ตอนที่ 1 : ผู้ถูกเลือก100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1481
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    25 ม.ค. 61

 




 ปกแผนร้ายกุศโลบายรัก เปิดให้จองกับสำนักพิมพ์ปองรักแล้วนะคะ

 

อริสรา


1

ผู้ถูกเลือก

 

คุณกิ่งแก้ว สาวใหญ่วัยสี่สิบส่งเอกสารปึกใหญ่ซึ่งเป็นใบสมัครติดรูปถ่ายของบรรดาสาวๆ ให้อินทนนท์ ชายหนุ่มรับมาแล้วนั่งดูทีละใบ ทีละใบ เขายิ้มที่มุมปากน้อยๆ สายตาของเขาปรากฏรอยขันขึ้นบ้าง

คุณกิ่งแก้ว...เจ้าของกิจการสถาบันเสริมความงามและบุคลิกภาพครบวงจร มองอินทนนท์ซึ่งเป็นเพื่อนของกานต์ น้องชายของเธอ ที่นั่งอยู่ตรงหน้าพลางคิดในใจ

คุณอินทนนท์ลูกชายเศรษฐีนี มีเงินระดับหมื่นล้าน หน้าตาคมเข้ม หล่อเหลา รูปร่างสูงโปร่งสมาร์ต มาดแมนแฮนด์ซัม เป็นพระเอกหนังได้อย่างสบายๆ การแต่งกายของเขาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า เรียบหรู ไฮคลาส น้ำหอมจากกายรึ...ก็สปอร์ตแมนหอมกรุ่นอ่อนๆ เหมาะกับบุคลิกภาพของเขาเสียเหลือเกิน มองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาไฮโซขนาดไหน เราเห็นพ่อหนุ่มคนนี้ไม่ว่าจะตอนไหนเมื่อไร เขาก็แต่งกายมีรสนิยมน่ามองทุกครั้ง ช่างเป็นผู้ชายที่เลิศหรูเสียจริงจริ๊ง

เมื่อถึงรูปใบสุดท้าย เขาเงยหน้าขึ้นมองหน้าคุณกิ่งแก้ว ยิ้มเย็นๆ ตามสไตล์ พร้อมทั้งถอนหายใจเบาๆ

 “ยังหาคนในสเปกคุณแม่ไม่ได้สักคนเลยครับพี่กิ่ง” เขาบ่นเบาๆ พร้อมทั้งทำสีหน้าเซ็งๆ

คุณกิ่งแก้วเอ่ยเย้าขึ้นทันที “แหม...สเปกของคุณแม่หรือของคุณลูกกันคะ แต่ละคนที่พี่คัดมานี่ สวยๆ ระดับนางงามทั้งนั้นเลยนะคะ แต่ละคนมารยาทงาม ประวัติส่วนตัวและการศึกษาก็โอเคทั้งนั้นเลยค่ะ แล้วพี่ก็สัมภาษณ์แล้วทุกคน รอแต่คุณนนท์โอเคเท่านั้นเองนะคะ”

 “ไม่หรอกครับพี่กิ่ง ไม่จำเป็นต้องสเปกผมหรอก ผมรู้ใจคุณแม่ดีว่าท่านชอบผู้หญิงแบบไหน ไม่ใช่ว่าหวานนุ่มนวลแบบผู้หญิงไทยโบราณเสียทีเดียวนะครับ แต่ต้องดูเป็นคนที่บุคลิกสวยสง่า เก่งกล้า คล่องแคล่ว มีความรู้แบบลูกผู้ดีมีสกุล คือมีความนุ่มนวลและเข้มแข็งอยู่ในตัวน่ะครับ และได้รับการอบรมมาอย่างดี ซึ่งผมรู้นะครับว่าผู้หญิงแบบนั้นในสังคมไทยก็คงมีอยู่ แต่ก็คงจะอยู่ในสังคมชั้นสูงเท่านั้น แล้วใครจะมารับจ้างทำงานแบบนี้ให้ผมล่ะ”

กิ่งแก้วครุ่นคิดพลางลอบถอนหายใจ “งั้นคุณนนท์ต้องดูคลิปด้วยค่ะ พี่ให้ทุกคนทำคลิปแนะนำตัวส่งมาให้ด้วยนะคะ พี่รวมคลิปไว้ในแผ่นนี่น่ะค่ะ” เธอยกแผ่นซีดีให้เขาดู

 “หรือครับ ก็ดีครับ ผมอาจจะเห็นท่าทางบุคลิกได้ชัดเจนขึ้นหน่อย”  กิ่งแก้วพาเขาไปนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะทำงานอีกตัวหนึ่งซึ่งถัดไปจากโต๊ะทำงานของเธอ กิ่งแก้วนำแผ่นดีวีดีที่รวบรวมคลิปของผู้สมัครสาวๆ มาเปิดให้เขาดู ชายหนุ่มกอดอกนั่งดูคลิปแนะนำตัวของบรรดาสาวๆ เขาอมยิ้มกับหน้าตาท่าทางของหญิงสาวแต่ละคนที่ออกมาแนะนำตัวและโชว์ความงามของตนเอง คุณกิ่งแก้วจึงเดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน และถือโอกาสเปิดงานในแฟ้มตรงหน้าขึ้นดูไปพลางๆ

 

 อริสราเคาะประตูห้องทำงานของกิ่งแก้วแล้วเปิดประตูห้องเข้ามาตามปรกติที่เคยทำ เธอยกมือไหว้กิ่งแก้ว ชะงักนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยขอโทษเมื่อเห็นว่ามีแขกของคุณกิ่งแก้วอยู่ในห้องนั้นด้วย แล้วทำท่าจะถอยหลังกลับออกไป คุณกิ่งแก้วยกมือขึ้นทำท่าจุ๊ปากกับเธอนิดหนึ่ง และพยักหน้าพร้อมทั้งบุ้ยใบ้ให้เธอเข้ามาได้

อริสราล้วงม้วนกระดาษในเป้ นำงานที่ถือมากางลงบนโต๊ะทำงานของคุณกิ่งแก้ว ก้มหน้าลงอธิบายเบาๆ ถึงแบบบ้านที่เธอออกแบบให้กิ่งแก้วดู

 “นี่เป็นแปลนชั้นล่างนะคะ แล้วส่วนนี้เป็นแปลนชั้นบนค่ะ นี่เป็นห้องนอนใหญ่สองห้อง ห้องเล็กห้องหนึ่งค่ะ ตรงนี้เป็นมุมพักผ่อนชั้นบนนะคะพี่กิ่ง”

คุณกิ่งแก้วชี้ไปที่แปลนแล้วถาม “แล้วชั้นล่างตรงนี้เป็นห้องรับแขกหรือจ๊ะ แล้วนี่คงเป็นครัว แล้วนี่ห้องทำงานของพี่ใช่ไหม เอ่อ...ห้องนอนเล็กชั้นบนล่ะ น่าจะมีระเบียงด้วยนะอริส”

 “ใช่ค่ะพี่กิ่ง ห้องทำงานจะอยู่ตรงข้ามกับห้องรับแขกนะคะ อริสคิดว่าถ้าจะให้ห้องนอนเล็กชั้นบนมีระเบียง ก็จะให้ยื่นออกไปทางด้านหลังน่ะค่ะ เพราะห้องนี้อยู่ด้านในสุดของตัวบ้าน จะได้ไม่รู้สึกว่ามองด้านหน้าแล้วเกะกะซ้อนกันกับระเบียงของห้องนอนใหญ่ด้านหน้า อริสลองเขียนแบบมาให้ดูก่อนค่ะ ดูในแบบแล้วพี่กิ่งคิดว่ายังไงคะ ถ้าไม่ชอบ อริสจะเปลี่ยนแปลงให้ใหม่ก็ได้นะคะ ไม่ต้องรีบตัดสินใจค่ะ”

คุณกิ่งแก้วนั่งก้มหน้าดูแปลนและแบบบ้านในแปลนที่อริสรากางให้ดู แล้วเงยหน้าขึ้นพร้อมทั้งคลี่ยิ้ม

 “ก็ดูดีนะ พี่ชอบห้องรับแขกที่เป็นห้องกระจกหกเหลี่ยมนี่จัง ทำให้บ้านดูหรูขึ้นอีกเยอะเลยนะ แต่คงต้องเป็นกระจกกรองแสง พี่กลัวร้อนเวลาแดดส่องน่ะ นอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแล้วละ เอาตามนี้เลยจ้ะ”

 “ดีใจจังค่ะที่พี่กิ่งถูกใจ” สาวน้อยยิ้มกว้างขึ้นทันที

 “แล้ววันนี้ไม่ไปเยี่ยมคุณแม่หรือจ๊ะอริส”

 “ไปสิคะพี่กิ่ง วันนี้แม่จะต้องเข้าห้องผ่าตัดบ่ายสามโมงน่ะค่ะ อริสต้องเอาเงินไปจ่ายค่าผ่าตัดก่อนด้วยน่ะค่ะ”

 “แพงมากไหมจ๊ะค่าผ่าตัดน่ะ”

 “ก็เกือบหมดตัวเลยเหมือนกันค่ะ เกือบแสนน่ะค่ะ ตอนนี้อริสทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตเลยนะคะ เมื่อคืนก็นอนแค่สองชั่วโมงเองค่ะ เดี๋ยวต้องรีบไปที่บริษัทของคุณทาการะอีกค่ะ บริษัทเขาจะให้ออกแบบโชว์รูมรถยนต์น่ะค่ะ” เธอยิ้มกว้างหัวเราะน้อยๆ เหมือนจะขันคำพูดของตนเอง แต่แววตาของเธอหม่นลงจนกิ่งแก้วสังเกตเห็น

 “พักผ่อนบ้างนะจ๊ะอริส ทำงานทั้งวันทั้งคืนอย่างนี้สุขภาพแย่ โทรมกันพอดี”

 เธอเงยหน้าขึ้นยิ้ม  “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พออริสมีตังค์จะมาเข้าคอร์สเสริมความงามกับพี่กิ่งค่ะ แต่คงจะอีกนานถ้าจะรอลูกค้าคนนี้นะคะ” เธอเอ่ยแล้วยิ้มอย่างขันๆ คำพูดของตนเอง และจัดการม้วนแบบกระดาษในมือยัดใส่กระเป๋าเป้สะพายใบใหญ่ พร้อมกับหยิบหมวกแก๊ปมาสวม

  “เอ่อ...พี่กิ่งคะ บูทที่อริสออกแบบให้คุณจอยล่ะค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ”

 “โอเคเลยจ้ะ นายฝรั่งมาเห็นชอบใจใหญ่ ชมว่าไอเดียดีจ้ะ คุณจอยยิ้มหน้าบานเลยละ พี่ลืมบอกไปจ้ะ คุณจอยยังฝากบอกพี่ให้ขอบใจอริสด้วย พี่ว่าอริสต้องพิมพ์นามบัตรแล้วละจ้ะ ใครๆ ก็มาถามเบอร์มือถือของเธอกับพี่นะ มีคนสนใจฝีมืออริสนะจ๊ะ”

 “ตอนนี้อริสมีงานเยอะมากเลยค่ะ เรื่องงานจ๊อบจัดบูทออกแบบเวที สำหรับอริสตอนนี้คงต้องพักยาวเลยค่ะ แต่อริสก็มีเพื่อนๆ ที่ทำให้ได้หลายคนนะคะ ติดต่ออริสได้ค่ะ รับรองค่ะว่างานเนี้ยบเหมือนอริสทำเองเลยค่ะ ที่ออฟฟิศของอริสตอนนี้ก็รับจัดงานทุกรูปแบบอยู่แล้วนะคะ และอริสก็รับทำโมเดลแบบบ้านด้วย ความจริงแล้วยังอยากทำโมเดลแบบบ้านของพี่กิ่งมาให้พี่ดูเลยค่ะ จะได้เห็นเหมือนจริง อริสทำให้พี่กิ่งคนเดียวเลยนะคะ ถ้าพี่กิ่งไม่รีบ”

 “ไม่ต้องหรอกจ้ะ พี่รู้ว่าอริสไม่มีเวลา สำหรับพี่ค่อยๆ ทำก็ได้ เพราะพี่ก็รอฤกษ์เดือนเก้าอยู่น่ะจ้ะ”

 “ถ้าพี่กิ่งไม่เปลี่ยนแปลงอะไร อริสก็จะคำนวณราคาวัสดุก่อสร้างทั้งหมด แล้วก็ประเมินราคามาให้พี่กิ่งดูอีกครั้งนะคะ พี่กิ่งอยากได้วัสดุแบบไหน ยี่ห้ออะไรก็บอกก็แล้วกันนะคะ อริสจะได้คำนวณให้เป๊ะๆ เลยค่ะ ว่างบจะประมาณเท่าไหร่ ขาดเกินจะได้ไม่มากน่ะค่ะ เวลาก่อสร้างอริสจะมาดูงานให้เองเลย แล้วคราวหน้าอริสจะเอาแบบวัสดุมาให้พี่กิ่งเลือกนะคะ”

 “อริสว่างอีกวันไหนก็มาคุยกันอีกครั้งก็ได้จ้ะ”

 “อาทิตย์หน้าก็แล้วกันนะคะ อริสไปก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ บายค่ะ”

 

อินทนนท์ดูคลิปในคอมพิวเตอร์ของกิ่งแก้วจนจบ แล้วหันมามองสาวน้อยวัยยี่สิบต้นๆ ที่ยืนอยู่ที่โต๊ะคุณกิ่งแก้วอย่างสนใจ เขาเห็นท่าทางคล่องแคล่วปราดเปรียวของเธอ รูปร่างสูงเพรียวในเครื่องแต่งกายง่ายๆ แต่ดูเท่ เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพับแขนไว้ที่ปลายแขนนิดหนึ่ง มีเนกไทเส้นสีฟ้าคล้องห้อยไว้อย่างไม่จงใจที่จะผูก กางเกงยีนสีซีดๆ พอเหมาะกับรูปร่าง ทำให้เธอดูเก๋ เท่แบบสาวอาร์ติสต์ ผมยาวรวบด้วยเชือกหนังสีน้ำตาลอ่อนเป็นหางม้าไว้ด้านหลังแกว่งไกวน้อยๆ ยามที่เธอขยับกาย รูปหน้ายาวรี แก้มเนียนใสปราศจากเครื่องสำอาง ด้วยเครื่องหน้าที่คมเข้มตามธรรมชาติอยู่แล้วทำให้เธอแทบจะไม่จำเป็นต้องแต่งแต้มอะไรเลย ริมฝีปากสวยเต็มอิ่ม ประดับด้วยรอยยิ้มสดใสน่ามอง

เธอกระพุ่มมือไหว้กิ่งแก้วแล้วยกมือขึ้นโบกนิดหนึ่งเป็นเชิงอำลา และมองมาที่เขานิดหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเขามองเธออยู่ เธอจึงก้มศีรษะให้เขาน้อยๆ เหมือนจะทักทายหรือด้วยมารยาทก็ตาม ทำให้เขาต้องค้อมศีรษะให้เธอนิดหนึ่งตามมารยาทเช่นกัน อินทนนท์ประทับใจทันที ผู้หญิงคนนี้ต่างหากที่น่าสนใจ เธอผู้นั้นเดินลับออกประตูไปในขณะที่เขายังรำพึงอยู่ในใจ คนนี้แหละ...สเปกของคุณแม่ ถึงจะไม่ใช่ทั้งหมดก็ตาม แต่ท่าทางคล่องแคล่วของเธอก็ใช่เลย...เวิร์กกิงวูแมน

 “เป็นไงคะคุณนนท์ มีคนไหนไหมคะที่เข้าตากรรมการ” คุณกิ่งแก้วเดินมาที่เขา สัพยอกขึ้นน้อยๆ

 “จะมีก็คงเป็นคนเมื่อกี้นี้น่ะครับ ผมคิดว่าเธอโอเคนะ”

 “อะไรนะคะคุณนนท์ อริสน่ะเหรอคะ...เธอห้าวแบบคนรุ่นใหม่เลยนะคะ เป็นสถาปนิกน่ะค่ะ เธอไม่ใช่ผู้หญิงหวานๆ ใสๆ หรอกนะคะ” คุณกิ่งแก้วถามเสียงสูงขึ้นอย่างไม่เชื่อหูตนเอง

 “แล้วคุณอริสคนนี้ จะสนใจกับงานนี้ไหมล่ะครับ” เขาถามพร้อมทั้งมองจ้องหน้าคุณกิ่งแก้วนิ่งๆ อย่างรอคำตอบ

 สาวใหญ่ไม่ได้ตอบคำถามของเขา แต่กลับย้อนถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ “อะไรกันคะคุณนนท์ พี่มีสาวๆ ให้เลือกตั้งเกือบร้อย แต่ละคนสวยหวานน่ารัก แต่กลับมาสนใจอริส”

 “ครับ...ผมสนใจผู้หญิงคนนี้ ท่าทางเธอเวิร์กกิงวูแมนดี และผมก็ยินดีจะจ่ายตามที่เธอจะเรียกนะครับ”

คุณกิ่งแก้วขมวดคิ้วนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยตอบ “เอิ่ม พี่คงต้องขอคุยกับอริสก่อนนะคะ พี่ไม่แน่ใจ...”

 “งั้น...พี่กิ่งบอกเธอเลยนะครับว่า ผมเสนอให้เดือนละหนึ่งล้านบาท เป็นเวลาหนึ่งปีครับ”

 กิ่งแก้วถามเสียงสูงปรี๊ดอย่างไม่เชื่อหูตนเอง “หนึ่งล้าน..หนึ่งล้านต่อเดือนหรือคะคุณนนท์”

 “ครับ พี่กิ่งฟังไม่ผิดหรอกครับ หนึ่งล้านต่อเดือน แล้วผมก็จะมีงานให้พี่กิ่งทำต่อด้วยนะครับ เอิ่ม...ประวัติของเธอเป็นยังไงครับพี่กิ่ง พอจะไหวไหมครับ” เขารวบรัดถามความรวดเดียวแบบคนใจร้อน

กิ่งแก้วเล่าประวัติให้เขาฟังคร่าวๆ ว่าอริสราเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณอริสา ซึ่งเป็นอาจารย์สอนดนตรีและเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง แต่กิ่งแก้วไม่เคยได้ยินเธอพูดถึงพ่อ และขณะนี้คุณอริสาแม่ของอริสรากำลังป่วยหนักเป็นเนื้องอกในสมอง เธอจำต้องเอาบ้านเข้าจำนองธนาคารนำเงินมารักษาท่าน ทำให้ต้องหาเงินส่งธนาคารและรักษามารดาไปด้วย เธอจบสถาปัตย์เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ก็ยอมสละสิทธิ์เพราะต้องดูแลแม่ที่กำลังป่วยหนัก และตอนนี้เธอได้งานทำกับบริษัทอินทีเรียแห่งหนึ่ง แต่โดยมากจะรับงานมาทำที่บ้าน เพราะต้องคอยดูแลมารดาด้วย

 “แล้วเธอจะมีเงินพอใช้หรือครับ”

 “ก็ไม่มีสิคะถึงได้ทำงานหามรุ่งหามค่ำอย่างนี้น่ะค่ะ พี่สงสารอริสมาก แต่ก็ไม่ทราบจะช่วยยังไง ก็หางานออกแบบมาให้ทำบ้างน่ะค่ะ เธอเป็นเด็กที่เพื่อนของพี่แนะนำมาให้รู้จักน่ะ พี่เคยให้แกไปจัดสวนให้ที่บ้านคุณแม่ของพี่น่ะค่ะ ก็เลยรู้สึกรักและสนิทกับแก พี่ชอบนิสัยแกค่ะ พอดีพี่จะปลูกบ้านใหม่ที่พุทธมณฑล ก็เลยให้แกออกแบบและเขียนแปลนให้ เสาร์อาทิตย์แกก็รับจัดสวนด้วยนะคะ แกเก่งเรื่องจัดสวน ตกแต่งภายใน ออกแบบอะไรต่อมิอะไรได้ดีไปหมด เด็กคนนี้เป็นเด็กดีมาก และน่าสงสารมากเชียวค่ะ”

 “แล้วทำไมพี่กิ่งถึงไม่แนะนำเธอกับผมแต่แรกเลยล่ะครับ มัวแต่หาใครต่อใครมาตั้งมากมาย” เขาถามยิ้มๆ สีหน้าสงสัย

 “โธ่...ใครจะไปคิดถึงอริสล่ะคะ ก็คุณนนท์บอกกับพี่ว่าผู้หญิงคนนั้นต้องดูดี เรียบร้อยเหมือนลูกผู้ดี แต่ยายอริสนี่...แกไม่ใช่แบบนั้นนะคะคุณนนท์ แกออกจะห้าวเหมือนทอมเสียด้วยสิคะ เพราะแกทำงานอยู่กับผู้ชายทั้งนั้น แต่ก็เก่งฉลาดเอาตัวรอด เท่าที่พี่รู้ก็ไม่มีประวัติด่างพร้อยอะไรหรอกค่ะ”

 “แล้วคุณอริสอะไรของพี่กิ่งนี่ มีคู่รักแล้วหรือยังครับ”

 “อืม…พี่ก็ไม่ค่อยแน่ใจนะ เห็นมีหนุ่มน้อยตามๆ อยู่น่ะค่ะ เคยมาที่นี่ด้วยกัน ไม่ทราบว่าเป็นเพื่อนหรือว่าแฟน รู้สึกว่าจะเป็นวิศวกรแล้วก็ทำงานที่เดียวกัน หรือเรียนมาด้วยกันนี่ละค่ะ”

 “พี่กิ่งคิดว่าผมจะคุยกับเธอเร็วที่สุดได้เมื่อไหร่ครับ เย็นนี้ หรือว่าอย่างช้าเป็นพรุ่งนี้เช้า”

 “อืม...” กิ่งแก้วนิ่งคิด  “อริสบอกว่าจะไปโรงพยาบาลตอนบ่ายสาม เพราะแม่ของแกจะเข้าผ่าตัด พี่จะนัดแกให้มาหาพี่ตอนเย็นๆ แล้วพี่จะโทร.ไปบอกคุณนนท์ก็แล้วกันนะคะ”

    เมื่ออินทนนท์ลากลับไปแล้ว กิ่งแก้วยังคงนั่งจมอยู่กับความคิด

   เศรษฐีก็เป็นเหมือนกันหมดทุกคนเลย ใจร้อนเอาแต่ใจ จะให้ได้อย่างที่ใจคิดทันทีทันใด นึกอยากจะได้อะไรก็ดูเหมือนจะเนรมิตให้ได้เดี๋ยวนั้น

    เธอขยำกระดาษบนโต๊ะทำงานเป็นก้อนปาลงในตะกร้าขยะ เหมือนจะระบายสิ่งที่อยู่ในใจ      

            ยายอริสจะยอมโอเคหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ทำงานปีหนึ่งได้ตั้งสิบสองล้าน จะหาที่ไหนในโลกล่ะ ดีกว่านั่งทำงานทั้งวันทั้งคืนงกๆ ได้เดือนละแค่สี่ห้าหมื่น

 

เย็นวันนั้นกิ่งแก้วโทร.หาอริสรา 

อริสหรือจ๊ะ...ตอนนี้หนูอยู่ที่ไหนกันจ๊ะนี่”

 “ตอนนี้อริสอยู่บนรถไฟฟ้า กำลังจะกลับบ้านค่ะ พี่กิ่งจะเปลี่ยนแปลนบ้านเหรอคะ ไม่ต้องเกรงใจนะคะเปลี่ยนแบบได้ค่ะ อริสมีแบบบ้านสไตล์ใหม่ๆ สวยๆ เอาไปให้เลือกใหม่ก็ได้ค่ะ”

 “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกจ้ะ แต่พี่มีงานด่วนให้ทำน่ะ งานนี้เงินดีมาก เพราะนายจ้างเขาเสนอให้เป็นล้านเลยนะ และเขาก็รวยมากจ้ะ เขาเป็นลูกของนักธุรกิจระดับมหาเศรษฐีของเมืองไทยเลยละ”

 “เขาจะสร้างอะไรหรือคะ โรงแรมหรือว่าอาคารสำนักงานกันคะ ดีจังเลยค่ะ...อริสจะได้มีงานทำที่ได้เงินก้อน ตอนนี้อริสต้องใช้เงินมากเลยค่ะ วันนี้หมอบอกว่าหลังจากที่แม่ผ่าตัดแล้ว ถ้าใช้ยาที่สั่งมาจากเมืองนอกนะคะ แม่ก็มีสิทธิ์ที่จะอยู่กับอริสอีกนานน่ะค่ะ อาจจะปีหรือปีกว่าน่ะค่ะ แต่ค่ายาฉีดน่ะเข็มละหนึ่งแสนบาทนะคะ ต้องฉีดเดือนละสองเข็มน่ะค่ะพี่กิ่ง อริสยังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะไปหาเงินที่ไหนกัน”

คุณกิ่งแก้วอุทานอย่างตกใจทันที  “โอ๊ย...ตายแล้ว...ยาอะไร ทำไมมันถึงแพงระยับขนาดนั้น เอาอย่างนี้ มาหาพี่ที่ทำงานนี่นะ ตอนนี้เลย พี่ยังอยู่ที่ทำงานจ้ะ”

 “ได้ค่ะพี่กิ่ง อริสจะรีบไปหาพี่กิ่งเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”

อริสรารู้สึกราวกับว่าเธอกำลังเดินอยู่บนถนนที่มืดมิด จู่ๆ ไฟถนนก็เปิดพรึ่บขึ้น เธอยิ้มออกมาได้ทั้งๆ ที่ดวงตายังบวมช้ำจากการร้องไห้หลังจากเห็นมารดาในห้องผ่าตัด หมอบอกให้เธอกลับบ้านมาก่อน และให้โทร.มาถามอาการทีหลัง เพราะมารดาของเธอยังไม่ฟื้นและยังโคม่า

เธออยากอยู่ดูแม่จนกว่าแม่จะฟื้น กี่ชั่วโมงเธอก็จะรอ แต่งานที่รับมาก็ต้องกลับไปทำให้เสร็จ เพราะใกล้กำหนดส่งงาน และงานก็ยังไปไม่ถึงไหนด้วยเธอยุ่งอยู่กับการเข้าออกโรงพยาบาล เมื่อมารดาเริ่มมีอาการทรุดหนักลงจนหมอตัดสินใจที่จะผ่าตัดอีกครั้ง เสียงบอกสถานีที่เธอต้องลง ทำให้เธอออกจากภวังค์ รีบลงจากรถไฟฟ้าก่อนจะถึงสถานีจุดหมายที่ตนเองเคยลง เพื่อต่อรถเมล์อีกทอด สำหรับการเดินทางกลับบ้าน

 เมื่อลงจากสถานีรถไฟฟ้า ก็รีบนั่งรถแท็กซี่ย้อนกลับมายังสถาบันเสริมความงามของคุณกิ่งแก้วอีกครั้ง และเมื่อมองนาฬิกาข้อมือก็เห็นว่าเย็นมากแล้ว ทำให้เธอเร่งฝีเท้าจนกลายเป็นกึ่งเดินกึ่งวิ่ง ด้วยเกรงว่าผู้ใหญ่จะรอไม่ไหวแล้วกลับไปเสียก่อน เมื่อเดินขึ้นมาถึงห้องทำงานคุณกิ่งแก้ว เธอเคาะประตูและเปิดเข้าไปเหมือนเมื่อเช้า อริสราถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าคุณกิ่งแก้วยังคงทำงานอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์

 “หวัดดีค่ะ นึกว่าจะไม่ทันเสียอีก”

 คุณกิ่งแก้วเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียง ก็เห็นอริสรากำลังเดินเข้ามา เธอรับไหว้และลุกขึ้นเดินนำหญิงสาวไปนั่งที่เก้าอี้รับแขก กิ่งแก้วนั่งลงตรงข้ามกับอริสรา จ้องมองสาวน้อยอย่างสำรวจตรวจตราทั้งรูปร่างหน้าตาและบุคลิกลักษณะ และยอมรับกับตนเองว่าอินทนนท์ตาแหลมกว่าเธอเสียอีก ที่เห็นความงามสง่าที่ซ่อนอยู่ในตัวของเด็กสาวคนนี้ ซึ่งเธอเองไม่เคยสนใจพิจารณาสักครั้งว่าอริสรามีรูปลักษณ์ยังไง ทั้งๆ ที่พบกันบ่อยๆ และยังมีความรู้สึกว่าอริสราเหมือนทอมเสียด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่นายกานต์น้องชายของเธอกล่าวถึงอริสราอย่างชื่นชมอยู่เสมอ และมีทีท่าจะชอบอริสราเอาเสียด้วย เธอยังเคยค่อนว่าน้องชายของตัวเองเสียด้วยซ้ำว่าแปลก มีผู้หญิงสวยๆ สนใจตัวเองตั้งหลายคน แต่กลับมาสนใจอริสราสาวห้าวคนนี้

ส่วนตนเองนั้นมัวสนใจแต่เด็กสาวๆ ที่มาสมัครเรียนคอร์สบริหารร่างกายเพื่อประกวดนางงาม หรือพวกที่กำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว หรือพวกสาวๆ ที่ต้องการเรียนเสริมบุคลิกภาพตนเองให้ดูดีขึ้น ซึ่งกลุ่มหลังนี้ต้องการมาเรียนรู้ถึงการวางตัวในการเข้าสังคมชั้นสูง เพื่อยกระดับตนเองจากชาวบ้านธรรมดาไปสู่การเข้าสังคมกับคนระดับไฮโซ เธอมองอริสราผ่านตาไปได้ยังไงนะ

 “พี่กิ่ง...ทำไมมองอริสอย่างนี้คะ อริสมีอะไรแปลกหรือคะ หรือว่าวันนี้อริสสกปรก” หญิงสาวตรงหน้าถามขึ้นทันทีอย่างสงสัยในสายตาของคุณกิ่งแก้วที่จ้องมองอย่างพินิจพิเคราะห์ พร้อมทั้งก้มมองตัวเองอย่างสำรวจนิดหนึ่ง

กิ่งแก้วส่ายหน้าน้อยๆ ยิ้มให้กับเธออย่างอ่อนโยนก่อนที่จะเอ่ย “อืม..พี่มองข้ามเธอไปได้ยังไงนะอริส เพชรเม็ดงามอยู่ใกล้แค่เอื้อมเท่านี้เอง แต่พี่กลับมองไม่เห็น ดันไปเฟ้นหาสาวๆ ที่อื่นจนเวียนหัว ปวดเฮดไปหมด”

 “พี่กิ่งอย่าบอกนะคะว่าจะให้อริสไปประกวดนางงาม คงไม่ไหวหรอกค่ะ อริสไม่เหมาะกับอาชีพนางงามเลยสักนิด ดูสิคะอริสเซอร์ขนาดนี้ ถึงจะขัดสีฉวีวรรณ อาบน้ำแร่แช่น้ำนมยังไง ก็คงจะไม่ดูดีไปมากกว่านี้หรอกค่ะ” หญิงสาวเอ่ยแล้วยิ้มแหยๆ ส่ายหน้าน้อยๆ ใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมหน้าผาก

คุณกิ่งแก้วยิ้มอย่างขันๆ นิดหนึ่ง “ไม่ใช่จ้ะ...ไม่ใช่เรื่องประกวดนางงามหรอก แต่พี่อยากรู้ว่าถ้ามีคนมาจ้างให้เธอทำงานอะไรสักอย่างหนึ่งที่ไม่ใช่งานออกแบบที่เธอทำอยู่ และให้เงินเป็นล้านเธอจะสนใจไหม”

อริสราทำสีหน้าแสดงความกังขาเต็มที่ “ให้เงินเป็นล้านเลยหรือคะ งานอะไรคะ หวังว่าคงไม่ใช่งานผิดกฎหมายนะคะ เพราะรู้สึกว่าให้ค่าจ้างเยอะจัง”

 “คิดอะไรอย่างนั้นจ๊ะอริส งานถูกกฎหมายจ้ะ คือมีลูกชายเศรษฐีนีคนหนึ่ง เขาต้องการจ้างให้เธอแต่งงานกับเขา เพราะแม่ของเขาต้องการให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงที่ดูดีมีสง่าราศี มีความรู้ และเป็นลูกผู้ดีน่ะจ้ะ”

 “อะไรกันคะ แล้วทำไมเขาไม่หาเองล่ะคะ ผู้หญิงไฮโซเมืองไทยมีตั้งมากมาย แล้วเขาก็เป็นลูกเศรษฐี จะหาสักกี่คนก็คงได้นี่คะ ทำไมเขาจะต้องมาจ้างด้วยล่ะคะ อริสไม่เข้าใจ แล้วอริสก็ไม่ใช่ลูกผู้ดีมีสกุลด้วยนะคะ หรือว่าเขาเป็นคนพิการ เลยหาใครมาแต่งด้วยไม่ได้คะ” เธอพรั่งพรูความคิดเห็นออกมา และถามตรงๆ พร้อมกับทำหน้าเป๋อเหลอมองคุณกิ่งแก้ว

 “ไม่ใช่อย่างนั้นจ้ะ อริสฟังพี่ให้จบก่อนสิจ๊ะ ก็พ่อคุณคนนี้น่ะ เขาชอบผู้หญิงเปิ๊ดสะก๊าด เปรี้ยวจี๊ดจ๊าดน่ะจ้ะ เขามีแฟนเป็นนางแบบระดับซูเปอร์โมเดลเลยนะจ๊ะ แต่โกอินเตอร์ไปอยู่ที่อเมริกา เธอเป็นลูกครึ่งไทยอเมริกันน่ะ แต่คุณหญิงแม่ของเขาไม่ปลื้มเลย เพราะเคยพาเข้าบ้านแล้วหนหนึ่ง แต่ก็โดนคุณหญิงแม่ยื่นคำขาดให้เลิกน่ะ แล้วในเวลาหนึ่งปี ถ้าเขาหาสะใภ้ที่ถูกใจท่านไม่ได้ และยังจะแต่งงานกับแฟนของเขาละก็ เขาจะหมดสิทธิ์ทุกอย่างในกองมรดก เขาก็เลยคิดจะจ้างผู้หญิงให้อยู่กับเขาเพียงแค่ปีเดียว โดยมีข้อเสนอว่าเขาจะให้เงินเดือนเดือนละหนึ่งล้านบาท โดยต้องทำให้คุณหญิงแม่ของเขาเห็นว่าเขาเลือกลูกสะใภ้ได้ถูกใจท่าน และที่เขาบอกกับพี่ก็คือ เป็นภรรยาแต่เพียงในนามเท่านั้นนะจ๊ะ มันน่าสนใจตรงนี้แหละจ้ะอริส เราก็ไม่ต้องเสียเนื้อเสียตัวอะไรด้วยน่ะ”

 “แล้วพอครบปีก็เลิกกันหรือคะพี่กิ่ง”

 “ก็คงอย่างนั้นน่ะจ้ะ ครบปีเมื่อไหร่ ถ้าคุณหญิงพอใจลูกสะใภ้ ท่านก็จะสั่งให้แก้พินัยกรรมใหม่น่ะ เพราะตอนนี้ท่านทำพินัยกรรมยกทุกอย่างให้มูลนิธิของท่านทั้งหมดเลยจ้ะ ท่านโกรธมากที่ลูกชายพาผู้หญิงคนนั้นมาพบท่านน่ะ ท่านรับไม่ได้ และก็ไม่ชอบผู้หญิงคนนั้นเอามากๆ เลยจ้ะ พี่ก็ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นไปทำอีท่าไหน ท่านถึงได้เกลียดได้โกรธขนาดนั้น”

 “แล้วมีข้อตกลงอะไรกันบ้างคะพี่กิ่ง”

 “พี่ก็ยังไม่ได้ถามรายละเอียดอะไรมากนัก เพราะพี่ยังหาคนที่ถูกใจให้เขาไม่ได้น่ะจ้ะ พี่หามาให้เลือกเกือบจะเป็นร้อยคนแล้วนะ ก็ไม่โอเคเลยสักคน แต่พอเขาเห็นอริสปั๊บ เขาก็ถูกใจปุ๊บเลยจ้ะ”

 “เขาเห็นอริส เห็นที่ไหนคะ” เธอร้องถามเสียงหลง

 “ก็ผู้ชายคนเมื่อเช้าที่นั่งอยู่โต๊ะโน้นไงจ๊ะ จำได้ไหมจ๊ะ” กิ่งแก้วชี้มือไปที่โต๊ะทำงานที่ชายหนุ่มนั่ง

 “อ๋อ...อีตาคนนั้นน่ะหรือคะ”

 “ใช่จ้ะ เขาชื่อคุณอินทนนท์ กำลังทำปริญญาเอกอยู่ที่อเมริกาน่ะ รู้สึกว่าเขาจะจบแล้ว แต่รอรับปริญญาอยู่น่ะจ้ะ และเขาอยากพบเธอเพราะเขาต้องรีบกลับด้วยน่ะจ้ะ ถ้าเธอตกลงพี่ก็จะนัดให้ โอเคไหมจ๊ะ “

 “อินทนนท์...ว้าว...แค่ชื่อก็รู้สึกว่าสูงจนเกือบจะเสียดฟ้าแล้วนะคะ” เธอห่อปากทำตาโต ไหวไหล่นิดหนึ่งแล้วหัวเราะเบาๆ

อริสรานั่งนิ่งครุ่นคิดทันที ถ้าเธอทำงานนี้เธอจะมีค่ายาให้แม่ แม่คงจะอยู่กับเธอต่อไปได้อีก ถึงจะเป็นแค่ปีหรือสองปีก็ยังดี แต่ถ้าเธอไม่มีปัญญาหาเงินมารักษาแม่ต่อ แม่ก็อาจจะอยู่กับเธออีกไม่เกินปีนี้เท่านั้น น้ำตารื้นขึ้นกบตาทันทีเมื่อนึกสภาพของแม่ตอนที่ออกมาจากห้องผ่าตัดเมื่อตอนเย็น แม่นอนสลบนิ่ง ร่างกายผ่ายผอมลงจนแทบจะเหลือแต่กระดูก แม่ยังไม่รู้สึกตัวตอนที่เธอกลับออกมาจากโรงพยาบาล และยังต้องอยู่ในห้องไอซียู มีเครื่องช่วยชีวิตทั้งเลือด สายน้ำเกลือ ท่อออกซิเจน ระโยงระยางอยู่เหนือร่างกายของแม่เต็มไปหมด น้ำตาแห่งความอาทรร่วงรินลงน้อยๆ เธอรีบใช้มือปาดน้ำตาบนแก้มทิ้งทันที

คุณกิ่งแก้วมองหน้าอริสราอย่างนึกสงสารจับใจ และเข้าใจความรู้สึกของเธอดี เธอรู้ว่าอริสรารักแม่มาก ด้วยมีกันเพียงสองแม่ลูกเท่านั้น และเท่าที่รู้ทั้งสองไม่มีญาติที่ไหนอีกเลย

อริสราเงยหน้าขึ้น  “พี่กิ่งคะ ถ้าพี่เป็นอริส พี่จะตัดสินใจยังไงคะ”

คุณกิ่งแก้วมองสาวน้อยที่นั่งแยกขาออกจากกันนิดหนึ่ง และเท้าข้อศอกของตนเองลงกับหน้าขาเหมือนท่านั่งของเด็กหนุ่มอย่างที่เธอเห็นอริสราชอบนั่ง สาวใหญ่เอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนๆ

 “อริส..อย่าเชื่อในความคิดของคนอื่นสิจ๊ะ และอย่าเปรียบเทียบความรู้สึกของเรากับใครเพื่อที่จะตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ นะจ๊ะ พี่อยากให้อริสฟังคุณอินทนนท์ก่อนจ้ะ ว่าเขามีเงื่อนไขอะไรบ้าง แล้วเธอทำได้หรือเปล่า เพราะพี่ก็ยังไม่ได้คุยรายละเอียดในสัญญาว่าเขามีเงื่อนไขอะไรบ้างน่ะจ้ะ”

 “แล้วเขาเป็นคนยังไงคะ คุณอินทนนท์คนนี้น่ะค่ะ พี่กิ่งรู้ประวัติเขาไหมคะ” สีหน้าของผู้ตั้งคำถามเหมือนจะครุ่นคิดกังวล มากมายอยู่ในใจ

 “เขาเป็นเพื่อนนายกานต์จ้ะ พี่ถึงได้รู้จัก พี่เคยเห็นเขาบ้างตอนเขาเรียนปริญญาตรีด้วยกันที่อเมริกาน่ะจ้ะ พอปิดเทอมเขาก็จะกลับมาด้วยกัน คุณนนท์เขาก็มาเที่ยวกับนายกานต์ มาที่บ้านบ้าง ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด บ้านเขาน่ะรวยมาก คุณหญิงแม่เขาเป็นเจ้าของบริษัทบลูไดมอนด์ แล้วก็ร้านเพชรไดมอนด์ริงอยู่ที่อเมริกาด้วยน่ะจ้ะ บริษัทบลูไดมอนด์น่ะเจียระไนเพชรพลอย ส่งออก แล้วก็นำเข้าพวกเครื่องเพชรด้วย เขามีร้านจิวเวลรีอยู่แถวสุขุมวิทด้วยร้านหนึ่ง คือสรุปว่ามีธุรกิจอัญมณีทั้งส่งออกและนำเข้าเลยจ้ะ แล้วเขาก็เป็นลูกคนเดียวด้วยนะ เรียกได้ว่าเป็นลูกยอดที่คุณหญิงหวงเหมือนจงอางหวงไข่เลยละ” คุณกิ่งแก้วเอ่ยเล่าประวัติของอินทนนท์ให้หญิงสาวฟัง

 “อ๋อ..เป็นเพื่อนคุณกานต์หรือคะ เขาจะน่ารักและนิสัยดีแบบคุณกานต์หรือเปล่าก็ไม่รู้นะคะพี่กิ่ง” เธอเปรยขึ้นในตอนท้าย หลังจากนิ่งฟังคุณกิ่งแก้วเล่าประวัติย่อๆ ของเขาให้ฟัง

 “พี่เห็นเขามานานแล้ว ตั้งแต่เขายังเป็นวัยรุ่น เป็นผู้ชายที่เรียบร้อย บุคลิกดี นิสัยดีมากเลยจ้ะ พี่ชอบที่เขาไม่ถือตัว แต่ออกจะเป็นคนขรึมๆ สักหน่อย ไม่ค่อยพูดมากเหมือนนายกานต์ แล้วก็ไม่หน้าทะเล้น ทะลึ่งตึงตังแบบนายกานต์หรอก ดูเขาจะเป็นผู้ใหญ่เกินตัวไปสักหน่อยด้วยละ ถ้าอริสสนใจงานนี้ พี่จะโทร.บอกเขา และพรุ่งนี้อริสก็จะได้คุยกับเขาเองเลย ดีไหม”

 “ก็ดีค่ะ พรุ่งนี้อริสจะมาที่นี่สิบโมงนะคะ แต่ถ้าเขาเปลี่ยนใจยังไง พี่กิ่งช่วยโทร.บอกอริสด้วยนะคะ จะได้ไม่เสียเวลามา เพราะตอนนี้อริสกำลังมีงานด่วน และงานก็เยอะมากเลยค่ะ พี่ๆ ที่บริษัทเขาเห็นใจก็เลยส่งงานมาให้ทำ แต่มันก็มากเสียจนอริสไม่ทราบจะทำงานไหนก่อนไหนหลังเลยค่ะพี่กิ่ง” หญิงสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มเซียวๆ

 

มาติดตามกันค่ะว่าอินทนนท์จะมีข้อเสนออะไรและอริสราจะรับได้หรือไม่ นิยายเรื่องนี้น่ารักน่าลุ้น ทั้งดรามาโรแมนติก แถมแฟนตาซีอีกนิดด้วยค่ะ 

@,มาเป็นแฟนพันธ์แท้กันนะคะ มีรางวัลเป็นหนังสือ2เล่ม

และสำหรับคอมเม้นส์อีก1เล่มค่ะ 

โดยการสุ่มจับนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #26 huanahua (@huana) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 23:58
    ลุ้นค่าลุ้น ข่าวไหนมาก่อนนะ
    #26
    0
  2. วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 10:27
    น่าสนุก   รออ่านต่อนะคะ
    #1
    0