แผนร้าย กุศโลบายรัก (พิมพ์ครั้งที่2กับสนพปองรัก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 15,530 Views

  • 51 Comments

  • 173 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    17

    Overall
    15,530

ตอนที่ 10 : อินทนนท์เผยความรู้สึก100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    11 ต.ค. 60



เปิดจองกับสำนักพิมพ์ปองรักแล้วนะคะ


เครดิตภาพจากPostjung



10

อินทนนท์เผยความรู้สึก

 

ฟรานซิสมองหน้าชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่งอคว่ำอยู่ครู่หนึ่ง น้ำตาที่เก็บกลั้นไว้ก็ร่วงพรูพรายลงมา เมื่อเขายกสองแขนขึ้น เธอก็โผเข้ากอดอินทนนท์ไว้ เงยหน้าขึ้นเอ่ยถาม

 “นนท์...บอกฟรานมานะคะว่าอีนังนั่นเป็นใคร ทำไม...นนท์ถึงทำกับฟรานอย่างนี้คะ ฟรานไม่ยอมหรอกค่ะ ฟรานจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยเสียงสะอื้น

 “ฟราน...ผมจำเป็นจริงๆ นะ ยังไงผมก็ยังรักคุณไม่เปลี่ยนแปลง ผมทำเพื่อเรานะจ๊ะ ให้คุณแม่เปลี่ยนพินัยกรรมก่อน ผมก็จะหาทางเลิกกับอริส คุณต้องเชื่อผมนะคนดี” เขากอดเธอไว้แนบอกอย่างปลอบประโลม จูบซับน้ำตาให้อย่างสงสาร

 “นนท์ขา..แต่ฟรานรับไม่ได้ค่ะ ฟรานอายคนอื่น ใครๆ ก็รู้ว่าเราลึกซึ้งกันขนาดไหน พวกเพื่อนๆ นางแบบด้วยกันคงหัวเราะเยาะฟรานแย่เลย เมื่อวานพอใครๆ รู้ว่าฟรานกลับมาเมืองไทย ก็มีแต่คนโทร.มาบอกเรื่องของคุณกันทั้งนั้น ฟรานจะอยู่เมืองไทย แล้วมองหน้าใครได้คะ ฟรานอยู่ไม่ได้ ฟรานจะกลับอเมริกาค่ะ ฮือๆ” เธอต่อว่าต่อขานฟูมฟายน้ำตา

เขากอดประเล้าประโลมจนเธอหยุดร้องไห้ ฟรานซิสชวนเขาดื่ม และต่างก็มอบความสุขให้แก่กัน ก่อนกลับอินทนนท์เซ็นเช็คไว้ให้เธอห้าแสนบาทตามที่เธอขอ กว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบสว่าง เขาเดินไปก้มหน้ามองอริสราที่นอนอยู่ที่โซฟานิดหนึ่ง กลิ่นเหล้าที่ระเหยจากตัวเขาทำให้อริสราหลับตาแน่น นอนตัวแข็ง ทั้งที่ยังไม่ได้หลับเลยสักงีบเดียว

 

 บ่ายวันรุ่งขึ้น น้ำตาลขึ้นมาบอกเธอว่ามีแขกมาพบอินทนนท์ แต่เขาไม่อยู่ คุณหญิงก็มีรถมารับออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้า เธอจึงต้องลงมาต้อนรับแขกเอง และเมื่อเห็นแขกของอินทนนท์ เธอรีบร้องทักอย่างดีใจทันที

  “คุณกานต์...สวัสดีค่ะ...อริสนึกว่าใครมาหาคุณนนท์ คณนนท์ยังไม่กลับค่ะ ออกไปข้างนอกเมื่อตอนสายๆ น่ะค่ะ เชิญนั่งก่อนค่ะ” อริสราพากานต์ไปนั่งในห้องรับแขก

 “ผมเพิ่งมาจากเชียงใหม่น่ะครับ โทร.หาเจ้านนท์แต่มันไม่รับสาย ก็เลยขับรถมาที่นี่เสียเลย ว่าจะมาชวนไปหาอะไรทานนอกบ้านน่ะครับ แล้วอีกอย่างนึง ผมรู้ว่าอริสอยู่ที่นี่ ผมก็อยากจะมาเห็นว่าอริสสบายดีหรือเปล่า เอิ่ม...เราเป็นเพื่อนเก่ากันไม่ใช่เหรอครับ” กานต์เอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 “ขอบคุณค่ะที่คุณยังไม่ลืมเพื่อนอย่างอริส วันนี้คุณนนท์บอกว่าจะรีบกลับน่ะค่ะ เดี๋ยวก็คงกลับมั้งคะ รออีกสักครู่นะคะคุณกานต์”

 “เอ๊ะ..วันอาทิตย์ยังทำงานอีกหรือครับ เจ้านนท์จะขยันไปถึงไหนกัน”

 “ไม่ได้ไปทำงานหรอกค่ะ คุณนนท์มีธุระกับเพื่อนน่ะ”

กานต์ชายหนุ่มผิวสีทองแดง ตาคม รูปร่างสูง แต่งกายเนี้ยบ มองอริสราแล้วนึกในใจว่า อริสราเปลี่ยนไปมากมายอย่างที่พี่กิ่งบอกจริงๆ เธอสวยใสเหมือนลูกผู้ดีมีสกุล ไม่เหมือนอริสราคนที่เขาเคยรู้จัก

 “อริส...คุณเปลี่ยนไปมากนะครับ คุณสวยแปลกตาจนผมจำไม่ได้ นี่ถ้าผมไปพบอริสที่อื่นก็คงไม่กล้าทักแน่ๆ กลัวจะทักคนผิดน่ะ”

เธอย่นจมูกนิดหนึ่งและหัวเราะน้อยๆ  “อีกไม่นานอริสก็จะกลับไปเป็นอริสคนเดิม คนที่คุณกานต์เคยเห็นน่ะค่ะ”

 “ผมพอจะทราบเรื่องของอริสจากพี่กิ่งบ้าง ผมเห็นใจคุณนะ”

 “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อีกไม่นานทุกอย่างก็จบลงแล้ว อริสห่วงแต่แม่เท่านั้น ตัวเองจะเป็นยังไงก็ไม่ได้คิดมากหรอก แล้วแต่กรรมจะนำไป หึๆ” เธอเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มเยือน หัวเราะน้อยๆ แต่กานต์ก็ยังเห็นแววตาเศร้าสร้อย

 “อริสพูดเหมือนกับว่าทุกวันนี้อริสไม่มีความสุข ทั้งๆ ที่ผมคิดว่าอริสน่าจะมีความสุขนะ” เขาเอ่ยขึ้นคล้ายจะถาม แล้วมองไปรอบๆ เหมือนจะบอกว่าเธออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สุขสบาย

 “ก็ไม่ใช่ไม่มีความสุขหรอกนะคะ สุขกายน่ะค่ะ อริสกำลังทำงานนี่คะ ทุกอย่างที่เรากำลังเป็นอยู่มันก็เป็นเพียงแค่ฉากหนึ่งของละครเท่านั้นค่ะ” เธอบอกกับเขา และย้ำเตือนกับตนเองด้วย

 “อริส...ผมทราบ และก็ยังนึกเสียใจอยู่เสมอที่ไม่มีโอกาสได้ช่วยคุณ ผมไม่รู้ว่าอริสเดือดร้อนเรื่องแม่เลย อริสไม่เคยบอกผม และพี่กิ่งก็ไม่เคยบอก แล้วตอนนี้คุณแม่เป็นยังบ้างครับ”

อริสรามีสีหน้าสลดลงทันที  “ตอนนี้แม่ต้องไปอยู่ที่สถานพักฟื้นน่ะค่ะ ท่านมีอาการอย่างอื่นดีทุกอย่าง ยกเว้นสมองค่ะ อริสเห็นแม่นั่งเฉยๆ สายตาแม่ว่างเปล่าแล้วก็ทรมานใจมากเหลือเกิน ไม่ทราบจะช่วยให้แม่หายกลับมาเหมือนเดิมได้ยังไง แต่เวลาผ่านไปอริสก็เริ่มทำใจได้มากขึ้นน่ะค่ะ”

 “อริส...เมื่อหมดสัญญากับนายนนท์แล้ว หลังจากนี้อริสคิดจะทำอะไรต่อไป บอกผมได้ไหม”

 “ก็คงพาแม่กลับบ้าน แล้วก็หางานมาทำที่บ้าน จะได้ดูแลแม่ด้วยน่ะค่ะ” เธอบอกเขาแล้วเปลี่ยนเรื่องคุยทันที

 “แล้วตอนนี้ธุรกิจรีสอร์ตของคุณกานต์เป็นยังไงบ้างคะ”

 “เอ่อ ก็ดีครับ ตอนนี้หมดฤดูท่องเที่ยวก็เหงาๆ นิดหนึ่ง แต่มีแขกพักเกือบเต็มทุกวันนะครับ เรียกว่าก็พอไปได้ ถ้าอริสมีโอกาสไปเที่ยวผมจะให้อริสแนะนำเรื่องจัดสวน แล้วก็เรื่องการตบแต่งรีสอร์ตบ้าง”

 “ถ้ามีโอกาสนะคะ อริสจะพาแม่ไปเที่ยวค่ะ คงอีกไม่นานค่ะ อริสขอเบอร์โทร.ติดต่อไว้ได้ไหมคะ”

 “ได้สิครับ ยินดีอย่างยิ่งเลยนะครับ ผมอยากให้คุณไปเที่ยวจริงๆ นะอริส เมื่อถึงวันนั้นคงเป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดเลยละ” สายตาที่มองเธอเปิดเผยสิ่งที่อยู่ในใจ เขาหยิบนามบัตรในกระเป๋าส่งให้อริสรา เธอรับมาดูและถือไว้ในมือพลางส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม

 “ถ้าเป็นไปได้ อริสอยากทำธุรกิจรีสอร์ตอย่างคุณกานต์บ้างจังค่ะ”

 “ไปเป็นหุ้นส่วนกับผมไหมอริส ทำธุรกิจด้วยกัน ผมกำลังจะทำที่เชียงใหม่อีกที่หนึ่งนะ เป็นสาขาที่สองน่ะ ผมไปซื้อที่ไว้แล้ว กำลังจะลงมือสร้างแล้วละ”

 “เหรอคะ...ดีจังเลยค่ะ อริสดีใจด้วยนะคะ แล้วจะให้อริสลงหุ้นด้วยจริงเหรอคะ” เธอทำตาโต ยิ้มอย่างสดใสให้เขา

 “จริงสิครับอริส แค่อริสไปทำงานด้วยผมก็มีกำลังใจแล้วละครับ จริงๆ นะครับ” เขาเปิดเผยความในใจออกมาทันที สายตาเขามีประกายแห่งความหวังเจิดจ้าจนเธอรู้สึกได้ ซึ่งทำให้อริสราเก้อเขิน แก้มแดงปลั่งขึ้น

เสียงของอินทนนท์ดังเข้ามาก่อนเห็นตัว  “ว่าไงเจ้ากานต์ จะมาก็ไม่โทร.มาบอกล่วงหน้า”

 “อ้าว...บอกแกก็ไม่เซอร์ไพรส์สิวะ ว่าไงไอ้เสือ ยังเป็นหนุ่มเจ้าสำราญอยู่อีกเหรอ วันอาทิตย์ยังไม่อยู่ติดบ้านอีก ฉันว่าจะชวนแกไปหาอะไรกินนอกบ้านน่ะ กำลังคุยกับอริสสนุกอยู่เลย”

อินทนนท์หันหน้าไปมองเธอ และเห็นนามบัตรของกานต์ในมือของอริสรา “นายรู้จักกับอริสด้วยเหรอ”

 “รู้จักสิ เมื่อปีก่อนพี่กิ่งให้คุณอริสกับทีมงานของเธอไปจัดสวนให้ที่บ้านคุณแม่น่ะ คุณอริสจัดสวนได้สวยมาก ฉันยังติดใจ อยากให้ไปจัดให้ที่รีสอร์ตบ้างน่ะ ฉันจ้างคนมาทำแต่ไม่ถูกใจเลยว่ะ”

 “อริสเขาชอบจัดโน่นจัดนี่ ไม่ค่อยอยู่เฉย ตอนนี้ก็จัดสวนที่นี่เสียจนคุณแม่ปลื้ม ลงไปเดินเล่นทุกวันเลย”

 “นายก็ได้คนมาทำงานด้วย ได้ผลประโยชน์หลายอย่างเลยนะนายนนท์”

อินทนนท์หน้าเจื่อนไปนิดหนึ่ง ซึ่งกานต์ก็สังเกตเห็น อริสราจึงขอตัวไปดูอาหารค่ำในครัว เมื่อสองหนุ่มอยู่ด้วยกันตามลำพัง กานต์กระซิบถามอินทนนท์ทันที

  “เฮ้ยนนท์...ถามจริงๆ ว่ะ นายกับอริสเป็นอะไรๆ กันแค่ในนามเท่านั้นใช่ไหมวะ”

เขาพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะตอบ “ฮื่อ...ฉันจ้างเขามาเล่นละคร ไม่มีอะไรเกินเลยกันหรอกเพื่อน ฉันเป็นสุภาพบุรุษนะเว้ย”

 “ก็ดีที่ไม่มีอะไร”

 “หมายความว่าไงวะ”

 “อีกไม่นานอริสก็จะเป็นอิสระแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะลุ้นสิวะ” เขาตอบยิ้มๆ

 “นายเคยชอบอริสเหรอ”

 “เฮ้ย...ใครไม่ชอบก็บ้าแล้วละ อริสน่ารักจะตาย นิสัยก็ดี งานอะไรก็เก่งไปหมด ฉันชอบว่ะ...ฉันกับอริสความจริงก็เกือบจะสนิทกันนะ ตอนที่เธอไปจัดสวนให้ที่บ้านน่ะ ฉันกับอริสจะช่วยกันไปซื้อต้นไม้ ดอกไม้ หิน หญ้าอะไรต่อมิอะไรมาจัดสวน ทำให้ได้ใกล้ชิดเธอ แล้วก็เห็นอะไรๆ หลายอย่างที่เป็นตัวตนของผู้หญิงคนนี้ ทำให้ฉันชอบอริสขึ้นมาทันทีเลยว่ะ แต่พอดีฉันขึ้นไปทำรีสอร์ตที่เชียงใหม่ก็เลยห่างกันไป ลองชวนไปเที่ยวหลายครั้งแล้ว แต่ก็ติดว่าแม่ไม่สบายทุกที ฉันชอบอริสว่ะ ฉันฝากนายดูแลด้วยก็แล้วกัน” เขากล่าวกับเพื่อนยิ้มๆ อินทนนท์เมินสายตาหนี อ้อมแอ้มรับปากอยู่ในลำคอ

 “เฮ้ย...ทำท่าแบบนี้ไม่เต็มใจนี่หว่า หรือว่านายเกิดหวั่นไหวกับอริสขึ้นมาวะ” กานต์เอ่ยถามกึ่งกระเซ้า

 “เฮ้ย...บ้าน่ะ” เขาเอ่ยออกมาได้เพียงเท่านั้นไม่กล้าที่จะเอ่ยอะไรออกมาเต็มปากนัก

กานต์ชวนอินทนนท์กับอริสราออกไปดินเนอร์ อินทนนท์เดินออกมาหาอริสรา แล้วบอกให้เธอไปแต่งตัวเพื่อที่จะได้ออกไปด้วยกัน อริสราขึ้นไปแต่งตัวและรีบลงมา กานต์มองเธอทั่วตัว แล้วเอ่ยชมขึ้นทันที

 “อริส...คุณสวยแล้วก็น่ารักขึ้นมากนะ สวยกว่าเมื่อก่อนเป็นคนละคนเลยนะครับ พี่กิ่งบอกผมว่าคุณสวยมาก ผมยังไม่นึกว่าคุณจะสวยได้ขนาดนี้เลย” กานต์มองเธอแล้วเอ่ยชม สีหน้าและสายตาของเขาไม่ปิดบังความรู้สึก

 “คุณกานต์ชมซะอริสเขินเลยนะคะ เอิ่ม แล้วเมื่อก่อนอริสเป็นยังไงหรือคะ น่าเกลียดมากหรือคะ” เธอเอ่ยถามแล้วก้มมองตนเองนิดหนึ่ง

 “อริสไม่เคยน่าเกลียดในสายตาของผมเลยนะ อริสราคนก่อนสวยเท่ เก๋ไก๋ไปอีกแบบหนึ่งน่ะ เมื่อก่อนอริสเหมือนสาวอาร์ติสต์ แต่เดี๋ยวนี้สวยหวาน แล้วก็น่ารักเป็นคนละคนกับสาวมั่นคนนั้นเลยละครับ” กานต์กล่าวชมด้วยความจริงใจ สายตาเขาชื่นชม จนอินทนนท์รู้สึกขวางเพื่อน

และทำให้อินทนนท์ต้องหันไปมองเธอในชุดราตรีสวยหวาน ด้วยผ้าสีสวยใสเนื้อบางเบา กระโปรงบานย้วยพลิ้วพราย สั้นกว่าทุกชุดที่เขาเคยเห็นเธอสวมใส่ ตัวเสื้อมีระบายซ้อนกันที่แขนเหมือนกลีบดอกไม้บางๆ ทำให้เธอสวยใสน่ารักไปทั้งตัว เขานึกหมั่นไส้รอยยิ้มหวานที่เธอส่งให้กานต์ และนึกค่อนในใจ...

พอผู้ชายชมเข้าหน่อยก็ยิ้มเสียหวานจ๋อยเชียว หูตาก็แพรวพรายไม่ใช่เล่น โปรยเสน่ห์หรือไงกัน แล้วดูเจ้ากานต์สิ...มองอริสตาเป็นมันเชียว

 อินทนนท์เดินเข้าไปแตะเอว โอบประคองพาเธอเดินลงบันไดตึก กิริยาสวีตหวานที่เขาทำนั้น ทำให้อริสรานึกอายกานต์อยู่ไม่น้อย

 

เมื่อถึงห้องอาหารหรูในโรงแรมระดับห้าดาว อริสราบอกว่าเธอทานได้ทุกอย่าง และต้องการให้สองหนุ่มสั่งให้ทานมากกว่า ทั้งสองจึงจัดแจงสั่งอาหารทันที เมื่ออาหารถูกทยอยมาตั้งจนเต็มโต๊ะ สองหนุ่มจิบไวน์อย่างละเลียด คุยกันเบาๆ กานต์ตักอาหารใส่จานให้อริสราอย่างเอาใจ

 “นี่กุ้งอบซอสนะครับอริส อริสชอบทานกุ้งไม่ใช่เหรอ ผมจำได้นะ”

เธอมองเขาด้วยตาใสแป๋ว อมยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยถาม “คุณกานต์จำได้ด้วยเหรอคะ”

 “จำได้สิครับ วันนั้นเราสองคนไปซื้อต้นไม้กัน แล้วเลยไปทานต้มยำกุ้งที่ปทุมไงครับ คุณยังบอกว่า กุ้งเป็นของโปรดของอริส ผมจำได้เสมอนะครับ”

เธอคลี่ยิ้มหวานให้กานต์ ก่อนจะเอ่ย  “แต่อริสจำได้นะคะ อริสบอกกับคุณกานต์วันนั้นว่าถ้ามีคนเลี้ยง อะไรก็อร่อยทั้งนั้น ไม่เฉพาะกุ้งเสียหน่อย” เธอเอ่ยถึงความหลัง และยิ้มด้วยสีหน้าขันๆ กับเขาอีกครั้ง

อินทนนท์เอ่ยขวางลำขึ้น “อริสชอบให้คนเลี้ยง ฉันก็กะว่าจะเลี้ยงอริสไปเรื่อยๆ อยู่กันไปแบบนี้ก็มีความสุขดี” คำพูดของเขาซ่อนความหมาย ซึ่งอริสรู้ว่าเขาแกล้งแดกดันเธอ

 “ใครๆ ก็ชอบกันทั้งนั้นนี่คะถ้ามีคนเลี้ยง แต่อีกไม่กี่เดือนอริสก็คงต้องหาคนเลี้ยงใหม่แล้วละค่ะ” เธอศอกกลับเขาอย่างมีนัยเช่นกัน

  “อริส...ผมจะเลี้ยงอริสทุกมื้อเลย ถ้าอริสต้องการจะให้ผมเลี้ยง ผมเต็มใจและยินดีอย่างยิ่งเลยนะครับ” กานต์ก็ตอบอย่างรู้ความนัยนั้นเช่นกัน

 “อริสไม่ให้เลี้ยงฟรีหรอกค่ะ อริสจะไปทำงานให้ที่รีสอร์ตของคุณกานต์ดีไหมคะ ทำสวน รดน้ำต้นไม้ให้ อริสจะจัดสวนให้คุณกานต์ เอาให้สวยเลิศเลอเพอร์เฟ็กเลยค่ะ”

 “ผมกลัวว่าถึงวันนั้นจริงๆ อริสจะไม่ไปน่ะสิครับ” กานต์เอ่ยเหมือนจะหยั่งความรู้สึกของคนทั้งคู่อีกครั้ง

 “ต้องไปสิคะ เพราะเมื่อถึงวันนั้น อริสก็กลายเป็นคนตกงานแล้วนี่คะ”

 “ถ้าถึงวันนั้น อริสต้องการเงินเดือนเท่าไหร่ผมก็จะให้ครับ เอาอย่างนี้...ผมให้อริสเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของผมดีกว่านะครับ”

อินทนนท์ทะลุกลางปล้องขึ้นอย่างหมั่นไส้คนทั้งคู่ “งานฉันยังไม่เสร็จง่ายๆ หรอกนายกานต์ ฉันอาจจะต้องต่อสัญญากับอริสไปอีก ถ้าเรื่องอะไรๆ ยังไม่เรียบร้อย”

เธอหันมาตอบเขาทันที  “อริสจะทำงานแค่เวลาในสัญญาเท่านั้นค่ะ”

 “เสียใจนะอริส ถ้างานยังไม่จบคุณก็ต้องทำให้จบก่อน เรื่องของเราไม่ใช่งานในออฟฟิศที่คิดจะเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ คุณน่าจะรู้ดีนะ” เขาเอ่ยรัวด้วยน้ำเสียงห้วนๆ

 “ในสัญญาไม่ได้เขียนไว้สักหน่อยนี่” เธอท้วงขึ้นอย่างนึกโกรธ

กานต์เห็นท่าไม่ดีรีบเอ่ยชวน  “อิ่มกันแล้วก็ไปฟังเพลงกันต่อดีกว่านะ เรื่องงานค่อยคุยกันทีหลังดีไหม วันนี้เรามาเที่ยวพักผ่อน อย่าเพิ่งคุยเรื่องงานนะครับ ที่นี่นักร้องเยี่ยม ร้องเพลงดี เลือกเพลงซึ้งๆ มาร้องทั้งนั้นเลย ฟังเพลงจะได้ใจเย็นๆ ไปครับอริส ไปนายนนท์”

ใจของอินทนนท์คุกรุ่น เฝ้าถามตัวเองว่าเป็นเพราะอะไร วันนี้ถึงอารมณ์ไม่ดี หงุดหงิด ขวางหูขวางตา และรู้สึกหมั่นไส้อริสราขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ทำให้เขาไม่นึกอยากจะไปฟังเพลงต่อตามคำชวนของกานต์แม้แต่น้อย จึงเอ่ยถามเธอด้วยหวังว่าจะได้ยินคำปฏิเสธ

 แล้วอริสล่ะง่วงหรือยัง อยากกลับบ้านไหม หรือว่ายังอยากจะไปฟังเพลงต่อ” อินทนนท์ถามอย่างต้องการให้เธอเป็นคนตัดสินใจ

 “ไปฟังเพลงต่อดีกว่านะคะ วันนี้อริสยังไม่ง่วงเลยค่ะ อริสกำลังอยากฟังเพลงอยู่พอดีเลยค่ะ” เธอกล่าวพร้อมกับยิ้มเยือนน้อยๆ ให้เขาแล้วหันไปพยักหน้ากับกานต์ อินทนนท์รู้ว่าเธอแกล้งยั่ว แต่จำต้องยอมตกลงกับการตัดสินใจของเธอทั้งที่เขาอยากกลับเป็นที่สุด

 

ทั้งสามย้ายจากห้องอาหารมาที่ผับเพื่อฟังเพลง เก้าอี้โค้งครึ่งวงกลมเข้ามุมที่กานต์เลือกนั้น ทำให้อริสราต้องนั่งระหว่างชายหนุ่มทั้งสองอย่างเลี่ยงไม่ได้ อินทนนท์แอบจับมือของเธอไว้แน่น อริสราพยายามที่จะปลดมือเขาออกแต่ก็ไม่สำเร็จ

จะจับทำไมนะ...จับเสียแน่นขนาดนี้เมาหรือว่าแกล้งกันแน่ ทำหน้าขรึมไม่พูดไม่จา แอ็กอาร์ตจนน่าหมั่นไส้ หรือว่าอารมณ์เสียมาจากคู่รัก หายไปตั้งครึ่งวันยังอารมณ์เสียอีกเหรอ

บนเวที นักร้องสาวกำลังครวญเพลงรักหวานซึ้ง กานต์ฟังเพลงนั้นอย่างดื่มด่ำและลอบมองอริสราเป็นระยะ เมื่อเพลงจบ กานต์ก้มหน้าลงมาเอ่ยถามเธอ “เพลงนี้เพราะไหมครับอริส”

 “เพราะมากเลยค่ะ ชื่อเพลงอะไรคะนี่”

 “ฝากรักเอาไว้ในเพลงครับ เพลงเก่าแต่ก็มีความหมาย ผมอยากให้อริสรู้ถึงความหมายในเพลงนี้นะครับ อริสอาจจะเข้าใจ ใครบางคนที่อยู่ไกล” กานต์เอ่ยอย่างมีความหมาย

เธอแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อนความเขิน เอ่ยขึ้น “คุณกานต์ชอบฟังเพลงรักหวานๆ แบบนี้หรือคะ ดูโรแมนติกจังนะคะ ”

 “อริส...ถ้าอริสจะเข้าใจ อริสก็คงจะรู้ว่าผมหมายถึงอะไร เต้นรำกับผมได้ไหม” เสียงของกานต์อ้อนออดราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงหวานของเสียงเพลง

อินทนนท์ทำเหมือนไม่ได้ยินที่กานต์พูดกับอริสรา เขารีบลุกขึ้นยืนและเหมือนจะเซน้อยๆ

 “อริสไปเต้นรำกับผมสักเพลงสองเพลงสิ ไป...ขืนนั่งอยู่คงเมาแน่เลย”

เขาเอ่ยแล้วฉวยข้อมือเธอพาเดินออกไปที่ฟลอร์ ตระกองกอดกระชับแน่นไว้ในวงแขน กายแนบกายจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน อริสรารู้ว่าเขาแกล้งเธอ แต่เมื่อพยายามดันอกเขาออก เขาก็ยิ่งรั้งเอวเธอไว้แนบแน่นขึ้น นักร้องชายออกมาครวญเพลงรักหวาน น้ำเสียงเศร้าซึ้งและเนื้อเพลงไพเราะกินใจนั้น ทำให้เขาและเธอตกอยู่ในภวังค์เคลิบเคลิ้มตามเสียงเพลง 

 “อริส...ชอบเพลงนี้ไหม” อินทนนท์กระซิบถามเสียงแผ่ว

 “ชอบค่ะ แต่คุณอย่ากอดอริสแน่นขนาดนี้สิคะ อริสหายใจไม่ออก”

 “อริส..ผมอยากบอกคุณนะ ว่าผมหวงคุณกับเจ้ากานต์” เขาแอบจูบที่ใบหูเธอเบาๆ

 “ทำไมต้องหวงอริสกับคุณกานต์ล่ะคะ อริสรู้จักกับคุณกานต์มาตั้งนานแล้ว และคุณกานต์ก็เป็นเพื่อนคุณด้วยนี่คะ” เธอย้อนถามเขา

 “ผมหวงคุณกับผู้ชายทั้งโลกแหละ” เขาเอ่ยตอบพร้อมทั้งส่งสายตายืนยันความในใจ

 “แล้วถ้าอริสหวงคุณบ้างล่ะคะ”

 “ก็ดีสิ ผมอยากให้คุณหวงผม” เขาเอ่ยยิ้มๆ ส่งสายตาหวานวิบวับมองเธอ กลิ่นกายบุรุษเพศหอมอ่อนๆ มีเสน่ห์ของเขา ซึมซาบลงสู่หัวใจของอริสรา เขากระซิบถามขึ้นอีก

 “อริสรา...แล้วคุณจะหวงผมไหม บอกผมสิ...”

 “อริสไม่มีสิทธิ์จะหวงหรอกค่ะ เราจะไม่ผูกพันกันเกินไปกว่านี้” เสียงของหญิงสาวแผ่วเศร้า ทำให้เขาจดปลายจมูกที่ริมแก้มนวล

 “ผมพยายามแล้วนะอริส ที่จะไม่ผูกพันกับคุณ แต่ไม่สำเร็จ” เขายังคงกระซิบเสียงแผ่วพร่า ทำให้หัวใจของหญิงสาวเอิบซ่าน และสลดเศร้าลงในคราวเดียวกัน เธอจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง

 “อริสเมื่อยแล้วละค่ะ”

 “อริส..ผมไม่ให้คุณเต้นรำกับนายกานต์ จำไว้นะว่านี่เป็นคำสั่ง” เสียงออกคำสั่งจริงจัง ทำให้เธอทอดสายตาสบตาคมกล้า ที่บอกความรู้สึกในใจมากมาย

เขาพาเธอกลับมาที่โต๊ะ กานต์ก้มลงถามอริสราเบาๆ “อริส...เต้นรำกับผมได้ไหม”

อินทนนท์เอื้อมมือมาจับมือเธอบีบไว้อีกครั้งดังจะส่งสัญญาน ทำให้เธอต้องปฏิเสธ

 “ขอโทษนะคะ อริสปวดขาน่ะค่ะ อริสไม่ค่อยได้ใส่รองเท้าส้นสูงนานๆ แบบนี้ คุณกานต์คงไม่โกรธนะคะ”

 “อริสรา...แล้วสักวันผมจะขอให้คุณเต้นรำกับผม ผมหวังว่าวันนั้นคุณคงเต็มใจนะครับ” กานต์เอ่ยอย่างเข้าใจความรู้สึกของเธอ

 “ค่ะ” เธอรับปากเบาๆ ปรายตามองอินทนนท์นิดหนึ่ง เขายกแก้วไวน์ขึ้นจิบ ทำไม่รู้ไม่ชี้เหมือนกำลังฟังเพลงรักหวานอย่างเคลิบเคลิ้ม ทั้งที่ตั้งใจฟังทั้งสองคนคุยกัน ซึ่งอริสรารู้ดีเพราะเขายังคงจับมือเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย อริสราจึงแสร้งหันหน้าไปคุยกับกานต์

 “คุณกานต์จะกลับเมื่อไหร่คะ”

 “ก็คงอีกหลายวันน่ะครับ”

 “ขึ้นๆ ล่องๆ ไม่เบื่อการเดินทางหรือคะ”

 “คนโสดก็อย่างนี้ละครับ เรื่อยเปื่อย ถ้าแต่งงานเมื่อไหร่ก็คงอยากจะอยู่เป็นที่เป็นทางกับเขาบ้าง” เสียงชายหนุ่มเอ่ยบอกความในใจให้เธอรับรู้

 “แล้วทำไมคุณกานต์ยังไม่แต่งงานล่ะคะ เห็นพี่กิ่งบอกว่าคุณเนื้อหอม มีสาวๆ ตั้งหลายคนนี่คะ”

 “แหม...พี่สาวผมนี่ขายน้องชายเสียแล้ว ผมยังไม่ได้ปลงใจกับใครเลยครับอริส ความจริงแล้วผมกะว่าจะรออริสน่ะครับ”

เขากระซิบกับเธอในประโยคสุดท้าย อริสราถึงกับนิ่งอึ้ง ปรายตามองอินทนนท์นิดหนึ่ง เพราะเกรงว่าเขาจะได้ยินประโยคนั้นของกานต์ เธอเห็นอินทนนท์กระดกไวน์ในแก้วลงคอแทนการจิบ และมีทีท่าว่าจะเมาแล้วด้วย

เธอหันไปเอ่ยกับเขา “คุณนนท์คะ...คุณดื่มมากไปแล้วนะคะ เดี๋ยวก็เมาหรอกค่ะ”

 “อ้าว...ผมเมาคุณก็พาผมกลับได้นี่อริส ผมมีความสุข ผมก็อยากเมาน่ะสิ” เสียงเขาเริ่มจะอ้อแอ้

 “เฮ้ย...เจ้านนท์ แกเมาแล้วนะโว้ยเพื่อน”

 “เมาก็ไม่เป็นไรหรอกเพื่อน เดี๋ยวเมียฉันก็ขับรถพากลับเองน่ะแหละ”

เขาเอ่ยคำว่าเมียออกมาอย่างเต็มปากเต็มคำ ทำให้อริสราหน้าร้อนผ่าวขึ้นทันที กานต์มองหน้าอริสราอย่างอยากรู้ความในใจของเธอ เขาเห็นเธอเม้มริมฝีปากนิดหนึ่ง และแอบผ่อนลมหายใจออกมาน้อยๆ เพื่อไม่ให้เขาสังเกตเห็น อินทนนท์เทไวน์ลงในแก้วแล้วกระดกจนเกลี้ยง

 กานต์เห็นสายตาของอริสราที่มองอินทนนท์มีแววอาทรมากมาย เธอเอื้อมมือไปดึงแก้วไวน์จากอินทนนท์เพื่อยุติการดื่มของเขา อินทนนท์หันกายมาซบหน้าลงกับบ่าของเธอ ในที่สุด กานต์กับอริสราก็ต้องพยุงเขามาขึ้นรถ

 

อริสราขับรถพาเขากลับบ้าน และต้องเข้าพยุงเขาขึ้นไปบนบ้านอย่างทุลักทุเล เธอพาเขาไปที่เตียง เมื่อเขาล้มกายลงนอน สองแขนหนาก็รวบกายเธอไว้ ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในอ้อมกอด อินทนนท์กอดเธอไว้นิ่งๆ อริสราใจสั่นระริกพยายามลุกผลักอกเขาออก และลุกขึ้นจากเตียง แต่อินทนนท์ยังคงไขว่คว้ากายเธอกอดไว้

 “คุณนนท์คะ ปล่อยอริสสิคะ อริสจะไปหาผ้ามาเช็ดหน้าให้ จะได้สร่างเมานะคะ” เธอเอ่ยแล้วหมุนกาย รีบลุกผลุนผลันจากเตียงนอนเข้าไปในห้องน้ำ นำผ้าชนหนูชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้เขา อินทนนท์จับมือเธอไว้ และค่อยๆ ยันกายขึ้นนั่งที่ข้างเตียง ฉวยมือเธอไว้ อริสราดึงมือกลับและถอยห่างออกมา

 “ชื่นอกชื่นใจสินะที่ได้พบคนเคยรู้ใจ” เสียงประชดประชันของเขาอ้อแอ้

 “ก็เป็นธรรมดาของนกที่อยู่ในกรงนี่คะ เวลามีนกตัวอื่นบินมาเยี่ยมเยียนบ้างก็รู้สึกดีใจน่ะค่ะ” เธอโต้กลับอย่างหมั่นไส้

 ใช่สิ...หน้าบานเป็นจานเชิง ยิ้มจนตาเป็นประกายหวานเยิ้มแทบจะหยด” เขาเอ่ยถากถาง

 “ก็คงคล้ายๆ กับคุณน่ะแหละค่ะ พอออกจากบ้านไปพบคนที่รู้ใจมาก็แช่มชื่นเหมือนยืนอยู่บนเนินเขา” เธอโต้กลับทันที พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยบางๆ

 “คุณรู้ได้ยังไงว่าผมไปไหนมา”

 “คงไม่ต้องให้เดามั้งคะ”

เขาหันหลังให้เธอเหมือนจะเคือง แล้วล้มตัวลงนอน ‘โธ่เอ๊ย... จี้จุดถูกใจดำเข้าหน่อยทำเป็นโกรธหน้าคว่ำ หึ...ก็จริงนี่ คงจะสุขสมกลับมาละสิ เห็นหวานใจโทร.มาตามถี่ยิบตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว น่าจะค้างด้วยกันให้หมดเรื่องหมดราว จะกลับมาทำไมล่ะ

 

 


*อินทนนท์เริ่มจะว้าวุ่นใจแล้วสินะ คราวนี้จะเลือกใครดีล่ะซุปเปอร์โมเดลอย่างฟรานซิสหรือหรือสาวใสๆอย่างอริสรา ในเมื่อเขาเริ่มรักพี่เสียดายน้องเสียแล้ว และยังมีกานต์เป็นตัวแปรแทรกเข้ามาอีกอย่างนี้อริสจะรอดไหม มาติดตามค่ะรับรองความสนุก*

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #18 huanahua (@huana) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 12:34
    ถ้าทางคุณนนท์จะต้องคิดไม่ซื่อหาวิธีดึงอริสแน่เลย
    #18
    0
  2. #17 ขอให้สมปรารถนา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 10:06
    จะไม่ได้งานใหม่นะสิ
    #17
    0