แผนร้าย กุศโลบายรัก (พิมพ์ครั้งที่2กับสนพปองรัก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 15,530 Views

  • 51 Comments

  • 173 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    17

    Overall
    15,530

ตอนที่ 15 : เจ็บเกินกว่าที่จะเอ่ยคำใด100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    9 พ.ย. 60



เปิดจองในราคาสำนักพิมพ์แล้วนะคะ กำหนดส่งสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ค่ะ 





15


เจ็บเกินกว่าที่จะเอ่ยคำใด

 

วันรุ่งขึ้นหลังจากที่อินทนนท์และคุณหญิงไปบริษัทแล้ว อริสราก็ขับรถไปหากิ่งแก้วที่สถาบันเสริมความงาม ทำให้สาวใหญ่ร้องทักอย่างดีใจ

 “พี่กำลังคิดถึงอริสอยู่พอดีเลยจ้ะ อยากจะไปเที่ยวหาแต่ก็ไม่เวลาเลย ตอนนี้มีเด็กๆ มาเข้าคอร์สเตรียมเข้าประกวดกันหลายคนทีเดียว พี่ก็ต้องขึ้นไปเทรนเองบ้างน่ะ

 “อริส...ก็คิดถึงพี่กิ่งนะคะ พอดีช่วงนี้ไม่ค่อยได้ไปไหน เพราะยังมีอาการแพ้อยู่น่ะค่ะ

 “พี่ดีใจด้วยนะที่อริสมีลูกกับคุณนนท์ ต่อไปนี้อริสก็เป็นตัวจริง เป็นคุณนายของบลูไดมอนด์แล้วละอริสฟังคุณกิ่งแก้ว แล้วก้มหน้าลงน้อยๆ

กิ่งแก้วมองหน้าเธออย่างสำรวจแล้วถามขึ้นอย่างสงสัยในท่าทีของเธอ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าจ๊ะ ...อริส ทำหน้าเศร้าอย่างนี้น่ะ บอกพี่สิจ๊ะ

เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นเบาๆ พี่กิ่งคะ อีกไม่กี่วันสัญญาของอริสกับคุณนนท์ก็จะหมดแล้วนะคะ

กิ่งแก้วมองเธออย่างแปลกใจ ก่อนจะกระชั้นเสียงถาม อะไรกันจ๊ะอริส เธอยังมาคิดเรื่องสัญญาบ้าๆ ฉบับนั้นอีกเหรอ หรือว่าคุณนนท์เขาพูดขึ้นมา บอกพี่สิ

 “เปล่าค่ะ เขาก็พูดคล้ายๆ กับที่พี่กิ่งพูดค่ะ เขาไม่อยากให้อริสพูดเรื่องสัญญานั่นอีก

 “ก็เขารักเธอนะอริส คุณนนท์เขาโทร.คุยกับพี่ เขาก็ยืนยันกับพี่นะจ๊ะว่าเขารักเธอ และต้องการจะอยู่กับเธอ เพียงแต่เขาขอเวลาจัดการเรื่องอดีตของเขาสักพักหนึ่งเท่านั้นนี่

 “แต่พี่กิ่งคะ...อริสตัดสินใจแล้วค่ะว่าอริสจะไปจากเขาเธอเอ่ยยืนยันด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

กิ่งแก้วนิ่งงันไปครู่หนึ่งมองหน้าเธอ เธอไม่รักคุณนนท์หรือจ๊ะ ถึงได้พูดอย่างนี้ พี่รู้นะว่าอริสก็รักคุณนนท์ และรักมาตั้งนานแล้วด้วย อย่าปฏิเสธพี่นะ

อริสรามองหน้ากิ่งแก้ว สายตาของอริสราเศร้าจนกิ่งแก้วรู้สึกใจหาย ก็เพราะอริสรักเขา รักเขามากเหลือเกินค่ะ พี่กิ่งคะ...เขาเป็นคนที่ทำให้อริสรู้จักความรัก และรู้แล้วว่ารักทำให้เป็นทุกข์

 “แล้วทำไม ทำไม..เอ่อ...พี่ไม่เข้าใจที่อริสพูดเลยนะ รักแล้วทำไมจะต้องไป ในเมื่อคุณนนท์เขาก็รักเธอ ต้องการเธอ หรือว่าอริสคิดเรื่องที่แม่นั่นสัมภาษณ์ออกทีวี

 “อริสคิดหลายๆ เรื่องหลายๆ อย่างค่ะ อริสรู้ว่าคุณนนท์ลำบากใจที่จะเลือกระหว่างอริสกับคุณฟราน เขาเครียด เขาถูกกดดัน และอริสก็ไม่อยากให้เขาเลือกอริสเพราะลูกค่ะ อริสไม่ต้องการให้ลูกเป็นเงื่อนไขให้เขาตัดสินใจค่ะพี่กิ่ง

กิ่งแก้วมีสีหน้าไม่สบายใจขึ้นมาทันที อริส...พี่เข้าใจว่าเธอไม่ต้องการให้เขาเลือกเธอเพราะเธอมีลูก แต่ต้องการให้เขาเลือกเธอ เพราะว่าเขารักเธอใช่ไหม พี่เข้าใจถูกไหม

 “ค่ะอริสราสารภาพ

คุณกิ่งแก้วขมวดคิ้วเข้าหากัน มองหน้าเธออย่างยุ่งยากใจ อริส...แล้วเธอแน่ใจได้ยังไง ว่าเขารักผู้หญิงคนนั้นมากกว่าเธอล่ะ

 “อริส...ไม่ทราบ แต่อริสก็แน่ใจว่าเขายังรักกัน ใครจะตัดใจจากคนที่เคยรักได้ง่ายๆ คะ คุณนนท์เขาลงทุนจ้างอริสก็เพราะเขารักคุณฟรานมาก พี่กิ่งก็ทราบนี่คะ แล้วจะมีเหตุผลอะไรที่เขาจะเลิกรักกัน เขาคงกำลังลำบากใจที่จะต้องเลือกมารับผิดชอบอริส เขากำลังถูกกดดันจากคุณแม่ของเขาอีกด้วย มันคงไม่ยุติธรรมที่อริสจะยังอยู่ และเป็นต้นเหตุให้เขาลำบากใจ

 “แล้วเธอจะเลิกกับเขา แล้วกลับมาอยู่บ้านน่ะเหรอ อริสคิดสิจ๊ะว่ามันจะพ้นเสียเมื่อไหร่ล่ะ คุณนนท์เขาก็คงตามมาอยู่กับเธอ ตามมางอนง้อจนที่สุดเธอก็ต้องกลับ พี่ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรเลย มันจะกลายเป็นว่าอริสใช้ลูกเป็นเครื่องต่อรองไปเสียอีกน่ะสิคุณกิ่งแก้วให้ข้อคิด

 “อริสไม่กลับไปอยู่บ้านหรอกค่ะ อริสจะหนีไป ไม่ให้เขาตามเจอเธอเอ่ยพร้อมทั้งมองหน้าคุณกิ่งแก้วอย่างตัดสินใจแล้ว

กิ่งแก้วเห็นแววตาของอริสราแล้วใจหายวูบทันที เพราะแววตาของเธอนั้นฉายความเด็ดเดี่ยวจากการตัดสินใจ ซึ่งเป็นการตัดสินใจของอริสรา เด็กสาวในอดีตที่ไม่เคยยอมแพ้โชคชะตา

  “อริส...จะหนีไปไหน หนีไปทั้งที่ยังท้องยังไส้อยู่อย่างนี้น่ะเหรอ อย่าเชียวนะ...อริสพูดให้พี่เป็นห่วงและไม่สบายใจเลย บอกพี่สิว่า...เธอจะหนีไปไหน

 “ที่อริสมาหาพี่กิ่ง ก็เพราะอยากให้พี่กิ่งช่วยอริสเรื่องนี้น่ะค่ะ อริสต้องการไปจากกรุงเทพฯ อริสจะไปหาที่ที่จะทำรีสอร์ตของตัวเองเล็กๆ แล้วก็มีชีวิตเงียบๆ อยู่กับลูก นี่แหละค่ะคือความฝันที่อริสคิดมาตลอดเวลาหลายวัน

 “อริส...เธอหนีคุณนนท์ไปไหนก็ได้นะ เพราะเธอมีเงินแล้ว แต่จำพี่ไว้นะว่าเธอหนีใจตัวเองไม่ได้ เธออาจจะทุกข์เพราะรัก เพราะอาลัยเขากว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้เสียอีก และมันจะทรมานเธอเจียนตายเชียวละ

 “แต่อริสตัดสินใจแล้วค่ะพี่กิ่ง ตั้งแต่อริสรักเขา อริสเป็นทุกข์อย่างที่สุด รอการกลับบ้านของเขาแทบทุกคืนทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาไปไหนอยู่กับใคร แต่เราไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดอะไร และก็ต้องทำเหมือนกับว่าเราไม่ได้รอ ไม่ได้แคร์ ทั้งๆ ที่หัวใจเราเจ็บปวด แหลกลาญแทบไม่มีชิ้นดี ให้อริสตายไปเสียยังดีกว่าที่จะอยู่อย่างทรมานอย่างนี้ค่ะพี่กิ่งเธอเอ่ยสารภาพความรู้สึก น้ำตาร่วงพรูพราย โถมเข้ากอดคุณกิ่งแก้วไว้

  “ช่วยอริสด้วยค่ะพี่กิ่ง อริสไม่เห็นใครอีกแล้ว อริสไม่มีใครเลยที่จะหันหน้าไปหา อริสอยู่ในสภาพอย่างนี้อีกไม่ได้แล้วค่ะ

คุณกิ่งแก้วกอดเธอไว้ด้วยหัวใจสลดหดหู่ สาวใหญ่เข้าใจความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลของอริสรา หญิงสาวผู้ใสซื่ออ่อนต่อโลก ที่ตนเองมีส่วนผลักดันให้ต้องได้รับชะตากรรมอย่างที่เป็นอยู่นี้

  “อริส...พี่จะช่วย แต่พี่ขอร้องอย่าคิดสั้นเป็นอันขาด ให้พี่คิดสักวันสองวันได้ไหม ว่าจะหาที่ที่ไหนที่อริสจะไปอยู่จนกระทั่งคลอด แล้วก็หาที่ที่อริสคิดจะทำรีสอร์ตน่ะจ้ะ พี่จะลองปรึกษาเพื่อนๆ และตากานต์ดูนะ

 “อริสขอบคุณพี่กิ่งมากค่ะ และหวังว่าพี่กิ่งและคุณกานต์คงจะเมตตาช่วยอริสนะคะเธอเอ่ยด้วยน้ำตาและพนมมือกราบลงบนบ่าคุณกิ่งแก้ว

 “พี่ต้องช่วยสิจ๊ะอริส ทำใจดีๆ นะ กลับไปนอนให้หลับ ทำใจให้สบาย และก็เป็นห่วงเจ้าตัวเล็กในท้องให้มากๆ ทุกปัญหาต้องมีทางออกจ้ะ พี่จะรีบช่วยเธอนะ

เมื่ออริสรากลับไปแล้ว คุณกิ่งแก้วนั่งจมอยู่กับความคิด เธอกลุ้มใจเครียดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก และครู่หนึ่งเธอตัดสินใจเปิดลิ้นชัก หยิบสมุดเก็บนามบัตรขึ้นมา แล้วกดเบอร์พูดโทรศัพท์อยู่ครู่ใหญ่

 

อริสรากลับออกมาจากออฟฟิศของคุณกิ่งแก้ว และขับรถมาจอดที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง เดินหาร้านขายเสื้อผ้าคนท้องไปเรื่อยๆ นึกถึงเมื่อเช้าที่อินทนนท์คุยกับเธอ

  ‘อริส เย็นนี้คุณไปหาผมที่ทำงานนะ ผมจะพาคุณไปเดินซื้อชุดคลุมท้องด้วยกัน เพราะตอนกลางวันผมนัดทานข้าวกับลูกค้าน่ะจ้ะ คุณขับรถไหวไหม หรือว่าจะให้ส่งนายชมมารับดีจ๊ะ

 ‘ไม่เป็นไรค่ะอริสยังไม่รีบ ไว้พรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ หรือว่าอริสไปเดินซื้อคนเดียวก็ได้นี่คะ

 ‘ไม่นะจ๊ะอริส ผมไม่อยากให้อริสไปเดินคนเดียวหรือไปไหนมาไหนคนเดียว เดี๋ยวเกิดหน้ามืดเป็นลมขึ้นมาจะทำยังไง อริสอย่าทำให้ผมเป็นห่วงสิเขาเข้ามานั่งลงข้างๆ กอดเธอไว้ อริสรานิ่งเงียบไม่ได้รับคำอะไร เขาเห็นเธอเงียบก็ร้อนตัว รีบพูด

 ‘โกรธผมเหรอจ๊ะอริส

 ‘เปล่านี่คะ อริสก็ยังไม่ได้รีบใส่ อีกวันสองวันให้คุณว่างก่อนก็ได้ค่ะ

 ‘อริส..อย่าคิดอะไรมากนะจ๊ะ ทำใจให้สบายๆ นะ ไม่ต้องลงไปทำสวนอีกละ อ่านหนังสือแม่และเด็กที่ผมซื้อมาให้นะ แล้วก็เก็บไว้เล่าให้ผมฟังบ้างว่าหมอที่เขียนเขาบอกให้เราทำอะไรบ้าง ผมไม่ค่อยมีเวลาอ่านน่ะ

 ‘ค่ะเธอเงยหน้าขึ้นมองเขานิดหนึ่ง คุณนนท์คะ...อริสทำให้คุณต้องลำบากใจใช่ไหมคะ

  ‘ลำบากใจเรื่องอะไรจ๊ะเขาเอ่ยถาม สีหน้าขมวดมุ่น

 ‘ลำบากใจที่ต้องมารับผิดชอบอริสกับลูกน่ะค่ะ

 ‘ไม่เอา ไม่คิดอย่างนี้จ้ะ ผมมีความสุขมากนะที่มีคุณมีลูก ผมอบอุ่นและรู้สึกมีกำลังใจที่จะทำงานมากขึ้น อย่าไปคิดเรื่องไร้สาระสิจ๊ะ อริสโตแล้วต้องคิดอย่างมีเหตุมีผล อย่าใช้อารมณ์ตัดสินนะจ๊ะ

 ‘อีกไม่กี่วันก็วาเลนไทน์แล้วนะคะเธอเปรยขึ้น

 ‘จ้ะ อริสอยากได้อะไรพิเศษไหม แต่ผมเตรียมของขวัญไว้ให้คุณแล้วนะเธอส่ายหน้าน้อยๆ

 ‘คุณให้ลูกกับอริสแล้วไงคะ แค่นี้ก็เป็นของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับอริสแล้วละค่ะ

 ‘งั้นผมไปทำงานก่อนนะอินทนนท์เอ่ยแล้วจดริมฝีปากลงบนหน้าผากเธอ

อริสราเดินดูเสื้อผ้าตามร้านในห้างหรูแห่งนั้น และเลือกซื้อชุดคลุมท้องได้สี่ห้าชุด เธอเดินหาร้านอาหารเพราะรู้สึกกระหายน้ำอย่างเหลือเกิน เธอเห็นร้านกาแฟแบรนด์ดังจึงรีบเดินเข้าไป แต่คนเต็มร้านแทบไม่มีโต๊ะว่างด้วยเป็นเวลาเที่ยงพอดี ทำให้เธอเดินกลับออกมา ขณะกำลังจะเดินเลยร้านนี้ไป สายตาของเธอก็สบตาเข้ากับชายคนที่กำลังมองมาที่เธอพอดีเช่นกัน เขาคนนั้นกำลังอ้าปากน้อยๆ ขึ้นรับเค้กจากช้อนที่มีหญิงผู้หนึ่งกำลังป้อนใส่ปากให้ สายตาที่ทอดสบกันนั้นทำให้เขาชะงักนิดหนึ่ง

 อริสราตัวชาดิก แขนขาเหมือนจะถูกตรึงไว้กับที่ หัวใจเหมือนจะหยุดเต้นจนต้องยกมือขึ้นมาทาบไว้ เมื่อได้สติก็หมุนตัวกลับ เดินจ้ำเร็วๆ ออกไปจากตรงนั้นทันที จนมาถึงรถตัวเองได้ยังไงก็แทบจะจำไม่ได้ เธอสตาร์ตรถด้วยมือที่สั่นน้อยๆ ถอยรถออกมา และขับกลับอย่างรวดเร็ว กลับมาถึงบ้านสราญฤทัยได้ยังไงก็แทบจะไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ

พอจอดรถที่หน้าตึกได้เท่านั้น น้ำตาก็พรั่งพรูออกมามากมาย น้ำตาที่กบตาทำให้เธอมองไม่เห็นใครกระทั่งน้ำตาลที่วิ่งสวนลงมารับเธอที่หน้าตึก เสียงสะอื้นน้อยๆ อย่างหมดความอดทนอดกลั้นอีกต่อไป ทำให้น้ำตาลมองเธออย่างตกใจ

อริสราวิ่งขึ้นบันไดไปบนห้องนอน ซุกกายลงบนที่นอน ซบหน้าลงกับหมอนสะอึกสะอื้นด้วยความเจ็บช้ำที่เต็มหัวใจ เธอเจ็บจนเกินจะบอกใครได้

แม่นงค์เดินเบาๆ เข้ามาใกล้ แตะมือลงบนไหล่ที่ไหวสะเทือนของเธอน้อยๆ เอ่ยถามด้วยเสียงอ่อน

 “คุณอริสขา..เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ร้องไห้ทำไม บอกแม่นงค์สิคะคนดี

เสียงปลอบของแม่นงค์ยิ่งเพิ่มความเจ็บช้ำกระหน่ำลงอีก เธอลุกขึ้นและโผเข้ากอดแม่นงค์ไว้

 “แม่นงค์...แม่นงค์ขาเธอเรียกด้วยเสียงที่ปนสะอื้น

 “โถ...แม่คุณเป็นอะไรคะ บอกแม่นงค์สิ ร้องไห้เสียจนสะอื้นเฮือกๆ อย่างนี้ ใครว่าอะไรให้เจ็บช้ำน้ำใจมาหรือคะ บอกแม่นงค์สิคะคนดี

อริสรายังคงซบหน้าสะอื้นอยู่กับอกของแม่นงค์ ไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใด ด้วยตนเองรู้สึกร้าวราน หัวใจแหลกสลายเกินกว่าที่จะเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้ เธออยากจะบอกแม่นงค์ว่าเธอเจ็บปวดแค่ไหน แต่ก็เหมือนคำพูดนั้นเป็นเพียงก้อนสะอื้นที่เธอจำต้องกลืนเก็บไว้ในอก

 “คุณอริสบอกแม่นงค์สิคะว่าเกิดอะไรขึ้น ระบายความในใจให้แม่นงค์ฟังบ้างสิคะ เผื่อจะสบายใจขึ้นบ้างไงคะ เก็บไว้คนเดียวไม่ดีหรอกนะคะ เชื่อแม่นงค์สิคะ

อริสราไม่สามารถที่จะเอ่ยคำใดออกมา เธอเจ็บเกินไปที่จะบอกแม่นงค์ถึงสิ่งที่เธอเห็น สายตาของอินทนนท์มีประกายแห่งความสุขเมื่ออ้าปากขึ้นรับเค้กในช้อนเล็กๆ ที่ฟรานซิสกำลังป้อนให้ นี่ไงล่ะ ที่เขาบอกว่าไปกับลูกค้า เขาโกหกเราทำไม เห็นแล้วไม่ใช่หรือว่าแววตาและรอยยิ้มของเขายามที่อยู่กับคนที่เขารักนั้น เปี่ยมไปด้วยความสุขแค่ไหน การตัดสินใจจากไปเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว เพราะที่เขาปฏิบัติต่อเราก็เพราะลูกเท่านั้น เขาไม่เคยรักเราเลยแม้แต่น้อย เราจะด้านอยู่อย่างไร้ศักดิ์ศรีเพื่ออะไร

 “คุณอริสขา ร้องไห้หนักอย่างนี้ ต้องมีเรื่องสะเทือนใจจากคุณฟรานใช่ไหมคะ บอกแม่นงค์สิคะเธอไม่ได้ยินเสียงของแม่นงค์ที่เอ่ยถามแม้แต่น้อย

 อีกไม่กี่วันก็จะหมดสัญญาที่เขาจ้างมาเป็นเมียกำมะลอแล้ว จะคิดยึดเหนี่ยวเขาไว้เป็นของตัวเองหรือไง จะทนอยู่ทั้งที่เขาไม่ได้รัก จะทนอยู่เพราะความสุขบนกองเงินกองทองของเขา แล้วก็หลอกตัวเองว่าเขารักหรือไงอริสรา เลิกคิดยึดติดกับตัวเขากับทรัพย์สมบัติของเขาได้แล้ว เราต้องย่างเท้าออกไปจากที่นี่เพื่อเผชิญกับความเป็นจริงได้แล้ว ลืมเสียว่าเคยรักเขา ลืมเสียว่าเขาบอกว่ารักเรา มันเป็นแค่เพียงความใกล้ชิดเท่านั้น มันเป็นเพียงอุบัติเหตุที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น มองดูสิ...อริสรา ก็เห็นอยู่กับตาตัวเองแล้วนี่ว่าเขารักผู้หญิงคนนั้นแค่ไหน จะยังรีรออาวรณ์อาลัยเขาอยู่ทำไม แต่เราก็ตัดสินใจที่จะไปแล้วนี่อริส แล้วจะเสียใจทำไมอีกล่ะ

อินทนนท์ผลุนผลันลุกขึ้น ฟราน...ผมไปก่อนนะ ผมลืมว่ามีธุระด่วนที่ออฟฟิศน่ะ

 “เดี๋ยวค่ะนนท์...จะไปไหน บ้าหรือคะ แล้วฟรานล่ะ

 “ผมต้องไปก่อนนะฟราน บ่ายโมงครึ่งจะมีลูกค้าเดินทางมาจากฝรั่งเศส ผมลืมเสียสนิทเลยน่ะ คุณนั่งแท็กซี่กลับไปคอนโดก็แล้วกันนะ

เขาเอ่ยอย่างร้อนรนรีบเดินออกจากร้านไป โดยที่ฟรานซิสยังคงนั่งมองเขาด้วยสีหน้างงๆ กับท่าทางรีบร้อนอย่างปัจจุบันทันด่วนของเขา และมองตามหลังเขาไปด้วยสีหน้าขมวดมุ่น

อินทนนท์หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำที่ได้เห็นแววตาเจ็บช้ำสะเทือนใจของอริสราที่ยืนมองเขาค้างนิ่ง แล้วหันหลังเดินหนีไป ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่อยู่ในห้างทันที เขารู้ว่าเธอต้องเสียใจมากที่รู้ว่าเขาหลอกเธอ เราจะทำยังไงต่อไป จะพูดยังไงให้เธอเข้าใจ ทุกวันนี้เรากับเธอก็แทบจะไม่เข้าใจกันอยู่แล้ว อินทนนท์คิดอย่างหนักอกด้วยความสับสนว้าวุ่นอย่างที่สุด

 เขาโทรศัพท์เข้าไปที่มือถือของอริสรา แต่เธอไม่รับสาย เขาตัดสินใจโทร.เข้าไปที่บ้าน น้ำตาลรับสายและบอกว่าอริสรากลับไปถึงบ้านแล้ว และไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไร เพราะเห็นว่าเธอจอดรถ แล้ววิ่งร้องไห้ขึ้นห้องนอนไป เมื่อฟังเสียงน้ำตาลรายงาน ก็ยิ่งทำให้เขาครุ่นคิด หาทางที่จะแก้ตัวกับเธอ แต่รู้สึกว่าเขาจะมาถึงทางตัน และไม่สามารถจะหาทางออกได้เลย เขาไม่มีข้อที่จะแก้ตัวกับเธอแม้แต่น้อย

อินทนนท์ขับรถกลับบ้านและด่าตนเองมาตลอดทาง เมื่อเดินขึ้นตึกมาก็พบแม่นงค์ยืนคอยอยู่ สีหน้าบึ้งตึง ไม่ยิ้มไม่แย้มกับเขาแม้แต่น้อย

  “แม่นงค์ครับ อริสล่ะครับ

 “คุณนนท์...ทำอะไรคุณอริสหรือคะ คุณอริสถึงได้เจ็บช้ำน้ำใจขนาดนี้ เธอร้องไห้จนไม่รู้จะปลอบยังไง นี่หรือคะรักลูกรักเมีย แม่นงค์ว่าคุณนนท์รักตัวเองมากกว่ามั้งคะ

 “อริสเขาบังเอิญไปเห็นผมกับฟรานที่ร้านอาหารน่ะครับ

 “นึกแล้วไม่มีผิดเลยว่าต้องเกิดเรื่องอะไรสักอย่าง ไม่งั้นคุณอริสไม่ร้องไห้ร้องห่มขนาดนี้หรอก เธออารมณ์ดีจะตาย วันๆหนึ่งอ่านหนังสือ เล่นเปียโน บอกว่าเล่นให้ลูกฟัง แต่คุณนนท์ใจร้ายมากนะคะที่ทำให้เธอเป็นอย่างนี้ แม่นงค์โกรธคุณแล้วละค่ะ แม่นงค์ถามสักคำเถอะค่ะว่าคุณไม่รักคุณอริสไม่รักลูกหรือคะแม่นงค์เอ่ยต่อว่าต่อขานเขาอย่างที่ไม่เคยทำ แล้วเดินหนีไปทันที

 “แม่นงค์ แม่นงค์ เดี๋ยวสิครับ

เขาทำสีหน้ายุ่งยากใจที่โดนแม่นงค์ตัดพ้อและเดินหนี ไม่หันมามองเมื่อเขาเรียก อินทนนท์ตัดสินใจเดินขึ้นไปข้างบน เมื่อเปิดประตูเข้าไปเบาๆ เขาเห็นอริสรานั่งพับเพียบอยู่ที่โซฟา แนบหน้าลงกับพนักนิ่งๆ ชายหนุ่มมองภาพนั้นอย่างรู้สึกผิด และนั่งลงข้างๆ จับไหล่เธอเบาๆ ให้หันมา

 “อริสผมขอโทษ แต่ผมอธิบายได้นะจ๊ะ

อริสรานิ่งเงียบ ทำเหมือนกับไม่ได้ยินเสียงเขา เธอไม่มีปฏิกิริยาใดๆ โต้ตอบเขาแม้แต่น้อย เธอนิ่งเงียบเฉยเหมือนกับเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น และเบี่ยงกายหนี อินทนนท์นั่งก้มหน้าลงนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง

 “อริส...พรุ่งนี้เราไปจดทะเบียนสมรสกันนะ คุณจะได้สบายใจว่าผมรักคุณ จริงจังกับคุณมากแค่ไหน

เธอหันมามองเขานิดหนึ่ง  อย่าให้อะไรอริสอีกเลยค่ะ คุณให้อริสแล้วทุกอย่าง

 “อริส...คุณหมายความว่ายังไง ผมไม่เข้าใจ

 “แค่คุณให้ลูกกับอริส อริสก็พอใจแล้วค่ะ อริสไม่อยากได้อะไรจากคุณอีกแล้ว

 “อริส...คุณด่าคุณว่าผมสิอริส โอเคผมยอมรับผิดทุกอย่าง คุณบอกผมสักคำสิ บอกให้ผมไปเลิกกับเขาให้เด็ดขาด ผมก็จะไปบอกเลิกกับเขาเลย บอกผมสิอริส

 “คุณจะถามทำไม ในเมื่อคุณก็รู้คำตอบจากอริสดีอยู่แล้วนี่คะ

เขาหาทางแก้ตัวกับเธอ อริส ลูกค้าคนนี้น่ะเขาติดต่อผ่านฟรานมานะครับ ผมมาทานอาหารกับลูกค้าจริงๆ เขาเป็นคนอิตาเลียน และก็เขาพบกับฟรานที่อเมริกา ฟรานบอกว่าสนิทกับผม เขามาเมืองไทยก็เลยอยากพบผมและคุยเรื่องธุรกิจกัน เขาอยากได้พวกพลอยที่เราเจียระไนส่งออกอยู่น่ะ และพรุ่งนี้ก็จะทำสัญญากันเลย เขาพอใจในงานของเรานะ พอทานข้าวเสร็จเขาก็ขอตัวกลับไปก่อน ผมก็ลงมาชั้นล่าง กำลังจะกลับ ฟรานก็ชวนผมให้ไปดื่มกาแฟเป็นเพื่อน ก็อย่างที่คุณเห็น

 “ใช่ค่ะอริสเห็น เห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่อริสอยากจะเห็น

 “อริสได้โปรดเถอะ อย่าพูดอย่างนี้ได้ไหมเขาเริ่มหงุดหงิด

เราเห็นแล้วว่าเขามีความสุข ประกายตาของเขานั้นอิ่มเอม ไม่ได้มีทีท่าว่าเขาจำใจหรือจำยอมแม้แต่น้อย ก็ดีที่เราได้เห็นอะไรๆ ในวันนี้ จะได้ไม่ต้องลังเลหรืออาลัยอาวรณ์อีก เราจะเจ็บแค่วันนี้ และถึงจะเจ็บต่อไปอีกตลอดชีวิตก็ยังดีกว่าที่จะอยู่ให้อะไรๆ มันตอกย้ำความเจ็บให้ลึกลงไปมากกว่านี้ สักวันหนึ่งความเจ็บในวันนี้อาจจะเป็นสิ่งเตือนใจเราให้เข้มแข็งมากขึ้น อริสจะไม่อยู่เพื่อทนอะไรอีกแล้วค่ะ คุณอินทนนท์

 

อริสราออกแบบเครื่องเพชรที่จะส่งประกวดในนามบริษัทบลูไดมอนด์เรียบร้อย และส่งให้อินทนนท์ เขารับแบบมาดูพร้อมทั้งเอ่ยชม

 “อืม..แบบเก๋มากเลยนะอริส ดูเป็นเทรนด์วัยรุ่นดี

 “ค่ะ..อริสฝากให้ช่างลองทำดูนะคะ เผื่อออกมาแล้วอาจจะสวยก็ได้ แต่ถ้าทำแล้วออกมาไม่สวยก็ไม่ต้องส่งประกวดนะคะ ลองทำเป็นโมเดลดูก่อนก็ได้ค่ะ จะได้ไม่เสียเวลา

 “อีกตั้งหกเดือน คงทำทันน่ะ ผมจะส่งประกวด เพราะเห็นว่าสวย ไอเดียแปลกดี

 “ขอบคุณค่ะ

เธอเอ่ยเบาๆ ไม่สบตาเขา อินทนนท์รู้สึกว่าอริสราพยายามซ่อนสายตาเศร้าๆ เงียบขรึมตั้งแต่วันนั้น เขารู้ว่าเธอสะเทือนใจจากภาพวันนั้นมากมายนัก และตั้งแต่วันนั้นเขารีบกลับบ้านแต่วันทุกวันเหมือนจะไถ่โทษ คุณหญิงสราญจิตมีสีหน้าไม่สบายใจ เหมือนท่านจะมีเรื่องครุ่นคิดจนอินทนนท์เองก็สังเกตเห็น และท่านก็เอ่ยขึ้นในโต๊ะอาหารค่ำ

 “ตานนท์ แม่ว่าพรุ่งนี้พาอริสไปเที่ยวภูเก็ตก็ดีนะ จะได้อากาศบริสุทธิ์กับเขาบ้าง

เขาหันมามองอริสรายิ้มๆ ไปไหมจ๊ะ...แต่คงต้องเป็นอาทิตย์หน้านะครับคุณแม่ เพราะมิสเตอร์คล้ากแกขอดูของล็อตแรกที่จะส่งให้ก่อนที่จะกลับน่ะครับ ตอนนี้กำลังเร่งให้ช่างเขาเจียระไนพลอยสีกับทับทิมอยู่น่ะครับ ผมต้องดูแลกำกับเอง เพราะมีจำนวนมากเสียด้วย

 “เอ๊ะ วันนี้แม่ให้เลขาเขาไปดูผ้าไหมมาให้เป็นของขวัญมิสเตอร์คล้าก เขาจัดการเรียบร้อยไหม

 “อ๋อครับ...คุณอรเอามาให้ผมดูแล้ว มีเนกไทผ้าไหมครึ่งโหล แล้วก็ผ้าไหมคลุมไหล่อีกสองผืน ผมกะว่าพรุ่งนี้จะมอบให้เขาเสียเลยน่ะครับ

 “อริสไปออกงานที่บริษัทบ้างสิ นั่งๆ นอนๆ อยู่บ้านจะเหงานะคุณหญิงหันมากล่าวกับเธอยิ้มๆ แล้วถามต่อ

 “แล้วตอนนี้กี่เดือนแล้วล่ะลูก

 “สี่เดือนแล้วค่ะคุณแม่

 “อริส...แม่จะบอกอะไรให้นะ คนเราพอมีลูกแล้วน่ะ ลูกก็จะทำให้สายสัมพันธ์ของพ่อแม่ดีขึ้น อะไรๆ ที่มันผ่านมาแล้ว ถ้าเลิกคิดได้ก็เลิกคิดเสียนะ เห็นแก่ลูกนะจ๊ะอริสคุณหญิงเอ่ยขึ้นกับเธอ และมองหน้าเธอเหมือนจะสำรวจความรู้สึก ซึ่งทำอริสราต้องหลบสายตา

อินทนนท์ได้ช่องรีบกล่าวอย่างเอาใจ แล้วอาทิตย์หน้าเราไปเที่ยวภูเก็ตกันนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะให้คุณอรเขาจองตั๋วเครื่องบินให้ แล้วก็ให้เขาหารีสอร์ตสวยๆ ให้เรา รอผมอีกสักอาทิตย์หนึ่งนะที่รัก ความจริงผมอยากจะไปเสียวันนี้พรุ่งนี้เลยนะอริส จะได้ไปฉลองวาเลนไทน์ที่โน่นกัน แต่ช้าไปสักอาทิตย์คงไม่เป็นไรนะที่รัก

 “ค่ะ...เธอคำรับในลำคอเบาๆ ซึ่งอาการพูดน้อย ตาเศร้าสร้อยของอริสรา ทำให้คุณหญิงไม่สบายใจนัก

 

*ใกล้จะถึงวันวาเลนไทน์แล้วสินะ อริสจะตัดสินอยู่หรือไป มาติดตามกันค่ะ*

@มาเป็นแฟนพันธ์แท้สำหรับหนังสือ2เล่ม

1เล่มสำหรับน้องๆที่คอมเม้นท์มา *โดยการสุ่มจับนะคะ*

ประกาศรางวัลในวันที่5ธันวาคม60ค่ะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #36 ขอให้สมปรารถนา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 11:05
    ไม่ต้องรอค่ะไปเลย
    #36
    0
  2. #35 ยุวธิดา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 17:42
    ถ้าคุณนนท์ยังหลายใจแบบนี้มีแววว่าต้องเจ็บอยู่ร่ำไปฉะนั้นตัดใจไปเถอะอลิสเพื่อสุขภาพจิตที่ดีต่อลูก
    #35
    0
  3. #34 aranyaorchid (@aranyaorchid) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 14:49
    อยู่แบบนี้เจ็บปวดใจ ไปดีกว่านะอริส
    #34
    0
  4. #33 ขอให้สมปรารถนา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 10:10
    คุณนนท์ไม่เด็ดขาดก็ทิ้งไปเลย
    #33
    0
  5. #32 PaPa Puii (@yaypuii) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 20:10
    ไปสิคะรออะไร
    #32
    0
  6. #31 PaPa Puii (@yaypuii) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 20:10
    ไปสิคะรออะไร
    #31
    0
  7. #30 huanahua (@huana) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 12:43
    หมั่นไส้มากคะ ทอย่างอริสต้องเอาคืนบ้างนะคะ
    #30
    0
  8. #29 junewin (@junewin) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 12:21
    คุณนนท์หลายใจ
    #29
    0