แผนร้าย กุศโลบายรัก (พิมพ์ครั้งที่2กับสนพปองรัก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 15,535 Views

  • 51 Comments

  • 173 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    22

    Overall
    15,535

ตอนที่ 16 : บอกลาด้วยบทเพลง100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1185
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    16 พ.ย. 60



แผนร้ายกุศโลบายรักเปิดจองกับสำนักพิมพ์ปองรักแล้วนะคะ กำหนดส่งสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้ค่ะ



16

บอกลาด้วยบทเพลง

 

อริสรามานั่งคอยกิ่งแก้วในออฟฟิศ เธอนั่งนิ่งเงียบอย่างครุ่นคิด สีหน้าเศร้าสร้อย กิ่งแก้วเดินเข้ามาเงียบๆ สังเกตมองหญิงสาวแล้วถอนหายใจด้วยความหนักใจออกมาอย่างลืมตัว ที่ไม่สามารถจะทำอะไรได้ เธอเดินไปนั่งลงตรงหน้าอริสรา

อริส...มาหาพี่แต่เช้าเลย มีอะไรด่วนหรือเปล่าจ๊ะ

เปล่าค่ะ ...คืออริสมาหาหมอตามที่หมอนัดน่ะค่ะ พอหาหมอเสร็จแล้วก็เลยมาหาพี่กิ่งค่ะ

อ้าว...แล้วคุณนนท์ล่ะ

อริสไม่ได้ปลุกค่ะ เห็นกลับมาเกือบสว่าง ก็เลยออกมาเองค่ะ

งานยุ่งขนาดนั้นเลยเหรอจ๊ะ กลับค่อนสว่างน่ะคุณกิ่งแก้วเลิกคิ้วถาม

อริสได้ยินมาว่ามีงานเร่งค่ะ แต่เอ่อ...อริสราทำท่าจะพูดต่อ แต่แล้วก็ตัดสินใจเงียบ เสก้มลงหยิบนิตยสารบนโต๊ะขึ้นมาเปิด และถามกิ่งแก้วเพื่อเบนความสนใจ

วันนี้พี่กิ่งมาสาย นี่เกือบจะสิบโมงแล้วนี่คะ เมื่อคืนนอนดึกเหรอคะ

แต่กิ่งแก้วยังสงสัยในคำพูดที่อริสรายังพูดค้างไว้ เธอยังคงถามขึ้นอีก เมื่อกี้...อริสจะพูดอะไรต่อน่ะ บอกพี่ตรงๆ ได้ไหม

เธออึกอักนิดหนึ่ง ก่อนจะฝืนยิ้ม พยายามปรับสีหน้าให้ปรกติ ไม่มีอะไรนี่คะ อริสเห็นคุณนนท์กลับดึกก็เลยเกรงใจไม่อยากปลุก แล้วก็เลยขับรถมาเองเพราะหมอนัดแต่เช้าด้วยน่ะค่ะ

คุณกิ่งแก้วจ้องหน้าอริสรานิ่งๆ อริส บอกทุกสิ่งทุกอย่างกับพี่ตรงๆ ได้ไหม ความจริงแล้วพี่ไม่อยากจะช่วยเธอเรื่องที่เธอจะหนีไปจากคุณนนท์เลยนะ บางทีพี่ก็คิดว่าอริสคิดมากเกินไป ซึ่งมันอาจจะมีสาเหตุมาจากการที่อริสท้อง แล้วก็หงุดหงิดง่าย ใจน้อยตามประสาของคนท้องน่ะ พี่คิดมากนะจ๊ะอริส ถ้าพี่ช่วยให้เธอหนีก็เหมือนพี่เป็นคนบาป ที่ทำให้พ่อแม่ลูกต้องพลัดพรากจากกัน พี่ไม่สบายใจมากเลยนะ บางทีพี่ก็อยากให้อริสคิดทบทวนให้ดีๆ ด้วยเหตุด้วยผลนะจ๊ะ เพราะพี่ก็เห็นว่าคุณนนท์เขารักอริส ไม่ใช่ไม่รักเสียเมื่อไหร่

อริสราก้มหน้าลงนิ่งๆ น้ำตาร่วงพรูลงอาบแก้ม เมื่อเงยหน้าขึ้น คุณกิ่งแก้วเห็นดวงตากลมโตสวยเศร้าของเธอชื้นไปด้วยน้ำตา และเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสะอื้น

พี่กิ่งคะ...อริสทรมาน เจ็บปวดจนเหมือนแทบจะทนไม่ได้ค่ะพี่กิ่ง อริสพยายามแล้วที่จะไม่คิด พยายามนึกถึงลูก กลัวว่าจะพาลูกไปลำบาก กลัวทุกสิ่งทุกอย่าง แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นกับอริส มันก็ทรมาน เกินกว่าที่อริสจะทนต่อไปค่ะ

เล่าให้พี่ฟังอย่างเปิดอกสิอริส เล่ามาทุกอย่าง เล่ามาตรงๆ พี่อยากรู้จ้ะกิ่งแก้วถามอย่างอยากรู้สิ่งที่อยู่ในใจ ที่อริสราไม่เคยบอกออกมาตรงๆ สักครั้ง

อริสรามองหน้ากิ่งแก้วเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก็ตัดสินใจเล่าตั้งแต่เรื่องที่เธอเห็นเขากับฟรานซิสป้อนเค้กให้กันในร้านกาแฟชื่อดัง และยังมาเรื่องเมื่อคืนนี้อีก

อริสราคิดถึงเมื่อคืน เธอนั่งอ่านหนังสือแม่และเด็กที่อินทนนท์ซื้อมาให้จนเริ่มรู้สึกง่วง เมื่อมองนาฬิกาที่ผนังห้องก็เห็นบอกเวลาตีหนึ่งกว่าแล้ว จึงคิดว่าคงต้องนอนเสียที ก่อนที่เธอจะล้มตัวนอน โทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น เมื่อเห็นเบอร์ของอินทนนท์ก็รีบรับ

ค่ะ...คุณนนท์

เสียงหัวเราะที่ดังมาตามสายเธอจำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของฟรานซิส

อ๋อ...นนท์เขากำลังหลับน่ะ ฉันว่าจะโทร.มาถามเธอว่าเวลาที่เธอท้องเนี่ย เธอไม่ได้ให้ความสุขเขาบ้างเลยเหรอยะ เขาถึงได้เหมือนคนหิวกระหาย เนี่ย...พออิ่มเอมก็หลับผล็อย ก่อนจะหลับก็พร่ำรำพันรักกับฉันเสียจนห้องนอนของเราหวานเป็นสีชมพูเชียวละ ก็เลยโทร.มาบอกเธอน่ะ กลัวว่าจะคอย ไม่ต้องคอยหรอกนะยะหล่อน ฮะๆๆๆ

อริสราจำได้ว่าเธอไม่ได้เอ่ยคำใดออกไปแม้แต่คำเดียว เพียงแต่ถือโทรศัพท์ค้างนิ่งอยู่อย่างนั้น จนฟรานซิสวางสายไปนานแล้วเธอถึงได้รู้สึกตัว ความรู้สึกในขณะนั้นมันเหมือนโดนมีดกรีดกระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าลงบนดวงใจ จนมันเจ็บปวดแหลกลาญไม่มีชิ้นดี ทำไม...ทำไม...ถึงต้องทำร้ายกันขนาดนี้ด้วย เธอได้แต่สะอื้นไห้ นึกอยากจะให้โลกถล่มลงมาตรงหน้าเพื่อที่จะตายไปในทันที โดยไม่ต้องเจ็บปวดและทรมานอีก เธอกัดริมฝีปากจนรู้สึกเจ็บ กำมือเข้าหากันจนเล็บกดลงกับฝ่ามือ

เขากลับมาก่อนสว่าง คงจะประมาณตีห้า อริสรายังนอนลืมตาอยู่ในความมืด เขาล้มกายคว่ำหน้าลงบนที่นอน ยกแขนมากอดกระหวัดเธอไว้ พึมพำเบาๆ

อริส...ผมคิดถึงคุณจังเลย

อริสเล่าเรื่องทั้งหมดให้คุณกิ่งแก้วฟัง และยังเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือในตอนท้าย พี่กิ่งคะ...บางครั้งคุณฟรานก็ยังโทร.มาด่าอริสที่บ้าน เธอด่าอย่างหยาบคายมาก ถ้าไม่เจอก็ด่าฝากกับคนในบ้านไว้ทุกครั้ง และพอทราบเบอร์มือถือของอริส ก็โทร.เข้ามาที่มือถือ เธอทำสงครามประสาทกับอริสจนอริสกำลังจะประสาทจริงๆ อริสรู้ค่ะว่าเขากำลังปกป้องของรักของเขา บางทีอริสก็ถามตัวเองเหมือนกันว่าถ้าอริสเป็นเขา อริสจะทำแบบนี้ไหม และอริสคิดว่าอริสอาจจะทำแบบนี้ก็ได้

ไม่จริงหรอกจ้ะอริส อริสถูกหล่อหลอมมาจากเบ้าที่ดี พี่เชื่อว่าอริสไม่ทำอะไรต่ำทรามอย่างนี้หรอก พี่ว่าทำทุเรศได้ใจจังเลยนะแม่คนนี้ พี่เชื่อแล้วจ้ะว่าอริสทรมานเจ็บปวด เพราะฉะนั้นพี่จะช่วยอริสทุกอย่างจ้ะ พี่ได้แต่เสียดายคุณนนท์ พี่เสียดายผู้ชายคนนี้จริงๆ แล้วทำไมเธอถึงไม่บอกคุณนนท์บ้างล่ะ

คุณนนท์ก็พอจะรู้อยู่บ้างค่ะ เพราะเวลาที่คุณนนท์ไม่ไปหาเธอ หรือว่าคุณนนท์ไม่รับโทรศัพท์เธอ เธอก็จะโทร.อาละวาดไปทั่ว และยังให้ข่าวกับสื่อมากมายหลายเรื่อง จนคุณหญิงท่านก็เครียด อริสเห็นท่านสีหน้าไม่ดีมาหลายวันแล้วค่ะ

เฮ้อ เวรกรรมอะไรของคุณนนท์นะ พี่อยากรู้จังว่าเขาจะยังรักแม่คนนี้ลงอีกเหรอ ทำตัวได้ต่ำทรามจนในโซเชียลออกมาตั้งกระทู้ด่าจนเละเทะขนาดนี้น่ะ

เขาก็คงทำอย่างที่ใจเขาปรารถนามั้งคะ ถ้าเขามีความสุข มันก็ไม่ใช่ว่าเขาต้องการสิ่งที่ดีที่สุดนี่คะ เขาต้องการเพียงสิ่งที่เขารักที่สุดต่างหาก และเราก็ไม่น่าที่จะอยู่ขัดขวางทำให้เขาต้องลำบากใจ เขาให้สิ่งดีๆ กับอริสมามากมายแล้ว อริสควรจะถอยออกมาได้แล้วค่ะ ปัญหาต่างๆ มันจะได้ยุติเสียทีเธอพูดเหมือนตัดสินใจได้แล้ว และยิ้มอย่างที่พยายามฝืนให้ดูสดชื่น กิ่งแก้วเห็นแววตาของอริสราก็รู้ว่าเธอตัดใจจากอินทนนท์ด้วยความอาลัยอาวรณ์และเจ็บปวดอย่างที่สุด

 

โต๊ะอาหารในตอนค่ำ อินทนนท์เอ่ยขึ้นเหมือนจะบอกกับคุณหญิงและเธอว่า

เมื่อคืนนี้ผมพามิสเตอร์คล้ากไปเลี้ยงมาน่ะครับคุณแม่ เลยกลับมาดึกหน่อย แล้วเมื่อบ่ายก็ไปส่งขึ้นเครื่องมา ตอนนี้เหลืองานของวินเจมส์ อีกสองสามวันก็เรียบร้อยแล้วครับ ผมให้คุณอรโทร.จองตั๋วไปภูเก็ต แล้วก็จองรีสอร์ตไว้ให้เราเรียบร้อยแล้วนะอริส วันเสาร์นี้เราก็บินกันเลยนะจ๊ะเขาหันมาบอกเธอ

อืม...เมื่อเช้าอริสออกไปไหนมาล่ะคุณหญิงถามเธอ พร้อมกับมองหน้าเธอน้อยๆ

อริสไปหาหมอมาน่ะค่ะ หมอนัดค่ะคุณแม่

เขาหันขวับมาถามเธอทันที อริส...ทำไมไม่ปลุกผมล่ะ ผมนี่แย่จริง ความจริงเมื่อวานก็ยังนึกอยู่เลยว่าจะต้องพาอริสไปหาหมอ ผมขอโทษนะ วันหลังต้องปลุกผมนะที่รัก

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อริสเห็นคุณหลับสบายก็เลยไม่อยากปลุกน่ะค่ะเธอตอบยิ้มๆ

ตานนท์ อะไรก็แล้วแต่นะ แกสมควรที่จะดูแลเมียเวลาที่เขาท้อง คนท้องน่ะน้อยใจง่าย เสียใจง่าย ถ้าเขาไม่อยู่ให้แกดูแลแกจะเสียใจ แม่บอกได้แค่นี้แหละคุณหญิงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเครียดๆ พร้อมทั้งถอนหายใจน้อยๆ แล้วลุกเดินออกจากโต๊ะอาหารไป

อริสราขยับกายจะลุกขึ้น เขารีบเดินเข้ามาเลื่อนเก้าอี้ ประคองให้ลุกขึ้นอย่างเอาใจ และพาเธอเดินลงไปในสวน เขาโอบประคองเธอให้เดินไปนั่งที่ศาลากลางสวน ไฟโคมริมทางเดินและในศาลาเปิดสว่างขึ้น

อริสรามองบรรยากาศงดงามอย่างดื่มด่ำและต้องการเก็บมันไว้ในความทรงจำ รำพึงในอก เขาจุดไฟรักขึ้นในหัวใจของเรา จากรอยจูบในคืนวันนั้น เราหวั่นไหววาบหวามในหัวใจ สายตาหยอกเย้าวิบวับทำให้เราหลงระเริง อ้อมกอดและกลิ่นบุรุษเพศของเขาทำให้เลือดสาวในกายแทบจะเดือด ถึงแม้จะพยายามคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ละคร แต่ความอ่อนต่อโลก อ่อนต่อโลกีย์กาม ทำให้หัวใจเราตกเป็นทาสรักเขาอย่างง่ายดาย ความสุขที่ได้รักเขาเป็นความสุขที่ไม่เคยได้ลิ้มลอง มันแปลกใหม่และเป็นสุขกว่าสุขใดๆ ที่เคยพานพบ และก็ทุกข์แสนสาหัสอย่างไม่เคยประสบเช่นกัน

และคืนวันนี้จะเป็นความทรงจำครั้งสุดสุดท้ายก่อนจากลา และลาจากทั้งๆ ที่หัวใจยังอาลัยอาวรณ์ถวิลหา อินทนนท์มองท่าทางเหม่อลอยของอริสรา เขาโอบกอดร่างบอบบางไว้ในอ้อมแขน

 อริส...คุณซูบลงไปมากนะ ผมเห็นคุณทานข้าวได้นิดเดียวเท่านั้น จริงสิ...วันนี้คุณหมอบอกว่ายังไงบ้างจ๊ะ

เธอเอนอิงพิงลงกับอกอุ่น และพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สะอื้นไห้ออกมา บอกตัวเองให้เข้มแข็ง และต้องไม่ร้องไห้ให้เขาเห็นเป็นอันขาด

คุณหมอบอกว่าเด็กตัวเล็กไปหน่อยค่ะ ให้ยาบำรุงมาทานเสียหอบใหญ่เลย

อริสต้องทานยาที่หมอให้มาทุกวัน อย่าลืมเป็นอันขาดนะจ๊ะ ผมเป็นห่วงคุณห่วงลูกนะ และจำไว้นะจ๊ะว่าผมรักคุณมาก ผมอาจจะไม่ใช่คนดีมากมายอะไรนัก แต่สิ่งที่ผมบอกกับคุณว่ารัก เป็นความสัตย์จริงของลูกผู้ชายนะอริส

เธอนิ่งเงียบอยู่กับอกเขา ฝืนกลืนก้อนสะอื้นลงในอก บอกเขาในใจ อริสเชื่อว่าคุณรักอริส แต่หัวใจที่แยกเป็นสองก็คงไม่ทำให้คนสามคนมีความสุขไปได้ นอกจากจะมีใครสักคนยอมเป็นผู้เสียสละเดินจากไป และอริสก็เลือกแล้วค่ะ

อินทนนท์รู้สึกว่าอริสราตกอยู่ในอารมณ์ซึมเศร้า เขาพยายามที่จะทำให้เธออารมณ์แจ่มใส โดยเอ่ยถามขึ้น

อริสเล่นเปียโนบ้างหรือเปล่าจ๊ะ หมอบอกว่าให้ฟังเพลงหรือเล่นดนตรีเพราะๆ ลูกจะได้อารมณ์ดี ลูกเขาก็ได้ยินเรานะไปร้องเพลงเล่นเปียโนกันดีกว่า ไปจ้ะที่รัก

เขาพาเธอไปที่ห้องนั่งเล่น คุณหญิงยังนั่งคุยกับแม่นงค์ เมื่อเห็นอินทนนท์ประคองโอบไหล่อริสราเดินเข้ามา แม่นงค์ก็ลุกเดินออกไป เขาบอกคุณหญิงแม่ของเขาว่าจะให้อริสราเล่นเปียโนให้ท่านฟัง คุณหญิงพยักหน้าน้อยๆ บอกให้อริสราเล่นท่านจะฟัง

อริสราปั้นหน้าสดชื่น ยิ้มแย้มกับคุณหญิงด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขอย่างแนบเนียน เธอเล่นเพลง Sleepy Lagoonให้ท่านฟัง เพราะรู้ว่าเป็นเพลงโปรด เมื่อท่านฟังจบแล้วก็เดินมาลูบศีรษะอริสราที่นั่งอยู่ที่เปียโน ส่วนลูกชายยืนจิบไวน์อยู่ใกล้ๆ เธอ คุณหญิงเอ่ยขึ้นกับเธอเบาๆ

อริส...แม่ขอบใจมากนะที่เล่นเพลงนี้ให้แม่ฟัง อริสคงรู้นะว่าแม่รักเรา และแม่ก็มีเราเป็นสะใภ้คนเดียวเท่านั้น แม่ไปนอนก่อนนะ อริสรายกมือกระพุ่มไหว้ท่าน น้ำตาแห่งความตื้นตันรื้นขึ้นทันที

อินทนนท์เย้าขึ้นเมื่อท่านเดินลับกายไปแล้ว เอ๊ะ..ตกลงคุณเป็นลูกสาวแล้วผมเป็นลูกเขยหรือเปล่านะ บอกรักข้ามหน้าข้ามตาได้ไง ผมไม่เคยเห็นคุณแม่รักใครเท่าคุณเลย

ก็คุณไงล่ะคะ เธอย้อนยิ้มๆ

ร้องเพลงให้ผมฟังก่อนนอนสักเพลงได้ไหม ไม่ได้ฟังคุณร้องเพลงตั้งนานแล้วนะ

เธอใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้ทำเป็นวงกลมส่งให้ และส่งยิ้มให้เขาอย่างหยอกเย้า บอกกับตัวเอง เราต้องทำได้สิอริส ทำให้หัวใจเบิกบาน ยอมรับกับความเป็นจริง เพราะต่อจากนี้เธอจะต้องยิ้มรับกับอุปสรรคทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว เธอจะต้องกลับมาเข้มแข็งเหมือนเมื่อก่อน มันไม่ยากหรอกนะอริส...เราต้องทำได้สิ เธอพรมนิ้วเรียวๆ ไปบนคีย์พร้อมกับร้องคลอ และยิ้มกับเขาอย่างปรกติ สายตาที่มองเขาหวานระยับหยอกเย้า แต่อินทนนท์ใจหายกับเนื้อเพลงที่เนื้อหาคล้ายจะบอกลานั้นจนต้องเดินมานั่งลงข้างเธอ และตระกองกอดเอวเธอไว้เมื่อเธอเล่นจบเพลง

ทำไมร้องเพลงเศร้าอย่างนี้ล่ะจ๊ะ อริสคิดจะไปจากผมเหรอ เสียงของเขาเศร้าจนเธอใจหาย

เปล่านี่คะ อริสก็ร้องไปเรื่อยเปื่อย ไม่ได้มีความหมายอะไรสักหน่อย

ไม่จริงหรอก อริสร้องเพลงทุกเพลงมีความหมายเสมอ บางทีคุณก็ร้องเพลงว่าผม ผมก็รู้ บางทีก็ร้องเพลงเพื่อบอกรักผมผมก็รู้ แล้ววันนี้อริสร้องเพลงเหมือนบอกว่าจะไปจากผม อย่านะจ๊ะอริส เพราะมันเป็นการฆ่าผมทางอ้อมเลยละ

โถคุณนนท์ อริสร้องไปอย่างนั้นเอง ไม่มีความหมายอะไรสักหน่อย ก็อริสนึกเพลงนี้ได้ก็ร้องน่ะค่ะ อริสจะไปทำไมล่ะคะ อริสรักคุณ ถ้าอริสไปจากคุณคงขาดใจตายเพราะคิดถึงคุณ รู้ไหมคะ...เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เอนกายลงซบหน้ากับไหล่ของเขาอย่างประจบ ไปนอนกันเถอะค่ะ อริสง่วงแล้ว

เขาจับบ่าเธอทั้งสองข้าง จ้องลงมองตาเธออย่างค้นหาความจริง เธอยิ้มกว้างและสบตากับเขา จับมือเขาดึงให้ลุกขึ้น

 

วันที่สิบสามกุมภาพันธ์ อริสรานั่งเงียบอยู่คนเดียวในห้องนอน เธอเขียนจดหมายพร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรูลง ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นเข้าถาโถม นึกถึงเมื่อเย็นที่อินทนนท์โทร.มาบอกว่าจะกลับดึกเพราะงานเจียระไนที่เร่ง และเขาจะดูกำกับด้วยตัวเอง เธอนึกถึงใบหน้าของเขา รอยยิ้มเมื่อคืนแสนอ่อนหวาน ดวงตาคมกล้าของเขามองหน้าเธอยามเขาแนบใบหน้าลงมาหา เธอรับจูบพร้อมกับแตะแก้มเขา มือเขาลูบไล้เนื้อนวลเบาๆ นุ่มนวลแต่หวานละมุนซึมซาบลงไปในก้นบึ้งของหัวใจ กลิ่นกายหอมกรุ่นจากอาฟเตอร์เชฟกรุ่นหอมติดอยู่ในความรู้สึก อ้อมแขนที่เขาสอดรัดรึงจนรู้สึกถึงกายแนบกาย เธอจำได้ว่าเธอบรรจงจูบเขาและบอกเขาในใจว่า จูบนี้จะเป็นจูบครั้งสุดท้ายของเราค่ะคุณนนท์

เขายิ้มน้อยๆ มองหน้าเธอเหมือนจะแปลกใจกับปฏิกิริยาที่เธอมีต่อเขา เสียงเขากระซิบเรียกชื่อเธอหลายครั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นอ่อนหวานนุ่มนวล เหมือนแมลงภู่ที่เคล้าเคลียเกสรของดอกไม้ดอกสวย เฝ้าวนเวียนหลงใหลกับกลิ่นหอม และรัญจวนจากความหวานของเกสร เร่งกระชั้นซอนกายลงคลุกเคล้าอย่างหลงใหล บทเพลงรักที่ร่วมกันบรรเลงจึงมีทั้งละมุนหวาน และเร่งเร้าตามจังหวะที่ปรารถนา อิ่มเอมเปี่ยมสุขร่วมกันเมื่อจบเพลงรัก

เธอกระซิบบอกเขาเบาๆ คุณนนท์คะ...อริสอยากให้คุณตั้งชื่อให้ลูกค่ะ

ทำไมต้องรีบตั้งล่ะจ๊ะ ยังไม่รู้เลยว่าลูกจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ผมอยากจะรอลุ้นไม่อยากซาวนด์ ตื่นเต้นดีออกนะ เขายังคงกระซิบตอบเบาๆ อยู่ที่ริมแก้ม

ตั้งเถอะค่ะ ให้เป็นชื่อที่ใช้ได้กับทั้งเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายก็ได้ค่ะ

งั้นตั้งเป็นชื่อเล่นนะ เอาอักษรตัวหน้าของแม่กับชื่อตัวท้ายของพ่อมารวมกันนะ อิงอินดีไหม

ถ้าคุณตั้งก็ดีทั้งนั้นแหละค่ะ อิงอิน...น่ารักดี อริสชอบค่ะ เธอยิ้มอยู่ในความมืด แล้วจูบปลายคางเขานิดหนึ่ง

วันนี้ทำไมคุณหวานจัง บอกผมได้ไหม จะทำให้ผมหลงคุณมากไปถึงไหนจ๊ะ เขายังหลับตาซุกหน้าอยู่กับข้างแก้มพึมพำถาม

หลงหรือคะ หลงจนกลับบ้านไม่ถูกมากกว่ามั้งคะ เธอสัพยอกแล้วหัวเราะน้อยๆ ในลำคอ

อยากจะกลับบ้านมาหาเมียวันละเป็นร้อยหนเลยรู้ไหม เขายังคงกระซิบอยู่ที่ริมแก้มเสียงงึมงำ

แล้วจะเชื่อค่ะ เธอตอบเบาๆ

ไม่เอาน่ะ อย่าพูดอย่างนี้สิจ๊ะ อริสต้องเชื่อผมนะ จำไว้ว่าผมไม่เคยรักใครเท่าคุณ คุณเป็นที่สุดของหัวใจ เขายังคงคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ

 

อริสรามองออกไปนอกหน้าต่าง เมื่อเครื่องบินค่อยๆ ทะยานขึ้น ความว้าเหว่แล่นเข้าจับขั้วหัวใจ และเหมือนใจจะขาด น้ำตาเอ่อคลอแล้วหยาดลงอาบแก้ม คุณกิ่งแก้วเอื้อมมือมาจับมือเธอไว้บีบเบาๆ

เป็นยังไงบ้างอริส คลื่นไส้ไหม บอกพี่นะถ้าจะอาเจียน อย่าเกรงใจ ถุงนี่นะอริส...

เธอส่ายหน้าน้อยๆ ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับน้ำตาที่กำลังร่วงพรูพรายลง เสียงสะอื้นน้อยๆ พี่กิ่งคะ..อริสเคยเข้มแข็งกับทุกเรื่อง แต่มาวันนี้อริสอ่อนแอเหลือเกิน

อริสไม่ได้อ่อนแอเลยนะจ๊ะ การที่อริสออกมาจากคุณนนท์ พี่ว่าอริสกล้ามาก ถ้าเป็นพี่ พี่คงทำอย่างอริสไม่ได้หรอกจ้ะ พี่ไม่เข้มแข็งพอน่ะ

 

*อริสราตัดสินใจเป็นฝ่ายไป คราวนี้จะได้พิสูจน์กันว่าอินทนนท์จะทำยังไงต่อไป กับปัญหารักสามเส้า และเขามีเหตุผลอะไรที่ไม่สามารถตัดใจจากฟรานซิส *

มา@เป็นแฟนพันธ์แท้สำหรับหนังสือ2เล่มกันค่ะ

และสำหรับคอมเม้นส์อีก1เล่ม โดยการสุ่มจับ

ประกาศผลวันที่5ธันวาคม60นะคะ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #40 Joy2516 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 22:20
    สมนำหน้านายดีมัยหนอ
    #40
    0
  2. #38 huanahua (@huana) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 10:45
    คุณนนท์ต้องโดนบ้างจะได้ทิ้งยัยฟรานสักที
    #38
    0
  3. #37 ขอให้สมปรารถนา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 13:41
    สมน้ำหน้าอินทนนท์ดูซิอริสไปแล้วจะรู้สึก
    #37
    0