แผนร้าย กุศโลบายรัก (พิมพ์ครั้งที่2กับสนพปองรัก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 15,533 Views

  • 51 Comments

  • 173 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    20

    Overall
    15,533

ตอนที่ 19 : ตามหาหัวใจ100% +ประกาศรางวัลค่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1118
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    8 ธ.ค. 60



จากน้องอันนา ฤทัย


จากน้องเวหา ม่านฟ้า


19

ตามหาหัวใจ

 

วันรุ่งขึ้นอินทนนท์เก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าโดยมีแม่นงค์เข้ามาช่วย จากนั้นจึงเข้าไปที่บริษัทเพื่อสั่งงาน เพราะเขาจะไม่อยู่หลายวัน และโทร.ไปหาคุณหญิงที่สวิตเซอร์แลนด์

 “คุณแม่ครับ...ผมรู้แล้วว่าอริสอยู่ที่ไหน ผมจะไปรับอริสกับลูกกลับมาครับ

เสียงมารดาถามด้วยน้ำเสียงหมางเมิน แล้วแม่ฟรานล่ะ ได้ข่าวว่ากำลังท้องกำลังไส้ไม่ใช่เหรอ ในเมื่อแกเลือกแม่ฟรานแล้ว แกก็ไม่จำเป็นต้องผูกเรื่องให้ยุ่งยากโดยไปรับอริสมาอีกคนหนึ่งหรอก จะเอามารบราทำสงครามสื่อกันให้อายชาวบ้านทำไมอีกล่ะ

 “คุณแม่ครับ...ผมเลิกกับฟรานแล้วนะครับ เลิกแล้วจริงๆ ผมยืนยันได้ครับ และฟรานก็ไม่ได้ท้องอย่างที่ให้ข่าวนะครับ ผมรู้ดีว่าฟรานไม่ได้ท้อง ผมรักอริสรักลูกนะครับคุณแม่

 “แล้วแกมาบอกฉันทำไมล่ะ ฉันจะดูสิ...ว่าแกจะโกหกฉันต่อไปอีกหรือเปล่า ฉันรู้นะว่าแกจ้างอริสมาหลอกฉัน แต่อริสก็ทำงานให้แกสำเร็จ เพราะฉันรักอริสจริงๆ ตอนนี้แกก็ได้สมบัติสมใจแล้วนี่ แกจะทำอะไรกับสมบัติที่พ่อแม่ทำไว้ให้ก็สุดแท้แต่แกก็แล้วกันผู้เป็นมารดาเอ่ยเสียงเครือ

 “ใครบอกคุณแม่เรื่องที่ผมจ้างอริสครับอินทนนท์ร้องถามอย่างตกใจ

 “แล้วมันจริงไหมล่ะ แกนึกว่าฉันไม่รู้อะไรเลยสินะ ฉันเคยบอกแกไม่ใช่เหรอ ว่าถ้าฉันไม่รู้อะไรที่แกทำฉันก็เป็นแม่แกไม่ได้หรอก ฉันทำใจปล่อยวางแล้วทุกอย่าง และฉันก็มีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่ ดีกว่ากลับไปปวดหัวเพราะแกอีก อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ

 “คุณแม่ครับ ผมกราบขอโทษ ผมรู้ตัวแล้วครับว่าคุณแม่ทำทุกอย่างเพราะรักผม ผมเสียใจมากครับที่ทำให้คุณแม่เสียใจ ผมอยากให้คุณแม่กลับมาบ้าน มาอยู่กับผมกับหลานนะครับ ผมสัญญาว่าผมจะไม่ทำให้คุณแม่ต้องเสียใจอีก กลับมาเถอะนะครับเขาอ้อนวอนมารดาอย่างรู้สึกผิดบาป

 “ให้ฉันคิดดูก่อนก็แล้วกัน แค่นี้นะ

เขาจับน้ำเสียงของมารดาที่เจือสะอื้นก่อนรีบวางสายลงได้ หัวใจของชายหนุ่มสลดเศร้า รู้ความผิดของตนเองที่ผุดพรายขึ้นในอก และต้องยอมรับว่าตนเองอกตัญญูกับมารดามากมาย เคยปึงปังใส่ท่านเมื่อเห็นว่าท่านรังเกียจฟรานซิส ไม่เคยฟังเสียงทัดทานของท่านด้วยความหลงใหลในกลกามของหญิงชั่วผู้หนึ่งที่เขามองเห็นเธอเป็นนางฟ้า

 

 อินทนนท์เดินทางมาตามแผนที่ในโบรชัวร์ ถึงรีสอร์ตอิงอินก็เกือบห้าโมงเย็นแล้ว เขาพบกับพนักงานหนุ่มน้อยพาเขาเดินชมเรือนพักที่ว่างอยู่ และบอกว่าถ้าเขาชอบความเงียบ ก็มีหลังที่อยู่บนต้นไม้ซึ่งสร้างไว้แค่หลังเดียว บนป้ายหน้ากระท่อมเขียนไว้ว่า กระท่อมชมจันทร์เมื่อเขาเห็นบ้านบนต้นไม้ที่ติดเนินเขาก็ถูกใจทันที และตกลงใจเลือกหลังนั้น หนุ่มน้อยพนักงานก็ยกกระเป๋าจากท้ายรถขึ้นบันไดเก้าขั้น พาเขาขึ้นไปบนเรือนหลังงาม เปิดประตูหน้าต่างบริการให้ อินทนนท์หยิบธนบัตรใบละร้อยส่งให้ เด็กหนุ่มยิ้มจนแก้มแทบปริด้วยความดีใจ

 “เอ่อ...น้องชาย เจ้าของรีสอร์ตนี่ชื่อคุณอริสราใช่ไหม

 “ใช่ครับ...

 “เธอพักอยู่ที่นี่ด้วยเหรอเปล่า

 “พักครับ...เธอพักหลังนั้น ชื่อกระท่อมชมดาวครับเด็กหนุ่มชี้ให้ดูกระท่อมหลังน้อยที่อยู่ไม่ห่างจากหลังที่เขาพัก มองลงไปเห็นถนัดตา

 “แล้วตอนนี้เธอไม่อยู่เหรอเขาเอ่ยถามเมื่อเห็นไฟที่กระท่อมหลังนั้นยังมืดมิด

 “อ๋อ คุณอริสไปที่หมู่บ้านชาวเขาตั้งแต่เช้าแล้วครับ ไปสอนหนังสือที่โรงเรียน เห็นบอกว่าว่าวันนี้จะเข้าไปที่หมู่บ้าน ไปช่วยชาวบ้านทำฝายชะลอน้ำ แต่เดี๋ยวก็คงกลับครับ

 “แล้วใครเลี้ยงลูกให้เธอล่ะ

เด็กหนุ่มผู้นั้นขมวดคิ้วเข้าหากันทันที เอ่อ...คุณอริสเธอยังไม่ได้แต่งงานนี่ครับ จะมีลูกได้ยังไง

คำตอบของเด็กหนุ่มทำให้เขานิ่งอึ้ง เขาหยิบโทรศัพท์แล้วเปิดรูปของอริสราในโทรศัพท์ให้เด็กหนุ่มดู และเอ่ยถามทันที

 “คุณอริสราหน้าตาเหมือนคนในรูปนี้ไหมน้องชาย

เด็กหนุ่มเขม้นมองรูปในโทรศัพท์ แล้วคลี่ยิ้มกับเขา ใช่ครับ นี่แหละครับคุณอริสรา คุณรู้จักกับคุณอริสเหรอครับ ถึงมีรูปเธอด้วยน่ะ

 “อ๋อ...รู้จักสิ แต่ฉันอยากให้อริสเขาเซอร์ไพรส์น่ะ น้องชายอย่าเพิ่งไปถามหรือว่าบอกอะไรเธอล่ะ

 “เซอร์ไพรส์แปลว่าอะไรครับเด็กหนุ่มย้อนถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ

 “แปลว่า เอิ่ม...ทำให้ประหลาดใจอย่างคาดไม่ถึงน่ะเขาหาคำมาอธิบายด้วยรอยยิ้มขันๆ

 “อ๋อครับ ได้ครับ ผมไม่บอกหรอกครับ เอ่อ...คุณครับ ถ้าต้องการอะไรก็เรียกได้นะครับ อาหารเย็นจะมีที่ห้องอาหารที่ติดกับล็อบบีครับ แต่ถ้าจะสั่งมาทานที่นี่ก็สั่งได้ครับ มีโทร.ภายในเรียกใช้ผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ ครัวที่นี่ปิดสามทุ่มครับ

อินทนนท์หยิบแบงก์ห้าร้อยอีกใบหนึ่งส่งให้เด็กหนุ่ม แล้วบอกว่าอย่าเพิ่งไปบอกเธอเด็ดขาดว่ามีคนรู้จักของเธอมาพัก เขาจะทำให้เธอประหลาดใจ

 “เอ่อ...คุณคงไม่ได้คิดจะมาทำอะไรเธอนะครับ คุณอริสเป็นคนดีมาก และพวกเราที่นี่ก็รักคุณอริสทุกคนเด็กหนุ่มผู้นั้นถามพร้อมทั้งมองหน้าเขาอย่างสำรวจตรวจตราทันที

 “โธ่ หน้าฉันเหมือนผู้ร้ายหรือยังไงกันนะไอ้หนุ่ม ใครจะไปคิดทำร้ายคุณอริสผู้แสนดีได้ล่ะ ฉันอยากให้เธอประหลาดใจเท่านั้นแหละ

 “งั้นก็ดีครับ เรียกผมได้ทุกเวลานะครับเด็กหนุ่มยิ้มให้เขาพร้อมทั้งพนมมือไหว้ และยังโค้งให้นิดหนึ่ง

อินทนนท์มองสำรวจในห้องพัก เตียงห้าฟุตปูเรียบตึงด้วยผ้าปูเตียงสีขาว ผ้าห่มสีเขียวเข้มพับเหน็บไว้กับที่นอนสวยงามเรียบร้อย ตู้เสื้อผ้าทำแบบติดผนัง เมื่อเลื่อนออกก็พบไม้แขวนหลายอันเตรียมไว้ให้ผู้เข้าพัก โต๊ะเครื่องแป้งเล็กๆ น่ารักตั้งอยู่ที่มุม ห้องน้ำกว้างมีอ่างอาบน้ำ เครื่องทำน้ำอุ่น ผ้าขนหนูสีเขียวเข้มทั้งผืนเล็กผืนใหญ่เตรียมพร้อมไว้ที่ชั้นเล็กๆ หน้าห้องน้ำ ทุกอย่างที่เป็นเครื่องใช้ไม้สอยยังดูใหม่เอี่ยม

ชายหนุ่มเดินออกไปที่ระเบียงด้านข้าง มองลงไปที่หุบเขา มองเห็นยอดไม้ลิบๆ อยู่เบื้องล่าง ภูเขาที่เป็นเสมือนฉากของที่นี่สูงเสียดฟ้า คงจะเป็นยอดดอยอินทนนท์เหมือนที่บอกไว้ในโบร์ชัวร์ บรรยากาศท่ามกลางหุบเขาของที่นี่สงบเงียบสวยงาม รายล้อมด้วยธรรมชาติร่มรื่น เป็นสุดยอดของที่พักจริงๆ

เจ้ากานต์ต้องมีส่วนช่วยอริสทำรีสอร์ตนี้ด้วยแน่ แต่ก็ยังดีที่เจ้ากานต์ยอมเปิดเผยออกมา ถึงจะอ้อมค้อมบอกใบ้จนน่าเตะก็เถอะ เพราะถ้าไม่เห็นชื่อรีสอร์ต เราคงไม่คิดที่จะมาที่นี่ อิงอินเขาตั้งชื่อลูกให้เธอในวันนั้น อริสรา...ทำไมเธอถึงได้ใจแข็งนักนะ ลูกล่ะ...ลูกอยู่ที่ไหนกัน เขาเดินกลับมาทอดกายลงบนที่นอน เคลิ้มหลับลงอย่างเหนื่อยล้ากับการขับรถมาหลายชั่วโมง

เขาตื่นขึ้นอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าอากาศรอบๆ กายเย็นลงมาก เขาลุกขึ้นและเดินไปที่หน้าต่าง แง้มม่านหน้าต่างมองออกไปเห็นความมืดด้านนอกที่ราวกับม่านรัตติกาลเลื่อนตัวลงบังแสงแห่งทิวาวาร

เขายกข้อมือดูเวลา เพิ่งจะหกโมงครึ่ง แต่อากาศที่นี่ทำให้ค่ำเร็วมาก เขาออกไปยืนที่ระเบียงแต่ยังไม่เปิดไฟในห้องพัก กระท่อมหลังที่เด็กหนุ่มบอกเขาว่าอริสราพักอยู่นั้นมีไฟเปิดสว่างอยู่ภายใน แสดงว่าเธอกลับมาแล้ว อริสอยู่แค่เอื้อมนี่เอง แต่เราจะทำยังไง จะพูดยังไงดีเมื่อพบกับเธอ ทุกอย่างที่เราพูดมันเหมือนข้อแก้ตัวที่เธอคงไม่เชื่อเราแน่ หลายเดือนที่ผ่านมา ข่าวของเขากับฟรานซิสกลายเป็นข่าวดังเพราะฟรานซิสพยายามสร้างกระแสหลังจากรู้ว่าอริสราหนีเขาไป ฟรานซิสกลัวว่าอริสราจะหวนกลับมาหาเขาอีก

 เขายังนึกถึงวันนั้น วันที่ไปหาฟรานซิสที่คอนโด เขานั่งดื่มแก้วแล้วแก้วเล่าจนเริ่มรู้สึกตัวว่าเมา ฟรานซิสเข้ามาคลอเคลียเล้าโลมจนเขาเริ่มรำคาญ

 ‘ฟราน...ผมไม่มีอารมณ์นะ ผมเครียด

ฟรานซิสกระเง้ากระงอด ตัดพ้อต่อว่าเขาทันที นนท์คะ...นนท์เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่คุณแต่งงานกับแม่นั่น คุณรักมันมากจนกระทั่งไม่อยากแม้จะแตะเนื้อต้องตัวฟรานเลยใช่ไหมคะ หรือว่าแม่นั่นมันทำเสน่ห์คุณคะ

 ฟรานอย่าพูดอะไรแบบนี้ได้ไหม ผมไม่ชอบ ไม่อยากได้ยิน

 ก็หรือไม่จริงล่ะคะ คุณทำท่าจะเป็นจะตาย แล้วก็บ่นว่าเครียด คุณรู้ตัวไหมคะว่าคุณเป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว และคุณก็ไม่เคยสนใจฟรานอีกเลย คุณเห็นฟรานเป็นอะไรคะ คุณเปลี่ยนไปมากขนาดไหน คุณรู้ตัวไหมคะนนท์ ฟรานซิสลุกขึ้นยืนต่อว่าต่อขานเขา สีหน้าบอกบุญไม่รับ

เขานิ่งเงียบอย่างครุ่นคิด ว้าวุ่นสับสน ฟราน ก็เพราะคุณน่ะแหละที่ไม่เคยอยู่เฉยๆ อย่างที่ผมขอร้อง คุณเที่ยวให้สัมภาษณ์กับนักข่าวทั้งโทรทัศน์ ทั้งหนังสือพิมพ์ นิตยสารอะไรต่ออะไร จนผมเองไม่อยากจะออกไปงานไหนเพราะขี้เกียจถูกสัมภาษณ์ ผมอายนะฟราน คุณแม่ผมก็อาย อริสอายจนต้องหนีไป คุณรู้ไหมเพราะคุณคนเดียวเขาพรั่งพรูคำพูดออกมา

ฟรานซิสยิ้มอย่างผู้มีชัยทันที อ๋อ...เพราะนังเมียคุณมันหนีไปใช่ไหม คุณถึงได้มาที่นี่ได้น่ะ ไม่งั้น...คุณไม่เคยแม้แต่จะเหยียบย่างมาที่นี่เลย วันนี้ฟรานคงได้อานิสงส์จากมันละมังคะ เธอยังถากถางเขา

คำเสียดสีถากถางของฟรานซิสทำให้เขาหมดความอดทน ลุกขึ้นยืนทันที ผมกลับละ เบื่อฟัง คุณพูดมากน่ารำคาญ ผมเซ็ง เขาพูดขึ้นอย่างหงุดหงิด แล้วลุกเดินออกมาดื้อๆ จนฟรานซิสต้องวิ่งมาขวางเขาไว้

 ‘นนท์...นนท์ขา...จะไปไหนล่ะคะ คุณค้างที่นี่กับฟรานเถอะนะคะ ฟรานจะไม่พูดให้คุณโกรธอีกแล้วค่ะ ฟรานขอโทษค่ะ นะคะ

 ‘ผมไม่สบายใจนะฟราน ผมอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ ให้ผมกลับไปเถอะ เขาพยายามดันร่างของฟรานซิสที่มายืนขวางเขาออก ฟรานซิสน้ำตาร่วงริน เธอเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นเมื่อเขาเปิดประตู

 เธอกรีดเสียง ทำไมคะ ทำไม...คุณต้องทำอย่างนี้กับฟรานด้วย บอกมานะ บอกมา... และตรงเข้าทำร้ายเขาทันที

 อินทนนท์ได้แต่ปัดป้อง และจับข้อมือเธอไว้ทั้งสองข้าง มองกิริยาอาการที่เขาเห็นว่าฟรานซิสไม่เหลือความสวยที่เคยดูเลิศหรูอยู่อีกเลย ฟรานอย่าทำนิสัยป่าเถื่อนแบบนี้ ผมไม่ชอบเขาตะคอกเธอ

 ‘ไม่ค่ะ...คุณต้องนอนที่นี่ ทำไมคะ ที่นี่มันเป็นนรกหรือไง ที่จะนอนสักคืนแล้วจะต้องตายน่ะฟรานซิสไม่ยอมและดึงทึ้งเขา จนทำให้เขาเริ่มโมโห ผลักเธอจนเซถลาล้มลงกับพื้นห้องก่อนจะเดินออกมา ฟรานซิสกรีดเสียงร้องไล่หลังเขามาทันที คุณจำไว้นะ ฟรานไม่มีวันยอมให้คุณทิ้งเป็นอันขาด คอยดูนะ...

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ทำให้เขาออกจากภวังค์ เปิดไฟ และเดินไปเปิดประตู บริกรหนุ่มยืนยิ้มแป้นคอยเขาอยู่ และกระซิบบอกเขาทันที

  “คุณอริสกลับมาแล้วครับ คุณไม่ไปพบเธอเหรอครับ

เขายืนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งและบอก เป็นพรุ่งนี้ดีกว่านะ ฉันยังไม่พร้อมเลย ขอบใจมากนะที่มาบอก ช่วยสั่งอาหารให้หน่อยสิ อะไรก็ได้นะง่ายๆ น่ะ

เด็กหนุ่มผู้นั้นโค้งให้เขานิดหนึ่งแล้วเดินกลับไป สักครู่ก็นำข้าวผัดกะเพราไข่ดาวมาส่งให้พร้อมกับน้ำดื่ม เขาส่งเงินให้และบอกว่าไม่ต้องทอน เด็กหนุ่มยิ้มแป้นแล้วโค้งให้เขาอีกครั้งก่อนที่จะเดินกลับไป เขาแง้มม่านดูกระท่อมหลังนั้นอีกครั้ง เขายิ้มกับตัวเอง และรู้สึกว่าหลายเดือนที่ผ่านมา วันนี้เป็นวันที่เขามีความสุข มีความหวัง มีชีวิตชีวากลับคืนมาอีกครั้ง เพียงแค่เขารู้ว่าเธอนั้นอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม ความอบอุ่นก็แผ่ซ่านแทรกซึมเข้าไปอยู่ในอก เขานึกถึงรอยยิ้มน่ารักของอริสรา นึกถึงคำพูดของเธอ เสียงเพลงรักหวานที่แฝงความหมายเศร้าๆ ของอริสรายังดังแว่วอยู่ในความรู้สึกของเขาเสมอ เขายิ้มกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะหลับลงในคืนที่หัวใจเปี่ยมสุข

เขาตื่นขึ้นแต่เช้า ออกไปยืนที่ระเบียง ความหนาวเย็นของอากาศบนดอยทำให้ความรู้สึกแช่มชื่นขึ้น ละอองหมอกที่ปกคลุมหุบเขาและยอดดอยตรงหน้าเขานั้น ช่างเป็นธรรมชาติที่เขารู้สึกถึงความสงบ มีความสุขอย่างประหลาด เสียงไก่ขันรับอรุณดังแว่วมาไกลๆ เขาสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วหลับตาลงช้าๆ แสงสีทองเริ่มโปรยอณูของมันแล้ว ป่านนี้แม่ยอดดวงใจจะตื่นหรือยังนะ ถ้าเธอรู้ว่าเรามาหา มาอยู่ใกล้ๆ เธอจะรู้สึกยังไงกัน จะดีใจไหม อริสรา...ผมมาอยู่ใกล้ๆ คุณแล้วนะที่รัก เราอยู่กันแค่เอื้อมเท่านี้เอง เขาได้แต่รำพึงรำพันอยู่ในใจ เริ่มคิดว่าจะไปพบเธอยังไง ตอนไหนดี 

เขาเดินกลับไปกลับมาในห้องเล็กๆ นั้นอย่างครุ่นคิด ทำไมนะ...ทำไมเราต้องรู้สึกตื่นเต้นด้วย ไม่เห็นจะต้องเป็นอย่างนี้เลย ก็อริสราเป็นเมียเรา แล้วก็ลูกของเราที่อยู่กับเธออีกล่ะ แค่นี้ยังไม่พอที่จะอ้างสิทธิ์หรือไง เราเดินไปหาเธอที่กระท่อมเลยดีไหม เคาะประตู พอเธอเปิดประตูออกมาเราก็เข้าไปกอดเธอไว้ เธออาจจะทั้งตกใจทั้งดีใจก็ได้ แต่เวลาผ่านมาตั้งปีกว่าแล้ว เธอจะเปลี่ยนไปหรือเปล่า อริสรา...คุณยังรักผมอยู่หรือเปล่า หัวใจคุณยังมั่นคงกับผมอยู่ไหม

ลูกล่ะ...ป่านนี้ลูกของเราก็เกือบขวบหนึ่งแล้วสินะ คงกำลังน่ารัก จะเป็นผู้หญิงหรือว่าผู้ชายกันนะ อิงอินของพ่อ เขาเฝ้าแต่คิดวนเวียน และแง้มม่านดูกระท่อมที่เธออยู่ เขาเห็นนักท่องเที่ยวที่มาพักควงแขน จับมือ โอบประคองพากันเดินชมละอองหมอกยามเช้าเป็นคู่ๆ

 เขาตัดสินใจล้างหน้า แต่งตัวแล้วก้าวลงมาเดินบนพื้นหญ้า ขึ้นบันไดไปที่ห้องอาหารของรีสอร์ต มีคนมานั่งดื่มกาแฟกันบ้างแล้ว เขาสั่งอาหารเช้าแล้วเดินมานั่งคอย มองดูรอบๆ ห้องอาหารที่เป็นศาลาทรงกลมปลูกคล้ายดอกเห็ด มีโต๊ะอาหารตั้งเรียงรายโดยรอบ และสามารถเป็นที่ที่นั่งชมวิวได้ทุกมุมนั้นอย่างชื่นชมในฝีมือการออกแบบของอริสรา เธอทำได้สวยงามแปลกตา ลงตัว สบายตาน่านั่ง เขามองลงไปเบื้องล่างเห็นต้นไม้ดอกไม้ที่ได้รับการตัดแต่งไว้อย่างสวยงาม เวลาแค่ปีกว่าเท่านั้น เธอสร้างที่นี่ขึ้นได้อย่างกับเนรมิต เธอต้องใช้แรงกายแรงใจทั้งๆ ที่ท้องน่ะหรืออริส เธอแข็งแกร่งกว่าที่เขาคิดไว้มากมายนัก

บริกรเด็กหนุ่มคนเมื่อวานเดินนำอาหารเช้ามาวางให้ แล้วโค้งเขาน้อยๆ  อรุณสวัสดิ์ครับคุณ นอนหลับสบายไหมครับ

 “ก็หลับสบายดี อากาศที่นี่เย็นจังเลยนะ

 “ครับ...ต้นปีอย่างนี้อากาศที่นี่ยังเย็นมากครับเขากล่าวแล้วยิ้มทะเล้นๆ ก้มลงกระซิบถาม เอ่อ... คุณเจอคุณอริสหรือยังครับ

 “ยังเลย ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน

 “เอ่อ...คุณอริสไปที่หมู่บ้านชาวเขาแต่เช้าเลยครับ เธอไปสอนหนังสือแต่เช้า สายๆ ก็กลับครับ

เขาขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย ทำไมเธอต้องไปสอนหนังสือด้วยล่ะ

 “ก็โรงเรียนบนดอยเหลือครูแค่คนเดียวนี่ครับ คุณอริสสงสารเด็กๆ ก็เลยเป็นครูอาสาไปช่วยสอน แล้ววันนี้ก็ไปแต่เช้าแล้วครับ จะกลับมาที่นี่ก็ตอนสายๆ น่ะครับ

เขาถามถึงเส้นทางที่จะไปบนดอย เด็กหนุ่มบอกเส้นทางกับเขา และบอกกับเขาว่าถ้าพบกับอริสราแล้ว อย่าบอกว่าเขาเป็นคนบอก เขาขับรถขึ้นเขาไปเรื่อยๆ และคิดไปตลอดทาง อริสราสาวน้อยที่แสนดี เธอมีน้ำใจกับทุกคน คนที่บ้านเขาตั้งแต่แม่ครัว เด็กรับใช้ คนขับรถ รวมถึงแม่นงค์ต่างก็รักเธอ เพราะทุกคนได้รับน้ำใจจากเธอกันถ้วนหน้า ก่อนที่เขาจะคิดอะไรต่อ เสียงเพลงชาติก็ดังแว่วมาตามกระแสลม เขาเห็นธงชาติปลิวไสวอยู่ไม่ไกลนัก ทำให้เขาชะลอความเร็วลงจอดแอบข้างทางที่ป่าละเมาะ และลงเดินเท้าช้าๆ ไปที่โรงเรียน เขาเห็นลานดินกว้างและห้องเรียนที่ปลูกเป็นแถวอย่างง่ายๆ มุงด้วยสังกะสีเพียงแค่สี่ห้องเท่านั้น เด็กๆในชุดนักเรียนบ้าง ชุดชาวเขาบ้าง วิ่งกันไปมาขวักไขว่หลังจากที่เลิกแถวเคารพธงชาติแล้ว

 เขายืนอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ เห็นอริสราในกางเกงยีน เสื้อยืดแขนยาวสีดำ สวมหมวกไหมพรมกันหนาวสีเทา มีผ้าพันคอสีสวยใสพันไว้รอบคอ กำลังเรียกให้นักเรียนมานั่งตากแดดเพราะอากาศที่หนาวเย็น เด็กๆ ในชุดชาวเขาพากันวิ่งไปนำเก้าอี้จากห้องเรียนมาวางกลางแจ้งและนั่งกันหน้าสลอน เธอสั่งให้นักเรียนร้องเพลง เอ บี ซี พร้อมทั้งร้องนำด้วยท่าทางที่นักเรียนต่างทำตาม เด็กๆ ต่างร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน เขาเห็นอริสรามองเด็กๆ ด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความสุข เด็กผู้ชายคนหนึ่งวิ่งตื๋อไปหยิบ กีตาร์ที่ห้องเรียนมาให้ เธอนั่งลงที่เก้าอี้ด้านหน้าของเด็กๆ แล้วให้เด็กๆ ร้องเพลง เอ บี ซี อีกครั้ง โดยที่เธอดีดกีตาร์ให้ทำนอง เขาเพิ่งรู้ว่าเธอเล่นกีตาร์ได้ก็วันนี้เอง สักครู่เด็กๆ ร้องบอกให้เธอร้องเพลงให้ฟัง เธอเหมือนจะไม่ตกลง แต่เด็กๆ ก็พากันมาห้อมล้อม และเซ้าซี้

 “เด็กๆ เงียบก่อนสิจ๊ะ ครูร้องให้ฟังก็ได้ แต่ต้องเงียบก่อนนะคะ แล้วก็ไปนั่งให้เรียบร้อยด้วยเด็กๆ วิ่งไปนั่งประจำที่ของตนเอง เงียบกริบลงทันที เธอกรีดนิ้วลงบนสายกีตาร์แล้วร้องเพลงด้วยเสียงร้องที่กินใจ

 เพลงจบลงแล้ว แต่เธอก็ยังคงนั่งเงียบอยู่กับเก้าอี้ เหม่อมองดูเด็กๆ ที่เริ่มซุกซน มีเด็กน้อยตัวเล็กๆ วิ่งเข้ามาหาและกอดเธอไว้ อริสรากอดเด็กคนนั้นไว้แน่น เขาเห็นเธอใช้มือปาดน้ำตาบนแก้ม แล้วบอกให้นักเรียนยกเก้าอี้เข้าห้อง

 “เด็กๆ จ๊ะ เข้าห้องเรียนกันได้แล้วจ้ะ ครูจะสอนภาษาไทยนะ ไปจ้ะ

มีชายหนุ่มอีกผู้หนึ่งเดินออกมาจากห้องเรียนที่ติดกัน เหมือนจะกล่าวถามอะไรบางอย่าง แต่เธอส่ายศีรษะน้อยๆ และเดินเข้าห้องเรียน เขาเห็นครูหนุ่มมองเธอด้วยสายตาละห้อย เขามองไม่ผิดว่าสายตาคู่นั้นมีแววอาทรมากมายในตัวเธอ

 เขาเดินกลับไปที่รถ และขับกลับมาที่รีสอร์ต นั่งครุ่นคิดถึงท่าทีของอริสรา เธอเศร้าและร้องเพลงที่เหมือนจะยิ่งซ้ำเติมหัวใจตนเอง เธอเศร้าเพราะยังรักเราอยู่ใช่ไหมนะ เขารอการกลับมาของอริสราอยู่สองชั่วโมง จึงเห็นเธอขับรถปิกอัปเข้ามาจอดหน้ากระท่อมที่พักแล้วเดินเข้ากระท่อมไป

เขาตัดสินใจในนาทีนั้นว่าต้องพบเธอวันนี้และเดี๋ยวนี้ เขาไม่อาจจะรอเวลาได้อีกแล้ว อยากจะรู้เหลือเกินว่าเธอจะทำยังไง ถ้าพบเขาที่นี่ เขาเดินไปที่ที่พักของเธอ แล้วเคาะประตูสองสามครั้ง ใจเขาเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกมานอกทรวงอก เขาตื่นเต้นเหมือนกับว่าเป็นการนัดพบครั้งแรกของหนุ่มน้อยเพิ่งแตกพาน นายนนท์...นายจะบ้าหรือไง อริสเป็นเมียนายนะ แล้วนายก็ไม่ได้เป็นวัยรุ่นสักหน่อย เขาคิดและยิ้มเขินๆ กับตัวเองระหว่างที่รอเธอเปิดประตู

เสียงเธอเปิดประตู และอุทานเรียกชื่อเขา คุณนนท์...สีหน้าของอริสราตกใจ เธอเบิกตากว้างอย่างไม่คาดคิดว่าจะได้พบเขา และยืนนิ่ง ตกตะลึงกับภาพตรงหน้า

อริสรา...หนีผมมาทำไม ผมออกตามคุณจนแทบพลิกแผ่นดิน จนไม่รู้ว่าจะไปตามที่ไหน ทำไมทำอย่างนี้กับผมล่ะที่รัก

เธอยังคงยืนนิ่ง สติเหมือนจะดับวูบลงจนต้องใช้มือจับขอบประตูกระท่อมไว้ เธอพึมพำเรียกชื่อเขาอีกครั้ง คุณนนท์

เขาเข้าไปรวบตัวเธอเข้ามากอดไว้ อริส...ผมคิดถึงคุณมากเหลือเกิน ลูกล่ะ ลูกล่ะจ๊ะอริส

เธอได้สติ พยามยามดันร่างของเขาออก และพยายามเบี่ยงตัวออกจากอ้อมกอดเขา ฉันไม่มีลูกค่ะ ฉันยังเป็นนางสาวอริสราเสียงของอริสราเย็นชาจนเขาใจเสีย

อริส...ทำไมพูดอย่างนี้ล่ะ ผมรักคุณนะ ผมต้องการคุณต้องการลูก ผมเฝ้าติดตามสืบหาคุณ เพราะผมรักคุณนะอริส ผมไม่มีความสุขอีกเลยตั้งแต่คุณหนีผมมาเขาพร่ำรำพัน สายตาอ้อนวอน

เรื่องของเรามันจบตั้งแต่วันที่เราหมดสัญญากันแล้วค่ะ เราไม่มีสิ่งผูกพันอะไรกันอีก ฉันมีชีวิตใหม่แล้วค่ะ ฉันว่าคุณควรจะกลับไปรับผิดชอบภรรยาและลูกของคุณดีกว่านะคะเสียงของอริสราสั่นเครือ ทั้งๆ ที่พยายามบังคับตัวเองอย่างที่สุดแล้ว

อริส...ฟังผมสิ เรื่องที่คุณได้ยินมามันไม่ใช่เรื่องจริงเลยนะครับ ฟรานบอกกับนักข่าวเพื่อให้เราสองคนเลิกกัน เขาไม่ได้ท้อง ผมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกเลยนะอริส เชื่อผมสิ

เธอมองหน้าเขานิ่งๆ สายตาที่มองเขานั้นร้าวรานยิ่งนัก ผู้หญิงสองคนที่รักคุณมาก คุณคิดจะฆ่าทั้งสองคนเลยหรือคะ คุณกำลังจะฆ่าคนทั้งเป็นนะคะ คุณฟรานรักคุณมาก เธอยอมเสียชื่อเสียงที่ออกมายอมรับกับสังคมว่าเธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่งของคุณ ยอมให้สังคมตราหน้าว่าเธอเป็นมือที่สาม และยังยอมที่จะมีเด็กกับคุณ เธอรักคุณยิ่งกว่าอริสอีกค่ะ

อริส...ผมยอมรับว่าผมผิด ผิดมาตั้งแต่ต้น ผมพยายามแล้วที่จะยอมรับเขา แต่เขาไม่เคยที่จะปรับตัวเขาให้เข้ากับชีวิตของผม อริส...แล้วคุณก็เข้ามา เข้ามานั่งอยู่ในกลางใจของผม ผมลืมคุณไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียวนะอริส แล้วฟรานก็ไม่ได้ท้อง เขาต้องการให้เราสองคนเลิกกัน เขารู้ว่าผมรักคุณ

แต่ฉันตัดสินใจแล้วค่ะที่จะออกมาจากวงเวียนชีวิตของคุณ ฉันทรมานใจมากเหลือเกิน แต่เดี๋ยวนี้ฉันมีความสุขอยู่กับชีวิตใหม่ของฉัน ฉันไม่ต้องการเจ็บปวดอีก คุณกลับไปเถอะค่ะ

อริส...ผมทำไม่ได้ ลูกล่ะอริส ลูกอยู่ไหนผมอยากเห็นลูก

ฉันไม่มีลูกค่ะ

อริส...คุณโกหก คุณทำแบบนี้ทำไม คุณต้องการอะไรเสียงของอินทนนท์สั่นพร่าด้วยแรงของความรู้สึกภายในใจ

 

*อินทนนท์จะทำยังไงต่อไปในเมื่ออริสราปฏิเสธความสัมพันธ์  ต่อไปนี้อินทนนท์จะเป็นคนที่ต้องรู้จักความพ่ายแพ้บ้าง เพราะฟรานซิสก็ไม่ได้ยอมให้เขาเลิกลาไปง่ายๆ ในเมื่ออินทนนท์ยิ่งกว่าขุมทองที่เธอจะต้องยึดไว้ เรื่องราวจะอลเวงขนาดไหนมาติดตามกันค่ะ อ่านฉบับเต็มได้ในebookอีกหนึ่งช่องทางนะคะ*

 ก่อนอื่นพี่บุษต้องขอขอบคุณน้องๆทุกท่านที่เข้ามาอ่านนิยายของพี่บุษนะคะ เรื่องหน้าเร็วๆนี้ จะลงเรื่องตำหนักรักข้ามภพให้อ่านกันค่ะ ขอบคุณที่@มาเป็นแฟนพันธ์แท้ และคอมเม้นท์มาให้กำลังใจ สำหรับเรื่องแผนร้ายกุศโลบายรัก จะยังลงให้อ่านกันต่อไปอีกนะคะ ประมาณ70%

รายชื่อผู้โชคดีของพี่บุษ

จากรายชื่อแฟนคลับและคอมเม้นท์ที่สุ่มจับได้

1.           คุณ chon29

2.           คุณดานิตา จตุศาสตร์

3.           คุณ ยุวธิดา ยอแสงทอง (จาก...คอมเม้นส์ค่ะ)

ส่งที่อยู่อย่างละเอียดมาที่ข้อความลับของพี่บุษนะคะ

ขอแสดงความยินดีค่ะ


 

&;

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 20:53
    เค้าได้ด้วยล่ะ😆😆😆
    #49
    1