แผนร้าย กุศโลบายรัก (พิมพ์ครั้งที่2กับสนพปองรัก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 15,532 Views

  • 51 Comments

  • 173 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    19

    Overall
    15,532

ตอนที่ 20 : ความรัก ความหลัง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1033
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    14 ธ.ค. 60



วางแผงแล้วที่ซีเอ็ด&นายอินทร์ ทุกสาขาทั่วประเทศ


เครดิตรภาพจากน้องอันนาฤทัย


เครดิตภาพจากน้องเวหาม่านฟ้า


20

ความรัก ความหลัง

 

อริสราเบี่ยงกายออกจากประตูห้อง ใช้ตัวดันประตูห้องปิดแล้วเดินหนีเขา ทำให้อินทนนท์ต้องเดินตาม เธอถอนหายใจน้อยๆ แล้วหันมา

 “คุณนนท์...ได้โปรดเถอะค่ะ ปล่อยให้อริสอยู่อย่างนี้เถอะค่ะ อริสไม่ต้องการเจ็บอีกแล้ว และก็ไม่ต้องการแย่งคุณมาจากใคร เราสองคนไม่สมควรที่จะพบกันอีก

 “อริส...ถ้าคุณจะไล่ให้ผมไปจากคุณ แล้วลูกล่ะ...คุณไม่นึกถึงลูกเลยเหรอ ลูกต้องการเราทั้งสองคนนะเขากล่าวด้วยสีหน้าอ้อนวอน จนอริสราต้องเบือนหน้าหนี

 “ฉันบอกแล้วไงคะ ว่าฉันไม่มีลูก

 “อริส...งั้นผมจะอยู่ที่นี่ จะไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าผมจะพบลูกเขายืนกรานด้วยเสียงที่หนักแน่น

 “คุณมันบ้า บ้าที่สุดเธอสะบัดหน้าเดินหนีเขาไปทันที

เขาวิ่งไปดักหน้าเธอ และจับไหล่เธอไว้ทั้งสองข้าง  อริส...ได้โปรด ฟังผมบ้างได้ไหม คุณมีความหมายกับผมกับทุกคนมากนะ คุณแม่รักคุณมาก และท่านก็โกรธผมมากด้วย ตอนนี้ท่านก็หนีผมไปอยู่สวิสแล้ว ผมยังจะเหลือใครอีก อย่าทิ้งผมเลยนะอริส เราน่าจะคุยกัน ปรับความเข้าใจกันได้ไม่ใช่เหรอ

 “ก็เพราะคุณท่านดีกับอริสมาก ทำให้อริสรู้สึกผิดในใจมาตลอดที่ช่วยคุณหลอกลวงท่านเพื่อหวังประโยชน์จากเงินของคุณ ยิ่งท่านรักอริสมากแค่ไหน ก็ยิ่งตอกย้ำความผิดของอริสมากขึ้นเท่านั้น อริสแทบจะไม่อยากมองหน้าท่านด้วยซ้ำ

  “อริส...คุณแม่รู้เรื่องของเราทุกอย่าง รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ผมก็ไม่ทราบ ผมเองก็เพิ่งรู้ก่อนที่จะมาที่นี่ ผมโทร.ไปหาท่าน บอกว่าจะมารับคุณ ท่านพูดอะไรกับผมหลายอย่าง และก็บอกว่าท่านรู้เรื่องที่ผมจ้างคุณมาตั้งนานแล้ว ผมพูดจริงๆ นะครับ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าท่านรู้ได้ยังไง

 “ท่านรู้มาตลอดหรือคะเธอทวนคำพูดของเขา

 “ท่านบอกผมอย่างนั้น ท่านว่ารู้ที่ผมว่าจ้างคุณมาทำงาน และท่านก็ยังบอกว่าคุณทำงานให้ผมได้สำเร็จ เพราะท่านรักคุณจริงๆ

 “โถ...คุณท่านเธอเอ่ยออกมา ยิ่งรู้สึกสงสารคุณหญิงมากขึ้น เธอยังคงรำพัน คุณท่านรู้ทุกอย่าง รู้แม้กระทั่งว่าลูกของท่านไม่ได้รักเมียรับจ้างของเขาแม้แต่น้อย ถ้าคุณคิดว่าการที่อริสมีลูกแล้วคุณจำเป็นจะต้องรับผิดชอบน่ะ ขอให้คิดใหม่นะคะ อริสเลี้ยงเขาได้ และอริสคิดว่าเขาไม่จำเป็นต้องมีพ่อ กลับไปเถอะค่ะคุณนนท์เธอสะบัดหน้า และเดินหนีเขาไปอีก

อินทนนท์เดินตามเธอไปอีก อริสราเดินขึ้นไปที่ล็อบบี และไปนั่งที่เคาน์เตอร์ซึ่งด้านหลังเป็นผนังที่มีรูปของคุณอริสา มารดาของเธอแขวนไว้ พนักงานต้อนรับหญิงเดินมาส่งบิลปึกหนึ่งให้เธอ อริสราก้มหน้าลงทำบัญชี และทำเหมือนไม่เห็นเขา

อินทนนท์นั่งรอเธออยู่ที่โต๊ะอาหารใกล้ๆ เท้าคางมองหน้าเธอ อริสราเหลือบตาขึ้นมองก็พบกับสายตาของเขาที่กำลังมองหน้าเธอ และยังรอยยิ้มน้อยๆ เหมือนจะยั่วเย้า เธอกัดริมฝีปากนิดหนึ่ง ก้มหน้าลงทำงานต่อ บริกรชายหน้าทะเล้นที่เขารู้จักเดินนำแก้วน้ำเย็นมาวางให้ เขากล่าวขอบใจ

อริสราเรียกเด็กหนุ่ม ทอย...ไปบอกให้ดาวเรืองมาหาฉันหน่อย

เด็กหนุ่มเดินหายไปสักครู่ก็เดินกลับมาพร้อมกับสาวน้อยสวมชุดสาวเหนือนางหนึ่ง ซึ่งชุดนั้นเป็นชุดพนักงานต้อนรับของเธอ สาวน้อยที่ชื่อดาวเรืองเดินเข้ามาหาแล้วก้มลงถาม  คุณอริสเรียกดาวเรืองหรือคะ

 “จ้ะ...ดาวเรืองทำไมไม่ทำประวัติแขกที่เข้าพักทุกคนจ๊ะ

 “เอ่อ...ดาวเรืองทำหมดทุกคนแล้วนะคะ ก็เหลือเพียงคุณที่เข้ามาเมื่อวานตอนค่ำค่ะ ทอยเป็นคนรับแขกค่ะ แขกคนที่อยู่กระท่อมชมจันทร์นั่นแหละค่ะ นอกนั้นก็ทำหมดแล้วค่ะ

เธอหันไปบอกเด็กหนุ่ม ทอย...ทำไมไม่ทำ ไปทำมานะ ขอชื่อที่อยู่เขาด้วย แค่นั้นแหละ

เด็กหนุ่มรับคำแล้วเดินมาหาเขาพร้อมกับสมุดบันทึกการเข้าพัก คุณครับ...ขอโทษนะครับ ช่วยเซ็นชื่อเข้าพักด้วยครับ แล้วไม่ทราบว่าคุณจะอยู่ที่นี่กี่วันครับ คือเป็นระเบียบของที่นี่น่ะครับ

 “ถามคุณอริสราก็ได้นี่ว่าฉันชื่ออะไร เธอรู้จักฉันดี บอกเจ้านายของนายด้วยนะว่าฉันจะอยู่ที่นี่ตลอดไป และถ้าฉันจะกลับ เจ้านายของนายต้องกลับไปกับฉันด้วยทอยทำหน้าเหลอหลา หันไปมองหน้าอริสรา และเดินไปหาเธอ

ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะเอ่ยอะไร ทอย...ไปบอกเขาว่าฉันให้เขาพักได้แค่พรุ่งนี้ เพราะกระท่อมชมจันทร์มีคนจองแล้ว

ทอยเดินกลับมา ยังไม่ทันจะเอ่ยบอก เขาชิงเอ่ยขึ้น นายไปบอกคุณอริสรานะ ว่าถ้ากระท่อมชมจันทร์มีคนจองแล้ว ฉันก็จะย้ายไปนอนที่กระท่อมชมดาวทอยฟังแล้วตกใจ รีบบอกกับเขา

 “กระท่อมชมดาวไม่ได้ให้เช่านะครับคุณ กระท่อมหลังนั้นเป็นที่พักของคุณอริสครับ

 “ก็ไม่เป็นไรนี่ ฉันพักหลังเดียวกับเจ้านายของนายก็ได้ เพราะฉันเป็นสามีของคุณอริส และคงไม่แปลกที่ฉันจะนอนกับภรรยาไม่ใช่เหรอทอยอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำพูดของเขา

อริสราใบหน้าร้อนผ่าว เธอโกรธเขาจนหูอื้อ รีบเดินมาที่เขาทันที คุณนนท์...กระท่อมชมจันทร์มีคนจองตั้งแต่พรุ่งนี้ค่ะ และทุกหลังของเราก็เต็มหมดแล้ว ฉันไม่มีที่ให้คุณพัก กรุณากลับไปเถอะค่ะ หรือว่าคุณจะย้ายไปพักที่อื่น แถวนี้ก็มีรีสอร์ตอีกหลายที่ค่ะ

 “อริส...ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น เมียผมอยู่ที่ไหนผมก็จะอยู่ที่นั่น และถ้ากระท่อมชมจันทร์มีคนจอง ผมก็จะมานอนกับคุณ งั้นเดี๋ยวผมจะย้ายของไปนอนที่กระท่อมชมดาวกับคุณก็แล้วกันเขาพูดหน้าตาเฉย

 “คุณอย่ามาพูดอย่างนี้นะคะ ฉันไม่ได้...อื่อ...เป็นเธอกลืนคำพูดที่จะพูดต่อลงในลำคอ

 “โถ...ที่รัก...ไม่ต้องไปอายใครหรอกนะ บอกลูกน้องคุณไปเลยว่าผมเป็นสามีคุณเขากล่าวแล้วหันหน้าไปบอกกับลูกน้องของอริสรา นี่นายทอย แล้วก็คุณดาวเรือง ผมจะบอกให้นะว่าผมเป็นสามีคุณอริสรา และช่วยบอกกับพนักงานทุกๆ คนด้วย จะได้เข้าใจ

อริสราพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเมื่อโดนไม้นี้ของอินทนนท์ เธอกัดริมฝีปาก หายใจถี่ๆ อย่างทั้งโกรธทั้งอาย

  “นี่คุณ...พูดบ้าอะไรออกมา อย่ามาพูดแบบนี้นะเธอแหวขึ้นอย่างเหลืออด

 “อ้าว...แล้วผมพูดผิดตรงไหนไม่ทราบครับ ผมเป็นสามีคุณ ผมก็บอกให้ทุกคนที่นี่รับทราบ เดี๋ยวเราเกิดกุ๊กกิ๊กกัน ลูกน้องคุณจะได้ไม่แปลกใจไงล่ะเขายืนยันคำพูดของตัวเองด้วยสีหน้าจริงจัง แต่แอบอมยิ้มอยู่ในสีหน้าน้อยๆ

 “คุณนนท์...คุณอย่ามากะล่อน เรื่องของเรามันจบลงไปตั้งนานแล้ว

 “ผมยังไม่ได้จบกับคุณสักหน่อย คุณหนีผมมานะอริส ไม่ใช่ผมหนีคุณ แล้วต่อไปนี้ผมก็จะอยู่ที่นี่กับคุณ จนกว่าคุณจะบอกผมเรื่องลูก เราสองคนต้องกลับบ้าน กลับไปอยู่ด้วยกัน

อริสราหันไปมองหน้าลูกน้องทั้งสองคนซึ่งยืนทำหน้าตาเป๋อเหลอ และออกอาการเป็นงงมองมาที่เธอและอินทนนท์ เธอกัดริมฝีปากตนเองจนเจ็บ อยากจะทำอะไรสักอย่างเพื่อระบายอารมณ์ออกมา แต่ก็ทำได้เพียงจ้องหน้าเขา

 “บ้าสิ้นดี...คุณเล่นไม้นี้กับฉันไม่ได้นะ เพราะสัญญาของเรามันจบแล้ว ฉันเป็นอิสระแล้ว นะคะคุณนนท์ คุณเลิกตามราวีฉันได้แล้ว คนที่คุณต้องรับผิดชอบไม่ใช่ฉันค่ะ เชิญคุณกลับไปอยู่กับคนของคุณดีกว่า

 “อริส...ผมมีคุณคนเดียวนะ ผมไม่สนใจเรื่องของใครทั้งนั้น และคุณก็ต้องบอกผมเรื่องลูกด้วย

 “ฉันไม่มีเรื่องอะไรจะบอกคุณ ฉันไม่มีลูก เราไม่มีอะไรที่จะเชื่อมสายสัมพันธ์กันอีกค่ะอริสราพูดจบก็ก้าวเดินฉับๆ ออกไปทันที ทำให้เขาต้องลุกเดินตามเธอออกไป มีแขกที่เดินกลับเข้ามาหลังจากชมธรรมชาติแล้วเป็นคู่ๆ เขาเดินไปจับแขนเธอดึงไว้

 “อริสรา...ผมขอร้อง อย่าทำแบบนี้ได้ไหม คุณต้องการอะไรผมก็จะให้คุณทุกสิ่งทุกอย่าง เรากลับมาดีกันเถอะนะ ผมรักคุณต้องการคุณนะอริส ผมรักลูก รักคุณ ผมเฝ้าติดตามคุณไปทุกหนทุกแห่ง ผมไม่เคยลืมคุณได้เลยแม้แต่วันเดียว อย่าทิ้งผมเลยนะอริสเขาอ้อนวอนเธอด้วยคำพูด สีหน้า และแววตาที่อ่อนเศร้า

 เธอสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของเขา ฉันไม่มีอะไรจะให้คุณอีกค่ะ ให้ฉันมีเพียงความทรงจำครั้งหนึ่งเก็บไว้ก็พอ ฉันไม่อยากทำร้ายคุณฟราน เพราะฉันรู้ว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน เราสองคนมีช่วงเวลาหนึ่งที่เป็นแค่ฝัน ฉันออกมาจากความฝันนั้นแล้ว และก็อยากให้คุณคิดเหมือนฉัน ให้เราเก็บฝันในวันก่อนเป็นความสุขที่อยู่ในใจตลอดไปดีกว่าค่ะ และมันคงจะดีกว่าที่เราจะต้องกลับไปเผชิญกับความจริงอีก คุณน่าจะยอมรับนะคะ ว่าการที่คุณมีผู้หญิงสองคนมันไม่มีอะไรที่น่าจะดีสักนิด เราต่างก็เป็นทุกข์กันทั้งสามคน

เขาแน่ใจว่าเห็นน้ำตาที่รื้นขึ้นของเธอในขณะที่กล่าว อริส...ในเมื่อเราสองคนรักกัน ทำไมเราต้องจากกันด้วยล่ะ ทำไมคุณต้องทรมานผม ทรมานตัวเอง คุณไม่รักลูกหรืออริส คุณไม่ต้องการให้เขามีพ่อเหมือนคนอื่นหรือไง คุณใจร้ายใจดำกับผมยังไม่พอ คุณจะยังทำกับลูกอีกเหรอ

อริสราไม่กล่าวอะไรออกมา เธอมองหน้าเขาด้วยสายตาที่เจ็บปวด ริมฝีปากสั่นระริก เธอวิ่งหนีเขาเข้าไปในกระท่อมชมดาว แล้วทุ่มตัวเองลงบนที่นอนร่ำไห้สะอึกสะอื้น เธอได้แต่เฝ้าคิดสับสนในสมอง เขาบอกว่าเขาลืมเราไม่ได้ แล้วเราล่ะ... เราไม่เคยลืมเขาได้แม้แต่วันเดียว เราเฝ้ามองยอดดอยอินทนนท์ทุกวัน มองมันด้วยความรู้สึกว่ามันช่างสูงเสียดฟ้าและห่างไกลมือเอื้อมเหลือเกิน

แต่บัดนี้เขามายืนอยู่ตรงหน้า มาบอกรัก มาทวงความสัมพันธ์ เขารู้ได้ยังไงว่าเราอยู่ที่นี่ คุณนนท์...คุณรู้ไหมว่าอริสรักคุณมากมายแค่ไหน วันเวลาที่ผ่านไปแต่ละวันไม่เคยทำให้อริสลืมคุณได้เลย อริสเกลียดตัวเองที่ยังรักคุณ คิดถึงคุณ ทุกวันนี้...อริสทำงานทุกอย่าง ไม่ยอมให้ตัวเองมีเวลาว่าง เพื่อให้ทุกชั่วโมงมันผ่านไป เพื่อที่จะได้ลืมคุณ ลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเรา แต่แล้วคุณก็กลับมาเพื่อทำให้อริสเจ็บขึ้นอีกครั้ง เพื่ออะไร เพื่ออะไรกันคะ...

อริสราหายเงียบอยู่ในกระท่อมชมดาวของเธอแทบทั้งวัน จนบ่าย เรือนคำมาเคาะประตูเรียก 

คุณอริสคะ...มีคนเอาของมาส่งค่ะ

เธอขมวดคิ้วถาม ของอะไร ฉันจำได้ว่าวันนี้เราไม่ได้สั่งอะไรใครเลยนี่

 “เอ่อ...เร็วเถอะค่ะคุณอริส ท่านผู้ว่ามาด้วยค่ะ

อริสรารีบหันเข้าไปในห้อง แตะแป้งพัฟบนแก้ม มองตัวเองในกระจก สำรวจการแต่งกายก่อนที่จะเดินออกไป เธอพบกับท่านผู้ว่าที่นั่งคอยอยู่ที่ห้องรับรองแขก เธอเข้าไปพนมมือไหว้อย่างอ่อนหวานทันที

 “สวัสดีค่ะท่าน มีอะไรให้อริสรับใช้คะ

ชายวัยใกล้เกษียณ รูปร่างสูงโปร่งขาว หน้าตาบ่งบอกว่าเคยหล่อมาก สีหน้าของท่านที่มองอริสราบอกถึงความชื่นชมในตัวเธออย่างเปิดเผยและรีบรับไหว้

 “พูดอะไรอย่างนั้นจ๊ะอริส ฉันซื้อชิงช้ากับเก้าอี้สนามมาให้น่ะ เห็นว่ามันน่าใช้ และก็เหมาะกับรีสอร์ตของหนูน่ะจ้ะ ไปดูกัน...เขาลุกขึ้นผายมือให้เธอ และเดินเคียงคู่ลงมาด้วยกัน

อริสราเห็นอินทนนท์เดินเล่นอยู่แถวนั้น แต่เธอแสร้งทำเป็นไม่เห็น คนงานกำลังลำเลียงชิงช้าไม้สองตัวกับเก้าอี้สนามสองชุดลงจากรถ เธอมองปราดเดียวก็รู้ว่าทั้งชิงช้าและเก้าอี้สนามแบบนี้มีมูลค่าหลายหมื่น

  “ท่านคะ...อริสเกรงใจท่านค่ะ ของพวกนี้ราคาสูงมากนะคะ ความจริงอริสคิดจะซื้ออยู่เหมือนกันค่ะ

 “ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอกนะ ฉันเห็นว่ามันเหมาะกับที่นี่ก็เลยอยากซื้อให้น่ะ และฉันก็ดีใจนะที่หนูชอบ

เธอยกมือขึ้นพนมไหว้อีกครั้ง อริสขอบคุณมากค่ะท่าน แต่วันหลังอย่าซื้อมาอีกเลยนะคะ อริสเกรงใจท่านค่ะ

 “เราเป็นคนกันเองที่สนิทกันแล้วไม่ใช่เหรอจ๊ะอริส ทำไมต้องเกรงอกเกรงใจกันด้วยล่ะ ฉันซื้อชิงช้าเอาไปลงไว้ที่บ้านพักตัวหนึ่งด้วยน่ะ แล้วถ้าหนูว่างๆ ไปจัดสวน ก็ช่วยหาที่วางเหมาะๆ ให้ด้วยก็แล้วกันนะ

 “ค่ะท่าน ขอเวลาอีกสักหน่อยนะคะ อริสจะไปจัดสวนให้ท่านค่ะ อริสไม่ทราบว่าท่านชอบสวนหิน หรือว่าเป็นสวนดอกไม้ดีคะ หรือว่าจะผสมกันทั้งสองอย่าง อริสจะได้จัดให้ถูกใจน่ะค่ะ

 “อริสจัดยังไงก็ได้จ้ะ ที่อริสคิดว่าสวยน่ะ สำหรับฉันแล้ว ก็ชอบทุกอย่างที่หนูทำให้อยู่แล้วละจ้ะ ทั้งแบบบ้านที่อริส ออกแบบให้ฉัน ฉันก็ถูกใจมากเลยนะ ความจริงแล้วฉันก็ไม่ค่อยมีเวลาได้มาอยู่อยู่แล้ว ฉันอยากให้อริสมาพักที่บ้านหลังนี้ของฉันนะ แล้วก็เอากระท่อมชมดาวไว้รับลูกค้าดีกว่า

อริสรายิ้มเจื่อนๆ คงจะไม่เหมาะหรอกนะคะ ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นบ้านของท่าน ท่านจะเสียหายนะคะ

 “อริส...ฉันคิดว่าฉันบริสุทธิ์ใจกับหนูนะ ใครจะคิดยังไงฉันก็ไม่แคร์หรอกจ้ะ ฉันอยากจะยกบ้านหลังนั้นให้หนูด้วยซ้ำ แต่หนูเองที่ปฏิเสธ และฉันอยากให้หนูเชื่อในสิ่งที่ฉันเคยบอกหนูไปแล้วท่านผู้ว่ากล่าว แล้วมองหน้าอริสราด้วยสายตาที่เปี่ยมด้วยความเมตตา

อินทนนท์ซึ่งทำทีเป็นนั่งเล่นอยู่แถวนั้นได้ยินทุกคำพูดของเขา และนึกอย่างหมั่นไส้ว่า คนแก่ก็แผนสูงอย่างนี้ละวะ คงจะอยากเคี้ยวหญ้าอ่อนแย่แล้วสิ แล้วแม่หญ้าอ่อนก็ทำท่าเสียจนหวานเหมือนจะอ่อยเหยื่อวัวเฒ่า อริส...ฉันไม่มีวันปล่อยเธอไปหรอก...เขาได้แต่คำรามอยู่ในใจ

 “เอ่อ...ท่านคะ นี่ก็เกือบจะได้เวลาอาหารเย็นแล้วนะคะ ให้อริสได้เลี้ยงอาหารเย็นเป็นการตอบแทนท่านสักมื้อนะคะ

 “วันนี้ฉันคงต้องขอตัวจ้ะ พอดีค่ำนี้ฉันมีนัดทานค่ำกับท่านแม่ทัพน้อยน่ะ มีเรื่องสำคัญคุยกันด้วย เอาไว้วันหลังฉันจะมาทานเย็นด้วยนะจ๊ะ แล้วจะโทร.มาบอกล่วงหน้าจ้ะ แล้วครั้งต่อไปที่เราเจอกัน ฉันหวังว่าคงจะไม่ได้ยินหนูเรียกฉันว่า ท่านอีกนะ มันดูเหมือนเราห่างเหินกันเกินไป

 “เอ่อ...ค่ะ

ท่านผู้ว่ายิ้มบางๆ มองหน้าอริสราแล้วส่งกุญแจบ้านให้ นี่จ้ะกุญแจบ้าน ฉันให้อริสไว้ชุดหนึ่งนะจ๊ะเผื่อจะต้องใช้ แล้วฉันก็ต้องฝากให้อริสหาคนไปดูแลทำความสะอาดให้บ้างน่ะจ้ะ ฉันคงไม่ค่อยมีเวลามาค้างเท่าไหร่ อริสเป็นแม่บ้านให้ฉันด้วยนะ

 “ค่ะท่าน อริสจะดูแลบ้านให้ค่ะเธอตอบพร้อมทั้งพนมมือไหว้เมื่อท่านกล่าวลา และเดินมาส่งท่านผู้นั้นที่รถ เธอโบกมือตอบท่านผู้ว่าน้อยๆ และเดินกลับมา อินทนนท์เดินมาขวางหน้าเธอไว้

 “หน้าบานเชียว อยากมีผัวแก่หรือไงเขาถากถางด้วยสีหน้าบึ้งตึง

 “เรื่องของฉัน ถ้าฉันอยากมีฉันก็จะมีเธอเชิดหน้าขึ้นตอบอย่างนึกโมโหคำพูดของเขา

 “แต่เสียใจด้วยนะ ตราบใดที่ผมยังมีลมหายใจอยู่ คุณอย่าฝันไปเลย

 “อย่ามาถือสิทธิ์อะไรในตัวฉัน เพราะฉันก็ไม่เคยถือสิทธิ์อะไรในตัวคุณ

 “ก็ได้อริส ถ้าคิดอย่างนั้น ต่อไปนี้ผมจะถือสิทธิ์ในการเป็นสามีของคุณ ผมจะไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น จำไว้นะว่าคุณเป็นเมียผม

 “ใครบ้างล่ะคะที่คุณอ้างสิทธิ์ มีกี่คนกัน เชิญคุณไปอ้างกับคนอื่นเถอะค่ะ ฉันไม่เคยปลื้มกับคำพูดลมๆ แล้งๆ ของคุณ ฉันลืมเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดไปตั้งนานแล้ว

คำพูดของอริสรา ทำให้เขาโกรธจนหูอื้อ ตรงเข้ามาจับแขนเธอไว้ คุณพูดอะไรออกมา ลืมผัวได้ทั้งคนเลยเหรอ คนที่เคยนอนกกนอนกอดกัน พอห่างกันแค่ไม่เท่าไหร่ก็ลืมรสสวาทของผัวแล้วเหรอ ทำไม อยากลองของใหม่หรือไงล่ะ

อริสรารู้แล้วว่าคำพูดของเธอทำให้เขาโกรธ และเริ่มพาลเอาดื้อๆ ฉันไม่ต้องการที่จะจดจำอะไรทั้งนั้นเธอสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของเขา แล้ววิ่งเข้ากระท่อมปิดประตูเงียบ

 พนักงานในรีสอร์ตจับกลุ่มกันกระซิบกระซาบเรื่องของเจ้านาย ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเบาๆ 

ฉันว่าคงจะจริงนะที่คุณผู้ชายคนนั้นพูดน่ะ เพราะคุณอริสไม่เถียงเลย ได้แต่ทำสีหน้าไม่พอใจดาวเรืองบอกกับเรือนคำ

 “ถ้าจริงคงสนุกแน่เลย ท่านผู้ว่าก็ทุ่มสุดตัว สารพัดสารพันจะหาของมาให้ ส่วนครูสมชายก็เทียวไล้เทียวขื่อ แล้วก็คุณกานต์เจ้าของชมวิมานรีสอร์ตอีกคนด้วยนะ แต่ละคนล้วนแล้วแต่มาหลงรักคุณอริสกันทั้งนั้น ฉันทำไมไม่สวยเหมือนคุณอริสบ้างนะ อิจฉาว่ะ มีแต่คนมารุมรักเรือนคำร่ายยาว และยังบ่นออดๆ ในตอนท้าย

 “แต่ใครๆ ก็หล่อสู้คุณที่มาใหม่นี่ไม่ได้สักคน ท่าทางสมาร์ต หน้าตาก็ล้อหล่อสมกับคุณอริสออก แล้วก็ทำท่าแบบเป็นเจ้าข้าวเจ้าของคุณอริสเลยนะ ฉันว่าคงจะจริงด้วยละที่คุณคนนั้นบอกกับฉันกับไอ้ทอยว่าเขาเป็นสามีคุณอริสน่ะ เพราะคุณอริสถึงกับอึ้งไปเลย และก็ไม่เห็นเถียงเลยว่าไม่จริง

 “แล้วทีนี้คุณอริสจะทำยังไงวะดาวเรือง จะเลือกใครกันเรือนคำเปรยขึ้นเหมือนจะถาม

 “เฮ้อ...ฉันก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าคุณคนนั้นแกพูดเรื่องลูกด้วยนะ แล้วคุณอริสก็พูดเรื่องสัญญิงสัญญาอะไรด้วยละดาวเรืองยังคงขยายความต่อ

ทอยเดินเข้ามาร่วมสมทบด้วยอีกคน และกระซิบเบาๆ เฮ้ย...ฉันจะบอกให้นะ ฉันว่าคุณอริสเธอรักคุณคนนี้ว่ะ ฉันมองสายตาของเธอไม่พลาดหรอก

เรือนคำหันมาทำสีหน้าหมั่นไส้ใส่ทอย แหม...แกนี่ละแสนรู้จริง แค่มองตาแกก็อ่านถึงใจเลยนะ

 “อ้าว...ก็เมื่อเช้าฉันเห็นคุณอริสแกทะเลาะกับคุณคนนั้นที่สวนหน้ารีสอร์ต แล้วแกก็วิ่งร้องไห้เข้าไปอยู่ในกระท่อมชมดาวทั้งวัน ไม่ยอมออกมาเลย จนแกไปเรียกน่ะดาวเรือง สายตาที่คุณอริสมองคุณคนนั้นนะ มีทั้งต่อว่าต่อขาน หน้าเศร้าตาโศกเลยละ

 “ไอ้ทอย...บรรยายเสียเห็นภาพเลย แกนี่มันรู้ลึกจริงนะ พูดเกินไปมั้งเรือนคำค่อนเด็กหนุ่มรุ่นน้อง

 “เออ...แต่คุณคนนั้นแกบอกว่าคุณอริสหนีแกมาเองนะดาวเรืองเอ่ยขึ้น

 “ฉันว่าป้าตองต้องรู้เรื่องนี้ดี เพราะป้าตองแกอยู่ตอนที่คุณอริสสร้างรีสอร์ต กลับบ้านเมื่อไหร่ฉันจะไปถามป้าฉันให้ทอยเอ่ยขึ้นกับสองสาว

 “แล้วเมื่อไหร่แกจะมีโอกาสไปหาป้าแกล่ะ ฉันสองคนก็อยากรู้นะ แล้วป้าอิ่มกับพวกในครัวก็อยากรู้กันทั้งนั้นเลยละ

 “ใจเย็นๆ สิจ๊ะสาวๆ...ยังไม่มีเวลาไปบ้านสักหน่อยนี่นา

 

 คุณกิ่งแก้วตกใจที่เห็นเลขาสาวเดินนำคุณหญิงสราญจิตเข้ามาในห้องทำงาน เธอรีบลุกขึ้นและพนมมือไหว้ทันที

 “สวัสดีค่ะคุณหญิง ไม่ทราบว่ามาจากสวิตเซอร์แลนด์ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ เชิญนั่งก่อนค่ะ

 “ฉันมาถึงเมื่อคืนนี้น่ะ ได้แต่คุยกับคุณทางโทรศัพท์ อยากจะมาคุยให้เห็นหน้าเห็นตากันหน่อย ก็เลยตัดสินใจมาเลย ขอโทษนะที่ไม่ได้โทร.บอกล่วงหน้าน่ะ

 “ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณท่าน ดิฉันเกรงใจน่ะค่ะที่อุตส่าห์ลำบากมาหาถึงที่นี่ ความจริงแล้วโทร.ให้ดิฉันไปพบคุณท่านที่บ้านก็ได้นี่คะคุณกิ่งแก้วเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกเกรงใจจริงๆ

 “ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอกนะคุณกิ่งแก้ว ฉันสิ...ต้องเกรงใจคุณ รบกวนคุณมาตลอด แล้วนี่จ้ะของฝากท่านหยิบของออกมาจากกระเป๋าถือส่งให้คุณกิ่งแก้ว เธอรีบยกมือขึ้นไหว้พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณ ก่อนจะเอื้อมมือไปรับ

 “ไม่ทราบว่าคุณท่านมีอะไรให้ดิฉันได้รับใช้คะ

 “โอ๊ย...ก็เรื่องเดิมนั่นแหละจ้ะ เราจะทำยังไงให้สองคนนั่นเขากลับมาดีกันสักที ฉันรู้แต่ว่าตอนนี้ตานนท์ไปอยู่ที่รีสอร์ตของอริส แต่เห็นโทร.มาบอกกับแม่นงค์ แม่นมของเขาว่าอริสไม่ยอมดีด้วยน่ะ ฉันก็เลยร้อนใจอยากมาปรึกษาน่ะจ้ะ

 “ค่ะ...คุณท่าน เมื่อคืนอริสก็โทร.มาเล่าค่ะว่าคุณนนท์เธอไปอาละวาด แล้วก็ตามอริสไปทุกที่ จนอริสไม่กล้าไปหาคุณหนูอิงอินเลยค่ะ

 “เออ...แล้วหลานฉันเป็นยังไงบ้างล่ะคุณ ฉันอยากจะไปหาหลานเหลือเกิน นี่ถ้าคุณไม่ห้ามฉันไว้เพราะกลัวว่าเรื่องจะแตกละก็ ฉันคงไปหาแล้วละ ฉันน่ะทรมานใจทั้งเรื่องลูกเรื่องหลานเลยนะคุณ สงสัยจะตายก่อนที่จะได้เห็นหน้าหลานแล้วละ คุณเอ๊ยคุณหญิงรำพึงรำพัน

 “ดิฉันอยากให้อะไรๆ มันเรียบร้อยอีกสักนิดน่ะค่ะท่าน อริสไม่รู้เลยนะคะว่าคุณท่านเป็นคนจัดการอะไรต่อมิอะไรให้แทบจะทั้งหมด ดิฉันเพียงช่วยดำเนินเรื่องให้เท่านั้น และก็ไม่รู้ว่าที่ดินที่เธอสร้างรีสอร์ตน่ะก็เป็นของคุณท่าน เพียงแต่นึกสงสัยในทีแรกว่าทำไมเจ้าของถึงขายให้ถูกขนาดนั้น ถ้าอริสรู้ว่าดิฉันหลอกเธอ ต่อไปนี้ดิฉันพูดอะไรไปอริสก็คงไม่เชื่ออีกน่ะค่ะ คุณท่านคงไม่ต้องห่วงคุณหนูหรอกนะคะ

 “นั่นน่ะสินะ ฉันถึงได้อดใจไม่ไปหาหลาน แล้วมีทีท่าว่าอริสจะยอมดีกับตานนท์ไหมล่ะ

คุณกิ่งแก้วส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะตอบ คงจะยากค่ะ คุณฟรานเธอไม่ยอมเลิกราง่ายๆ นี่คะ เมื่อเช้าก็ยังมีข่าวทางโทรทัศน์และก็ทางหน้าหนังสือพิมพ์ว่าเธอกำลังแพ้ท้องอีกหนหนึ่งแล้วน่ะค่ะ เธอบอกว่าที่แท้งท้องก่อนเพราะเธอไม่สบายใจมาก และก็เลยเป็นลมลื่นล้มในห้องน้ำ ดิฉันก็ไม่ทราบว่าเธอพูดจริงหรือเปล่า ก็คงเหมือนกับคนอื่นๆ ที่อ่านข่าวน่ะค่ะ ที่คงจะเชื่อเธอบ้าง เพราะเธอเป็นถึงซูเปอร์โมเดล ใครๆ ก็ต้องคิดว่าถ้าไม่จริงจะเอาชื่อเสียงมาเสี่ยงแบบนี้ทำไม

คุณหญิงมีสีหน้าเครียดขึ้นทันที ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแม่ฟรานพูดจริงหรือเปล่า ทำไมเดี๋ยวท้องเดี๋ยวแท้ง แต่ตานนท์น่ะ ปฏิเสธเสียงแข็งตั้งแต่คราวก่อนว่าไม่จริง แม่นี่ไม่ได้ท้อง ฉันละกลุ้มเหลือเกิน คุณกิ่งแก้วมีวิธีไหนที่จะแนะนำฉันได้บ้างล่ะ

คุณกิ่งแก้วมีสีหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เงยหน้าขึ้นเอ่ยกับคุณหญิงสราญจิต ดิฉันคิดว่ามันต้องมีทางออกค่ะคุณท่าน ดิฉันมีแผนค่ะ

คุณหญิงมีสีหน้ากระตือรือร้นขึ้นทันทีที่ฟังแผนการของคุณกิ่งแก้วจบ ก็ดีนี่ แผนนี้เราจะได้ล่อเหยื่อให้มาติดกับเรา แล้วเราก็จะได้รู้เสียทีว่าใครเป็นยังไงคิดยังไง เสียเงินเสียทองเท่าไหร่ฉันก็ยอมนะคุณกิ่งแก้ว

 

กานต์มาพบพี่สาวตามคำขอร้อง เขาฟังแผนการของพี่สาวแล้วเริ่มโอด พี่กิ่ง...ผมรักอริสนะครับ ทุกวันนี้ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าอริสจะกลับไปคืนดีกับนายนนท์หรือเปล่า ผมให้โอกาสนายนนท์แล้วนะครับ ถ้าเขาดีกันได้ผมก็โอเค ยอมรับความผิดหวังได้เหมือนกัน

 “พี่ภูมิใจในตัวแกนะกานต์ ที่แกมีความเป็นลูกผู้ชาย และยอมที่จะพิสูจน์โดยยอมให้เขาเจอกัน

 “แล้วพี่กิ่งทราบไหมครับว่าผมแซดแค่ไหน ที่ผมให้เขาสองคนเจอกัน

 “กานต์...พี่เข้าใจ แต่ถ้าวันหนึ่งอริสตัดใจจากคุณนนท์ได้จริง วันนั้นต่างหากที่แกถึงจะมีความสุข เชื่อพี่สิ ถ้าเราได้เขามาแต่เพียงกายโดยที่ใจเขานั้นอยู่กับคนอื่น เราก็จะไม่มีวันมีความสุขที่แท้จริงหรอกนะ

 เขาเท้าศอกลงกับหัวเข่าโน้มกายมาข้างหน้า ก้มหน้าลงมองพื้นอย่างครุ่นคิด คุณกิ่งแก้วมองน้องชายอย่างเวทนา เธอรู้ว่ากานต์รักอริสรามากขึ้นทุกวัน ตั้งแต่อริสราคลอด กานต์ก็เป็นผู้ดูแลเธอมาตลอด จนกระทั่งอริสราปลูกรีสอร์ต กานต์ก็เป็นผู้อยู่เคียงข้างเธอ เธอรู้ว่ายิ่งนานวัน กาลเวลาและความใกล้ชิดก็ทำให้กานต์ยิ่งมีความผูกพันมากมายในตัวอริสรา แต่เธอก็รู้ว่าอริสราไม่เคยมีใจกับกานต์เลยแม้แต่น้อย นอกจากความรักฉันพี่น้องเท่านั้น

กานต์นิ่งคิดถึงคืนวันที่ผ่านมาของเขากับเธอและอิงอินที่บ้านบนดอย เขาอุ้มหนูน้อยอย่างทะนุถนอม เหมือนกับว่าเจ้าตัวเล็กเป็นลูกของเขาจริงๆ อริสรามองภาพนั้นแล้วเอ่ยขึ้นยิ้มๆ

 ‘อิงอิน...คุณอาของหนูกำลังซ้อมวิธีอุ้มลูก หนูอย่าดิ้นสิลูก คุณอาจะได้อุ้มได้

ใครบอกอริสว่าผมซ้อม ผมก็มีลูกแล้วไง อิงอินนี่ลูกผมนะ ไม่เชื่อไปดูใบเกิดสิ...ว่าพ่อของอิงอินชื่ออะไร

อริสราหน้าสลดเศร้าลงทันที เขาจำได้ว่าเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเข้ามาขอทำประวัติของเจ้าหนูน้อย และถามถึงชื่อของพ่อเด็ก อริสราอ้ำอึ้งจนเขาต้องรีบบอกชื่อของเขากับเจ้าหน้าที่ และรับเป็นพ่อของเจ้าหนูอย่างหน้าชื่นตาบาน

 ‘คุณกานต์คะ ...อริสไม่ทราบจะขอบคุณยังไงกับความช่วยเหลือของคุณกานต์และพี่กิ่ง อริสคิดว่ามากเกินไปเสียด้วยซ้ำ จนอริสรู้สึกเกรงใจมากเหลือเกินค่ะ และก็ไม่ทราบว่าอริสจะหาสิ่งใดมาตอบแทนบุญคุณได้หมด

 ‘คิดอะไรไปมากมายอย่างนั้นจ๊ะอริส ผมกับพี่กิ่งรักคุณนะครับ และอย่างที่ผมเคยบอกอริสว่าผมจะรออริสน่ะ อริสยังจำได้ไหมครับ ผมยังยืนยันคำเดิมนะ

 ‘อริส...ไม่มีค่าพอสำหรับคนดีๆ อย่างคุณกานต์หรอกค่ะ

อริส...ทำไมให้ร้ายตัวเองอย่างนั้นล่ะครับ ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะ ผมรักอริส รักอิงอิน และจะคิดว่าเขาเป็นลูกของผม ถ้าอริสจะยอมแต่งงานกับผม

 ‘ขอบคุณมากค่ะ อริสยังไม่อยากคิดอะไรกับเรื่องแบบนี้เลยค่ะ ให้อริสเลี้ยงอิงอินไปสักพักเถอะนะคะ อริสอยากให้คุณกานต์มองคนอื่นบ้างน่ะค่ะ

 ‘ผมจะรอนะอริส รอคำตอบจากคุณเขายังคงยืนยัน

กานต์เงยหน้าขึ้น แววตาของเขาหม่นหมอง แต่ก็เอ่ยกับพี่สาว พี่กิ่งพูดถูกครับ ผมทราบว่าอริสไม่ได้รักผม ผมได้แต่ภาวนาว่าสักวันหนึ่งอาจจะมีอะไรมาเปลี่ยนแปลงหัวใจของเธอได้ ผมก็ได้แต่หวัง ซึ่งผมก็รู้ว่ามันเป็นความหวังที่เลือนรางเต็มที เวลาผ่านไปอริสก็ยังเป็นอริสที่มีแต่ความหลังฝังใจ ถึงแม้เธอจะทำเหมือนกับว่าเธอลืมเจ้านนท์ไปแล้ว แต่ผมก็รู้ว่าใจจริงแล้วอริสไม่เคยลืมเจ้านนท์ได้เลย

 “กานต์...ถ้าอย่างนั้น เราก็น่าจะทำให้สามคนพ่อแม่ลูกเขาได้มาอยู่ด้วยกัน เราก็จะได้กุศล แล้วเราก็จะได้สบายใจเสียที พี่ไม่เคยสบายใจเลย ไม่รู้เรื่องอะไรๆ ของคนคู่นี้จะจบยังไง สงสารตาอิงอินน่ะ จะได้พบพ่อพบย่าเสียที ตอนนี้อริสก็ต้องเทียวไปเทียวมาระหว่างรีสอร์ตกับบ้านบนดอย ไม่กล้าเอาลูกไปเลี้ยงที่รีสอร์ตเพราะกลัวว่าสักวันหนึ่ง คุณนนท์หรือว่าคุณหญิงจะมาอ้างสิทธิ์และรับอิงอินไป อริสรักลูกมากเหลือเกิน

 “แล้วที่พี่กิ่งจะให้ผมทำน่ะ มีแค่นั้นเหรอครับ

 “แล้วถ้าพี่คิดแผนอะไรได้อีก พี่จะบอกแกอีกทีก็แล้วกัน

 “เฮ้อ...พี่สาวผม กลายเป็นเจ้าแม่จอมวางแผน ไปแล้วนะครับนี่เขาเอ่ยแล้วมองหน้าพี่สาว ฝืนยิ้มเศร้าๆ ให้

* อริสราจะยอมคืนดีด้วยงั้นหรือ ในเมื่อฟรานซิสยังตามจองล้างจองผลาญไม่เลิก คุณกิ่งแก้วมีแผนอะไรที่จะทำให้ทั้งคู่คืนดีกัน  และอริสก็ยังมีหนุ่มๆมารุมตอม อินทนนท์จะยอมได้งั้นหรือ มายิ้มกับลูกตื๊อของเขากันค่ะ เรื่องนี้ยังอีกยาวสินะ รับรองความสนุกค่ะ ยิ่งใกล้จบยิ่งเข้มข้นทุกตอน จะลงให้อ่านแค่70%นะคะ อ่านฉบับเต็มในรูปแบบebook ได้แล้วค่ะ *

 

 



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น