แผนร้าย กุศโลบายรัก (พิมพ์ครั้งที่2กับสนพปองรัก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 15,530 Views

  • 51 Comments

  • 173 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    17

    Overall
    15,530

ตอนที่ 21 : เพลงหวานจากใจ100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1016
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    28 ธ.ค. 60




แผนร้ายกุศโลบายรักวางแผงแล้วที่ซีเอ็ด&นายอินทร์และB2Sทุกสาขาทั่วประเทศ



21

เพลงหวานจากใจ

 

 อินทนนท์เริ่มทำตัวสนิทสนมกลมกลืนกับทุกคน โดยเข้าไปช่วยทุกคนทำงานตั้งแต่ในครัว ทั้งล้างผัก ล้างจาน เสิร์ฟอาหาร ยกกระเป๋า เขากลายเป็นคนงานอีกคนหนึ่งของรีสอร์ตที่เข้าไปจดรายการสั่งอาหารจากแขก และยังนำมาเสิร์ฟ ท่าทางสุภาพของเขา อีกทั้งหน้าตาคมสัน บุคลิกดี ทำให้แขกที่มาพักมองเขาอย่างชื่นชม อีกทั้งยังส่งทิปให้อย่างเต็มใจ ซึ่งเขาก็เอามายื่นให้ทอยบ้าง ให้เรือนคำและดาวเรืองบ้าง และยังเผื่อแผ่ไปถึงแม่ครัว เด็กคนงานทุกคน ทำให้ทุกคนยอมรับเขา และมีท่าทางขำๆ กับการทำงานในหน้าที่ต่างๆ ที่ดูเหมือนเขาจะไม่เคยทำ อย่างเช่นคว้าไม้กวาดไปกวาดใบไม้แห้งที่ลานดิน จนทอยต้องวิ่งไปช่วยสอน เขาก็พยายามทำจนสำเร็จ และทำท่าดีใจโดยแตะมือแท็กทีมกับทอย เขาหิ้วกระเป๋าของแขกที่เข้ามาพักไปส่งให้ถึงห้อง ทำให้ทอยและคนงานอีกหลายคนเบางานลงไปมาก ทุกคนต่างพากันอมยิ้มในความน่ารักของเขาที่ช่วยทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้

 ตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมา อริสรามองเขาอย่างนึกขำ เจ้าของบริษัทบลูไดมอนด์ผู้แสนจะโก้หรูลดตัวลงมาทำงานเป็นบ๋อยได้อย่างสนิทสนม คนอะไรบ้าได้ขนาดนี้นะ แต่เธอก็ไม่ยอมพูดกับเขาแม้แต่คำเดียว ส่วนเขานั้น พอมีเวลาว่างปุ๊บเขาจะรีบเดินมายั่วเย้าเธอ

 เขาโค้งให้เธอน้อยๆ เอ่อ...คุณอริสครับ ไม่ทราบว่าเช้านี้จะทานอะไรดีครับ กระผมจะได้ไปจัดมาให้ครับเขาเอ่ยยั่ว พร้อมกับยิ้มประจบอยู่ใกล้ๆ

 เธอหันข้างให้ทันที และทำเหมือนกับไม่ได้ยิน เขายังคงยั่วเย้า อืม...หรือว่าคุณอริสจะลดความอ้วนกันครับ แต่ผมว่ารูปร่างของคุณก็โอเคอยู่แล้วนะครับ เมื่อก่อนเป็นยังไงเดี๋ยวนี้ก็ยังดูเหมือนเดิม และเอ่อ...น่าจะดูดีกว่าเดิมเสียด้วยนะครับ ดูหุ่นเฟิร์มขึ้นอีกเยอะเลยนะครับ อย่างที่เขาเรียกว่าอึ๋มน่ะครับ จริงๆ นะครับ

เธอหันมามองหน้าเขาอย่างโกรธๆ หน้าคว่ำ ชำเลืองค้อน อืม...ทำหน้าแบบนี้เหมือนนางเอกที่กำลังรับบทงอนพระเอกเลยนะครับ โถ...อย่าใจดำสิครับ ดีกันนะ นะครับเขาทำเสียงออดอ้อน ทำให้เธอลุกหนีเขาไปทันที

เขายังคงเดินตามไปดักหน้าเธอและยั่วต่อ นี่คุณ...ผมจะบอกอะไรให้นะ ความจริงก็แปลกดีนะ...ตอนที่เราเป็นผัวเมียกัน เมื่อครั้งกระนู้นน่ะ คุณไม่เห็นทำงอนอย่างนี้เลยนี่ หรือว่าตอนนี้เราจะมาทำเป็นรักกันใหม่ จีบกันใหม่ก็ดีเหมือนกันนะคุณ ตอนนั้นเราไม่มีโอกาสได้จีบกันเลยนี่ เรามาทำเป็นหนุ่มสาวที่เพิ่งจีบกันใหม่ๆ ก็ได้บรรยากาศดีเหมือนกันนะคุณนะ ผมรู้สึกว่าชีวิตมีรสชาติ โรแมนติก เหมือนกับกำลังมี Puppy loveเลยละ

 “บ้า...เธอเอ่ยออกมาสั้นๆ และได้ใจความที่สุด

 “อือ...ผมได้ยินมานะ คนโบราณเขาพูดว่าผู้หญิงด่าคือผู้หญิงรักนะ จริงไหม

 “หลีกทาง

 “เรามาดีกันนะ... นะ... นะครับเขายกนิ้วก้อยขึ้น อ้อนออด ยิ้มอวดฟันสวยเก๋

 “ไม่สั้นๆ และได้ใจความอีกครั้ง ซึ่งทำให้อินทนนท์หน้าม่อยลง สายตาก้มหลุบมองแค่พื้นดิน ก้มหน้าลงและยอมให้เธอ เดินผ่านไปแต่โดยดี

 อริสราเข้าไปนั่งอยู่ในกระท่อมชมดาว เหม่อมองออกไปหน้าต่าง เธอเริ่มโกรธตัวเอง นี่เรากำลังใจอ่อนใช่ไหม เรามีความสุขที่เห็นเขาทำอะไรต่อมิอะไรเสมือนหนึ่งว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ และรู้สึกว่าแต่ละวันที่ผ่านมา ตั้งแต่เขาย่างเหยียบเข้ามาที่นี่ เวลาทุกนาทีทุกชั่วโมงได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผิดกับเมื่อก่อนที่เราพยายามทำงานทุกอย่างเพื่อที่จะให้เวลามันหมดไปแต่ละวัน เวลาดูเหมือนจะผ่านไปอย่างแสนจะเชื่องช้า

 เวลาที่ผ่านมา ทุกเช้าที่เราจะขับรถไปที่โรงเรียนบนดอย ต้องไปหยุดยืนที่หน้าผาเพื่อที่จะมองยอดดอยอินทนนท์ที่ปกคลุมไปด้วยหมอก และรู้สึกว่ามันยังยืนอย่างหยิ่งทะนง อวดความเป็นหนึ่งอยู่ทุกวัน มันช่างเหมือนบุคลิกของคนที่ชื่ออินทนนท์เสียจริง เราเคยตะโกนก้องจนดังไปทั่วราวป่า และเหมือนจะให้ดอยอินทนนท์นั้นได้ยินเสียงของเรายามที่เรากู่เรียกชื่อเขาทุกวัน มันเหมือนกับชื่อเขาเป็นพลังแรงใจให้เราได้ก้าวเดินไปแต่ละวัน แต่บัดนี้เขามาอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้วนี่อริส เธอจะทำยังไงต่อไปดีล่ะ อย่าปฏิเสธอีกเลยว่าขณะนี้เราไม่ได้มีความสุข

 

เช้าวันเสาร์ ครูสมชายขับรถปิกอัปคันเก่าๆเข้ามาที่รีสอร์ต เขาบรรทุกผักผลไม้ใส่ท้ายรถมาหลายชนิด และเดินเข้ามาหาเธอบนห้องอาหาร

 “สวัสดีครับครูอริส ผมเก็บผักมาให้ เมื่อเช้าได้โอกาสก็เลยเข้าไปที่ไร่ ตอนนี้มีดอกกะหล่ำสวยๆ แล้วก็ผักกาดหางหงส์ กะหล่ำปลีม่วงด้วยนะครับ ก็เลยคิดว่าเอามาให้ครูไว้ทำกับข้าวให้แขกทาน เดี๋ยวผมจะขนไปให้ที่ครัวนะครับครูหนุ่มบอกกับเธอ ด้วยสายตาที่เปิดเผยความในใจ

 “ครูคิดราคามาด้วยเลยนะคะว่าทั้งหมดเท่าไหร่น่ะค่ะ ถ้าไม่คิดเงินอีกละก็ อริสจะไม่รับของครูไว้แล้วละค่ะ

 “ทำไมล่ะครับ ผมก็ส่งขายไปตั้งเยอะแล้ว และก็เก็บมาแค่นิดเดียวเอง เราคนกันเองจะขายได้ยังไงล่ะครับ ครูอริสมีน้ำใจไปช่วยผมสอนเด็กๆ ทุกวัน ผมก็ต้องตอบแทนน้ำใจครูบ้างสิครับครูหนุ่มกล่าวยิ้มๆ และจ้องหน้าอริสรา

อริสรายกมือขึ้นไหว้ งั้นอริสต้องขอบคุณครูมากนะคะที่กรุณา เอ่อ...ครูทานเช้ากับอริสนะคะ ไปค่ะเธอเดินนำครูหนุ่มไปนั่งที่โต๊ะอาหารที่แขกเริ่มว่างเพราะสายแล้ว

อินทนนท์มองท่าทางเอาอกเอาใจครูหนุ่มของอริสราอย่างนึกหมั่นไส้ เขากระซิบถามทอย 

ทอย...ครูคนนี้มาจีบคุณอริสใช่ไหม

เด็กหนุ่มอึกอักนิดหนึ่ง ก่อนที่จะตอบเขาอย่างอ้ำๆ อึ้งๆ 

เอ่อ...คือว่า คงไม่ใช่มั้งครับ เพียงแต่ครูเขาจะเอาของมาให้ทุกอาทิตย์เลยครับ ครูเป็นคนที่นี่ครับ พ่อแม่ของครูชายมีไร่อยู่บนเขา มีพวกผักที่ขายส่งไปที่กรุงเทพฯ เยอะแยะเชียวครับ พ่อแม่ครูชายเขารวยนะครับ มีไร่สตรอว์เบอร์รีด้วยครับ พอเสาร์อาทิตย์ ครูชายก็จะเอามาให้เยอะแยะ จนในครัวแทบไม่ต้องซื้อเลยครับ

 “เขามาจีบคุณอริสใช่ไหม บอกมาตามตรงเขาคาดคั้นขึ้นอีก พร้อมกับหยิบแบงก์ร้อยออกมายัดใส่มือทอย

 “เอ่อ...เรือนคำกับดาวเรืองบอกอย่างนั้นครับ คงจะมาจีบมั้งเด็กหนุ่มตอบแบบไม่ค่อยเต็มปากนัก

 “แล้วคุณอริสทำท่าชอบครูชายหรือเปล่าล่ะ

 “ถ้าสำหรับคุณอริสแล้วละก็ ชัวร์เลยครับ

 “ชัวร์น่ะ ชอบหรือไม่ชอบ

 “ชัวร์ไม่ชอบครับ ไม่เห็นคุณอริสจะมีทีท่าอะไรเลยนี่ครับ คุณอริสไม่เห็นชอบใครเลยสักคน มีคนมาเที่ยวที่นี่แล้วก็มาจีบตั้งหลายคน คุณอริสได้แต่ยิ้มๆ ถ้ามีลูกตื๊อมากๆ แกก็จะไปอยู่ที่หมู่บ้านบนดอยโน่น หรือไม่ก็เก็บตัวอยู่ในห้องครับ

 “นายเข้าข้างเจ้านายน่ะสิ ฉันเห็นนายของแกอ่อนหวานกับท่านผู้ว่าออกจะตาย

 “ก็ท่านเป็นผู้ใหญ่นี่ครับ แล้วท่านก็ใจดีพาคนมาเที่ยว มาสัมมนาบ่อยๆ ท่านคงจะรักเหมือนลูกเหมือนหลานมั้งครับ คุณหึงท่านเหรอครับ

 “อ้าว...ทำไมถามอย่างนั้นล่ะ เมียของฉันทั้งคนก็ต้องหึงต้องหวงสิ อีกหน่อยถ้านายมีเมีย นายก็ต้องมีความรู้สึกเหมือนฉันน่ะแหละ แล้วตอนนี้เจ้านายของนายกำลังงอนฉันอยู่ด้วย ฉันก็ต้องระแวงระไวไว้ก่อนละ

เขาผละจากทอย เดินเข้าไปชงกาแฟที่โต๊ะวางเครื่องดื่ม แล้วเดินถือถ้วยกาแฟไปที่โต๊ะของทั้งคู่ที่กำลังทานอาหารเช้าด้วยกัน และนั่งลงร่วมโต๊ะด้วยหน้าตาเฉย เจ้าทอยวิ่งไปตามเรือนคำกับดาวเรืองมาแอบดู

 “ขอโทษนะที่รักที่ทำให้รอ ที่คุณสั่งให้ผมไปดูก๊อกน้ำในครัวน่ะ ผมซ่อมให้เรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ

เขาพูดกับเธอเหมือนกับเป็นเรื่องจริงจนอริสรานิ่งอึ้ง ไม่รู้ว่าโต้ตอบอะไรออกมาได้ เพราะครูสมชายก็นิ่งอึ้งเหมือนจะตะลึงเช่นกัน เขาจึงหันมายิ้มกับครูสมชาย สวัสดีครับ ครูสมชายใช่ไหมครับ เห็นอริสพูดถึงคุณให้ฟังบ่อยๆ ผมชื่ออินทนนท์ครับ ผมเป็นสามีของอริส เพิ่งมาจากกรุงเทพฯ ครับ มาตามภรรยาน่ะครับเขาแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มเยือนเป็นปรกติ

ครูสมชายดูเหมือนจะยังตกอยู่ในอาการตะลึง เขานิ่งอึ้งไปเป็นครู่จนเกือบจะลืมทักทายเขา  เอ่อ...ครับ สวัสดีครับ เอ่อ... ผมไม่ทราบว่าครูอริสแต่งงานแล้ว

 “อ้าว...ที่รัก ทำไมไม่บอกครูล่ะจ๊ะว่าเราแต่งงานกันแล้ว และก็มีลูกจนเกือบจะวิ่งได้อยู่แล้วน่ะจ้ะเขาตีขลุม ยิ้มแย้มพูดกับเธอหน้าตาเฉย

อริสราพูดไม่ออกบอกไม่ถูก เธอรู้แต่ว่าใบหน้าร้อนผ่าวจนถึงใบหู อายครูสมชายที่มองหน้าเธอเพื่อฟังคำยืนยันคำพูดของอินทนนท์จากเธอ เธอไม่คิดว่าเขาจะใช้ไม้นี้กับเธออีก อริสราลอบกลืนน้ำลายลงคอนิดหนึ่ง สีหน้าเจื่อนๆ มองครูสมชาย และตัดสินใจเอ่ยขึ้น  ครูคะ...นี่คือ ดร.อินทนนท์ อดีตสามีของอริสค่ะ

ครูสมชายก็พยายามปรับสีหน้าและอารมณ์ทันทีเหมือนกัน เขาส่งมือมาให้อินทนนท์สัมผัส และเอ่ยขึ้น  ผมไม่ยักทราบว่าคุณครูอริสเคยแต่งงานเขายังเอ่ยเหมือนกับถามขึ้นอีกครั้ง

 “ครูครับ...ภรรยาผมน่ะ แสนงอนครับ ขัดใจนิดเดียวเท่านั้นหอบลูกหอบเต้าหนีมาเลยครับ ผมตามง้อจนสุดชีวิตแหละครับ แล้วตอนนี้ถึงยังไม่ยอมโอเค ผมก็กะว่าจะอยู่ที่นี่กับเธอเสียเลย ไม่กลับแล้วละกรุงเทพฯ และก็คงจนกว่าจะยอมดีด้วยละครับ ยังไง...ผมคงต้องให้ครูช่วยผมบ้างละครับ นะครับเขาพูดกับครูสมชายอย่างสนิทสนม

อริสรานึกหาทางออกจนมึนตึ้บ ไม่คิดว่าอินทนนท์จะทำอะไรที่เหนือความคาดหมายถึงขนาดนี้ เธอตัดสินใจลุกขึ้นเดินหนีไปดื้อๆ ปล่อยให้เขาคุยกับครูสมชายเพียงคนเดียว เธอเข้ามาในเคาน์เตอร์ นั่งทำบัญชีที่เรือนคำนำบิลเดินมาส่งให้ ลอบมองไปที่สองหนุ่มแล้วคิดในใจ แปลกแฮะ...ที่นาย ดร.อินทนนท์กับครูบ้านนอกอย่างครูสมชายคุยกันได้อย่างถูกคอ แถมยังพากันลงไปเดินดูรอบๆ บริเวณ ชี้มือชี้ไม้ คุยกันอย่างถูกคอที่หน้ารีสอร์ตอีกต่างหาก คุยอะไรกันนะ

 เธอเห็นชายหนุ่มวัยเดียวกันคุยกันและก็หัวเราะกันเหมือนกับเคยรู้จักกันมาก่อน แถมอินทนนท์ยังนั่งรถปิกอัปคันเก่าแก่ ของครูสมชายออกไปกับเขาอีกด้วย ไม่น่าเชื่อว่าหนุ่มไฮโซที่เคยโก้หรู และอยู่แต่บนหอคอยทองคำจะลงมาทำตัวกลมกลืนกับคนที่นี่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าทุกคนที่นี่เคยเห็นฐานะความเป็นอยู่และหน้าที่การงานของเขา ก็คงจะไม่กล้าพูดคุยเล่นหัวกับเขาอย่างนี้เป็นแน่ ลูกน้องที่บริษัทของเขายังไม่กล้าพูดคุยกับเขาเลยสักคน เพราะสีหน้าเรียบเฉยและดูเหมือนจะเคร่งขรึมเป็นงานเป็นการอยู่ตลอดเวลา ตอนที่เราพบเขาครั้งแรกๆ เราก็ยังรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่เต๊ะท่าเสียจนน่าหมั่นไส้ แล้วตัวตนที่แท้จริงของคุณคือคนไหนกันแน่นะ เธอได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเอง

 เกือบเที่ยง...ท่านผู้ว่าเดินทางมาหาเธอที่รีสอร์ต เธอนึกโล่งใจที่อินทนนท์ไม่อยู่ อริสรารีบต้อนรับท่าน และจัดอาหารกลางวันที่โต๊ะใต้ร่มไม้ซึ่งเป็นที่ที่ท่านชอบ และชมว่าอริสราจัดได้อย่างงดงาม ด้วยซุ้มการะเวกที่ทำเป็นร้านให้มันเลื้อยขึ้นไปปกคลุม เป็นร่มเงาจนหนาทึบ ดอกของมันส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ มีโต๊ะทานอาหารอยู่ในซุ้มการะเวกนั้น ซึ่งนักท่องเที่ยวชอบเข้ามานั่งทานอาหารและถ่ายรูป เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ พนักงานเข้ามาเก็บภาชนะออกและเสิร์ฟกาแฟ ท่านรอจนพนักงานไปแล้วจึงส่งซองสีน้ำตาลให้เธอ

 “อริส...ในซองนี้มีทุกอย่างที่ยืนยันคำพูดของฉัน ในเมื่อหนูไม่เชื่อฉัน ฉันก็ไปหาหลักฐานมายืนยันไงล่ะ

เธอรับซองมาถือไว้ ก้มหน้าลงนิดหนึ่งก่อนที่จะเอ่ย ท่านคะ...ที่อริสไม่อยากจะเชื่อ ก็เพราะอริสกลัวว่าถ้าสิ่งที่ท่านบอกอริส มันเป็นเรื่องที่ท่านเข้าใจผิด อริสคงจะต้องเสียใจ อริสเสียใจกับสิ่งที่คาดหวังมามากแล้วค่ะ และไม่อยากจะทำร้ายตัวเองอีก

 “อริส...การที่ฉันได้พูดอะไรออกไปฉันต้องมั่นใจสิ ฉันจะทำร้ายคนที่ฉันรักได้ยังไง ฉันรู้ว่าหนูคิดยังไง แต่อยากให้หนูไปอ่านทุกอย่างที่อยู่ในซองนี้ แล้วหนูก็จะรู้ว่าฉันไม่ได้หลอกหนู ฉันเชื่อในสิ่งที่ฉันเห็นนะอริส แล้วฉันจะมาฟังคำตอบอีกครั้งหนึ่งนะ และฉันก็ยืนยันนะอริส ฉันไม่มีเจตนาร้ายแอบแฝงกับหนู ฉันหวังว่าหนูจะเข้าใจนะ

อริสราเดินไปส่งท่านที่รถ ท่านผู้ว่าเอื้อมมือมาแตะบ่าเธอนิดหนึ่ง และกล่าวลา ฉันไปก่อนนะ แล้วฉันจะมาฟังคำตอบ เมื่อไหร่ก็ได้ ฉันไม่ได้เร่งรัดหนูหรอกนะ อยากให้หนูอ่านทุกอย่างที่อยู่ในนั้น และค่อยๆ คิดนะ

เมื่อรถท่านผู้ว่าเคลื่อนออกไปแล้ว เธอเดินกลับมานั่งที่โต๊ะใต้ซุ้มการะเวกอีกครั้ง ปล่อยอารมณ์ให้ครุ่นคิดเรื่องต่างๆ ที่กำลังถาโถมเข้ามา แล้วก็ต้องตกใจเมื่ออินทนนท์เดินเข้ามานั่งลงตรงหน้าเธอ

 “เป็นยังไงล่ะ จะตัดสินใจลงเอยกับคนแก่หรือไง ใช้เสน่ห์อ่อยเหยื่อจนถึงกับสารภาพรักกันแล้วนี่ ทำไมไม่บอกท่านของคุณล่ะว่ายังมีผัวหน้าโง่นี่อยู่ทนโท่

 “คนไม่มีมารยาท แอบฟังคนอื่นเขาคุยกัน

 “ถ้าเมียกำลังจะมีชู้น่ะ ไม่มีผัวคนไหนต้องมีมารยาทหรอก ผมไม่ออกมาชกหน้าไอ้แก่ตัณหากลับนั่นก็บุญแล้วนะ ผมไม่สนหรอกว่าจะเป็นใคร ยิ่งใหญ่แค่ไหน

 “คุณคิดได้แค่นี้หรือคะ ฉันกับท่านอาจจะไม่ได้คุยกันเรื่องชู้สาวอย่างที่คุณเข้าใจก็ได้นี่

 “การที่ท่านของคุณนั่นมันสารภาพรักกับคุณ ผมได้ยินกับหู คุณยังพูดออกมาได้เหรอว่าไม่ใช่เรื่องชู้สาว ผมหูฝาดหรือว่าปัญญาอ่อนกันล่ะอริสเขาพรั่งพรูคำพูดออกมา สีหน้าท่าทางแค้นเคือง

 “คุณนนท์...ความจริงแล้วฉันจะทำอะไรมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน เรื่องของคุณก็คือเรื่องของคุณ ฉันให้อิสรภาพกับคุณทุกอย่างตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้วนะคะ ฉันกับคุณก็จบกันไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้ฉันก็มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ ชีวิตฉันก็ต้องเป็นของฉัน

 “อริส...คุณจะคิดยังไงก็เป็นเรื่องของคุณ แต่ผมไม่วันจบกับคุณหรอก อริส ผมรักคุณนะ คุณไม่เชื่อผมเหรอ สงสารผม สงสารอิงอินเถอะนะ เราจะมาเริ่มต้นกันใหม่นะอริส ผมเลิกกับฟรานแล้วนะ ผมเลิกกับเขาจริงๆ จะให้ผมไปสาบานที่ไหนก็ได้ ผมให้เงินเขาไปสามล้านแล้วก็ขอเลิกกับเขา จริงๆ นะอริส และผมก็ไม่สนว่าต่อไปนี้เขาจะให้ข่าวอะไรอีก เราจะกลับไปจัดงานแต่งงานกันเพื่อประกาศให้ทุกคนรู้ว่าผมรักคุณ มีคุณเป็นเมียของผมคนเดียว เราสามคนพ่อแม่ลูกจะได้อยู่พร้อมหน้ากันอย่างมีความสุขเสียที เชื่อผมนะจ๊ะอริสเขาพยายามอธิบายทุกอย่างให้เธอเข้าใจ ด้วยสีหน้าและสายตาที่วิงวอน

หัวใจของอริสราอ่อนยวบลงกับคำวิงวอนของเขา เธอก้มหน้าลงน้อยๆ เขายังเอ่ยขึ้นอีก อริส...ผมอยากพบลูก แต่ผมรู้ว่า คุณยังไม่พร้อมที่จะให้ผมพบเขา ผมก็เฝ้ารอความเห็นใจจากคุณ คุณคงไม่รู้ว่าความรู้สึกของคนเป็นพ่อที่อยากเห็นลูก อยากสัมผัสเขาเป็นยังไง คุณจะใจร้ายใจดำกับผมไปถึงไหน ผมเป็นคนที่เลวร้ายนักหรืออริส

คำพูดของเขาทุกคำซึมซาบลงสู่หัวใจเธอ เธอต้องตัดสินใจแล้วว่าจะทำยังไงต่อไป หลายสิ่งหลายอย่างที่กำลังประดังเข้ามาพร้อมๆ กัน มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือว่าเป็นเรื่องของโชคชะตากันนะ เธอเงยหน้ามองเขานิ่งๆ ด้วยสายตาที่เศร้าสร้อย ริมฝีปากสั่นระริก และรีบลุกผลุนผลันวิ่งกลับไปที่กระท่อมชมดาว

ทุกอย่างไม่พลาดจากสายตาสอดรู้สอดเห็นของทอย เด็กหนุ่มคิดตามประสาของเขาว่าจะต้องช่วยอินทนนท์ให้ได้ ทอยมากระซิบบอกกับเขาว่าคืนนี้จะมีแคมป์ปิงเพราะเป็นแพ็กเกจ เขาปรึกษาทอยว่าจะทำอย่างไรดีที่จะทำให้เขากับอริสราดีกัน ทอยทำท่าคิดแล้วบอกว่าเขามีวิธี และกระซิบกระซาบบอกเขา

 

คืนนั้นมีการจัดแคมป์ปิงที่ลานหญ้าของรีสอร์ต ค่ำแล้ว... แขกผู้เข้าพักต่างทยอยเดินออกมาจากห้องพัก ทุกคนแต่งกายด้วยชุดกันหนาว ต่างดูสดชื่นกับอากาศที่เริ่มหนาวเหน็บ และตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศการจัดเลี้ยงที่จัดสถานที่ได้อย่างโรแมนติก

 ไฟทุกดวงที่หน้ารีสอร์ตถูกปิดมืด คบไฟถูกจุดปักไว้ห่างๆ รอบบริเวณ จานเทียนดินเผาใบเล็กๆ ถูกจุดรายเรียงตามทางเดิน เป็นทิวแถว ส่องแสงวิบวับงดงาม เตาบาร์บีคิวเตรียมพร้อมสำหรับย่าง อาหารแบบขันโตกจัดวางไว้เป็นชุดๆ ตามที่ทุกคนนั่ง และยังมีอาหารแบบบุฟเฟต์วางไว้บนโต๊ะยาวตรงกลาง เสื่อหลายผืนปูบนพื้นหญ้าสำหรับนั่งทานอาหารรอบกองไฟ ทำให้ทุกคนได้สัมผัสกับกลิ่นไอของธรรมชาติอย่างแท้จริง กองไฟขนาดกลางถูกจุดขึ้นลุกโชนอยู่ตรงกลางลาน กลิ่นดอกไม้ที่ปลูกไว้รอบๆ บริเวณ เริ่มส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ โชยพลิ้วมากับลมบางๆ

เสียงเพลงจากลำโพงที่ซ่อนอยู่ตามพุ่มไม้บรรเลงเพลงสะล้อซอซึงเบาๆ เข้ากับบรรยากาศ บรรดาแขกเริ่มจะจับภาพแห่งความงดงามไว้ แสงแฟลชวูบวาบปรากฏขึ้นทั่วบริเวณ คู่หนุ่มสาวกอดประคองกันไว้ บางคู่หนุนตักกระซิบรักหวานแก่กัน บางคู่ป้อนอาหารให้กันสบตากันอย่างมีความสุข ส่วนครอบครัวที่มากันพร้อมหน้าพ่อแม่ลูกก็สุขสันต์ หาอาหารมาวางทานกันเป็นกลุ่ม เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และสายตาที่ฉายประกายแห่งความสำราญใจของแขกที่มาร่วมงาน ทำให้อริสรามองภาพนั้นอย่างมีความสุข

สำหรับคืนนี้ เธอยิ่งมีความสุขกว่าทุกวัน หัวใจที่เคยอ้างว้างรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด อินทนนท์ยังคงช่วยพนักงานทุกคนจัดสถานที่และอาหารตั้งแต่ตอนเย็นด้วยท่าทางขยันขันแข็งและเต็มใจ พุดคุยกับคนงานอย่างเป็นกันเอง เขามีสีหน้าร่าเริงสนุกสนานกับสิ่งที่ทำ เขาส่งสายตาหวานเชื่อมมองมาที่เธอ บอกความในใจทุกอย่างของเขาจนเธอต้องเมินหน้าหนี เขาแกล้งเดินเข้ามาใกล้ หลิ่วตาหยอกเย้า อริสรามีความรู้สึกเหมือนกับว่าเธอเพิ่งพบกับเขาเป็นครั้งแรก และอยู่ในช่วงจีบกันอย่างที่เขาว่า

 เธออยากจะแต่งตัวให้สวยที่สุดเป็นครั้งแรกในรอบปีที่ผ่านมา เธอกลับมาอาบน้ำ แต่งหน้าน้อยๆ เปลี่ยนเสื้อผ้า หยิบเดรสสีดำเปิดไหล่ตัวยาวออกมาสวม และใช้ผ้าคลุมไหล่สีฟ้าอ่อนผืนใหญ่กรุยกรายห่มพันไว้ เกล้าผมสูงอวดใบหน้าสวยของตนเอง แล้วมองตนเองในกระจกเงาอีกครั้งอย่างพอใจก่อนจะเดินออกมาร่วมงาน ลูกน้องทุกคนมองมาที่เธอด้วยความแปลกใจและชื่นชม เธอเดินเข้ามาดูแลอาหารและเครื่องดื่ม แต่สายตานั้นกลับไพล่มองหาเขา เขาหายไปไหนนะ หรือว่าเหนื่อยและหลับไปเสียแล้ว ที่กระท่อมชมจันทร์ของเขาก็ปิดไฟมืดสนิท หรือว่าเขาจะหลับแล้วจริงๆ ไม่หรอก...เขาจะต้องมาร่วมงานคืนนี้แน่ เธอสอดส่ายสายตามองหาเขาจนทั่วก็ไม่พบ แต่ก็ไม่กล้าถามใครเพราะเกรงว่าลูกน้องจะรู้ความในใจ

เสียงดนตรีสะล้อซอซึงเงียบลง เสียงกีตาร์เป็นทำนองเพลงลูกกรุงอมตะจากใครบางคนดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องหวานแว่วของชายผู้หนึ่ง ทุกคนเงียบเสียงที่กำลังเจรจา นิ่งฟังเหมือนต้องมนต์สะกด น้ำเสียงของผู้ขับกล่อมนั้นบอกถึงความรู้สึกทั้งหมดที่มีอยู่ในใจของเขากับเธอผ่านบทเพลงรัก เมื่อเพลงจบลงก็ได้รับเสียงปรบมือจากบรรดาแขกที่นั่งอยู่ ณ ที่นั้นขึ้นพร้อมกันทันที อริสรารู้สึกเหมือนกับน้ำทิพย์หลั่งมาชโลมอาบหัวใจของเธอจากบทเพลงรักหวานซึ้งนั้น เพลงจากชายผู้สวมสแล็กสีเข้มกับเสื้อเชิ้ตขาวทับด้วยเสื้อกั๊กไหมพรมสีเดียวกับสแล็ก ที่ถือกีตาร์เดินออกมาจากเงามืดคนนั้น

 

*อริสราจะแพ้ใจตนเองหรือไม่ แต่ถ้าเธอยินยอมคืนดีตั้งแต่ตอนนี้เรื่องก็คงจบ ยังหรอกค่ะ ยังมีเหตุการณ์มากมายหลายอย่าง ที่จะดำเนินไปด้วยความเข้มข้นจนถึงบรรทัดสุดท้าย อ่านฉบับเต็มได้ในแบบรูปเล่ม หรืจะโหลดอ่านในแบบebook ก็มีให้โหลดในหลายเว็บนะคะ



 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น