แผนร้าย กุศโลบายรัก (พิมพ์ครั้งที่2กับสนพปองรัก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 15,532 Views

  • 51 Comments

  • 173 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    19

    Overall
    15,532

ตอนที่ 22 : เทพธิดาดอย100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 913
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    3 ม.ค. 61


างจำหน่ายแล้วที่นายอินทร์&ซีเอ็ด ทุกสาขาทั่วประเทศ



22

เทพธิดาดอย

 

 เขาเดินตรงมาที่เธอ ก้มลงกระซิบเบาๆ

 “อริส...คุณเป็นเพชรที่อยู่กลางใจของผมนะ

เธอก้มหน้าลงน้อยๆ ก่อนที่จะเงยหน้าพูดกับเขาเบาๆ ขอบคุณค่ะ ที่ทำให้ทุกคนที่นี่รู้สึกว่าบรรยากาศของงานคืนนี้หวาน และอบอุ่น สมบูรณ์แบบขึ้นเธอเลี่ยงที่จะพูดถึงตนเอง

 “อริส...ดวงตาคุณฟ้องว่าคุณมีความสุข

 “อริสไม่ได้ปฏิเสธนี่คะ อริสมีความสุขค่ะ มีความสุขทุกครั้งที่ทำให้ทุกคนที่มาที่นี่ได้รับความสุขกลับไป และจะได้ไปบอกคนอื่นๆ ต่อๆ กันไป มันเป็นแพ็กเกจที่เรามอบให้ลูกค้าค่ะเธอเฉไฉออกนอกเรื่อง

 “อริส...ผมมีเรื่องจะพูดกับคุณ ขอเวลาผมสักเดี๋ยวได้ไหมเขาเอ่ยเสียงอ่อน สายตาเว้าวอน

 “ก็พูดสิคะ ไม่มีใครฟังเราหรอกค่ะ

 “อริส...ถ้าคุณไม่เดินไปกับผม ผมอาจจะอุ้มคุณไป ผมว่าลูกค้าของคุณคงได้บรรยากาศครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ที่มีหนังรักโรแมนติกให้ดูเป็นแพ็กเกจแถมท้ายเขาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มยั่ว และอริสราก็ไม่กล้าเสี่ยง เพราะเขาคงกล้าที่จะทำทุกอย่าง อย่างที่เธอคาดไม่ถึงอีกก็ได้

เขาแตะข้อศอกเธอให้ออกเดิน ทั้งสองเดินเคียงคู่กันมาเอื่อยๆ เขาส่งกีตาร์ให้ทอยที่ยืนยิ้มหน้าทะเล้นอยู่ในเงามืด และหลบแวบไปในทันที แสงจันทร์ข้างขึ้นสาดทอแสงนวลไปทั่วบริเวณ เสียงเคาะขวดและร้องเพลงของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กำลังสนุกดังลอยลมมาแผ่วๆ ยอดดอยอินทนนท์ทะมึนเสียดฟ้าอยู่ในความมืด เสียงแมลงกลางคืนบรรเลงเพลงขับกล่อมพงไพร จะมีบรรยากาศที่ไหนจะสุดแสนโรแมนติกได้เท่านี้ อินทนนท์สูดลมหายใจลึกๆ เพื่อสูดกลิ่นของธรรมชาติกลางหุบเขายามค่ำคืน ต่างคนต่างคิดและดื่มด่ำกับความสุขในใจอย่างเงียบๆ

 “อริส...เราจะคุยกันโดยฟังเหตุฟังผลกันอีกสักครั้งนะ

เธอนิ่งเงียบฟังเขา อริส...ตลอดเวลาที่คุณหนีมา ผมคิดแล้วทุกอย่าง ผมไม่ได้ต้องการคุณเพราะคุณมีลูกนะ แต่ผมค้นพบตัวเอง พบกับความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง ผมรู้แล้วว่าชีวิตผมขาดคุณไม่ได้ คุณทำให้ผมพบกับความจริงมากมาย ทำให้ผมรู้ถึงความรักของแม่ เข้าใจท่านมากขึ้น และรู้ว่าตัวเองเลวมากแค่ไหนที่หลอกแม่เพราะอยากได้สมบัติของท่าน ผมคิดว่าของของท่านเป็นความชอบธรรมที่ผมพึงจะได้ แต่ความรักแม่และยอมเสียสละเพื่อแม่ของคุณทำให้ผมละอายใจนะอริส และตอนนี้คุณยังทำให้ผมเข้าใจความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกอีกด้วย ผมทรมานเพราะอยากเห็นลูกมากที่สุด ผมรู้แล้วว่าพ่อแม่รักลูกมากแค่ไหน รักที่ไม่มีเงื่อนไข รักที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆ

อริสรานิ่งเงียบฟังเขา เธอไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาทั้งที่ดีใจและตื้นตันที่เขารู้อะไรๆ ได้ด้วยตัวเขาเอง เขาหันหน้ามาจับบ่าเธอไว้ทั้งสองข้าง

 “อริส...อภัยให้กับคนโง่ๆ อย่างผมเถอะนะ ผมไม่ได้มาพูดเพื่อที่จะหลอกลวงคุณ ทุกอย่างที่ผมทำผมรู้ว่าผมผิด แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมต้องยอมรับกับตัวเองว่าผมไม่เคยรักใครได้มากเท่าคุณ ผมทรมานใจมากนะอริส คุณจะยอมรับคำขอโทษจากผมได้ไหม

เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แสงไฟอ่อนๆ ในเงามืดจับที่ใบหน้าคมสันของเขา ภาพตรงหน้านี้ไม่ใช่เหรออริส ที่ตลอดเวลา เราเคยมองด้วยความหลงใหลใฝ่ฝัน จนกระทั่งทุกวันนี้ก็ไม่อาจจะมีใครมาแทนที่เขาได้

 “อริส...ไม่เคยคิดว่าใครผิด ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นโชคชะตามากกว่าค่ะ

 “แต่ผมเชื่อว่า เราต่างหากที่ลิขิตโชคชะตาชีวิตของเรา เราจะไม่จากกันอีกนะอริส

 “งั้นอริสก็ลิขิตชีวิตของอริสแล้วค่ะ ที่นี่เป็นชีวิตใหม่ที่อริสเลือก อริสจะอยู่ที่นี่และดำเนินชีวิตอยู่ที่นี่ต่อไป

 “ลูกจะอยู่ที่นี่ได้ยังไง เขาต้องมีครอบครัวที่อบอุ่น ต้องเรียนหนังสือ ต้องได้สิ่งที่ดีที่สุดที่ควรจะได้ควรจะเป็น เห็นแก่ลูกเถอะนะอริส กลับไปอยู่กับผมเถอะนะ ผมสงสารลูก

อริสรานิ่งเงียบและครุ่นคิด เราเคยใจอ่อนเพราะรักเขาอย่างมากมาย จำทนทรมานทุกค่ำคืน วาดภาพความสุขของเขากับคนที่เขารักด้วยน้ำตา รอยลิปสติกที่ฝากมาเพื่อย้ำเตือนความสัมพันธ์ เสียงโทรศัพท์เย้ยหยันยามที่เขายังหลับอย่างมีความสุขกับคนที่เขาปรารถนา ตอกย้ำให้รู้ว่าเราคือผู้รอคอย ภาพของความหวานชื่นที่เราเห็นในวันนั้นได้ประกาศความพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง มีเพียงลูกเท่านั้นที่ยืนยันถึงความโง่เขลาของตนเองในกลเกมแห่งความรัก

 ถึงแม้ขณะนี้เราจะรู้สึกเปี่ยมสุขมากมายอย่างที่ไม่อาจจะปฏิเสธได้ อยากจะโผเข้าไปซบอกอุ่นและบอกถึงทุกสิ่งที่อยู่ในใจ แต่เราก็ไม่กล้าพอที่จะเดินกลับไปตกบ่วงเสน่หาของเขาอีก ขณะนี้เหมือนตัวเองกำลังยืนมองขนมหวานสีสวยที่เจือด้วยยาพิษ ทั้งที่กำลังหิวจะขาดใจ แต่จะยอมตายเพื่อเพียงอิ่มท้องในตอนนี้ แล้วไปดิ้นทุรนทุรายเมื่อพิษของมันแผ่ซ่านงั้นหรือ

 “ฉันขอตัวก่อนนะคะ ฉันรู้สึกปวดศีรษะค่ะเธอเอ่ยขึ้นกับเขา แล้วสาวเท้าเร็วๆ กลับเข้าไปในกระท่อมชมดาว

อินทนนท์นั่งลงที่ชิงช้าใต้ร่มไม้เงียบๆ เกือบสองอาทิตย์แล้ว อริสราดูเหมือนจะใจอ่อนลงในบางครั้ง แต่แล้วเธอก็ทำเหมือนกับตัดสินใจไม่ได้ เธอแข็งแกร่งขึ้นมาก ชีวิตที่ต้องต่อสู้ตามลำพังมาตั้งแต่คลอด และยังต้องมาสร้างรีสอร์ตอีกล่ะ คงจะทำให้เธอเข้มแข็งขึ้นมากมาย เราจะทำยังไงดีนะ

 

วันรุ่งขึ้นอริสราพานักท่องเที่ยวขึ้นไปบนดอย เพื่อชมหมู่บ้านชาวเขาและเที่ยวชมไร่สตรอว์เบอร์รี เขาลงมาจากกระท่อมชมจันทร์ก็พบว่าเธอไปแล้ว เขารีบขับรถตามไปทันที เมื่อไปถึงเขาเห็นอริสรากำลังพานักท่องเที่ยวชมการแสดงการเต้นรำของชาวเขา อริสราสวมกระโปรงลายยาวกรอมเท้าแบบสาวยิปซี สวมเสื้อไหมพรมสีแดง และหมวกไหมพรมสีดำ ปล่อยผมยาวเคลียไหล่ เธอสวยโดดเด่นอยู่ท่ามกลางนักท่องเที่ยวหมู่ใหญ่ เด็กชาวเขาที่เป็นลูกศิษย์เดินตามอออยู่ข้างๆ

การแสดงเริ่มต้นขึ้น สาวๆ ชาวเผ่าออกมาเต้นเป็นหมู่และยกมือตบเป็นจังหวะ สาวๆ ชาวเขาที่กำลังแสดงมาดึงมืออริสราให้เข้าไปร่วมเต้นด้วยอย่างคุ้นเคย อริสรายอมเดินไปร่วมเต้นตามจังหวะดนตรีของชาวเผ่าไปพร้อมๆ กับสาวๆ อีก้อด้วยท่าทางที่มีความสุข อริสสวยเหลือเกิน เธอยิ้มแย้มสดใส รอยยิ้มของเธอทำให้ทุกอย่างในโลกนี้สดชื่นรื่นรมย์ไปด้วย เธอมีทุกอย่างที่ผู้ชายพึงปรารถนา เขาคิดถึงคำของครูสมชายที่พูดกับเขาในวันนั้น

 ‘ครูอริสเป็นผู้หญิงที่เก่ง สู้ชีวิต เธอรู้จักที่จะเสียสละ และมีน้ำใจกับทุกคน เธอรักป่ารักน้ำ มาให้ความรู้หลายอย่างกับชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านมีรายได้กับนักท่องเที่ยว เธอมาช่วยคิดรูปแบบสินค้า อย่างหมอนที่ยัดด้วยใบชาเธอก็เป็นคนคิด แล้วก็ขายดีเสียด้วย คุณมีภรรยาที่วิเศษที่สุด ทำไมถึงปล่อยให้เธอหนีมาล่ะครับครูสมชายถามเขาซื่อๆ

ครูสมชายทำให้เขารู้สึกว่าตนเองโง่ไปอย่างถนัดใจที่ไม่เคยดูแลเพชรล้ำค่าที่มีอยู่ในมือ เขาเคยคิดว่ายังไงเสียอริสราก็คงไม่จากเขาไปไหน ในเมื่อเธออยู่บนกองเงินกองทอง มีความสุขสบายทุกอย่าง ไหนเธอยังท้อง เธอคงไม่คิดที่จะไปลำบากที่ไหนอีก อย่างดีก็คงหนีกลับไปอยู่บ้าน และถ้าเขาง้อสักหน่อยเธอก็คงจะกลับมาเอง

 เขาประมาทเธอมาตลอด และทำตามใจตัวเองเมื่อฟรานซิสตื๊อให้พาออกไปเที่ยวกลางคืน ดินเนอร์ ไปฟังเพลง เต้นรำจนดึกอยู่บ่อยครั้ง โดยคิดว่าอริสราคงเข้าใจว่าเขาทำงานดึก และคงเข้าใจว่าเขาก็ต้องไปหาฟรานซิสบ้าง เพราะเขาก็ยังไม่ได้เลิกกับฟรานซิส อริสรารู้ดีว่าเขาจ้างเธอมา ก็เพราะเขารักฟรานซิส และทำทุกอย่างเพื่อผู้หญิงของเขา เขาน่าจะรู้ว่าอริสราเจ็บช้ำกับการโกหกกะล่อนของเขา แต่เธอก็ทำเหมือนไม่สนใจ ไม่แคร์ และแล้วเธอก็ทำอย่างที่เธอพูดจริงๆ เมื่อถึงวันที่ครบสัญญา

เขาตื่นจากภวังค์ความคิด เมื่อนักท่องเที่ยวสองหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหน้าเอ่ยขึ้นกับเพื่อนสาวคนข้างๆ 

เจ้าของรีสอร์ตนี่สวยนะ สวยมากเลย แกน่ารักจัง แล้วก็เป็นกันเองดี ฉันจะกลับไปบอกให้เพื่อนๆ มาเที่ยวที่นี่ ยิ่งเมื่อคืนนี้นะ บรรยากาศสุดยอด จัดงานได้โรแมนติก คราวหน้าต้องหาคู่มาด้วยแล้วว่ะ

 “เฮ้ย...แต่ฉันอยากจีบเจ้าของมากกว่า สวยเหมือนเทพธิดาดอยเลยว่ะ เห็นเธอแล้วทำให้นึกถึงเพลงนี้จังว่ะเพื่อน

อินทนนท์ฟังและคิดอยู่ในใจขณะที่เดินตามหลังกลุ่มนักท่องเที่ยว เขามองไปทางอริสราที่กำลังชวนนักท่องเที่ยวชมสินค้าพื้นเมือง ใช่สิ...แม่เทพธิดาดอย แก้มแดงเป็นลูกตำลึง สายตาระยิบระยับมีความสุข รอยยิ้มสวยเก๋แจกจ่ายไปทั่ว

 กับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ เธอก็พูดภาษาอังกฤษได้คล่อง อธิบายและชี้ชวนให้ชมสินค้า ต่อรองราคาให้อีกด้วย และยังแนะนำสินค้าพวกผลิตภัณฑ์พื้นบ้านบ้าง อาหารแห้ง ผักผลไม้ และดอกไม้เมืองหนาวที่ชาวเขาปลูกและตัดมาขาย และของที่ทำขึ้นด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน นักท่องเที่ยวพากันซื้อหมอนใบชาที่อริสราอธิบายว่าเป็นหมอนเพื่อสุขภาพ เธอแคล่วคล่อง ยิ้มแย้มเอาใจ เธอหยิบเครื่องประดับที่ทำด้วยเงินจากฝีมือชาวเขามาสวมใส่ ทั้งต่างหูยาว สร้อยคอ กำไล ทำให้คนที่เห็นเธอใส่แล้วสวย พากันซื้อบ้าง

 เธอพาทุกคนเดินเข้าไปที่ไร่สตรอว์เบอร์รีกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ท้องทุ่งกว้างมียอดดอยเป็นฉากหลังทำให้ทัศนียภาพงดงามจนเกินคำบรรยาย ต่างพากันยกกล้องถ่ายรูปขึ้นมาเก็บภาพไว้ และพากันเที่ยวชมอย่างตื่นตาตื่นใจ ต่างเดินแยกย้ายกระจายกันไป เขาจึงแกล้งเดินเข้าไปใกล้เธอ ซึ่งเธอนั้นเห็นเขามาตั้งแต่แรก แต่ก็ทำเหมือนกับไม่เห็น เขาจึงแกล้งถาม

 “คุณครับ ...ถ้าผมจะซื้อสตรอว์เบอร์รี จะซื้อได้ที่ไหนครับ

เธอค้อนเขานิดหนึ่ง แต่ไม่ตอบ ทำให้เขาแกล้งเอ่ยขึ้นอีก คุณครับ...ความจริงผมก็เป็นลูกทัวร์เหมือนกันนะครับ จะไม่บริการผมบ้างหรือครับเขายังแกล้งยั่ว

 “ตอนนี้ยังทานไม่ได้เพราะเขาฉีดยาไว้ ต้องลงไปซื้อที่หมู่บ้านข้างล่างโน่น เขามีร้านขาย แต่ถ้าอยากตายก็ทานได้เลย

 “โถ...คนสวยๆ อย่างคุณไม่น่าใจดำเลยนะครับ ผมเกิดตายจริงๆ แล้วคุณจะร้องไห้หรือเปล่าล่ะ

 “ฉันไม่ได้เป็นญาติกับคุณนี่ จะร้องทำไม

 “ไม่สงสารผมแล้วเหรอครับ

 “คุณน่าสงสารตรงไหน

 “ก็ตรงที่ถูกเมียทิ้งน่ะ เมียผมไม่รัก ไม่สงสารผม และเขาก็ทิ้งผมน่ะเขาแกล้งออด

 “เมียคุณอีกคนคงไม่ทิ้งคุณหรอกค่ะ

 “อริสครับ...ผมมีเมียคนเดียวนะ เชื่อผมสิ

 “เหรอคะ แล้วมาบอกฉันทำไม กลับไปบอกคนของคุณสิคะ

 “อริส สงสารผม สงสารลูกเถอะนะคำวิงวอนของเขาทำให้สายตาของอริสราอ่อนลง เธอก้มหน้าลงน้อยๆ ก่อนที่จะเอ่ย  คุณนนท์ ...คุณฟรานกำลังจะมีลูก อริสขอร้องให้คุณกลับไปดูแลเธอเถอะค่ะ อริสรู้ว่าคนท้องต้องการกำลังใจมากแค่ไหน อย่ามาตามอริสเลยค่ะ อริสไม่กลับ อริสรักที่นี่ มีความสุขกับงาน ทางเดินเรามันเป็นเส้นขนานกันตั้งนานแล้วค่ะ

 “คุณไม่มีผมอยู่ในใจเลยใช่ไหมอริส บอกผมสักคำสิ

 “เมื่อก่อนอริสคิดทุกวันทุกคืนว่าอริสคงขาดคุณไม่ได้ แต่แล้วเหตุการณ์ที่บีบคั้นมันทำให้อริสได้คิดและก้าวออกมา และก็ตัดสินใจ ก่อนที่อริสจะตัดใจได้มันทรมานแทบเจียนตาย อริสเคยคิดจะฆ่าตัวตายเพื่อหนีความทรมานตรงนั้น แต่ลูกในท้องทำให้อริสคิดว่าเขาไม่รู้เรื่องความเลวของแม่เลยสักนิด ทำไมเขาจะต้องมารับเคราะห์กรรมนี้ด้วย เพราะลูกทำให้อริสเข้มแข็งและมีวันนี้ ถ้าคุณรักอริส อย่าให้อริสกลับไปทรมานอีกเลยค่ะ

 “อริส มันจะไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นอีก ผมเลิกกับเขาแล้วนะ เชื่อผมสิ

 “คุณนนท์คะ...เมื่อคืนคุณฟรานโทร.มาเช็กที่รีสอร์ตว่าคุณเข้ามาพักที่นี่หรือเปล่า พอดี...อริสเป็นคนรับ อริสก็เลยบอกว่าไม่มีค่ะ อริสคิดว่าคุณฟรานเธอไม่มีวันยอมเลิกกับคุณหรอกค่ะ

เขานิ่งอึ้งกับคำบอกเล่าของเธอ ฟรานซิสไม่ยอมเลิกราวีเขาจริงๆ แล้วอริสราก็ใจแข็งเกินไป และเธอก็ยังมีชีวิตใหม่ที่เธอมีความสุข เขารู้ทุกอย่างเมื่ออริสราจากมาแล้ว ฟรานซิสรังควานอริสราทุกอย่าง เขามารู้ทีหลังว่าฟรานซิสใช้โทรศัพท์ของเขาโทร.มาหาอริสรา และคงจะเยาะเย้ยให้อริสราเจ็บช้ำน้ำใจมากมายนัก แต่เธอไม่เคยปริปากบอกเขา และเขาเองนั้นก็ประมาทที่คิดว่าอริสราจะต้องทนอยู่เพื่อลูก และถึงหนีก็คงแค่กลับไปอยู่ที่บ้านของเธอ เขาไม่เคยคิดว่าอริสราจะใจเด็ดขนาดนี้ เขาไม่เคยคิดว่าผู้หญิงตัวคนเดียวในโลกจะกล้าออกมาเผชิญโชคตามลำพังแบบนี้

 “อริส...ผมรู้ทุกอย่างเมื่อคุณจากมาแล้ว ผมรู้ว่าฟรานทำให้คุณเจ็บช้ำแค่ไหน

 “คุณฟรานไม่ได้ทำให้อริสเจ็บหรอกค่ะ คุณฟรานทำให้อริสได้คิดต่างหาก เธอทำให้อริสรู้ว่าการแย่งชิงของที่ไม่ใช่ของตัวเองมันไม่มีวันชนะ อริสแพ้อย่างย่อยยับค่ะ

เขาเงียบลงอีกครั้ง อริสราคิดอะไรได้ลึกซึ้งเกินกว่าที่เขาคิด เขาน่าจะรู้ว่าอริสราเป็นตัวของตัวเองมากแค่ไหน อริสราไม่มีวันจะกลับไปรบรากับฟรานซิสอีกแน่ และเธอก็ไม่มีวันเชื่อว่าเขาเลิกกับฟรานซิสแล้ว ในเมื่อฟรานซิสไม่เคยยอมปล่อยเขาแบบนี้ อินทนนท์เริ่มรู้แล้วว่าเขาแทบจะไม่มีความหวังที่อริสราจะกลับไปกับเขา เขาจับมือเธอทั้งสองข้างไว้แน่น

 “อริส...ผมจะบอกทุกอย่างให้คุณรู้ว่าทำไม...ผมถึงกลายเป็นคนสองใจที่ตัดใจไม่ได้ แต่มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดทั้งหมดหรอกนะอริส ครั้งหนึ่งตอนที่ผมอยู่อเมริกา ฟรานท้อง และต้องทำแท้ง มันเป็นการตัดสินใจของฟราน และผมเองก็เห็นด้วย คือผมไม่พร้อมให้คุณแม่รู้ และฟรานก็กำลังเป็นนางแบบที่กำลังโด่งดังมาก กำลังจะได้แสดงภาพยนตร์ของฮอลลีวูด ก็เลยจำเป็นต้องทำ แต่แล้วฟรานก็ตกเลือดมากจนต้องเข้าโรงพยาบาล หมอต้องตัดมดลูกทิ้ง ผมจึงเหมือนมีส่วนที่จะต้องรับผิดชอบฟราน นี่คือเรื่องจริงทั้งหมดนะอริส

อริสรานิ่งอึ้ง มองหน้าเขานิ่งๆ เอ่อ...ก็ถูกแล้วนี่คะ ที่คุณต้องรับผิดชอบเธอ

 “ที่ผมบอกคุณก็เพราะผมอยากให้คุณรู้ ว่าทำไมผมถึงยอมฟรานมาตลอด ทั้งๆ ที่ผมรักคุณเหลือเกิน อริส...เห็นใจผมเถอะนะ ขอเพียงให้คุณเชื่อผมบ้างก็ยังดี อย่าเห็นผมเลวร้ายหรือว่าเป็นคนที่คอยจะมาหลอกลวงคุณเลยนะ ให้ผมได้มีสิ่งดีๆ อยู่ในใจของคุณบ้าง ผมรู้แล้วว่าผมไม่มีวันเปลี่ยนใจคุณได้ แต่เมื่อมาถึงวันนี้ ผมก็เพียงต้องการให้คุณรู้ว่าทุกอย่างที่ผมบอกคุณเป็นเรื่องจริง ผมอยากจะบอกนะอริส ว่าผมรักคุณ รักคุณจริงๆ

อริสราเพียงแต่เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาที่อินทนนท์เองก็ไม่เข้าใจ เสียงที่เอ่ยเรียกเขาสั่นเครือลงน้อยๆ  คุณนนท์

 “อริส...มันคงเป็นเวรกรรมในครั้งก่อนที่ผมทำกับลูก วันนี้ผมถึงต้องรับกรรมที่ทำไว้

เขาหันหลังเดินกลับมาจากตรงนั้น ทิ้งให้อริสรายืนนิ่ง เธออยากจะกรีดเสียงร้องไห้ อยากจะคร่ำครวญ อยากจะบอกเขาว่า เธอรักเขามากมายแค่ไหน ทุกวันนี้ไม่ใช่เธอจะมีความสุขอย่างที่เขาเห็น เธอไม่เคยตัดใจจากเขาได้แม้แต่นาทีเดียว ยิ่งเขาเข้ามาใกล้เท่าไหร่ หัวใจของเธอก็เหมือนถูกแผดเผาด้วยไฟรักจนแทบมลาย

 

ตั้งแต่กลับมาจากบนดอย อริสราก็เก็บตัวเงียบอยู่ในกระท่อมชมดาว เธอร้องไห้เงียบๆ และนึกถึงคำของกิ่งแก้วที่บอกว่าเธอไม่มีวันที่จะหนีใจตัวเองได้ และเธอก็จะเจ็บทรมานมากกว่าเสียอีก ใช่...ขณะนี้เธอทรมานและเจ็บกว่า เขาก็คงรู้ว่าเธอรักเขามากแค่ไหน

 อริสราหยิบซองสีน้ำตาลที่ท่านมอบให้เธอมาเมื่อสองวันก่อน รูปของคุณอริสาตกลงมา เธอดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้ว่าครั้งที่เท่าไหร่ ท่าน...บอกว่าท่านแน่ใจว่าเธอคือลูกสาวของท่านกับคุณอริสา ท่านจำรูปของแม่ที่เธอติดไว้ที่ห้องอาหารได้ ตั้งแต่วันที่ท่านเห็นรูปของแม่ ท่านก็ซักถามประวัติเธอต่างๆ นานา และบอกว่าจะหาหลักฐานมายืนยัน แล้วท่านก็นำรูปของแม่กับท่านสมัยที่ท่านทั้งสองยังเป็นนิสิต จดหมายที่ท่านทั้งสองเคยเขียนตอบโต้กัน แสดงถึงความรักมากมายที่มีต่อกัน แต่ผู้ใหญ่ทางฝ่ายท่านต้องการแยกคนทั้งคู่ ท่านจึงถูกส่งไปเรียนที่ต่างประเทศ และเด็กที่อยู่ในท้องเพียงสองเดือนก็คือเธอ เธอควรจะเชื่อและยอมรับใช่ไหม ... แต่ถ้ารับแล้ว สักวันหนึ่งท่านมาบอกว่าท่านเข้าใจผิดล่ะ เธอกลัวเกินกว่าที่จะกล้า และยอมรับกับความผิดหวังอีกครั้งได้

อริสราตัดสินใจขับรถไปที่บ้านพักที่ท่านให้เธอดูแล นั่งลงที่ชิงช้าเงียบๆ ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่กำลังต้องการให้เธอตัดสินใจ หลังจากนั้นเพียงครึ่งชั่วโมง ท่านขับรถมาจอด และเดินเข้ามาหาเธอ

 “อริส...ฉันว่าจะไปหาหนูที่รีสอร์ต พอดีเห็นรถหนูจอดอยู่ที่นี่ก็เลยแวะ ทำไมมานั่งเงียบๆ ล่ะ

 “อริส...เพียงแต่อยากคิดอะไรเงียบๆ น่ะค่ะ ก็เลยขับรถมาที่นี่

 “แล้วหลักฐานที่ฉันให้หนูดูน่ะ หนูคิดยังไง

อารมณ์เศร้าและความกดดันหลายสิ่งหลายอย่างที่โถมประดังเข้ามาพร้อมๆ กัน ทำให้อริสราปล่อยโฮออกมาทันที ท่านตกใจยืนมองเธอนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง อริส...ฉันขอโทษ ที่ฉันอาจจะเป็นต้นเหตุทำให้หนูต้องคิดมาก แต่ฉันก็เพียงแต่อยากให้หนูรู้ความจริง และอยากจะบอกว่า ฉันยังรักแม่ของหนูอยู่เสมอ ฉันอยากมีลูกนะ ฉันอยากให้ใครสักคนเรียกฉันว่าพ่อ

 “ท่านคะ...เธอโผเข้ากอดท่านไว้ ซบหน้าลงกับอกของท่านแล้วสะอื้น

 “อริส...หนูเชื่อว่าฉันเป็นพ่อของหนูไหม เรียกฉันว่าพ่อสักคำได้ไหม

อริสราเงยมองหน้าท่านนิดหนึ่ง แล้วยกมือขึ้นพนมกราบลงบนบ่าของท่าน คุณพ่อ...ทั้งสองเข้ากอดกันไว้ อริสราสะอื้นไห้ จนตัวโยน จากแรงกดดันของทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในใจเธอ

อินทนนท์มองภาพนั้นด้วยหัวใจที่ปวดร้าว อริสราคงจะตัดสินใจเลือกแล้ว ฉันไม่โทษเธอหรอกอริส ที่เธอจะเลือกคนที่เธอคิดว่าเธอไว้ใจเขา และเขาก็คงจะให้ความอบอุ่นเธอได้ดีกว่าฉัน เขาเจ็บปวดเกินกว่าจะทนดูภาพนั้นได้ต่อไป เขากลับมาที่รีสอร์ต เขียนโน้ตไว้ให้เธอฉบับหนึ่ง แล้วเก็บของลงกระเป๋าเดินทาง ขับรถกลับกรุงเทพฯ


*เรื่องราวของความรักซึ่งน่าจะลงตัวไม่ยาก แต่จะเป็นเวรกรรมหรือโชคชะตาใดๆก็ตาม เรื่องราวของทั้งคู่จึงยังไม่จบลงง่ายๆ มาติดตามลุ้นกันในแบบรูปเล่ม หรือโหลดอ่านในรูปแบบebook ได้แล้วนะคะ *


 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น