แผนร้าย กุศโลบายรัก (พิมพ์ครั้งที่2กับสนพปองรัก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 15,530 Views

  • 51 Comments

  • 173 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    17

    Overall
    15,530

ตอนที่ 23 : จดหมายลา100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 909
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    17 ม.ค. 61





23


จดหมายลา

 

อริสรากลับมาที่รีสอร์ต ทอยบอกว่าอินทนนท์เช็กเอาต์กลับไปแล้ว และฝากจดหมายให้เธอฉบับหนึ่ง เธอรับจดหมายจากทอย ทอยบอกว่าหลังจากที่เขาขับรถตามเธอออกไป ไม่นานก็กลับมาเก็บของ อริสราตัวชาดิก เธอยืนนิ่งเหมือนวิญญาณจะหลุดลอยออกจากร่าง เธอก้าวเดินช้าๆ ขึ้นบันไดไปบนกระท่อมชมจันทร์ ห้องยังไม่ได้ทำความสะอาด เธอนั่งลงบนเตียง ลูบไล้บนหมอนที่เขานอนหนุน ซบหน้าลงเกลือกกลิ้ง กลิ่นกายของเขายังโชยกรุ่นอยู่บนที่นอน เธอทาบกายลงนอนทับรอยนั้น น้ำตาแห่งความอาวรณ์หลั่งริน เธอเจ็บเธอทรมานเพราะอาลัยรักเขาอย่างที่พี่กิ่งแก้วบอก และเจ็บยิ่งกว่าครั้งที่จากมามากมายหลายเท่านัก

 

อริสราที่รัก...

ผมอาจจะเลวเกินไปสำหรับคุณ คุณคงตัดสินใจแล้วสินะ เขาอาจจะรักคุณ และให้ความสุขกับคุณมากกว่าผม อย่างน้อย ก็คงสบายใจมากกว่า อริสรา...ผมได้แต่หวังว่าคุณจะยังรักผมบ้าง และผมอยากให้คุณนึกถึงลูกให้มากๆ ผมอยากบอกอะไรที่อยู่ในใจมากมายกับคุณอีกครั้ง แต่คุณคงไม่อยากได้ยินอีก ถึงผมจะเป็นคนเลวในสายตาของคุณ แต่ก็ไม่ได้คิดที่จะมาหลอกลวงคุณ สิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมดทุกเรื่องได้กลั่นกรองออกมาจากความรู้สึกของผม ผมรักลูกนะ ผมมีอิงอิน มีคุณเท่านั้น คุณตอบตัวเองให้ได้สิอริสว่าทุกวันนี้คุณไม่ได้รักผม ผมถามคุณอีกสักคำว่าผมเลวร้ายเกินกว่าที่คุณจะรักและคิดจะกลับมาใช่ไหม เพื่อเริ่มต้นกันอีกครั้ง ผมให้เวลาคุณทบทวนอีกสักครั้งนะ อย่าเพิ่งตัดสินใจอะไร แล้วผมจะมาฟังคำตอบ

อริส... ผมยังรักคุณเสมอ และจะรักตลอดไป

 You belong to my heart

 อินทนนท์

 

ข้อความแค่ไม่กี่บรรทัดของเขา แต่มันทำให้เธอแทบจะขาดใจ คุณนนท์...คุณไม่มีวันรู้หรอกค่ะว่าอริสรักคุณมากแค่ไหน ไม่เคยมีใครมาแทนคุณได้หรอกค่ะ อริสไม่มีวันที่จะรักใครได้อีก

 

วันรุ่งขึ้นเธอขึ้นไปสอนหนังสือด้วยหัวใจที่บ่มทุกข์ เธอนั่งมองเด็กๆ วิ่งเล่นอย่างเหม่อลอย ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงเด็กๆ ที่มารบเร้าให้เธอร้องเพลงให้ฟัง เธอถอนใจเหมือนต้องการให้ทุกข์ในอกทั้งปวงมลายหายไป ครูสมชายเดินมานั่งลงข้างๆ เธอ

 “ครูอริส...เป็นอะไรหรือครับ วันนี้ดูไม่สบายใจเลย ครูนั่งเหม่ออยู่นานแล้วนะครับ หรือว่าทะเลาะกับคุณนนท์มา บอกผมได้ไหมครับ ถ้าคิดว่าผมเป็นเพื่อนคุณ

เธอถอนใจอีกครั้ง ก่อนที่จะเอ่ย  คุณนนท์กลับไปแล้วค่ะ

 “ครูอริส...ความรักคือการให้นะครับ ให้อภัยคุณนนท์เถอะครับ ในโลกนี้ไม่มีใครที่ไม่เคยทำอะไรผิด คุณนนท์รักคุณนะครับ เชื่อผมสิ

เธอเงยหน้าขึ้นมองครูสมชาย เขาเล่าให้ครูฟังเหรอคะ

 “คุณนนท์เล่าเรื่องทุกอย่างให้ผมฟัง ผมก็ไม่ได้เข้าข้างคุณนนท์หรอกนะครับ ผมรู้ว่าคุณก็เจ็บช้ำมากมายนัก แต่คนเราก็ต้องมองอะไรในมุมกว้างๆ เราก็จะเห็นในความจำเป็นของเขา สิ่งที่เกิดขึ้นมันอาจจะต้องให้เวลาเป็นตัวช่วยนะครับ ไม่มีปัญหาอะไรที่ไม่มีทางออกหรอกครับ

 “อริสเข้าใจเรื่องทุกอย่างดีค่ะ อริสเพียงแต่อยากอยู่ที่นี่อย่างสงบ ในเมื่อเรื่องมันวุ่นวายนัก เราก็ไม่สมควรที่จะเข้าไปอยู่ในปัญหานั้นไม่ใช่เหรอคะ

 “ผมสงสารคุณนนท์ตรงที่แกอยากพบลูกมาก ผมว่าครูอริสใจดำกับเขาเกินไปนะ ถ้าคุณคิดว่าจะเลิกกับเขาจริงๆ ก็น่าจะให้เขาพบกับลูกบ้าง อย่าไปทรมานเขาเลยครับ

เธอก้มหน้าลงเงียบๆ ครุ่นคิด ถ้าอริสให้คุณพบอิงอิน อริสรู้ว่าคุณก็จะยิ่งตัดใจจากอริสไม่ได้ สายใยของเขาและเธออยู่ที่อิงอินเท่านั้น เธอไม่อยากเห็นสายสัมพันธ์อันนั้น เพราะมันคงจะยิ่งทำให้เธอทรมานมากกว่านี้ และในที่สุดแล้ว ลูกก็จะทำให้เธอจำยอมกลับไปเป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งของเขาอีก

 “ครูคะ...อริสเจ็บเกินไป และก็ไม่กล้าที่จะกลับไปอีก อริสกลัวใจตัวเอง ไม่กล้าพอที่จะเห็นเขาอยู่กับลูก อริสไม่อยากให้ลูกเป็นเหมือนอริส ถ้าสักวันเขามีลูกใหม่และไม่มาหาแก แกก็จะถามถึงเขาเหมือนกับที่อริสเคยถามแม่ถึงพ่อ และเมื่อถึงวันนั้นลูกก็จะเจ็บด้วย อริสคิดว่าอริสเจ็บแค่คนเดียวดีกว่าค่ะอริสราตอบครูสมชายด้วยความรู้สึกในใจที่สับสนวุ่นวาย เจ็บปวดทรมาน

ครูสมชายไม่อาจจะมีคำใดมาเอ่ยกับเธออีก เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงไม่ยอมให้อินทนนท์ได้พบกับลูก เขามองร่างอริสราที่เดินช้าๆ ไปที่รถ และขับกลับออกไปอย่างทั้งรักและสงสารเธอ

 

อินทนนท์ขับรถอย่างเลื่อนลอย หัวใจเขาเจ็บปวดที่เห็นอริสราอยู่ในอ้อมกอดของคนอื่น อริส...ทำไมล่ะ เพราะอะไร...ผมมันเลวจนคุณไม่สามารถให้อภัยแล้วใช่ไหม ความรักที่ผมมีให้คุณมันไม่มีค่าอะไรเลย บางครั้งคุณก็เหมือนจะใจอ่อน แต่แล้วคุณก็พยายามที่จะวิ่งหนีผม ผมไม่อยากโทษอะไรหรือใคร นอกจากตัวเอง

 เมื่อถึงนครสววรค์ เขาจอดรถข้างทางอย่างรู้สึกง่วง และซบหน้าลงกับท่อนแขนบนพวงมาลัย หลับตานิ่งพักอยู่ครู่หนึ่ง เขาได้ยินเสียงชนเข้าที่ท้ายรถดังสนั่นและร่างตนเองที่สะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง ก่อนที่สติจะดับวูบลง ไม่รับรู้อะไรอีก

 

คุณหญิงได้รับโทรศัพท์จากสถานีตำรวจจังหวัดนครสวรรค์ ท่านเดินทางไปรับอินทนนท์กลับมาเข้าโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ สามวันเต็มที่เขาไม่รู้สึกตัว อินทนนท์ขาหัก ศีรษะแตก มีเลือดออกในสมองจนต้องได้รับการผ่าตัด

สิบห้าวันเต็มที่เขาอยู่โรงพยาบาล โดยมีคุณหญิงสราญจิตผู้เป็นมารดาคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา คุณกิ่งแก้วโทร.บอกอริสราเมื่อเธอได้รับข่าวหลังจากกลับมาจากต่างประเทศ

 “อริส...พี่เพิ่งกลับมาจากออสเตรเลียจ้ะ เลยไม่ได้โทร.หาเลย สบายดีไหมจ๊ะ

  “อริสสบายดีค่ะ แล้วพี่กิ่งกับคุณกานต์ไปทำอะไรที่นั่นเหรอคะ อริสโทร.ไปหาคุณกานต์ ที่รีสอร์ตก็บอกว่าไปออสเตรเลียเหมือนกันน่ะค่ะ

 “คุณตาของพี่ท่านไปอยู่กับน้องสาวของท่านที่นั่นจ้ะ แล้วท่านก็แก่มากแล้ว ท่านหัวใจวายเสียที่โน่นจ้ะ กะทันหันมากเลย พี่ก็เลยไม่ได้โทร.หา พี่เพิ่งกลับมาเมื่อวานนี้เอง ตากานต์คงจะกลับพรุ่งนี้จ้ะ

 “อริสเสียใจด้วยนะคะ

  “อริสจ๊ะ รู้เรื่องอะไรของคุณนนท์บ้างไหมจ๊ะ

  “คุณนนท์เธอมาหาอริสที่นี่ค่ะ และก็กลับไปสองอาทิตย์แล้วค่ะ พี่กิ่งคะ อริสสงสัยว่าคุณกานต์ต้องเป็นคนบอกคุณนนท์แน่เลยค่ะว่าอริสอยู่ที่นี่

  “อริส พี่มีเรื่องจะบอกอริสจ้ะ เรื่องคุณนนท์น่ะ

 “อริสไม่อยากรู้เรื่องของเขาหรอกค่ะ พี่กิ่งไม่ต้องเล่าก็ได้ค่ะ

 “อริส...แต่เรื่องนี้หนูต้องรู้นะจ๊ะ พี่อยากให้อริสทำใจให้ดีๆ ก่อนนะ ทำได้ไหม

 “ถ้าเป็นเรื่องของเขากับคุณฟราน อริสคิดว่าอริสไม่อยากรู้ค่ะ

 “อริส...ไม่ใช่จ้ะ อริสทำใจดีๆ นะจ๊ะ ก่อนที่จะฟังน่ะ

อริสรานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนที่จะเอ่ยถาม มีอะไรหรือคะ พี่กิ่งพูดเสียจนอริสใจเสียเลยค่ะ

 “อริสอ่านหนังสือพิมพ์เมื่อสองอาทิตย์ก่อนหรือเปล่าจ๊ะ มีข่าวของคุณนนท์น่ะ

 “ไม่ค่ะ ไม่ได้อ่าน อริสไม่อ่านข่าวสังคมหรือว่าข่าวบันเทิงมาตั้งนานแล้วค่ะ และที่นี่ก็ไม่มีหนังสือพิมพ์มาส่งด้วยค่ะ แต่ถ้าเป็นข่าวของคุณนนท์กับคุณฟราน ไม่ต้องบอกกับอริสหรอกค่ะพี่กิ่งเธอยังคงย้ำคำเดิม

 “ไม่ใช่จ้ะอริส ...ฟังพี่ดีๆ นะ คุณนนท์ได้รับอุบัติเหตุ เธอสาหัสมาก และก็จำอะไรไม่ได้เลยจ้ะ สมองกระทบกระเทือนอย่างแรงน่ะ แต่ก็เกือบสองอาทิตย์แล้ว พี่เพิ่งทราบเมื่อกี้นี้เองจ้ะ พี่ก็เลยรีบโทร.มาหาอริสเลยจ้ะ

อริสราปล่อยโทรศัพท์ตกลงจากมือ ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง และค่อยๆ ทรุดลงแน่นิ่งไปเป็นนานสองนาน เด็กในรีสอร์ตต่างเข้าช่วยปฐมพยาบาล เมื่อเธอฟื้น สิ่งแรกก็คือเก็บของลงกระเป๋าเดินทาง ให้ทอยขับรถไปส่งเมือง

อริสรามาถึงหน้าบ้าน เห็นสีตองกำลังอุ้มอิงอินเดินเล่น เธอวิ่งเข้าไปรับลูกมาจากสีตอง กอดอิงอินไว้แนบอก

 “อิงอินลูกแม่ ...อิงอิน...เธอร่ำไห้กอดลูกไว้

เด็กผู้ชายร่างอวบอ้วนแก้มยุ้ย มองมารดาแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างดีใจ อิงอิน...ลูกแม่จ๋า...แม่จะไปกรุงเทพฯ แม่จะไปหาพ่อหนูนะลูก พ่อป่วยหนักมากเหลือเกิน แม่ต้องไปจ้ะ แม่คงอยู่ไม่ได้ถ้าแม่ไม่ได้พบพ่อ อิงอิน...อยู่กับสีตองนะ แม่จะรีบกลับนะลูก อย่าอ้อนนะลูกนะเธอบอกกับลูกด้วยน้ำตาที่นองหน้า เสียงพูดปนสะอื้นจนสีตองตกใจ

 “คุณอริสคะ...ร้องไห้ทำไมคะ แล้วกระเป๋าเดินทางนี่ล่ะคะ คุณจะไปไหนเหรอคะ

 “สีตอง...ฉันจะต้องไปกรุงเทพฯ จ้ะ คุณนนท์...ได้รับอุบัติเหตุ สาหัสมาก ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงบ้างเธอตอบแล้วสะอื้นฮักออกมา

 “โถ...คุณอริส ทำใจดีๆ นะคะ แล้วคุณอริสจะพาคุณหนูไปด้วยไหมคะ

 “ไม่ละจ้ะ ฉันจะไปดูคุณนนท์ก่อนนะ ฉันก็ยังไม่รู้ว่าสถานการณ์ที่โน่นจะเป็นยังไงเลย แล้วยังไงฉันจะโทร.มาบอกนะสีตอง ดูแลอิงอินให้ฉันหน่อยนะ พรุ่งนี้คุณกานต์กลับจากเมืองนอก คงต้องขอแรงให้ไปดูที่รีสอร์ตให้หน่อย และท่านก็รับปากว่าจะไปช่วยดูแลให้ด้วยน่ะจ๊ะ

 

พอมาถึงกรุงเทพฯ อริสราก็รีบจับแท็กซี่มาที่บ้านสราญฤทัยทันที เธอเดินช้าๆ เข้าไปในบริเวณบ้าน มองรอยอดีตอย่างสะเทือนใจ น้ำตาลเห็นเข้าก็ดีใจอย่างบอกไม่ถูก รีบแย่งกระเป๋ามาถือไว้ทันที

 “คุณอริสขา...น้ำตาลดีใจจังค่ะที่เห็นคุณอริสมา คุณนนท์กลับมาจากโรงพยาบาลเมื่อวานนี้เองค่ะ

 “คุณนนท์เป็นยังบ้างจ๊ะ

 “เอ่อ...เอ่อ...คุณนนท์ เธอยังจำอะไรไม่ได้ค่ะ

หัวใจของอริสราวูบลงทันที น้ำตาเอ่อคลอจนต้องรีบปาดทิ้ง คุณท่านล่ะ ...

 “คุณท่านไม่ค่อยสบายค่ะ เธอดูแลพยาบาลคุณนนท์มาหลายวันจนป่วยน่ะค่ะ

 “แล้วคุณฟรานล่ะ

 “ก็ไปๆ มาๆ น่ะค่ะ ไม่ค่อยอยากจะมาดูแลสักเท่าไหร่เลย คุณหญิงต้องจ้างพยาบาลมาคอยดูแลอีกคนน่ะค่ะ

อริสราเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องนอน เธอก้าวเข้าไปช้าๆ ด้วยหัวใจที่เต็มตื้นที่เห็นรูปของเธอยังคงตั้งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา อินทนนท์นั่งอยู่ที่รถเข็น นิ่งเฉย อริสราน้ำตาพรูพรั่งลงทันทีที่เห็นสภาพของเขา ดวงตาที่มองมายังเธอว่างเปล่า เหมือนเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ ขาข้างซ้ายยังคงเข้าเฝือกไว้ เธอเดินไปคุกเข่าลงตรงหน้าเขา แล้วเข้ากอดเอวเขาไว้

 “คุณนนท์...คุณนนท์...เป็นยังไงบ้างคะ คุณจำอริสได้ไหมคะเธอเงยหน้าขึ้นมองเขา อริสราใจวูบลงทันที สายตาเขาว่างเปล่าเหมือนแม่ที่เคยมองเธออย่างนี้ เวรกรรมอะไรของเรากันนะ คนที่เรารักถึงต้องเป็นแบบนี้ เธอได้แต่สะอื้นไห้ถามตนเอง

เสียงแม่นงค์เดินเข้ามา และร้องทักอย่างดีใจ คุณอริส...คุณอริสของแม่นงค์ โถ...แม่คุณ แม่นงค์คิดถึงคุณอริสเหลือเกินค่ะแม่นงค์และอริสเข้าสวมกอดกัน ต่างคนต่างร้องไห้ และต่างก็ปลอบใจกัน

 “คุณนนท์เกิดอุบัติเหตุขึ้นที่ไหนคะ ทำไมถึงรุนแรงขนาดนี้คะ

 “ขากลับมาจากเชียงใหม่หลังจากที่เธอไปตามคุณน่ะค่ะ ตำรวจเขาว่าคนขับรถบรรทุกหลับในแล้ววิ่งมาชนท้ายค่ะ ตำรวจต้องงัดเธอออกมาจากตัวรถ ตอนแรกใครๆ ก็นึกว่าจะไม่รอดเสียแล้วละค่ะ

 “แล้วทำไมคุณนนท์ถึงจำใครไม่ได้ล่ะคะ หมอบอกว่ายังไงคะ

 “หมอบอกว่าคงต้องใช้เวลาน่ะค่ะ อาการทางสมองหมอบอกไม่ได้ว่าจะหายเมื่อไหร่ อาจจะเร็วหรือช้าไม่แน่นอนค่ะ

เธอหันไปกอดอินทนนท์ คุณนนท์...อริสขอโทษค่ะ อริสขอโทษ

เสียงของคุณหญิงดังก้องเข้ามา สะใจเธอไหมล่ะอริส ผัวเป็นอย่างนี้น่ะ เธอใจร้ายใจดำกับตานนท์มากนะ ทั้งที่เจ้านนท์มันรักเธอมากเหลือเกิน มันออกตามหาเธอแทบจะพลิกแผ่นดินจนไม่เป็นอันทำการทำงาน เธอเฉดหัวมันมาหรือยังไงล่ะ มันถึงได้เป็นอย่างนี้น่ะ

อริสราก้มกราบลงที่พื้นทันที อริสกราบขอโทษคุณท่านค่ะ อริสจำเป็นค่ะ อริสไม่ต้องการให้คุณนนท์ต้องลำบากใจเลือกอริสทั้งๆ ที่เธอยังรักคุณฟราน

 “อริส...เธอปัญญาอ่อนหรือยังไง เธอมีลูกเป็นตัวประกัน ยังไงๆ ตานนท์ก็ต้องกลับมาตายรัง เธอไม่เชื่อมั่นในตัวเธอเองมากกว่า ระยะหลังน่ะ...ตานนท์ก็รักเธอ เอาใจเธอ แต่ในเรื่องที่ผ่านมาของเขา เธอก็ต้องให้เวลาเขาบ้าง เธอรู้ไหม...ตั้งแต่ลูกฉันฟื้นขึ้นมาเขาเรียกหาเธอเพียงคนเดียว ถึงแม้เขาจะจำใครไม่ได้ แต่จิตใต้สำนึกของเขาก็มีแต่เธอเท่านั้น

สิ้นเสียงของคุณหญิง อริสราหันไปกอดอินทนนท์ไว้และร้องไห้โฮออกมาทันที คุณนนท์ คุณนนท์ อริสขอโทษ อริสโง่เองใช่ไหมคะ พูดกับอริสสิคะ บอกอริสสิคะว่าคุณยกโทษให้อริสเธอพิลาปรำพันจนคุณนงค์ต้องเมินหน้าหนีและแอบซับน้ำตาตนเอง

 คุณหญิงมองภาพนั้นอย่างสะเทือนใจยิ่งนัก ท่านมีสีหน้าซีดลง เซน้อยๆ ทำท่าจะเป็นลม คุณนงค์รีบหันมาประคองกลับไปที่ห้อง อริสราละล้าละลัง เธอวิ่งไปห้องนอนของคุณหญิง แม่นงค์กำลังหายาหอมมาให้ อริสรารีบวิ่งไปเปิดแอร์และหายาหม่องมาทาให้ท่านที่มือและเท้า นวดแขนและหัวไหล่ให้เบาๆ

 เธอมองหน้าซีดเซียวของคุณหญิงแล้วแอบกรีดน้ำตาทิ้ง เธอไม่เคยคิดว่าเรื่องมันจะสาหัสสากรรจ์ขนาดนี้เลย อินทนนท์ก็ไม่รู้สึกรู้สมอะไร คุณหญิงก็ยังมาเจ็บลงอีกคน เธอจับมือท่านมาแนบแก้มไว้

 “คุณแม่...ยกโทษให้อริสด้วยนะคะ ที่อริสเคยทำไม่ดีกับคุณแม่ อริสเสียใจกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นค่ะ

 “เธอยังเรียกฉันว่าแม่อีกเหรออริส ฉันยังมีความดีเหลืออยู่พอที่จะเป็นแม่เธอได้งั้นเหรอคุณหญิงประชดประชันทั้งที่ยังหลับตานิ่งๆอยู่

 “คุณแม่คะ...ด่าว่าอริสเถอะค่ะ อริสอาจจะผิดที่หนีไป แต่อริสไม่เคยลืมพระคุณของคุณแม่เลยค่ะ อริสรักคุณแม่เปรียบเสมือนแม่ของอริส อริสกราบขอโทษค่ะเธอพนมมือกราบลงบนแขนท่านอีกครั้ง

 “ไปดูตานนท์เถอะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอก นอนดึกไปสักหน่อยเท่านั้นแหละเสียงและท่าทีของคุณหญิงหมางเมินกับเธอนัก

อริสราพบกับคุณพยาบาลที่เพิ่งกลับขึ้นมาหลังจากลงไปทานอาหารเที่ยง แม่นงค์แนะนำ คุณอรุณีคะ...นี่แหละค่ะ คุณอริส ภรรยาคุณนนท์ คนที่คุณนนท์เรียกหาน่ะค่ะ

พยาบาลวัยสามสิบกว่ายกมือขึ้นไหว้อริสรา พร้อมทั้งรอยยิ้มที่มีไมตรี เธอรับไหว้แล้วจูงมือคุณอรุณีเดินออกมาที่ระเบียง  คุณอรุณีคะ ไม่ทราบว่าขาคุณนนท์ที่เข้าเฝือกนี่หักหรือว่ายังไงคะ

 “เพียงแต่ร้าวน่ะค่ะ แต่ก็ไม่เป็นอะไรมาก คุณหมอดูผลเอกซเรย์แล้วยังบอกว่าโชคดีที่กระดูกไม่แตกน่ะค่ะ คิดว่าอีกสักพัก ก็คงจะเอาเฝือกออก และก็เดินได้ปรกติน่ะค่ะ

 “แล้วอาการทางสมองล่ะคะ

 “คุณหมอทางด้านสมองบอกว่าผลการทำเอ็มอาร์ไอไม่พบความผิดปรกติอะไร หมอยังไม่ค่อยแน่ใจว่าการที่คุณนนท์จำอะไรไม่ได้ หรือว่าไม่ยอมพูดกับใครมาจากอะไรกันแน่ เพราะอาการแบบนี้มันอาจมีสาเหตุจากการได้รับความกระทบกระเทือน อย่างรุนแรงก็ได้ หรืออาจจะมาจากสาเหตุทางจิตใจก็ได้ค่ะ รู้สึกว่าคุณนนท์จะมีอาการซึมเศร้าด้วยนะคะ คุณหมอยังหาสาเหตุอยู่ค่ะ แต่อาการทางด้านร่างกายก็ดีขึ้น แต่ไม่ค่อยยอมทานอะไร ก็เลยซูบน่ะค่ะ คุณอินทนนท์เรียกแต่ชื่อคุณอริสนะคะ แล้วบางเวลาก็จะพูดถึงลูกน่ะค่ะ หมอบอกว่าถ้าคุณอินทนนท์พบกับคนที่เรียกหาก็อาจจะดีขึ้น สภาวะทางอารมณ์ของคุณนนท์รู้สึกว่าจะไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ บางคนเธอก็ไม่อยากพบ จะแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดเลยนะคะ

อริสราถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอเริ่มรู้สึกว่าเขาน่าเป็นห่วงกว่าที่เธอคิดไว้เสียอีก แล้วเธอล่ะจะทำยังไง ไหนจะลูกแล้วยังรีสอร์ตอีก เธอพะว้าพะวงกับทุกๆ อย่าง เธอเอ่ยขึ้นกับคุณอรุณี

 “แล้วคุณแม่ล่ะคะ รู้สึกท่านจะไม่ค่อยสบายนะคะ

 “เอ่อ...ความจริงคุณหญิงท่านแข็งแรงนะคะ ตั้งแต่คุณอินทนนท์เจ็บ ท่านก็ไม่ได้ห่างลูกชายเลย แต่ท่านกังวลและก็นอนไม่ค่อยหลับมากกว่าค่ะ ก็เลยเป็นลม ท่านต้องการกำลังใจนะคะ เห็นพูดถึงคุณทุกวันจนดิฉันอยากเห็นเลยค่ะ ท่าทางท่านจะรักคุณมากนะคะ

อริสรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น เราจะทำยังไงต่อไปดี หรือว่าเราคงต้องอยู่ที่นี่อีกสักพักจนกว่าคุณนนท์จะดีขึ้น เธอบอกให้คุณอรุณีไปดูแลคุณหญิง ส่วนเธอจะดูแลอินทนนท์แทนเอง บ่ายมากแล้วเธอพาอินทนนท์ไปที่เตียงนอน และพยุงให้เขานอนพัก

 “คุณนนท์คะ...นอนพักนะคะ เดี๋ยวอริสจะไปหาอะไรมาให้ทานนะคะ คุณหิวไหม คุณต้องทานเยอะๆ แล้วนะคะ ตอนนี้คุณซูบไปมาก รู้ไหมคะ

อินทนนท์ยันตัวเองจากรถเข็นเมื่อเธอเข้าพยุง และค่อยๆ เอนตัวลงนอน เขาลืมตามองเพดานนิ่งๆ พึมพำ อริส...อริส

เธอปาดน้ำตาบนแก้มอย่างนึกสงสารเขาเหลือเกิน ก้มหน้าลงพูดกับเขา

 “คุณนนท์...อริสอยู่นี่ค่ะ อริสอยู่นี่แล้วนะคะ มองอริสสิคะ

 “อริส...อริสเขายังพร่ำเรียกเบาๆ จนกระทั่งหลับไป

เธอซบหน้าลงกับอกเขาเบาๆ น้ำตารินไหลลงอาบแก้ม สะอื้นออกมาอีก ทำไมคะ ...ทำไม...คุณถึงต้องเป็นถึงอย่างนี้ด้วย อริสสงสารคุณเหลือเกินค่ะ หลับเสียนะคะ พอคุณตื่นขึ้นมาอริสจะทำอะไรให้คุณทานนะคะ หลับเสียเถอะนะคะ

เย็นวันนั้น เธอลงไปทำแกงจืดมักกะโรนีสำหรับคุณหญิงและอินทนนท์ เธอเข็นรถเข็นพาเขาออกมาที่ระเบียง ลมเย็นๆ พลิ้วแผ่วจนผมของอริสปลิวไสว อินทนนท์จ้องมองหน้าอริสรา ในสายตาเขาว่างเปล่า ไม่มีความหมายใดๆ ที่แสดงออกมาให้เห็นแม้แต่น้อยว่าเขาจำเธอได้ เธอป้อนแกงจืดมักกะโรนีใส่ปากเขา ทำสีหน้าให้สดชื่นยิ้มแย้ม พูดคุยอย่างปรกติกับเขา

 “เก่งจังค่ะ คุณนนท์ทานได้ตั้งเยอะ แสดงว่าอริสทำอร่อยใช่ไหมคะ งั้นพรุ่งนี้อริสทำข้าวต้มปลาเป็นอาหารเช้าดีไหมคะ อริสจะทำให้คุณท่านทานด้วยนะคะ อ้ะ...ดื่มน้ำค่ะเธอหยิบแก้วน้ำพร้อมหลอดให้เขาดูด แล้วยิ้มอย่างพอใจ

 “คุณนนท์หายไวๆ นะคะ อริสจะพาคุณนนท์ไปที่รีสอร์ตของเราไงคะ คุณบอกว่าคุณชอบที่นั่นไม่ใช่เหรอคะ พอคุณนั่งรถได้ อริสจะพาคุณไปนะคะ เราจะไปอยู่ที่โน่นกันสักพักหนึ่ง คุณนนท์จะได้รับอากาศบริสุทธิ์ไงคะ แล้วอริสก็จะชวนคุณแม่ไปด้วยนะคะเธอชวนคุยไปเรื่อยๆ เสมือนกับว่าเขารับฟัง

 “คุณนนท์คะ...แล้วอริสจะพาลูกมาพบคุณนะคะ ลูกของเรากำลังจะยืนแล้ว เดือนหน้าเขาก็คงจะเดินได้แล้วค่ะ คุณรู้ไหมคะว่าอิงอินเป็นเด็กผู้ชายตัวจ้อย เขาน่ารัก เขาหล่อ และเหมือนคุณมากค่ะ อริสรักเขามากที่สุด ถ้าคุณหายเมื่อไหร่ อริสจะให้คุณตั้งชื่อจริงให้เขาอีกชื่อหนึ่งนะคะ

เขายังคงมองหน้าเธอนิ่งๆ คำพูดของตัวเองที่พร่ำกลับทำร้ายตัวเองเข้าอย่างจัง ในเมื่อคนที่เธออยากให้รับรู้ ไม่อาจที่จะรับรู้อะไรได้แล้ว เขาเพียงแต่มองหน้าเธอนิ่งเฉย  

 

 

 

*อริสราจะทำยังไงต่อไปในเมื่ออินทนนท์เจ็บหนักขนาดนี้ เธอจะต้องเผชิญหน้ากับฟรานซิส และยังคุณหญิงสราญจิตที่โทษว่าเธอเป็นต้นเหตุ ยิ่งใกล้จบยิ่งเข้มข้นค่ะ หาซื้ออ่านในแบบรูปเล่ม และโหลดอ่านได้ในรูปแบบebookแล้วนะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น