แผนร้าย กุศโลบายรัก (พิมพ์ครั้งที่2กับสนพปองรัก)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 15,530 Views

  • 51 Comments

  • 173 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    17

    Overall
    15,530

ตอนที่ 8 : วันเวลา100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1073
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    29 ก.ย. 60



ปกแผนร้ายกุศโลบายรัก เปิดจองกับส.น.พปองรักได้แล้วนะคะ



8

วันเวลา

 

อินทนนท์ขยับกายจะลุกขึ้น เป็นจังหวะที่อริสราเดินเข้ามาในห้องอาหารพอดี เธอตัดดอกกุหลาบมาด้วยหอบใหญ่ แต่เมื่อเห็นสายตาของคุณหญิงจับจ้องมองมาที่เธอ ทำให้หญิงสาวรีบเอ่ย

 “ขอโทษค่ะ อริสไม่ทราบว่าตั้งโต๊ะแล้ว อริสตัดกุหลาบมาน่ะค่ะ กะว่าจะมาจัดแจกันที่ห้องทานอาหารนี่น่ะค่ะ เสียดายที่จะทิ้งให้เหี่ยวคาต้น เพราะใกล้จะบานหมดแล้วน่ะค่ะคุณท่าน”

 “ไปล้างมือแล้วมาทานเช้าก่อนเถอะจ้ะที่รัก” อินทนนท์บอกเธอด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน สายตาของเขาที่คุณหญิงเห็นเป็นสายตาที่มองอริสราอย่างเอ็นดูมากกว่ารักใคร่ อริสรารับคำเบาๆ แล้วรีบเดินออกไปที่ห้องครัวทันที

เธอรีบล้างมือแล้วเดินกลับมานั่งลง แม่นงค์รีบรินกาแฟและตักข้าวต้มให้ทันที อริสรารีบพนมมือไว้แม่นงค์ คุณหญิงอมยิ้มในสีหน้าน้อยๆ แต่คุณนงค์ร้องอย่างตกใจไม่ให้เธอไหว้อีก ทำให้อริสราหันมามองคุณหญิงกับอินทนนท์ดังจะขอคำปรึกษา แต่ทั้งสองคนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ โดยอินทนนท์ก้มลงอ่านหนังสือพิมพ์ในมือ ส่วนคุณหญิงยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม และทำเหมือนไม่เห็น

อริสราตักข้าวต้มใส่ปากแล้วนิ่งคิด ‘ตกลงเราทำตัวถูกหรือเปล่านะ ก็ธรรมเนียมไทยเราต้องไหว้ผู้ใหญ่ที่ทำอะไรให้ไม่ใช่เหรอ แล้วแม่นงค์ก็ยังเป็นแม่นมของคุณนนท์ด้วยนี่ ไม่เชิงเป็นคนรับใช้สักหน่อย ทำไมการวางตัวเป็นผู้ดีนี่มันยากเย็นสำหรับคนที่ไม่ได้เป็นผู้ดีอย่างเราจังนะ แล้วดูอีตาบ้านี่สิ...แทนที่จะช่วยเหลือเราบ้าง กลับให้เราทำงานคนเดียว ทำเป็นก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือพิมพ์ คุณหญิงก็ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ นายนนท์นะนายนนท์..จะปล่อยให้ฉันเปิ่นเทิ่นอยู่คนเดียวเลยหรือไง บ้าชะมัด...’

เมื่อกลับขึ้นมาบนห้องนอน เธอเปิดฉากต่อว่าเขาทันที  “อริสเปิ่นใช่ไหมคะ ที่ไหว้แม่นงค์น่ะค่ะ”

 “อะไรคุณ ก็ดีแล้วนี่ ผมว่าน่ารักดีออกที่ทำอย่างนั้นน่ะ ถ้าไม่ดีคุณแม่ก็คงบอกแล้วละ ท่านไม่เคยเก็บอะไรที่ไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องไว้ในใจหรอกนะคุณ”

เธอนิ่งฟังเขาและยิ้มออกมาได้  “เฮ้อ..โล่งอกไปหน่อย คุณนนท์คะ..อริสอยากไปเยี่ยมแม่น่ะค่ะ อริสเป็นห่วงแม่ คิดถึงแม่ค่ะ”

เขาเงยหน้าขึ้นทำสีหน้าครุ่นคิดนิดหนึ่ง “อืม..วันนี้วันอาทิตย์..ไปสิผมจะไปด้วย พรุ่งนี้ผมจะต้องเข้าบริษัททำงานเสียที คุณแม่จะเรียกประชุมผู้ถือหุ้นกับพวกกรรมการบริษัทน่ะ”

 “อริสไปคนเดียวก็ได้ค่ะ”

 “ทำไม..ชอบออกจากบ้านคนเดียวหรือไง” เขาหันมาถามด้วยสีหน้าขรึมๆ เสียงที่พูดไม่พอใจนัก

เธอนึกขัดใจเถียงขึ้นทันที  “อริสก็ไปไหนมาไหนคนเดียวประจำอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับจะชอบหรือไม่ชอบนี่คะ”

 “แต่ตอนนี้คุณมีผัวแล้ว จะไปไหนมาไหนก็บอก คนขับรถก็มีนี่ คุณใช้ให้ขับพาไปไหนมาไหนก็ได้ทั้งนั้นนะ”

 “คุณนนท์..ไอ้การที่ฉันเป็นแค่เพียงเมียกำมะลอของคุณนี่ คงไม่ต้องถึงกับมีคนขับรถให้นั่ง หรือต้องคอยไปไหนมาไหน พร้อมกับคุณหรอกนะคะ”

 “ก็เพราะเป็นเมียกำมะลอน่ะสิถึงต้องทำอย่างนี้ ถ้าเกิดคุณเผลอนึกว่าตัวเองเป็นคนตัวเปล่า แล้วไปทำไม่ดีไม่งามขึ้นมา ผมไม่ต้องใช้ปี๊บคลุมหัวเดินเลยหรือไงล่ะ”

อริสราอารมณ์พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันทีเพราะเขาพูดเหมือนกับดูถูก  “คุณนนท์..คุณคิดว่าใครเขาจะสกปรกเหมือนคุณหรือไง”

เขาโกรธทันทีเช่นกัน  “ผมสกปรกหรืออริส คุณต้องพิสูจน์แล้วละว่าผมสกปรกจริงหรือเปล่า”

เขารวบข้อมือเธอไว้แล้วโอบรัดร่างเธอเข้ามาในอ้อมกอดทันที พร้อมกับก้มหน้าลงซอนไซ้ ระดมจูบลงที่ซอกคอ แก้ม คิ้ว คาง อริสราดิ้นรนทุบเขาเป็นพัลวัน แต่ยิ่งดิ้นก็ดูเหมือนเขาจะยิ่งรัดร่างเธอแน่นขึ้น และเมื่อเธอเผยอริมฝีปากจะร้อง เขาก็บดขยี้ริมฝีปากลงบนริมฝีปากของเธอ

 อริสราหยุดดิ้นรนเพียงครู่ ก่อนเริ่มผลักไสเขาอีกครั้ง คราวนี้เธอผลักเขาออกเต็มแรงแล้วตบฉาดลงบนแก้มเขาทันที อินทนนท์ลูบแก้มตนเองพลางจ้องหน้าเธอเขม็ง สายตาคมกร้าวดังพยัคฆ์ที่มองลูกกวางตัวน้อย

  “เธอกล้าตบหน้าฉันหรืออริส ไม่เคยมีใครกล้าตบหน้าฉันอย่างนี้เลยนะ” เสียงเขากร้าว ใบหน้าแดงก่ำอย่างโกรธจัด ดวงตาที่จ้องมองเธอวาวโรจน์ขึ้น ก่อนเข้ารวบร่างของเธอเข้าไว้ในวงแขน กอดรัดกระชับขึ้นอีกครั้ง

อริสรารู้ตัวด้วยสัญชาตญาณแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ  “อริสขอโทษค่ะ อริสขอโทษ อริสเสียใจนะคะ อริสลืมตัวไปน่ะค่ะ ปล่อยอริสเถอะนะคะคุณนนท์ อริสผิดเองค่ะ” เธอพร่ำขอโทษเขา กายสั่นเทิ้มด้วยความหวาดหวั่น

อินทนนท์มองสีหน้าตระหนกนั้น ดวงตาของอริสราพรั่นพรึง เธอคงไม่ได้แกล้งทำเป็นอินโนเซนต์ และเราอาจจะพูดแรงเกินไปก็ได้ เขารัดร่างเธอไว้นิ่งๆ อย่างนั้นครู่หนึ่งแล้วปล่อย สีหน้าของเขายังบึ้งตึงขึ้งโกรธ

 “อยากไปไหนก็ไป เชิญ ...”

 “อริสเพียงแต่อยากไปดูแม่เท่านั้นเองค่ะ อริสเกรงใจ ถ้าคุณไปด้วยคุณก็ต้องไปรออริสนะคะ อริสเพียงแต่อยากไปอยู่กับแม่ให้นานๆ อริสคิดถึงแม่มากเหลือเกินค่ะคุณนนท์” เธอพร่ำอธิบาย

อินทนนท์ไม่เอ่ยอะไรกับเธออีก หันหลังเดินออกไปที่ระเบียงห้องแล้วนั่งลงที่เก้าอี้นั่งเล่นเงียบๆ อริสราตัดสินใจแต่งตัวแล้วลงมาข้างล่าง เธอไม่พบใครจึงเดินไปหาลุงชมเพื่อขอกุญแจรถ แล้วขับออกจากบ้านสราญฤทัย ระหว่างทางอริสราแวะซื้อของเยี่ยมหลายอย่างมาให้มารดาด้วย

 อริสราพบว่ามารดายังมีอาการเหมือนเดิม คุณอริสานั่งอยู่ที่รถเข็นภายในห้องพักพิเศษ มีพยาบาลพิเศษคอยดูแล เธอทรุดตัวลงที่หน้ามารดาแล้วกอดท่านไว้ สีหน้าของแม่ไม่ได้รับรู้ในการพบกับเธอเลยแม้แต่น้อย ดวงตาของท่านว่างเปล่า อริสราน้ำตารื้นทันที

 “แม่จ๋า...อริสมาเยี่ยมจ้ะ พูดกับอริสสักคำสิแม่” เธอเงยหน้าขึ้นอ้อนวอน

คุณอริสานั่งนิ่งไม่รับรู้สิ่งใด ทำให้อริสราสะอื้นไห้กอดมารดาไว้ หันไปเอ่ยถามคุณพยาบาล

 “เมื่อไหร่แม่ของอริสจะดีขึ้นคะ

 “คุณอริสราคะ...ท่านดีขึ้นบ้างแล้วนะคะ คุณหมอดูแลท่านอย่างใกล้ชิด แต่อาการของท่านคงต้องใช้เวลาฟื้นฟูสักหน่อยน่ะค่ะ” คุณพยาบาลเอ่ยปลอบใจ

 

เธอใช้เวลาอยู่กับมารดาเกือบสามชั่วโมง เมื่อกลับออกมา หัวใจของอริสราเศร้าสร้อยลงเหมือนทุกครั้งที่มาเยี่ยมมารดา เธอขับรถไปจอดที่ห้าง เข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตซื้ออาหาร ขนม ผลไม้กลับมาที่บ้านสราญฤทัย น้ำตาลเดินมารับของไปเข้าครัว เธอจัดขนมใส่จาน กำชับว่าให้เอาไว้ให้คุณหญิงทานกับน้ำชาตอนบ่าย และจัดแบ่งผลไม้ไว้ใส่บาตรพระในตอนเช้า ส่วนขนมอีกสี่ถุงนั้นเธอซื้อมาฝากให้ทุกคนทาน น้ำตาลและฉวีรีบพนมมือไหว้เธอ

 อริสราเดินขึ้นไปข้างบน ก็พบว่าอินทนนท์นั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะเขียนหนังสือในห้อง เธอมองด้านหลังของเขาแล้วนิ่งคิด... เราต้องคิดถึงความดีของเขาบ้างนะอริส เพราะถ้าไม่มีเขาเราคงไม่เงินมารักษาแม่ แม่ก็คงไม่ได้รับการดูแลที่ดีอย่างนี้ ความจริงแล้วเราก็ผิดที่ตบหน้าเขา คงไม่เคยมีใครกล้าทำกับเขาถึงขนาดนี้ เขาไม่โต้ตอบกลับก็นับว่าเขาก็ดีกับเรามากแล้ว เราต้องทำดีกับเขาสิอริส ต้องอดทน แค่อีกสามร้อยกว่าวันเท่านั้นเอง

อริสราย่องเข้าไปหาเขาทางด้านหลัง  “จ๊ะเอ๋...อริสกลับมาแล้วค่ะ คุณนนท์ทำอะไรอยู่คะ ให้อริสช่วยไหมคะ อริสช่วยได้นะคะ” เธอพูดพลางส่งยิ้มหวานสดใสอย่างประจบกึ่งหยอกเอินให้เขา เหมือนกับไม่มีเรื่องขุ่นเคืองอะไรกันมาก่อนหน้านี้เลย

เขาหันมามองเธอนิดหนึ่ง สีหน้าเย็นชาแต่ก็ยังมีแก่ใจถาม  “แม่เป็นยังไงบ้าง”

 “ก็ดีขึ้นบ้างน่ะค่ะ แต่แม่ก็ยังไม่พูดกับใครเลย แม่คงพูดไม่ได้แล้วมั้งคะ” เสียงของอริสราเครือแผ่วเศร้าลง ดวงตาแดงก่ำรื้นขึ้นด้วยน้ำตา

เขามองเธออย่างนึกสงสาร  “ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปนะอริส อย่าไปคิดอะไรมาก”

 “ขอบคุณมากค่ะที่ปลอบใจ” เธอตอบพร้อมกับมองหน้าอินทนนท์อย่างซึ้งในน้ำใจ

 

เดือนหนึ่งผ่านไป อริสราทำงานของเธอได้อย่างดีเยี่ยม คุณหญิงเริ่มยอมรับเธอมากขึ้นจนอินทนนท์รู้สึกได้ อริสราแต่งสวนให้ท่านใหม่อย่างสวยงาม โดยมีนายชมและเด็กๆ เข้ามาช่วย และลงไปดูแลด้วยตัวเองทุกวัน ซุ้มนั่งเล่นในสวนดูสวยน่านั่ง เพราะเธอหากระถางไม้แขวนออกดอกสวยมาประดับ ส่วนรอบซุ้มก็ลงไม้ดอกส่งกลิ่นหอมไว้ เธอปรับพื้นสนามหญ้าในสวนใหม่ โดยสั่งซื้อแผ่นหินแผ่นใหญ่ๆ มาปูบนพื้นหญ้าจนเป็นตารางสี่เหลี่ยมทั่วไปทั้งสวน ทำให้เดินได้สะดวกขึ้นยามฝนตกดินแฉะ ไม้ดอกไม้ใบที่ปลูกอยู่ก่อนก็ได้รับการดูแลตัดแต่งจนดูเป็นระเบียบงดงาม เธอยังซื้ออ่างดินน้ำพุเล็กๆ มาประดับ ซื้อปลาหางนกยูงสวยๆ มาปล่อย ทำให้คุณหญิงสราญจิตลงไปเดินชมสวนแทบทุกวันทีเดียว

สองคนแม่ลูกกลับมาจากบริษัทในตอนเย็น คุณหญิงชวนอินทนนท์ลงไปเดินเล่นดูสวน ทั้งสองแม่ลูกเห็นอริสรายืนหันหลัง ให้อาหารปลาในอ่างดิน และร้องเพลงเบาๆ อย่างมีความสุข

 เธอปลูกดอกไม้ในหัวใจและทำให้ฉันฝัน ให้ฉันได้พบวันที่สุขสดใส ด้วยใจที่ดีๆ ด้วยรักที่เธอให้ ฉันจึงได้เจอสิ่งเหล่านี้ รู้ตัวอยู่บ้างไหม ว่าทำให้ใครหนึ่งคน ได้มีช่วงเวลาที่แสนดี รู้ตัวอยู่บ้างไหม ว่าใจดวงหนึ่งดวงนี้ ได้พบความสุขมากมายแค่ไหน เธอปลูกดอกไม้ในหัวใจ...”

 “ร้องเพลงให้ปลาฟังหรืออริส” เสียงร้องทักของอินทนนท์ดังขึ้น เธอตกใจหันขวับมามอง ยิ้มเขินๆ กับสองแม่ลูก

 “เปล่าค่ะ ปลาคงไม่อยากฟังเสียงอริสหรอกค่ะ” เธอตอบเบาๆ และนึกในใจว่าเพลงที่เธอร้องคงจะบอกอะไรเขาไปบ้างก็ได้ ทำให้เธอรีบกลบเกลื่อน

  “คุณท่านคะ..อริสมีอะไรจะอวดค่ะ” เธอวิ่งตื๋อหายไปสักพัก แล้วกลับมาพร้อมกับกระถางต้นกล้วยไม้ที่กำลังผลิดอก

  “วยไหมคะคุณท่าน ต้นนี้ของคุณท่านน่ะค่ะ อริสซื้อปุ๋ยมาฉีดที่ราก แค่สองอาทิตย์ก็ออกดอกเลยค่ะ” เธอชูกระถางกล้วยไม้ และชี้ชวนให้คุณหญิงชมด้วยท่าทางภาคภูมิใจเหมือนเด็กที่อวดผลงาน

คุณหญิงยิ้มออกมาน้อยๆ มองเธออย่างเอ็นดู  “อื้อ...ฉันซื้อมาตั้งนานแล้วละต้นนี้น่ะ แต่ออกดอกแค่หนเดียวก็ไม่ออกอีกเลย เก่งนี่...ทำให้มันออกดอกได้อีก” คุณหญิงกล่าวชม มองต้นกล้วยไม้ต้นนั้น แล้วก้มดูปลาในอ่างดิน

  “อริส...ปลามันออกลูกมาเยอะแยะเลยนะ”

  “ใช่ค่ะคุณท่าน อริสซื้อพ่อแม่พันธุ์ปลาหางนกยูงสวยๆ มาค่ะ เป็นสายพันธุ์จากต่างประเทศน่ะค่ะ หางมันเป็นพวงสวย และลายแปลกกว่าหางนกยูงของบ้านเรา เวลาลูกมันออกมาก็จะสวยมากค่ะ ขายได้ด้วยนะคะ ตัวละตั้งแปดสิบบาท คนขายที่สวนจตุจักรที่อริสไปซื้อมาเขาบอกค่ะ ว่าถ้าลูกมันตัวโตขึ้นและแน่นมากไปให้อริสช้อนไปขายเขาค่ะ เขารับซื้อด้วยนะคะ ตอนนี้อริสก็แยกไปเลี้ยงไว้อีกอ่างหนึ่งด้วยค่ะ” เธอกล่าวด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ

 “โอ๊ยแม่คุณ..จะยึดอาชีพขายปลาหรือไงเรา เห็นแม่นงค์บอกว่าเธอเพาะกล้วยไม้ดอกไม้จะเอาไปขายด้วยไม่ใช่เหรอ”

เธอทำสีหน้าแหยๆ  “ก็อริสไม่ทราบว่าจะทำอะไรนี่คะ และถึงแม้จะได้เงินไม่มาก แต่ก็ดีกว่าอยู่เฉยๆ ไม่ได้อะไรเลยน่ะค่ะ”

คุณหญิงมองหน้าลูกสะใภ้อย่างนึกขัน ‘อืม...เจ้านนท์นี่มันยังไงนะ หาเมียเด็กมาก็ได้เหมือนกัน แม่คนนี้ก็ขยันทำโน่นทำนี่ทั้งวันไม่หยุดมือ แม่นงค์เองก็รักเอ็นดูเจ้าหล่อนเหลือหลาย ท่าทางไม่มีจริตมารยา งงจริงๆ กับเจ้านนท์ มันยังไงกันแน่นะ อยากรู้จังว่าเจ้านนท์มันรักอริสราหรือเปล่านะ ท่าทางมันไม่หวือหวาเอาซะเลย ดูแล้วมันอิหลักอิเหลื่อพิกล คุณหญิงนิ่งคิดและเอ่ยถาม

 “เธออยากทำงานหรืออริส”

 “ค่ะ..อริสอยากทำงานบ้างน่ะค่ะ แต่คุณนนท์บอกให้อริสทำงานบ้าน แล้วคอยดูแลคุณท่านก็พอค่ะ” เธอเอ่ยแล้วเหลือบตามองหน้าอินทนนท์นิดหนึ่ง

 “ที่รัก...อยู่บ้านเฉยๆ ก็ดีแล้วนี่จ๊ะ เวลาผมกลับมาเห็นหน้าก็ชื่นใจแล้ว” เขาพูดพร้อมกับเดินเข้ามาโอบไหล่เธอ ก้มลงจูบแก้มเธอเบาๆ นิดหนึ่ง อริสราเหลือบสายตามองคุณหญิง แก้มแดงจนถึงใบหู เธอแอบหยิกเขาที่ต้นแขนนิดหนึ่ง อินทนนท์มีสีหน้าเจ็บน้อยๆ จนคุณหญิงสังเกตเห็น

 “เราออกแบบตกแต่งภายในได้ไม่ใช่เหรอ เป็นสถาปนิกนี่”

 “ได้ค่ะ อริสออกแบบตกแต่งภายในบ้าน อาคารสำนักงาน จัดสวนตามภูมิทัศน์ได้น่ะค่ะ แล้วก็ออกแบบอาคารก็ได้ค่ะ พวกเฟอร์นิเจอร์ก็ได้นะคะคุณท่าน แหะๆ” เธอเอ่ยอวดด้วยเสียงหัวเราะเขินๆ

 “งั้นพรุ่งนี้ไปที่บริษัทกับฉัน ฉันจะให้เธอตกแต่งภายในสำนักงานใหม่ เพราะฉันก็อยากจะเปลี่ยนอะไรๆ ให้มันแปลกหูแปลกตาบ้างน่ะ เธอจะได้มีงานทำไงล่ะ”

 “ว้าว...จริงหรือคะคุณท่าน ดีใจจังเลยค่ะ” อริสทำท่าดีใจอย่างลืมตัว เมื่อนึกได้ก็หน้าสลดลง ยิ้มแห้งๆ

คุณหญิงหันมาถามลูกชายนิดหนึ่ง  “ว่าไงตานนท์ ให้อริสทำงานเสียบ้าง เดี๋ยวก็ลืมวิชาหมดกัน อุตส่าห์ร่ำเรียนมาแทบเป็นแทบตาย และฉันว่าก็คงจะดีกว่ามาเพาะปลาหางนกยูงขาย” ท่านกล่าวประชดน้อยๆ แต่สีหน้ายิ้มๆ

 “ตามใจคุณแม่ครับ ผมยกอริสให้คุณแม่ก็แล้วกัน” อินทนนท์เอ่ยพร้อมทั้งดึงกายบางเข้ามากอด เขย่าเบาๆ อย่างหยอกเย้า

 

วันรุ่งขึ้นคุณหญิงกับอินทนนท์พาอริสราไปสำนักงานใหญ่บริษัทบลูไดมอนด์  คุณหญิงเรียกประชุมพนักงานบริษัททั้งหมด แล้วกล่าวแนะนำอริสราในฐานะลูกสะใภ้ และบอกทุกคนว่าเธอเป็นสถาปนิก ท่านต้องการจะตบแต่งภายในใหม่ทั้งหมด ให้พนักงานทุกคนรับทราบเพื่อที่จะได้ช่วยเคลื่อนย้ายข้าวของสำหรับการตบแต่งอาคารภายในใหม่ ทุกคนมองอริสราด้วยสายตาชื่นชม

อริสราสวมชุดแซ็กยาวแค่เข่าสีเทา ดูเรียบหรูสวยสง่า เธอยกมือไหว้ทุกคนในที่ประชุมอย่างอ่อนหวานงดงาม หลังจากเธอเดินไปกับผู้จัดการฝ่ายอาคารสถานที่ เพื่อสำรวจพื้นที่ของอาคารแล้ว คุณธวัชซึ่งเป็นกรรมการบริษัทและหุ้นส่วนใหญ่ก็กล่าวกับคุณหญิงและอินทนนท์อย่างชื่นชม 

 “ผมไม่ทราบเลยนะครับว่าคุณนนท์แต่งงานแล้ว ทำไมแต่งงานเงียบๆ ไม่บอกใครเลยละครับ ผมขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ”

 “เอ่อ..ขอบคุณครับ ผมกับอริสแต่งกันเงียบๆ ที่อเมริกาก่อนจะกลับมาน่ะครับ”

 “เธอสวยน่ารักนะครับ แถมเก่งด้วยสิ ท่าทางก็คล่องแคล่วดีจัง อย่างนี้คุณหญิงก็สบายแล้วนะครับ ได้ลูกชายลูกสะใภ้มาช่วยบริหารงาน” คุณธวัชกล่าวอย่างชื่นชม อินทนนท์รู้สึกหัวใจพองโตคับอก ยิ้มหน้าบาน คุณหญิงชำเลืองมองลูกชายน้อยๆ ก่อนจะเอ่ย

 “ก็หวังไว้อย่างนั้นแหละค่ะ ดิฉันก็กะว่าให้ตานนท์ทำงานให้เข้าที่เข้าทางก่อนค่อยจัดงานฉลองแต่งงานให้เขา ใครๆ จะได้รู้กันเสียทีน่ะค่ะ”

คำกล่าวของมารดาทำให้อินทนนท์ถึงกับนิ่งคิด ‘สงสัยคุณแม่คงจะคิดอย่างนั้นจริงๆ สายตาท่านที่มองอริสรานั้นไม่ปิดบังความชื่นชมในตัวเธอเลย แผนการของเราสำเร็จมาเกือบครึ่งแล้วสินะ ถ้าคุณแม่เปลี่ยนพินัยกรรมเมื่อไหร่ เราอาจจะมีข้อเสนออื่นสำหรับอริสรา

คุณธวัชหันมาจับมือกับเขาพลางกล่าวยิ้มๆ “คุณนนท์นี่เห็นเงียบๆ แต่ตาแหลมจริงๆ นะครับ นี่แหละครับบลูไดมอนด์ตัวจริงของคุณนนท์” คำกล่าวของคุณธวัชทำให้เขายิ้มหน้าบาน ภาคภูมิใจขึ้นทันทีและเริ่มเสียดายถ้าจะต้องเสียเธอไปจริงๆ 

ในตอนค่ำที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันตามลำพังในห้องนอน อินทนนท์มองอริสราในชุดนอนมีเสื้อคลุมทับอย่างมิดชิด เธอกำลังจัดโต๊ะทำงานของเขา

อริส...เธอเป็นสาวน้อยมหัศจรรย์จริงๆ เธอทำให้คุณแม่ของฉันรักเธอได้อย่างรวดเร็วจนไม่น่าเชื่อ ก็ดูเจ้าหล่อนสิ...ทำงานบ้าน หยิบโน่นหยิบนี่ไม่หยุดมือ เขามองเธอเช็ดโต๊ะ เก็บแก้วน้ำที่เขาใช้แล้วไปล้างที่ซิงก์แล้วเก็บของที่หน้าตู้ให้เข้าที่เข้าทาง ช่างขยันจริง ผมยาวของเธอสวยเป็นเงายามต้องแสงไฟ ใบหน้าด้านข้างทำให้เห็นหน้าผากโค้งมนรับกับจมูกโด่ง แก้มใสเนียน ริมฝีปากอิ่มเต็มสวยเย้ายวน

อริสรา...ขอบใจนะที่ช่วยทำให้แผนการของฉันสำเร็จ ฟรานคงรอเราอยู่ ป่านนี้จะน้อยอกน้อยใจ ต่อว่าต่อขานสักเท่าไหร่ วันนี้เรายังไม่ได้โทร.หาเลย ...เขาคิดแล้วเดินไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์

 

อริสราได้ยินเสียงเขาพูดโทรศัพท์ เสียงของเขาอ่อนโยนยามเมื่อพูดกับคนรัก ช่างรักกันจริ๊ง รักกันจนน่าอิจฉา ง้อกันเสียจนน่าหมั่นไส้ หวานกันไม่เลือกสถานที่สินะคุณท่านถึงไม่ปลื้ม ทีกับเราทำเป็นเก๊กหน้าเข้ม อีกไม่กี่เดือนเท่านั้นก็จะหมดสัญญากัน อีกสองร้อยกว่าวันเท่านั้นน่ะอริส ไม่นานหรอก เธอเฝ้านับเวลาและบอกกับตนเอง เธอเอนกายลงนอนบนโซฟา นอนฟังเสียงออดอ้อนปลอบโยนของเขา 

 “ฟรานจ๊ะ...ผมเข้าใจคุณนะ อดใจรออีกนิดเดียว เชื่อผมสิที่รัก ผมรักคุณนะ พักผ่อนเสียบ้าง รู้ไหมว่าผมเป็นห่วง บายจ้ะ ...”

อริสรู้สึกว่าเขายังเดินไปเดินมา สักครู่เธอรู้สึกว่าเขาเดินมาใกล้ ด้วยสัญชาตญาณระวังภัยทำให้เธอรีบลุกขึ้นนั่งทันที

 “มีอะไรหรือคะคุณนนท์”

 “เอ่ออริส...ขอโทษนะ คุยกับผมก่อนได้ไหม”

เธอลุกนั่งแล้วเสยผมที่รุ่ยร่ายขึ้น เขาเดินไปเปิดไฟให้สว่าง แล้วกลับมานั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับอริสราที่นั่งเหมือนจะรอฟังเขาอยู่ก่อนแล้ว

 “อริส...ทำไมหมู่นี้คุณหลีกเลี่ยงที่จะพูดกับผมล่ะ” เขาเปิดฉากเอ่ยถาม

  “เปล่านี่คะ เพียงแต่ไม่ค่อยมีเวลา เพราะอริสกำลังออกแบบบ้าน แล้วก็เขียนแบบบ้านที่จะไปปลูกที่สวิสให้ท่านน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าคุณนนท์มีเรื่องอะไรจะคุยกับอริสคะ”

 “ผมก็เพียงแต่อยากจะถาม ว่าคุณคิดยังไงที่คุณแม่ผมรักคุณ”

เธอนิ่งอึ้งกับคำถามของเขา และนึกหาคำตอบ  “ก็ดีใจนะคะที่ เอ่อ...อริสทำงานให้คุณสำเร็จไปขั้นหนึ่ง คุณต้องการแบบนี้ไม่ใช่หรือคะ หรือว่าจะให้อริสทำยังไงอีก”

 “อริส..ตกลงที่คุณทำทุกวันนี้ ทำดีกับคุณแม่ผม ทำดีกับทุกคนที่นี่จนทุกคนรักคุณ เพราะคุณคิดว่าเป็นการทำงานเท่านั้นใช่ไหม” เขาถามเธออย่างคนที่ไม่รู้เหตุผลในใจของตนเองนัก

 “อริสไม่เข้าใจคำถามของคุณค่ะ คุณต้องการให้อริสตอบแบบไหนกันแน่”

 “ก็ตอบแบบที่คุณคิดน่ะ”

เธอจ้องหน้าเขาตรงๆ ‘จะเอายังไงกันแน่นะนายอินทนนท์ นายพูดเหมือนไม่อยากให้ฉันทำ ก็นายเป็นคนจ้างฉันให้ทำแบบนี้ไม่ใช่เหรอ ความจริงฉันก็ไม่ได้แสร้งทำอะไรเลย นอกจากแสร้งทำเป็นรักนายเท่านั้น

 “ตอบผมสิอริส ว่าคุณคิดยังไง” เขาเอ่ยเร้าขึ้นอีกเมื่อเห็นเธอนิ่งเงียบ

 “อริสก็ทำตามแบบของอริส ทำอย่างที่คิดว่าดีแล้ว ถูกต้องแล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดว่าทุกอย่างเป็นงานหรอกค่ะ ทำตามแบบที่ตัวเองเป็นมากกว่า ก็คือคิดว่าถ้าเรารักและทำดีกับทุกคนอย่างจริงใจ เขาก็คงจะรู้และก็คงรักเรา จริงใจกับเราได้เหมือนกัน ความจริงแล้วอริสก็แทบจะไม่ได้แกล้งทำเป็นรักใคร หรือแกล้งดีกับใคร เพราะอริสก็รักทุกคนที่เปิดใจ และเขามีความรู้สึกดีๆ กับอริสอยู่แล้วนี่คะ ทุกคนที่นี่ก็น่ารักและพร้อมที่จะเป็นมิตรกับอริส”

 “แม้แต่กับคุณแม่ของผมน่ะหรือ”

เธอจ้องหน้าเขาตรงๆ แล้วพยักหน้า  “ใช่ค่ะ...อริสคิดว่าท่านก็เป็นเหมือนแม่ของอริส อริสเคยทำกับแม่ยังไงก็ทำให้กับคุณท่านอย่างนั้น อย่างแม่ของอริสชอบใส่บาตรทุกวัน อริสกลับมาจากข้างนอก อริสก็จะซื้อของมาให้แม่ใส่บาตร อริสก็ทำให้คุณท่านแบบนั้น ไม่ได้เล่นละครอะไร จะเล่นละครก็มีแต่เรื่องระหว่างคุณกับอริสเท่านั้น”

 “แต่คุณเล่นละครไม่เก่ง วันนี้คุณแม่ถามผมว่าผมรักคุณหรือเปล่า”

 “แสดงว่าคุณแสดงละครไม่เก่งต่างหากล่ะค่ะ”

 “ไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกนะอริส คุณด้วยน่ะ...คุณแม่พูดกับผมว่าทำไมอริสถึงไม่ค่อยอยากใกล้ชิดกับผม ไม่อยากแม้แต่จะนั่งใกล้ ทำเหมือนคอยหลีกเลี่ยงเสมอ ท่านสังเกตเราสองคนนะอริส และยังถามผมว่าใครนอนที่โซฟาทุกคืน”

อริสรามีสีหน้าตกใจทันที  “แล้วท่านรู้ได้ยังไงล่ะคะ”

 “ผมก็ไม่ทราบ อาจจะมีเด็กที่เข้ามาเก็บห้องเอาไปพูดก็ได้ เพราะมีหมอนกับผ้าห่มอยู่ที่โซฟาทุกวัน”

อริสรานิ่งอึ้งและเริ่มคิดว่าที่เขาพูดก็จริงทุกอย่าง ตั้งแต่วันที่เขาจูบเธอในห้องนี้ เธอก็พยายามหลีกเลี่ยงบทโรมานซ์ของเขาโดยไม่จำเป็น คุณหญิงซึ่งคอยเฝ้ามองความเคลื่อนไหวก็คงสังเกตเห็น

 “เอ่อ..วันนี้ท่านก็ถามอริสค่ะว่าคุมกำเนิดกันหรือไง ท่านอยากมีหลาน ถ้าอริสมีลูก ท่านจะยกบ้านหลังนี้รับขวัญหลาน เพราะท่านยังไม่ได้ยกให้คุณน่ะค่ะ”

 “แล้วคุณตอบว่าไง”

 “อริสไม่ได้ตอบค่ะ ไม่ทราบว่าจะตอบว่ายังไงดี”

ทั้งสองนิ่งเงียบกันไปทันที อินทนนท์มีสีหน้าเครียดขึ้น คุณแม่พูดแบบนี้แสดงว่าท่านไม่เชื่อเรื่องของเรากับอริส หรือไม่ก็ต้องสงสัย ท่านคงจับตามองมาตลอด หรืออาจจะแอบถามเด็กๆ ที่ขึ้นมาทำห้อง หรืออาจถามความเห็นของแม่นงค์ เราจะทำยังไงดีนะ..เพราะความจริงแล้วเรากับอริสราก็ไม่เหมือนคนที่รักกันเสียด้วยสิ วันนี้คุณแม่ยังพูดเหมือนกับจะด่าเรากลายๆ เสียด้วย เขายังจำน้ำเสียงประชดประชันเปรียบเปรยของท่านได้

  เราเจียระไนเพชรพลอยส่งออกไปขายมากมายนะนนท์ แต่แม่ว่านนท์ยังไม่เห็นค่าเพชรที่อยู่ในมือนะ ถ้านนท์จะมองแค่พลอยหรือก้อนกรวด แม่ก็จะคิดเสียว่าเป็นกรรมของนนท์นะลูก

 

อริสราเข้าฟิตเนสตามคำสั่งของอินทนนท์อีกครั้ง เขาบอกเธอว่าจะได้ใช้เป็นข้ออ้างไม่ให้คุณหญิงสงสัยเรื่องที่เธอต้องออกไปเยี่ยมมารดาครั้งละนานๆ ทุกวัน ซึ่งทำให้เธอได้มีโอกาสได้พบกับคุณกิ่งแก้ว

วันนี้ก็เช่นกัน เธอเข้าฟิตเนสเรียบร้อยแล้วก็ลงมาหาคุณกิ่งแก้วที่ออฟฟิศ สาวใหญ่เจ้าของสถาบันมองเธออย่างชื่นชมในความเปลี่ยนแปลงของอริสรา จากเด็กสาวธรรมดาๆ กลายเป็นสาวไฮโซมีระดับ การแต่งกายของเธอสวยหรูดูมีคลาส ประกอบกับการได้รับการเข้าอบรม ทำให้ท่วงท่าของเธอสง่างาม ซึ่งทำให้คุณสาวใหญ่รู้สึกภูมิใจกับฝีมือของตนเอง ที่เปลี่ยนแปลงสาวน้อยคนนี้ได้อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ

 “ว่าไงจ๊ะ คุณนายบริษัทบลูไดมอนด์” เธอร้องทักขึ้นอย่างเย้าๆ เมื่อหญิงสาวนั่งลงตรงหน้า

 “แหม...พี่กิ่งทักอริสแบบนี้อริสก็เหลิงสิคะ เดี๋ยวเกิดไม่อยากลงจากตำแหน่งจะยุ่งกันไปใหญ่นะคะ” อริสราตอบพร้อมกับเสียงหัวเราะใสๆ ตามแบบฉบับของเธอ

 “อริสจ๊ะ พี่รู้ว่าเธอไม่ได้เป็นคนอย่างนั้น ทั้งๆ ที่พี่อยากให้เป็นไปอย่างที่อริสพูด” คุณกิ่งแก้วพูดยิ้มๆ มองหน้าเหลอๆ ของเธออย่างนึกขัน

 “หมายความว่าพี่กิ่งอยากให้อริสเป็นคุณนายของบลูไดมอนด์จริงๆ หรือคะ” อริสราย้อนถาม

คุณกิ่งแก้วมองหน้าเธอตรงๆ แล้วพยักหน้า “ฮื่อ..พี่อยากให้เป็นตัวจริงเลยละ พี่รู้มาว่าคุณหญิงสราญจิตน่ะปลื้มเธอมากไม่ใช่หรือจ๊ะ คุณทิพาแกเป็นภรรยาของหุ้นส่วนคนหนึ่งของบลูไดมอนด์ และเป็นลูกค้าของที่นี่ แกมาเล่าให้ฟังวันที่แกเห็นอริสมาเข้าฟิตเนสที่นี่น่ะ แกบอกว่าสามีแกยังชมอริสเลยจ้ะ ว่าทั้งสวยทั้งเก่ง ยังบอกอีกว่าคุณหญิงปลื้มลูกสะใภ้คนนี้มาก”

 “อริส..ก็รู้สึกผูกพันกับคุณหญิงท่าน เหมือนท่านเป็นแม่อีกคนของอริส ยิ่งผูกพันอริสก็ยิ่งไม่สบายใจที่อริสเหมือนกับกำลังหักหลัง หลอกลวงท่านอยู่น่ะค่ะ” อริสราเอ่ยด้วยสีหน้าที่สลดลง

 “เขาเรียกว่าจิตสำนึกฝ่ายดีน่ะอริส หรือจะเรียกให้หรูว่าคุณธรรมก็ได้”

 “อริสนับวันนับชั่วโมงให้หมดสัญญาเร็วๆ เพราะอริสรู้สึกยิ่งอึดอัดขึ้นทุกวัน บางครั้งอยากให้คุณหญิงท่านโหดร้ายกับอริส อริสจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดอย่างนี้”

 “ทำไมล่ะจ๊ะอริส”

 “อริสไม่อยากอยู่อย่างรู้สึกผิดในใจ มันทำให้ตัวเรารู้สึกว่าเราเลวมากนะที่กำลังหลอกลวงคนที่แสนดีกับเรา เหมือนเรากำลังหลอกแม่น่ะค่ะ อีกอย่างหนึ่ง อริสก็อยากมีอิสระ เป็นตัวของตัวเองเหมือนเมื่อก่อน ไม่ใช่เป็นนกในกรงทองแบบนี้น่ะค่ะ” หญิงสาวเปิดเผยความในใจกับคุณกิ่งแก้วอย่างไม่ปิดบัง


*ตอนหน้าอริสสราจะได้พบกับฟรานซิสแล้วนะคะ และนับจากตอนหน้าเป็นต้นไปเนื้อเรื่องจะเข้มข้นขึ้นจนวางไม่ลงค่ะ มาติดตามกันค่ะว่าอินทนนท์จะทำอย่างไร เมื่อฟรานซิสกลับมาเมืองไทยแล้ว*

 

 

ต 

 @มาเป็นแฟนพันธ์แท้สำหรับหนังสือ2เล่ม

1เล่มสำหรับคอมเม้นท์นะคะ

โดยการสุ่มจับค่ะ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #14 huanahua (@huana) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 18:33
    คุณนนท์ เกิดอาการเสียดายหละ
    #14
    1
  2. #13 ขอให้สมปรารถนา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 10:02
    ฟรานซิสกลับมาก็จะได้เปรียบเทียบกันว่าใครดีกว่า
    #13
    1